Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 6 : คงไม่มีอะไรบังเอิญมากไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 363
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[6] คงไม่มีอะไรบังเอิญมากไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ

 

                ร่างระหงก้าวลงบันไดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพลางฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี     เช้านี้หญิงสาวแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกระโปรงสีขาวสั้นแค่เข่า     เสียงกำไลข้อมือกระทบกันดัง กุ๊ง กิ๊ง     ผมสีน้ำตาลที่ทิ้งตัวลงไปถึงกลางหลังไม่ได้ถูกจัดแต่งแต่อย่างใด

                เมื่อเท้าสัมผัสพื้น    สายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับชายสูงวัยในชุดสูทสุภาพที่ยืนอยู่ห่างออกไปเพียงเล็กน้อย     เขากำลังสั่งงานบางอย่างกับสาวใช้อีกสองสามคน

                ลัน~  ลา~  ลัน~  ลัน~  ลา~ ...........อ่อ   อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อบ้าน   กุญแจแจซอยู่ไหน  เอามาให้นิเดียหน่อยสิคะ  

                ผู้ถูกเรียกเอียงคอเล็กน้อย     ก่อนสาวเท้าเข้ามาหาเธอ    คุณหนูจะเอารถไปไหนหรือครับ    ไหนคุณหนูบอกว่าวันนี้คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงจะพาแขกมาไม่ใช่หรือ

                นั่นเรื่องของพ่อกับแม่     นิเดียจะไปชอปปิ้งหน่อย      วันหยุดทั้งทีให้นิเดียได้เที่ยวบ้างสิคะ  เธอยิ้มหวาน 

                พ่อบ้านเรียกชายคนหนึ่งเข้ามาแล้วสั่งการอะไรบางอย่าง    จากนั้นจึงหันมาหาคุณหนูของเขา

                เชิญคุณหนูไปรอที่หน้าบ้านเถอะครับ   หญิงสาวออกมาหน้าบ้านก็พบว่ารถฮอนด้าแจซสีขาวคันที่ต้องการมาจอดรออยู่เรียบร้อยแล้ว

                นิเดียจะไปคนเดียว   ไม่ต้องมีคนมาขับให้ก็ได้  เธอหันมาต่อว่า

                กฎหมายของที่นี่    อายุคุณหนูยังไม่ถึงที่จะขับรถไปไหนมาไหนได้เอง   อีกอย่างคุณหนูก็ยังไม่มีใบขับขี่ แล้วก็ขาดประสบการณ์เกิดอุบัติเหตุขึ้นมามันจะไม่คุ้มเอานะครับ    พ่อบ้านอ้างเหตุผลต่างๆนานาแต่ความจริงแล้วเขาไม่อยากให้คุณหนูเสี่ยงทำรถหายเหมือนคราวที่แล้ว

                ไม่ต้องมาสอนน่า    ไปเตรียมต้อนรับพ่อกับแม่ดีกว่า    พวกเขาจะมาพร้อมกันซะด้วย  หญิงสาวยักคิ้วยียวน   ก่อนเปิดประตูรถแล้วไล่คนขับออกมา   จากนั้นเธอก็เข้าไปนั่งแทน

                ฮอนด้าแจซสีขาวแล่นออกไป     พ่อบ้านยังคงมองตามอย่างไม่ลดละ  แล้วถอนหายใจ    คงมีเพียงคนๆเดียวเท่านั้นกระมังที่จะปราบพยศคุณหนูของเขาได้


 

 

                เบนซ์สีดำจอดเทียบบันไดคฤหาสน์หลังงาม   รถซีอาร์วีที่จอดอยู่ถัดไปด้านหน้านั้นมีชายในชุดสูทสากลสวมแว่นกันแดดสีดำทึบแสงหลายคนที่ค่อยๆทยอยกันลงมา    หนึ่งในนั้นเดินมาเปิดประตูให้ผู้ที่นั่งรอในรถเบนซ์

                ทันทีที่ประตูถูกเปิดออกทั้งสองข้าง    ด้านหนึ่งชายวัยกลางคนสวมสูทสีเทาอ่อนก้าวลงจากรถ   อีกด้านเป็นหญิงวัยกลางคนแต่งตัวทันสมัย    หล่อนก้าวเข้ามาควงแขนชายคนนั้น    แล้วพวกเขาทั้งสองคนก็สาวเท้าเข้าไปในตัวบ้าน   เข้าสู่ห้องรับแขกที่ในนั้นมีคนที่ใจจดจ่อรอพวกเขาอยู่

                แม่ฮะ    คิดถึงแม่จังเลย~”   คิริววิ่งเข้าไปกอดผู้เป็นแม่     หล่อนถอนมือออกจากสามีแล้วอ้าแขนต้อนรับลูกชายคนเล็กเข้าสู่อ้อมกอด

                เป็นไงบ้างลูกชายของแม่   คิริวหอมแก้มแม่ของเขาฟอดใหญ่    แต่เขาก็เจอเข้ากับสายตาดุจากพ่อ   คิริวเลยผละออกจากอ้อมกอดของแม่แล้วทักทายพ่อบ้าง

                สวัสดีครับพ่อ / สวัสดีครับพ่อ         ไคและคิริวโค้งให้พ่อเขาพร้อมๆกัน

                ไคหันไปกล่าวทักทายแม่ของเขาด้วยเช่นกัน

                ว่าไงคิริว    แกยังทำตัวเป็นเด็กไม่เลิกเสียทีนะ     เมื่อไรจะเลิกอ้อนแม่แกสักที      นี่ได้ข่าวว่าแม่จะพาไปดูตัวไม่ใช่หรอไง     วันไหนล่ะ?   คิริวแอบเบ้ปาก   เขาไม่ชอบให้พ่อดุเลย

                วันนี้ครับ

                ผู้เป็นพ่อตาโต    นี่มันวันเดียวกับพี่แกเลยนะ

                คิริวมองหน้าไค   ทั้งสองคนแปลกใจพอๆกันที่ทั้งพ่อทั้งแม่ทำเหมือนไม่รู้เรื่อง

                พ่อครับ    นอกจากจะวันเดียวกันแล้วยังเวลาเดียวกันด้วยนะครับ  ไคบอกพ่อของเขา

                ว่าไงนะ  พ่อและแม่หันมามองหน้ากันด้วยความไม่เข้าใจ     ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะพูดขึ้นก่อน  ทำไมคุณไม่บอกผมว่าคิริวดูตัววันเดียวกับไค

                คุณนั่นแหละค่ะ   ทำไมไม่บอกฉันว่าไคดูตัววันเดียวกับคิริว    ตอนมาบอกแค่ว่าลูกจะดูตัว

                คุณก็รู้ว่าผมยุ่ง   น่าจะเป็นคุณมากกว่านะที่บอกผม

                ยุ่งก็น่าจะเอ่ยปากถามฉันสักคำนะคะ    ขนาดบนเครื่องยังเอาแต่คุยนั่นนี่กับลูกน้องคุณอยู่ได้

                พ่อกับแม่นั่นแหละ    ทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องก่อน  ไคกับคิริวคิด

                พอเถอะ   มาถึงขั้นนี้แล้ว    คุณจะเลื่อนไปก่อนได้หรือเปล่า  สามีหันไปถามภรรยา

                ไม่ได้หรอกค่ะ   เพื่อนรักของฉันเลยนะคะ   ถ้าเลื่อนก็เสียกันทีเดียวค่ะ   ฝ่ายภรรยาหนักใจเช่นกัน    ก็กว่าฝ่ายนู้นเขาจะเกลี้ยกล่อมกันได้     แล้วกว่าเธอจะบังคับพ่อลูกชายตัวดีได้    ถ้าเลื่อนกันไปเลื่อนกันมามีหวังพ่อลูกชายของเธอคงอ้างเหตุหนีเอาเสียดื้อๆ     อีกอย่างเธอก็ไม่อยากเสียกับเพื่อนรักของเธอด้วย

                ผู้เป็นสามีถอนหายใจออกมาเฮือกโต   เฮ้อ..อ......เอาเถอะ    คิริว  ถ้าอย่างไงก็ให้แม่เขาพาเราไปแล้วกัน     ทางพ่อก็เสียไม่ได้     ทางนู้นของไคเขาก็เป็นเพื่อนสนิทกับพ่อเหมือนกัน    

                ไคกับคิริวมองหน้ากัน  ถึงเวลาเข้าสมรภูมิเดือดแล้วหรอเนี่ย



 

 

                ว่าไงนะ!!!”   ฟุจิซาวะ  ฮารูมิ    ตวาดใส่หน้าพ่อบ้านทันทีที่พ่อบ้านเล่าจบ     เธอให้สัญญากับตัวเองว่าเธอต้องจัดการลูกสาวตัวดีของเธอทันทีที่เจ้าตัวกลับมาแน่ๆ

                ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นนี่  ฮารูมิ   คาร์ล   วิลลิสกล่าวขึ้น   เขามาถึงก่อนหน้าเธอไม่นาน   และนั่งรอลูกสาวของเขาอยู่ที่ห้องรับแขก    พอดีกับที่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายเลยตามมาดู    ถึงแม้ว่าเขาจะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง    แต่ก็เดาได้ว่านี่น่าเป็นฝีมือแม่ลูกสาวคนเดียว

                ใครใช้ให้คุณมาเยี่ยมลูกพร้อมกับฉัน    ใครเชิญคุณไม่ทราบคะ   ฮารูมิหันไปเล่นงานอดีตสามี

                คาร์ลยักไหล่ก่อนตอบ   ลูก    ผมมาเพราะเรื่องสำคัญของลูกน่ะ

                เดาได้ว่าเรื่องของคุณคงเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่าเมื่อเทียบกับเรื่องของฉัน!”   ฮารูมิวางกระเป๋าแล้วพยักหน้าให้พ่อบ้านเอาไปเก็บ   

                พ่อบ้านคว้ากระเป๋าแล้วเป็นคนเอาไปเก็บเอง     เขาไม่อยากอยู่ท่ามกลางสมรภูมิของผู้เป็นนาย    ทางที่ดีหาทางหนีไปซะก่อนเจอลูกหลงจะดีกว่า                                                     

                อาจจะอย่างนั้น     กลางวันนี้คุณจะอยู่ทานข้าวกับผมหรือเปล่าที่รัก    เพื่อนผมกับครอบครัวจะมาเยี่ยมพวกเราที่นี่    รวมถึงลูกของเราด้วย  คาร์ลยักคิ้ว     

ฮารูมิมีอาการโกรธอย่างเห็นได้ชัด    คุณจะตามรังควานฉันหรืออย่างไง    กลางวันนี้ฉันนัดเพื่อนมาทานข้าวที่บ้าน    อีกหนึ่งชั่วโมงพวกเขาก็จะมากันแล้ว    นั่นรวมถึงลูกชายของเขาและลูกของเราด้วย

อดีตสามีและอดีตภรรยามองหน้ากัน

อย่าบอกนะว่า...........

คาร์ลถอนหายใจ   ใช่แล้วคุณ    แม่ลูกสาวสุดที่รักของคุณน่ะ   เล่นเราซะแล้ว               

ฮารูมิทรุดลงที่โซฟา   แล้วกุมขมับ    มิน่าเล่า    นิเดียถึงได้ยอมเธอง่ายนัก    มิน่าเล่า   นิเดียถึงได้นัดเธอเวลานี้     แต่ถึงอย่างไงเธอก็จะยอมให้ลูกสาวของเธอแต่งงานกับคนที่อดีตสามีหาให้ไม่ได้เด็ดขาด      เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น   ก็เหมือนกับว่าเธอแพ้เขา

คาร์ลจ้องมองอดีตภรรยาของตัว     เธอยังคงสวยเหมือนตอนสาวๆ    ยังมีแววตาดื้อรั้นไม่ยอมใคร        และเธอยังคงเป็นผู้หญิงที่เขาอยากเอาชนะเหมือนเดิม       แม้ว่าตอนนี้เธอจะโกรธเขากับเรื่องในตอนนั้นที่เขามีความสัมพันธ์กับลูกค้าด้วยความจำเป็น     ถ้าครั้งนั้นเขาไม่เลือกที่จะทำแบบนั้นชีวิตคู่ของเขาคงไปได้สวยกว่านี้     และผู้หญิงตรงหน้าคงไม่หลุดมือเขาไป

ยกเลิกนัดของคุณซะ   ฮารูมิกล่าวขึ้นเมื่อตัดสินใจได้

ไม่ได้หรอก    นั่นเพื่อนผม  แล้วก็เป็นลูกค้าคนสำคัญด้วย  

ฮารูมิมีท่าทีไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด   คุณเห็นธุรกิจสำคัญกว่าความสุขของลูกหรือไง

ไม่เลยที่รัก    ถ้าผมให้คุณยกเลิกนัดของคุณบ้างล่ะ

หยุดเรียกฉันว่าที่รักซะที!!   อย่าลืมว่าเราหย่ากันแล้ว  ฮารูมิฉุนเฉียว    ทำไมต้องเป็นเธอทุกทีที่เป็นฝ่ายมีอารมณ์ในขณะที่คนตรงหน้าเอาแต่นิ่งฟังเธอไม่ยอมพูดอะไรที่ทำให้มันดีขึ้น     เหมือนตอนนั้น   ที่เขาไม่แก้ตัวอะไรสักคำ

ก็ได้ๆ    ผมว่าไหนก็ไหนๆแล้วก็พามารู้จักกันทั้งสองคนนั่นแหละ     ดีเหมือนกันผมจะได้รู้จักเพื่อนของภรรยาตัวเองบ้าง 

ภรรยาก็ไม่ได้!  นี่จะให้ฉันต้องบอกคุณอีกกี่ครั้ง

เอาเถอะๆ   ทำไมคุณไม่รีบไปเตรียมอะไรๆล่ะ    คุณบอกว่าอีกชั่วโมงเดียวเพื่อนคุณจะมาไม่ใช่หรอ

ฮารูมิสะบัดหน้าแล้วเดินออกไป     แต่ก่อนหน้านั้นเธอหันมากล่าวกับคาร์ลว่า   ลูกจะต้องเลือกคนที่ฉันหาให้เท่านั้น    คอยดูเถอะ!”  

คาร์ลส่ายหัว    เขาแอบยิ้มเล็กๆให้กับความรั้นของอดีตภรรยา

 




 

                ไคเลิกคิ้วน้อยๆ   เมื่อเขาเห็นรถคันที่แม่กับคิริวนั่งมา   ซึ่งมันแล่นมาก่อนหน้าพวกเขาไม่นานนัก     กลับมีจุดหมายเดียวกับของพ่อกับเขา

                เมื่อเห็นผู้ที่ก้าวออกมาจากรถคันตรงหน้า    คิริวก็ถึงกับขมวดคิ้ว    พ่อกับไคมาที่เดียวกับเขาและแม่ได้อย่างไง 

                หวังว่าคงไม่มีเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นอีกนะวันนี้   ไคและคิริวคิดเหมือนกัน

                คุณ?!?”   /   คุณ?!?”   พ่อกับแม่ของไคและคิริวพูดขึ้นพร้อมกัน    

                ไคกับคิริวถอนหายใจออกมาเบาๆ     นั่นไหมล่ะ.....

                ว่าไงเพื่อนยาก    นี่นายพาภรรยามาด้วยหรอไง   คาร์ลออกมาต้อนรับที่หน้าบ้าน    เขาพยับเพยิบไปทางผู้หญิงข้างๆเพื่อนของเขา     แล้วคิ้วก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นชายหนุ่มสองคนด้านหลังของคนทั้งสองที่หน้าเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

                นี่น่ะหรือลูกชายฝาแฝดของนาย    แหม!  เหมือนกันอย่างกับโคลนกันมาแน่ะ    คนไหนไคคนไหนคิริวกันล่ะ  ในขณะที่คาร์ลกำลังทักทายอย่างยิ้มแย้มนั้น     สองสามีภรรยาคิโดโจก็มองหน้ากันอย่างมีความหมาย    พวกเขาต่างภาวนาในใจให้เหตุการณ์ไม่กลายเป็นเรื่องบังเอิญอย่างที่พวกเขาคิด

                ต๊าย!    คิดว่าจะเบี้ยวฉันซะแล้ว   เข้ามาข้างในสิจ้ะ    มานานหรือยังเนี่ย   ฮารูมิที่ออกมาจากบ้านทักทายเพื่อนของเธอที่แทบลมจับเมื่อเห็นแน่ๆแล้วว่าสิ่งที่เธอคิดมันเป็นจริง

                ทุกคนต่างอยู่ในอาการเดียวกันคืออึ้ง    อึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะคิริวกับไค     มันไม่น่าบังเอิญได้ขนาดนี้น่า

                ฮารูมิ    บอกฉันทีว่าเธอมีลูกสาวสองคน

                ถ้าจะมีสองคนก็ต้องรอแต่งงานใหม่นั่นแหละจ้ะ     ฉันมีลูกสาวคนเดียวที่ฉันบอกเธอไปไงจ้ะ  

                แต่เธอบอกฉันว่าลูกเธอชื่อ  ฟุจิซาวะ    นานะ

                ใช่น่ะสิ    นั่นเป็นชื่อญี่ปุ่นของเขา

                เอ่อ.......คาร์ล   นายบอกกันทีว่าลูกนายชื่ออะไร    เอาชัดๆหน่อย   คราวนี้พ่อของไคและคิริวพูดบ้าง

                นิเดีย   วิลลิส   ชื่อจริงๆที่แจ้งเกิดเลย     แต่กันไม่อยากบอกนายเลยว่าฟุจิซาวะ  นานะ  นั่นก็ชื่อลูกสาวกันเหมือนกัน

                ไคและคิริวมองหน้ากัน      นี่ยัยป้าแก่อ้วนฉุกับยัยสิวเขรอะแว่นเฉิ่มของทั้งสองคนเป็นคนๆเดียวกันหรอเนี่ย?

 



 

                ทั้งเจ้าบ้านและผู้มาเยือนพร้อมหน้ากันที่โต๊ะอาหาร    เมื่อทั้งหมดพอจะลำดับเหตุการณ์ได้     โต๊ะอาหารนี้ไม่มีเจ้าบ้านที่นั่งหัวโต๊ะเนื่องจากสองอดีตสามีภรรยาต่างก็ไม่ยอมกัน   

นี่คุณคิโดโจ   ทาคุยะ    ประธานคิโดโจกรุ๊ป   นักธุรกิจใหญ่ของญี่ปุ่น    จับธุรกิจไหนธุรกิจนั้นเป็นทองไปเมื่อนั้น  ราคาคุยของคาร์ล   วิลลิสกับเพื่อนยากของเขา     แล้วนี่ก็ภรรยาของกันเอง   ฮารูมิ   ฟุจิซาวะ   วิลลิส

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ   ดิฉันฟุจิซาวะ   ฮารูมิ   เฉยๆค่ะ  ฮารูมิมองค้อนคาร์ล    แล้วหันไปแนะนำเพื่อนของตัวเองบ้าง

นี่คิโดโจ   ยูมิ  เพื่อนรักฉันตั้งแต่เรียนอนุบาล     ยูมิจ้ะ   นี่คาร์ล   วิลลิส  ที่ฉันเคยเล่าให้ฟัง  

เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ผมได้อยู่ในบทสนทนาของพวกคุณ  

ยูมิยิ้มน้อยๆให้คาร์ล

                ยูมิ   สองหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าฉันนี่ใครกันบ้างหรอจ้ะ  ฮารูมิมองเด็กหนุ่มฝาแฝดสองคนที่หน้าเหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน

                เอ่อ.....คนที่นั่งด้านนี้   ใส่สูทสีครีมนั่นคิริวจ้ะ    ส่วนคนที่นั่งด้านนั้นใส่สูทสีดำนั่น   ไค   ถึงเขาจะเป็นพี่น้องกันแต่ก็คลอดห่างกันแค่  4 นาทีเท่านั้นเองนะ  

                เอ........ตั้งแต่ผมมา    ผมยังไม่เห็นหนูนิเดียเลยนะครับ   ทาคุยะเป็นฝ่ายถามบ้าง

                นิเดีย    จริงสิ    นิเดีย   เอ่อ...........พ่อบ้าน   มานี่ทีซิ  ฮารูมิกวักมือเรียกพ่อบ้าน    เมื่อพ่อบ้านเข้ามาใกล้พอแล้วเธอก็กระซิบถามเบาๆ    นิเดียไปไหน?

                คุณหนูบอกว่าจะไปชอปปิ้งตั้งแต่เช้าแล้วครับ   ยังไม่เห็นกลับ

                แล้วให้คนไปตามกลับไม่ได้หรอไง

                ผมโทรแล้วครับ    คุณหนูปิดมือถือ   แถมคุณหนูยังเอารถไปเองไม่ยอมให้ใครขับให้อีกครับ

                แม้ว่าทั้งสองจะกระซิบกระซาบกัน  แต่ทุกคนในโต๊ะก็ได้ยินกันทั่ว    ฮารูมิหน้าเจื่อนแต่ก็ฝืนยิ้มให้    นิเดียคงติดงานอะไรสักอย่าง    ก็อย่างนี้แหละค่ะเด็กๆ   เดี๋ยวมีรายงาน  เดี๋ยวมีการบ้าน   งานเยอะแยะไปหมด      พวกเราน่าจะหาอะไรรองท้องรอไปก่อน   เดี๋ยวแกก็คงมาถึงแล้วล่ะค่ะ   เหอๆ

                แม้ว่าฮารูมิและคาร์ลจะปั้นหน้ายิ้มแย้ม    ในใจพวกเขาต่างภาคทัณฑ์ลูกสาวสุดแสบเอาไว้แล้ว

                หนูนิเดียเรียนที่นี่ด้วยหรือ   ทาคุยะถามขึ้น

                ใช่ค่ะ    เธอมาเรียนที่นี่ได้สองปีแล้ว

                ลูกชายของเราสองคนก็มาอยู่เมืองไทยได้สองปีแล้วเหมือนกันนะ    ไคเขามาจับกิจการโทรคมนาคมที่นี่น่ะ 

                ทำไมถึงเร็วนักล่ะคะ    ก็เห็นว่าทั้งสองคนเพิ่งจบมัธยมกันเมื่อสามปีที่แล้วเอง

                คำถามนี้ทำเอาสองสามีคิโดโจหน้าเสียไปเล็กน้อย    แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ตอบอะไร 

                ผมจะต้องรับกิจการต่อจากพ่อ   ดังนั้นผมไม่อาจเสียเวลาในการเรียนรู้งานทุกอย่างไปได้    โดยเฉพาะกับเรื่องดาวเทียมดวงใหม่ที่ผมกำลังสนใจอยู่ในตอนนี้ ไคตอบ

                คิริวเงยหน้าขึ้นมองทุกคนในโต๊ะที่รอฟังเขาอยู่    เขาเลยตอบไปว่า  ผมยังไม่เจอสิ่งที่อยากทำจริงๆครับ

 แหม!   วันนี้มีเรื่องบังเอิญเยอะจังนะครับ    ไม่แน่นะบางทีพวกเธออาจจะเคยเจอกับนิเดียแล้วก็ได้  คาร์ลหัวเราะ   ทุกคนในโต๊ะก็หัวเราะตาม    ไล่บรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่นี้ให้หายไป

                คงไม่มีอะไรบังเอิญมากไปกว่านี้อีกแล้วล่ะ  ไคกับคิริวคิดเหมือนกัน

 



 

                จากออเดอร์ฟ    เป็นอาหารหลายๆชุดที่ถูกสับเปลี่ยนมา    จนตอนนี้เป็นอาหารว่าง   ก็ยังไม่มีวี่แววของแม่สาวตัวป่วน    สองสามีภรรยาสบตากันแล้วสบตากันอีกก็ยังหาทางออกไม่ได้

                คาร์ลสูดหายใจให้เต็มปอดเรียกกำลังใจให้ตัวเอง   กันว่านิเดียคงไม่มาแล้ว   กันต้องขอโทษจริงๆ  คาร์ลกล่าวกับทาคุยะ

                กันก็ว่างั้น    ไม่ต้องกังวลหรอกเพื่อน   เราไม่ได้มีโอกาสได้มาเจอกันอย่างนี้ตั้งนานแล้วนี่   อีกฝ่ายเข้าใจ

                ฉันต้องขอโทษเธอด้วยนะ  ยูมิ    พวกเธอสองคนด้วย   ไค   คิริว

                ในขณะที่พวกผู้ใหญ่ขอโทษขอโพยกันอยู่นั้น   ไคกับคิริวกลับแอบยิ้มให้กัน    ก่อนคำพูดของผู้เป็นแม่จะทำพวกเขา หุบยิ้มแทบไม่ทัน

                แต่ยังไงฉันก็ว่าพวกเขาควรรู้จักกันไว้นะ      จะเป็นไปได้ไหมคะถ้าจะให้ไคกับคิริวค้างที่นี่สักคืน    ยังไงฉันคิดว่าตอนเย็นหนูนิเดียต้องกลับมาแน่ๆ 

                ฮารูมิยิ้มออก    เป็นความคิดที่ดีจ้ะยูมิ    ฉันจะได้ทำความรู้จักกับว่าที่ลูกเขยให้มากขึ้นด้วย

                แค่กๆ  / แค่กๆ   ไคกับคิริวลำลักอาหารพร้อมๆกัน

                เป็นอะไรมากหรือเปล่า   คาร์ลถาม

                ไม่เป็นไรครับ   คิริวตอบ

                ผมคิดว่าไม่ดีหรอกมั้งครับ     จะเป็นการรบกวนคุณวิลลิสกับคุณฟุจิซาวะเปล่าๆ  ไคปฏิเสธอย่างสุภาพ

                แต่ทำเอาบรรยากาศบนโต๊ะขุ่นไปทันที

                ไค...  ทาคุยะปรามลูก   ก่อนออกตัวกับเพื่อนรัก  กันมีธุระยุ่งมาก   ยังไงก็คงบินกลับคืนนี้    ถ้าไงก็ฝากลูกไว้สักคืนนะ

                ไคและคิริวมองหน้ากัน   ในที่สุดพวกเขาก็ยอมแพ้

                ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ    /   ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ 

 

 + + - -

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น