Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 5 : ลูกต้องไปดูตัว รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายนี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 374
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51




 
[5] ลูกต้องไปดูตัว    รู้จักกันไว้ก็ไม่เสียหายนี่

 

                ฉันยืนมองรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงคันนั้น   พ่อบ้านช่างหาได้ดีจริงๆ   รุ่นเดียวกับของมาเฟียไคนั่นเป๊ะ!

                คุณหนูครับ    นี่กุญแจ   ฉันรับกุญแจรถจากพ่อบ้านแล้วขึ้นไปนั่งบนรถคันนั้น    แหม!  มันก็ต้องลองสมรรถภาพกันหน่อย

                เดี๋ยวครับ    คุณหนูจะเอารถไปเองไม่ได้นะครับ   มันอันตราย   พ่อบ้าน   รู้จักฉันน้อยไปซะแล้ว

                ไม่เป็นไรหรอกค่ะ    นิเดียก็แค่ลองรถใหม่เท่านั้น   



 

                เอี๊ยด!!!!!

                รถสปอร์ตคันงามเบรกเสียงดังทำเอาหลายคนใจตุ๊บๆต่อมๆเพราะอีกเพียงคืบเดียวรถคันนั้นกับตู้ไปรษณีย์หน้าประตูโรงเรียนก็อาจจะแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี     ทุกสายตาจับจ้องอยู่ที่รถคันนั้นรอคอยร่างที่กำลังเปิดประตูออกจากรถ    ในใจต่างคิดเหมือนกันว่า   เวลาเก้าโมงเช้า   เจ้าของรถคันนี้มาโรงเรียนด้วยจุดประสงค์อะไร

                แล้วพวกเขาก็ต้องตื่นตะลึงกันอีกครั้งเมื่อส่วนแรกที่ออกมาจากรถคันนั้นเป็นรองเท้านักเรียนสีดำ     แล้วตามมาด้วยเจ้าของร่างระหงในชุดนักเรียน    ผมสีน้ำตาลต้องประกายแสงแดด    มือข้างหนึ่งถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาสีเขียวคู่สวยเป็นเอกลักษณ์

                ชั่ววินาทีหนึ่ง    พวกเขาคิดว่ากำลังจับจ้องนางฟ้า     สิ่งที่สูงค่า    สิ่งที่เอื้อมไม่ถึง

                แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นดึงทุกคนออกจากภวังค์แห่งมนต์เสน่ห์นั้น

                นี่เธอคิดจะทำอะไร

                ชายหนุ่มที่มีผมดำขลับตัดกับสีผิวสีขาว   ริมฝีปากแดงขยับไปมา      หญิงสาวยิ้มน้อยๆกับคำถามนั้น    เธอสาวเท้าเข้าไปหาชายหนุ่ม     ดึงมือของเขามา   แล้วบรรจงวางกุญแจรถให้กับเขา

                มันเป็นของคุณ

                หญิงสาวเดินจากไป     ไม่มีใครทำอะไรเธอได้เลย     ทุกคนต่างพากันตื่นตะลึง     มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่มองตามเธอจนลับตา   แล้วเก็บความสงสัยไว้ในใจ

                เมื่ออยู่เพียงลำพังหญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดเบอร์ที่เธอกดประจำ    ฮัลโหล   พ่อบ้าน   วันนี้เอารถมารับด้วย    รถแท็กซี่คันเดิมก็ได้.........อ๋อ   รถคันนั้นน่ะหรอ     มันหายไปแล้ว…”

 


                ชั่ววูบที่สายลมโชยเข้ามาในห้องก็ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานไม้ตัวยาวรับรู้ได้ในทันทีว่ามีผู้มาเยือน    แขกนั่งลงที่โซฟาสีน้ำเงินตัวยาวที่มุมหนึ่งของห้อง     ชายหนุ่มวางปากกาลงแล้วถอนหายใจเบาๆ    ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าบ้านและผู้มาเยือนก็นั่งประจันหน้ากัน

                ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย  แขกเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

                เรื่องรถนั่นไม่เป็นไรหรอก    พ่อฝากมาให้   

                พ่อเคยสนใจลูกชายคนเล็กด้วยหรือ   คำถามที่ออกมาจากปากชายหนุ่มหวังที่จะให้มันเสียดเข้าไปในจิตใจของผู้ฟัง   แต่ผลนั้นกลับสะท้อนกลับมาหาเจ้าตัวเสียเอง

                คิริว    พ่อสนใจนายเสมอ   เพียงแต่นายไม่รู้เองต่างหาก  

                พอเถอะไค    ฉันไม่เคยอิจฉานายนะ    แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาคุยเรื่องนี้ด้วย  ผู้เป็นน้องตัดบท

                ทำไม   หรือว่ารถไม่ถึงมือนาย?   ไคเอนกายลงพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลายเมื่อพวกเขาเปลี่ยนบทสนทนากันเสียได้

                ไม่   มันถึงมือฉันแน่      แต่นายทำได้อย่างไงไค    นายทำให้เธอเป็นคนเอารถคันนั้นมาให้ฉันได้อย่างไง  

                มันเป็นแค่หนึ่งในข้อตกลงของเรา  ไคตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

                ข้อตกลง    ข้อตกลงอะไรกัน?   คิริวดูสนอกสนใจจนทำให้ไคอดไม่ได้ที่จะแสดงอาการสงสัยออกมา   คิริวรู้ว่าตัวเองแสดงอาการออกมามากเกินไปจึงพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติอีกครั้ง

                เขาคืนของฉัน  ฉันก็จะคืนของๆเขาก็แค่นั้น

                แค่นั้นจริงๆหรอ

                อืม   แค่นั้นจริงๆ   

                แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรเกินเลยกว่านั้น

                ไครู้สึกเหมือนเป็นนักโทษที่ถูกสอบสวน   เขาไม่พอใจที่คิริวเอาแต่ระแวงเรื่องไม่เป็นเรื่องกับเขา  นายหมายถึงเรื่องอะไรก็ว่ามาคิริว

                นายไม่ได้ทำอะไรเธอใช่มั้ย   ฉันหมายถึง......  

                ไคเองก็ยังฝังใจกับหญิงสาวคนนี้    เธอสวย....ใช่   เขาต้องการเธอ....ใช่   และที่สำคัญเขาต้องการแก้แค้นเธอ     ไคหงุดหงิดเมื่อนึกถึงตอนที่เธอถีบยอดอกเขาแล้ววิ่งหนีไป    เสียศักดิ์ศรีลูกผู้ชายหมด    ทั้งๆที่เขามั่นใจว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายที่ไม่น่าพึงปรารถนา

                ยัง    แต่คงอีกไม่นานหรอก    

                นายจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ!!”   ไคตะลึง   จู่ๆคิริวก็ลุกขึ้นยืนแล้วชี้หน้าสั่งเขา   ถึงมันจะเป็นน้องก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้

                ทำไมฉันจะทำไม่ได้      ก็ในเมื่อแม่นั่นทำอาชีพนี้อยู่แล้ว     เขาเต็มใจ.....

                เธอไม่ได้ขายตัว   คิริวพูดแทรกขึ้นมา

                นายว่าไงนะ?!?”

                ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิด     ถ้าอยากให้กระจ่างก็ถามลูกน้องชั่วๆของนายดีกว่า   ว่ามันจับเธอมาสังเวยนายด้วยวิธีไหน   คิริวเปิดประตูห้องออกมาด้วยความโกรธ     

                บอดี้การ์ดของไควิ่งเข้ามาในห้อง       แต่พวกเขากลับพบเจ้านายของพวกเขานั่งสงบอยู่ที่โซฟา   แม้ไม่มีอาการโกรธแต่อย่างใด    พวกเขาก็รับรู้ได้ถึงรัศมีอันตรายจากชายตรงหน้า

                พวกแกจะเล่าเองตอนนี้    หรือจะรอไปเล่าให้ยมทูตฟัง



 

                คิริวพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเอง    เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเพราะผู้หญิงคนเดียวถึงทำให้เขาว้าวุ่นได้ขนาดนี้    วันๆเขาได้แต่คิดว่าจะทำอย่างไงให้ได้อยู่ใกล้เธอ    ทำอย่างไงให้เธอจำเขาได้     ทำอย่างไงให้ได้ยินเสียงของเธอ     ทั้งๆที่ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน

                ไคเดินลงบันไดมา    คิริวมองพี่ชายตัวเองแล้วลอบถอนหายใจเล็กๆ     จะมาแก้ตัวอะไรอีก    เขารู้ว่าไคมีอิทธิพลที่ถ่ายทอดมาจากพ่อ    แต่เขาไม่อยากจะเชื่อว่าไคจะใช้มันทำร้ายคนที่ไม่เต็มใจ

                คิริว   ฉันไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนจริงๆ

                ฉันหวังว่ามันจะเป็นเรื่องจริง

                ฉันเองควรจะเอะใจตั้งแต่ตอนที่เห็นแม่นั่นยังนอนอยู่ตอนที่ฉันเข้าไป    ดีที่ยังอดใจได้ไม่จัดการเสียซะตั้งแต่ตอนแม่นั่นหลับ   ไคพูดติดตลก   แต่คิริวไม่ขำด้วย

                ไคนั่งลงที่โซฟาตัวเดียวกับคิริว    แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ     ลูกน้องคนหนึ่งก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์ในมือ

                เจ้านายครับ   โทรศัพท์จากคุณผู้ชาย  ไคพยักหน้าแล้วหันไปรับสาย

                คิริวไม่หันไปมองไคสักนิด   เขาลุกย้ายไปนั่งที่โซฟาอีกตัวห่างจากไคออกไป    แล้วชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับโทรศัพท์อีกเครื่องในมือ

                คุณคิริวครับ    โทรศัพท์จากคุณผู้หญิงครับ   คิริวรับโทรศัพท์มาแล้วกล่าวขอบคุณ


 

                 คิดถึงจังเลย   สาวน้อย

                - ไม่ต้องมาประจบเลย   แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกันจ้ะ  

                ก็แหม   แม่ของผมสวยอย่างกับสาวๆจะไม่ให้ลูกชายฝันหวานคิดถึงได้อย่างไงล่ะครับ

                - พอๆ   แม่มีอะไรจะคุยกับลูกนะคิริว

                อะไรหรอครับ?


 

                พ่อมีอะไรให้ผมรับใช้ครับไครับโทรศัพท์

                - อย่าพูดอย่างนั้นน่า   ธุรกิจที่นั่นเป็นอย่างไงบ้าง  

                ก็ราบรื่นดีครับ

                - ก็ดี   ฉันมีเรื่องจะให้แกช่วยหน่อย   ไค

                สั่งมาเถอะครับ

                - ลูกสาวเพื่อนพ่อคนนึง    เพื่อนพ่อเขาบอกว่าน่ารักมาก   ฉันเองก็ว่าแกก็เรียนจบแล้ว  ทำงานมั่นคงแล้ว    ฉันอยากจะให้แกไปพบเขาหน่อย

                หมายความว่าอย่างไงกันแน่ครับเนี่ย

                - ลูกต้องไปดูตัว -



 

                ว่าไงนะ!!!!”     /   ว่าไงนะ!!!!”

                ไคและคิริวหันมามองหน้ากัน    พวกเขาพูดเหมือนกันพร้อมๆกัน    ต่างคนต่างทำหน้าเจื่อนๆแล้วหันไปคุยโทรศัพท์ของตัวเองต่อ       สักพักพวกเขาก็วางโทรศัพท์พร้อมกันอีก

                ทั้งสองนั่งเงียบกันได้สักพัก   คิริวก็เป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

                มีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า

                ฉันควรจะถามนายมากกว่านะ

                เราสองคนนั่นแหละ    แต่ใครจะบอกก่อนดีล่ะ  คิริวย้ายมานั่งโซฟาตัวเดียวกับไคอีกครั้ง

                คิริว    พ่อให้ฉันไปดูตัว

                หา!!   แม่ก็ให้ฉันไปดูตัวเหมือนกัน

                นายโดนอะไรเข้าล่ะ  ไคถามอย่างรู้ทัน   ก็เจ้าน้องชายคนนี้ของเขากับเขาเหมือนกันตรงที่ยังไม่อยากมีพันธะนี่แหละ    อีกอย่างพวกเขาก็ยังเด็กเกินกว่าจะคิดเรื่องแบบนี้    นี่แสดงว่าคิริวต้องโดนเงื่อนไขอะไรบังคับ

                ถ้าไม่ไปแม่จะไม่ให้ฉันไปโรงเรียนอีก  คิริวพูดอย่างเซ็งๆ

                จริงๆแม่ก็ทำถูกนะ    ก็พวกเราเรียนจบมัธยมมาตั้งสามปีแล้วนี่   ไคเองก็ไม่เข้าใจน้องชายตัวเองเหมือนกันที่ชอบไปโรงเรียน   ทั้งๆ พวกเขาเรียนจบกันมาตั้งสามปีแล้ว    แทนที่คิริวจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยตามปกติ  แต่กลับอยากไปโรงเรียนมัธยม

                นายก็รู้ว่าฉันชอบไปโรงเรียน  คิริวโยกไหล่   ว่าแต่นายเหอะ   เจออะไรเข้าไปล่ะ

                ของฉันหนักกว่านายเยอะ    พ่อจะตัดเงินสนับสนุนฉัน    ถ้าขาดเงินสนับสนุนโครงการที่ฉันทำมาตลอดสองปีก็จบ

                คิริวและไคเมื่อตกที่นั่งเดียวกันก็ลืมเรื่องที่ทะเลาะกันอยู่

                สรุปว่าเราจนตรอกกันทั้งคู่

                แม่ให้ใครมาดูตัวกับนายล่ะ     

                ลูกสาวเพื่อนแม่ชื่อ  ฟุจิคาวะ   นานะ    แล้ว....?

                ลูกสาวเพื่อนพ่อชื่อนิเดีย    วิลลิส

ชื่อเพราะจัง   นิเดีย   หวังว่าแม่นั่นจะไม่ใช่ผู้หญิงเฉิ่มๆใส่แว่นหนาๆ  หน้าตาขี้เหร่หรอกนะ   คิริวพูดแล้วหัวเราะคิกคัก

ไคพูดต่อ   นายก็เหมือนกันแหละคิริว    หวังว่าแม่หนูนานะนี่จะยังไม่ใช่ป้าแก่ๆ อ้วนฉุที่กลัวขึ้นคานเลยต้องหาแฟนด้วยวิธีแบบนี้หรอกนะ   ไคกุมขมับกลุ้มหนัก    แต่ก็ไม่วายที่จะเอาคืนคิริว

                นี่!    นายต้องไปวันไหน    ให้ฉันไปจัดการแม่นั่นให้เอามั้ย   คิริวปิ๊งไอเดียขึ้นมา   เขาอาจจะช่วยอะไรพี่ชายฝาแฝดให้รอดพ้นจากนางมารขี้เหร่คนนี้ได้   แถมยังได้ไขข้อสงสัยด้วยว่าใช่นิเดียคนเดียวกันหรือเปล่า

                วันเสาร์นี้

                ซวยแล้ว!   นั่นมันวันเดียวกันกับฉันเลยนะ!” 

 

 

                วันนี้ฉันต้องกลับบ้านมานั่งฟังตาพ่อบ้านบ่นยับเรื่องรถหาย     พ่อบ้านแจ้งความแล้วบอกว่าจะตามหาและเอาเรื่องคนเอาไปให้ถึงที่สุด   อาฮ้า.....นั่นแหละตรงแผนฉันเป๊ะ!   รถคันนั้นยังไงๆพ่อบ้านก็คงมีหลักฐานยืนยันได้ว่าเป็นของฉัน    เมื่อไรตำรวจหารถคันนั้นเจอ   เมื่อนั้นอีตาไคกับคิริวซวยๆแน่ๆ    ฉันจะทำอย่างไงต่อดีน้า    จะช่วยแนะพ่อบ้านดีมั้ยว่าจะให้เริ่มหาจากคฤหาสน์แถวไหน    หุหุ    แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่บอกพ่อบ้านอยู่ดีว่าฉันเอาไปให้นายคิริวนั่นต่างหากไม่ได้ทำหายสักหน่อย     อีกอย่างฉันยังได้สัญญาจากนายไคว่าจะเลิกยุ่งกับฉันอีก      กำไรๆ  อะไรมันจะดีแบบนี้

                อะแฮ่มๆ    คุณหนู   ฟังผมอยู่หรือเปล่าครับ   พ่อบ้านกระแอม    

                ค้าๆ  นิเดียฟังทุกคำเข้าหูแล้ว    พ่อบ้านจะไปทำอะไรก็ไปทำเหอะ    นิเดียจะกลับบ้าน   ฉันพูดแล้วเตรียมตัวจะกลับมาบ้านหลังเล็กฝั่งตรงข้าม     แต่พี่เลี้ยงคนนึงเรียกไว้ซะก่อน

                คุณหนู  อย่าเพิ่งไปค่ะ   พี่เลี้ยงคนนั้นวิ่งออกมาหน้าบ้าน  แล้วส่งโทรศัพท์เครื่องหนึ่งให้ฉัน    คุณหนูลืมโทรศัพท์มือถือค่ะ    พอดีมีโทรศัพท์จากคุณผู้หญิงด้วยค่ะ

                เอาแล้ว.....จู่ๆแม่ก็โทรมา    หรือว่าพ่อบ้านโทรไปฟ้องแม่    แง๊....อย่างนี้ก็ซวยอ่ะดิ


 

                โมชิโมชิ   ฮะฮะ  (สวัสดีค่ะแม่)

                - ว่าไงลูก   ได้ข่าวว่าเอารถใหม่ไปทิ้งหรอจ้ะ -     ง่า...พ่อบ้านฟ้องแม่จริงๆด้วย    นี่ฉันโดนสวดครั้งเดียวยังไม่พอ    ยังจะโทรบอกแม่ให้มาสวดฉันอีกกัณฑ์อีกเรอะ

                แม่ก็....เชื่อคนอื่นไปได้   

                - อ้าว   ลูกเปล่าหรอกหรอ    แม่กะว่าจะชมสักหน่อย    เห็นพ่อบ้านบอกว่ารถคันนั้นใช้เงินพ่อของลูกซื้อ -   พลิกล็อกแฮะ   นี่แม่จะโทรมาชมเปล่าโทรมาด่าหรอกหรอเนี่ย

                จริงสิ.....แม่ยังโกรธพ่ออยู่นี่นา     แม่นี่นะ   ถ้าแม่ยอมให้อภัยพ่อสักครั้ง    ฉันก็คงไม่ต้องเป็นเด็กมีปัญหาพ่อแม่แยกทางอย่างนี้หรอก    แต่อย่างว่า    ผู้หญิงที่ไหนก็ยอมไม่ได้ทั้งนั้น   ถ้ารู้ว่าสามีตัวเองนอกใจ  เป็นฉันก็คงทำเหมือนแม่แหละ

                คือว่า.....ความจริง.......

                - พอๆ   ช่างมันเหอะ    นิเดียลูกว่าลูกโตพอหรือยังจ้ะ -   จู่ๆแม่เปลี่ยนเรื่องซะงั้น

                โตพอ?   สำหรับอะไรล่ะคะ

                - ก็สำหรับการหาใครสักคนมาเป็นคู่ชีวิตไงจ้ะ -   

                ...........  อึ้ง   ทึ่ง   เสียว    

                - นิเดียๆ   ลูกยังอยู่หรือเปล่าจ้ะ -

                ยะ   อยู่ค่ะแม่   แม่หมายความว่าไงคะ

                - แม่จะให้ลูกไปดูตัวจ้ะ -

                หา!!   ดูตัว    มันใช่การเอาคนสองคนมานั่งมองหน้ากัน   แล้วจากนั้นก็แต่งงานกันใช่หรือเปล่า   ไม่เอาอ่ะ  อย่างนี้มันคลุมถุงชนชัดๆ    ไม่เอา ยังไงก็ไม่เอา   คลุมถุงมองไม่เห็นกันก็หัวโขกกันตายไปข้างน่ะสิ   เฮ้ย!  ไม่ใช่ๆ   ฉันยังเรียนไม่จบต่างหาก  แล้วฉันก็ยังเด็กอยู่ด้วย   ใช่ๆ   เด็กมากๆๆๆๆ

                ติ๊ด   ติ๊ด

                สายเรียกซ้อนนี่หว่า      เฮ้ย!   พ่อนี่      ให้พ่อช่วยดีกว่า

                แม่คะ   ถือสายแปปนะคะ   พอดีมีสายซ้อน    พอแม่เข้าใจดีแล้วฉันก็กดรับโทรศัพท์ของพ่อ

                “Hi  Dad”   

                -เป็นไงบ้างลูก   อยู่เมืองไทยสบายดีมั้ย -

                ได้โอกาสก็ให้พ่อช่วยซะเลยดีกว่า   ก็สบายดีค่ะ   แต่ว่ากำลังจะไม่สบายแล้วล่ะ

                - อ้าว   ทำไมล่ะลูก -

                คือว่า  แม่เค้า.............

                - เอ่อ.....เดี๋ยวนะนิเดีย   พอดีพ่อรีบๆ    คือว่าพ่ออยากให้เรารู้จักกับลูกเพื่อนพ่อคนหนึ่ง    อืม...เพื่อนพ่อเขาเอารูปให้ดูแล้วนะหน้าตาดีทีเดียว     อีกอย่างเขาก็จะรับช่วงต่อกิจการจากพ่อเขาด้วย     ถ้าลูกว่างอย่างไงวันเสาร์นี้พ่อจะชวนเขาไปทานข้าวเย็นที่บ้านที่เมืองไทยนะลูก   เตรียมตัวไว้ด้วยล่ะ    แค่นี้จ้ะ    คิดถึงลูกนะ -

                ตู้ดๆๆๆ

                พ่อ.....พ่อเล่นสวดรวดเดียวจบแล้ววางงี้     ฉันจะทำอย่างไงเล่า!    แม่ยังดียังให้ฉันตัดสินใจก่อน   แต่พ่อที่ฉันหวังให้ช่วยกลับมัดมือชกฉันซะตูมเบอเร่อ       lovely  girl   สาวป๊อปปูล่าที่สุดในโรงเรียน    ไม่เคยผูกมัดกับผู้ชายหน้าไหน    ไม่ยอมซะล่ะ     

                แม่คะ   แม่ยังอยู่หรือเปล่า?

                - อยู่จ้ะ   นั่นใครโทรมาหรอ? -

                ช่างเถอะค่ะ    แม่อยากให้นิเดียไปดูตัวใช่มั้ยคะ

                - หมายความว่าลูก..... -

                คือว่าช่วงนี้นิเดียไม่ว่างบินไปญี่ปุ่น    ถ้าอย่างไงเรานัดกันที่บ้านที่เมืองไทย   วันเสาร์นี้   เลี้ยงข้าวกลางวันพวกเขาสักมื้ออย่างนี้ดีมั้ยคะ    ฮาๆๆๆ   สนุกล่ะ

                - ว้าว!   แม่ก็อยากให้เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจ้ะ -

                แม่คะ   ดูตัว   ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งปฏิเสธก็หมายความว่าจะไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านี้ใช่มั้ยคะ   โดยเฉพาะถ้าเป็นฝ่ายนู้น  ฉันลองถามหยั่งเชิง    กลัวว่าแม่จะไปตกลงอะไรกับเขาไว้น่ะซี่

                - ไม่จ้ะ   เราแค่อยากให้ลูกของเราสองคนรู้จักกันไว้น่ะ -

                งั้นดีเลยค่ะ    นิเดียขอตัวก่อนนะคะ   วันนี้เพลียๆอย่างไงก็ไม่รู้   เพลียหูโดนพ่อบ้านคางคกเหี่ยวบ่นนั่นแหละ

                - จ้ะๆ   บ๊าย  บาย -

                จุ๊บค่า  

                ฉันวางโทรศัพท์เก็บมันเข้ากระเป๋า    แล้วเดินฮัมเพลงไปจนถึงบ้าน     พอถึงก็นึกขึ้นได้ว่าลืมบอกอะไรบางอย่างพ่อบ้านไป    ฉันเลยโทรหาพ่อบ้านอีกที

                พ่อบ้าน   เสาร์นี้ตอนเที่ยงๆพ่อกับแม่จะพาแขกมาทานข้าวกลางวันนะ    เตรียมสำหรับคนหกคน   พ่อแม่ก็มาด้วย  อย่าลืมล่ะ    แค่นี้นะ     

                เจ๋ง!  ฉันรอให้วันเสาร์มาถึงไม่ไหวอยู่แล้ว 

               

 

+ + - -

               

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น