Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 4 : คิโดโจ ไค นั่นชื่อของฉัน คิริวเป็นน้องชายฝาแฝดของฉันเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



[4] คิโดโจ ไค นั่นชื่อของฉัน  คิริวเป็นน้องชายฝาแฝดของฉันเอง

 

                ส่งแค่นี้แหละ   ฉันเดินไปเองได้   ฉันบอกกับคนขับรถ     เรื่องอะไรจะให้ไปส่งหน้าโรงเรียนให้คนอื่นๆเขารู้กันเล่า     เหตุการณ์เมื่อวานทำให้ฉันไม่อยากให้รถไปส่งที่หน้าประตูโรงเรียน    แต่ยังไงก็ต้องยอมให้รถที่บ้านมาส่งอยู่ดี    เปล่ากลัวนะ    แต่ปลอดภัยไว้ก่อนมันก็ดีกว่าไม่ใช่หรอ   

                เมื่อวานฉันพลาด     ตอนกลับมาบ้าน   ฉันตามหากระเป๋านักเรียนแทบตายก็ไม่เจอ    ตอนที่ฉันเดินกลับบ้านฉันก็ถือมาด้วย     แสดงว่าต้องหล่นที่ไหนสักแห่งตอนที่โดนจับไป       ภาวนาอย่างเดียว   ขอให้มันหล่นที่ร้านอาหารไม่ใช่ที่บ้านนายคิริวนั่นเลย    เพี้ยง~

การเดินก็ทำให้เสียเวลามากกว่าที่คิดไว้มาก     แต่เมื่อถึงโรงเรียนฉันก้มดูนาฬิกาก็พบว่ามันได้เวลาพอดี

                สายชล   มาเข้าแถวที่นี่    เดี๋ยวนี้!!!!”   เสียงดังมาจากอาจารย์ฝ่ายปกครองที่ทำให้ฉันต้องเดินไปเข้าแถวพิเศษ     ฉันไม่เคยสนว่าจะมีปัญหาจากการโดนจับแถวสาย    จริงๆฉันชอบมาสายซะมากกว่าก็เลยตั้งใจทำอะไรให้มันช้าๆ    เพราะถ้าให้ไปเข้าแถวกับพวกแฟนคลับกระหายเลือดที่หน้าเสาธง   อยู่นี่ดีกว่ากันเยอะ

                สวัสดีค่ะ   อาจารย์    ฉันยกมือไหว้เมื่อเดินผ่านอาจารย์ไป     ก่อนสังเกตพบว่าวันนี้มีคนมาสายมากเหลือเกิน  แล้วส่วนใหญ่จะเป็น    ผู้ชาย...    หรือว่าพวกนี้จะเริ่มจับไต๋ฉันได้แล้ว   ไม่น้า...

                ถ้าเธอมาสายอีกแค่ครั้งเดียว     ครั้งเดียวเท่านั้น     เธอจะหมดสิทธิ์สอบปลายภาคนี้!”   อาจารย์ยังดูโมโห    แน่ล่ะตลอดปีที่ผ่านมา   ฉันไม่เคยมาเช้า     แต่นี่เป็นวิธีเดียวที่ฉันจะรอดพ้นจากไอ้เจ้าแฟนคลับพวกนั้นนะ!

                ไม่ได้ ค่ะอาจารย์    หนูขอร้องนะคะ    อาจารย์ก็รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไงถ้าหนูมาเช้า  

                ไม่มีข้อโต้แย้ง   พรุ่งนี้เธอจะต้องมาให้ทันเข้าแถว    ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาเรียนอีกเลย   อาจารย์ปกครองยิ้มอย่างผู้ชนะ

                ผลร้ายของการปกปิดฐานะตัวเองมันก็มีเหมือนกันสินะ    นี่ถ้าอาจารย์รู้ว่าฉันเป็นใคร   ต่อให้ฉันขาดโรงเรียนเป็นเดือนก็ไม่ว่าหรอก    แต่ฉันก็เปิดเผยฐานะตัวเองไม่ได้หรอก   แค่นี้แฟนคลับมันก็เยอะพอแล้ว   เดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่

 



 

                ชมรมที่รัก    วันที่ฉันว่าง   ทำไมพวกเธอทำแกงกระหรี่กัน   ห๊า!!!    วันนี้อุตส่าห์ห้ามไม่ให้มีใครมาสารภาพรักแล้วแท้ๆพวกชมรมฉันดันทำแกงกระหรี่    แต่ฉันแพ้กระหรี่นี่    อย่าว่าแต่กินเลย  เข้าใกล้ฉันก็เป็นผื่นคันๆแล้ว    แล้วจะให้ทำกับพวกเขาได้อย่างไง    

                เซ็ง.....!

                ฉันมานั่งสงบจิตสงบใจอยู่ที่สวนของโรงเรียน    หวังว่าไอเย็นจากม้าหินอ่อนที่จะทำก้นฉันแข็งอยู่นี่   กับลมหนาวๆของเดือนกุมภาพันธ์    แล้วก็เสียงน้ำหยดจากก๊อกน้ำที่เสื่อม  ตึ๋งๆๆ  นี่มันจะทำให้ฉันใจเย็นขึ้นมาบ้าง

                หรืออาจไม่เลย....

                สายตาฉันสะดุดที่ต้นไม้ต้นที่นายคิริวเคยอยู่บ่อยๆ    ก่อนความสงสัยจะเกิดขึ้นในใจ     ฉันลุกจากม้าหินอ่อนไปที่ต้นไม้นั้นแล้วเริ่มสำรวจ    กิ่งทุกกิ่ง  ก้านทุกก้าน    อาฮ้า!   ปลอดภัย ไร้ คิริว

                เธอหาเหยื่ออยู่หรอไง?”  คำถามที่ทำเอาฉันสะดุ้ง    ก็นายคิริวมันมานั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนแทนที่ฉันตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้   

                เปล่าหรอก    ตรวจสอบความปลอดภัยต่างหาก    แต่ฉันว่าตอนนี้ไม่ปลอดภัยแล้วล่ะ     ฉันคงต้องขอตัวก่อน   

                คิริวคว้าแขนฉันไว้     ฉันสะบัดมันออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี

                ปล่อยนะ!!     นายห้ามอยู่ใกล้ฉันเด็ดขาด      ในรัศมีห้าเมตรต้องไม่มีนาย   ฉันวิ่งหนีออกมา    

ก็ได้ๆ    ฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้มั้ย   

ที่ม้าหินอ่อนห่างออกไป  คิริวหย่อนกายลงนั่งหันหน้ามาทางฉัน  ฉันนั่งลงที่ม้าหินอ่อนตัวเดิมหันหน้าไปทางเขาเหมือนกัน

ว่ามาสิ   ฉันไม่มีเวลามากนักหรอกนะ

คิริวกวาดตามองไปรอบๆ วันนี้ไม่มีรายที่ 100 หรอไง  

ไม่  หรือว่านายจะเป็น

ฉันบอกเธอแล้ว    ถ้าฉันจะบอกรักเธอ   ฉันต้องเป็นคนสุดท้ายที่ได้บอกเท่านั้น

ฉันลืมไปว่านายมันเกลียดฉัน  ฉันทำท่าจะลุกออกไป

เดี๋ยว!   เธอรู้หรือเปล่า   กระทั่งเวลาบอกรักเธอ    มันก็มีราคา    เอ๋??  อะไรกัน    ราคาอะไรของมันหว่า?

นายหมายความว่าอย่างไง?  

พวกแฟนคลับของเธอน่ะ    ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับเธอมันก็มีราคาไปหมด     กระทั่งเวลาที่จะได้บอกรักเธอ    พวกเขาต้องจัดตาราง   ต้องซื้อหาเวลากัน    นี่เธอไม่รู้จริงๆหรือแกล้งไม่รู้กันแน่   

บ้ากันขนาดนี้เลยหรอเนี่ย!

คิริวจ้องหน้าฉันจนฉันกระดากไม่กล้าสบตาเขาตอบ    ฉันเกลียดสายตาจิกกัดแบบนี้    เหมือนปรามาสว่าฉันทำผิดงั้นแหละ

หยุดมองฉันแบบนั้นสักที!!    ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งให้พวกเขาทำแบบนั้นสักหน่อย  

เธอทรยศพวกเขา

ฉันทรยศพวกเขาอย่างไง?     นายคิดว่าที่ฉันยอมเสียเวลาทุกวันนี่เพราะใคร     ไม่ใช่ว่าฉันเห็นใจพวกเขาหรอกหรอ    ฉันรู้    การที่ชอบ หรือรักใครสักคนแล้วอยากบอกความรู้สึกกับเขามันเป็นอย่างไง     ฉันถึงต้องทน  ชมรมฉันก็แทบจะไม่ได้เข้า   นี่เพราะอะไรกันล่ะ   ฉันเริ่มโมโห   ฉันทรยศอะไรพวกนั้นกันเล่า    ทั้งๆที่ฉันต้องเสียเวลาเพื่อรับฟังความรู้สึกของทุกคนแท้ๆ

แต่เธอขายตัวให้พี่ฉัน!!!!”

ว่าไงนะ?    หยุดพูดหมาๆอย่างนั้นเลยนะคิริว     นายคิริวเบอร์ 2  นั่นต่างหากที่เป็นคนให้ลูกน้องมาจับตัวฉันไป     นายคิดว่าคนอย่างฉันจะสิ้นคิดขนาดต้องขายตัวหากินเลยหรอไง   ห๊า!!”   ไอ้บ้าเอ้ย!   คิดอย่างไงไม่คิดเสือ กคิดว่าฉันขายตัวให้พี่มัน    

ว่าไงนะ?   คิริวทำหน้างงสุดขีด

ฟังนะ    ฉัน - โดน  - จับ  -  ตัว  - ไป   ฉันพูดแค่นั้นแล้วลุกออกมา




 

 

                เพื่อความปลอดภัยจากสายตาตั้งคำถามของคนในโรงเรียนว่ารถที่จอดขวางทางชาวบ้านเขาเมื่อวานมันใช่ของฉันหรือเปล่า    ฉันเลยตัดสินใจกลับแท็กซี่   รอไม่นานก็มีคนหนึ่งแล่นเข้ามาจอด

                ไปที่.............

                ครับ  

 นี่ลุง    จอดแค่ปากซอยก็พอนะ   ฉันเดินไปเองได้   ฉันบอกเมื่อใกล้จะถึง   ลุงคนขับพยักหน้ารับ

                แค่นี้ใช่มั้ยครับ   

                อืมๆ  เท่าไหร่ล่ะ   ฉันเตรียมจะหยิบเงินจากกระเป๋า    แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นแหละ

                ไม่เป็นไรครับคุณหนู     ผมยินดีรับใช้    อ้าว!   พ่อบ้าน  ทำไมวันนี้เป็นคนขับแท็กซี่ล่ะ

                นี่พ่อบ้าน    ถ้าไม่อยากทำอาชีพพ่อบ้านก็บอกกันดีๆก็ได้   ฉันประชดแล้วก้าวออกจากรถ   แถมปิดประตูตามดัง   ปัง!

                นับวันพ่อบ้านจะยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อยๆนะเนี่ย    ฉันจะรับมือกับพ่อบ้านไปได้อีกนานแค่ไหนก็ยังไม่รู้    บ่นไปบ่นมาก็ถึงบ้าน    ฉันเปิดประตูรั้วเข้าไป    

                ทำไมประตูบ้านไม่ได้ล็อกหว่า?

                ถ้าฉันไม่ได้ล็อกเองก็จะมีคนมาล็อกให้เสมอ     ถึงอย่างนั้น   ฉันก็ไม่กลัวอะไรหายอยู่ดีนี่นา   คงไม่มีอะไรหรอกมั้ง   แต่พอฉันเปิดประตูเข้าไป

                สวัสดี  สายชล   เกียรติสกุล  หรือจะให้เรียกว่าน้ำดีล่ะ    

จากการแต่งตัวกับท่าทางฉันเดาว่าน่าจะเป็นคิริวเบอร์ 2  เขานั่งอยู่ที่โซฟาที่บ้านฉันกับไอ้ชุดสูทอีกสองคนที่ฉันยังจำมันได้

                นาย    คิริวเบอร์ 2   ไม่รู้ตามมาถึงที่นี่ได้อย่างไง    นายคงไม่ได้บรรเจิดจะมาสานต่อเรื่องเมื่อวานหรอกนะ

                เธอเรียกฉันว่าอย่างไงนะ   เรียกว่าอะไรมันสำคัญตรงไหน    นั่น!   นั่นโซฟาของฉัน    ทีวีของฉัน    แล้วนั่น!  ไอศกรีมรสช็อคโกแลคที่ฉันจะเก็บไว้กินเย็นนี้     นี่...นายกินไอศกรีมของฉันงั้นเรอะ!

                คิ  คิริว  หยุด!   หยุดกินเดี๋ยวนี้นะ     แต่นายนั่นยังกินไม่เลิก

                ใครบอกเธอว่าฉันชื่อคิริว   ฉันชื่อไคต่างหากล่ะ   ฉันจะทนไม่ไหวแล้ว   ไอศกรีม...ม....ม

                เอ๋??  ว่าไงนะ?

                เขาตั้งท่าจะกินไอศกรีมคำต่อมาอีก     ฉันทนไม่ได้อีกต่อไป     เข้าตำรา    ฆ่าได้  แย่งไอศกรีม   ยอมไม่ได้

                นายจะชื่ออะไรฉันไม่สน    แต่เอาไอศกรีมของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้!!”   

ฉันพุ่งเข้าไปคว้ากล่องไอศกรีม   แต่นายคิริวไหวตัวทันชูมันขึ้นเหนือหัว    ทำให้ฉันแย่งมาจากเขาไม่ได้

                นายนั่นยิ้มที่มุมปากทำเอาฉันเสียวสันหลังวาบ

                ไปนั่งที่โซฟานั่นเดี๋ยวนี้     ไม่งั้นฉันจะกินนี่ของเธอให้หมด!”

                แง๊.....ตาบ้า!   นายบังอาจใช้จุดอ่อนบังคับฉัน

                แล้วฉันก็ดันไปยอมมัน

                นั่งดีๆอย่างนี้ซะตั้งแต่แรกก็รู้เรื่องกันไปแล้ว  มันพูด   ฉันมีหน้าที่ฟัง    สัญชาตญาณบอกฉันว่าขึ้นชื่อว่าคิริว   เบอร์ไหนก็ช่างร้ายกาจ    ไว้ฉันมีโอกาสเอาคืนแกเมื่อไรจับทบต้นทบดอกค่าไอศกรีมให้หมดเลย

                ตลอดเวลาเธอคิดว่าฉันเป็นคิริวงั้นหรอ   มันถาม

                ใช่   แต่ไม่รู้หรอกว่าใครเบอร์ไหนๆ

                หมายความว่าไง

                ก็นายมีสองคน   เบอร์ 1  หรือ 2 ก็ไม่รู้

                ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันเป็นคิริวล่ะ  จะถามทำไม   ก็หน้ามันเหมือนกันอย่างกับโคลนกันมา

                ส่องกระจกดูสิ

                เขาหัวเราะนิดๆ ก็บอก  คิโดโจ  ไค   นั่นชื่อของฉัน     คิริวเป็นน้องชายฝาแฝดของฉันเอง

                นามสกุลเดียวกันแต่คนละชื่อ   ทั้งๆที่หน้าเหมือนกันอย่างนี้     ก็ว่าอยู่ว่าพี่น้องจะเหมือนกันได้ขนาดนี้เชียวหรอ  เป็นฝาแฝดกันนี่เอง      แต่จะมาสาธยายบอกฉันทำไม?

                มันเกี่ยวอะไรกับฉัน    ทำไมฉันต้องสนชื่อนายด้วย       นายนั่นทำท่าจะตักไอศกรีมขึ้นอีก

                อร่อยดีนะ    ไม่ๆๆ   ยอมแล้วๆ

                เดี๋ยวๆ   ฉันจำได้แล้ว   คิโดโจ   ไค   ฉันเกลียดรอยยิ้มแบบผู้ชนะของหมอนี่จริงๆ

                ดี      เรื่องเมื่อวาน     เธอหนีฉันมาทำไม   แถมตุ๋นลูกน้องฉันซะเปื่อยหมด

                กร๊ากกกก    พูดถึงเรื่องเมื่อวานฉันยังขำไม่หาย     ฉันเนี่ย   ผู้หญิงอย่างฉันเนี่ย   บอบบางอย่างฉันเนี่ย   ได้ถีบยอดอกนายตัวร้ายอย่างไคนี่ได้      แล้วไหนจะเรื่องรถนั่นอีก    รวมถึงเรื่องรถคันนั้นด้วยหรือเปล่า   

                ใช่  รถคันนั้นฉันตั้งใจจะให้เป็นของขวัญคิริว   คิกๆ  ตอนนี้นายคงต้องไปตามเก็บชิ้นส่วนเอาแล้วล่ะ 

                ตั้งแต่นายมา   เห็นรถคันนั้นหรือยัง     ยังไม่เห็นใช่มั้ย   แล้วรู้ได้ไงว่าฉันเป็นคนเอาไป  อย่ามาใส่ความกันมั่วๆสิ    ฉันยั่ว

                ไคดูไม่มีท่าทีโกรธสักนิด    เขายิ้มเยาะ  แล้วพยักหน้าให้ลูกน้อง     พวกชุดสูทคนหนึ่งก้าวออกมา   พร้อมกับกระเป๋านักเรียนของฉันในมือ      เฮ้อ.....นี่ล่ะน้า  ผลของความสับเพร่า

                กระเป๋าเธอเนี่ยมีแต่ของแปลกๆทั้งนั้น    โทรศัพท์มือถือที่โทรออกไม่ได้     กระเป๋าสตางค์ที่มีว่างเปล่า    บัตรประชาชนปลอม   กับสมุดโน้ตรายชื่อผู้ชายเกือบร้อย       ส่วนเจ้าของ   ก็ไม่มีชื่อสำมะโนประชากรประเทศไทยเสียอีก

                จะบ้าหรอ   ฉันเป็นคนไทยจะไม่มีได้ไง     มีใครที่ไหนเขากล้าใช้บัตรประชาชนปลอมกันบ้าง   อีกอย่าง  ฉันมันจนนี่จะให้เอาเงินที่ไหนไปเติมเงินโทรศัพท์นักหนาล่ะ  ไปก่อนน้ำขุ่นๆ

                อยากได้คืนแล้วใช่มั้ยล่ะ   

                แน่ล่ะ   ก็กระเป๋านักเรียนนี่  

                เอารถมาคืนฉันสิ  ว่าไงนะ    ก็ฉัน...... แต่  ฉันคิดอะไรดีๆออกแล้ว

                ก็ได้    แต่นายต้องสัญญากับฉันอย่างนึง

                เธอมีสิทธิ์ยื่นข้อเสนอด้วยหรอไง   ไคขมวดคิ้ว   แต่ฉันยิ้มระรื่น


               

นายไคจอมเก๊กนั่นกลับไปแล้ว    ฉันมองจนรถของเขาลับตา   ก่อนเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่ไม่มีเงินเครื่องนั้น    

                ฮัลโหล    พ่อบ้าน    หาสปอร์ตสีแดงเปิดประทุนใหม่เอี่ยมให้ฉันหนึ่งคัน          จะเอาไปทำอะไรก็ช่างฉันเถอะน่า     อย่าถามมากได้มั้ย!”   

โทรศัพท์ฉัน.....ฉันก็ต้องเป็นคนใช้สิ

 

 

 

 + + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น