Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 3 : ผมค้ายา ค้าผู้หญิง ค้าของเถื่อน รีดไถ เก็บส่วย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[3] ผมค้ายา ค้าผู้หญิง ค้าของเถื่อน รีดไถ เก็บส่วย

 

                คุณหนูจะกลับบ้านหรือยังครับ  พ่อบ้านส่งยิ้มมาให้จากรถที่จอดขวางอยู่หน้าโรงเรียน    

                หน้าโรงเรียน!    โอย...ฉันปกปิดคนอื่นแทบตาย   แต่พ่อบ้านจะทำให้แผนแตกอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน!

ทำไมถึงเป็นคุณ   ฉันถาม  แล้วนี่ยังจอดรถอย่างนี้      ฉันมองไปรอบๆ  นักเรียนหลายคนเริ่มมองฉันด้วยแววตาตำหนิ

ก็มารับคุณหนูไงครับ  แต่กลัวว่าคุณหนูจะไม่เห็น   ผมก็เลย.....

หยุดเลย    กลับบ้านไปเถอะ   ฉันไม่กล้าขึ้นรถคันนี้แน่ๆ  ฉันพูดกระซิบๆเหมือนไม่ได้คุยกับพ่อบ้าน      ตอนนี้เสียงแตรรถดังระงมไปหมด

แต่คุณหนู.....

                กลับไปซะ!  แล้วเลิกทำอย่างนี้ซะด้วย       อ่อ.....ไม่ต้องตามมานะ   ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่ออกให้หมด!!!”   ฉันตวาดใส่หน้าพ่อบ้าน     แล้วก้าวออกไปตามถนนเพียงลำพัง      เหอะ!  เดินกลับเองก็ได้!


 

 

                เบื่อโว้ย~”  

ร่างสูงเอนกายลงบนโซฟาพร้อมกับบ่นออกมา     ชายอีกสองคนแต่งชุดสูทด้านหลังของเขามองตากัน   หากมองให้ดีจะเห็นว่าที่หน้าอกของสองคนนี้มีอะไรแปลกๆ  แน่ล่ะ   ด้านในนั้นมีปืนกับเครื่องป้องกันตัวมากมายซ่อนอยู่    คนหนึ่งพยับเพยิบให้อีกคน    ชายคนนั้นส่ายหัวแล้วก้าวออกมาที่โซฟา

เจ้านายเบื่อหรอครับ   

เออสิ 

เจ้านายอยากได้อะไรแก้เบื่อไหมครับ   

อะไร....

ผมไปหาไก่มาสักตัวดีไหม?  

ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจ   ก่อนพยักหน้ารับแล้วล้มตัวลงนอนหลับตา      ลูกน้องของเขาสองคนออกไปจากห้องเพื่อให้เจ้านายได้พักผ่อน    ก่อนที่ไก่จะมาเสริฟถึงที่....


 

 

                แล้วฉันก็รู้ว่าฉันคิดผิด....

                ง่า........ เพิ่งรู้ตัวว่าบ้านกับโรงเรียนมันไกลกันมากขนาดนี้     เดินมาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะถึงสักที    รู้งี้ยอมๆคุณพ่อบ้านไปซะดีกว่า

                ไม่!! ไม่ได้น้า  จะยอมไม่ได้

                แต่ต้องมาเดินกลับบ้านอย่างนี้มันก็เหนื่อยเหมือนกันนะ      วันนี้มันวันซวยแท้ๆ   ชีวิตฉันถึงวินาศสันตะโรแบบนี้

                ฉันเดินไปถอนหายใจ  เฮ้อๆ ไปตลอดทาง    เมื่อเดินมาถึงแยกๆหนึ่งก็สังเกตเห็นชายสามสี่คนใส่ชุดสูทไม่ดูดินฟ้าอากาศประเทศไทยกำลังคุยอะไรไม่รู้กับเจ้าของร้านอาหาร     พวกนั้นดูมีท่าทีหงุดหงิดมากก่อนเดินออกมาจากร้าน

                ไก่หมดเล้า    แล้วจะไปหาได้ที่ไหนเนี่ย   คนหนึ่งพูด     ฉันเกือบหลุดหัวเราะออกมา

                กร๊ากกก~    ไก่หมดเล้า     แล้วจะกินอย่างอื่นกันไม่ได้หรอไง

                ไก่หาไม่ยากหรอกลูกพี่   ชายในชุดสูทอีกคนพูด    แหม!  มีลูกพี่ลูกน้องเหมือนมาเฟียซะด้วย    แต่ว่า....ชุดที่พวกนี้ใส่มันก็คล้ายๆนะ     แว่นดำนั่นอีก     

                หาให้เจ้านายโว้ย   เอาให้มีระดับหน่อย     ไม่ใช่แบบพวกแกนะ   คนที่ดูเป็นลูกพี่นั่นตวาดจนลูกน้องหงอไปเลย   

                ฉันเดินผ่านร้านอาหารไป     พวกนี้แต่งตัวดีแต่เซ่อ    ร้านนี้ไม่มีก็ไปหาร้านอื่นดิ    ไก่ย่างห้าดาวก็มีถมเถไป     ว่าแต่รถเจ้าพวกนี้สวยดีจัง     บีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำ  

 

                ลูกพี่เห็นอย่างที่ผมเห็นมั้ย  ชายในชุดสูทคนหนึ่งกล่าวขึ้น

                อืม  เห็น  

                ลูกพี่คิดเหมือนที่ผมคิดมั้ย

                อืม   คิดว่าเหมือน

                ..............

                มัวรออะไรอยู่!    พาขึ้นรถเร็วเข้าสิ!!”  พวกลูกน้องทั้งสามคนรีบกรูกันเข้าไปล็อกตัวผู้หญิงตรงหน้า    

เฮ้ย!!!.....พวกแกจะ......... ใครคนหนึ่งได้ปิดปากเธอ   ทั้งหมดดันตัวหญิงสาวเข้ามาในรถ    ก่อนมัดมือมัดเท้า  สุดท้ายก็ใช้เทปกาวปิดปาก     แต่หญิงสาวยังดิ้นไม่เลิก    ทั้งสี่มองหน้ากัน   

 

ฉันมองหน้าพวกมันสลับกันไปมา    ฉันจะจำหน้าพวกแกให้หมดไอ้พวกเถื่อน!   แกมาจับฉันทำไมเนี่ย    พ่อจ๋าแม่จ๋า   ช่วยนิเดียด้วย..ย....   แง๊........แกอย่ามาใกล้ช้านนนน   ไอ้พวกบ้า!

มันคนหนึ่งเอาผ้าเช็ดหน้ามาปิดจมูกฉัน    ไอ้บ้า!  แกจะฆ่าฉันด้วยกลิ่นเน่าๆของผ้าเช็ดหน้าแกนี่แหละ     ฉันดิ้นรนให้พ้นๆจากกลิ่นนั่น   แต่ทำไมมันง่วงจัง!   มาง่วงอะไรตอนนี้เนี่ย!     

สติสุดท้ายขาดหายไป   แล้วฉันก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย

ออกรถ   อย่าให้เจ้านายรอนานกว่านี้    ถ้าไม่อยากตายหมู่   แล้วรถบีเอ็มดับเบิ้ลยูสีดำสนิทก็เล่นออกไปตามท้องถนน   โดยไม่มีใครสงสัยแม้แต่น้อย

 

                ฉันค่อยๆลืมตาขึ้น    บรรยากาศมันมัวๆสลัวๆ      ทำไมมันมึนๆอย่างนี้เนี่ย     แล้วที่นี่ที่ไหน?   เตียงที่บ้านมันไม่นุ่มงี้นี่หว่า?  หรือว่าเป็นเตียงที่คฤหาสน์     แต่เมื่อกี้ยังเดินไม่ถึงบ้านนี่นา?   เฮ้ย!

                ฉันดีดตัวลุกขึ้นนั่งพลางสำรวจตัวเอง     เชือกที่มัดมือมัดเท้าหายไป    เทปกาวที่แปะปากเมื่อกี้หายไป     ชายในชุดสูทสี่คนหายไป     ตอนนี้ฉันกำลังนอนอยู่บนเตียงกว้างมากๆสีน้ำตาล    ในห้องสลัวๆห้องหนึ่ง    กับ..........

                ชายร่างสูงใส่ใส่ชุดสูทสีดำ    เขายืนหันหลังให้   แต่มือที่ไพ่หลังนั่นทำให้ฉันเห็นผิวขาวๆของเขาได้ชัดเจน   เขายังหันหลังให้ฉันอยู่ขณะที่พูดว่า   ตื่นแล้วหรือ?

นายขี้เก็กนี่อาจจะเป็นคนที่อยากกินไก่     มันจับฉันมาถามหาร้านขายไก่หรือเปล่า?    แล้วฉันก็เพิ่งนึกออก   หรือว่า.......เขาอยากกินไก่เป็นๆ    อ๊ากกกกก   ฉันยังไม่อยากโดนเชือด   ฮือๆๆ

                ลูกน้องฉันบอกว่าเธอมานอนรอฉันที่ห้อง    ไม่คิดว่าเธอจะคิดหลับในเวลางานนะ   ดูพูดเข้า   นายเข้าใจผิดแล้ว   ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่านะ!

                ทำไมเงียบไปล่ะ?”   

                เขาค่อยๆหันหลังมา     ภาพที่ฉันเห็นทำเอาฉันตะลึง  งึงๆๆๆ    ก็ผมสีดำ  คิ้วสีดำ   ตาสีดำ    มีแต่ปากสีแดงกับผิวสีขาว   คิโดโจ   คิริว!!!

                คิโดโจ..........  แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยชื่อเขาออกมา   หมอนั่นก็สาวเท้าเข้ามาแล้วใช้ปลายนิ้วมือปิดปากฉันไว้ก่อน

                ยังไม่ต้องพูดชื่อฉันตอนนี้ก็ได้    เอาไว้ฉันจะทำให้เธอเรียกชื่อฉันไม่หยุดเลย   

 

                ไคอยู่มั้ย  คิโดโจ   คิริว   ถามบอดี้การ์ดหน้าห้อง

                ยะ   อยู่ครับ   

                งั้นฉันขอเข้าไปหาไคหน่อย ลูกน้องทั้งสองคนมองหน้ากัน

                ไม่ได้ครับ /ไม่ได้ครับ   ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน   คิริวขมวดคิ้ว

                อะไร???    พี่ทำอะไรอยู่งั้นหรอ?    

                เจ้านาย   เอ่อ......กินไก่อยู่ครับ   บอดี้การ์ดคนหนึ่งพูดขึ้น   

                ดีเลย!   ฉันกำลังหิวพอดี    ถอยออกไปได้แล้ว  คิริวเข้าใจไปอีกทาง    เขาผลักบอดี้การ์ดสองคนนั้นให้พ้นทางแล้วเปิดประตูเข้าไป    ชายสองคนนั้นมองหน้ากันอย่างสื่อความหมาย     ซวยอีกแล้วมั้ยล่ะ...


 

 

                ฉันดิ้นออกจากการเกาะกุมของเขาได้   แล้วพยายามคิดหาทางรอด

                ต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน.....

                เอ่อ......พวกลูกน้องคุณไปไหนหมดล่ะ   ฉันเริ่มถามคำถามแล้วค่อยๆก้าวไปที่ประตู

                อยู่ด้านนอก   ดูแลความปลอดภัยน่ะ   

                เอ่อ.......  เอาไงดีว้า   คิดเร็วๆสิ    ว๊ากกกก   มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว   คุณทำอาชีพอะไรหรอ?  

                เออ....พิศดารดี  แต่ก็เข้าท่าแฮะ

                ชายหนุ่มเลิกคิ้ว    ทำไมผู้หญิงคนนี้เล่นตัวนักล่ะ     แล้วเขาก็เหยียดยิ้มที่มุมปากเพราะเข้าใจว่าหญิงสาวเล่นตัวเพื่อหวังให้ได้ค่าตัวสูงๆ      ชายหนุ่มตรงรี่เข้าไปพร้อมกับโอบหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน     ถึงจะเล่นตัว   แต่พวกข้างนอกก็หาได้ดี   ร่างบางอรชร    ผิวขาว   ผมหอมละมุน   กับดวงตาสีเขียวมีเสน่ห์   แถมยังเป็นนักเรียนซะด้วย     

                จู่ๆ เขาก็นึกอยากแกล้งเธอขึ้นมา ผมค้ายา   ค้าผู้หญิง   ค้าของเถื่อน   รีดไถ   เก็บส่วย    นี่แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นนะ   

                เอิ๊ก!   เลวบริสุทธิ์    แล้วฉันจะหนีรอดจากนายได้อย่างง๊ายย    โอบฉันอย่างนี้ฉันจะมีปัญญาไปถึงประตูมั้ยเนี่ย    พ่อบ้านทำไมไม่ส่งคนตามมาช่วยช้าน    กลับไปแม่จะไล่ออกยกโคตรเลยคอยดู   ฮือๆๆๆๆ

                เอ่อ.......อาบน้ำ    ใช่!   อาบน้ำก่อนดีมั้ยคะอาบน้ำ   ฉันเสนอ    ตานั่นดูมีท่าทีสนใจ

                ดีเหมือนกัน   มันปล่อยฉันออกจากวงแขนแล้วเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าเช็ดตัวออกมา   แล้วดิ่งไปที่ห้องน้ำ     

                พอนายออกมาฉันก็ไม่อยู่แล้วล่ะ!     

                แต่จู่ๆ เขาก็หันกลับมาหาฉัน    แล้วพูดสิ่งที่ทำเอาฉันฝันสลาย  อ้าว   ยืนทำอะไรอยู่    เข้ามาอาบให้ฉันสิ   หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลย

                โอ๊ะๆ  โอ้ย!”  ฉันร้องออกมา   แล้วล้มลงกับพื้น   มือหนึ่งเท้าแขนไว้อีกมือบีบเท้าข้างซ้ายเบาๆ

                เป็นอะไรหรือเปล่า?  มันวางผ้าเช็ดตัวแล้วเดินมาหาฉัน

                เจ็บข้อเท้าน่ะ  ฉันบอกมัน

                ทำอะไรมาถึงเจ็บ ว๊ายๆ  มันเริ่มขมวดคิ้วแล้ว   อย่าเพิ่งโกรธนะ

                คือ.....ฉันตกบันไดบ้านน่ะ  เพี้ยง~   เชื่อฉันที่เถอะ

                มานี่ดีกว่านะ   เขาอุ้มฉันขึ้นแล้วพาไปวางไว้ที่เตียง   จากนั้นก็นั่งลงกับพื้นแล้วคว้าเท้าของฉันขึ้นมาดู

                ผลั๊ก!!!!

                ก่อนที่มันจะได้ทำอย่างอื่นฉันก็ถีบยอดอกของมันไปเต็มๆ  แล้ววิ่งมาที่ประตูก่อนเปิดมัน

                หยุดนะ!!!   จะไปไหนน่ะ

                พี่   ผมกินไก่ด้วยคนสิ

                ..............

                เฮือก!   มัน   มันมาดักหน้าฉันที่หน้าห้องได้อย่างไง    ฉันหันหลังกลับเข้าห้อง      เฮ้ย!  แล้วมันมาดักฉันในห้องได้อย่างไงอีก    ฉันมองกลับไปกลับมา     หรือว่ามันจะมีสองร่าง     

                ร่างเดียวฉันก็จะไม่รอดแกอยู่แล้วน้า~.........

                คิริว  /  ไค

                โอ้ย.......ย.......  ฉันจะเป็นลม!!

 

                นั่นพี่จะทำอะไร  คิริวเบอร์ 1 ถาม

                ฉันกำลังจะกินไก่น่ะสิ!”  คิริวเบอร์ 2 ตอบ   ดูมันหงุดหงิดนิดๆด้วย

                ไก่?!?  นี่มันคนชัดๆ  คิริวเบอร์ 1  ชี้มาที่ฉัน  แต่พวกมันสองคนก็ไม่ได้หันมา

                แกมาทำเป็นอ่อนต่อโลกหน่อยเลย   เห็นๆอยู่   คิริวเบอร์ 2  ขึ้นเสียง

                ฉันไม่ได้อ่อนต่อโลกนะ!”  

                ฉันก็ไม่คิดอย่างนั้น    แต่การที่นายทะเล่อทะล่าเข้ามามันฟ้อง

                ว่าไงนะ...

                พวกมันสองคนทะเลาะกันจนลืมฉันไปแล้ว     แค่มีคิริวคนเดียวฉันก็ปวดหัวกับมันจะแย่อยู่แล้ว   มันดันมีคิริวสองคนแล้วดันโคลนนิ่งกันมาเปี๊ยบ!    

                ฉันค่อยๆย่องมาที่ประตูทีละนิดๆ    ไม่มีเบอร์ 1  หรือ 2  ที่สนใจฉัน    ฉันค่อยๆเปิดประตูออกแล้วก้าวออกมาอย่างเงียบเชียบที่สุด    แต่ในใจก็ยังหวั่นๆว่าจะมีคิริวเบอร์ 3 4 5 6 อยู่ที่หน้าประตูอีก

                เฮ้ย!!”    นี่ฉันยังไม่พ้นเคราะห์กรรมอีกหรอเนี่ย     ก็พวกชุดสูทน่ะสิ    ยืนจังก้าอยู่หน้าห้องตั้งสองคน

                มาทำอะไรตรงนี้   คนหนึ่งถามฉัน

                คะ   คุณ  คิริวให้ฉันกลับบ้าน   มั่วไปซะเลย

                อืม    แล้วเธอจะกลับอย่างไง   พวกมันเชื่อ   วู้ว!

                ไม่เป็นไร    ฉันกลับเองได้  พวกนั้นปล่อยฉันออกมา   ฟู่!  รอดแล้ว

                เดี๋ยว..   อะจ๊าก!    พ่อแก้ว  แม่แก้ว  รอดครั้งนี้ลูกจะ  จะ  จะเลิกฆ่าจิ้งจก  ตุ๊กแก  แมลงสาบ  หนู  อ่อ  แมงมุมด้วยเลย เอ้า!

                เจ้านายว่าอะไรพวกเราหรือเปล่าที่ให้คุณคิริวเข้าไป  ฟู่!  ทำฉันตกใจหมด

                เปล่า   ไม่มีอะไร   สบายใจได้  

                พวกมันไม่ซักฉันต่อ   ฉันเลยเดินไปเรื่อยๆ  คิดว่าให้ไกลจากห้องนั้นที่สุด       แต่บ้านนี่มันดันใหญ่ซะเหลือเกินแล้วฉันจะหาทางออกเจอมั้ยเนี่ย       แต่แล้ว...ฉันเจอบันไดอยู่ที่ด้านขวามือเมื่อเดินไปสักพัก    โชค!   นี่เป็นชั้นสอง   บันไดนั่นพาลงไปที่ประตูหน้าพอดี   ฉันก้าวฉับๆ ให้เร็วที่สุด  โดยพยายามไม่ให้มีพิรุธ      ถึงแล้ว!  โลกภายนอกของช้าน......

                มองซ้ายมองขวาฉันก็เจอรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงคันหนึ่งจอดอยู่เยื้องๆประตูบ้านไปหน่อย    ฉันเกร่เข้าไปใกล้ๆ  เจ๋ง!  มันมีกุญแจเสียบคาอยู่      แล้วฉันก็เริ่มมองเห็นทางรอด

                ฉันขึ้นรถคันนั้นแล้วสตาร์ทมัน     จากนั้นขับออกไปที่ประตูรั้วที่อยู่ห่างออกไป  เจอกับด่านสุดท้ายแล้ว

                เปิดประตูสิ  ฉันบอกยามที่เฝ้าประตู    ที่หน้าอกเขามีอะไรนูนๆซึ่งฉันคิดว่ามันคงเป็นปืน

                นั่นรถคุณคิริว    เธอจะเอาไปไหน   ยามมีท่าทีสงสัยอย่างเห็นได้ชัด   เขาเอามือลูบหน้าอกไปมา

                นี่!   ถ้านายยังไม่รู้    ฉันคบกับเขาอยู่ตอนนี้    แล้วรถคันนี้เขาให้ฉันยืมเพื่อขับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้าน    เราสองคนจะอยู่ด้วยกันคืนนี้  ฉันคิดว่าไอ้คิริวมันคงเป็นพวกบ้าผู้หญิง   เรื่องพาผู้หญิงมาค้างคงไม่แปลก   

                ไม่เชื่อนายโทรถามคุณคิริวดูก็ได้    แต่ฉันไม่มั่นใจว่าเขาจะยอมได้หรือเปล่า ที่นายหยาบคายกับแฟนของเขา      นายคงไม่เคยเห็นสายตาของเขาตอนที่ฉันบอกว่าขอมาเก็บเสื้อผ้าแปปเดียวหรอก    มัน.........

                ผมขอโทษครับคุณผู้หญิง    เชิญเลยครับ    ยามเปิดประตูรถให้     ยังห่างกับฉันอีกหลายขุมอ่ะนะ

                ฉันเหยียบคันเร่งจนมิด    รถสปอร์ตคันนั้นพุ่งไปตามถนนพร้อมๆกับหัวใจอันเริงร่าของฉันที่รอดพ้นจากวิกฤตมาได้   แถมรถสปอร์ตคันงามอีกหนึ่งคัน

                


                ไล่ออก!!!”  ชายหนุ่มขบกรามแน่น   ไม่เคยมีใครบังอาจลูบคมเขาได้ขนาดนี้      

                เขากับน้องชายเถียงกันเล็กๆน้อยเท่านั้น    กลับเปิดโอกาสให้แม่ผู้หญิงคนนั้นหนีไปได้      ลูกน้องเซ่อๆพวกนี้ก็ไม่รู้จะเลี้ยงไว้ทำไมให้เสียข้าวสุก      

                ไปสืบมาว่าแม่นั่นเป็นใคร    ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่ได้ที่อยู่ของผู้หญิงคนนั้น     พวกแกทุกคนเตรียมขอวีซ่าไปนรกได้เลย.. 

                

                ฉันนั่งคิดมาในรถ    รถสปอร์ตคันนี้สะดุดตา         ถ้าฉันคิดจะใช้รถคันนี้ต่อไปก็เป็นการเปิดทางให้พวกมันตามหาฉันเจอไวขึ้นเปล่าๆ     

                ฉันน่าจะตอบแทนพวกมันสักหน่อย

                ฉันจอดรถที่ย่านชุมชนแห่งหนึ่ง    พร้อมกับกุญแจที่เสียบคาไว้        แบบนี้ก็ถือว่าฉันคืนรถให้เขาในสภาพเดิมแล้วนะ  เพียงแต่ไม่อยู่ที่เดิมเท่านั้นเอง

                ฉันก้าวเดินไปในยามราตรีนั้น    แต่ไม่สับเพร่าเหมือนตอนแรก     ฉันขอยืมเหรียญจากคนแถวนั้น     เป็นครั้งแรกในรอบสองปีที่ฉันยอมอ่อนข้อให้กับพ่อบ้าน    ด้วยการโทรบอกให้เขาส่งรถมารับ

                ทันทีที่รถมาถึง   ฉันรีบก้าวขึ้นไปทันที     อุ่นใจที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง      ตลอดทางฉันเอาแต่จินตนาการว่า   ถ้าคิริวได้มาเห็นสปอร์ตคันงามของตัวเองถูกแยกขึ้นส่วนออกเป็นชิ้นๆ แล้วส่งออกต่างประเทศจะทำหน้าอย่างไงกันนะ

+ + - - 
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น