Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 23 : ออกมาเจอกันหน่อยได้มั้ย?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 325
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51


+ + - -

[23] ออกมาเจอฉันหน่อยได้มั้ย...

 

                กริ๊ง    กริ๊ง    กริ๊ง

ร่างบางของหญิงสาวพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอน     ด้วยว่าดึกดื่นขนาดนี้แล้วเสียงโทรศัพท์ยังคงดังติดต่อไม่หยุดมากว่าสิบนาที     ขนาดเจ้าตัวใช้ทั้งหมอนทั้งผ้าห่มปิดหูไว้ก็ไม่ช่วยลดเสียงแสบแก้วหูนั้นได้เลย

ทั้งผ้าห่มและหมอนถูกโยนออกไปข้างลำตัว      นิเดียในสภาพที่งัวเงียถึงที่สุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง   พลางสายตาก็พยายามสอดส่ายหาเจ้าโทรศัพท์ตัวปัญหา     ไม่นานหลังจากนั้นโทรศัพท์มือถือของเธอก็ถูกกดรับสายด้วยอารมณ์เซ็งสุดๆ

“Hi”  ฉันทักให้เป็นกลางไว้ก่อน     ใครก็ไม่รู้ดันโทรมาได้ตอนเที่ยงคืน   ฉันจะบ้าตาย

นิเดีย   แม่เอง   เอิ๊ก!   แม่ฉันโทรมาทำไมกันเนี่ย

หรือว่าจะมาหลอกอะไรฉันอีก       ไม่เอาแล้ว     โกรธแม่แล้ว

ค่ะ    ฉันพูดสั้นๆ  ห้วนๆ

แม่ขอโทษที่โทรมาดึกเกินไป    แต่แม่ทนรอไม่ไหวแล้วที่จะบอกเรื่องนี้กับลูกนะ   แน่ะ!  รู้ทั้งรู้ว่าดึกก็ยังโทรมา    นี่มันจงใจแกล้งกันชัดๆ

ค่ะ    

นิเดีย   แม่รู้ว่าลูกยังโกรธที่พ่อกับแม่หลอกลูก     แต่ว่าเรา........

คะ?

จะเป็นอย่างไงนิเดียถ้าพ่อกับแม่จะกลับมาคืนดีกันอีก

หา!   พ่อกับแม่จะกลับมาคืนดีกัน    สวรรค์ไม่ได้หลอกฉันเล่นใช่มั้ย     พ่อกับแม่    ครอบครัวของเรา

ดีที่สุดเลยค่ะแม่!    แม่ไม่ได้หลอกนิเดียเล่นใช่มั้ยคะ    ฉันโพลงออกไปโดยลืมว่าเมื่อกี้ตัวเองเพิ่งจะแสดงออกว่าโกรธแม่อยู่แท้ๆ

ฉันได้ยินเสียงแม่หัวเราะเบาๆดังมาจากปลายสาย     ส่วนฉันก็ได้แต่ยิ้มแก้มปริ

แล้วเราทั้งหมดจะย้ายกลับไปอเมริกากันหรือเปล่าคะ    เราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ  ฉันถามอย่างตื่นเต้น

ยังหรอกจ้ะ    แม่กับพ่อเพิ่งจะคืนดีกันเมื่อสักสองชั่วโมงก่อนหน้านี้เท่านั้นเอง    เรื่องนั้น.........

ไม่เป็นไรค่ะ   ไว้ก่อนก็ได้

มีอีกเรื่องนึงที่แม่อยากจะบอกลูก     คือพ่อกับแม่........

พ่อกับแม่จะมีน้องให้นิเดียหรอคะ?   ฉันถามตัดหน้าแม่   

เฮ้ย!   ไม่ใช่    แต่จะว่าไปอีกหน่อยก็ไม่แน่เหมือนกันนะW      อ่ะนะแม่

แล้วเรื่องอะไรหรอคะ

นิเดีย    พ่อกับแม่ตกลงกันแล้วว่าจะเลิกยุ่งวุ่นวายเรื่องของลูกอีก

แม่หมายถึง..........

ใช่   เรื่องคู่หมั้นของลูก     ลูกจะหมั้นหรือไม่หมั้นกับใคร    เป็นสิทธิ์ของลูกนะ

รู้สึกดีจังเลย       แค่พ่อกับแม่คืนดีกัน    ทุกอย่างมันแทบจะเปลี่ยนจะหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้เชียวหรอ      พ่อกับแม่จะตามใจฉันขนาดนั้นเชียว

ค่ะ

ถ้าลูกอยากจะถอนหมั้นกับสองคนนั้น    พ่อกับแม่ก็ไม่ว่านะ

ค่ะ

หัวใจฉันมันพองโตเหลือเกิน      ในที่สุดฉันกับพ่อแม่ก็เข้าใจกันสักที      ตื่นเต้นชะมัดเลย        สงสัยจังว่าคืนนี้จะนอนหลับมั้ยนะ

 

 

เช้าวันใหม่กับอาหารเช้าที่แสนจะเอร็ดอร่อย      ก็แหมคนมันมีความสุขนี่นากินอะไรมันก็อร่อยไปหมดแหละนะ

พ่อบ้าน   เติมๆ

ฉันเลื่อนตัวออกห่างชามข้าวต้มให้พ่อบ้านเติมให้ถนัดๆ     พ่อบ้านตักข้าวต้มใส่ชามมาแค่เล็กน้อยเท่านั้น    แถมตอนที่ยกกลับไปยังทำท่าว่าที่ตักให้ฉันมันจะเยอะเกินไปเสียนี่

เยอะหน่อยซี่     ไม่ต้องละ    นิเดียตักเองดีกว่า

ฉันตักข้าวต้มใส่ชามเท่ากับจำนวนที่ฉันเพิ่งกินไปเมื่อกี้      ทำเอาทั้งคิริว    พ่อบ้าน   กระทั่งพี่เลี้ยงแปลกใจไปตามๆกัน

วิญญาณยัยตะกละเข้าสิงอีกแล้วหรอ     ไม่ต้องเลยนะคิริว   หลอกด่ากันอีกละ    แต่คนมันอารมณ์ดี   นายจะว่าอะไรฉันยอมให้วันนึงล่ะกัน

ฉันส่งยิ้มให้แล้วกินอาหารเช้าตรงหน้าต่อไป      ไอ้ที่แปลกใจอยู่แล้ว    ตอนนี้พวกนั้นคงจะเป็นอะไรที่คล้ายๆกับตกตะลึง

เธอจะไม่เถียงสักคำ  

ฉันยิ้มอีก

คิริวทำหน้าแหย    แปลกไปนะนิเดีย      ฉันพลาดอะไรหรือเปล่าเนี่ย

เปล่าเลย

คิริวยังงง    แต่ดูเหมือนทั้งพ่อบ้านทั้งพี่เลี้ยงฝากความหวังไว้ที่คิริวคนเดียวแล้วว่าจะถามฉันได้หรือเปล่าว่าฉันดีใจเรื่องอะไร    หุหุ   ยาก

แปลกนะเธอเนี่ย

ฉันน่ะปกติ    นายสิแปลก    ฉันดื่มน้ำแล้วแลบลิ้นให้คิริว    ก่อนเช็ดปาก

อิ่มละ     ไปที่ห้องหนังสือดีกว่า      ฉันลุกจากที่นั่ง

เดี๋ยว!”   คิริวเรียก

อะไรของนายอีก   ฉันถามอย่างเซ็งๆ

อ่านหนังสือพิมพ์วันนี้หรือยัง      โห......คิริว    นายถามออกมาได้ไง     ร้อยวันพันชาติฉันก็ไม่เคยได้อ่านอยู่แล้ว   ดันมาถามได้ว่าอ่านหรือยัง

ยัง

งั้นก็อ่านซะสิ    นั่น!  ฉันว่าไม่อ่าน    นายก็ยังบังคับให้อ่านอีก

คิริวยื่นหนังสือพิมพ์ให้ฉัน     ฉันรับมาอย่างเสียไม่ได้

ฉันคลี่หนังสือพิมพ์ออกแล้วยืนอ่านมันตรงนั้น    เคยอ่านซะที่ไหนกันเนี่ยหนังสือพิมพ์     ว่าแต่คิริวอยากให้ฉันอ่านอะไรกันล่ะ

อ่านหน้าแรกก่อนซี่     นี่เธอไม่เคยอ่านหนังสือพิมพ์หรือไง    ยังจะมาว่าอีกนะนายนี่    อุตส่าห์อ่านตามที่บอกแล้วนะ

หึ!”

ฉันปิดหนังสือพิมพ์แล้วอ่านหน้าหนึ่ง     ทีแรกว่าจะอ่านผ่านๆ    แต่ตัวหนังสือตัวโตบนหน้าหนังสือนั่นมีชื่อคนสองคนที่ฉันรู้จักเป็นอย่างดี

มิตเตอร์คาร์ลราชาน้ำมันประกาศถอนหุ้นจากธุรกิจดาวเทียมของคิโดโจ  ไค    แม้จะสูญเงินค่าปรับกว่าร้อยล้าน     โดยอ้างว่าไคทำผิดสัญญา     แต่ถึงอย่างนั้นไคก็ยังต้องกุมขมับเพราะเพียงร้อยล้านเทียบไม่ได้เลยกับเงินลงทุนกว่าหมื่นล้านที่สูญไป

ฉันวางหนังสือลงกับโต๊ะ      พ่อถอนหุ้นจากธุรกิจของไค      แล้วอย่างนี้ไค     ไคจะเป็นอย่างไงกันนะ

ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ   คิริวถาม

ฉันปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนตอบ   ไม่มีอะไรนี่

ฉันบอกแล้วว่าไคหมั้นกับเธอเพราะธุรกิจ   

พอเขาถอนหมั้น     พ่อก็ถอนหุ้นเหมือนกันอย่างนั้นใช่มั้ย

อืม

มันเป็นเรื่องจริงหรอเนี่ย     เรื่องที่ฉันพยายามจะไม่เชื่อตลอดมา    แต่ไคก็เป็นคนยอมรับเรื่องนี้กับฉันเองนี่นา      ถ้าเขารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้แล้วเขายังจะถอนหมั้นกับฉันทำไมนะ       ทั้งๆที่นายทุ่มเวลาทั้งหมดที่อยู่ที่เมืองไทยกับธุรกิจดาวเทียมของนายแท้ๆ

ไม่เห็นจะกระทบตรงไหน    เดี๋ยวพ่อของนายก็คงยื่นมือเข้ามาช่วยไคแหละน่า   ฉันแกล้งพูดเหมือนไม่ใส่ใจนัก

ไม่หรอก   พ่อไม่ช่วยไคแน่   

ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ

ก็ไคทำผิดต่อพ่อน่ะสิ     คุณคาร์ลเป็นเพื่อนพ่อ     เขาถอนหมั้นกับเธอก็ถือว่าหักหน้าพ่ออย่างที่สุด     พ่อไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยแน่    ดังนั้นถ้าเขาพยายามกลับมาหมั้นกับเธอตอนนี้ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่าเขาทำเพราะต้องการให้ธุรกิจดาวเทียมของเขามีอนาคตขึ้นมาอีก

คิริวพูดออกมาหน้าตาเฉย      ทำไมนายต้องตอกย้ำฉันด้วยนะคิริว     ตอกย้ำว่าไคไม่เคยจริงใจกับฉันน่ะหรือ      

ไค  ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่ผ่านมา     นายทำเพราะความจำเป็นทางธุรกิจจริงๆ

 

ฉันเดินวนไปวนมาในห้องมาร่วมชั่วโมงแล้ว     ก็คนมันกลุ้มนี่นา     ถึงจะไม่ใช่เรื่องของตัวเองก็เถอะ        ยังไงฉันก็ต้องกลุ้ม     เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับคนคนนั้น    ฉันหมายถึงพ่อฉันหรอกนะ

ก็ใครจะอยากให้พ่อไปทำลายชีวิตคนอื่นกันเล่า     ถ้าพ่อถอนหุ้น  ไคก็จบน่ะสิงานนี้

พูดจริงๆว่าฉันเปล่าเป็นห่วงไค    จริงๆนะเออ

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถือไว้ในมือจนตอนนี้มันชุ่มเหงื่อจากมือฉันไปหมด      ตาก็จ้องโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ    ฉันเปิดเบอร์พ่อขึ้นมาตั้งนานแล้ว    แต่ไม่กล้ากดโทรออกสักที     เอานิ้วจิ้มขึ้นจิ้มลงมาพักนึงแล้ว

แล้วป่านนี้    นายคนต้นเหตุจะเป็นอย่างไงบ้างนะ

เฮ้ย!    ไหนว่าไม่ได้ห่วงตานั่นไง

แต่มันก็อดคิดไม่ได้หรอกนะ     เกิดเสียใจจนเป็นบ้าฆ่าตัวตายไปทำไง      จากนักธุรกิจดาวรุ่งไฟแรง    กลายเป็นนักธุรกิจดาวร่วงดับอนาถแค่ชั่วข้ามคืนที่พ่อกับแม่ฉันคืนดีกันเท่านั้นเอง

แต่นายผิดเองที่ถอนหมั้นฉัน     นายทำให้ฉันร้องไห้    ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าทำไม

ผิดเองที่ไม่หมั้นกับฉันให้นานกว่านี้      ให้ฉันรู้ก่อนว่าทำไมนายทิ้งฉันไปแล้วฉันต้องร้องไห้ด้วย    นายไคบ้า!  ปัญญาอ่อนที่สุด!

ระหว่างที่ฉันกำลังเหม่อๆ   จู่ๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น  พร้อมกับโทรศัพท์ที่สั่นเสียจนฉันตกใจเกือบทำมันหล่นอยู่แล้วเชียว

ฉันก้มดูเบอร์ที่โชว์อยู่    เบอร์นี้ไม่ได้เมมไว้นี่นา      ฉันกดรับ  แต่ก็ระแวงเหมือนกันว่าอาจจะเป็นพวกโรคจิต

“Hi”   ทักเป็นกลางเหมือนเคย

“Hi”

เสียงทักตอบกลับมาทุ้มต่ำเหมือนเสียงผู้ชาย    จะว่าไปเสียงนี้มันดูคุ้นๆเหมือนกันนะ

“Who?”  ฉันถามด้วยความสงสัย    แอบห้วนนิดๆ  เพราะไม่พอใจที่อีตานี่มาขัดจังหวะการตัดสินใจโทรหาพ่อของฉัน

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง    ฉันเกือบจะวางอยู่แล้วตอนที่นายคนนั้นพูดอีกครั้ง     -  นิเดีย   ฉันเอง

โห.......มันรู้ชื่อฉันด้วย     แล้วไอ้ฉันเองนี่มันฉันไหน     ชั้นไหนไม่ทราบ    ชั้นหนึ่ง    ชั้นสอง   ชั้นบน   ชั้นล่าง 

ไค

นายไม่รู้หรอไงว่าตัวเองเป็นใคร  ดันมาถามฉัน    ด่ามันซะเลย    ว่าแล้วไอ้นี่โรคจิตแหง    (นางเอกเราเข้าใจผิดระหว่าง ไค  กับใคร  <<  เฮ้อ.....เซ่อจริงๆนะเธอ)

ก็ฉันเนี่ย   ไค

นี่ถ้านายยังกวนประสาทไม่เลิก   ฉันจะวางแล้วนะ

ถ้าเธอยังจำคิโดโจ   ไค  ไม่ได้   ก็ช่วยวางเถอะ   ฉันไม่ได้โทรมาฟังเธอด่านะ     เอิ๊ก!   ไค  หรอกหรอ

หน้าแตกเลยไหมล่ะฉัน      ว่าแต่   นายนี่ไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหนล่ะ

อ้าว   แหะๆ    ว่าแต่นายไปเอาเบอร์ฉันมาจากไหนกันยะ    ถามแก้เก้อน่ะ

จะรู้ไปทำไม      ฉันไม่บอกหรอก    นายนี่......ตั้งใจจะโทรมากวนประสาทกันจริงๆหรอไง

งั้นโทรมาทำไมไม่ทราบ   อ่อ   ถ้านายไม่บอกก็รีบวางซะเลย

ก็แค่อยากคุย    ถ้าเธอไม่ว่าง  ฉันวางก็ได้   แล้วปลายสายก็เงียบไปเลย

นี่ๆ    อย่าเพิ่งวาง     ฉันว่างก็ได้

จริงหรอ     แน่ะ   ถามปัญญาอ่อนอีกละ

จะโกหกทำไมกันล่ะ    ฉันไม่ใช่นายนะ  ที่จะสัญญามั่วซั่วแล้วกลับคำง่ายๆนะ    กัดมันซะเลย   ฮาๆๆ

ขอโทษนะนิเดีย    ฉันเหนื่อยจนเถียงกับเธอไม่ไหวแล้วล่ะ     ตั้งแต่คุยมาฉันก็เพิ่งสังเกตนี่แหละว่าเสียงของเขามันดูหมดอาลัยตายอยากยังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน

คงจะเป็นเพราะเรื่องนั้น    ฉันนี่กัดเป็นหมาบ้าไปได้      ดันลืมว่าไคเจอเรื่องหนักมากๆอยู่

งั้นมีอะไรกันล่ะ  ฉันปรับเสียงให้อ่อนลง

ออกมาเจอฉันหน่อยได้มั้ย.....

ฉันไม่อยากจะเชื่อหูเลย     คนที่หนีฉันมาตลอด    กลับโทรให้ฉันออกไปหาเนี่ยนะ

แล้วคิริวล่ะ   ฉันอยากจะตบปากตัวเองสักร้อยที (ถ้าไม่กลัวปากเจ่อไม่สวยก็คงทำไปแล้ว)    ดันไปถามคำถามปัญญาอ่อนเหมือนไคอีกนะฉัน

ถ้าเธอไม่สะดวก......

ว่าแต่นายจะให้ฉันไปเจอที่ไหนนะ     ฉันตัดบทมันซะเลย

ยังไงตอนนี้ไคก็ต้องการฉันมากกว่าคิริว     แล้วอีกอย่าง    เหมือนเอนไซม์ปัญญาอ่อนบางอย่างสั่งการสมองฉันว่า    ออกไปเจอเขาเดี๋ยวนี้นะยัยนิเดียหน้าโง่    อะไรประมาณนั้นเลย      ถึงแม้ว่าในส่วนลึกของจิตใจจะมีคำพูดของคิริวดังก้อง  ให้บาดใจในความโง่ของตัวเองอยู่ก็ตามที

 

ถ้าเขาพยายามกลับมาหมั้นกับเธอตอนนี้    ก็ขอให้รู้ไว้เลยว่าเขาทำเพราะต้องการให้ธุรกิจของเขามีอนาคตขึ้นมาอีก

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น