Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 22 : คนคนนั้นไม่ใช่คิริว แต่เป็นนาย 'ไค'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[22] คนคนนั้นไม่ใช่คิริว  แต่เป็นนาย   ไค

 

                คุณคิริว  โทรศัพท์ครับ

                คิริวพยักหน้าเล็กน้อยแล้วรับโทรศัพท์จากคนของไคที่ส่งมาดูแลเขา   

                สวัสดีครับ  คิริวพูด

                - คิริว  นี่แม่เองนะ -

                คิริวแปลกใจเล็กน้อย   แต่ก็ยังพูดโทรศัพท์ต่อไป   ครับแม่     แม่สบายดีหรือเปล่าสาวน้อยของผม

                - แม่สบายดีจ้ะ   แล้วลูกล่ะ

                ครับ

                เสียงทางปลายสายเว้นวรรคไปช่วงหนึ่งก่อนพูดขึ้นอีก   - แม่ได้ยินมาว่า    ไคจะถอนหมั้น

                ครับ   แต่เขายัง.............

                - คิริว    มหาวิทยาลัยที่ปารีสตอบรับลูกมาแล้วนะ

                คิริวอึ้งไปกับคำพูดนั้น   แล้วพ่อ........

- การที่ลูกประชดพ่อด้วยการเรียนศิลปะทุกที่ที่ขึ้นชื่อว่าศิลปะดัง   แต่ไม่ยอมเรียนมหาวิทยาลัยสักที   ทำให้พ่อของลูกอนุญาตให้ลูกเรียนศิลปะได้  ถ้าลูกต้องการ  แม่.... -

หมายความว่าไงกันแน่   คิริวพูดแทรกขึ้นมา

- คิริว    ไคเป็นลูกคนโต   พ่อเขาเลยอยากให้ไค.........

พอซะทีเถอะครับ!  ผมไม่มีทางถอนหมั้นกับนิเดียเด็ดขาด!”

คิริววางสายไปโดยไม่สนใจปลายสายที่เป็นกังวลใจอย่างที่สุดสักน้อย     เขาไม่ต้องการรับรู้ความจำเป็นของใครทั้งนั้น   เพราะตอนนี้ความจำเป็นของหัวใจเขานั้นสำคัญกว่า      เขาไม่มีทางยอมยกนิเดียให้ไคเป็นอันขาด     นิเดียมีสิทธิ์ที่จะเลือก     ถ้าถึงที่สุดแล้วนิเดียไม่ได้เลือกเขา    นั่นละเขาถึงจะไป

 

 

เซ็ง   เซ็ง   เซ็ง    ทำไมปิดเทอมของฉันมันถึงได้น่าเบื่อแบบนี้....

ฉันกำลังเดินสำรวจบ้านหาคนคุยด้วยสักหน่อย      ตอนนี้ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ    คิริวนั่นเอง

ฉันเดินมาจนเกือบทั่วบ้านแล้วยังไม่เจอเขาเลย     เหลือแค่สวนหน้าบ้านเท่านั้นเอง     ฉันเลยเดินไปทางนั้น   แล้วฉันก็เห็นร่างสูงของใครคนหนึ่งอยู่ที่สนามหญ้า    นั่นน่าจะเป็นคิริวนะ

ฉันดิ่งไปหาเขาทันที      พอใกล้มากเข้าก็เห็นว่าชายคนนั้นยืนหันหลังให้   เขาใส่สูทสีดำ    วันนี้คิริวนึกครึ้มอะไรขึ้นมาของเขานะ

คิริว   ฉันเรียกเมื่อเดินมาถึง

ชายคนนั้นค่อยๆหันหลังกลับมาช้าๆ   แววตาที่บ่งบอกว่าคนที่อยู่ตรงฉันไม่ใช่คิริว     เขาดูอึ้งๆเมื่อเห็นฉัน    แต่ฉันกลับรู้สึกหลายอย่างปนกัน     ทั้งดีใจ   ทั้งตกใจ  และทั้งเสียใจ    รวมไปถึงผิดหวังในตัวชายคนนี้    ก็ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าฉันเป็นไคนั่นเอง

ไคคนที่ทิ้งฉันไปแล้ว

หลังจากวันที่ไปส่งพี่อากิระ     ไคแยกกลับคนเดียวแล้วเขาก็ไม่ได้กลับมาที่บ้านฉัน    วันนั้นเขาให้ลูกน้องมาเก็บของออกจากบ้านฉันไป      และฉันก็ไม่ได้รับการติดต่อจากเขาอีกเลย      นอกจากที่คิริวบอกว่าเขาจะถอนหมั้นจากฉัน

แล้วเขามาที่นี่ทำไมอีกนะ

อ่อ........นิเดีย   เสียงของเขาทำไมมันบาดใจฉันจังเลย    ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย

สวัสดีไค   ฉันพยายามทำตัวให้เป็นปกติ    ไคเองก็เช่นกัน

สวัสดี

ไคพูดแค่นั้นก็เงียบไป    ฉันเองก็ไม่อาจบอกได้เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่    เขาอาจจะอึดอัดที่อยู่กับฉันก็ได้

มาหาใครหรอ   ฉันถามเพราะไม่ต้องการให้ความเงียบปกคลุมระหว่างฉันกับเขา      แต่ในใจก็แอบคิดลึกๆว่า  บางทีไคอาจจะมาหาฉันก็ได้     แต่ทำไมฉันต้องรอลุ้นกับเรื่องนี้ด้วยนะ

ฉันมาหาคิริว    ไคตอบ    

งั้นหรอ    บ้าจริงฉัน   ไปหวังว่านายนั่นจะมาหาตัวเองได้อย่างไงกันนะ      

แล้วทำไมนายถึงมารอที่นี่ไม่ไปรอที่ห้องรับแขกล่ะ   ฉันถามแก้เก้อ

คิริวนัดที่นี่     ไม่จริงหรอก     นายไม่ต้องการเจอฉันมากกว่า

เงียบ    เงียบอีกแล้ว    ไม่มีอะไรดีกว่าความเงียบแล้วหรือไง

ผ่านไปสักพักฉันก็เริ่มทนกับความเงียบของไคไม่ไหว     เหมือนว่าเขากำลังใช้ความเงียบไล่ฉันทางอ้อมงั้นแหละ

ฉันไปล่ะ   ฉันพูดแล้วทำท่าจะก้าวเดินออกมา

ไม่มีท่าทีว่าไคจะเรียกฉันไว้     มันทำให้ฉันเจ็บแปลบในใจ     ทนไม่ไหวแล้วนะ     วันนี้นายต้องคุยกับฉันให้รู้เรื่อง!

ฉันหันหลังกับมาเผชิญหน้ากับไคอีกครั้ง   คิริวบอกว่านายจะถอนหมั้นกับฉัน  

ไคไม่มีท่าทีแปลกใจ    แต่เขาก็ไม่แสดงอาการอะไรออกมา

นายไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น!”

ไคขมวดคิ้ว   ทำไม

ฉันคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะเลือกว่าจะหมั้นหรือไม่หมั้นกับใคร   ฉันตอบพลางเชิดหน้าขึ้น

ฉันเองก็มีสิทธิ์ที่จะหมั้นหรือไม่หมั้นกับใครเหมือนกัน

แต่ถึงอย่างนั้นนายก็น่าจะบอกฉันสักคำว่าฉันไม่ดีตรงไหนนายถึงถอนหมั้นฉัน

เธอดีอยู่แล้ว

แล้วทำไมนายต้องถอนหมั้นด้วย

นั่นมันเรื่องของฉัน

นาย............ไค   นายจะมากไปแล้วนะ

นายเคยสัญญาว่าจะไม่ทิ้งฉัน   แต่ตอนนี้นายกำลังจะทิ้งฉันนะ     เหอะ!  คนอะไรไม่รักษาสัญญา   ไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่ฉันรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าว    ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

ไคถอนหายใจเล็กน้อยแล้วตอบ   เธอมีคนที่เต็มใจจะปกป้องอยู่ข้างๆแล้วนี่

คนที่เต็มใจปกป้องฉันอยู่ข้างๆ    นี่นายหมายถึงใครกันไค   

ใคร?

คิริวไง   เขาเป็นคู่หมั้นของเธอนะ     ไคย้ำ   ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครเป็นคู่หมั้นของฉัน

ไม่ว่าอย่างไงนายก็จะทำใช่มั้ย   ฉันถามด้วยเสียงแผ่วเบา   เพราะกลัวเสียงสั่นๆจะทำให้เขารู้ว่าฉันกำลังจะร้องไห้  

ฉันหันหลังหนีไค    ฉันไม่ต้องการให้เขาเห็นน้ำตาของฉันถ้าเกิดว่ามันไหลออกมาจริงๆ    แม้แต่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงคิดว่าฉันอาจจะเสียน้ำตาเพราะเรื่องแค่นี้ด้วย

ใช่   ไคตอบหนักแน่น    ไม่มีความลังเลแฝงอยู่ในน้ำเสียงแม้แต่น้อย

เท่านั้นเองเหมือนคำตอบของไคเป็นปราการสุดท้ายก่อนที่น้ำตาของฉันจะไหลออกมา       แต่ฉันยังคงทำตัวให้เหมือนปกติมากที่สุด    แต่ยังไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับไค

นาย.....หมั้นกับฉัน  เพราะต้องการร่วมทุนกับพ่อใช่มั้ย

ไคเงียบไปนาน      สักพักฉันก็ได้รับคำตอบที่เสียดแทงใจเหลือเกิน    ใช่

บางทีนายอาจจะยังไม่รู้    คนที่ฉันต้องการให้ปกป้อง   คนคนนั้นไม่ใช่คิริว  แต่เป็นนาย  ไค

ฉันไม่รอให้มีคำใดๆก็ตามที่อาจจะหลุดออกจากปากของไคมาทำร้ายฉันได้อีก     ฉันวิ่งออกมาจากตรงนั้นโดยไม่หันกลับไปมอง       ไคไม่ได้ตามฉันมา       ไค   คนใจร้าย!   นายใจร้ายที่สุด     พอฉันหมดประโยชน์กับนายแล้วนายก็ลืมแม้กระทั่งสัญญาที่ว่าจะปกป้องดูแลฉัน      ไค   นายมันใจดำที่สุด!

มาตอนนี้เองฉันถึงได้รู้ว่าตัวเองรู้สึกกับไคแปลกออกไป     เขาไม่ได้เป็นแค่เพื่อนหรือคนรู้จักอีกต่อไปแล้ว    ทำไมนายต้องยัดเยียดฉันให้คิริวด้วย

 

ไคยืนมองหญิงสาววิ่งออกไปด้วยหัวใจที่ปวดร้าว     ถ้าเขาเป็นคนทำเธอเจ็บ   ซึ่งเขาเองก็ไม่หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น    แต่ถ้ามันใช่  เขาจะเป็นคนหนึ่งที่เจ็บปวดยิ่งกว่า      แต่เขามีเหตุผลของเขาเหมือนกัน    

คิริวเป็นน้องชายของเขา    เขารู้ว่าคิริวรักเธอมาก   และไม่อาจทำร้ายคิริวได้อีกต่อไปแล้ว      ถ้าหากมีสักสิ่งที่เขาจะให้คิริวได้     บางที   เขาก็ควรจะทำ

ไคเดินออกมาจากสนามหญ้า    เขาตัดสินใจที่จะกลับ

เมื่อทั้งสองคนกลับออกไป    ไค กับนิเดีย  ไม่สังเกตเห็นชายอีกคนที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่สนามหญ้าแม้แต่น้อย     ชายคนนั้นเอาหลังพิงกับต้นไม้แล้วทรุดกายลงนั่ง      เขาพร่ำบอกกับตัวเองว่า   เธอยังไม่ได้เลือก  และ    เธอจะเลือกฉัน

 

 

ห้องหนังสือตอนนี้ถูกครอบครองโดยฉันกับคิริว     ฉันตะบี้ตะบันอ่านหนังสือมาสองสามวันแล้ว     คงไม่มีคนรู้หรอกว่าการอ่านหนังสือช่วยได้มากทีเดียวหากต้องการจะลืมเรื่องบางเรื่องหรือคนบางคนสักพัก     แต่ถึงอย่างนั้น   ไคก็ไม่เคยออกไปจากความคิดของฉันได้สักที     ดูเหมือนเขาจะยังอยู่ทุกหนทุกแห่งในบ้าน      คอยตามหลอกหลอนฉันอยู่ในความคิดฉันตลอด    ฉันไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้

หรือบางทีฉันอาจจะแค่ใจหายเท่านั้น

หวังว่าฉันคงไม่ได้คิดอย่างอื่นนะ

ฉันสะบัดหัวเพื่อไล่ไคออกไปจากความคิด     คิริวหันมามองฉัน    ทุกครั้งที่ฉันทำอย่างนี้คิริวจะหันมามองเสมอ   แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไร   จนกระทั่งคราวนี้

คิดอะไรอยู่หรือ

ฉันยิ้มแหยๆให้แล้วตอบ   เปล่านี่

ไม่จริงหรอก    คิดถึงใครอยู่กันล่ะ   นายไม่เข้าใจหรือไงว่าฉันไม่อยากบอก   ยังคาดคั้นอยู่ได้

เปล่า~”   ฉันขึ้นเสียงสูง    ทำไมเสียงต้องฟ้องว่าโกหกด้วยนะ

อยากเป็นคนๆนั้นจังเลย   อะไรของนาย  อยากเป็นใคร   จู่ๆเปลี่ยนเรื่องหรอ   ก็ดีๆ

ใครหรอ

ก็คนที่เธอคิดถึงน่ะสิ   ไคเนี่ยนะ !    นายอย่าอยากเลยคิริว     นายดีกว่าไคหลายร้อยเท่า

อย่าดีกว่า

คนคนนั้นไม่ได้เป็นฉัน   เสียงคิริวอ่อนลง

.....   ฉันพูดอะไรไม่ออก     ก็ไม่รู้นี่นาว่าเขากำลังหลอกถามว่าคนคนนั้นเป็นใคร    ดีแล้วที่ฉันไม่พูดมากเกินไป

นิเดีย

หืม

ฉันรักเธอ

..........   อึ้ง!   ฉันอึ้งไปกับคำพูดนั้น    คิริวบอกรักฉัน!

คำพูดที่ฉันเองไม่คิดว่าจะได้รับจากคิริว    คนที่ลั่นวาจาว่าจะไม่บอกรักฉันจนกว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายที่ได้พูด     คนที่เป็นเหมือนเพื่อนคอยดูแลช่วยเหลือฉันมาตลอด     คนที่ไม่ว่าอย่างไงฉันก็คิดกับเขาได้แค่  เพื่อน

ก็ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อนมาตลอดนี่นา....

อย่าล้อเล่นสิ    ฉันตกใจนะ   ฉันพูดติดตลก

ดูเหมือนคิริวไม่ตลกด้วย    เขาทำหน้าจริงจังแล้วพูดคำนั้นซ้ำอีกครั้ง    ฉันจริงจังนะ   ฉันรักเธอ

ฉันพูดอะไรไม่ออกแล้วตอนนี้     เหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ     มันทำให้ฉันอึดอัด      แล้วภาพของไคก็ลอยขึ้นมาในหัว

เสี้ยววินาทีนั้นเองที่ฉันรู้ว่า   ฉันไม่เคยคิดกับคิริวแบบอื่นเลยนอกจากเพื่อน    แต่คิริว  ไม่ได้คิดเหมือนฉัน     ถึงอย่างนั้น    ไม่ว่าอย่างไงก็ตาม    ฉันคงไม่สามารถทำร้ายเขาด้วยการหลอกลวงได้       ขอโทษนะคิริว     ความรู้สึกนี้ของนายฉันไม่อาจรับไว้ได้

ฉันตัดสินใจที่จะบอกคิริวไปตามตรงว่าเราสองคนควรเป็นเพื่อนกันมากกว่า

คิริว   คือ.........

หยุด!   ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้     ฉันให้เวลาเธอคิดให้ดีก่อนว่าคิดอย่างไงกับฉันกันแน่     ไว้ฉันมาเอาคำตอบ

คิริววางหนังสือของเขาแล้วเดินออกไปจากห้อง     ทิ้งฉันไว้กับเรื่องที่ลำบากใจที่สุด      ทำไมเขาต้องยกปัญหาใหญ่มาให้ฉันขบคิดคนเดียวด้วย      ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงลูกเล่นปฏิเสธไปแล้วง่ายๆ    แต่กับคิริวฉันทำอย่างนั้นกับเขาไม่ลง      ไว้เขาอยากได้คำตอบเมื่อไรฉันจะให้เขาล่ะกัน     แต่หวังว่ามันคงไม่นานเกินไปจนเขาเข้าใจความรู้สึกของฉันผิดไปหรอกนะ

 

 

 
+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น