Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 21 : ฉันจะพิสูจน์ .......ขอให้ทันด้วยเถิด.....!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 302
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[21] ฉันจะพิสูจน์ .......ขอให้ทันด้วยเถิด.....!

 

                ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหนฉันไม่สามารถอยู่ในห้องได้ตลอดทั้งวัน     สุดท้ายความหิวก็เรียกร้องให้ฉันออกจากห้องจนได้    แต่ฉันระวังอย่างที่สุดที่จะไม่ให้เจอใครสักคนในสามคนนั่น

                พอฉันลงมาชั้นล่างก็พบว่าบ้านเงียบเชียบเหมือนไม่มีใครอยู่     ดีเหมือนกัน   ไปไหนก็ไปกันเหอะ    ฉันเองก็ไม่รู้ว่าถ้าเจอพี่อากิระฉันจะทำหน้าอย่างไง

                ฉันตรงดิ่งไปที่ห้องครัวตามที่กระเพาะเรียกร้อง      แล้วก็ต้องลานตาไปกับอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะ     ฉันรีบวิ่งเข้าไปดูก็พบว่ามันเป็นอาหารที่ฉันชอบทั้งนั้น

                แม่ครัวนี่ช่างรู้ใจฉันจริงๆ

                ฉันลงมือจัดการอาหารตรงหน้าอย่างไม่รอช้า     ก็นี่มันจะเที่ยงอยู่แล้วแต่ฉันยังไม่มีอะไรตกถึงท้องสักนิดเลยนี่    ดังนั้นอาหารตรงหน้าเลยเหมือนสวรรค์มาโปรดทีเดียว

                แต่ก่อนที่คำแรกจะผ่านเข้าสู่ปากแล้วตรงดิ่งไปที่กระเพาะอย่างที่ฉันหวัง     เสียงหนึ่งก็ดังขัดขึ้นซะก่อน

                ขโมยนี่หว่า

                ฉันหันไปทางต้นเสียงทันที       ที่ประตูห้องครัว      ไคยืนพิงขอบประตู และ    และ    เขาไม่ได้ใส่อะไรเลยนอกจากผ้าขนหนูผืนเดียว!

                อ๊ายยยย  อีตาไคบ้า    คิดว่าหน้าอย่างนายมีอะไรน่าโชว์หรือไงกันยะ

                กรี๊ด........อุบ!”   ฉันกำลังจะร้องกรี๊ด   แต่ก่อนที่ฉันจะได้ทำอย่างนั้น   ไคก็ปรี่เข้ามาใช้มือของเขาปิดปากฉันไว้ซะก่อน

                หยุดร้องเลยนะ     เดี๋ยวใครเขาจะคิดว่าฉันปล้ำเธอ   ไคดุอยู่ที่ข้างๆหูของฉัน   มันทำให้ฉันจั๊กจี้

                แล้วดูตานี่สิ    ฉันร้องกรี๊ดเพราะเขาไม่ใส่อะไรเลย     แต่เขาดันเข้ามาใกล้ฉันซะอีก    แล้วอย่างนี้จะให้ฉันทนอยู่เฉยๆได้อย่างไงกันเล่า

                ฉันพยายามผลักไคออกไป   แต่ไคก็ไม่ยอมปล่อยสักที     ทั้งดิ้นทั้งดัน    อีตาบ้านั่นก็ยังเหนียวเหมือนกาวตาช้างอยู่อีก

                อ่อย อั้น อ่ะ   (ปล่อยฉันนะ)

                ก็เงียบก่อนสิ    เธอนี่เป็นพวกชอบโวยวายจริงๆ

                ฉันมองเขาตาเขียวปั้ด    อีตาบ้า   นายมาว่าฉันขี้โวยวายได้ไงกันยะ

                ไคปล่อยฉัน    ฉันชี้หน้าเขาเตรียมจะว่าเต็มที่    แต่เหมือนไคจะรู้แกว    เขาดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดอีกครั้ง   แต่ไม่ได้ใช้มือปิดปาก   

                หยุด!    ถ้าไม่เงียบ   ฉันจะปิดปากเธอด้วยปากของฉันเอง

                ไอ้บ้ากาม!    

                แต่............

                หา!”   ไครัดฉันแน่นขึ้นอีก     เท่านั้นเอง   ฉันก็สงบปากสงบคำไปทันที

                ต้องให้ใช้กำลังเรื่อยเลยนะเธอนี่     นายไม่ต้องมาทำหน้าเคร่งดุเหมือนฉันเป็นเด็กๆเลยนะ       นายนั่นแหละมันเป็นพวกสมองกลวง   บ้าใช้กำลัง  

                ฉันฮึดฮัดในอ้อมแขนของไค     เหมือนเขาจะรู้ตัวเลยปล่อยฉันออกจากแขนคู่นั้น    ฉันแทบจะเด้งออกมาเลยทีเดียว

                นายลงมาทำไมทั้งอย่างนี้เนี่ย   หา!!”   ใส่เลย    ก็ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในพันธนาการของเขาแล้วนี่

                ไคเกาหัวน้อยๆก่อนตอบ   ก็ฉันคิดว่าเป็นขโมยที่ไหนนี่   เสียงก๊อกๆแก๊กๆ   ใครจะไปนึกว่าเธอจะอยู่ที่นี่ได้   

                ตานี่ก็แปลก    ฉันไม่อยู่บ้านแล้วจะให้ฉันอยู่ไหน     แต่นี่หมายความว่าไม่ใครอยู่บ้านจริงๆหรอไง

                แล้ว....คนอื่น...ไปไหนกันหมดหรอ ฉันแกล้งทำเป็นไม่ใส่ใจนัก  แต่จริงๆแล้วตั้งใจรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ

                เธอไม่รู้หรือไง   ไคหรี่ตา

                ไม่รู้น่ะสิ ถึงได้ถาม  ฉันว่าเข้าให้ 

                ไคขมวดคิ้วมุ่นแล้วบอก   ก็คนที่ทำอาหารให้เธอกินตั้งมากตั้งมายเนี่ย    เขากำลังจะกลับอิตาลี

                ว่าไงนะ?   คนที่ทำอาหารพวกนี้     คนที่มีฝีมือ   คนที่รู้ว่าฉันชอบอะไร    กินอาหารแบบไหน    มีแค่พี่อากิระคนเดียว      นี่หมายความว่า    พี่อากิระจะกลับอิตาลี    วันนี้!     แล้วทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลยล่ะ

                พี่อากิระจะกลับอิตาลีแล้วหรอ     ทำไมรีบกลับนัก     หรือว่าจะเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้น     ไม่ได้เจอกันแค่ไม่กี่วัน   ทนคิดถึงกันไม่ไหวจนต้องรีบไปหากันเลยหรอไง       

                ส่วนฉันคนที่พี่ไม่รักพี่ก็ทิ้งฉันไปโดยไม่บอกแม้แต่คำเดียว    แถมแอบไปตอนที่ฉันไม่รู้อีกต่างหาก    กลัวฉันจะไปตามให้กลับมาหรือไง     ถ้าพี่แสดงออกขนาดนี้ว่าไม่เห็นฉันสำคัญ     ฉันไม่ไปก็ได้      ดีแล้วล่ะที่ไม่ชวน    เพราะถ้าพี่ให้ฉันไปส่งด้วย    บางทีฉันอาจจะตัดใจจากพี่ไม่ได้

                นี่......เงียบทำไมของเธอ   ไคเรียก  ทำให้ฉันหลุดจากห้วงความคิด    ฉันนี่บ้าจริง   เหม่อลอยต่อหน้าไคได้ไงเนี่ย

                ฉันขึ้นข้างบนก่อนล่ะ   ไม่หิวไม่เหิวมันแล้ว      ตอนนี้ฉันทั้งเศร้า    ทั้งผิดหวัง   ทั้งเสียใจ    พี่อากิระ  คนใจร้าย!   ไม่รักฉันแล้วยังทิ้งฉันไปแบบไม่ใยดีอีก    นี่ครั้งที่สองแล้วนะ

                ระหว่างที่ฉันจะขึ้นบันได    เสียงหนึ่งก็หยุดฉันไว้

                คิดทบทวนให้ดีว่าเธอคิดอย่างไงกับอากิระกันแน่  

                ไคถามอย่างนี้หมายความว่าไงกัน  

รักของเธอเป็นแบบไหน

ฉันต้องทบทวนอะไรอีก     ในเมื่อฉันรักพี่อากิระ   รัก...........แบบไหน!?!?

                ใช่.........รัก

                แต่รัก..........แบบไหน?

                เมื่อวานอากิระบอกว่ารักเธอ    แต่เขารักเธอแบบน้องสาว    นั่นสินะ   ฉันคงเป็นได้เท่านี้   ทั้งๆที่ฉันมีพี่หมดใจ

                ฉันรักพี่อากิระ   ฉันพูดชัดถ้อยชัดคำ

                เธอรักเขาแบบพี่ชาย   ไคสรุปให้เสร็จสรรพ   ตาบื้อ   มีใครเขารอพี่ชายกันตั้งสามปีกันยะ

                ไม่ใช่   ฉันรักเขาแบบคนรัก

                พี่ชาย      อากิระมั่นใจแบบนั้น    พี่อากิระเชื่อแบบนั้นหรอ    นี่เองสินะที่ทำให้พี่ทิ้งฉันง่ายเหลือเกิน

                ฉันมีอีกเรื่องจะบอกเธอ     ผู้หญิงอิตาลีคนนั้นอาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินสองปี     ถึงเวลานั้นถ้าเธออยากเสียบก็รอหน่อยล่ะกัน

                นายว่าไงนะ?”

                ผู้หญิงในรูปนั่นน่ะ    เธอเป็นโรคหัวใจ    คงอยู่ได้ไม่เกินสองปี     นี่เป็นสาเหตุที่อากิระรีบกลับไปไงล่ะ   ไคบอก   ฉันได้แต่นิ่งฟัง       พี่อากิระรักผู้หญิงคนนั้นมาก    อย่างน้อยก็แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดถึงความเป็นห่วง

                จะไปส่งเขาหรือเปล่า   ไคถามฉัน

                ไม่  ฉันปฏิเสธแม้ใจจริงอยากจะไปถามพี่อากิระให้รู้เรื่องก็ตามที

                งั้นก็ตามใจเธอนะ    คิดทบทวนความรู้สึกของตัวเองให้ดี    แล้วค่อยตัดสินใจ      ฉันขึ้นไปแต่งตัวก่อน    อีกสิบนาทีฉันจะลงมา   ไคพูดแล้วก็เดินขึ้นบันไดไป

                ทบทวน........

                ฉันรักพี่อากิระ............ฉันมั่นใจ

                ฉันรอพี่อากิระ................ฉันทำอย่างนั้น

                เวลาอยู่กับพี่อากิระ................ฉันอบอุ่น

                พี่อากิระ...........แสนดี   สุภาพ   อ่อนโยน  และอยู่เคียงข้างฉันเสมอ

                แต่................ทำไมฉันไม่เคยรู้สึกใจเต้นตึกตักเวลาอยู่กับพี่อากิระ     เรากอดกันใกล้ชิดกันฉันไม่รู้สึกวาบหวิวในใจ

                จะว่าไป   อยู่กับไคฉันยังใจเต้นมากกว่าพี่อากิระเลย     เดี๋ยวนะ!   นายนั่นมาเกี่ยวได้ไงเนี่ย

                ฉันสะลัดหัวไล่ไคออกไปแล้วเริ่มคิดเรื่องพี่อากิระต่อ    เวลาคิดเรื่องนี้ทำไมให้ฉันน้อยเหลือเกินเนี่ย   

                สักพักฉันก็ตัดสินใจได้     บางทีการเจอหน้าพี่อากิระอีกสักครั้งอาจช่วยให้ฉันคิดออกง่ายขึ้นว่าฉันรักพี่อากิระแบบไหน    ถ้าฉันยังเจ็บอยู่ล่ะก็    ฉันจะไม่สงสัยเลยว่าฉันรักพี่อากิระแบบคนรัก

                ถ้าอย่างนั้น    ฉันก็จะพิสูจน์

 

 

                เอี๊ยด!!!

                เสียงล้อรถของไคเสียดสีกับพื้นที่จอดรถหน้าสนามบิน     เรารีบกันมาก   เพราะกว่าจะมาถึงก็เหลือเวลาไม่มากแล้วก่อนเครื่องจะขึ้น

                ฉันเปิดประตูแล้วก้าวออกจากรถด้วยเร็วเท่าที่จะทำได้    แต่มันก็ช้าอยู่ดีเพราะผู้คนมากมายวุ่นวายไปหมด    ฉันเดินไปถามคนนั้นคนนี้อยู่ไม่นานก็รู้ว่าทางที่พี่อากิระจะไปขึ้นเครื่องอยู่ตรงไหน     ฉันดิ่งไปที่นั่นทันทีแทบจะไม่สนใจผู้ชายอีกคนที่วิ่งตามฉันมาตลอดแม้แต่น้อย

                ฉันชะเง้อมองไปรอบๆ   ถ้าสายตาไม่ฝาดไปฉันเห็นคิริวแวบๆอยู่อีกด้านหนึ่ง    ฉันดิ่งไปที่นั่นทันที

                ขอให้ทันด้วยเถิด.....!

                ฉันเดินแกมวิ่ง   เข้าไปใกล้เรื่อยๆ   จนฉันเริ่มมั่นใจแล้วว่านั่นคือคิริว    แต่รอบๆตัวคิริวไม่มีใครเลยสักคน   หรือว่าพี่อากิระจะขึ้นเครื่องไปแล้ว   อย่าเพิ่งนะ!

                แฮ่กๆ   คิริว  พี่อากิระล่ะ  ฉันยิงคำถามทันทีที่มาถึงตรงที่คิริวอยู่

                คิริวยังไม่ทันตอบฉันก็เห็นชายคนที่ฉันคุ้นเคยเดินออกมาจากด้านหนึ่ง     พี่อากิระขยับแว่นนิดนึงก่อนมองฉันอย่างงงๆ   คงแปลกใจที่ฉันมา    แต่ฉันสิ    ฉันกลับดีใจที่เห็นพี่อากิระอีกครั้ง

                แล้วความเจ็บปวดมันหายไปไหนหมดนะ?

                น่าแปลกที่ฉันคิดว่าถ้าฉันไม่ได้มาส่งพี่อากิระวันนี้ฉันจะเสียใจไปตลอดชีวิต

                ฉันวิ่งเข้าไปหาพี่อากิระ    แล้วกระโดดกอดพี่อากิระทันทีที่ถึงตัว    แถมจุ๊บที่ปากพี่อากิระเบาๆหนึ่งที

                ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายทั้งสามคน    ฉันก็กอดพี่อากิระแน่นขึ้น     สักพักก็คลายอ้อมกอดนั้น    

                ฉันเข้าใจอะไรดีขึ้นแล้ว....

                รักษาตัวนะคะ   ฉันบอกพี่อากิระ

                พี่อากิระพยักหน้าทั้งๆที่ยังคงอึ้งอยู่    

                ใกล้ได้เวลาแล้ว   ไปขึ้นเครื่องเถอะ   ไคนั่นเอง   แหม!  คนเขาจะร่ำลากันมาเร่งได้ไงกันยะ

                ฉันอยากไปส่งพี่อากิระด้วยตัวเองจริงๆ   จะได้เจอกับผู้หญิงคนนั้น    สาวอิตาลีที่ทำให้พี่อากิระรักจนยอมทิ้งฉันไปอยู่กับเธอ      แต่เอาไว้ก่อนดีกว่า

                ฉันเดินเข้าไปใกล้พี่อากิระแล้วพูดเบาๆให้ได้ยินเพียงสองคน    สู้ๆนะคะ   เธอคนนั้นต้องไม่เป็นอะไร

                พี่อากิระมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย     แต่แล้วก็ยิ้มออกมา    ทีนี้ก็เปิดใจได้แล้วนะนานะ

                ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย   เปิดใจอะไรก็ไม่รู้    แต่ช่างเถอะ    แค่จากวันนี้ไป   ฉันไม่มีอะไรติดค้างกับพี่อากิระอีกแล้วก็พอ

 

                เมื่อพี่อากิระขึ้นเครื่องไปเรียบร้อยแล้วฉันก็หันกลับมามองชายสองคนที่อยู่ด้านหลัง     พวกเขาสองคนก็กำลังจ้องฉันเหมือนกัน

                ฉันใช้เวลานานทีเดียวก่อนจะรู้ว่า    พวกเขาต้องการให้ฉันเลือกว่าจะกลับกับใคร

                แล้วฉันจะเลือกไงดีล่ะ    อืม.....เมื่อกี้ฉันมากับไค    งั้นกลับกับไคดีกว่าล่ะมั้ง

                โทษที   ฉันรีบ   ฉันไปก่อนล่ะ    ไคโบกมือแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจฉันแม้แต่น้อย    

อ้าว!  งั้นฉันก็ต้องกลับกับคิริวน่ะสิ      ใจร้อนทำเป็นงอนไปได้     เหอะ!  คิดเรอะว่าจะง้อ

ไปคิริว   เรากลับกันเถอะ   ฉันแกล้งพูดดังๆ  ไคชะงักเล็กน้อยก่อนเดินต่อไป

ฉันเดินตามคิริวไปที่รถ     ไม่สนฉัน   ฉันก็ไม่สนนาย

 

                ทำไมถึงมากับฉันล่ะ   คิริวถามขึ้นเมื่ออยู่กันสองคนในรถ

                ก็ไคเขามีธุระนี่  ฉันตอบตามตรง

                คิริวชักสีหน้า    ไอ้เราก็คิดว่าอยากกลับด้วยกันซะอีก

                ฉันเริ่มเห็นแววว่าอาจจะต้องเดินกลับบ้านได้เลยเอาใจโชเฟอร์สักหน่อย    จริงๆก็อยากเหมือนกันนะ

                คิริวยิ้มแก้มปริ   แหม!   ยอหน่อยเป็นขนาดนี้เชียว

                จริงๆแล้วเธอก็ควรจะไปกับฉันอยู่แล้วล่ะนะ    คนเป็นคู่หมั้นกัน   ถ้าไปกับคนอื่นนี่สิแปลก

                ฉันตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจนัก   แหม!  ไคก็เป็นคู่หมั้นฉันเหมือนกันแหละน่า...

                คิริวเงียบไปพักหนึ่ง    แล้วจู่ๆเขาก็พูดขึ้น

                นิเดีย

                หืม

                ไคเขาจะถอนหมั้นกับเธอแล้วนะ

                หา!!   ไคจะถอนหมั้น!!!!

                ก็ไม่แปลกหรอก     เขาหมั้นกับเธอเพราะเหตุผลทางธุรกิจมาตั้งแต่ต้นแล้วนี่

                ไค......หมั้นกับฉันเพราะธุรกิจ!!!

                ภาพในหน้าจอคอมพิวเตอร์วันนั้นแล่นเข้ามาในหัวฉัน     ภาพที่ไคจับมือกับพ่อ    ใช่สิ   พวกเขาร่วมธุรกิจดาวเทียมกันหลังจากที่ไคหมั้นกับฉันแล้ว      ตอนที่หมั้นกันตอนแรกไคก็พูดเรื่องผลประโยชน์จากการหมั้นกับฉัน      ถ้าเรื่องที่คิริวพูดเป็นความจริง     ไคจะถอนหมั้นกับฉันหลังพ่อเซ็นต์สัญญาร่วมทุนกับไคไปแล้วก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

                ทำไมใจมันหวิวๆอย่างไงก็ไม่รู้นะ     ใจหาย    หายไปเลย

                แต่ฉันยังหมั้นกับเธออยู่นะนิเดีย    เสียงของคิริวดึงฉันออกจากภวังค์

                อืม  ฉันตอบกลับสั้นๆ    รู้สึกเหมือนพูดไม่ออกอย่างไงก็ไม่รู้     ความโล่งใจเมื่อสักครู่นี้มันหายไปหมด     ตอนนี้เหมือนมีเมฆดำๆเต็มอยู่บนท้องฟ้าของหัวใจฉันอีกแล้ว

                ....   ไม่มีบทสนทนาใดอีกระหว่างชายหญิงสองคน     หญิงสาวเบนหน้ามองออกไปด้านนอกรถ    นั่นทำให้เธอไม่รับรู้เลยว่า     ชายหนุ่มเหลียวมองเธอหลายต่อหลายครั้งตลอดเส้นทางกลับบ้าน

 

 

 

+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น

  1. #178 เด้ดเ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 18:29
    นี่ ใช่ ไค the gazette ป่ะคะ
    #178
    0