Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 15 : น้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 320
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[15] น้ำ

 

                ฉันนั่งอยู่ที่สวนหลังบ้าน   โดยที่ไคกำลังปีนต้นมะพร้าวเป็นลิงเก็บมะพร้าวอยู่     ต้นมะพร้าวที่นี่สูงมากๆ  แต่ก็คุ้มกับที่ลงทุนปีนเพราะมะพร้าวอ่อนบนนั้นอร่อยมากเหมือนกัน    แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ได้เป็นคนปีนเองด้วยนี่นา

                ฉันลงไปได้หรือยัง   ไคตะโกนลงมาจากยอดมะพร้าว

                จะรีบลงมาทำไมเล่า   ยังได้มะพร้าวแค่ไม่กี่ลูกเอง   ฉันตะโกนกลับขึ้นไป

                จะบ้าหรอ!  นี่นิเดีย    ฉันจำได้หรอกนะว่าที่โยนลงไปแล้วน่ะไม่ต่ำกว่าห้าลูก  

                ไหนๆ  ไม่เห็นจะมีเลย   ไม่เชื่อนายก็ก้มลงมาดูเองสิ   ฉันหลีกทางให้ไคดูที่พื้น    เขาก้มลงมามองอย่างทุลักทุเล  

                สิ่งที่ไคเห็นเป็นเพียงพื้นโล่งๆ    จุดที่นิเดียยืนอยู่มีลูกมะพร้าวอยู่เพียงแค่สองลูก   นั่นทำให้เขางุนงง  ก็เขาปีนขึ้นมาเก็บแล้วโยนลงไปห้าหกลูกแล้วนี่นา    หรือว่า.......ยัยตัวร้าย

                นิเดียยังคงลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้เหมือนที่เธอเคยทำเสมอ    ไม่เป็นไร   เอาไว้ผมจะเอาคืนทีหลัง

                ผมตั้งหน้าตั้งตาหามะพร้าวลูกที่อ่อนกำลังพอดี     เคยแต่ซื้อกินไม่เคยได้ปีนเก็บสักที    แต่หนึ่งสัปดาห์ที่ผมอยู่ที่นี่   มันทำให้ผมได้รู้อะไรหลายอย่าง    และที่เชี่ยวชาญเป็นอย่างยิ่งก็คงจะเป็นเก็บมะพร้าวนี่แหละ     มะพร้าวที่นี่เยอะเสียเหลือเกิน   แล้วยัยตัวร้ายที่อยู่ข้างล่างนั่นก็ดันชอบกินมากเสียนี่

                นั่นแหละเหตุผลที่ผมต้องมาเป็นลิงเก็บมะพร้าวให้เธอ

                ผมจำใจโยนมะพร้าวลูกที่หกหรือเจ็ดลงไป    เอาน่า...ผมจะไม่เป็นเบี้ยล่างเธอไปตลอดชีวิตแน่     เอาไว้ผมจะเอาคืนให้หนักเลย     คู่หมั้นตัวร้ายของผม    นิเดีย  วิลลิส

 

                ปอกให้หน่อย  นิเดียโยนมะพร้าวลูกหนึ่งมาทางผม     ผมยังไม่ได้พักเลยตั้งแต่ลงจากต้นมะพร้าวแล้วยังต้องแบกมะพร้าวมาที่บ้านอีก    นี่ใจคอเธอจะใช้แรงงานผมจนตายกันไปข้างนึงเลยหรือไงนะ   ใช่ซี่   ตอนนี้ผมอยู่ในกำมือของเธอนี่

                ผมปอกมะพร้าวแล้วส่งให้เธอ   เธอยิ้มให้ผมนิดนึง    นั่นก็พอแล้วสำหรับผม

                นี่มะพร้าวนี่อร่อยเนอะ     ปอกให้อีกสองลูกนะ   ฉันอยากกินอ่ะ    นิเดียสั่ง    อยู่ที่นี่เธอทำอย่างนี้ประจำแหละครับ

                ก็แหงล่ะ   คนอยู่เฉยๆก็ได้กิน   มันย่อมอร่อยกว่าคนหาให้กินอยู่แล้ว   ผมแขวะ   แต่เธอกลับหัวเราะออกมา    ดูเธอจะชอบอกชอบใจเป็นการใหญ่

                วันนี้ป้าน้อมชวนไปตกปลาด้วยนะ    นายจะไปหรือเปล่า   เธอเอ่ยปากชวนผม     ผมรู้เรื่องนี้แล้วเหมือนกันแต่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับคำชวน

                ไป  ผมตอบกลับไป    ผมไม่อยากให้เธอไปไหนมาไหนลำพัง    กระทั่งป้าน้อมก็เถอะ   สองคนนี้ปกป้องกันไม่ได้แน่  

                อืม  เตรียมของด้วยล่ะ   นิเดียพูดสั่งเอาไว้แล้วเดินขึ้นบ้าน

                นั่นจะไปไหนน่ะ  ฉันปอกมะพร้าวตามที่เธอสั่งแล้วนะ   สองลูกน่ะ   ผมเรียกเธอไว้     แล้วชี้ให้ดูมะพร้าวสองลูกที่วางอยู่บนแคร่

                ไม่เอาละ   อิ่ม   นายกินไปคนเดียวล่ะกัน   

อย่างนี้ทุกทีสิน่า.....

 

 

                อันนี้เขาเรียกว่าเบ็ดหรอคะ    คนที่เริงร่าตลอดการเดินทางถาม    แน่ล่ะครับ  นิเดีย  ไม่ใช่ผมหรอก   ไอ้ผมน่ะมันคนใช้   แบกของทุกอย่างที่คุณเธอเขาจะเอาไป     ตั้งแต่เครื่องมือตกปลาก็คือเบ็ดของเธอ  เหยื่อซึ่งก็คือไส้เดือนเป็นๆ  ร่ม  กระติกน้ำ   สารพัดจะขนกันไป   อ่อ  ผมลืมไป  ยังมีข้าวกลางวันของคุณผู้หญิงทั้งสองด้วย

                ใช่จ้ะ    ป้าน้อมตอบ      นิเดียพยักหน้ารับรู้แล้วสำรวจเบ็ดตกปลาของเธอต่อไป

                เราเดินเท้าผ่านท้องทุ่ง    ป่า   แล้วก็หมู่บ้านไปได้สักพัก      ผมก็เริ่มสังเกตเห็นคลองเล็กๆขนาบไปกันถนนที่พวกเราผ่านมา      ป้าน้อมมองซ้ายมองขวาก็หยุดอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่

                เราจะตกปลากันตรงนี้น่ะหรอคะ    นิเดียมองไปรอบๆ แล้วหยุดที่คลองสายเล็กๆนั้น    จากนั้นเธอก็ส่ายหัว    มันไม่น่ามีปลาอยู่เลยนะคะ    แม่น้ำเล็กนิดเดียว  

                หึหึ  ผมขำเบาๆ    ส่วนป้าน้อมก็ยิ้ม

                ขำอะไรไม่ทราบยะ   นิเดียหันมาแหวใส่ผม

                ก็ใครที่ไหนเขาเรียกว่าแม่น้ำกันเล่า     อย่างนี้เขาเรียกกันว่าคลองต่างหาก    หึ  แม่น้ำสายเล็กๆ   

                นิเดียหน้าแดงขึ้นฉับพลัน    เธอถอดหมวกออกจากหัวแล้วขว้างมาทางผม    ดีที่ผมรับไว้ได้ซะก่อน    ไม่งั้นหมวกใบเดียวที่เธอมีก็คงร่วงน้ำใช้การไม่ได้แน่ๆ   แล้วจากหน้าแดงๆนั่นก็คงจะเปลี่ยนเป็นหน้าดำเพราะแดดแทน

                อะไรกันเล่า    จู่ๆมาขว้างหมวกใส่ฉันทำไม   ผมแซว

                นิเดียกระฟัดกระเฟียด    สะบัดหน้าแล้วเดินหลบเข้าร่มไม้ไปนั่งรอ    นี่    ปูเสื่อสักที   ฉันเมื่อยจะแย่อยู่แล้ว 

                ผมกับป้าน้อมยิ้มให้กับความเอาแต่ใจของนิเดีย     เธอเล่นสั่งผมทำงานเป็นชุดๆ แก้เขินไปอย่างนั้นเอง

                ป้าน้อม   แล้วเราจะเอาเบ็ดไปเกี่ยวปลาอย่างไงในเมื่อเรายังอยู่บนบกอยู่เลยนี่คะ     ไม่เห็นป้าน้อมจะเตรียมชุดว่ายน้ำมาเลยอ่ะ    หญิงสาวถามเมื่อเรากำลังจะเริ่มตกปลากัน    คราวนี้ผมกับป้าน้อมหัวเราะออกมาพร้อมๆกัน

                ป้าน้อมอธิบายให้เธอฟังว่า     ตกปลาเราจะนั่งอยู่ริมตลิ่งแล้วใช้เบ็ดเกี่ยวเหยื่อ   เกี่ยวเหยื่อให้ดีแล้วก็หย่อนเบ็ดลงไปในน้ำ   ปลามันก็จะมากินเหยื่อ    ที่นี้มันก็จะกินเบ็ดไปด้วย     แล้วเราก็ยกเบ็ดขึ้นมาเพื่อเอาปลา   อีหนูเข้าใจหรือยังล่ะ

                นิเดียพยักหน้าน้อยๆ    แต่หลังจากนั้นก็ตามด้วยคำถามอีกเป็นชุดๆ   เหยื่อทำจากตัวอะไรหรอคะ   ยี้!”   ดูยังไงล่ะคะว่าปลากินเหยื่อแล้ว     นั่นๆ   ใช่ปลาติดเบ็ดเราแล้วหรือเปล่าคะ

                เพราะเสียงแจ๋วๆของหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆผมนี่เอง    ผ่านไปชั่วโมงกว่าเรายังไม่ได้ปลากันสักตัว     ดูเหมือนว่าในที่สุดนิเดียก็เหนื่อยจนได้       เธอถอนหายใจเบาๆ  แล้วเงียบไป

                ผมหันไปมองเพราะคิดว่าเธออาจจะหลับ     แต่นิเดียยังนั่งตาแป๋วจ้องไปที่ลูกทุ่นที่ลอยขึ้นมาอย่างใจจดใจจ่อ    อย่างนี้สิค่อยสมกับมาตกปลาหน่อย

                จู่ๆนิเดียก็เบิกตากว้างขึ้น    เธอร้องออกมาจนผมเองก็ตกใจ    นั่นๆ   นั่นปลากินเบ็ดแล้วใช่หรือเปล่า    

                เธอถามอย่างนี้มาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว     แต่ผมก็ยังมองตามสายตาของเธอไปที่คลอง    แล้วผมก็เห็นลูกทุ่นนั่นขยับ    รู้สึกได้ถึงแรงดึงของเอ็นผ่านท่อนไม้ไผ่

                ผมตวัดเบ็ดเล็กน้อยแล้วยกขึ้นมา     ปลาตัวใหญ่ตามขึ้นมาด้วย    มันเป็นปลาตัวแรกของการตกปลาครั้งนี้    ที่คุ้มค่ากับการรอคอย

                เย้ๆๆๆ   เราได้ปลาแล้ว เย้ๆๆ   หญิงสาวคนเดียววิ่งวนไปรอบๆปลาเหมือนเด็กๆ

                เก่งเหมือนกันนะเรา   ป้าน้อมหันมายิ้มแล้วชมผม   

                ป้าน้อมครับ    เร็วๆครับ  ผมบอกป้าน้อมบ้าง  

                ป้าน้อมหันไปมองทุ่นของตัวเองที่ขยับเหมือนกัน      แล้วปลาตัวที่สองที่ใหญ่แพ้ตัวแรกก็โผล่พ้นน้ำขึ้นมา

                ของป้าน้อมใหญ่กว่าของไคอีกค่ะ    นิเดียเย้ย    ปล่อยเธอไปเถอะครับ 

                ป้าน้อมจับปลาพวกนั้นใส่อะไรสักอย่างที่ทำจากไม้ไผ่สาน   มันดูเหมือนแจกันใบโตมีฝาปิด   ป้าน้อมเรียกมันว่า ขะม่อง  หรืออะไรสักอย่างที่ผมไม่ค่อยจะแน่ใจ

                การตกปลายังคงดำเนินต่อไป     โดยมีนิเดียเป็นกองเชียร์    ที่ช่วยให้ปลาไม่กินเบ็ด    แต่หมดวันนั้นเราก็ได้ปลามามากทีเดียว

 

 

                เฮ้อ........เหนื่อยจังเลย   นิเดียล้มตัวลงนอนบนแคร่อย่างไม่เกรงใจใคร    ก็น่าเหนื่อยอยู่หรอก  อากาศก็ร้อน

                อีหนูเหนื่อยหรอ    ป้าไม่เห็นจะทำอะไร    นั่งดูเฉยๆก็เหนื่อยรึ    ป้าน้อมถามนิเดีย    เธอนิ่วหน้าแล้วตอบกลับมา

                ป้าไม่รู้อะไร     คนนั่งเชียร์เนี่ยเหนื่อยกว่าคนตกเองอีกนะคะ     การที่เราต้องนั่งลุ้นว่าจะได้ปลาหรือเปล่ามันจะทำให้หัวใจเต้นแรง  เกิดการเผาผลาญพลังงานมากกว่าปกติอีกนะคะ     นี่แหละน้ำถึงเหนื่อย    เล่นอธิบายซะเป็นเรื่องเป็นราวไปได้    ผมล่ะเชื่อเธอเลย      ส่วนป้าน้อมพอเจออย่างนี้เข้าก็ได้แต่เออออห่อหมกไปกับนิเดีย

                ยกหลักการมากินแรงคนอื่น   ผมพูดลอยๆ     แต่เจ้าตัวก็ดันร้อนตัวซะได้

                ฉันไม่ได้กินแรงคนอื่นนะ!”   นิเดียแหว

                ฉันก็ไม่ได้ว่าเธอนี่  ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ 

                นิเดียเชิดใส่ผมแล้วพูดเบาว่า  เชอะ!”  

                คิดเหมือนผมไหมว่าเธอน่ารัก น่าแกล้งจริงๆ

                ป้าน้อม    เราได้ปลามากี่ตัว    นิเดียหันไปสนใจป้าน้อมที่กำลังเอาปลาที่ได้ใส่ถัง    เมื่อนับจำนวนแล้วป้าน้อมก็เงยหน้าขึ้นมาตอบเธอ

                สิบห้าตัวแน่ะ     ถือว่าเยอะมากเลยนะเนี่ย  

                แล้วเราจะทำอะไรกินกันล่ะ 

                วันนี้ป้ามีธุระคงทำกับข้าวให้กินไม่ได้     หนูกับผัวหากินกันเอาเองได้มั้ย    นิเดียย่นจมูกเป็นเชิงไม่พอใจเมื่อป้าน้อมเรียกผมเป็นสามีของเธอ     แต่ผมกลับยิ้มให้เธอเป็นการยั่ว

                ไปไหนหรอคะ 

                ไปทำธุระที่บ้านญาติป้าน่ะ   นี่ก็ต้องรีบไปแล้ว   กว่าจะไปถึงก็คงค่ำๆ

                ก่อนไปผมว่าป้าแบ่งปลาพวกนี้ไปดีกว่านะครับ    ผมกับน้ำกินไม่หมดหรอก   ตัวผมเองก็ต้องแทนตัวนิเดียว่า น้ำ  เหมือนกัน  เพราะเธอเล่นบอกใครต่อใครว่าเธอชื่อน้ำ     ไม่รู้ทำไมเธอถึงไม่ชอบเปิดเผยว่าตัวเองเป็นใครกันนะ

                ป้าน้อมคิดนิดนึงแล้วบอก  ดีเหมือนกันป้าจะได้เอาไปฝากญาติป้า

                เห็นป้าน้อมพูดอย่างนั้นผมเลยตัดสินใจแทนซะเลย   ป้าน้อมเอาไปสักสิบตัวเลย   ผมกับเมียห้าตัวก็เยอะมากเกินแล้ว 

ผมแกล้งพูดยั่วคนที่นอนอยู่บนแคร่ไม่ช่วยคนอื่นเก็บของนั่นด้วย      นิเดียลุกขึ้นมามองค้อนนิดนึงแล้วล้มตัวลงไปนอนต่อ

เอางั้นก็ได้    งั้นป้าเลือกตัวโตๆไว้ให้แล้วกัน   ส่วนตัวเล็กๆป้าเอาไปเอง     อ่อ.....ถ้ายังไม่กินปลาพวกนี้ก็ใส่ถังเลี้ยงไว้ก่อนได้นะ   ป้าน้อมบอกเป็นครั้งสุดท้าย     ก่อนจะตักปลาออกจากถังแล้วตรงกลับบ้านของป้าน้อมไป  

 

ผมรอจนคล้อยหลังป้าน้อมก็ดิ่งไปที่แคร่แล้วนั่งลงข้างๆนิเดีย

นี่ๆ   ใครใช้ให้นั่งตรงนี้ไม่ทราบ   นิเดียพูดทั้งๆที่ยังไม่ลืมตาขึ้นมา

เปล่า  ผมตอบกวนๆ

งั้นก็ไปนั่งที่อื่น    ตรงนี้ฉันนอนอยู่เห็นมั้ย 

เห็น

ผมยังคงนั่งอยู่อย่างนั้น     จนนิเดียทนไม่ไหวลืมตาขึ้นมาแต่ยังคงนอนอยู่    ฉันบอกให้ไปนั่งที่อื่นไง 

ไม่ไป

นิเดียกัดฟันแล้วลุกขึ้นนั่งทั้งๆที่ขายังเหยียดอยู่    ทำไม?    นายต้องการอะไร  

ผมจ้องหน้าเธอ     มองเข้าไปในดวงตาสีเขียวคู่นั้น     ผมรู้ว่าดวงตาคู่นั้นก็กำลังจับจ้องเข้ามาในดวงตาสีดำของผมเช่นกัน     ผมไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงได้ถามคำถามเปิดทางผมขนาดนั้น      ผมต้องการอะไรน่ะหรอ      มันไม่น่ายากเกินกว่าที่เธอจะรับรู้ได้เลยจากสายตาของผมที่ส่งออกไป

เธอเป็นฝ่ายหลบตาผมก่อน  แล้วเบนหน้าหนี  แต่ผมยอมไม่ได้หรอก     ผมคว้าไหล่ของเธอแล้วจับให้เธอหันมาที่ผม   แต่เธอก็ยังเสมองไปทางอื่นอยู่ดี

ได้คำตอบแล้วหรอ   ว่าฉันต้องการอะไร   ผมแกล้งถาม  แต่เธอก็ยังไม่ตอบ     ผมแอบสังเกตเห็นใบหน้าของเธอแดงกล่ำ  แต่ไม่แน่ใจว่ามันเพราะแดดที่ร้อนอบอ้าวหรือเปล่า     ถ้าจะให้แน่ใจมันต้องแดงกว่านี้

ถ้าไม่ตอบฉันถือว่าเธอรู้แล้วนะ     ในเมื่อรู้แล้วจะให้อย่างที่ฉันต้องการหรือเปล่าล่ะ     คราวนี้เธอหันขวับมาจ้องหน้าผมด้วยสายตาดุ   แต่ผมว่ามันตลกมากกว่า

ไม่รู้ว่านายต้องการอะไร   และก็ไม่ให้สิ่งที่นายต้องการด้วย    เธอตอบ    แล้วผลักผมออกห่างจากตัว     จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนห่างออกไป

ผมยิ้มให้แต่ไม่โต้ตอบอะไรกลับไป     แล้วนอนลงบนแคร่นั้นแทนที่เธอ

ขอบใจนะที่ยกที่นอนให้  ผมบอก

นิเดียอึ้ง    ผ่านไปสองสามวินาทีเธอก็กลับมาโวยวายอีกครั้ง   แถมใช้มือผลักผมออกจากแคร่เป็นการใหญ่    แต่เรื่องอะไร   อยากลุกเอง   เสียม้าแล้วมาว่าอะไรผมได้

ลุก~   ลุกเดี๋ยวนี้   นิเดียยังเอ่ยปากไล่

ผมนอนยิ้มกริ่ม   ไม่ยอมลุก    ไม่เอา

ลุก

ไม่

เราทะเลาะกันจนเย็นก็ไม่มีใครได้นอนสักคน

 

 

                ผมกับนิเดียมองหน้ากันแล้วหันไปมองปลาในถังหน้าตัวนั้น     ปลาที่ป้าน้อมทิ้งไว้ให้เป็นปลาตัวใหญ่อย่างที่บอกไว้จริงๆ

                เราจะทำอย่างไงกับมันดีล่ะ” /    เราจะทำอย่างไงกับมันดีล่ะ

                ผมกับนิเดียพูดพร้อมกัน      สรุปว่าเราสองคนไม่รู้จะทำอย่างไงทั้งคู่     แถมป้าน้อมที่พึ่งเดียวของพวกเราป่านนี้ก็คงหิ้วปลาไปฝากญาติของตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                ย่าง   นิเดียเสนอ

                มันก็แน่อยู่แล้วล่ะ    เราสองคนมีใครทำอย่างอื่นได้ดีกว่านี้หรอไง    ผมบอกเธอ   เธอมองค้อนนิดนึงแล้วกลับไปสนใจปลาต่อ

                เธอจะก่อไฟหรือว่าทำปลาล่ะ  ผมถามนิเดีย      เธอขมวดคิ้วเหมือนคิดหนัก   แล้วก็เลือกได้

                ฉันทำปลา   แค่เอามันเสียบไม้ใช่มะ  

                ใช่  

ผมตอบก่อนเดินไปที่เตาไฟแล้วขนมันออกมา    ผมมองสำรวจไปรอบๆก็เห็นเศษไม้กับถ่านจึงเอามันมาเป็นอุปกรณ์ก่อไฟผมจุดเศษไม้ด้วยไฟแช็คแล้วจัดแจงใส่ถ่าน    จากนั้นก็พัด

                กรี๊ดดดดดดดดดด  

                เสียงกรี๊ดของหญิงสาวที่ผมมั่นใจว่าเป็นนิเดียดังขึ้น   ผมจึงละจากเตาไปแล้ววิ่งไปหาเธอที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

                ถังน้ำล้มไปกับพื้น    น้ำที่อยู่ในนั้นหกออกมารวมถึงปลาทั้งห้าตัว      ส่วนเจ้าของเสียงร้องก็กำลังวุ่นวายกับการจับปลาพวกนั้นทั้งๆที่ไม่รู้วิธีการ   ผมเห็นเธอพยายามยื่นมือไปจับปลา   แต่ก็ถอยออกมาอย่างกล้าๆกลัว   

                เกิดอะไรขึ้น  ผมถาม

                นิเดียมีสีหน้าดีขึ้นเมื่อเห็นผม     ปลา   มันโดดออกมาจากถัง

                เธอพูดมาได้ว่ามันโดดออกมาจากถัง   ทั้งๆที่ถังล้มอยู่กับพื้นเนี่ยนะ   ก็จับมันใส่ถังเหมือนเดิมสิ    จะร้องทำไม 

                นี่!  อย่ามาว่าฉันนะ 

                ถ้าไม่อยากให้ว่าก็จับปลาไว้เหมือนเดิมสิ     แล้วไหนล่ะปลาที่จะย่าง    ฉันก่อไฟเสร็จแล้วนะ   ผมมองไปรอบๆ   แล้วหันกลับมามองนิเดียอีกครั้ง   เธอยิ้มแหยๆให้    อย่าบอกนะว่าเธอยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างน่ะ

                นิเดียพยักหน้ายอมรับ     แล้วเธอมัวทำอะไรตั้งนานเนี่ย!”   ผมตวาดใส่

                นี่อย่ามาขึ้นเสียงนะ!    ฉันก็กำลังจะทำอยู่เหมือนกันแหละ   เธอสวน  แล้วตามด้วยน้ำเสียงแผ่วลง

                นี่อย่าบอกว่าเธอ.........   

                หญิงสาวพยักหน้า

                เธอทำไม่เป็นแล้วจะอาสาทำทำไมเล่า~”   

                ก็ฉันคิดว่ามันง่ายๆนี่    ใครจะไปรู้ล่ะว่าปลามันจะดิ้นไม่ยอมให้จับอ่ะ  

                โอย....ผมล่ะเชื่อเธอเลย  

                มานี่   ดูฉันนะ    เธอรู้มั้ยว่าทำไมปลาถึงดิ้นตอนที่จะจับ   ผมถามนิเดียพร้อมกับเอื้อมมือไปจับปลาตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด

                นิเดียมองผมตาแป๋วแล้วถามกลับ   ทำไมหรอ

                ผมกลั้นหัวเราะเอาไว้   แล้วบอกเธอ  ก็เพราะว่ามันเห็นหน้าเธอน่ะสิ     เพราะฉันนั้นนะ   เวลาจะจับปลาเธอจะต้องปิดตามันรู้มั้ย   ผมสอนไปด้วยทำให้ดูไปด้วย     จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกับปิดตาปลาหรอก    แค่เพียงแต่ตอนที่เธอปิดตามัน   เธอจะจับหัวของมันเอาไว้พอดี   แล้วคราวนี้ปลาก็จะไม่ดิ้นแล้ว     แต่ด้วยระดับความอ่อนประสบการณ์ของเธอ   เธอเชื่อ!

                จริงอ่ะ     ห้ามให้เห็นหน้าฉันสักนิดเลยใช่มั้ย   นิเดียถามแล้วเริ่มทำตาม    เธอตรงไปที่ปลาอีกตัวแล้วพยายามที่จะจับมัน   แต่มันดิ้นทำให้ดินจากพื้นกระเด็นใส่เธอ    ผมรีบวิ่งเข้าไปหาทันที

                มีอะไรเข้าตาหรือเปล่า

                นิเดียตอบเสียงอู้อี้   ไม่มีอ่ะ

                มานี่   ผมจูงมือเธอมาที่ปลาตัวนั้นอีกครั้ง     เป็นครั้งแรกที่มือของเราประสานกันโดยที่เธอยินยอม    

                ผมจับมือของเธอแล้วเอื้อมมือข้างนั้นไปจับปลา    ผมค่อยๆใช่นิ้วมือชี้กับนิ้วโป้งตัวเองดันนิ้วของนิเดียไปปิดตาของปลา   ผมสั่งให้เธอกุมมันไว้แน่นๆ  จากนั้นผมก็ปล่อยมือออกมา      นิเดียลองขยับมือขึ้น     คราวนี้ปลาตัวนั้นก็อยู่ในอุ้งมือของเธอจนได้

                ไคดูสิ   ฉันจับปลาได้ด้วย    นิเดียดีใจเป็นเด็กๆ   จริงๆเธอก็เด็กกว่าผมถึงสี่ปี

                รู้แล้วล่ะน่า   ผมตอบกลับ  นิเดียไม่สนใจผมเอาปลาตัวนั้นไปใส่ถัง    ส่วนผมก็จับตัวอื่นๆต่อไปจนปลาทุกตัวเข้าไปอยู่ในถังเรียบร้อย

                ผมเลือกปลาตัวที่ใกล้จะตายแล้วออกมา    จากนั้นก็หาท่อนไม้แถวนั้นมาเพื่อทุบมันให้ตาย     แต่ระหว่างที่ผมง้างมือเพื่อทุบมัน    นิเดียกลับร้องถามเรื่องไม่เป็นเรื่อง

                นั่นนายจะทำอะไรน่ะ  

                ก็ฆ่ามันน่ะสิ

                ฆ่ามันทำไม  

                เธอคงไม่คิดจะย่างปลาเป็นๆหรอกนะ  

                งั้นเราก็ต้องฆ่าปลาพวกนี้ก่อนกินมันหรอ    นี่คุณเธอไม่รู้จริงๆหรอไงนะ

                ก็ใช่น่ะสิ  ผมตอบปัดๆ  แล้วเตรียมจะทุบปลาตัวนั้นอีกครั้ง     แต่ผมก็ต้องหยุดมือไว้อีกเมื่อหญิงสาวคนเดิมยังไม่ยอมให้ผมทำเสียที

                ไม่เอานะ   ไม่ฆ่า   นิเดียห้าม

                ถ้าไม่ฆ่ามันแล้วจะทำอย่างไงเล่า

                ปล่อย

                หา!  ฉันคงไม่ได้หูฝาดไปใช่ป่ะ

                ไม่    เราจะปล่อยมัน

 

 

                ผมมองดูข้าวไหม้ๆ  บนจานข้าว    กับผักบุ้งลวก   และน้ำปลาถ้วยน้อยอย่างอนาจใจ    ถ้าไม่ใช่เพราะคนตรงหน้าผมนี่    วันนี้อย่างน้อยกับข้าวก็ควรจะเป็นปลาย่างตัวโตๆ   

                กินสิ   ผมบอก   

                นิเดียย่นจมูกแล้วพูด  นายกินลงหรอไง  

                ก็เพราะใครกันล่ะที่ทำให้กับข้าวมันเปลี่ยนเป็นแบบนี้น่ะ   ผมขึ้นเสียง

                นิเดียก็เหมือนอารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน    อะไรๆ  ก็โทษฉัน    ก็ฉันไม่อยากฆ่าเจ้าพวกนั้นนี่นา

                ไม่อยากฆ่าก็ไม่ต้องฆ่า    ฉันไปฆ่ามันเองแล้วเผาให้เธอกินล่ะกัน  ผมตั้งท่าจะลุกไป  แต่นิเดียห้ามอีก

                ไม่ได้    ห้ามฆ่ามันเป็นอันขาด

                คอยดูสิ   ถ้าฉันเอาปลาย่างขึ้นมา   เธอก็ต้องกิน   ผมว่า

                ไม่กิน

                กิน

                ไม่กิน

                ไม่กินแล้วจะมาบังคับฉันไม่ให้ฆ่ามันทำไม    ฉันฆ่าเองกินเองเธอไม่เกี่ยวนี่

                ห้ามฆ่าเด็ดขาด     พรุ่งนี้ฉันจะปล่อยมันด้วยตัวเอง    ถ้าฉันเห็นมันขาดไปสักตัวล่ะก็   นายเจอดีแน่  เธอยื่นคำขาด  แต่ผมแกล้งทำเสียงล้อเลียนเธอ    ทำให้เธอโกรธมากขึ้น

                นิเดียมองผมนิดนึงแล้วลุกขึ้นกระทืบเท้าหนีไป      ทิ้งผมไว้กับสาเหตุที่ทำให้เราทะเลาะกัน     อยากโกรธก็โกรธไป    คอยดูล่ะกันถ้าพรุ่งนี้ป้าน้อมไม่มาจะปล่อยให้อดข้าวเสียให้เข็ดเลย

 

+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น