Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 14 : อำเภอดอนอีขบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 299
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[14] อำเภอดอนอีขบ

 

                ไคขนของตามฉันขึ้นมาชั้นบนของบ้าน    ตานี่ทำเป็นไม่ว่ามาตามหาฉัน   แต่ดันมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ติดมาด้วยเหมือนจะมาเที่ยวพักผ่อนซะงั้น    อะไรกันจะปานนี้นะนาย

                ฉันหยุดมองไคที่กำลังลากกระเป๋าไปทางประตูห้องฉันอย่างเซ็งๆ   

                นั่นนายจะทำอะไร

                ไคหันมามองฉันอย่างงงๆ    เขาทำหน้าเหรอหราแล้ววางกระเป๋าลง   อ้าว   ก็จะขนกระเป๋าเข้าไปเก็บในห้องน่ะสิ  

                ฉันส่ายหัวให้กับความคิดของไค    นี่นายคงไม่ได้คิดจะนอนห้องเดียวกับฉันหรอกนะ   

                ไคยิ้ม   แน่นอน   ฉันคิด    หึย!   ไอ้บ้ากาม

                หยุดเลย   แล้วตามฉันมาทางนี้     ห้องของนายอยู่นี่ต่างหาก    ฉันเดินนำเขาไปอีกห้องที่อยู่ตรงกันข้ามกัน     ห้องนั้นเป็นห้องที่ฉันยังทำความสะอาดไม่เสร็จเพราะไคนั่นแหละที่เข้ามาขัดจังหวะเมื่อวาน

                ฉันเปิดประตูเข้าไปแล้วหันมามองไค     เขามองห้องเปล่าๆ  ที่เต็มไปด้วยฝุ่นอย่างอึ้งๆ

                อย่าบอกว่าเธอจะให้ฉันอยู่ห้องอย่างนี้จริงๆ   ไคยิ้มแหยๆ  ให้ฉัน    อย่าหวังซะเลย

                นี่ห้องของนาย   

                นี่!    ห้องเปล่าๆเนี่ยนะ    แถมฝุ่นเยอะขนาดนี้ไม่มีคนอยู่มากี่ชาติแล้วเนี่ย     ลองคิดดูฉันจะนอนอย่างไง   ที่นอนก็ไม่มี  เตียงก็ไม่มี    แถมนั่น   ตรงนั้น   เธอเห็นมั้ย    รูบนหลังคาไม่ต่ำกว่าสามสี่รูนะฉันว่า    ไคฉุน    หึหึ   ก็แหงล่ะ  ป้าน้อมบอกฉันเหมือนกันว่าหลังคาสังกะสีแบบนี้จะมีรูได้บ้าง       ถ้าห้องฉันมีแบบนี้ฉันก็ไม่อยู่เหมือนกัน    แต่ห้องเดียวที่ไม่รูแบบนั้นก็คือห้องฉันนั่นเอง

                นั่นมันเรื่องที่นายจะต้องจัดการเอง    บอกให้กลับก็ไม่กลับเอง     อยากขออยู่ต่อทำไม   

                ก็ถ้ารถมันพาฉันไปจากที่นี่ได้ฉันก็ไปแล้วล่ะ   

                งั้นก็ไปซะซี่

                ก็รู้อยู่ว่าไปไหนไม่ได้   ไคหงุดหงิด   อาฮ้า!  ถึงคราวฉันบ้างแล้วนะ

                นายเป็นคนบอกเองนะว่าถ้าฉันเก็บแหวนสองวงนี่ไว้    นายจะทำตามที่ฉันสั่งทุกอย่าง   ฉันยิ้มอย่างผู้ชนะ   

                ใช่!   แต่ฉันบอกเธอว่า   จะทำตามที่เธอ  - ขอ ไม่ใช่  - สั่ง    นะ  ฉันว่า  

                มันก็เหมือนๆกันล่ะน่า       

                ไคยีหัวตัวเอง   นี่ฉันพาตัวเองมาเป็นเบี้ยล่างเธอแท้ๆเลย   ไคพูดเบาๆ  แต่ฉันได้ยิน

                เอาล่ะ   ในเมื่อรู้ตัวว่าจะมาเป็นคนรับใช้ให้ฉันแล้วก็ต้องทำตัวสมเป็นคนรับใช้หน่อย     นี่ฉันมีที่ให้นายนอนก็บุญแล้วนะ   ดีนะเนี่ยที่ไม่ให้ไปนอนใต้ถุนบ้าน 

                กรอด~   ไคกัดฟัน

                เวรสนองเวร  กรรมสนองกรรม  นายไม่เคยได้ยินหรอไง   เขาจ้องหน้าฉันด้วยสายตาดุร้ายมั่กๆ

                เอาไว้ฉันจะเอาคืน   ไคตอบ

                ไม่เป็นไร  ฝากฉันไว้ก่อนก็ได้   หุหุ    คราวนี้เป็นคราวของฉันบ้างแล้วสินะ

                จู่ๆ  ไคก็ตรงเข้ามาหาแล้วรวบฉันไว้ในอ้อมแขนก่อนที่ฉันจะหนีได้ทัน

                อ๊ายๆๆ  อีตาบ้า    นี่นายจะทำอะไรน่ะ   ฉันดิ้นแล้วพยายามแกะแขนเขาออกไป

                ไคโน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหู   เจ้านายก็ควรจะรู้ด้วยนะครับว่า   คนรับใช้น่ะ  เขาทำงานก็ต้องการสิ่งตอบแทนเหมือนกัน 

                ฉันเปิดตากว้างเมื่อริมฝีปากของไคสัมผัสกับแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา    เหมือนโลกหยุดนิ่งไปชั่วขณะ      ไคปล่อยฉันออกจากอ้อมแขน    ฉันยืนนิ่งเป็นท่อนไม้ไปเลย

                “Lovely  Girl   ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าเธอจะตกใจเหมือนไม่เคยโดนหอมแก้มมาก่อน   ไคพูดขึ้น  ทำให้ฉันหลุดจากภวังค์

                ก็ไม่เคยน่ะสิยะ!”    โกรธ   โกรธจนไม่รู้จะว่าไงแล้วนะ    ตัวต้นเรื่องก็ทำหน้าทะเล้นอยู่ได้

                งั้นก็ดีเลยน่ะสิ   ไคยิ้มเจ้าเล่ห์   เมื่อเขาก้าวเข้ามาใกล้ฉันอีกครั้ง   ฉันก็ก้าวถอยหนีไปด้านหลังก่อนแล้ว

                ไม่ต้องเลยนะนาย     แล้วก็ฟังนะ    โทษฐานที่นายลามปามเจ้านาย     นายจะต้องทำความสะอาดบ้านทั้งหลัง    ห้องส้วม  ลานหน้าบ้าน     ทุกที่บริเวณบ้านต้องสะอาดหมดจด    เรียบร้อย    น้ำในตุ่มทุกตุ่มต้องเต็ม   ฉันกลับมาเมื่อไรงานต้องเสร็จ   ฉันสั่ง

                ไคอ้าปากค้างแล้วค่อยๆรวบรวมสติจนสามารถพูดได้   มันจะมากไปแล้วนะ..........

                จริงๆ  ฉันว่านายซ่อมหลังคาด้วยดีกว่า       ฉันทำท่าคิด

                ไคได้แต่กัดฟัน     ปากหมออย่างไคก็ตายเพราะปากอย่างนี้แล   

                นี่เธอ...   ไคทำท่าจะพูดอะไรขึ้นมาอีก   แต่ฉันขัดเขาเสียก่อน

                เอ.......ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่าน้า....ว่าแต่เมื่อกี้นายจะบอกอะไรนะ  

                ไคขบกรามแน่นแล้วบอก  ฉันแค่จะถามว่าเธอจะกลับมากี่โมง

                กร๊ากกก    สะใจจริงๆเล้ย

 

                ที่นอน   หมอน  มุ้ง  ผ้าห่ม  เสื่อ   ยังขาดอะไรอีกมั้ยน้า

                ฉันตรวจดูของทุกอย่างที่วางอยู่ตรงหน้า   พลางคิดว่ายังขาดอะไรอีกไหม     เมื่อตรวจดูดีแล้วไม่ขาดอะไรก็เก็บมันรวมกันเพื่อเตรียมขนกลับบ้าน    พอดีกับที่ป้าน้อมเดินมาช่วย

                มานี่   ป้าช่วย   ป้าน้อมรับเสื้อและมุ้งเข้าไปไว้ในอ้อมแขน    ส่วนฉันก็คว้าเอาที่นอน  หมอนผ้าห่มมาถือไว้

                จริงๆแล้วน้ำมาขนสองรอบก็ได้นะคะ    แค่นี้ก็เกรงใจป้าจะแย่อยู่แล้ว    ฉันบอกป้าน้อม  แต่ป้าน้อมส่ายหน้า

                ไม่เป็นไรเลย    ป้าเต็มใจช่วยเหลือ  ป้าน้อมตอบ

                แต่บ้านป้าน้อมนี่ดีจังนะคะ    อยู่คนเดียวแท้ๆ แต่กลับมีอุปกรณ์สำหรับนอนหลายชุดดี    ฉันพูด

                ป้าน้อมหยุดกะทันหันเมื่อเสื่อกับมุ้งหล่นจากมือ     ฉันกำลังจะเข้าไปช่วยเก็บแต่ป้าน้อมปฏิเสธอีก

                ไม่เป็นไรๆ   ป้าทำเองดีกว่า    หนูน้ำนำไปก่อนเลยนะ     อีกเดี๋ยวป้าจะตามไป   ป้าน้อมเก็บเสื่อกับหมอนขึ้นมาด้วยความทุลักทุเล    แต่ฉันก็ต้องจำใจเดินออกมาก่อน   ไม่อย่างนั้นป้าน้อมคงไม่ยอมแน่ๆ

                แต่แปลกจังนะ    เมื่อกี้เหมือนป้าน้อมตกใจหรือเปล่านะ   ตอนที่ฉันบอกว่าป้าน้อมมีที่นอนเยอะน่ะ     หรือว่าฉันคงจะไปจี้ใจดำเรื่องคนรักของป้าน้อมเข้า    เฮ้อ........เธอนี่มันแย่จริงๆยัยนิเดียเอ๋ย

                เมื่อหญิงสาวจากไป   ผู้ถูกเรียกว่าป้าน้อมก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆ    เมื่อกี้นี้   หนูน้ำจะสงสัยหรือเปล่านะ     เธอจะเอะใจเรื่องนี้หรือเปล่า    ไม่หรอก     ฉันระวังตัวอย่างดี    และจะไม่มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก

 

                ฉันวางข้าวของที่แสนจะหนักพวกนั้นไว้ที่แคร่หน้าบ้าน    ให้นายนั่นลงมาเอาเองดีกว่า   ขนมาให้ถึงนี่แล้ว     เออ...จริงสิ    ป้าน้อมยังไม่มาเลย     กลับไปช่วยป้าน้อมดีกว่า

                ฉันกำลังจะหันหลังกลับอยู่แล้วตอนที่ได้ยินเสียงไคแหกปากร้องโหวกเหวกอยู่ด้านบน

                อ๊ากกกกก     

                ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขาอาจจะแค่เล่นๆ   ผ่านไปสักพักเขาก็หยุดร้องแต่เปลี่ยนมาเป็นเสียงดังเหมือนใครกำลังจะพังบ้านด้วยของหนักๆ    ฉันเลยตัดสินใจเดินขึ้นไปบนบ้าน   แล้วตรงไปตามเสียงของเขานั่นคือห้องที่ฉันเพิ่งจะให้เขาไปอยู่เมื่อกลางวัน    ตอนที่ฉันเปิดประตูเข้าไปภาพที่เห็นทำให้ฉันแปลกใจสุดๆ

                ไคหลบอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง    เขาใช้ไม้กวาดจิ้มๆไปที่อะไรสักอย่างที่อยู่บนพื้นห้อง    สีหน้าเขากลัวมากตอนที่มีบางอย่างร่วงลงมาที่พื้นห้องของเขา   แล้วเขาก็หลบชิดเข้าไปที่มุมห้องอีก

                ฉันมองตามสายตาของเขาไปที่สิ่งที่อยู่บนพื้นห้อง     มันเป็นก้อนดินกระจายอยู่    แต่สิ่งที่ไต่ยั๊วะเยี๊ยอยู่ที่ก้อนดินนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ได้มีพิษภัยอะไรเลย     มันเป็นแค่ปลวก

                นี่  ฉันเข้าไปจับแขนเขา    เมื่อไคเห็นฉันเขาก็ลุกขึ้นมาแล้วหลบอยู่ด้านหลังของฉัน     ช่างเป็นสภาพบุรุษเสียจริง

                นิเดีย    ตรงนั้นมีตัวอะไรไม่รู้อยู่ด้วยอ่ะ   ไคบอก    ฉันล่ะเชื่อเขาจริงๆ    ไคกลัวปลวก!

                ปลวก  ฉันบอกเขา    

                เอามันออกไปที  ไคขอร้อง    แต่ฉันยังคงยืนอยู่เฉยๆอย่างนั้น

                เมื่อฉันเงียบไปได้สักพักแต่ไม่มีท่าทีว่าจะทำอะไร   ไคก็เงยหน้าขึ้นมาแล้วถาม ทำไมเธอยังไม่จัดการเจ้าพวกนั้นอีกอ่ะ

                นายไม่คิดว่ามันทุเรศบ้างหรอไง   ฉันถาม   

                ดูเหมือนไคเพิ่งนึกขึ้นได้    เขาถอยห่างจากฉันและเจ้ากองดินที่พื้น   แล้วเริ่มวางท่า

                ไหนๆเธอก็มาแล้ว   ฝากทางนี้หน่อยล่ะกัน   ฉันจะไปทำงานที่อื่นก่อน  ไคทำท่าจะออกไป    แต่ฉันรั้งเขาไว้ซะก่อน

                ไม่ต้องเลย    มันใช่หน้าที่ฉันเสียที่ไหน  

                ไคหยุดกึก   ฉันรู้สึกได้จากการที่จับแขนเขาว่าเขาสั่น

                ถ้าอย่างนั้น   ไว้ฉันทำที่อื่นเสร็จแล้วค่อยกลับมาทำล่ะกัน  ไคต่อรอง   

                ไม่ได้อีกเหมือนกัน    ฉันขนที่นอนมาให้นายแล้ว    ของพวกนั้นต้องมีที่เก็บ   ฉันบอก    ไคเริ่มประสาท

                ไม่!  อย่าเอาเข้ามาในนี้นะ 

                แล้วจะให้เอาไว้ที่ไหนเล่า

                เอาไว้ที่อื่นก่อน 

                งั้นก็ตามใจนาย   จะไปทำอะไรก็เชิญ   แต่บอกไว้ก่อนฉันไม่ทำความสะอาดห้องให้นาย   ฉันบอกเขา    แต่ดูเหมือนไคจะไม่ฟังอะไรแล้ว    เขาไม่รีรอที่จะออกไปจากห้องเมื่อฉันอนุญาต

                แล้วสายตาฉันก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่เกาะอยู่ที่เสื้อของไค    มันกำลังไต่ไปที่คอของเขา

                เดี๋ยว  ไค    

                ไคหันกลับมาด้วยท่าทีหงุดหงิดสุดๆ

                อะไรอีก   ฉันกำลังรีบไปทำงานให้เธออยู่นะ    

                ฉันชี้ไปที่คอของตัวเองแล้วชี้ไปที่เขา     เขาทำท่างงๆ แต่ก็ใช้มือลูบไปตามคอ     แล้วเอามือนั้นมาดู     สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้ไคกรีดร้องออกมา   

                อ๊ากกกกกกกกก       ช้านเกลียดปลวก~

 

 

                คิกคิก 

                ขำอะไรไม่ทราบ!!”   

                ไคนั่งหัวเสียอยู่ข้างๆ   ส่วนฉันก็ได้แต่กลั้นหัวเราะ    ผู้ชายกลัวปลวก

                โหย   ดุจังน้า   ที่เมื่อกี้ล่ะก็........   ฉันเว้นเอาไว้

                เมื่อกี้อะไร   จะถามขึ้นมาทำไม   บอกไปฉันกลัวนายจะรับไม่ได้เอานา   หุหุ

                เมื่อกี้ไม่มีอะไรหรอก    ฉันไปช่วยป้าน้อมจัดการกับเจ้าสัตว์ตัวเล็กๆน่ารักพวกนั้นก่อนนะ   ฉันบอกไคแล้วเดินออกมา    ก็ไคน่ะแหกปากซะจนป้าน้อมตกใจเลยต้องตามมาดู   ดีนะเนี่ยที่ชาวบ้านเขาไม่แห่กันมาทั้งหมู่บ้าน

                หนูน้ำจะไปไหน   ป้าน้อมถาม    ทั้งๆมือยังถือไม้ท่อนโตเคาะไปที่ผนังบ้าน     ที่ป้าน้อมต้องทำอย่างนี้ก็เพราะจะกำจัดปลวกออกจากห้อง     ห้องนี้มีปลวก    ปลวกทำรังอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโดยที่ไม่มีใครรู้     ขนาดฉันเองที่คิดว่าสำรวจทั่วแล้วก็ยังไม่รู้

                ก็ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ  มาช่วยป้านี่แหละ  ฉันพูดพร้อมกับหยิบไม้กวาดมากวาดดินที่อยู่ที่พื้น

                ไม่ต้องหรอก  ป้าทำให้ดีกว่า   หนูน้ำไม่กลัวหรอ   ป้าน้อมถามคำถามที่ทำให้ฉันหลุดขำออกมา

                น้ำไม่ใจเสาะอย่างนั้นหรอกค่ะ  ฉันบอก

                ป้าน้อมกับฉันมองหน้ากัน     แล้วเราสองคนก็ขำออกมา

                พ่อหนุ่มนั่นก็ดูแข็งแรงดี    ป้าไม่คิดเหมือนกันนะว่าจะใจปลาซิวอย่างนี้

                ค่ะ

                แล้วอย่างนี้จะปกป้องหนูได้อย่างไงกันล่ะ

                หา?

                เอ่อนี่  หนูน้ำ    เย็นนี้ไปกินข้าวบ้านป้ากันนะ   ป้าน้อมเปลี่ยนเรื่องเฉยเลย

                ค่ะ   เอางั้นก็ได้  แหงล่ะ   ก็ฉันมีปัญหาข้าวกินเองที่ไหน   มาอยู่นี่ปากท้องก็ฝากกับป้าน้อมตลอด

                ชวนผัวหนูไปด้วยนะ   อ๊ากกก  ป้าน้อมยังไม่เลิกเข้าใจผิดอีกเรอะ

                บอกแล้วไงคะว่าเขาไม่ใช่  ฉันตะหวาดใส่ป้าน้อม

                แล้วฉันก็รู้สึกผิดเมื่อเห็นป้าน้อมตกใจมาก    นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย    นั่นคนที่มีบุญคุณกับฉันนะ

                ป้าน้อมคะ   น้ำขอโทษ   ฉันพูดเสียอ่อนลง  

                ป้าน้อมส่ายหัวแล้วยิ้มให้ฉัน    ไม่เป็นไรหรอกหนูน้ำ    ป้าเข้าใจ

                ดีแล้วค่ะที่ป้าน้อมเข้าใจสักที่ว่านิเดียกับไคไม่ได้เป็นอะไรกัน

แล้วป้าน้อมก็พูดคำที่ทำให้ฉันแทบจะร้องกรี๊ดขึ้นมาอีก  

ว่าแต่     ผัวหนูเขาชื่ออะไรหรอ    

โอย.....นี่ฉันจะต้องยอมให้ป้าน้อมเข้าใจผิดอย่างนี้ไปถึงเมื่อไรกันนะ

 

 

 

 

 

+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น