Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 13 : ตำบลโคกอีแร้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[13] ตำบลโคกอีแร้ง

 

                แสงตะวันสาดเข้ามาทางหน้าต่างห้องนอน     ร่างบางที่นอนอยู่บนที่นอนพยายามมุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มให้พ้นจากแสงแดดยามเช้า    แต่ควานหาเท่าไรก็มีเพียงแค่ชายผ้าห่มสั้นๆเท่านั้น     ร่างบางพยายามหาที่ซุกไซ้แล้วก็ได้พบกับความอบอุ่นประหลาด   อีกทั้งที่ตรงนั้นยังให้ความสบายจนอยากอยู่อย่างนี้ไปนานๆ     พลัน!   ร่างบางก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ข้างๆ

                ฉันเริ่มรู้สึกตัวเมื่อแสงแดดรำไรส่องเข้ามา     ฉันควานหาผ้าห่มเท่าไรก็ไม่เจอ    เจอแต่บางอย่างที่ดูแข็งๆ และนุ่มนิ่มในเวลาเดียวกัน     ฉันซุกหน้าเข้าไปในทันทีและพบว่ามันปกป้องฉันจากแสงจ้าของวันใหม่ได้      แต่มันแปลกอยู่นา

                ฉันคลำไปรอบๆตัว    ตรงนี้มีอะไรสักอย่างนูนขึ้นมาจากที่นอน    ตรงนี้ก็ยาวออกมา    จะเป็นหมอนข้างหรือเปล่านะ      แต่เอ.....เครื่องนอนทั้งหมดนี่ฉันยืมป้าน้อมมานี่นา    แล้วมันก็ไม่ได้มีหมอนข้างด้วย

                ฉันค่อยๆปลือตามองไปข้างตัว    เห็นอะไรลางๆเหมือนกองผ้าสีดำ   ไม่นานหนังตาก็ปิดลงอีกครั้ง     ฉันเกือบจะหลับไปอยู่แล้ว    ก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้

                ดวงตาสีเขียวคู่โตเปิดรับเช้าวันใหม่      หญิงสาวมองไปรอบๆตัว   แล้วเธอก็พบกับผู้บุกรุกที่นอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขอยู่บนที่นอนเดียวกับเธอ     ชายคนนั้นไม่มีท่าทีว่าจะรู้สึกตัวว่าได้ทำให้หญิงสาวโกรธจนแทบจะพ่นไฟใส่เขาได้

                กรอด~  ไค   นี่นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง    แล้วเมื่อกี้นี้ฉัน.....

                กรี๊ด.........   ก่อนที่ฉันจะได้ส่งเสียงเรียกคนมาช่วย     ร่างที่นอนอยู่รู้สึกตัวเสียก่อน   ไคใช้ฝ่ามือปิดปากฉันไว้    นั่นทำให้ฉันอยู่ในอ้อมแขนของไค    

                ฉันดิ้น   แน่นอน    ฉันต้องดิ้นรนเพื่อหาทางรอด    แต่ตาบ้านี่มันแรงช้างสาร     เมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขาฉันแทบจะขยับตัวไม่ได้เลย     ฉันดิ้นรนอยู่นานจนเกือบจะหมดแรง      ไคก็กระซิบที่ข้างหู   ทำเอาฉันขนลุกซู่

                เงียบนะ    ฉันจะปล่อย    ตอนนั้นไม่ว่าอย่างไงฉันก็ต้องพยักหน้ารับคำไว้ก่อน

                ไคปล่อยฉันจริงๆ      

                ฉันรีบเร่งออกจากตรงนั้นโดยด่วน     ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเปิดมุ้งออกไป      ฉันได้ยินเสียงเหมือนไคเองก็ลุกตาม

                อย่าตามมานะ!”   ฉันพูดออกไป   

                แต่ไคก็ยังตาม

                ฉันออกจากห้องนอนวิ่งออกมาด้านนอกของบ้าน    ไควิ่งตามมา     ฉันวิ่งหนีเขาไปที่ประตูหน้าพยายามถอดกลอนที่ใส่เอาไว้อย่างแน่นหนามันยังปกติดี    แล้วไคเข้ามาทางไหนกัน?   นี่ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้     ต้องหนีก่อน      ฉันพยายามสุดชีวิตแล้วก็เปิดกลอนทุกกลอนออกหมด      แต่ไคก็เข้าใกล้ฉันมากทีเดียว

                เมื่อเปิดออกสู่ระเบียงหน้าบ้าน    ฉันจะวิ่งลงบันได้แต่สะดุดกับเท้าของตัวเองที่พันกันไปมาจนเกือบจะตกบันไดอยู่แล้ว    แต่อ้อมแขนของไคก็เข้ามารับฉันไว้ถูกที่ถูกเวลา

                ฉันไม่ได้มองเขา     เมื่อเราสองคนทรงตัวได้แล้วฉันก็ผลักเขาออก

                หยุดเอาเปรียบฉันได้แล้ว  

                ฉันช่วยเธอไว้นะ   ไคกล่าว    จริงของเขา   แต่เรื่องก่อนหน้านี้ล่ะ

                ใครใช้ให้นายเข้าไปในห้องกันยะ    นายไม่รู้หรือไงว่ามันเป็นที่ส่วนตัว    แล้ว....แล้ว......  ฉันหยุด    ไคอมยิ้มแล้วถาม

                แล้วทำไม?

                แล้วเราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย    นายเข้าไปนอนที่นั่นแบบนั้นคิดอะไรกันแน่ยะ?   ฉันพูดด้วยความโมโห    แต่ไคไม่ได้มีท่าทีสลดแม้แต่น้อย     รอยยิ้มของเขากว้างขึ้นกว่าเดิม

                เขาไม่พูดอะไรฉันเลยพูดแทน  นายเข้าไปได้อย่างไง    ฉันไม่ได้อนุญาตสักหน่อย     แล้วทำไมยังอยู่ที่นี่อีก    ทำไมไม่กลับๆไปในที่ของพวกนายกันนะ    ไม่รู้จะตาม........   

                ฉันหยุดกึกอย่างกะทันหันเมื่อไคขยับตัวเข้ามาใกล้      เขาดึงฉันเข้าไปไว้ในอ้อมกอด

                ที่รัก     อย่าโกรธผมอีกเลยนะ     เรื่องนั้นคุณควรให้อภัยผมได้แล้ว    ผมอุตส่าห์ทิ้งงานมาตามคุณกลับไปนะ    ไคพูด    เขาจะบ้าหรือไง    พูดอะไรแปลกๆ   และที่ให้อภัยไม่ได้ก็คือ    ไคเรียกฉันว่า   - ที่รัก

                นายไม่มีสิทธิเรียกฉันว่าที่รัก!    แล้วปล่อยฉันสักที    บ้าหรือไง!”    ฉันตวาด   แต่ไคกอดฉันแน่นขึ้น

                กลับไปกับผมเถอะ    เหอะ!  ไม่มีวัน

                ไม่!  ปล่อยสักทีเซ่!”   ฉันตวาดอีกครั้ง    คราวนี้ไคปล่อย   ฉันผลักเขาออกไปห่างๆ    ไม่รู้ตานี่จะแต๊ะอั๋งฉันอีกกี่ครั้งถ้าฉันอยู่ใกล้ๆกับเขา

                ไคทำหน้าเศร้าประหลาด    หน้าแบบนี้ไม่เคยเห็นเขาทำมาก่อนเลย      หรือว่าเขาจะมาตามฉันด้วยความจริงใจ    แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องที่พวกนั้นทำไว้ก็ให้อภัยไม่ได้     และนายก็อันตรายเกินไป

                ไม่มีวัน   ฉันยื่นคำขาด   แล้วหันหลังก้าวลงบันไดมา    ฉันไม่ได้ยินเสียงไคตามมาซึ่งทำให้ฉันแปลกใจ

                ฉันเงยหน้าขึ้นเมื่อถึงกับพื้นชั้นล่าง    แล้วก็พบกับใครบางคนที่ฉันไม่อยากให้อยู่ในตอนนี้เลย     ป้าน้อม  

                ป้าน้อมนั่งอยู่บนแคร่หน้าบ้าน      ด้านข้างนั้นมีปิ่นโตเถาใหญ่ตั้งอยู่     ป้ากำลังมองฉัน     ฉันตั้งความหวังว่าสายตาคู่นั้นของป้าน้อมจะเต็มไปด้วยแววสงสัย    แต่มันไม่ใช่     ในสายตาที่ส่งมามีแต่ความเข้าใจ   ที่ฉันคิดว่ามันออกจะเกินไปนิด

                ป่ะ.....ป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ   ฉันถามด้วยเสียงตะกุกตะกัก

                ป้าเอาข้าวเช้ามาให้น่ะ    ก็อีหนูบอกเองป้าไม่ใช่รึว่ายังทำกับข้าวไม่ค่อยได้     ป้าก็เลยเอามาให้   ป้าน้อมตอบ 

                งั้น    น้ำขอบคุณมากค่ะ  ฉันตอบกลับไป      ป้าน้อมมองผ่านฉันสูงขึ้นไป     เสี้ยววินาทีที่ป้าน้อมสบตากับไค     ความคิดของฉันมันก็อยู่ที่คำว่า    ซวยแล้วมั้ยล่ะ

                ฉันเบี่ยงเบนความสนใจของป้าน้อม   โดยการเปิดปิ่นโตแล้วดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้นบ้าง

                โห.......ทำไมมันเยอะอย่างนี้ล่ะคะ    น้ำกินคนเดียวไม่หมดหรอกค่ะ  ฉันบอก     ได้ยินเสียงขำเล็กๆจากไค    หมอนี่จะขำหาพระแสงอะไร

                ป้าเอามาเผื่อผัวหนูด้วยน่ะจ้ะ 

                พรืดดดดดดดด    ฉันที่กำลังจะตักข้าวเข้าปากพ่นข้าวออกมาเกลื่อน      แค่กๆ...    โอย  เกือบตายไหมล่ะฉัน

                เป็นอะไรหรือเปล่า?”  ป้าน้อมถามด้วยความเป็นห่วงแล้วลุกมาลูบหลังให้ฉัน

                เมื่อกี้ป้าบอกว่าไงนะคะ

                ป้าเอามาเผื่อผัวหนูน้ำด้วยน่ะจ้ะ

                ........  อึ้งเกินจะกล่าว    แต่เอ....ป้าน้อมจะลูบหลังให้ฉันทำไมกัน

                บางทีอีหนูอาจอยากได้ของเปรี้ยวๆมากกว่าล่ะมั้ง   ป้าน้อมพูด   มั นหมายความว่าไงกันอ่ะ?

                ไคหลุดขำออกมา   ฉันเห็นเขากลั้นมันไว้นานแล้ว

                ทำไมล่ะคะ   กับข้าวป้าก็อร่อยดี

                ก็คนแพ้ท้องน่ะ   เขากินข้าวกันไม่ค่อยได้เหมือนหนูเลย    ป้าเลยคิดว่าหนูคงจะอยากกินของเปรี้ยวๆมากกว่า

                อ๊ากกกกกก  ไปกันใหญ่แล้ว  

                คือ.........มันไม่ใช่อย่างที่ป้าคิดนะคะ    นายคนนั้นไม่ใช่.........

                ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรมากไปกว่านี้     ไคก็ลงบันไดแล้วพูดแทรกขึ้นมา     เธอยังไม่ได้ท้องหรอกครับ   เราสองคนยังเพิ่งข้าวใหม่ปลามันกันอยู่เลย      ไคยักคิ้วให้ฉัน

                หา?!?     อะไรของนาย     หรือว่ามันจะเป็นแผนของตานี่มาตั้งแต่ต้น    เขาเห็นป้าน้อมก่อนหน้าฉันแล้วเล่นบทบาทพวกนั้นหลอกป้าน้อม        นายไค     ถ้าฉันไม่ได้หักคอนายกับมือฉัน.....ฉันจะ.......จะอะไรนึกไม่ออกโว้ย    เอาไว้ถึงเวลานั้นก่อนแล้วค่อยนึก    แต่ตอนนี้ที่นายทำมันจะมากเกินทนรับได้แล้วนะ

                ไม่จริงนะคะ  ป้า  ฉันพยายามจะอธิบาย    แต่ไคก็แทรกขึ้นอีก    แถมคราวนี้เขายืนกำกับฉันอยู่ด้านหลัง

                ผมเสียใจมากเลยนะครับตอนที่เธอหนีผมมา   ไคทำหน้าน่าสงสารให้ป้าน้อม

                เขาโกหก!”   ฉันบอกป้าน้อม    ป้าน้อมมีท่าทีเข้าใจ

                เห็นมั้ยครับ   เธอโกรธผมมาก   ไควางมือบนบ่าของฉัน    ฉันสะบัดมันออกไป     ป้าน้อมมองตรงมาที่ฉันอย่างตำหนิ    หน้าอย่างนี้ป้าต้องให้นายไคไม่ใช่หรอ

                คนเราลองได้เป็นผัวเมียกันแล้วมันต้องรักกันให้มากๆนะรู้ไว้   ป้าน้อมทำท่าสั่งสอนฉันเป็นการใหญ่    มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ

                แต่ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ     ป้ากำลังเข้าใจผิด   

                นี่เรากำลังว่าคนที่ผ่านโลกมามากกว่าว่าไม่รู้เรื่องเท่าตัวเองงั้นสิ   ป้าน้อมมีท่าทีงอนๆ   ไหงเป็นงั้นอ่ะ

                เปล่านะคะป้า   น้ำแค่..........

                หนูรู้หรือเปล่า?     การมีคนที่รักดีกว่าการต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวจากการสูญเสียคนที่รักไปอย่างไง   ป้าน้อมมีสีหน้าสลดลง   น้ำตาคลออยู่ที่ดวงตาคู่นั้น

                คุณป้าเคยเสียคนที่รักไปงั้นหรือครับ  ไคถาม

                มันนานมาแล้ว    ช่างเถอะ      ว่าเรื่องของพวกหนูเถอะ      หายโกรธกันสักที   แล้วรู้ไว้ซะด้วยว่าความรักมันไม่ได้มาง่ายๆ    และเมื่อได้มาแล้วก็ควรรักษาไว้ให้ถึงที่สุด   ป้าน้อมปาดน้ำตา

                เห็นใจป้าก็เห็น    จะพูดอะไรก็เป็นการรื้อฟื้นเรื่องความทรงจำไม่ดีของป้าน้อมอีก        ถ้าฉันกับนายไคมีความรักก็ว่าไปอย่าง    แต่นี่มันไม่ใช่ๆๆๆๆ

                ป้าคะ    น้ำบอกแล้วว่ามันไม่ใช่อย่างที่ป้าคิด    เราสองคน……..”    - เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน -

                เราสองคนแค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยนะครับ

                น้ำกับเขาไม่ได้เป็น......   - ไม่ได้เป็นสามีภรรยากัน

                เรายังเด็กคงต้องอาศัยเวลามากทีเดียวครับ   

                ป้าอย่าฟังเขานะคะ   เขา.......   - เขาโกหก

                ผมเป็นสามีที่รักเธอมาก 

                อ๊ากกกก    ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรขึ้นมาไคก็ขัดหมด    อีตาบ้าเอ้ย     นายมันโรคจิตชัดๆ    นี่นายกำลังทำให้ป้าน้อมเข้าใจผิดมากขึ้นนะ

                กลับไปซะ!   เดี๋ยวนี้!!!!”  ฉันสั่งไค    เขาเลิกคิ้วขึ้น    และมีท่าทีแปลกใจอย่างเกินจริง

                น้ำ........    ไคทำเสียงขอร้อง

                พ่อหนุ่มไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น!”   เสียงประกาศิตจากหญิงวัยกลางคนที่ทำเอาหนุ่มสาวสองคนชะงัก

                อยู่มันซะที่นี่แหละ      ตามตื้อแม่หนูให้ยกโทษให้ได้      ป้าเอาใจช่วย     ป้าน้อมส่งยิ้มให้ไค

                นี่ป้าไม่รู้เล่ห์ร้ายของนายไคคนนี้เลยหรือไงกันนะ?    ฮือๆๆๆ

 

 

                นี่......ทำไมกินข้าวน้อยจัง   จู่ๆไคก็ถามขึ้น

                ก็แหงล่ะ   อยู่กับนายมีใครที่ไหนเขาจะเจริญอาหารกันลง

                ไม่กินข้าวเดี๋ยวกรดกัดกระเพราะขาดนะเออ      ไคยังมีอารมณ์มาพูดล้อเล่นอีก     เรื่องที่เขาทำไปเมื่อกี้มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆเลยนะ

                ทำไมต้องพูดกับป้าน้อมไปแบบนั้น    ฉันถามด้วยความที่อดทนอีกต่อไปไม่ไหวแล้ว

                พูดว่าอะไรล่ะ    นายยังมีหน้ามาย้อนอีก

                ก็พูดว่าเราเป็นสามีภรรยากันไงเล่า   ฉันตะคอกใส่

                ก็หรือว่ามันไม่จริงล่ะ   นายจะถามหาพระแสงอะไร

                แหงล่ะ   มันไม่จริงสักนิด

                อีกไม่นานหร๊อก~”  

                ฉันหันขวับไปมองเขา    ไคยังคงตั้งหน้าตั้งตากินข้าวเหมือนคนตายอดตายอยากมาจากไหน

                ไม่มีวันย่ะ

                แล้วเราก็จะได้รู้กัน    ไคท้าทาย    แต่เขาก็ทำได้เท่านี้แหละ    

                แน่นอน     ยังไงฉันก็ไม่มีวันรักนายลงหรอกย่ะ  

                ขนาดเธอเกลียดฉันเธอก็หมั้นกับฉันแล้วนะ      นี่ถ้าเธอเกิดรู้สึกชอบฉันขึ้นมานิดเดียว   นิดเดียวเท่านั้น    ฉันว่าเราคงได้นั่งเลี้ยงลูกกันไม่ไหวแน่ๆ    ไคกวน     นายคิดไกลเกินไปแล้วนะ

                นั่นมันจำเป็นหรอกย่ะ    แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว    ดีเหมือนกันที่นายมา     เอาของๆนายคืนไป   ฉันพูดพร้อมกับปลดสร้อยคอแล้วปล่อยแหวนสองวงร่วงลงบนมือ       จากนั้นก็ยื่นให้ไค

                เขาไม่มีท่าทีว่าจะรับ    แต่จ้องมองฉันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

                เก็บไว้     ถ้าพวกฉันต้องการคืน    ฉันจะเป็นคนบอกเธอเอง    หึย!   เอาเปรียบกันนี่นา    หมายความว่าเขาถอนหมั้นฉันได้คนเดียวงั้นสิ

                ไม่!   เอาคืนไป   ฉันยังไม่ยอม

                ไม่เอา

                เอาคืนไป!”

                ไม่เอา

                ฉันหมดความอดทน      ฉันเอื้อมมือไปคว้ามือข้างขวาของไคขึ้นมาแล้ววางแหวนทั้งสองวงนั้นลงไป

                เอา คืน - ไป   ฉันบอกเขาอีกครั้ง     ไคจ้องมองฉันและเงียบ

                ได้ของแล้วก็กลับไป      ฉันไม่ใช่คู่หมั้นที่ต้องให้นายมาตามอีกแล้ว   ฉันบอก    ไคยังคงจ้อง และเงียบ

                ฉันไปล่ะ   ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเพราะไคเอาแต่เงียบอย่างเดียว      ฉันอยากหลบจากเขา     บางทีไปบ้านป้าน้อมอาจดีกว่า

                แหวน......ไม่ได้มีความหมายอะไรสำหรับเธอเลยหรือ    เธอถึงทิ้งมันได้ง่ายดายนัก    จู่ๆเสียงของไคก็หยุดเท้าของฉันไว้อย่างสิ้นเชิง      คำถามนี้เองที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองอาจกำลังหวั่นไหว

                ไม่มีสักนิด   ฉันตอบทั้งๆที่ยังไม่หันหน้ากลับไป

                ไม่ได้!!!”    ไคขึ้นเสียง     เสียงแบบที่เขาใช้เวลาออกคำสั่ง      มันจะใช้ไม่ได้กับฉัน    ฉันไม่ใช่เบี้ยล่างที่ต้องเชื่อฟัง

                ฉันเดินหนี     แต่ไครวบตัวฉันไว้จากด้านหลัง

                เก็บมันไว้    ฉันขอร้อง    น้ำเสียงนั้นสั่นเล็กน้อย     แต่มันอาจจะเป็นเล่ห์ร้ายกลลวงของไคเหมือนเคย

                ปล่อย    ไม่ต้องมาหลอกฉันอีกแล้ว      ฉันไม่ไว้ใจนายอีกแล้ว  ฉันพูดกับเขาช้าๆ  เพื่อให้ถ้อยคำมันบาดลึกลงไปในใจของเขา    แต่ส่วนลึกภายในใจฉันมันบอกว่าที่ฉันทำอย่างนี้เพราะอยากให้เขาแบ่งปันความทุกข์ไปจากฉันบ้าง

                คำขอร้อง   นี่เป็นคำขอร้อง    แล้วฉันจะทำตามที่เธอขอทุกอย่าง  

                ไม่รู้ทำไมว่าคำพูดนั้นทำให้ฉันไว้ใจเขา      ความเชื่อใจกลับมาอีกครั้ง      แต่มันจะอยู่อย่างนั้นได้นานแค่ไหนกันนะ

 

 

 

+ + - -
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น