Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 12 : หมู่บ้านหนองอีเติ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 375
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

 [12] หมู่บ้านหนองอีเติ่ง

 

                ฉันใช้ผ้าขี้ริ้วชุบน้ำแล้วบิดมัน     น้ำสีดำที่แสดงถึงความสกปรกของพื้นที่ฉันถูมาตลอดวันก็ยังไม่สะอาดสักทีนั่นไหลลงสู่ถังน้ำด้านล่าง    ฉันบิดจนแน่ใจว่าหมาดแล้วก็เริ่มถูบริเวณที่เคยถูไปแล้วสองครั้งใหม่อีกทั้งหมด

                น้ำ   น้ำเอ้ย    อยู่บนบ้านหรือเปล่าลูก   เสียงดังมาจากด้านล่างของบ้าน

                ฉันใส่ผ้าขี้ริ้วลงไปในถังน้ำ  แล้วหิ้วมันออกมาที่หน้าบันไดบ้าน    เมื่อมองลงมาก็เห็นหญิงวัยกลางคนๆหนึ่งยืนอยู่ที่ลานหน้าบ้าน    ป้าน้อมนั่นเอง     ป้าน้อมเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างๆที่เอื้อเฟื้อแกฉันมาตลอดสองวันที่ผ่านมา

                แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน?

                ฉันเองก็ไม่รู้    ฉันจอดรถทิ้งไว้เพื่อไม่ให้คนพวกนั้นตามฉันจากรถได้ฉันใช้เดินทางมาที่นี่     มันเป็นการเดินทางที่ไร้จุดหมาย   ไร้แบบแผน     ความคิดโง่ๆ มันแวบขึ้นมาในหัวฉัน     ก็ถ้าฉันไปในที่ๆขนาดฉันยังไม่รู้ว่าที่ไหน    แล้วคนพวกนั้นจะรู้ได้ยังไงกัน

                ฉันนั่งรถสองแถวมาเรื่อยๆ   ฉันนั่งหลับสบายอยู่เชียวเมื่อตอนที่คนขับรถมาปลุกแล้วบอกกับฉันว่าที่นี่สุดทางแล้วให้ฉันจ่ายเงินแล้วรีบๆลงไปซะ    ตอนนั้นเขามีบริการเสริมด้วยการขนกระเป๋าของฉันลงไปเรียบร้อยแล้วด้วย

                เมื่อมาถึงที่นี่    ชีวิตฉันก็เคว้งคว้างอย่างที่สุด     ที่นี่ที่ไหน?   ความสงสัยและความหวาดกลัวเริ่มประเดประดังเข้ามา     และตอนนั้นป้าน้อมก็ยื่นไมตรีจิตที่ฉันไม่มีวันลืมเลือน

                ป้าน้อมบอกว่าที่บ้านหลังหนึ่งข้างๆบ้านของแกกำลังประกาศขาย     และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ    ฉันตัดสินใจซื้อบ้านไม้ยกใต้ถุน     รอบๆบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้      มีใต้ถุนและลานบ้านที่กว้างขวาง       ภายในตัวบ้านมีห้องโล่งกว้างสำหรับรับแขก     มีห้องแยกออกไปทั้งหมดสามห้อง     อยู่ด้านหลัง   ด้านซ้าย   และด้านขวาเมื่อมองจากธรณีประตูด้านหน้า     ห้องครัวไม่มีชัดเจนแต่มีเครื่องครัวอยู่ที่ใต้ถุนบ้าน       เลยออกไปจากตัวบ้านนิดนึงจะเป็นห้องน้ำ     มันเป็นห้องน้ำที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน     ไม่มีฝักบัว  ไม่มีอ่างน้ำ    มีเพียงโอ่งกับขันน้ำ     แต่ส้วมที่นี่ฉันก็พอรับได้

                ฉันเลือกห้องทางด้านขวาเป็นห้องพักของตัวเอง   แล้วเริ่มทำความสะอาดที่นั่นก่อน    บ้านนี้ไม่มีคนอยู่อาศัยมานาน    มันจึงสกปรกเกินที่ฉันจะจินตนาการได้      แล้ววันต่อๆมาฉันก็เริ่มทำความสะอาดส่วนอื่นๆของบ้าน     ตอนนี้ก็เหลือแค่ห้องทางด้านซ้ายตรงข้ามกับห้องของฉันที่ฉันกำลังทำอยู่เมื่อสักครู่นี้

                ป้าน้อมให้ฉันยืมที่นอนหมอนมุ้งแล้วก็ของใช้อื่นๆที่จำเป็น     และพาฉันไปซื้อของใช้อื่นๆที่ร้านขายของที่เดียวในหมู่บ้าน     ถึงที่นี่จะลำบากหน่อย  แต่ก็ไม่ยากที่ฉันจะปรับตัว   ป้าน้อมบอกว่ารถโดยสารที่ฉันโดยสารมานั้นจะมาเพียงเดือนละครั้งเท่านั้น     ถ้าฉันอยากกลับไปก็ต้องรออีกหนึ่งเดือนหรือไม่ก็เดินไปไม่ต่ำกว่าสามสิบกิโลเมตร     แต่ฉันไม่คิดที่จะกลับอยู่แล้ว     ฉันอยากหนีและที่นี่ก็เหมาะสมดี

                ฉันดึงสติกลับมาปัจจุบันอีกครั้ง     ยังเห็นป้าน้อมยืนจ้องฉันอยู่ด้วยความสงสัยที่เห็นฉันเงียบไปนาน   

                ป้ามีอะไรหรือเปล่าคะ?   ฉันถาม   คราวนี้ป้าน้อมมีสีหน้าดีขึ้น

                มีคนมาหาหนูแน่ะลูก   ป้าน้อมบอก    

                ใครกันนะ?    ใครกันที่มาหาฉัน     ทั้งๆที่ฉันหนีมาอยู่ที่นี่คนที่รู้จักกับฉันตอนนี้ก็มีเพียงป้าน้อมและเจ้าของร้านขายของเท่านั้น     แล้วใครกันที่มาหาฉันถึงที่นี่

                หวังว่าคงไม่ใช่คนพวกนั้น

                ฉันได้แต่ภาวนา      เมื่อรถเบนซ์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดที่ลานหน้าบ้าน     หัวใจของฉันเต้นระทึก     พวกเขาตามมา   พวกเขาพบฉัน     ทั้งๆที่ฉันหนีมาจนขนาดนี้แล้วนะ

                ฉันจ้องมองบุรุษที่ก้าวออกมาจากรถคันนั้น      เรือนผมสีดำตัดกับผิวสีขาวในชุดสูททางการสีดำ     เขาไล่สายตาจากตัวบ้านขึ้นมาจนถึงด้านบนและหยุดลงที่ฉัน      ฉันจ้องมองลงไปในดวงตาสีดำคู่นั้น

                เขาเหมือนกับคนอีกคน     แต่เขาไม่ใช่      เขาคือคนๆเดียวเท่านั้น     คิโดโจ    ไค

 

                ผมเหลียวมองป้ายข้างทางเมื่อรถแล่นมาถึงถนนลูกลังเล็กๆ    ป้ายนั้นเขียนว่า

                                ** หมู่บ้านหนองอีเติ่ง       ตำบลโคกอีแร้ง     อำเภอดอนอีขบ  **

                แค่ชื่อหมู่บ้านก็ทำผมแปลกใจมากพอแล้ว    แต่เมื่อผมขับรถเข้าไป    มันยิ่งทำให้ผมถึงกับตื่นตะลึงเลยทีเดียว

                นี่คู่หมั้นของผมหนีมาอยู่ที่แบบนี้หรอเนี่ย??

                ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจแล้วเดินหน้าต่อไป       ฝุ่นตลบอบอวนตลอดทางที่ผมผ่านมา     และเมื่อพ้นจากท้องทุ่งมาได้     ผมก็เริ่มเห็นบ้านเรือนเป็นหย่อมๆ  เรียงรายกันอย่างไม่เป็นระเบียบ      ดูเหมือนที่นี่จะมีถนนที่ไม่แน่นอน      ผมขับเข้าไปช้าๆ  ไล่สายตาไปตามบ้านทุกหลังที่ผ่านไป     หวังว่าจะพบกับ....เธอคนนั้น

                ผมขับเข้ามาเรื่อยจนเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองเป็นเป้าสายตา    พวกเขาเริ่มซุบซิบจะจับกลุ่มคุย    หลายคนเดินตามรถของผมมา   พวกเขาทำท่าเหมือนไม่เคยเห็นรถ       และนั่นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ผมอึ้ง

                จู่ๆมีชายคนหนึ่งเข้ามาขวางรถของผมไว้     ผมเบรกอย่างกะทันหันและรถก็จอดลงอย่างง่ายดายเนื่องจากว่าในตอนแรกมันไม่ได้ขับเร็วอะไรนัก    ผมก้าวลงจากรถด้วยความฉุนเฉียว      นายเกือบทำให้ฉันต้องฆ่าคนตาย

                แต่เขาคนนั้นไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน    เขามองผมด้วยสายตาที่บอกว่าไม่ยี่หระหากผมจะเอาผิดเขา     เมื่อผมมองผ่านเขาไปทางด้านหลังก็เห็นชาวบ้านอีกหลายคนเริ่มล้อมกรอบเข้ามา      บางคนมายืนใกล้ๆรถ  และมองผมสลับกับรถ    แววตาที่ส่งมาถึงผมของพวกเขาทุกคนเหมือนกันคือ   ใคร?

                ผมกำลังอยู่ในสถานการณ์ตึงเครียดเมื่อหญิงวัยกลางคนๆหนึ่งก้าวเข้ามา       หญิงคนนั้นแต่งกายเหมือนคนอื่นๆ    เธอนุ่งผ้าที่เหมือนกระโปรงยาวๆ   และใส่เสื้อโปร่งๆ     เมื่อยืนต่อหน้าผม     ผู้หญิงคนนั้นก็ตั้งคำถามกับผมทันที

                คุณเป็นใคร      นั่นสินะ   ผมคงจะแปลกหน้าสำหรับคนที่นี่    - มาก ทีเดียว

                ผมมาตามหาคน  ผมตอบกลับไป

                งั้นหรือ    หญิงคนนั้นคิดอยู่พักหนึ่ง     เมื่อวานก่อนก็มีเด็กผู้หญิงคนนึงหลงทางมาเหมือนกัน    คนที่เธอตามหาหน้าตาเป็นอย่างไงหรือ?

                เด็กผู้หญิงงั้นหรือ?    นั่นอาจจะเป็น   คนที่ผมตามหา    เธอตัวเล็กๆ สูงประมาณนี้ครับ    ผมสีน้ำตาลยาวลงมาถึงกลางหลัง    ผิวเธอขาวมากๆ    และที่สำคัญเธอมีดวงตาสีเขียว   

                หญิงกลางคนคนนั้นยิ้มขึ้นมา     หนูน้ำใช่หรือเปล่าที่เธอตามหาอยู่   

                น้ำ!   ใช่แล้ว    นิเดีย    เธออยู่ที่นี่!

                ครับๆ    คนนั้นแหละครับ   ผมเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่อยู่       ตลอดสามวันที่ผ่านมาลูกน้องของผมทุกคนทำงานกันอย่างไม่ได้พักผ่อนตามร่องรอยของเธอ     และเพราะตามร่องรอยการใช้เงินบัตรเครดิตกับบัตรเอทีเอ็มของเธอทำให้ลูกน้องผมสะกดรอยตามเธอพบจนได้      

                งั้นตามมา   หญิงคนนั้นบอก

                ผมหันกลับมามองรถด้วยความเป็นห่วง    ผู้หญิงคนนั้นพูดกับผมอีกครั้ง   ขับตามมาก็ได้    ถนนมันคงจะกว้างพอ

                ผมวิ่งขึ้นรถแทบจะในทันที     เมื่อรถสตาร์ทขึ้นอีกครั้ง    ผู้คนโดยรอบก็พาแตกฮือ      ผมขับตามป้าน้อมไปหยุดรถอยู่ข้างๆแล้วเปิดกระจกถาม    ไปกับผมดีกว่านะครับ

                ไม่ล่ะ    ให้ฉันเดินล่ะดีแล้ว    หญิงคนนั้นปฏิเสธ    ผมจึงได้แต่ทำตามที่เธอบอก   

                รถแล่นลึกเข้าไปในหมู่บ้าน    เมื่อผ่านไปสักพักต้นไม้ก็เริ่มจะถี่ขึ้นอีก   และถนนก็แคบขึ้น    ผมหักหลบต้นไม้ต้นหนึ่ง     พอหันกลับมาสนใจที่หญิงคนนั้นอีกที     ผมก็ไม่เห็นใครอยู่ตรงนั้นแล้ว

                ผมไม่น่าประมาทอย่างนี้      ผมไม่น่าคลาดกับหญิงคนนั้นเลย     มันทำให้ผมช้าขึ้น      ผมลองขับไปตามทางเส้นนั้น    จู่ๆก็ไปโผล่เอาทุ่งนาเขียวขจี    ผมต้องย้อนกลับมาทางเดิมอีกครั้งแล้วเริ่มใหม่     แล้วคราวนี้โชคเข้าข้าง    ผมเห็นบ้านไม้สองหลังคู่กัน     แต่ความรู้สึกบางอย่างดึงผมไปที่หลังหนึ่ง     ผมเลี้ยวเข้าไปที่ซอยทางเข้าบ้าน   

                และภาพที่เห็นทำให้ผมดีใจอย่างที่สุด      ที่ตรงลานบ้านนั้น     หญิงคนนั้นยืนอยู่     ผมเงยหน้าขึ้นตามสายตาของหญิงคนนั้นไป      และผมก็ได้พบเธอ    หญิงสาวที่ผมตามหา

                ผมจอดรถอย่างรวดเร็ว    เปิดประตูรถด้วยมือที่สั่นด้วยความตื่นเต้น     ผมกำลังหวังอะไรนะ     ผมหวังให้เธอแปลกใจที่เห็นผมมาที่นี่    เธอจะทำหน้าสงสัยและงุนงง    แต่ต่อมาเธอจะมอบรอยยิ้มให้กับผม    คนที่หาเธอเจอ

                ผมก้าวลงจากรถ     ไล่สายตามองตัวบ้านและหญิงสาวที่อยู่บนนั้น      ผมเจอเธอแล้ว     เจอจนได้       นิเดีย    วิลลิส

 

 

                มาทำไม   คำแรกที่หลุดออกจากปากของฉัน

                ฉันมารับเธอ   ไคตอบกลับมา  

                เราสองคนนั่งอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน     ป้าน้อมขอตัวกลับไปก่อน     ฉันเลยอยู่กับไคสองคน     แต่คนละฝั่งของแคร่

                ฉันออกจะแปลกใจเหมือนกันที่เขาตามหาฉันเจอ     มันไม่ได้เหนือความคาดหมาย     แต่มันไม่น่าเชื่อ     ฉันคงเป็นนักหนีออกจากบ้านที่ไม่ชำนาญพอ

เขามาที่นี่คนเดียว      ทั้งๆที่ถ้ารู้ที่อยู่ของฉันแล้วพวกนั้นน่าจะยกโขยงกันมาเสียมากกว่า      แต่ถึงอย่างนั้น     อีกไม่นานก็คงเป็นอย่างที่ฉันคิดไว้ก็ได้

ใครใช้ให้มารับไม่ทราบ

ไม่ต้องมีใครใช้หรอก    หัวใจมันเรียกร้องน่ะ   ไคทำหน้าทะเล้น

แหวะ!”    หน้าอย่างนายก็พูดอย่างนี้เป็นด้วยเรอะ

ทำเป็นแหวะไปอย่างนั้นแหละ       จริงๆแล้วก็แอบดีใจอยู่ลึกๆใช่ม้า   ไคแกล้ง

จะบ้าหรอไง    หน้าฉันเนี่ย  มีเค้าของคำว่าดีใจตรงไหนไม่ทราบ   ก็คนทำหน้าบูดอยู่เห็นชัดๆ  ดันจะมาบอกว่าเราดีใจ

ก็.........     ไคขยับตัวเข้ามาใกล้        เราสองคนสบตากันโดยบังเอิญ

ที่ดวงตาของเธอไง    เขาส่งสายตาหวานมาให้    แต่มันทำให้ฉัน  

แหวะ!”      นายไปกินยาเสี่ยวมาหรอไง

หา!?!    ฉันแค่มองตา  เธอก็ท้องแล้วหรอ    ไคถาม     ไม่ต้องมาปั้นหน้าใสซื่อ      เพราะตาของนายมันเจ้าเล่ห์

จะบ้าหรอไง     ถ้าจะมากวนประสาทกันก็กลับไปเลยดีกว่า   

หมายความว่าถ้าฉันกวนประสาทเธอ     เราก็จะกลับบ้านกันงั้นสิ   อ๊ากกกก    นายนี่มัน

ไม่ใช่ย่ะ    นายคนเดียวต้องกลับไป   

ถ้าเธอไม่กลับฉันก็ไม่กลับ    เขาพูด      ไม่แค่นั้นเขายังหน้าด้านนั่งอยู่ที่นั่นต่อไป      ฉันจะทำอย่างไงกับนายดีเนี่ย

ถ้าฉันขอร้องล่ะ   

ฉันจะไม่กลับ    จนกว่าเธอจะกลับด้วย    ไคยังยืนยัน      จากสายตาของเขา    ฉันเชื่อว่าเขาจะทำอย่างนั้นจริงๆ

งั้นนายก็คงต้องเอาปลาวาฬมาลากฉันไป     เพราะไม่ว่าอย่างไงฉันก็ไม่กลับ   ฉันพูดแล้วลุกจะขึ้นบ้าน    แต่ไครั้งข้อมือฉันไว้เสียก่อน

ถ้าไม่มีปลาวาฬมาลากเธอไป     จะทำอย่างไงล่ะ 

ฉันก็ไม่กลับ    ฉันยื่นคำขาด     แล้วขึ้นบ้านไป

เมื่อถึงบนบ้านฉันก็ปิดประตูและตรวจเช็คให้เรียบร้อยว่ามันล็อกแน่นหนาหรือไม่      เมื่อมั่นใจดีแล้วฉันก็เข้าไปที่ห้องนอนแล้วเปิดหน้าต่างแอบดูไคจากที่นั่น     

เขายังไม่ไปไหน    ยังนั่งอยู่บนแคร่เหมือนใช้ความคิด      เขาโทรศัพท์เรียกคนมาที่ไม่ได้เพราะที่นี่ไม่มีคลื่นโทรศัพท์มือถือ    ทางเดียวที่เขาจะพาคนมาก็คือเขาต้องออกไปตามเท่านั้น     และเมื่อเขากลับมาอีกครั้ง     ก็จะพบว่า    ฉันหนีไปแล้ว

สักพักไคก็ลุกขึ้น      เขาตรงไปที่รถ    และใช่แน่ๆ    เขากำลังจะไป     ไปตามคนมาที่นี่    ไปพาใครหรืออะไรสักอย่างมาลากฉันกลับไป

ฉันมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกโหวงเหวงในใจ    ทำไมฉันถึงรู้สึกอยากเรียกให้เขากลับมานะ     ตานั่นไปๆซะได้ก็ดีแล้วนี่     ฉันเห็นไคขึ้นรถ     แต่รถก็ยังอยู่นิ่งอยู่อย่างนั้นไม่มีท่าทีว่าจะถูกสตาร์ทออกไป      เกิดอะไรขึ้น?

ฉันลองฟังเสียง     มีเสียงเครื่องยนต์สักสองสามวินาทีแล้วเงียบสลับกันไป      ไคพยายามสตาร์ทรถ   แต่มันเกิดอะไรสักอย่างกับรถของเขา     

นานพอดูที่เขาพยายามจะสตาร์ทรถ     แต่รถเบนซ์แสนแพงคันนั้นก็เหมือนเด็กไม่เชื่อฟัง    มันยังคงจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านของฉัน       และไคก็ลงจากรถจนได้     ฉันเห็นเขาเตะที่ล้อรถอย่างหงุดหงิด   

ตานั่นไปจากที่นี่ไม่ได้งั้นหรอ?

แต่ก็ช่างเขาปะไร    ยังไงไคก็เข้ามาในบ้านไม่ได้อยู่แล้วฉันไม่ต้องกลัวอะไรอีก      ฉันมองท้องฟ้าที่กำลังจะลาลับของฟ้าแล้วนึกขึ้นได้ว่า      ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยนี่นา      แต่ช่างเหอะจริงๆฉันก็ไม่ได้หิวอะไรมากมาย

เสียงเคาะประตูดังขึ้น     ฉันไม่ได้สนใจแต่ยังคงนั่งเก็บของทำนั่นทำนี่ต่อไปในห้อง       อยากเข้ามาที่นี่เอง    ถ้าออกไปไม่ได้มันก็เป็นเรื่องของนาย    

เสียงเคาะประตูยังคงดังต่อไป    และตามมาด้วยเสียงเรียกของไคหลายครั้ง        ฉันยังคงเฉยอยู่      ไม่นานเสียงเหล่านั้นก็เงียบหายไป      หมอนั่นคงไปไหนต่อไปแล้ว      หรือไม่เขาก็อาจจะนอนในรถ      เขาจะเป็นอย่างไงก็ช่างอย่ายุ่งกับฉันเป็นพอ

ไม่นานความเมื่อยขบก็เริ่มเข้ามากระตุ้นความจำของฉันว่าวันนี้ฉันได้ทำงานหนักมามากเหลือเกิน      การทำความสะอาดบ้านคนเดียวทั้งหลังทำให้ฉันเหนื่อยล้าเต็มที       แถมบรรยากาศรอบข้างก็ช่างเป็นใจ      สายลมเย็นๆที่พัดเข้ามาที่หน้าต่าง      กับหมอนผ้าห่มและที่นอนที่แม้จะไม่สบายนักแต่ก็แก้ขัดได้ดี       ฉันอาศัยแสงจันทร์เพื่อกางมุ้งแล้วพาตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้น       และเข้านอนในเวลาหัวค่ำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน   

ความเหน็ดเหนื่อยทางใจ      เหนื่อยนัก    เมื่อเทียบกับความเหน็ดเหนื่อยทางกาย

 

 

ในความมืดยามค่ำคืนนั้น    แสงจันทร์สาดส่องทำให้มองเห็นสิ่งต่างๆโดยรอบ      ความเงียบสงัดวังเวงอยู่ในความเคยชินของคนในท้องถิ่น     แต่ความเงียบแบบนี้ไม่ได้สร้างความบันเทิงเริงรมย์นักให้กับผู้มาเยือน

ไคพลิกตัวไปมาในรถ      ที่นี่มียุงมากมายขนาดไหนกันนะ     มันถึงได้เทียวกัดเทียวตอมเขาอยู่ได้   นี่ขนาดเปิดกระจกกันตายไว้แค่นิดเดียวเท่านั้นนะเนี่ย

เมื่อทนกับความน่ารำคาญและความเงียบรอบกายไม่ไหว      ไคก็ตัดสินใจลุกขึ้นแล้วมองดูนาฬิกา      เที่ยงคืนแล้ว   เขามองตรงไปที่บ้านที่อยู่ตรงหน้าไม่มีวี่แววของใครสักคนที่เขาหวังให้มาช่วยเหลือ       ไอ้รถบ้านี่ก็ดันมาเสียเอาตอนสำคัญเสียนี่     หรือบางทีเขาควรมีแผนใหม่     

ไคเปิดประตูออกมาจากรถ    เขาจ้องมองไปที่ห้องด้านขวาที่มีหน้าต่างเปิดอยู่นั้นอย่างมีจุดมุ่งหมาย      

 

 

+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น