Lovely Girl : [พันธุ์น่ารัก]

ตอนที่ 11 : ฉันคงอยู่ร่วมกับพวกเขาไม่ได้ ต้อง...หนี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 51



 

[11] ฉันคงอยู่ร่วมกับพวกเขาไม่ได้    ต้อง...หนี

 

                ไปอาบน้ำ   ฉันจะรออยู่ตรงนี้   ไคสั่ง

                ฉันก็ทำตาม    ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะอยู่ในสภาพผมกระเซิงแบบคนเพิ่งตื่นนอน    หน้าก็ยังไม่ได้ล้าง   ฟันก็ยังไม่ได้แปรงเหมือนกัน     ลองตื่นแล้ว   ใครๆก็ต้องอาบน้ำ   จริงมะ

                ว่าแต่นายจะให้ฉันใส่ชุดอะไรล่ะ  ฉันถาม

                วางอยู่บนเตียงนั่นไง   ฉันมองตามไปที่เตียง   เห็นชุดวางอยู่ที่นั่นตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้    แต่นั่นไม่เท่ากับชุดนั่นมันเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาว    มีกระดุมผ่าตรงกลางมีระบาย     ส่วนกระโปรงสั้นสีเทาเรียบๆ  แบบที่คนชอบใส่ไปทำงานกัน

                แก่ชะมัด! 

                ฉันทำหน้าแหยไม่อยากใส่ชุดนั้น

                แต่ไคก็ทำให้ฉันยอมได้ง่ายๆ  เพราะคำพูดของเขา    นี่   อยากให้ฉันอาบให้ก็บอกมาสิ  

ฉันมองนายนั่นตาขวางก่อนหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำด้วย     เรื่องอะไรจะออกมาแต่งตัวข้างนอกให้ไคดูด้วยเล่า

                ซ่า~   ซ่า~   ซ่า~

                ฉันอาบน้ำจนเสร็จแล้วก็ใช้มือคลำออกมาด้านนอกเพื่อหาผ้าขนหนู    แต่เอ....ผ้าขนหนูหายไปไหนหว่า?

                ฉันเปิดม่านแล้วมองหาผ้าขนหนู    แต่หาเท่าไรๆก็ไม่เจอ     หรือว่า.....ฉันจะลืมเอาเข้ามา     อ๊ากกก    ยัยปลาทองเอ้ย    นี่เธอลืมเอาผ้าขนหนูเข้ามาเรอะ

                ฉันแทบสติแตกเมื่อคิดได้ว่าฉันลืมจริงๆ    ก็มัวแต่เอาเสื้อผ้าเข้ามา   เป็นไงล่ะ   มีแต่เสื้อผ้าไม่มีผ้าขนหนู    อย่างนี้คงมีทางเดียวเท่านั้นแหละมั้ง

                นั่งรอให้มันแห้งไปเอง

                อืม.....วิธีนี้แหละดีที่สุด

                ไคนั่งรอนิเดียอยู่ด้านนอกรู้สึกแปลกใจที่หญิงสาวเข้าห้องน้ำนานเกินความจำเป็น     จะว่าผู้หญิงมักเข้าห้องน้ำนานก็ไม่น่าจะใช่    ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินไปใกล้ๆห้องน้ำ    แต่ระหว่างนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นผ้าขนหนูสีชมพูวางอยู่ที่กระจก     เขาเดินไปหยิบมันมาแล้วเดินกลับไปที่หน้าห้องน้ำอีกครั้ง

                นี่    เธอลืมของแน่ะ   เสียงไคดังออกมาจากด้านนอก     ฉันอยากจะบ้าตาย     นายนั่นรู้แล้วว่าฉันอยู่ในห้องอาบน้ำโดยไม่มีผ้าขนหนู

                เอาไงดี     ตอนนี้ตัวฉันก็ยังเปียกโชกอยู่เลยอ่ะ  

                เงียบอย่างนี้แสดงว่าเธออาบน้ำเสร็จแล้วแต่เช็ดตัวไม่ได้ใช่ม้า    ไม่ต้องมาทำเสียงเหมือนรู้ดีหน่อยเลย    ถ้านายไม่สะเร่ออยู่ในห้องตอนนี้ฉันก็ไม่ต้องมานั่งรอให้ตัวแห้งอย่างนี้หรอกนะ

                เปิดประตูสิ    ฉันจะส่งผ้าเข้าไปให้    หึย!   หมาที่ไหนจะยอมเชื่อนายกันยะ

                ไคได้รับแต่ความเงียบกลับมาก็เริ่มจะรู้สึกรำคาญ    เขาหวังดีแท้ๆ  แล้วเขาเองก็ไม่มีเวลามานั่งรอเธอได้ทั้งวันหรอกนะ

                ถ้าเธอยังไม่ยอมเปิดประตูมาเอาผ้าขนหนูไปดีๆ   ฉันจะพังประตูเข้าไป    รู้ไว้ด้วยว่าฉันไม่มีเวลามานั่งรอเธอนานนัก   ไคบอก     คราวนี้เขาได้ยินเสียงจากด้านในทำให้เขารู้ว่าคำพูดของเขาทำให้เธอมีปฏิกิริยาตอบสนองได้บ้าง

                อย่านะ   อย่าพังประตูนะ   ฉันพูดออกไป     ตาบ้า!  นายไม่มีเวลาก็ไปไหนก็ไปเซ่    ดันมาบังคับให้ฉันเสร็จไวๆ

                ฉันจับลูกบิดประตูเพื่อจะเปิดมัน      แต่ตัวฉันยืนหลับอยู่ด้านหลังประตูนั้น    พอฉันเปิดประตูนายก็โยนผ้าเข้ามา   แล้วก็ห้ามคิดลามกด้วยนะ  

                เออน่า   เร็วเข้า    ฉันชักจะรำคาญเธอแล้วนะ   ไคบอก  

                ฉันค่อยๆเปิดประตูออกทีละนิด     ไคโยนผ้าเข้ามา    และไม่ได้ทำอย่างอื่นอย่างอื่นอย่างที่บอกไว้    ทันทีที่ชายผ้าพ้นประตูฉันก็ปิดประตู     แล้วรีบแต่งตัว

                ผ่านไปห้านาทีเมื่อฉันแต่งตัวเสร็จประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออกแล้วฉันก็ก้าวออกไปต่อหน้าไคในสภาพเรียบร้อย

                แต่งตัวแบบนี้เธอก็ดูสวยไปอีกแบบเหมือนกันนะเนี่ย   ไคมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูด

                แน่นอนล่ะ  ก็ฉันมัน  lovely girl พันธุ์น่ารัก  นี่

                ถึงจะดูแก่ๆไปหน่อยก็เถอะ   ไคยิ้ม

                อีตาบ้า!”   หนอย!   ฉันต้องเอาคืน   ต้องเอาคืน   คอยดูสิ

 

                แล้วฉัน Lovely   Girl  สาวสวยอายุ 17  ก็ต้องมาใส่ชุดที่ดูยังไงๆก็ต้องเป็นคนที่อายุสามสิบอัพเท่านั้นที่จะแต่งกัน    แถมผมก็ต้องเกล้าขึ้นไปด้วย     ไม่รู้ว่าไคจะเรื่องมากอะไรนักหนา    

                ไคพาฉันออกมาที่ห้องทานอาหารด้านนอก    นึกแล้วก็แค้น  ฉันไม่น่าหลงเชื่อติดรถตานี่มาเลย    เกือบโดนล้มราชวงศ์จิ้นแล้วมั้ยล่ะ     ในห้องอาหารมีอาหารจัดเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้ว    ฉันเลยต้องกินข้าวกับไคสองคน     บรรยากาศช่างราบเรียบ    มันขุ่นเพราะอารมณ์ของเราสองคนนั่นเอง     เขาโกรธฉันที่ทำเขาช้า   และฉันเองก็เซ็งเขาที่จู้จี้ฉันเหมือนกัน

                ไควางแก้วน้ำแล้วเช็ดปากเมื่อเขาอิ่มแล้ว     ฉันเองก็อิ่มพร้อมๆกับเขา     ไคเหล่ตามองฉันที่ยังไม่ยอมพูดกับเขาแม้แต่คำเดียว     แล้วสุดท้ายไคก็ต้องเป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อน

                เอาล่ะ......นิเดีย

                ฉันรู้ว่าฉันชื่อนิเดีย  ไม่ต้องเรียกซ้ำๆก็ได้   ฉันพูดสวนเขาขึ้นมา     ไคอมยิ้มแล้วพูดต่อ

                วันนี้เธอจะต้องไปกับฉัน   เขาบอก   

                ฉันไม่เข้าใจ  ทำไมนายต้องลากฉันไปนู่นไปนี่ด้วย    ฉันถามกลับ    คราวนี้ไคยิ้มกว้าง

                ไคอยากตอบเธอเหลือเกินว่าเขาอยากให้เธออยู่ใกล้ๆ  ไม่อยากให้ใครมาเอาตัวเธอไป    แต่บางอย่างมันก็พูดไม่ได้    ตอนนี้เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยที่รู้สึกกับเจ้าของดวงตาสีเขียวคู่ข้างกายเขาอย่างนั้น   เอาเถอะน่า   ไปทำงานกับฉันสักวันมันจะเป็นไรนักหนา   ทีไปโรงเรียนกับคิริวทุกวันยังไปได้  แล้วจะไปกับฉันบ้างไม่ได้หรอไง    ไคลุกขึ้น   แล้วก็เหมือนเดิม   เขาลากฉันมาหน้าร้าน   ที่นั่นมีรถเบนซ์คุ้นตาจอดอยู่

                ฉันพยายามจะไปนั่งด้านหน้า    แต่นายบอดี้การ์ดหน้าโหดมาขวางไว้แล้วเปิดประตูด้านหลังให้ฉันนั่งคู่กับไค     พวกนายไม่ต้องทำเป็นรู้ดีสักเรื่องไม่ได้หรอไง

                ฉันยอมเข้าไปแต่โดยดี     ไคที่นั่งอยู่ในรถยังคงอมยิ้ม     นายนี่ไม่รู้ชอบยิ้มอะไรนักหนาตอนฉันอยู่ต่อหน้าพวกมันเนี่ย

                ไม่นานรถก็แล่นออกไป    แต่ก็ไม่วายที่ไคจะหาเรื่องอีกจนได้

                เมื่อคืนหลับสบายดีมั้ย

                ก็ดี  ฉันตอบส่งๆไป   ก็มันไม่อยากคุยนี่

                จริงๆจะดีกว่านี้อีกนะ  ถ้าเธอยอม.....

                ยอมอะไรยะ

                ยอมอาบน้ำน่ะซี่   ฉันล่ะหลับไม่สบายเลย   ก็ต้องนอนกับคนซกมกไม่ยอมอาบน้ำทั้งคืน   เฮ้อ.....

                หนอย!   กล้าพูดนะนายน่ะ    ก็ถ้าไม่ใช่เพราะนาย  ฉันก็อาบไปแล้วล่ะย่ะ

                แล้วก็ดูเหมือนเราจะถึงจุดหมาย    เมื่อรถจอดลงหน้าสำนักงานขนาดใหญ่   มันเป็นตึกสูงหลายชั้นทีเดียว    มีคนเปิดประตูรถให้ฉันกับไค    ทันทีที่ก้าวลงจากรถ   ไคก็มายืนรอรับอยู่หน้าฉันแล้ว   ไวจริงๆเล้ย

                ไคเดินเข้าบริษัทของเขาโดยมีฉันเดินตามต้อยๆ   ก็จะให้ทำไงได้     ก็ไคสั่งให้อยู่ใกล้ๆเขาไว้ไม่อย่างนั้นถ้าเขาจับได้ว่าฉันห่างเขาไปไหนล่ะก็    เขาจะให้ลูกน้องพาฉันไปฆ่าหั่นศพ   

                เมื่อถึงลิฟต์ไคสั่งให้ลูกน้องรออยู่ก่อน   เขาจะขึ้นกับฉันสองคน    ฉันทำท่าจะเถียงแต่เขาไม่สนใจดันฉันเข้าลิฟต์แล้วปิดมัน

                จะบ้าหรอไง    ให้ฉันมากับนายสองคนในลิฟต์เนี่ย   ฉันโวยวาย

                เธอคิดอะไรอยู่หรอไง   ไคส่งสายตาหื่นกามมาทางฉัน    อ๊ากกก  ตาบ้า  ฉันเปล่าคิดนะ

                ปะ  เปล่านะ     ฉันแค่คิดว่ามันเปลืองทรัพยากรโดยใช่เหตุที่ต้องใช้ลิฟต์หลายๆครั้งน่ะ   ฉันแก้ตัว  

                แน่ใจนะ    ไคถาม   

                ไคขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้สองแขนพิงกับผนัง    ใบหน้าของเขาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ   จนในที่สุดมันก็อยู่ห่างจากหน้าของฉันไม่ถึงคืบ    จนเรารู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน     

                บ้ารึเปล่า    ยัยนิเดีย    ทำไมเธอไม่ทำอะไรสักอย่างเนี่ย     ยืนแข็งเป็นท่อนไม้อยู่ได้

                ปิ๊ง.........เสียงลิฟต์เปิด

                เราสองคนหันไปมองที่ประตูลิฟต์เห็นพนักงานหญิงสองคนยืนตะลึงอยู่กับภาพที่พวกเขาเห็น    เราสองคนผละออกจากกันทันที      ตายๆ   ไม่รู้ว่าสองคนนั้นจะคิดอะไรอยู่นะ

                ไคเดินนำฉันออกไป     ก่อนที่ลิฟต์จะปิดอีกครั้งฉันได้ยินเสียงของสองคนนั้นคุยกันแว่วๆ

                ต๊าย   นั่นคู่หมั้นเจ้านายน่ารักจังเลยนะเธอ

                ใช่ๆ  ดูสิจู๋จี๋กันกระทั่งในลิฟต์อย่างนี้แสดงว่าเจ้านายคงรักกันมากๆ………..”  

                ฉันไม่ได้ยินอะไรอีก    แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรกันอยู่

                ชาตินี้ฉันจะไม่ยอมขึ้นลิฟต์พร้อมกับนายสองต่อสองอีก   ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ   ไม่วายที่คนหูดีบางคนจะได้ยิน

                ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอรอดไปได้อีก   ถ้าเราขึ้นลิฟต์ด้วยกันอีกคราวหน้า   

 

                ฉันล่ะเซ็งอีตาบ้าไคนี่จริงๆ    เขาเป็นคนพาฉันมา    แล้วก็เป็นคนทิ้งฉันไว้ในห้องทำงานของเขาเพียงคนเดียว     ส่วนตัวเขาอ้างประชุมด่วนแล้วก็หายไปร่วมชั่วโมงโดยปล่อยให้ฉันนั่งเฉยๆ

                ฉันมันพวกชอบนั่งเฉยๆ ซะที่ไหน

                ฉันแอบหยิบโน๊ตบุ๊คของไคที่วางไว้มาเล่น     ที่ทำงานของไคต่ออินเตอร์เน็ตได้   ฉันเลยเล่นอินเตอร์เน็ตด้วยซะเลย     ไหนๆ   สำรวจหน่อยซิว่านายเก็บอะไรไว้ในคอมพิวเตอร์บ้าง      คนหื่นกามลามกอย่างไคน่าจะมีรูปโป๊หรือหนังเรทอาร์เรทเอ็กซ์อยู่ในเครื่องแน่ๆ    ฉันเปิดดูไปทีละโฟลเดอร์ๆ   แต่ไม่เห็นจะมีสิ่งที่ฉันคิด    ในนั้นมีงานอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด    สุดท้ายเมื่อไม่มีอะไรน่าสนใจฉันก็หันมาเล่นเกมส์ในอินเตอร์เน็ต

                จริงสิ   ฉันไม่รู้ข่าวสารบ้างเมืองมาตั้งนานแล้วนี่นา      เห็นพ่อบอกว่าบ่อน้ำมันที่อิหร่านมีปัญหา   ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นอย่างไงบ้าง    ต้องติดตามข่าวสักหน่อย

                ฉันเปิด  Google  แล้วพิมพ์ชื่อพ่อลงไป    เมื่อกดค้นหา    รอไม่นานก็มีเวบไซต์ของสำนักข่าวหลายๆที่ขึ้นมาพรึบ! เดียวมากมายจนฉันเองเริ่มใจแป๊ว     ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องร้ายแรงขนาดเป็นข่าวไปทั่วโลกเลยหรือเปล่า

                ฉันลองคลิกเข้าไปอ่าน    ใจก็ตุ๊บๆต่อมๆ   ด้วยว่าถ้าพ่อเป็นอะไรไปฉันคงเสียใจมากแน่ๆ    ไหนจะแม่อีก    พวกเราจะเป็นอย่างไงกันนะ

                รอสักพักสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาฉันก็คือใบหน้าของพ่อที่ยิ้มแย้ม    ข้างๆกันมีใบหน้าของแฝดมรณะที่ฉันคิดว่าเป็นไค   อะไรกัน?

                ฉันก้มลงอ่านข่าวทันที     เนื้อความที่ทำให้ฉันตกตะลึง

                ..............นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง   เจ้าของกิจการโทรคมนาคมที่กำลังเป็นที่จับตามองในขณะนี้    ได้จับกิจการตัวใหม่เป็นดาวเทียมสื่อสารดวงใหม่ที่จะสร้างโลกไร้พรมแดนให้กับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้         คิโดโจ   ไค   ร่วมทุนกับคาร์ล  วิลลิส   เจ้าพ่อบ่อน้ำมันผู้ที่ตอนนี้มีบริษัทน้ำมันทั่วโลกซื้อน้ำมันจากเขา     คาดว่าการร่วมทุนครั้งนี้ทั้งสองต้องใช้งบประมาณไม่อยู่ในหลักหมื่นล้านเป็นอย่างต่ำ    แค่คิโดโจ   ไค เชื่อว่าตัวเขาและหุ้นส่วนคนสำคัญไม่มีทางเสียเงินเหล่านั้นไปอย่างสูญเปล่า.............

                ฉันหยุดอ่านแค่นั้น     นี่มันหมายความว่าไง     พ่อร่วมทุนกับไค     แล้วพ่อไปเอาเงินมากมายขนาดนั้นมาจากไหน   ในเมื่อพ่อบอกว่าพ่อกำลังจะล้มละลาย

                ฉันเปิดอ่านของที่อื่นๆอีกไม่ต่ำกว่าห้าเวบ     ทุกเวบเขียนคล้ายๆกันเรื่องของการร่วมลงทุนของเขาทั้งสองคน      บางอย่างแจ่มชัดขึ้นในหัวสมอง

                พ่อโกหก......

                ฉันสับสนและงุนงง    พ่อไม่เคยโกหกฉันมาก่อนเลยในชีวิต   แต่ตอนนี้ท่านโกหกฉันครั้งแรกในเรื่องที่ฉันแทบจะรับไม่ได้

                พ่อโกหกว่ากำลังจะล้มละลาย     หลอกฉันให้หมั้นกับไค    แล้วทั้งสองก็ร่วมทุนกัน     ทุกคนต่างทำเพื่อธุรกิจ   คำมั่นสัญญา    และเงิน

                โดยไม่มีใครคิดถึงใจของฉันสักคน

                ฉันค่อยๆลุกจากเก้าอี้    มีบางอย่างสะกิดใจของฉัน     แล้วแม่ล่ะ?

                ฉันคว้าโทรศัพท์มือถือของไค    ต่อโทรศัพท์เข้าบริษัทของแม่    แต่ฉันไม่ได้ขอสายแม่    เพียงแต่บอกว่าฉันเป็นใคร   และถามเลขาของแม่ว่า    ตอนนี้ธุรกิจของแม่เป็นอย่างไรบ้าง     เลขาคงคิดว่าฉันถามไปเรื่อยเปื่อย    เธอจึงตอบกลับว่า   ทุกอย่างที่นี่ไปได้ดี  และยอดขายรถของแม่ก็ทำยอดได้เกินเป้ามาสองไตรมาสแล้ว     มันทำให้ฉันอึ้งรอบที่สอง

                ไม่ใช่แค่พ่อ   แต่แม่ด้วย

                และแน่นอน   ต้องรวมถึงคนที่พยายามใกล้ชิดฉันตลอดหลายวันที่ผ่านมา     ไค    คิริว

                ไว้ใจใครได้บ้างมั้ยฉัน    เมื่อคนรอบข้างต่างหลอกลวงฉันกันหมด   อย่างนี้แล้วฉันจะไว้ใจใครได้

                ฉันสับสนและงุนงง   แต่เมื่อเวลาผ่านไปสักพักสิ่งเหล่านั้นก็เปลี่ยนเป็นความเศร้า   และต่อมาฉันก็รู้สึกว่าต้องสู้

                ฉันไม่รู้ว่าจะสู้กับอะไร   แต่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำไม่ถูกต้อง  และฉันเองรับไม่ได้เด็ดขาด!  

                ฉันคงอยู่ร่วมกับพวกเขาไม่ได้    ต้อง..........หนี

                คิดได้อย่างนั้นฉันก็คว้าโทรศัพท์ของไคแล้วเปิดประตูออกไปด้านนอก     ตรงนั้นไม่มีใครอยู่      ฉันเดินมาเรื่อยๆพยายามไม่ให้มีพิรุธ    พวกบอดี้การ์ดเห็นฉันแล้วตามฉันมา     ฉันเลยหลบเข้าไปในลิฟต์แล้วกดไปที่ชั้นสอง    รอสักพักลิฟต์ก็มาหยุดอยู่ที่ชั้นสองจริงๆ   ฉันรีบผลักเข้าไปในบันไดหนีไฟ      แล้วเดินลงมาที่ชั้นแรก     พอดีกับที่เห็นบอดี้การ์ดหลายคนกำลังวิ่งออกจากลิฟต์แล้วกรูกันไปที่ประตู    พวกเขาคิดว่าฉันออกไปแล้ว  

                เมื่อพวกนั้นสนใจที่ประตูหน้า   ฉันจึงหลบออกมาแล้วอาศัยมั่วนิ่มเดินไปกับพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ผ่านมาพอดี    จากนั้นก็หลบขึ้นแท็กซี่ที่บังเอิญมารับผู้โดยสารแถวนั้น      ตอนที่ฉันขึ้นรถแท็กซี่มีบอดี้การ์ดคนหนึ่งเห็นฉันเข้าแล้ววิ่งตามมา    แต่รถแท็กซี่ก็ได้แล่นออกจากตรงนั้นออกไปแล้ว

                ฉันบอกจุดหมายปลายทาง   แต่เตือนให้คนขับขับทางสายรองเข้าตรอกซอกซอยให้มากเข้าไว้เผื่อว่าพวกนั้นจะตามมา    คนขับๆ วนไปมาร่วมชั่วโมง     ก็จอดลงที่หน้าบ้านหลังใหญ่   แต่ฉันลงที่บ้านหลังตรงข้ามที่เป็นบ้านหลังเล็กซอมซ่อ    ฉันยื่นเงินให้แล้วลงจากรถมา

                ฉันตรงเข้าไปในบ้านเล็กแล้วเก็บของโดยเร็วที่สุด   เสื้อผ้าไม่กี่ชุดแล้วก็ของใช้ที่จำเป็น    จากนั้นฉันก็ขนกระเป๋าเดินทางที่เก็บเรียบร้อยแล้วมาที่หน้าประตูคฤหาสน์ของตัวเอง    ที่วันนี้ฉันคงต้องจากมันจริงเสียแล้ว

                ฉันกดออด   ไม่นานก็มีพี่เลี้ยงที่ฉันมักคุ้นเป็นอย่างดีมาเปิดให้     เธอมองฉันด้วยความแปลกใจ    แต่ฉันไม่สน     ฉันเดินสวนเข้าไปในบ้าน     พี่เลี้ยงวิ่งตามมาเงียบๆ 

                เมื่อมาถึงหน้าบ้าน     ฉันก็วางกระเป๋าลงแล้วถามพี่เลี้ยงคนนั้นว่า    พ่อบ้านอยู่ไหน

                พี่เลี้ยงคนนั้นยังไม่ทันตอบ    พ่อบ้านก็เดินเข้ามาพอดี     ใครมาน่ะ   หือ  

                เมื่อเขาเดินออกมาเห็นฉันอยู่ที่หน้าบ้าน    สีหน้าพ่อบ้านมีแววตระหนกอยู่เสี้ยววินาทีเขาก็เปลี่ยนมันเป็นปกติ

                มีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับคุณหนู  แล้วเมื่อวานคุณหนูหายไปไหนทั้งคืนครับ   พ่อบ้านทำท่าจะบ่นเหมือนทุกครั้ง    แต่เขาดูไม่ออกหรือไงว่าฉันรู้ความจริงหมดแล้ว

                พ่อบ้าน     แม่เรียกตัวนิเดียกลับญี่ปุ่นด่วน    แล้วเรื่องล้มละลายบ้าบอน่ะเลิกได้แล้ว     พ่อกับแม่บอกนิเดียหมดแล้ว    ตอนนี้นิเดียต้องไปญี่ปุ่น    รู้ไว้แค่นี้เป็นพอ   ฉันโกหก  

                พ่อบ้านมีท่าทีไม่เชื่อในตอนแรก    แต่สุดท้ายพ่อบ้านก็ยอมจำนนต่อสายตาจริงจังของฉัน

                คุณหนูต้องการอะไรหรือครับ

                เอากุญแจแจซมาให้ฉัน    ฉันจะขับไปสนามบิน  

                จะดีหรือครับ   ผมว่าให้คนไปส่งจะดีกว่า

                ฉันจะขับไปเอง     พ่อบ้านส่งคนไปเอาทีหลังก็แล้วกัน    เร็วสิ   ฉันรีบ   ฉันเร่งพ่อบ้าน     พ่อบ้านมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย   แต่สุดท้ายก็ส่งกุญแจรถให้ฉันแต่โดยดี

                ฉันเอากระเป๋าขึ้นรถแล้วรีบขับออกไปทันที     เมื่อฉันขับออกมาที่ปากซอยหน้าบ้าน     ฉันจอดหลบมุมรออยู่สักพัก    และฉันก็เป็นอย่างที่คิดไว้     รถที่สวนเข้าไปในซอยเข้าบ้านฉัน     มันเป็นรถของไค      เขาตามฉันมา     แต่จะไม่มีทางหาฉันพบอีกแล้ว

 

 

+ + - -

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

181 ความคิดเห็น