โทรจิต...สะกิดรัก

ตอนที่ 8 : องครักษ์พิทักษ์คุณธาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 เม.ย. 64

 

 

“จะ...จริงเหรอคะ ?”  เมื่อทิพยดาได้ฟังความจริงจากปากของธามเมธี  เจ้าหล่อนก็อึ้งไปหลายอึดใจ
                      “ครับ  ตอนแรกที่ผมได้ยินคุณภาคิด  ผมก็แทบไม่เชื่อหูของตัวเองเหมือนกัน”  สีหน้าและน้ำเสียงของชายหนุ่มแลดูเคร่งขรึม
                      “ถ้าคุณกรรัมภาเป็นคนวางแผนฆ่าเลขา ฯ ส่วนตัวคนเก่าของคุณจริง เธอก็น่าจะเกี่ยวข้องกับคนร้ายที่ทำร้ายคุณสิคะ  คุณธาม ?”  ตำรวจหญิงฝ่ายสืบสวนถามอย่างใคร่รู้
                      “ตอนแรกผมก็คิดแบบนั้นครับ  แต่พอฟังจบแล้ว  ผมก็เลยรู้เหตุผลที่คุณภาคิดฆ่าคุณสุจิรา  ว่าเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องการแย่งชิงตำแหน่งเลขาแต่อย่างใด”
                     “เรื่องส่วนตัว ?”  หนูญ่าย่นหัวคิ้วเข้าหากัน
                     “ใช่ครับ คือคุณสุจิรา เลขานุการส่วนตัวคนเก่าของผมน่ะครับ เธอคิดจะแย่งชายคนรักของคุณภา”  ผู้บริหารหนุ่มอธิบาย
                     “อืม...ที่แท้ก็เป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ นี่เองนะคะ”  เธอว่าไปพลาง  พยักหน้าไปพลาง
                    “เรื่องความรักเนี่ยมันไม่เคยเข้าใครออกใครนะครับ”  ซีอีโอหนุ่มเอ่ยอย่างปลง ๆ  พลางส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ  “หนูญ่ารู้ไหม  ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า  คนที่ผมรักและเคารพเหมือนญาติผู้ใหญ่อย่างคุณอาสุจิรา  จะทำเรื่อง
แบบนี้ได้”
                   “เดี๋ยวนะคะ คุณอาสุจิรา เป็นอะไรกับคุณธามเหรอคะ ?”
                  “อ้อ...ขอโทษครับ  หนูญ่า ผมลืมบอกคุณไปว่าคุณแม่ของผมกับคุณอาสุจิราเป็นเพื่อนสนิทกันครับ”  เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง  “คุณแม่ของผมเชื่อใจและไว้ใจเพื่อนของเธอมาก  จึงให้คุณสุจิรามาช่วยงานเป็นเลขานุการส่วนตัว
ของผมครับ”
                  “อืม...ค่ะ เป็นอย่างนี้นี่เอง” หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ
                 “คุณสุจิราเป็นคนที่มีระเบียบวินัยในการทำงานมาก  เธอมาก่อนเวลางานเสมอ  และไม่เคยทำงานผิดพลาดเลยสักครั้ง  ทุกวันนี้ผมยังเอาคุณอามาเป็นแบบอย่างในการทำงานเลยนะครับ”  เขาเอ่ยอย่างชื่นชมกับนิสัยของ
เลขาคนเก่า  “แต่น่าเสียดายที่เธอทำงานกับผมได้ไม่ถึงปี..เธอก็...” 
                 “...แล้วคุณกรรัมภาเธอฆ่าคุณสุจิราด้วยวิธีไหนเหรอคะ ?” เธอเอามือเท้าคาง พลางจ้องมายังชายหนุ่มไม่วางตา
                “คุณภาเธอจ้างคนให้ไปเผาบ้านของคุณสุจิราครับ”  เขาเอ่ยเสียงเบาราวกับกระซิบ
               “โห ! ใจร้ายจังเลยค่ะ...แล้วคุณสุจิราเธอมีสมาชิกคนอื่นอยู่ด้วยไหมคะ ?”
              “มีครับ เธออยู่อาศัยกับพ่อ แม่ ที่แก่ชรามากแล้วและก็มีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง”
              “ถ้าอย่างนั้น เลขาคนเก่าของคุณกับครอบครัว ก็...”  เธอไม่อยากจะคิดว่าเรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นเช่นไร  ทว่าเรื่องราวกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าหล่อนคิดเลยแม้แต่น้อย !
              “คุณอาสุจิราไม่ได้ตายเพราะถูกไฟคลอกครับ  และบ้านของเธอก็ยังไม่ได้ถูกเผาด้วย”  ธามเมธีรีบเอ่ยกับหนูญ่า  ก่อนที่ตำรวจสาวจะคิดเลยเถิดไปมากกว่านี้
              “อ้าว !  แล้วถ้าอย่างนั้นเลขาคนเก่าของคุณ  ตายด้วยสาเหตุอะไรล่ะคะ ?”  ทิพยดาเอียงคอด้วยความงุนงง 
              “คุณอาสุจิรากับครอบครัวประสบอุบัติเหตุรถชน  ก่อนที่คุณภาจะจ้างมือดีให้ไปเผาบ้านเธอเสียอีกครับ”
              “แสดงว่าเลขาคนเก่าของคุณตายเพราะอุบัติเหตุจริง ๆ เหรอคะ ?”  ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สาวกลอกตาด้วยความไม่แน่ใจ
             “ใช่ครับ  รถกระบะคู่กรณีของเธอก็เสียชีวิตด้วยเหมือนกันครับ”
             “แล้วคนในครอบครัวของคุณกรรัมภา  มีใครรอดชีวิตไหมคะ ?” ทิพยดาถามอย่างมีความหวัง...หวังว่าคงมีใครสักคนที่รอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น…
             “มีครับ คุณรัญชิดา  น้องสาวของเธอรอดชีวิตเพียงคนเดียวครับ”
             “ค่อยโล่งใจหน่อย  อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งที่ยังมีชีวิตอยู่”
             “...แต่...” ไฮโซหนุ่มหยุดเล่าไปชั่วขณะ
             “แต่อะไรคะ คุณธาม ?” 
             “เมื่อสองปีก่อนผมได้ข่าวว่าคุณรัญชิดา  เธอประสบอุบัติเหตุรถชนเสาไฟฟ้า  สาเหตุเพราะอกหักจากแฟนหนุ่มที่นอกใจไปมีผู้หญิงคนอื่น  จนตอนนี้คุณรัญชิดายังนอนเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ในโรงพยาบาลเลยครับ”  เขาว่า พลาง
พ่นลมหายใจออกมาดังพรืด
            “น่าสงสารเธอจังเลยนะคะ”  หนูญ่าน้ำตารื้น  รู้สึกว่าตอนนี้เรื่องราวเริ่ม  ดรามา   ขึ้นเรื่อย ๆ  แต่เอ๊ะ ! 
            “เดี๋ยวนะคะ ถ้าอย่างนั้นคุณกรรัมภาก็ไม่ได้เป็นคนฆ่าเลขาคนเก่าของคุณธามนี่คะ  แล้วเธอจะร้อนใจไปทำไมกันล่ะ ?”
           “คืออย่างนี้หนูญ่า  มีคนโทรศัพท์มาแบล็กเมล์คุณภา  ว่าถ้าเธอไม่ยอมโอนเงินมาให้ เขาจะเอาเรื่องที่เธอจ้างคนไปเผาบ้านคุณสุจิรา  ซึ่งมีหลักฐานอยู่ในแอพพลิเคชัน  ไลน์  ไปบอกกับผมด้วยตัวเอง”
           “อือ...เป็นอย่างนี้นี่เอง  วันนั้นคุณกรรัมภาถึงโทรศัพท์  พลางมองมาที่คุณธามบ่อย ๆ  ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เฉียดตายกับคุณ...หนูญ่าเข้าใจเรื่องทั้งหมดแล้วค่ะ...ว่าเลขาคนปัจจุบันของคุณไม่ได้คิดร้ายกับคุณเลย”
           “ผมว่าคุณภาคงรู้สึกผิดกับผมอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน  ที่เธอคิดจะฆ่าบุคคลที่ผมเคารพรักเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง...ถึงแม้เธอจะยังไม่ทันได้ทำตามแผนที่วางเอาไว้ก็ตาม...แต่เธอก็คงไม่อยากให้ผมได้เห็น  สัญชาตญาณดิบ’  
อันแสนชั่วร้ายของเธอหรอก   
           “ค่ะ หนูญ่าเข้าใจความรู้สึกของคุณกรรัมภาดี...ไม่มีใครต้องการให้คนอื่นเห็นปีศาจร้ายที่สิงอยู่ในใจตนเองหรอกค่ะ”
          “โอเคครับ สรุปว่าหนูญ่าจะตัดคุณภาออกจากการเป็น ผู้ต้องสงสัย  แล้วใช่ไหม ?”  เขาว่า  พลางกอดอกอย่างเคร่งขรึม
          “ใช่ค่ะ ทีนี้เราก็ต้องมาหาผู้ต้องสงสัยคนใหม่แล้วล่ะคะ”  หนูญ่าทำปากจู๋อย่างใช้ความคิด
          “ผมว่าเราสองคนออกไปจากร้านนี้ก่อนดีกว่าครับ...ว่าแต่หนูญ่ามายังไงละ  ให้ผมไปส่งไหม”  เจ้าของโรงแรมในเครือชื่อดังอาสาอย่างใจดี
          “ไม่เป็นไรค่ะ คุณธาม  หนูญ่าขับรถมาเองค่ะ  ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง”  สีหน้าและแววตาของทิพยดาแลดูสดชื่น  ราวกับดอกไม้ที่กำลังแรกแย้มเบ่งบาน
          “ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะครับ  หนูญ่า” เขาโบกมือลาหญิงสาว
          “คุณธามก็เหมือนกันนะคะ”  ตำรวจสาวร่ำลาชายหนุ่มเช่นกัน
           เมื่อธามเมธีเข้ามาในรถส่วนตัว  และนั่งประจำตำแหน่งคนขับแล้ว  จู่ ๆ เขาก็รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล  ว่าจะมีอันตรายแผ่เงื้อมเงาเข้ามาในไม่กี่วินาทีข้างหน้านี้ !  ซึ่งชายหนุ่มเองก็รู้สึกเหมือนมีเงาอะไรบางอย่างอยู่ที่ด้านหลังของเขา
เช่นกัน 
           แต่ก่อนที่นักธุรกิจหนุ่มจะหันไปมองที่เบาะหลังว่ามีใครอยู่หรือไม่นั้น  ท่อนแขนแข็งแกร่งก็เข้ามารัดรอบคอของเขาเสียแล้ว !
           “ปล่อย !”  ซีอีโอหนุ่มร้องเสียงหลง  พยายามดิ้นรนอย่างถึงที่สุด  แต่ยิ่งฝืนเท่าไรท่อนแขนที่น่าจะใหญ่กว่าขาของเขาก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นกว่าเดิม
         การถูกบีบรัดเหมือนท่ามวยปล้ำที่ใช้สยบคู่ต่อสู้บนเวที  ทำให้เลือดไม่สามารถขึ้นไปเลี้ยงสมองของธามเมธีได้สะดวก  ดวงตาเริ่มพร่าเลือน  ภาพคล้ายเสาอากาศโทรทัศน์ที่รับสัญญาณได้ไม่ค่อยดี  เดี๋ยวเบลอเดี๋ยวชัดวูบวาบไปหมด  จนอาการมึนงงครอบงำเขา
           ในวินาทีที่ภาพเริ่มเบลอขึ้น...เบลอขึ้น...จนเกือบดับมืดสนิทลงไปนั้น  ก็มี  นารีขี่ม้าขาว  มาช่วยเขาได้ทันเวลาพอดี
           ปัง !
           ทิพยดาเปิดประตูรถออกมา  พลางสาดกระสุนใส่ลำแขนกำยำของหนุ่มร่างยักษ์ไปสองนัด !
           “โอ๊ย !”  มันครางออกมาด้วยความเจ็บปวด  แล้วรีบกระโดดลงจากรถคันหรูทันที
           ใจหนึ่งหญิงสาวต้องการตามคนร้ายไป แต่อีกใจหนึ่งก็ห่วงอาการของชายผู้เคราะห์ร้ายตรงหน้า  ซึ่งเธอก็ตัดสินใจเลือกอย่างหลังในที่สุด
          “คุณธาม !  คุณเป็นอะไรไหมคะ”  ผู้กองสาวว่า พลางเขย่าหัวไหล่ของเขาแรง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเขายังมีลมหายใจอยู่
          “ผม...” นักธุรกิจหนุ่มผู้โชคร้ายว่า พลางเอามือมากุมที่บริเวณลำคอซึ่งปรากฏเป็นรอยช้ำอย่างเห็นได้ชัด
          “ไม่เป็นไรครับ หนูญ่า...แค่เกือบตายเป็นรอบที่สองเองครับ”  สีหน้าและแววตาของธามเมธีบ่งบอกว่าเขาอ่อนล้าและหมดเรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด
          “คุณธาม !  คุณโอเคหรือเปล่า”  หนูญ่าปรี่เข้าไปพยุงชายหนุ่มทันที  เมื่อเห็นว่าร่างของเขากำลังจะร่วงลงไปที่พื้น”
          “ขอบคุณหนูญ่ามาก ๆ เลยครับ ที่ช่วยชีวิตผมไว้เป็นครั้งที่สอง...ถ้าไม่มีหนูญ่า  ผมคงตายไปนานแล้ว”  เขาพูดเสียงเบาราวกับกระซิบ
          “ก็หนูญ่าเป็นห่วงคุณธามมากนี่คะ...หนูญ่าจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายคุณได้หรอกค่ะ  หนูญ่าจะเป็นองครักษ์พิทักษ์คุณธามเองค่ะ”  เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น  แววตามุ่งมั่น
          “จริงสิ หนูญ่ามาช่วยผมได้ยังไงละครับ ผมคิดว่าหนูญ่าขับรถไปแล้วเสียอีก ?”  คุณธามสงสัย
          “คือ...หนูญ่าเห็นมีเงาอะไรบางอย่างอยู่ข้างหลังคุณธามน่ะค่ะ  หนูญ่าเลยรีบมาหาคุณทันที  เผื่อจะเกิดเหตุร้ายขึ้นกับคุณ...แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ๆ”  เจ้าหล่อนทอดเสียงลงเล็กน้อย  พลางยิ้มอย่างเพลีย ๆ 
          “โชคดีนะคะ ที่คุณธามยังไม่ได้ล็อคประตูรถ ไม่อย่างนั้นหนูญ่าคงช่วยคุณธามไม่ทันเวลาแน่ ๆ”
          “ผมจะจำไว้นะครับ  ว่าหนูญ่าคือฮีโร่ของผม  ที่ช่วยให้ผมรอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกผู้ร้ายมาได้อย่างหวุดหวิด”  ธามเมธีเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ  แววตาของเขาแลดูอ่อนโยนยิ่งนัก
          “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ  คุณธาม” เธอยิ้มเขิน ๆ  สักพักตำรวจสาวก็เข้าสู่โหมด  จริงจัง 
          “เอาละค่ะ เพื่อความปลอดภัยของคุณ หนูญ่าจะขับรถไปส่งคุณธามที่บ้าน  เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครคิดจะทำร้ายคุณแล้วจริง ๆ”
          เมื่อชายหนุ่มตกลง  ทิพยดาก็ทำหน้าที่เป็น  สารถี  ขับรถพาเขาไปส่งถึงบ้านอย่างปลอดภัย

 

ในคืนเดียวกัน  บริเวณอาคารจอดรถของคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่ง
           บุคคลลึกลับผู้หนึ่งกำลังคุยโทรศัพท์มือถือ  พลางขบริมฝีปากล่างเป็นระยะ  อารมณ์ขุ่นมัวที่คนปลายสายทำงานไม่ได้ดั่งใจ
          “ทำไมมันไม่ตาย หา !...งานง่าย ๆ แค่นี้ ทำไมแกทำไม่สำเร็จ แกพลาดเป็นรอบที่สองแล้วนะ...” มันโพล่งกึ่งโวยวาย นัยน์ตาดุดัน  “โอเค..ถ้างั้นช่วงนี้แกหนีไปกบดานสักพักก่อน  อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น  ยิ่งตอนนี้มันมี
ตำรวจหญิงมาเป็นบอดี้การ์ดด้วยแล้ว  ฉันก็ยิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น  ขอบอกเลยว่าตำรวจคนนี้ฝีมือไม่ธรรมดา”
           ผู้สั่งการกดวางสาย  พลางถอนหายใจช้า ๆ อย่างข่มอารมณ์

 

ทิพยดาใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง  เธอก็ขับรถยนต์คันหรูของชายหนุ่มมาจอดที่หน้าประตูอันใหญ่โต
            ไม่นานประตูก็เปิดออกด้วยระบบไฟฟ้าที่คนในบ้านกดปุ่มจากรีโมต  หนูญ่าจึงเหยียบคันเร่งเข้าไป  
            โดยทางที่จะเข้าสู่ตัวบ้านนั้น  มีต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ดารดาษเต็มสองข้างทาง  พื้นถนนลาดยางมะตอย  หนูญ่ามองสิ่งที่พบเห็นสองข้างทางด้วยความชื่นชม  จนกระทั่งเห็นป้ายไม้แกะสลักขนาดใหญ่ระบุชื่อคฤหาสน์  
ภาคินวงศ์’  ตกแต่งรอบ ๆ ด้วยพุ่มกุหลาบ 
            ไม่กี่อึดใจ  รถเบนซ์ก็มาหยุดที่คฤหาสน์สองชั้น  ที่สร้างตามแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่  หน้าตึกมีน้ำพุขนาดกลางตั้งอยู่  ขับอาคารสีฟ้าไพลินให้โดดเด่น
            “โห!  นี่มันคฤหาสน์ชัด ๆ หนูญ่าไม่เคยเห็นบ้านใครสวยเท่านี้มาก่อนเลยค่ะ”  ตำรวจสาวว่า พลางเปิดประตูลงจากรถ  เพื่อมองตัวคฤหาสน์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 
            ธามเมธีเห็นท่าทางตื่นเต้นราวกับเด็กสาวที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ของเจ้าหล่อนแล้ว  เขาก็อดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้
           “เราเข้าไปข้างในกันดีกว่าครับ  หนูญ่า” ชายหนุ่มเอ่ยกับทิพยดา
         หลังจากชายหญิงทั้งสองเข้าไปในคฤหาสน์แล้ว  บิดามารดา รวมทั้งน้องชายและน้องสาวของธามเมธี ก็ออกมาต้อนรับพวกเขาทันที ซึ่งบุตรชายคนโตได้เล่าความจริงกับทุกคนว่าเขาถูกปองร้ายมาสองครั้งแล้ว  แต่โชคดีที่ทิพยดามาช่วยเขาไว้ได้ทัน  เขาจึงรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด
           ทุกคนต่างเบิกตากว้าง  สีหน้าตื่นตกใจไม่แพ้กัน  พลางโพล่งถามออกมาพร้อมกันว่า 
           เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง?
           “แสดงว่าคนร้ายคนเดิมคิดจะทำร้ายพี่ธามอีกเหรอคะเนี่ย”  ธีรฉัตร น้องสาวของธามเมธีโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
           “ครั้งแรกมันตั้งใจให้พี่กลายเป็นศพในโรงแรมใต้เศษแก้วเลยละ...พอครั้งที่สองมันส่งคนมารัดคอพี่ถึงบนรถ  ดีนะที่วันนั้นหนูญ่าไปที่ร้านอาหารนั้นพอดี พี่ถึงรอดชีวิตมาได้”  ธามเมธีเค้นเสียงกร้าว
          “อยากรู้จริง ๆ เลย  ว่ามันเป็นใคร”  ธีธัช น้องชายคนรองของธามเมธีมีท่าทางฮึดฮัด
          “แล้วทำไมเพิ่งมาบอกแม่กับพ่อตอนนี้ล่ะ  ตาธาม” ธดาภรณ์และธีระตัดพ้อกลาย ๆ
          “ผมก็แค่ไม่อยากให้แม่กับพ่อกังวลน่ะครับ  ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ”  ชายหนุ่มเอ่ย พลางยกมือไหว้บุพการีทั้งสอง
          “แล้วอย่างนี้เราจะทำยังไงต่อไปล่ะ  ตาธาม” ผู้เป็นบิดาถามด้วยความเป็นห่วง
          “เรื่องนี้คงต้องให้หนูญ่ากับทีมตำรวจสายสืบของเธอจัดการไปน่ะครับ...ผมมั่นใจว่าอีกไม่นานเราคงได้รู้ว่าใครเป็นคนบงการ”
          “ถ้าอย่างนั้นตาธามก็คิดถูกแล้วละ  ที่เลือกหนูญ่ามาเป็นบอดี้การ์ด  เพราะไม่รู้ว่าครั้งหน้าคนร้ายมันจะมาไม้ไหนอีก”  มารดาเห็นด้วยกับการตัดสินใจของบุตรชาย
          “หนูญ่าจ๊ะ หนูอย่าเพิ่งรีบกลับได้ไหม อยู่ทานข้าวกับพวกเราก่อนนะจ๊ะ” ธดาภรณ์ชวนตำรวจสาวอย่างเป็นกันเอง
          เมื่อทิพยดารับคำชวนจากเจ้าของบ้านแล้ว  ทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ  เปลี่ยนเสื้อผ้าด้านบน  มีเพียงหญิงสาวผู้มาเยือนเท่านั้น ที่นั่งรออยู่ในห้องรับแขกด้านล่าง

 

บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารอันเลิศรสหลากหลายเมนู  ทุกคนในบ้านต่างเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ อย่างน่าเอร็ดอร่อย  ธามเมธีแสดงความห่วงใยต่อทิพยดาอย่างออกนอกหน้า  จนทุกคนต่างแซวกันยกใหญ่
              “เร็ว ๆ นี้ บ้านเราคงมีข่าวดีแล้วละเนอะ” ผู้เป็นมารดาเปิดประเด็น
             “ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่พี่ธามพาผู้หญิงเข้าบ้าน” ทิว  น้องชายคนรองเอ่ยขึ้น
             “ท่าทางพี่ธามจะมี  ดวงนารีอุปถัมภ์’  นะเนี่ย  ถึงได้ผู้หญิงมาเป็นบอดี้การ์ด  แถมอนาคตอาจจะเปลี่ยนสถานะมาเป็นคู่ชีวิตก็ได้  ใครจะไปรู้”  เทียรา น้องสาวจอมกวน  สำทับด้วยอีกคน
             “ดูสองคนนี้เหมาะสมกันดีนะ  อย่างกับเทวดาและนางฟ้าไม่มีผิด”  ชายสูงวัยผู้เป็นประมุขของบ้านแซวปิดท้าย
             ทั้งธามเมธีและทิพยดาได้แต่ลอบมองหน้ากัน  พลางยิ้มเขิน ๆ  ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา...
             หลังจากอาหารถูกยกออกไปจากโต๊ะ ไอศกรีมหน้าตาน่ากิ๊นน่ากินก็ถูกยกมาเสิร์ฟต่อในทันที  สักพัก ธีรฉัตรหรือเทียรา  ก็เอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ
            “พ่อ แม่  พี่ธาม  พี่ทิว และพี่หนูญ่าคะ เรามาเล่นตอบปัญหากันดีกว่า” 
            เมื่อทุกคนตอบตกลง  ผู้เป็นน้องสาวก็เริ่มถามอย่างไม่รอช้า
            “ตัวการ์ตูนใดที่มีอารณ์สุนทรียะทางดนตรีมากที่สุด”
           “ชินจัง อาราเล่  คิดตี้  มิกกี้เมาส์...”  ธดาภรณ์ ธีระ  และธามเมธี  ต่างผลัดกันตอบ
           “ไม่ใช่ค่ะ ยอมหรือยัง”
           “ปิ๊กาจู จากเรื่องโปเกมอน”  ธีธัชหรือทิว  เป็นคนตอบ
           “ยังไม่ใช่”
          “บลอสซั่ม บับเบิ้ล  บัตเตอร์คัฟ  จากเรื่องเพาเวอร์พัฟเกิร์ล”  ผู้กองทิพยดาขอทายบ้าง
          “ไจแอ้น ซิซุกะ  จากเรื่องโดเรม่อน”  ธามเมธีและธดาภรณ์ผลัดกันตอบอีกรอบ 
          “ก็ยังไม่ใช่”
          “ยอมแล้ว เฉลยมาเลย” 
          “คำตอบก็คือ โดเรมี่”  ธีรฉัตรนั่งกอดอก  พลางหัวเราะอย่างเป็นต่อ 
          “หา!  เพราะอะไรล่ะ”
          ผู้เฉลยคำตอบทำหน้าตาย  สายตามองตรงไปข้างหน้า พลางไล่เสียงต่ำไปหาเสียงสูงอย่างเป็นจังหวะว่า  
          “โด  เร มี  ฟา  ซอล ลา  ที...
         ทุกคนที่รอฟังคำตอบหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างชอบใจ  พลางปรบมือรัว ๆ 
         “โห!  สุดยอด เจ๋งอะ”  ธามเมธีชูนิ้วโป้งให้น้องสาว
         “ไอติมอร่อยจังค่ะ  เทียราชอบทุกรสเลย”  ธีรฉัตรเอ่ย พลางซัดไอศกรีมจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาที
         ทิพยดาลอบสังเกตอากัปกิริยาของธีรฉัตรแล้ว  พลางคิดว่านิสัยของเจ้าหล่อนช่างคล้ายกับคนคนหนึ่งที่เธอเคยรู้จัก  ทว่าในตอนนี้เธอคนนั้นได้จากไปแล้ว...

 

เมื่อสามปีก่อนทิพยดากับหญิงสาวผมสั้นหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง  เธอคนนั้นชื่อว่า  ‘ร้อยตำรวจโทหญิงวีรินทร์  สิตางศุ์ '  หรือ ‘หมวดวี ' ดวงหน้าของเจ้าหล่อนกลมโต คิ้วไม่ดก  จมูกไม่โด่ง  และมีริมฝีปากหนา
          หนูญ่าได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบคดีค้ายาเสพติด  ซึ่งมีเสี่ยไพโรจน์เป็นตัวการใหญ่  หญิงสาวส่ง  วีรินทร์ '  ตำรวจหญิงที่เพิ่งจบใหม่ได้เพียงปีเดียว ไปเป็น  สายสืบ  ที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง  โดยวีรินทร์ไปสมัครงานเป็นเลขา ฯ ส่วนตัวของเสี่ยไพโรจน์  และแอบส่งข่าวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ
             ด้วยความที่ไพโรจน์เป็นคนฉลาด  มีเล่ห์เหลี่ยม  ไม่นานเขาก็รู้ความจริงว่า  เลขานุการสาวแท้จริงแล้วเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปลอมตัวมาสืบคดี  เขาจึงให้มือขวาคนสนิทไปฆ่าปิดปากเธอ  พร้อมส่งคลิปวิดีโอไปให้ทิพยดา
             “พี่หนูญ่าคะ !  ช่วยวีด้วย วียังไม่อยากตาย”  เสียงหวีดร้องของผู้หมวดสาว สร้างความเจ็บปวดหัวใจให้ผู้กองสาวเหลือคณา 
            ก่อนที่ภาพทั้งหมดจะตัดไป  ได้ยินเพียงเสียงปืนและเสียงหวีดร้องของหมวดวีเท่านั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสนิทราวกับไม่เคยมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาก่อน  กระทั่งอีกไม่กี่วันต่อมาทิพยดาก็ได้ข่าวว่าหมวดวีรินทร์  ได้จากโลกนี้
ไปแล้ว…
            เหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความร้าวรานในจิตใจให้กับหนูญ่า  จนเธอถึงกับ ช็อก  และไม่อยากให้อภัยตนเองที่เป็นสาเหตุให้หมวดวีรินทร์ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเวทนาเช่นนี้ !
            ในที่สุดทำนบที่กักเก็บความอ่อนแอของทิพยดา  ก็พังลงมาจนได้ !
            น้ำตาของเธอไหลรินลงมาอย่างไม่ขาดสาย  เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้หนูญ่าตัดสินใจลาออกจากการเป็นตำรวจ  แต่สารวัตรบารมีไม่อนุมัติให้หญิงสาวทำเช่นนั้น  และพูดให้กำลังใจเธอว่า
            ถ้าผู้กองลาออก  วีรินทร์จะนอนตายตาหลับได้อย่างไร  ในเมื่อคนที่ฆ่าเธอยังลอยนวลอยู่  เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ความผิดของผู้กองหรอกน่า  แต่มันเป็นความผิดของไอ้ไพโรจน์ต่างหากล่ะ  ที่ก่อกรรมทำชั่ว  เพราะฉะนั้นผู้กอง
ต้องลุกขึ้นสู้  เอาคนผิดมารับโทษให้ได้...เพื่อหมวดวีรินทร์...’     
             ถ้อยคำนั้นทำให้ทิพยดาฮึดสู้  และพยายามรวบรวมหลักฐานเอาผิดเสี่ยไพโรจน์อย่างไม่ลดละ  จนเมื่อ  เกรียงไกร  สายสืบคนใหม่ของเธอ  แฝงตัวเข้าไปในรังของมาเฟียใจเหี้ยม  โดยที่ไม่มีใครสงสัยเลยว่า  ชายร่างอ้วนพุงพลุ้ยที่ดู
ไม่มีพิษมีภัย  จะกลายเป็นตำรวจขึ้นมาได้
             กระทั่งตำรวจมีพยานและหลักฐานพร้อมที่จะเอาผิดเสี่ยไพโรจน์กับพรรคพวกได้  จึงนำกำลังเข้าจับกุมที่จังหวัดเชียงรายระหว่างที่มีการซื้อขายยาเสพติดกันอยู่ 
             ตำรวจหลายคนต่างวิสามัญคนร้ายในที่เกิดเหตุ  และทิพยดาได้สาดกระสุนใส่  เสี่ยไพโรจน์  ที่ขัดขืนการจับกุมจนเสียชีวิต ! 
            ...แก้แค้นให้กับหมวดวีรินทร์ได้สำเร็จ  ป่านนี้เธอคงไปสู่สุคติแล้ว... 

 

“หนูญ่า !  หนูญ่า !” เสียงเรียกของธามเมธีดึงทิพยดาให้หลุดออกมาจากภวังค์ความคิด  ทุกคนบนโต๊ะต่างมองมาที่ตำรวจสาวด้วยความเป็นห่วง
               “เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ  ไม่สบายหรือเปล่า ?”  หญิงวัยกลางคนถาม
               “ปะ...เปล่าค่ะ หนูญ่าแค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ” ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สาวอ้าง
               ทว่าเธอกลับปิดบังคุณธามไม่ได้  เพราะเสียงความคิด  รวมถึงความรู้สึกของหญิงสาว  เข้ามายังสมองของผู้บริหารหนุ่มเรียบร้อยแล้ว

 

เช้าวันรุ่งขึ้นธามเมธีขับรถไปจังหวัดชลบุรีพร้อมกับทิพยดา  ซึ่งกลายมาเป็นบอดี้การ์ดของเขา  เพื่อไปงานแฟชั่นที่จัดในโรงแรมภาคินธานี  ศรีราชา พนักงานโรงแรมต่างต้อนรับผู้บริหารสูงสุดของโรงแรมในเครือภาคินกรุ๊ปด้วยความตื่นเต้นและยินดีเป็นอย่างมาก
               ประตูไม้หนาของห้องหนึ่งในโรงแรมถูกแง้มไว้ครึ่ง ๆ  พอให้บรรดานายแบบ  นางแบบ รวมถึงเจ้าหน้าที่เดินลอดไปมา  ธามเมธีซึ่งวันนี้สวมใส่ชุดสูทสีฟ้าคราม  กับผู้กองหนูญ่า  ทั้งสองกำลังจะผลักประตูเข้าไป  เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้หญิงร่างสมส่วนอายุยี่สิบห้าปีคนหนึ่ง  สวมเดรสเชิ้ตผูกเอวสีชมพู  ก้าวออกมาจากประตูพอดี
                “อ้าว !  คุณธาม คิดว่าคุณจะไม่มาเสียแล้ว เชิญข้างในค่ะ”  นิศารัตน์  หรือ  นิวเยียร์  หญิงสาวเจ้าของบริษัทเสื้อผ้าแบรนด์ สิตางศุ์  เอ่ยกับหนุ่มเจ้าของโรงแรมด้วยน้ำเสียงแจ่มใส  “เขาจะเริ่มซ้อมเดินภายในสิบนาทีนี้ค่ะ  ถ้า
คุณธามอยากชมล่ะก็  ตามนิวเยียร์มาเลยค่ะ”
            หลังจากคุณธามกับหนูญ่าชมการซ้อมใหญ่จบแล้ว  ผู้บริหารหนุ่มพร้อมกับตำรวจสาวก็พาเจ้าของบริษัทเสื้อผ้าสาวสวยไปยังห้องอาหารขนาดกลาง เธอเลือกนั่งริมกระจกที่มองออกไปเห็นวิวทะเลชัดเจน  เขาเรียกบริกร สั่งกาแฟกับขนมเค้กให้กับนิศารัตน์ ซึ่งนั่งตรงกันข้ามกับชายหนุ่ม
             “ขอบคุณนะคะ คุณธาม...ความจริงคุณไม่ต้องดูแลนิวเยียร์ดีขนาดนี้ก็ได้ค่ะ  แค่ฉันมาใช้สถานที่ในโรงแรม  ก็รบกวนคุณมากแล้ว”  นิวเยียร์เอ่ยอย่างเกรงอกเกรงใจ  “อีกอย่าง...คุณเลี้ยงขนมเค้กฉัน  เดี๋ยวฉันก็อ้วนเป็นหมูตอนหรอกค่ะ”  เธอพูดกลั้วหัวเราะ
                 ทิพยดาซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ  ชายหนุ่ม ถึงกับค่อนแคะนิวเยียร์ในใจว่า
                ...รู้ว่าอ้วน แล้วยังจะกินอีก ถ้าอ้วนเป็นตุ่มสามโคกขึ้นมา จะหัวเราะให้ฟันร่วงเลย...
               “อย่างคุณนิวเยียร์ไม่อ้วนหรอกครับ  รูปร่างแบบนี้กำลังดี  ไม่อ้วนหรือผอมเกินไปครับ” 
               “แหม !  คุณธามก็...ปากหวานเหมือนกันนะคะ”  เธอยิ้มเซ็กซี่
               “ผมพูดจริง ๆ ครับ  ผอมไปจะดูเหมือนคนขี้โรค  อย่างคุณดาน่าเนี่ยมีเนื้อมีหนัง  กำลังดีครับ” เขายิ้มอ่อนโยน
               สตรีในชุดสีชมพูถึงกับขวยเขินเล็กน้อย  เจ้าหล่อนรู้สึกพึงพอใจกับบุรุษตรงหน้าอย่างมาก  รูปร่างของเขาดูกำยำ  และชุดสูทสีฟ้าครามยิ่งทำให้เขาดูมีออร่า  ทำให้เธอยิ่งอยากใกล้ชิดผู้ชายคนนี้มากขึ้นไปอีก
               ...ถ้าได้นอนเตียงเดียวกันกับเขา  แค่ครั้งเดียว ก็คงจะดีไม่น้อย !... 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น