โทรจิต...สะกิดรัก

ตอนที่ 5 : ชะตา (คง) ขาดถ้าไม่มีหนูญ่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    15 เม.ย. 64

 

 

ธามเมธีแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการตักกับข้าวใส่จานให้ผู้กองสาว  คนที่ได้รับการดูแลอย่างดีก็กล่าวขอบคุณเสียงใสาวกับระฆังเงิน
                  แสงจากหลอดไฟฉาบดวงหน้ารูปไข่อันแลดูอ่อนเยาว์ของหญิงสาวตรงหน้า  ให้ดูมีรัศมีงดงามตระการตา  ดุจนางอัปสรจากสรวงสวรรค์ที่มีความงามอันอ่อนหวาน  ช่างเจนตาเจนใจเหลือเกิน...
                 “ว่าแต่  คุณธามมีเรื่องอะไรให้หนูญ่าช่วยเหรอคะ ?”  เธอเข้าประเด็น
                 “คือ...สัปดาห์หน้าโรงแรมผม  จะจัดงานครบรอบสี่สิบปีของโรงแรม  ผมเลยอยากรบกวนหนูญ่าและตำรวจคนอื่น ๆ  ให้มาช่วยดูแลความปลอดภัยในงานน่ะครับ”  ชายหนุ่มพูดอย่างเป็นงานเป็นการ
                “ได้ค่ะ  คุณธาม ไม่มีปัญหา” ตำรวจหญิงตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ “แล้วเรื่องที่มีคนสะกดรอยตามคุณ คุณสงสัยใครเป็นพิเศษหรือเปล่าค่ะ หรืออาจจะเป็นมีคู่แข่งทางธุรกิจของคุณก็ได้นะคะ”
                “ผมนึกไม่ออกเลยว่าเป็นใคร แต่ถ้าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจก็...มีเยอะนะครับ  เพราะสมัยนี้โรงแรมและรีสอร์ตมีมากขึ้น  และแข่งขันกันสูงมากทีเดียว”
                “แล้วคุณธามเคยมีปัญหาส่วนตัวกับใครหรือเปล่าคะ ?”  สีหน้าและแววตาของทิพยดาดูจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
                “ไม่มีนะครับ  ผมไม่ชอบมีปัญหากับใคร  และผมก็ไม่เคยทำเรื่องผิดกฎหมายเลยด้วย”  ธามเมธีส่ายหน้า
               “โอเคค่ะ  ไม่ต้องกังวลนะคะ  คุณธาม ทางตำรวจจะดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุดค่ะ”  เธอพูดเพื่อให้เขาคลายกังวล แต่เธอเองนั่นละที่เริ่มไม่สบายใจ  เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีของชายหนุ่ม
               “ขอบคุณมากครับ  หนูญ่า”
               หลังจากคุยไปได้สักพัก  ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สาวก็รู้สึกอยากกินเค้กช็อกโกแลตขึ้นมา  แต่เจ้าหล่อนกลัวน้ำหนักจะขึ้นปรู๊ดปร๊าด  เธอจึงตัดใจไม่รับประทานของหวาน
              ...อยากกินก็อยากกิน  แต่ก็ไม่อยากพุงโย้นี่นา !...
              “ถ้าอยากทานเค้กช็อกโกแลตก็ทานสิครับ  สั่งเป็นเค้กชิ้น  แล้วแบ่งกับผมคนละครึ่งก็ได้  ผมก็อยากทานเค้กเหมือนกัน  ทานนิดเดียวไม่อ้วนหรอกครับ  หนูญ่า” ธามเมธีได้ยินเสียงความคิดของหญิงสาว เขาจึงเสนอทางออกให้กับเธอ
              “คุณแอบอ่านความคิดฉันเหรอคะ”  เจ้าหล่อนเอ่ยอย่างไม่จริงจังนัก
             “ไม่ได้แอบอ่านครับ  แต่สิ่งที่หนูญ่าคิดมันเข้ามาในสมองผมเองต่างหาก”  เขายักคิ้วให้หล่อน  พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้
             “คุณธามนี่...”  ทิพยดาค้อนชายหนุ่ม
             “หนูญ่าก็เคยแอบอ่านความคิดของผมเหมือนกันนะ  ตอนที่หนูญ่ากับจ่าเกรียงไกรมาที่โรงแรมผม  เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวของนายเหมันต์น่ะ...จำไม่ได้แล้วเหรอครับ  คุณตำรวจ” ประโยคท้ายซีอีโอหนุ่มทำหน้าทะเล้น
             “กะ...ก็...ใช่”   เธอตอบรับอย่างตะกุกตะกัก
             “คราวนี้ผมช่วยให้หนูญ่าตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะ  ว่าจะกินเค้กดีไหม ไม่ได้ละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของคุณเสียหน่อยครับ”  เขายิ้มกรุ้มกริ่ม  “เค้กที่โรงแรมผมอร่อยนะ  ไม่ลองจะเสียใจ” 
             “นี่คุณ !  ไม่ต้องมายั่วน้ำลายฉันเลย”  ตำรวจสาวพราวเสน่ห์โพล่งออกมาอย่างเสียไม่ได้
             “ตกลงจะทานไหมครับ  เค้กน่ะ ?”  เขาถามย้ำ
             “ทานค่ะ  ทำไมจะไม่ทานล่ะ  เมื่อกี้ฉันแค่แซวคุณเล่นเอง ไม่ได้จริงจังอะไรหรอก”  หญิงสาวกล่าวแก้เก้อ
             “เรามาสั่งเค้กชิ้นกันดีกว่าครับ  แล้วแบ่งกันคนละครึ่ง  จะได้ไม่มีใครอ้วนไงครับ”  ธามเมธีสรุป
             เมื่อบริกรเสิร์ฟขนมเค้กบนโต๊ะแล้ว  ชายหนุ่มก็ตัดแบ่งเค้กเป็นสองส่วน  แล้วจัดใส่จานให้ทิพยดา
             “เค้กของโรงแรมคุณเนี่ย  นุ้มมมนุ่ม ช็อกโกแลตก็ไม่หวานมากด้วยค่ะ”  ผู้หญิงที่กลัวอ้วนชมไม่ขาดปาก
             “ผมดีใจนะที่หนูญ่าชอบ”  ดวงตาของผู้บริหารหนุ่มฉายแววยินดี 
             หัวใจของธามเมธีกับทิพยดาพลันสั่นไหวมากขึ้น  เมื่อชายหญิงทั้งสองสบตากัน ใจของทั้งคู่คล้ายจะประสานกันเป็นหนึ่งเดียว  จนผู้บริหารสูงสุดของโรงแรมต้องเสมองไปทางอื่น  เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์หวั่นไหวที่
พลุ่งพล่านขึ้นมาจากหัวใจ
             ...เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่เลย  เพิ่งเจอผู้หญิงคนนี้ได้ไม่นาน  ทำไมถึงใจสั่นทุกครั้งนะ  มันเป็นแค่ความหวั่นไหวเท่านั้น  ไม่ใช่ความรักหรอก !  ความรักมันเกิดจากความผูกพัน  ต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์...  ชายหนุ่มคิด
             ส่วนทิพยดาก็เกิดอารมณ์  ฟิน  ขึ้นมาเสียอย่างนั้น  ดุจเธอกำลังเป็นนางเอกในนวนิยายที่กำลังมองพระเอกด้วยสายตาหวานเยิ้ม  บ่งบอกว่ากำลังตกหลุมรักพระเอกเข้าเต็มเปาแล้ว
            ...พรหมลิขิตชัด ๆ…
            “หนูญ่าครับ...คุณไม่กินเค้กแล้วเหรอ ?”  ธามเมธีโบกไม้โบกมือให้หญิงสาวรู้สึกตัว  พลางปรบมือดัง ๆ  สองสามที  เธอจึงหลุดออกจากภวังค์ความคิด
            “คะ...มีอะไรเหรอคะ ?” 
            “ผมถามว่าคุณไม่กินเค้กแล้วเหรอครับ  เค้กส่วนของคุณยังเหลือตั้งเยอะน่ะ”  นักธุรกิจหนุ่มจับจ้องใบหน้าสวยละมุน
            “อ๋อ...กินสิคะ เค้กอร่อย ๆ  อย่างนี้  หายากนะคะ” หนูญ่าเอ่ยแก้เก้อ
             พอเธอจัดการกับขนมเค้กเรียบร้อยแล้ว  เจ้าหล่อนก็ขอตัวกลับก่อน  ด้วยสาเหตุที่ชายหนุ่มคงรู้แล้วว่า  เธอขวยเขินสะเทิ้นอายที่เผลอทำให้เขาเห็นว่า เธอเกิดอารมณ์  ฟิน  ต่อหน้าเขาน่ะสิ !
           เพราะอารมณ์ฟินนั่นเองที่ทำให้จิตใจของตำรวจสาวไม่อยู่กับเนื้อกับตัว  ซึ่งจังหวะนั้นเองมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งทำแก้วน้ำซึ่งภายในมีน้ำแร่บรรจุอยู่หล่นลงพื้น หนูญ่าจึงลื่นและหลังของเธอก็เกือบกระแทกลงไปกับพื้น ถ้ามือบางของเจ้าหล่อนไม่ยึดแขนเสื้อของคุณธามไว้เป็นหลัก  ทว่าร่างของชายหนุ่มก็โอนเอนไปตามแรงดึงของเธอ  เป็นผลให้ทั้งสองร่วงลงไปที่พื้นพร้อมกัน  โดยร่างของทิพยดาซ้อนอยู่บนร่างของธามเมธี  และริมฝีปากอันอวบอิ่มของเธอก็ทาบทับกับริมฝีปากรูปกระจับของเขา  โดยไม่ได้ตั้งใจ !
              ทุกคนที่อยู่ในห้องอาหารนั้นต่างอ้าปากค้างอย่างตกตะลึง  เมื่อเห็นหญิงสาว           ซวนกายทับร่างของชายหนุ่ม  และทั้งสองกำลังตกอยู่ในภวังค์  ไม่ยอมถอนริมฝีปากออกจากกัน ! 
             จะว่าไปแล้วเหตุการณ์นี้มันก็คล้ายกับนวนิยายหรือละครโทรทัศน์ไม่มีผิดเลย !
             เมื่อธามเมธีกับทิพยดารู้ตัวว่าพวกเขากำลังตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน  ทั้งสองจึงรีบผละออกจากกันทันที  พลางเอ่ยออกมาแทบจะพร้อมกันว่า  มันเป็นอุบัติเหตุ’  ทว่าคนฟังกลับส่งยิ้มให้ราวกับเห็นพวกเขาเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามันก็ไม่ปาน...
             หลังจากทุกคนเลิกสนใจชายหญิงทั้งสองแล้ว  พวกเขาก็เตรียมที่จะร่ำลากัน  และเป็นจังหวะที่ใบหน้าของเขาโน้มเข้ามาหาเธอในระยะกระชั้นชิด 
             ...เหมือนในนิยายเปี๊ยบเลย  คนอะไรหล่อบาดใจเสียขนาดนี้ !...
             “หนูญ่า...เป็นอะไรไหมครับ”  ธามเมธีถามด้วยความเป็นห่วง
           “ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ  ขอบคุณนะคะ  คุณธาม”  หญิงสาว  ที่ตกอยู่ในภวังค์           พูดติดอ่างเล็กน้อย
             ชายร่างใหญ่อดยิ้มเอ็นดูกับสาวสวยตรงหน้าไม่ได้ 
     ...ตำรวจหญิงสุดแกร่งเป็น  โรคข้อเข่าเสื่อม  เวลาอยู่ใกล้ผู้ชายเหมือนกันหรือนี่ ! เหมือนนางเอกในละครโทรทัศน์ไม่มีผิดเลย... เขาคิดอย่างขัน ๆ
          “หนูญ่าไม่ได้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมนะคะ  คุณธาม” เธอรีบโพล่งออกมาในทันทีที่ได้ยินเสียงความคิดของเขา  “คุณธามดูละครมากเกินไปหรือเปล่าคะ”  เจ้าหล่อนว่า พลางเท้าสะเอว
             “นั่นไง ! หนูญ่าก็แอบอ่านความคิดของผมเหมือนกัน  ครั้งที่สองแล้วด้วย”  ชายหนุ่มย้ำ
             “ไม่ต้องนับหรอกน่า  คุณ” หญิงสาวว่าเสียงอ่อย
             “ไหวหรือเปล่าครับ  คุณตำรวจ  เสียงอ่อยเชียว” ดวงตาของชายหนุ่มพราวระยับ 
             “ไหวสิคะ สบายมาก”  คราวนี้เธอเอ่ยเสียงเข้ม  แล้วรีบกล่าวลาเจ้าของโรงแรม 
         แต่ชายหญิงทั้งสองหารู้ไม่ว่า  มีคน ๆ หนึ่งแอบดูพฤติกรรมของพวกเขาอยู่ด้วย   ความรู้สึกที่ยากจะคาดเดาได้ !

 

ผู้กองสาวยังไม่ได้กลับไปในทันที  เพราะเธออดที่จะชื่นชมกับความหรูหราอลังการของโรงแรมแห่งนี้ไม่ได้  ทว่าความรู้สึกตื่นเต้นของเจ้าหล่อนก็พลันมลายหายไปในบัดดล  เมื่อทิพยดาเห็นกรรัมภากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของล็อบบี ซึ่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สาวสังเกตว่าสายตาของเลขา ฯ สาว  มองไปยังตำแหน่งที่ธามเมธียืนอยู่บริเวณทางเดินในห้องโถงของโรงแรมหลายครั้งแล้ว !
              หนูญ่าเห็นเช่นนั้น  จึงเริ่มรู้สึกระแวงเลขา ฯ ของซีอีโอหนุ่มขึ้นมาทันที และหัวใจเจ้ากรรมของเธอก็ไหววูบเมื่อตำรวจสาวเหลือบไปเห็นความผิดปกติบนเพดานในตำแหน่งที่ใกล้กับธามเมธี !
               เจ้าหล่อนจึงไม่รอช้า  เธอสวมวิญญาณนักวิ่งทีมชาติ  วิ่งตรงไปยังร่างของธามเมธีโดยไม่เสียเวลาคิดสักนิดเดียว!
              “คุณธาม !  ระวัง”  ทิพยดาตะโกนด้วยเสียงอันดังก้อง
              โครม !
             ไม่กี่อึดใจเสียงกระแทกของโคมไฟระย้าขนาดใหญ่ก็ดังสะเทือนไปทั่วทั้งห้อง              เศษแก้วแตกกระจายกลาดเกลื่อนไปทั่วบริเวณ ! 
            เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่หนูญ่ากระโจนเข้าหาร่างสูงใหญ่ของผู้บริหารหนุ่ม  ก่อนที่ทั้งคู่จะกลิ้งหลุน ๆ ไปยังกำแพงด้านข้าง  ทำให้โคมไฟระย้าขนาดใหญ่ไม่หล่นลงมาทับร่างของธามเมธีกับทิพยดา  ทำให้คนทั้งสองรอดตายอย่างฉิวเฉียด 
              เส้นยาแดงผ่าแปดจริง ๆ ! 
              ทุกคนต่างตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  และกำลังเสียขวัญ !
               คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ  คุณธาม”  ทิพยดาเรียก พลางเขย่าหัวไหล่ของเขา   เบา ๆ
             ใบหน้าของธามเมธีขาวซีดราวกับกระดาษ  เขาไม่รู้ว่าจะสรรหาคำพูดใดมาแทนความรู้สึกของตนเองในยามนี้ดี
             “หนูญ่า ผม...” น้ำเสียงของชายหนุ่มดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด  “เมื่อกี้ผมเกือบตายแล้ว  ถ้าคุณมาช่วยผมไว้ไม่ทัน  ผมคง...”  ธามเมธียังไม่พูดไม่ทันจบประโยค  มือปราบสาวก็ขัดขึ้น
             “อย่าพูดเลยค่ะ มันผ่านมาแล้ว ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว  คุณธาม”  หญิงสาวว่า พลางเอื้อมมือไปลูบแผ่นหลังเขาอย่างปลอบประโลม
             เมื่อหนูญ่าสัมผัสได้ว่าอาการเสียขวัญของคนในอ้อมแขนค่อย ๆ คลายลง  เธอจึงดึงชายหนุ่มออกห่างอย่างอ่อนโยน  พลางพยุงธามเมธีไปยังห้องพยาบาลที่อยู่ในโรงแรมอย่างนุ่มนวลที่สุด
            “เป็นยังไงบ้างคะ  คุณธาม บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ?”  กรรัมภา ที่รีบวิ่งตามเจ้านายหนุ่มมา ถามด้วยความห่วงใย
            “ผมไม่ได้เป็นอะไรมากครับ  คุณภา แต่ยังขวัญเสียอยู่ก็เท่านั้นเอง” ผู้บริหารสูงสุดของโรงแรมเอ่ยตามความจริง  แต่เขาก็ยังหวาดผวาไม่หายกับวินาทีเฉียดตายเมื่อครู่  
            “ผมเป็นหมอครับ !  ผมขอตรวจอาการผู้บาดเจ็บหน่อยครับ”  ลูกค้าหนุ่มคนหนึ่งตะโกนเรียก  พลางชูบัตรประจำตัวของแพทย์ประจำโรงพยาบาลให้ดู
            “ให้หมอตรวจร่างกายสักหน่อยดีกว่าค่ะ  คุณธาม” หนูญ่าว่า  พลางส่งสายตาเว้าวอนให้ชายหนุ่มทำตามคำขอของเธอ
             เมื่อธามเมธีเห็นเจ้าหล่อนห่วงใยเขาถึงเพียงนี้  นักธุรกิจหนุ่มจึงไม่ขัด  ยอมให้แพทย์ตรวจร่างกายอย่างว่าง่าย !
             หลังจากพวกเขามาถึงห้องพยาบาล  ตำรวจสาวหุ่นนางแบบก็ทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง  ทว่ามือหนาของธามเมธีก็รั้งท่อนแขนบอบบางของเจ้าหล่อนเอาไว้  “คุณอย่าเพิ่งไปนะ  หนูญ่า  คุณเองก็ต้องตรวจด้วย”  หนุ่มเจ้าของโรงแรม
คิดว่าเธอน่าจะมีบาดแผลอยู่ไม่น้อย  เพราะเศษแก้วคริสตัลแตกกระจายกลาดเกลื่อนถึงปานนั้น
             ในคราแรกหญิงสาวปฏิเสธ  แต่เมื่อเจอ ลูกอ้อน  ของชายหนุ่มเข้าไป  เธอจึงยอมทำตามความต้องการของเขา 
             “นะ...หนูญ่า ทีคุณยังบอกให้ผมไปตรวจร่างกายเลย แล้วคุณจะมาทิ้งผมไปดื้อ ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”  สีหน้าและน้ำเสียงของเขา  ดูใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับเด็กที่ไร้เดียงสาก็ไม่ปาน
            ต่อจากนั้นคุณหมอหนุ่มซึ่งเป็นลูกค้าของโรงแรม  ก็ตรวจร่างกายของชายหญิงทั้งสองอย่างละเอียด  พบว่าทั้งคู่ถูกเศษแก้วบาดเป็นทางยาวหลายแห่ง  แต่แผลไม่ลึกมากเท่าไร
             กริ๊ง !  กริ๊ง !
             จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือของคุณหมอก็ดังขึ้น  เขากดรับ และกรอกเสียงลงไปตามสาย
            “สวัสดีครับ มีอะ... ?”  พูดไปได้ไม่กี่คำ  เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ  พลางเอ่ยกับธามเมธีและทิพยดาด้วยน้ำเสียงร้อนรน
           “บาดแผลของคุณสองคน  ผมตรวจอย่างละเอียดแล้ว  ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงครับ  พวกคุณทำแผลกันเองได้ไหมครับ  เพราะตอนนี้มีคนในชั้นห้าของโรงแรม  หัวใจวายครับ”  หมอหนุ่มเอ่ยอย่างร้อนรน พลางจัดการหยิบกล่อง
ปฐมพยาบาลมาให้ชายหญิงทั้งสอง  เมื่อทั้งคู่พยักหน้าพร้อมกัน  นายแพทย์ก็รีบขึ้นไปดูผู้ป่วยที่ชั้นห้าทันที

 

บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของ  ‘บริษัทสิตางศุ์’  ซึ่งเป็นบริษัทเสื้อผ้าที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศไทย              
             หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปี  เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย  มีใบหน้ารูปหัวใจ  ดวงหน้าขาวผ่องราวกับไข่ปอก  ดวงตานั้นงดงามดุจตากวาง  คิ้วโค้งสวย จมูกไม่โด่ง  แต่มีดั้ง  ริมฝีปากบางเฉียบ  อีกทั้งเส้นผมสีดำขลับที่ยาวประบ่า
ของเธอ  ยิ่งทำให้เธอผู้นี้ดูน่ารักมากขึ้นไปอีก  เจ้าหล่อนเป็นนักเรียนนอกที่เรียนจบด้านแฟชั่นและบริหารธุรกิจมาจากประเทศอังกฤษ  เธอคือ นิศารัตน์  สิตางศุ์  หรือ  นิวเยียร์’  ผู้เป็นประธานของบริษัทสิตางศุ์  ซึ่งชื่อบริษัทมีความหมายว่า  พระจันทร์  นั่นเอง 
              “งานแฟชั่นโชว์ของเสื้อผ้าแบรนด์เราไปถึงไหนกันแล้ว ?”  นิศารัตน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน
              “ดิฉันติดต่อโรงแรมได้แล้วค่ะ  คุณนิวเยียร์” ผู้รับผิดชอบงานในส่วนนี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงมาดมั่น  “กลางเดือนหน้าทางโรงแรมภาคินธานี  ที่พัทยา ยินดีให้ทางเราใช้สถานที่ได้ค่ะ”
             “ดีมาก คุณจาระวี  คุณทำงานได้เยี่ยมมาก”  ประธานบริษัทกระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ  แล้วเบนสายตาไปยังหญิงวัยกลางคนที่นั่งไม่ห่างจากเธอนัก
             “แล้วนายแบบกับนางแบบล่ะ  คุณชไมพร” นิวเยียร์ถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ
             “เรียบร้อยแล้วค่ะ เราได้นักแสดงระดับแนวหน้ามาเดินแบบให้เสื้อผ้าแบรนด์สิตางศุ์แล้วค่ะ  คุณนิวเยียร์สบายใจได้”  เมื่อชไมพรเอ่ยชื่อคนที่จะมาเดินแบบให้เจ้าของบริษัทฟังทั้งหมด  คนฟังก็ถึงกับปลื้มปริ่มเลยทีเดียว
             “เลิศมาก !”  นิศารัตน์พูด พลางดีดนิ้วดังเปาะ 
             ...คราวนี้บริษัทคู่แข่งของเธอคงหนาวเยือกไม่น้อยเลยทีเดียว...  เจ้าของบริษัทเสื้อผ้าชื่อดังกระหยิ่มยิ้มย่อง 
             ทว่าจะมีสักกี่คนที่รู้ว่า  คุณนิศารัตน์  สิตางศุ์  ซึ่งภาพลักษณ์ภายนอกดูดีอย่างไม่มีที่ติ  ยังมีความลับอันดำมืดที่ซ่อนเร้นอย่างเงียบเชียบภายใต้หน้ากากอันสวยงามของเธอ !            

 

หลังจากแพทย์หนุ่มออกไปจากห้องแล้ว  ผู้บาดเจ็บเล็กน้อยทั้งสองคนต่างมองหน้ากันด้วยความเขินอาย  สุดท้ายเป็นฝ่ายายหนุ่มที่เอ่ยขึ้นมาก่อน
                “ผมว่าเรามาสลับกันทำแผลดีกว่าครับ” 
                “ก็ดีเหมือนกันค่ะ  คุณธาม” หนูญ่าเห็นด้วย
                สิ้นคำ ธามเมธีก็เป็นฝ่ายย้ายที่มานั่งข้างทิพยดา เขาเป็นฝ่ายเทยาฆ่าเชื้อลงไปในแผลของเธอก่อน  จากนั้นเจ้าหล่อนจึงใส่ยาที่ลำแขนของชายหนุ่ม  ซึ่งมีแผลไม่น้อยไปกว่าเธอเช่นกัน
                ระหว่างที่ทั้งคู่ทำแผลให้กันและกัน  มีจังหวะหนึ่งที่เขากับเธอหันมามองหน้าสบตากันพอดี !                
                หนูญ่าได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเรือนกายของผู้บริหารหนุ่ม
               ...ใช่แล้ว มันคือ  กลิ่นน้ำหอมของคุณธาม  นั่นเอง !... 
               กลิ่นนั้นให้ความรู้สึกสดชื่นและอบอุ่น  จนหญิงสาวนึกอยากเข้าไปสวมกอดเขาให้รู้แล้วรู้รอดเลยเชียว  ทว่าถ้าทำเช่นนั้นจะดูไม่งาม ไม่เหมาะกับการเป็น  ตำรวจสาวศรีสยาม  น่ะสิ !
               คิดได้เช่นนั้น หนูญ่าจึงต้องระงับจิตระงับใจของตัวเองเอาไว้  ไม่ให้คิดเลยเถิดไปไกลมากกว่านี้ !...
            ขณะที่ธามเมธีลอบพินิจใบหน้ารูปไข่ของหญิงสาวด้วยความชื่นชม  โครงหน้าของเธอสวยอย่างเห็นได้ชัด  ดวงตาของเธอเปล่งประกายสดใส  ราวกับจันทราที่ส่องแสงเจิดจรัสบนท้องนภาอย่างไรอย่างนั้น  เมื่อมองวงหน้าจิ้มลิ้มของหนูญ่าแล้ว  ยังทำให้เขาเคลิบเคลิ้ม  อีกทั้งเสน่ห์และออราของเธอที่โดดเด่นออกมาจากเรือนร่างอันบอบบางน่าทะนุถนอม  ทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้แม้แต่วินาทีเดียว...
               “เสร็จแล้วค่ะ คุณธาม”  ทิพยดาว่า หลังจากใส่ยาและพันแผลให้ชายหนุ่มเรียบร้อยแล้ว
               “ขอบคุณครับ หนูญ่า” แววตาของซีอีโอหนุ่มพราวระยับ
               “หนูญ่าก็ต้องขอบคุณคุณธามเหมือนกันค่ะ  ที่ช่วยทำแผลให้หนูญ่า”   น้ำเสียงของหญิงสาวนุ่มละมุน
               “วันนี้ผมโชคดีมากเลยรู้ไหม  ที่มีหนูญ่าอยู่เคียงข้าง”  นักธุรกิจหนุ่มทอดเสียงอ่อนโยน “ตั้งแต่มีลูกค้ากล่าวหาว่าพนักงานของผมขโมยแหวนจากห้องพักลูกค้า  และคุณยังมาช่วยผลักร่างของผมออกไป  ไม่ให้ผมตายอยู่ใต้
เศษแก้วคริสตัลนั่นอีก...ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงเลยครับ  หนูญ่า”
               “คุณไม่ต้องตอบแทนบุญคุณฉันหรอกค่ะ  คุณธาม หนูญ่าช่วยคุณด้วยความเต็มใจ ไม่ได้หวังผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้นค่ะ และฉันก็เป็นห่วงคุณมากนะคะ คุณธาม”  ขณะที่ชายหนุ่มจ้องมองเข้าไปยังดวงตาคู่สวยของเจ้าหล่อน  
เขาก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากใจจริงของเธอ
                …เขานับถือหัวใจของหนูญ่าจริง ๆ  ต่อจากนี้ไปเขาจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงน้ำใจงามคนนี้  หลุดมือไปเป็นอันขาด และถ้ามีโอกาสเขาก็อยากจะปกป้องเธอด้วยเหมือนกัน...
                “ขอบคุณมากครับหนูญ่า  และผมอยากจะให้คุณรู้ไว้ว่า  ผมก็เป็นห่วงคุณมากเช่นกัน”  สีหน้าและน้ำเสียงของเขาแลดูอ่อนโยน  เขาทำท่าจะเอ่ยประโยคถัดไป  ทว่าหญิงสาวรีบพูดขึ้นมาก่อน
                “คุณธามคะ หนูญ่ามีเรื่องจะเตือนคุณค่ะ”  สีหน้าและน้ำเสียงของทิพยดาแลดูจริงจังอย่างเห็นได้ชัด
                “มีเรื่องอะไรเหรอครับ ?”
                “หนูญ่าอยากจะเตือนเรื่อง  คุณกรรัมภา เลขา ฯ ของคุณธามน่ะค่ะ”
                “คุณกรรัมภา ทำไมเหรอครับ ?”  เขาขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
                “คือก่อนที่โคมไฟระย้าจะหลุดออกมาจากเพดานอะค่ะ  หนูญ่าเห็นคุณกรรัมภาคุยโทรศัพท์อยู่ที่มุมหนึ่งของล็อบบี  และมองมาที่คุณธามหลายครั้งเลยค่ะ  ราวกับกำลังจับตาดูคุณอยู่”
                “คุณคิดมากเกินไปหรือเปล่าครับ  หนูญ่า” ชายหนุ่มคิดว่าเธอคงกังวลมากเกินไป เนื่องจากกรรัมภาเป็นลูกน้องที่ซื่อสัตย์และมีความรับผิดชอบสูง  ซ้ำยังไม่เคยคิดร้ายกับเขาเลยสักครั้ง
                “หนูญ่าไม่ได้คิดไปเองนะคะ  หนูญ่าเห็นเต็มสองตาเลย”  เจ้าหล่อนยืนยันหนักแน่น  “คุณกรรัมภาเป็นเลขา ฯ ส่วนตัวคุณมานานหรือยังคะ ?”
                “นานแล้วละ  เธอทำงานกับผมมาเจ็ดปี”
                “เจ็ดปี !  นานเหมือนกันนะคะเนี่ย...มิน่าคุณธามถึงไว้ใจเลขา ฯ คนนี้มาก”  หนูญ่าวิเคราะห์  “แต่คนสมัยนี้รู้หน้าไม่รู้ใจนะคะ”     
               “โอเคครับ หนูญ่า  เอาเป็นว่า...ผมจะระวังตัวให้ดีละกันครับ”  ผู้บริหารหนุ่มพูดให้ตำรวจสาวสบายใจ
                “เอ่อ...จริงสิคะ  แล้วเมื่อกี้คุณธามจะพูดอะไรกับหนูญ่าเหรอ ?”  เธอเพิ่งนึกขึ้นได้
                “อ๋อ ผมจะพูดว่า”  เขาเว้นช่วงนิดหนึ่ง  พลางจ้องมายังดวงตาคมสวยอย่างไม่วางตา  “ผมโชคดีมาก ที่มีหนูญ่าเข้ามาในชีวิตครับ”
                 ทิพยดาอึ้งไปชั่วขณะ  ก่อนจะถามเขาว่า  “คุณหมายความว่ายังไงคะ  คุณธาม ?” 
                “ผมอยากจะขอจีบคุณครับ  หนูญ่า”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น