(Naruto) From the end. ( Minato x Kakashi )

ตอนที่ 9 : แสงสว่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 64 ครั้ง
    13 มิ.ย. 61


- แสงสว่าง -


 ....................................

 

........

 


แม้สงครามนินจาครั้งที่สามจะปิดฉากลงไปแล้วหากแต่ภารกิจต่างๆของนินจาก็ยังต้องดำเนินต่อไป ท่ามกลางเถ้าถ่านจากสงครามที่ยืดเยื้อยาวนานสร้างความเสียหายในทุกแคว้นที่ถูกไฟสงครามโหมผ่าน หากจะมีสิ่งใดหลงเหลือเอาไว้นั้นก็คงจะมีเพียงความสูญเสียและบาดแผลในใจที่ไม่มีวันลบเลือน.....

 

ภายในสนามฝึกกว้างใหญ่ที่ไร้ผู้คนเด็กหนุ่มผู้มีเส้นผมสีเงินค่อยๆหลับตาลงราวกับพยายามตั้งสมาธิก่อนฝ่ามือเรียวนั้นจะยกขึ้นมาประสานอินวิชาที่ตนเป็นผู้คิดค้นขึ้น

 


“ตัดสายฟ้า....”

 


เมื่อสิ้นเสียงที่เอ่ยขึ้นจักระที่ถูกแปลงคุณสมบัติให้เหมือนกับกระแสไฟฟ้าก็ปรากฏขึ้นที่ฝ่ามือข้างขวาจนเกิดเป็นมวลจักระประกายสีฟ้าขาวประทุวูบไหวอยู่ในฝ่ามือนั้น


 

คาคา.....ชิ......


 

ตอนนั้นเองที่น้ำเสียงของหญิงสาวผู้ล่วงลับพร้อมกับสัมผัสอุ่นของหยาดโลหิตฉายซ้ำขึ้นมาในความทรงจำอีกครั้งจนจักระที่อยู่ในมือวูบไหวแต่ถึงอย่างนั้นฝ่ามือเรียวก็ยังพยายามที่จะหน่วงจักระนั้นเอาไว้.....

 


คาคาชิคุงอ้าขาซะสิ.......ใช่แบบนั้นแหล่ะ......เด็กดี.......


 

อึก...


 

ฉับพลันความทรงจำที่ควรจะพร่าเลือนด้วยฤทธิ์ยาก็กลับแทรกเข้ามาในหัวของเขาจนทำให้ฝ่ามือที่หน่วงจักระนั้นคลายลง เสียงถอนหายใจหนักๆดังขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาสีต่างสีจับจ้องไปที่ฝ่ามือของตนอย่างอ่อนล้าเมื่อพบว่าการฝึกในครั้งนี้ก็ล้มเหลวลงอีกครั้ง......

 


“ให้ตายสิเจอตัวจนได้! มาอยู่ที่นี่เองงั้นหรอ?!


 

น้ำเสียงอันคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับร่างของเด็กหนุ่มที่ปรากฏตัวด้วยท่าทีรีบร้อนทำให้เขาเผลอชะงักไปชั่วครู่เพราะมัวแต่เหม่อลอยจนไม่ทันสังเกตถึงการเคลื่อนไหวที่เข้ามาใกล้

 


“ไก...?”

 


“ท่านรุ่นสี่เรียกตัวนายไปพบเรื่องภารกิจน่ะ รีบไปเร็วเข้า!

 

 

........................................................

 

........


 

ฝ่ามือเรียวเคาะลงบนประตูไม้เนื้อดีอย่างแผ่วเบา เพียงชั่วอึดใจก็ได้ยินเสียงอันแสนคุ้นเคยเอ่ยอนุญาตจากข้างในห้องว่า เข้ามาได้เมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงสูดหายใจราวกับจะรวบรวมความกล้าก่อนตัดสินใจค่อยๆหมุนลูกบิดประตูทองเหลืองนั่นออก


 

ขออนุญาตครับ....


 

คำกล่าวตามมารยาทดังขึ้นขณะที่เขาพยายามข่มสีหน้าของตนให้นิ่งเฉยยามต้องสบกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างนั่นก่อนกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบ


 

เรียกตัวผมหรอครับท่านรุ่นสี่?”


 

สรรพนามที่ต่างออกไปจากครั้งอดีตทำให้คนที่ถูกเรียกว่า ท่านรุ่นสี่ยกรอยยิ้มด้วยท่าทีลำบากใจเล็กน้อยก่อนน้ำเสียงทุ้มนั้นจะเอ่ยถึงสาเหตุที่เรียกตัวเขามาในวันนี้


 

“อืม ฉันอยากจะให้เธอช่วยเก็บกู้เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาสันติภาพมาให้น่ะ”


 

นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างเปลี่ยนมาฉายแววจริงจังยามที่กล่าวถึงเนื้อหาของภารกิจในขณะที่เขาเองก็เป็นฝ่ายตั้งใจรับฟังคำสั่งนั้นอย่างเงียบๆ


 

“ดูเหมือนว่าข้างนอกนั่นยังมีนินจาบางคนที่ต้องการสงครามอยู่ และมีข่าวลือว่าจะมีการแย่งชิงเอกสารนี้เพื่อหวังที่จะสร้างความขัดแย้งขึ้น”


 

นัยน์ตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด แม้ภารกิจในครั้งนี้จะไม่ใช่เรื่องที่ยากลำบากแต่ก็ดูท่าว่าจะเป็นภารกิจที่สำคัญไม่น้อย....


 

 “ถ้ายังไงก็ขอให้เธอพยายามอย่างเต็มที่ในภารกิจครั้งนี้ด้วยล่ะ....”



รอยยิ้มบางถูกส่งมาให้ยามที่มอบหมายภารกิจเสร็จสิ้น ขณะที่เขาเอ่ยตอบรับคำสั่งที่ถูกมอบหมายให้โดยตรงนี้อย่างเต็มใจ



“ครับ....ผมจะทำให้ดีที่สุด......”

 

 

........................................................

 

..............

 



เสียงพลิกหน้ากระดาษดังขึ้นเบาๆในห้องสีขาวสะอาดที่ถูกประดับด้วยผ้าม่านสีขาวโปร่ง นัยน์ตาสีถ่านไล่ไปตามตัวอักษรในแต่ละบรรทัดที่ถูกพิมพ์ลงบนหน้ากระดาษนั้นหากแต่ไม่มีถ้อยคำใดๆที่จะซึมเข้าไปในหัวของเขา นั่นเป็นเพราะสิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขาตอนนี้มีเพียงคำถามคำสั้นๆที่คอยตอกย้ำตัวเองอยู่ซ้ำๆ....

 


'นี่เขา.......กำลังมัวทำอะไรอยู่...?'


 

หลังจากที่ออกไปทำภารกิจเมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเองมาอยู่ในห้องพักฟื้นของโรงพยาบาลโคโนฮะที่คุ้นเคยแห่งนี้อีกครั้งพร้อมกับความทรงจำที่ตนทำภารกิจสำคัญผิดพลาดจนต้องให้เพื่อนร่วมรุ่นอย่างไกและหน่วยลับที่ตามมาคุ้มกันเข้ามาช่วยเหลือ


 

“บ้าเอ๊ย....”


 

ถ้อยคำตำหนิตัวเองที่อัดแน่นอยู่ในหัวหลุดรอดออกมาเป็นเสียงสบถเบาๆ ตัวเขาเป็นถึงโจนินที่เคยผ่านยุคสงครามมาแล้วแต่กลับทำภารกิจคุ้มกันเอกสารผิดพลาด ทั้งๆที่นี่เป็นภารกิจสำคัญที่ถูกมอบหมายโดยตรงจากคนคนนั้น ทั้งๆที่ถูกขอให้ตั้งใจกับภารกิจในครั้งนี้แท้ๆแต่เขากลับทำมันพังอย่างไม่เป็นท่า.......

 

เสียงปิดหนังสือดังขึ้นเบาๆเมื่อเขารู้ว่าไร้ประโยชน์ที่จะพยายามอ่านแสร้งอ่านตัวอักษรเหล่านั้นต่อไปก่อนจะเหม่อมองไปยังท้องฟ้าสีครามที่อยู่ด้านนอกราวกับจะให้สีฟ้ากระจ่างนั่นช่วยเยียวยาจิตใจที่หนักอึ้งของเขาในตอนนี้ 

 


ฟุ่บ....


 

ผ้าม่านสีขาวโปร่งที่พลิ้วไหวไปตามจังหวะลมเบื้องหน้าดึงความสนใจของเขาให้หลุดจากห้วงความคิดเหม่อลอยของตนหากแต่เมื่อเขากระพริบตาอีกครั้งเบื้องหน้าของผ้าม่านโปร่งนั้นก็ปรากฏร่างของเจ้าของเส้นผมสีทองในเสื้อคลุมตัวยาว ในขณะที่นัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างจับจ้องมาที่เขาด้วยแววตาอันอบอุ่นเหมือนทุกครั้ง....


 

“อาจารย์มินาโตะ?!....ไม่สิ ท่านรุ่นสี่?!


 

สรรพนามที่ไม่สมควรเรียกถูกเอ่ยออกไปด้วยความตกใจก่อนเขาจะรีบเอ่ยชื่อตำแหน่งที่ถูกต้องของคนตรงหน้าออกไปในทันทีที่รู้ตัว แต่ถึงอย่างนั้นคนที่ถูกเรียกตำแหน่งผิดกลับส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้กับเขาพร้อมเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีสบายๆเหมือนเช่นเคย


 

“ไม่เป็นไรหรอก...เรียกฉันเหมือนอย่างที่เธอเคยเรียกเถอะ”


 

เขาเผลอหลบนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างที่จ้องมองมาโดยไม่รู้ตัว เมื่อคิดว่าคนที่มีตำแหน่งเป็นถึงโฮคาเงะตรงหน้าเป็นฝ่ายมาพบเขาด้วยตัวเองในเวลาแบบนี้คงจะเป็นเพราะเรื่องเขาที่ทำพลาดในภารกิจสำคัญ เมื่อเป็นดังนั้นเขาจึงได้แต่กลั้นหายใจขณะเฝ้ารอถ้อยคำตำหนิจากคนตรงหน้า....


 

“ที่ฉันมาที่นี่ในวันนี้.......ก็เพื่อมารับเธอเข้าเป็นหน่วยลับที่อยู่ภายใต้ความดูแลของฉัน”


 

นัยน์ตาสีถ่านเบิกกว้างเมื่อถ้อยคำที่เหนือความคาดหมายหลุดออกมาจากริมฝีปากอิ่มนั่น และเมื่อเผลอสบมองเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างนั่นเขาก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่ได้พูดเล่น

 


“......ทำไมถึงเป็นผมล่ะครับ?

 


เขาเลือกถามสิ่งที่อยู่ในใจออกไปอย่างไม่เข้าใจ แม้การคัดเลือกคนที่จะเข้ามาเป็นหน่วยลับคืออำนาจเด็ดขาดของโฮคาเงะโดยพิจารณาจากความสามารถและความเหมาะสม แต่กับคนที่ทำภารกิจพลาดอย่างเขาไม่ว่าจะคิดยังไงก็ดูห่างไกลจากคำว่าความเหมาะสมนั่น 

 

 

“ทำไมน่ะหรอ? อืม นั่นก็เพราะว่า....."



แต่แล้วความคิดต่างๆที่ขัดแย้งอยู่ในหัวก็ต้องชะงักลงเมื่อสัมผัสของฝ่ามืออุ่นนั้นวางลงบนไหล่ของเขาพร้อมน้ำเสียงทุ้มที่เอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น



"ฉันอยากจะให้เธอมาเป็นมือขวาของฉัน......."


 

ริมฝีปากของเขาเผลอเม้มเป็นเส้นตรงยามที่พยายามแอบซ่อนขอบตาที่ร้อนผ่าวขึ้นมาด้วยความดีใจ เมื่อคำพูดนั้นหมายความว่าเขาจะได้กลับไปอยู่ข้างกายคนคนนี้อีกครั้ง......



แต่ว่า........


 

“นี่ถือเป็นคำสั่งรึเปล่าครับ?”


 

เขาพยายามข่มน้ำเสียงให้เรียบที่สุดยามเอ่ยถามออกไป ในขณะที่เจ้าของน้ำเสียงทุ้มนั้นตอบกลับมาด้วยสีหน้าที่ดูลำบากใจอยู่เล็กน้อย


 

“อืม...ก็ไม่เชิงว่าเป็นคำสั่งหรอก ถือซะว่าเป็นคำขอร้องในฐานะอาจารย์ก็แล้วกัน”


 

“ถ้าอย่างงั้น.....ผมขอเวลาอีกสักหน่อยได้มั้ยครับ?”


 

เขาเงยหน้าขึ้นสบกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างนั้นด้วยสายตาจริงจังหากแต่ก็แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นจนคนที่อยู่ตรงหน้าเผลอเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนจะคลี่รอยยิ้มบางส่งให้กับเขา


 

“ได้สิ....จู่ๆก็มาขอร้องให้เธอเข้ามาอยู่หน่วยลับแบบนี้คงลำบากใจสินะ”


 

“ไม่ใช่.....อย่างนั้นหรอกครับ.......”


 

แม้ว่าจะดีใจสักแค่ไหนแต่เขารู้ดีว่าหน่วยลับนั้นคือผู้ที่ต้องอยู่ข้างกายเหมือนดั่งเงาของโฮคาเงะ คอยทำหน้าที่ปกป้องและอุทิศชีวิตให้กับโฮคาเงะที่เป็นดั่งผู้บังคับบัญชาสูงสุดเพียงผู้เดียว แต่ว่า....ตัวเขาในตอนนี้น่ะ........


 

เอาเป็นว่า....ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ฉันจะรอฟังคำตอบอีกทีนะ


 

คำพูดทิ้งท้ายนั่นดังสะท้อนอยู่ข้างในอกจนราวกับได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เขาเกือบจะลืมไปเสียแล้วว่ามันยังคงเต้นอยู่ ความปรารถนาของเขาคือการได้อยู่เคียงข้างๆคนคนนั้น....นี่คือความปรารถนาเพียงหนึ่งเดียวของเขามาโดยตลอด แต่ตัวเขาในตอนนี้ที่ทำพลาดแม้กับภารกิจง่ายๆจะไปอยู่เคียงข้างคนคนนั้นได้ยังไงกัน......

 

ฝ่ามือเรียวหยิบเอาหนังสือเพียงเล่มเดียวที่เขาอ่านในตอนนี้ขึ้นมาพลางมองชื่อหนังสือที่เขียนว่า นินจาสมควรตายอย่างไรด้วยสายตาขบขันก่อนตัดสินใจโยนมันลงกับโต๊ะข้างเตียงที่อยู่ไม่ไกล นัยน์ตาสีถ่านจับจ้องไปยังท้องฟ้าสีครามที่ส่องประกายอยู่ด้านนอกอีกครั้งแต่คราวนี้เขาจ้องมองมันด้วยสายตามุ่งมั่นที่ต่างออกไปเมื่อเขาได้ตัดสินใจแล้วว่า....

 


'เขาจะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้.......'



..................................................

 

.......





 ◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇◆◇


let's talk! 

ก่อนอื่นต้องขออภัยนักอ่านในความล่าช้า(อีกแล้วค่ะ) เนื่องจากตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมาไรท์ติดธุระ+กลับดึกมากๆจนทำให้ไม่มีเวลามาอัพ ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ (ก้มกราบส์รอบทิศ) ช่วงนี้ไรท์ติดเรียน&มีงานพิเศษช่วงจันทร์ - เสาร์เรียกได้ว่าตารางชีวิตพังมากและมีแนวโน้มว่าอาจจะพังไปจนถึงกลางเดือนหน้า T T ทำให้ช่วงนี้อาจจะเข้ามาอัพช้าไปซักนิด แต่สัญญาว่าจะไม่ทิ้งฟิคเรื่องนี้แน่นอนค่ะ!

ในส่วนของคำถามหลังไมค์ไรท์ขออนุญาตเข้ามาตอบในวันอาทิตย์นี้นะคะ(รอบนี้จะอัพวันอาทิตย์แล้วจริงๆค่ะเราสัญญา) เพราะคิดว่าหลังจากจบตอนที่9แล้วน่าจะอธิบายหลายๆอย่างได้ง่ายขึ้น เอาเป็นว่าถ้าใครมีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติมก็ถามเข้ามาได้เลยนะคะ!  > < 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 64 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

110 ความคิดเห็น

  1. #97 เด็กสาวผู้หวาดกลัว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 01:14
    แอร๊

    นอกจากไตเราจะเค็มอยู่แล้วมาเจอเรื่องนี้ตับหายเลยค่ะ

    ขอบคุณนะคะ*ร้องไห้*ปวดตับแต่ตับกระจุยไปหมดแล้วค่ะ(ฮา)

    สนุกมากค่ะ

    ปวดใจแต่ก็ยังอ่าน ชอบแนวนี้

    สงสัยเราเป็นมาโซ555
    #97
    0
  2. #71 namzaaloha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 08:30
    ตับ ไต ไส้ พุงพังไปหมดแล้วไม่มีเหลือเลย
    #71
    1
    • #71-1 Natsumi-69(จากตอนที่ 9)
      4 พฤศจิกายน 2561 / 22:05
      ฮือ ไรท์ผิดไปแล้วค่ะ ( T v T )
      #71-1
  3. #35 Isis-524 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 14:49

    ต..ตับฉัน

    #35
    1
    • #35-1 Natsumi-69(จากตอนที่ 9)
      18 มิถุนายน 2561 / 00:08
      แง คุณ Isis-524 ทำใจดีๆไว้นะคะ~
      #35-1
  4. #33 คนโรยเกลือ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 21:18
    แงงงงงง แม่จร้าาาาา คาคาจังเสียชิ่งไปแบ้ววววว T^T เอาความบริสุทธิ์คืนมาาาาาา
    #33
    1
    • #33-1 Natsumi-69(จากตอนที่ 9)
      13 มิถุนายน 2561 / 23:57
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่ะ~!

      เดี๊ยวจะให้มินาโตะตามไปเอาคืนให้นะคะ XD
      #33-1
  5. #32 lilinwasan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 20:32
    เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ เรารอได้เรื่อยๆ~~
    #32
    1
    • #32-1 Natsumi-69(จากตอนที่ 9)
      13 มิถุนายน 2561 / 20:54
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์และขอบคุณที่อุตส่าห์ไปฟอลโล่ทวิตนะคะ ^^

      แค่ได้อ่านคอมเม้นต์จากคุณ lilinwasasn เราก็พร้อมจะปั่นตอนที่9ต่อแล้วค่ะ~!
      #32-1