นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

(Gintama) Tetsukazu no Sekai -โลกที่ไม่อาจเอื้อม- Ginpachi x Takasugi

โดย Natsumi-69

นี่...อาจารย์....ช่วยพาผมไปยังโลกที่ไม่มีใครหน่อยสิ....

ยอดวิวรวม

600

ยอดวิวเดือนนี้

9

ยอดวิวรวม


600

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


13
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.พ. 60 / 01:29 น.
นิยาย (Gintama) Tetsukazu no Sekai -šҨ- Ginpachi x Takasugi

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Natsumi-69ค่ะ

 

 

ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเพลง Tetsukazu no sekai ของวง Tsubakiya Shijuusou 

 

 

เป็นคู่จากเรื่องปี3ห้องกินปาจิ x ทากาสุงิค่ะ 

 

 

 

คำเตือน

 

 

ระดับความเรทของเรื่องนี้อยู่ที่ R-15 นะคะ อาจมีฉากล่อแหลมอยู่เล็กน้อย(ตามที่พอจะเอาลงในเด็กดีได้)

 

 สำหรับคนที่ไม่โอเคกับซีนแบบนี้ กดจิ้มๆที่ปุ่ม X ตรงมุมขวาด้านบนได้เลยค่ะ (*´ω`)/

 

 

 

 

✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿ 

 

 

 

 

 

ไม่อนุญาตให้คัดลอก+ดัดแปลงเนื้อหา หรือเผยแพร่ผลงานโดยไม่ได้รับอนุญาตค่ะ

 

 

 

 

 

 

 

( Tetsukazu no sekai - Tsubakiya Shijuusou )

 

 

 





? cactus

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.พ. 60 / 01:29


 

Tetsukazu no Sekai

โลกที่ไม่อาจเอื้อม -

 

 

แสงอาทิตย์ยามบ่ายในช่วงปลายฤดูร้อนส่องแสงเจิดจ้าสะท้อนกับอาคารคอนกรีตสีขาวสะอาดตา ส่งผลให้ภายในตัวอาคารที่เป็นร่มเงาจากแสงแดดจ้านั้นดูมืดทึบลงไปเมื่อเจอกับท้องฟ้าสีครามอันกว้างใหญ่ราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด ภาพของโรงเรียนในวันหยุดฤดูร้อนถูกแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นเพียงโลกอันเงียบสงบเมื่อถูกประดับด้วยภาพของท้องฟ้างดงามอันไร้ซึ่งเสียงวุ่นวายจากผู้คน

     ภายในอาคารเรียนมืดทึบที่แทบจะไร้ผู้คนนั้นปรากฏภาพของร่างในเสื้อเชิ้ตสีแดงสดที่ถูกพับแขนไปจนถึงข้อศอกนั่งทิ้งตัวสบายๆอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ เสื้อกักคุรันตัวหนาถูกผูกหลวมๆเอาไว้ที่เอวเช่นเดียวกับปลายขากางเกงสีเข้มที่ถูกพับขึ้นมาจนถึงเข่า นัยน์ตาสีเขียวกระจ่างข้างที่ไม่ถูกแอบซ่อนด้วยผ้าปิดตาสีขาวเหม่อมองไปยังท้องฟ้าสีครามท่ามกลางไอความร้อนอันร้อนระอุที่ก่อตัวขึ้นในอากาศ เสียงของชมรมเบสบอลที่ยังคงแข็งขันฝึกซ้อมแม้ในช่วงวันหยุดดังแว่วขึ้นมาจากสนามด้านล่างส่งเสียงครึกครื้นสะท้อนไปทั่วโรงเรียนที่เงียบสงบ เขานั่งฟังเสียงเหล่านั้นอย่างเงียบๆโดยไม่สนใจแม้จะปาดเช็ดเหงื่ออุ่นๆที่หยดลงที่ปลายคางในขณะเฝ้ารออีกเสียงหนึ่งที่ดังแว่วมาจากภายนอกประตูบานนั้น

 

เสียงของรองเท้าแตะราคาถูกสะท้อนไปตามทางเดินที่ไร้ผู้คนด้วยจังหวะอันเอื่อยเฉื่อย จนกระทั่งหยุดลงที่หน้าห้องเตรียมการสอนแห่งนี้ ตามมาด้วยเสียงของประตูที่ถูกเลื่อนเปิดออกและเสียงของกลอนที่ถูกล็อคอย่างแผ่วเบา เขาละสายตาจากท้องฟ้าสีครามกระจ่างแล้วหันมองเจ้าของเส้นผมสีเงินพิสุทธิ์ในชุดกาวน์สีขาวที่ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบๆก่อนเหยียดยกรอยยิ้มพร้อมเอ่ยทัก

 

 

มาช้านะ.......อาจารย์

 

 

นัยน์ตาคมหลังกรอบแว่นสีเงินสบมองมาที่เขาพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนโยนเอกสารในมือลงกับโต๊ะตัวเล็กที่อยู่ใกล้ๆ

 

 

ให้ตายสิ โต๊ะของฉันมันกลายเป็นที่นั่งของนายตั้งแต่เมื่อไหร่กันล่ะเนี่ย?” 

 

 

เขาตอบรับประโยคนั้นด้วยรอยยิ้มยียวนพลางมองตามแผ่นหลังของอาจารย์ที่ปรึกษาที่เดินไปหยุดตรงที่ริมหน้าต่างพร้อมคว้าบุหรี่จากกระเป๋าเสื้อกาวน์ขึ้นมาจุด

 

 

 

หืม? ที่ซ้อมอยู่ข้างล่างนั่นพวกชมรมเบสบอลงั้นหรอ? ร้อนขนาดนี้เจ้าพวกนั้นยังจะมีพลังเหลือเฟือกันได้อีกนะนั่น

 

 

 

น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเรียบๆก่อนพ่นกลุ่มควันสีขาวขึ้นไปในอากาศ ขณะที่นัยน์ตาสีแดงสดภายใต้กรอบแว่นสีเงินนั้นจับจ้องไปที่สนามด้านนอกอย่างเงียบๆ เขาสบมองใบหน้าด้านข้างของอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

 

นี่อาจารย์.......ผมเย็บเอกสารบ้าๆพวกนั้นเรียบร้อยหมดแล้วนะ

 

 

นัยน์ตาสีแดงสดหันกลับมาสบสายตากับเขาก่อนกวาดมองไปยังกองเอกสารที่กองพะเนินอยู่ตรงมุมห้อง

 

 

 

โอ้? เรียบร้อยแล้วงั้นหรอ ขอบใจที่เหนื่อยนะ

 

 

ร่างในชุดกาวน์เท้าแขนอย่างสบายๆเข้ากับขอบหน้าต่างพลางเลิกคิ้วให้กับผลงานที่คาดไม่ถึงขณะที่เขากระตุกรอยยิ้มบางพลางเอียงคอมองคนตรงหน้า

 

 

ผมอุตส่าห์ทำงานให้แล้วนะ แล้วของตอบแทนล่ะ?”

 

 

หือ? แล้วนายอยากได้อะไรล่ะ?”

 

 

นัยน์ตาสีแดงสดนั้นจับจ้องมาที่เขาอย่างนึกสนุก เช่นเดียวกับเขาที่สบสายตานั่นกลับด้วยประกายไม่ต่างกันพร้อมกับรอยยิ้มร้ายที่ถูกวาดขึ้นบนริมฝีปาก

 

 

ให้รางวัลผมหน่อยสิ....อาจารย์...

 

 

กินปาจิสูดเอากลุ่มควันสีขาวเข้าปอดอีกสองสามครั้งก่อนดับแท่งนิโคตินนั้นลงกับที่เขี่ยบุหรี่ใกล้มือขณะที่สายตาคู่นั้นยังคงไม่ละจากใบหน้าของเขา ฝ่ามือใหญ่ดึงเอาผ้าม่านสีทึบรูดปิดหน้าต่างบานใหญ่ ตัดขาดห้องเล็กๆนี้ออกจากท้องฟ้าสีครามที่เปล่งประกายอยู่ด้านนอก ก่อนยกรอยยิ้มบาง

 

 

อยากให้ฉันให้รางวัลนายแบบไหนดีล่ะ?”

 

 

เขาจับจ้องดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นนั่นพลางเหยียดยกรอยยิ้มเมื่อร่างนั้นขยับเข้ามาใกล้ แขนเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นโอบรอบลำคอของอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนจะรั้งใบหน้าของคนมีอายุมากกว่าเข้ามาใกล้เสียจนได้กลิ่นของน้ำหอมจางๆที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นของบุหรี่....

 

 

เอาแบบที่อาจารย์ชอบเป็นไงล่ะ?.....”

 

 

เขายกรอยยิ้มยั่วเย้าพลางค่อยๆไล้ปลายนิ้วเรียวไปตามใบหน้าคมก่อนจะเกี่ยวเอาแว่นตากรอบเงินนั้นออกเผยให้เห็นนัยน์ตาคมสีแดงฉานคู่สวยที่กำลังจับจ้องมาทีเขา ฝ่ามือใหญ่ของอีกฝ่ายลูบไล้เบาๆที่ริมฝีปากของเขาก่อนสอดรั้งเข้ากับปอยผมชื้นเหงื่อยามที่ริมฝีปากนั้นแลกเปลี่ยนสัมผัสกันราวกับโหยหา เขาหลับตารับสัมผัสนั้นก่อนดึงทึ้งเสื้อกาวน์สีขาวให้เลื่อนหลุดจากไหล่กว้างเช่นเดียวกับฝ่ามือร้อนชื้นที่สอดเข้ามาใต้เสื้อเชิ้ตสีแดงสดของเขา....

  

 

 

ท่ามกลางไอความร้อนในช่วงวันหยุดฤดูร้อน....

 

 

ภายในห้องที่ถูกล็อคจากด้านในและถูกตัดขาดด้วยผ้าม่านที่ปิดทึบจากแสงสว่างภายนอก....

 

 

คือโลกอีกใบที่ไม่มีใครเคยได้สัมผัส......

 

 

 

เสียงของลมหายใจถี่กระชั้นที่ไม่มีใครได้ยินสะท้อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าไปในห้องขนาดเล็กยามที่ฝ่ามือชื้นเหงื่อไล้สัมผัสลงบนร่างกายของกันและกัน หยาดน้ำจากร่างกายหลั่งรินผสมปนเปกันจนเปียกชุ่ม ส่งเอากลิ่นของเหงื่อและกลิ่นบุหรี่จางๆลอยเคล้าคลอไปกับอากาศ

 

 

 “ฮ่าห์.....อาจารย์......

 

 

ปลายเล็บสั้นจิกลงบนเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนยามที่ร่างกายสั่นสะท้านไปกับสัมผัส ริมฝีปากอิ่มของอาจารย์ที่ปรึกษาพรมจูบลงบนปอยผมชื้นเหงื่อของเขาก่อนเอ่ยกระซิบแนบกับใบหู

 

 

เรียกชื่อฉันสิ...ชินสุเกะ......

 

 

สรรพนามที่แตกต่างจากยามอยู่ในห้องเรียนถูกเอ่ยกระซิบซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีใครล่วงรู้ เขาแนบฝ่ามือชื้นเหงื่อลงบนใบหน้าคมของอาจารย์ที่ปรึกษาก่อนจะเอ่ยเรียกชื่อที่ราวกับเป็นสิ่งต้องห้ามนั่น

 

 

กินปาจิ.......

 

 

ริมฝีปากอิ่มตรงหน้ากระตุกรอยยิ้มบางอย่างพึงพอใจก่อนจะประกบรมฝีปากลงมาพร้อมกับวงแขนแกร่งชุ่มเหงื่อที่โอบรัดเขาอย่างแนบแน่น ร่างกายที่แนบชิดกันส่งผ่านความร้อนที่ยากจะดับจนทำให้ทิวทัศน์รอบด้านเป็นสีขาวโพลน ลมหายใจร้อนหลุดรอดเสียงครางถี่ออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อสมองหลงลืมทุกอย่างจนเหลือเพียงแค่ความร้อนจากร่างกายของคนตรงหน้า 

 

 

ราวกับยาพิษอันหอมหวาน...........ราวกับสารเสพติด..............

 

 

ที่ทำให้ทุรนทุรายบนเกลียวคลื่นแห่งความสุขจนไม่สามารถปรารถนาสิ่งใดอีก.........

 

 

 

หยาดเหงื่อใสหยดลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่ายามที่ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างไร้การควบคุม วงแขนเรียวที่สั่นระริกโอบรัดแผ่นหลังกว้างอย่างแนบแน่นก่อนปลดปล่อยลมหายใจร้อนออกมา เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อที่ยุ่งเหยิงซบลงบนไหล่กว้างอย่างหมดแรงก่อนจะค่อยๆหลับตาลงพลางซึมซับไออุ่นจากอ้อมกอดตรงหน้า....

 

 

.......................................

....

 

 

ณ เวลานี้.....

 

 

ที่แห่งนี้....คือโลกต้องห้าม....ที่มีเพียงพวกเขา.......

  

.......................................

....

 

 

 

แสงอาทิตย์ในยามเย็นแปรเปลี่ยนท้องฟ้าสีครามให้กลายเป็นสีแดงฉาน นัยน์ตาสีเขียวกระจ่างจับจ้องไปยังปุยเมฆสีหม่นขณะนั่งอยู่บนโต๊ะกว้างตัวเดิม ทิวทัศน์ของฟากฟ้าสีแดงสดไล่เฉดสีอย่างงดงามก่อนแผ่ออกไปจนสุดสายตา ภาพของท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ดูราวกับไม่มีจุดสิ้นสุดหากแต่ว่าเขารู้ดีว่าแท้จริงแล้วมันมี เช่นเดียวกับวันหยุดฤดูร้อนที่ใกล้จะจบลง....

เขาละสายตาจากท้องฟ้ากว้างก่อนหันมองร่างในเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนที่กำลังวุ่นอยู่กับการผูกเนคไทของตน แสงอาทิตย์สีทองที่ส่องเข้ามาในห้องแต่งแต้มสะท้อนประกายงดงามลงบนเส้นผมสีเงินที่เขาชอบที่จะสัมผัสและใบหน้าคมที่เขาชอบที่จะแอบจ้องมอง  นัยน์ตาสีเขียวข้างสวยเหม่อมองภาพตรงหน้าอยู่เนิ่นนานโดยแสร้งทำเป็นไม่เห็นประกายจากแหวนสีทองวงเกลี้ยงที่ส่องสะท้อนกับแสงแดดยามเย็นราวกับจะเย้ยหยันอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้าของเรือนผมสีเงินนั่น.....

 

นัยน์ตาสีแดงสดละจากเนคไทขึ้นมาสบมองที่เขาก่อนคลี่รอยยิ้มบางๆยามที่ขยับกายเข้าประชิด ริมฝีปากอิ่มตรงหน้าจุมพิตอย่างแผ่วเบาลงบนไรผมที่ยังคงชื้นเหงื่อของเขาก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยถาม  

 

 

วันนี้อยากให้ฉันไปส่งอีกรึเปล่า...?”

 

 

 

เขาพยักหน้ารับอย่างเงียบๆเป็นคำตอบ เจ้าของเสียงทุ้มนั้นจึงเอ่ยตอบรับสั้นๆว่า เข้าใจล่ะก่อนจะหยิบเสื้อกาวน์สีขาวที่พาดอยู่ข้างๆขึ้นมาใส่แล้วเดินไปหยิบกุญแจรถที่ถูกวางทิ้งเอาไว้ที่โต๊ะใกล้ๆ

เขาเหม่อมองตามแผ่นหลังสีขาวที่ถูกอาบย้อมด้วยแสงยามเย็นกำลังเดินตรงไปที่ประตูตรงหน้าก่อนตัดสินใจเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราวกับขาดห้วง...

 

 

 

 

ผมรักอาจารย์.......

 

 

  

แผ่นหลังสีขาวนั้นชะงักลงก่อนที่นัยน์ตาสีแดงสดนั้นจะหันกลับมาสบมองมาที่เขา เขาจับจ้องกลับไปยังนัยน์ตาหลังกรอบแว่นสีเงินนั้นพร้อมเอ่ยกระซิบถ้อยคำแผ่วเบาที่ราวกับเป็นคำอธิษฐาน....

 

 

 

นี่...อาจารย์....ช่วยพาผมไปยังโลกที่ไม่มีใครหน่อยสิ....

 

 

 

โลก......ที่มีเพียงแค่เราสองคน........

 

 

 

ร่างในชุดกาวน์สีขาวสาวเท้ากลับมาหยุดตรงหน้าเขาก่อนฝ่ามืออุ่นนั้นจะค่อยๆประคองใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นมาสบกับสายตาที่มีสีเดียวกันกับท้องฟ้าในยามเย็นขณะที่ริมฝีปากอิ่มนั้นค่อยๆประกบลงมาอย่างดูดดื่มและแสนหวาน เขาหลับตารับจุมพิตที่แสนอ่อนโยนนั้นอย่างเต็มใจก่อนจะยกปลายนิ้วขึ้นกุมฝ่ามืออุ่นที่ประคองอยู่บนใบหน้าของเขา 

 

 

ถ้าหาก.....

 

มือคู่นี้เลือกที่จะกุมมือของเขาไปยังโลกใบนั้นล่ะก็......เขาจะกระชากแหวนบ้าๆนั่นออกจากนิ้วนั่นแล้วโยนมันทิ้งไปในท้องฟ้าอันน่ารังเกียจของฤดูร้อนที่กำลังจะสิ้นสุด เขาจะดึงผ้าม่านนั่นลงแล้วตัดขาดห้องนี้จากโลกภายนอกให้เหลือเพียงแค่โลกที่มีเพียงพวกเขากับวันหยุดฤดูร้อนที่ไม่มีวันสิ้นสุด.......

 

 

ขอแค่เพียง........มือคู่นี้เลือกที่จะกุมมือของเขา.....

 

 

 

ดวงตาข้างสวยค่อยๆลืมตาขึ้นสบสายตากับคนตรงหน้ายามที่ริมฝีปากอิ่มนั้นถอนจุมพิตที่แสนอ้อยอิ่งออก นัยน์ตาสีแดงฉานนั้นมองมาที่เขาก่อนวงแขนแกร่งจะดึงร่างของเขาเข้าแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ผสมปนเปกับกลิ่นของบุหรี่จางๆจนทำให้ก้อนเนื้อในอกเผลอเต้นอย่างผิดจังหวะ

 

อาจารย์......

 

 

ริมฝีปากอิ่มจุมพิตลงบนแก้มของเขาอย่างอ่อนโยนก่อน ใบหน้าคมจะซบลงกับไหล่ของเขาพร้อมน้ำเสียงทุ้มนั้นที่เอ่ยออกมา.... 

 

 


 

ทากาสุงิ......ขอโทษนะ......แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอก...

 

 


 

'อา....'

 


 

 

ขอโทษนะ.....ทากาสุงิ....ฉันขอโทษ......

 



 

 

 

'นึกเอาไว้แล้วล่ะ......ว่าฤดูร้อนที่ไม่มีวันสิ้นสุดนั้น........'

 

 

'ไม่อาจมีอยู่จริง..........'

 

 

 


ฉันขอโทษ.......

 

 


 

'แต่ถึงอย่างนั้น........'

 

 

 

เขาซบหน้าลงกับไหล่กว้างของคนตรงหน้าพร้อมจิกปลายนิ้วเข้ากับเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนนั้นจนยับย่น แหวนวงเกลี้ยงสีทองยังคงส่องสะท้อนกับแสงแดดยามที่ฝ่ามือข้างนั้นยกขึ้นประคองใบหน้าของเขา เขาสบมองนัยน์ตาสีแดงสดที่สะท้อนไปด้วยความรู้สึกอันหลากหลายก่อนจะดึงรั้งใบหน้านั้นลงมาประทับจุมพิตอีกครั้งหนึ่ง ปลายลิ้นนั้นที่มีกลิ่นจางๆของบุหรี่ส่งมอบรสจูบอันแสนอ่อนโยนที่ทั้งขื่นขมและแสนหวานเฉกเช่นทุกครั้ง....นับตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงครั้งสุดท้าย.......

 

 

.......................................

....

 

 

ภายในอาคารเรียนที่แทบจะไร้ผู้คน ร่างในเสื้อเชิ้ตสีแดงสดยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่พลางเหม่อมองไปยังท้องฟ้าภายนอกหน้าต่าง แสงแดดงดงามในยามเย็นอาบไล้อย่างอ่อนแรงไปในห้องว่างเปล่ายามที่เข็มบอกเวลาของวันหยุดฤดูร้อนสิ้นสุดลงสายลมเย็นที่ย้ำเตือนถึงฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนผันอาบไล้ลงบนเส้นผมสีเข้มอย่างแผ่วเบา หอบพัดเอาไอความร้อนให้จางหายไปในอากาศ ทิ้งเอาไว้เพียง......กลิ่นของบุหรี่ที่เจือจาง....และหยาดน้ำตาที่สะท้อนประกายกับแสงแดดในห้องมืดทึบอย่างเงียบงัน.....

 

 

..............................................................

 

..........................

 

.....

 

 

✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀・;✿:・❀


 

 

 Let’s talk

 

สวัสดีค่ะ *คลานเข่ามาเตรียมขอขมาคนอ่าน*  

ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามากดอ่านฟิคเรื่องนี้นะคะ! สารภาพว่าฟิคเรื่องนี้เป็นแนวที่ไรท์อยากจะแต่งมาโดยตลอดเลยค่ะ *กลิ้งหลบ* ส่วนตัวแล้วชอบความสัมพันธ์คลุมเครือแบบที่ดูเป็นผู้ใหญ่แต่ก็ยังคงความวู่วามน่ารักน่าฟัดสไตล์เด็กม.ปลายแบบนี้มากเลยล่ะค่ะ *แสยะยิ้ม* ทั้งความเห็นแก่ตัวที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขี้โกง(แต่ก็แอบมีเสน่ห์)ของกินปาจิ และความโมเอะของใบหน้าเปื้อนน้ำตาทากาสุงิคุง กลายมาเป็นความสัมพันธ์ที่เจ็บปวดนิดๆที่ทำให้ไรท์รู้สึกมีความสุขมากๆตอนที่เขียน        *โดนอัพเปอร์คัต* สุดท้ายนี้ถ้าใครมีไอเดียรังแกทากาสุงิคุงแบบแหล่มๆอยากจะนำเสนอก็แอบกระซิบมาได้ที่คอมเม้นต์ข้างล่างเลยนะคะ ไรท์จะรอค่ะ XD

ป.ล. นิยายปี3ห้องZครูซ่ากินปาจิเล่มสุดท้ายวางจำหน่ายแล้วนะ!

ป.ล.2 อนิเมะSS8 มันยอดมาก!!!




ผลงานอื่นๆ ของ Natsumi-69

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:25
    สุดยอดดดมากๆเลยยค่ะ อื่ออหือออ นั้งยิ้มคนเดียว ทาคาสุงิ โดนแกล้งแล้ว ฟินดีนะค่ะ... แหม่ ฟินจริงๆ
    #2
    1
    • #2-1 Natsumi-69
      2 มีนาคม 2560 / 00:17
      ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่ะ ดีใจจัง เจอคนชอบรังแกทากาสุงิคุงเหมือนกันแล้ว~! 5555 //แปะมือ
      #2-1
  2. #1 ;_;
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:01
    อ่านจบนานแล้วพึ่งมีโอกาสได้เม้นค่ะ คือชอบคู่นี้มากตั้งแต่ภาคแรกๆ มาเจอโมเม้นกับฉากสู้/ย้อนอดีตของภาคสุดท้ายนี่กาวล้วนเลย แต่หัวเรือหลักยังคงเป็นginhijiนะ ถึงตอนนี้จะหลงgintakaไปแล้วก็เถอะ... ตั้งแต่ขึ้นss2017มาโมเม้นเรือดีดมาก สิ่งที่ให้ได้มีแต่ความตายเท่านั้น โอ้ยยย หยัมมา 😂 เหมือนภาคนี้พอสงบปากสงบคำนอนเงียบๆชินสุเกะคุงดูหล่อลากไส้ไปเลย โมเม้นไม่เยอะเท่าss2015แต่การ์ตูนก็สนุกขึ้นเรื่อยๆค่ะ ส่สนเรื่องฟิคอ่านแล้วปวดตับมาก ตอนแรกก็อ่านๆเขิลๆนะ เพราะชินสุเกะโคตรให้ท้า พออ่านจบนี่จุกเลย นอยด์แรงๆ 😭😭 น้องน่าสงสารจริงค่ะ หากเขาไม่รับรักแนะนำให้น้องมารักกับพี่---แค่กๆ อยากเห็นน้องโดนรังแกอีกจังค่ะ แต่รอบหน้าแอบอยากให้คุณกินนกมากกว่าน้องนก ยังไงก็ติดตามนะคะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ❤❤
    #1
    1
    • #1-1 Natsumi-69
      2 มีนาคม 2560 / 00:27
      ขอบพระคุณสำหรับคอมเม้นต์ และต้องขอโทษด้วยที่ตอบกลับช้าค่ะ
      ซีซั่น7งานดีจริงๆค่ะ ไรท์เองก็หวีดถึงขั้นลุกขึ้นมาแต่งฟิคได้เพราะซีซั่นนี้ /ปาดน้ำตา
      แต่ซีซั่นนี้เองก็มันส์ไม่แพ้กันเลยค่ะ เนื้อเรื่องและเซอร์วิสกำลังเข้มข้นเลยทีเดียว
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ในส่วนของฟิคนะคะ จะรับพิจารณาพล็อตคุณกินนกเอาไว้เป็นพิเศษเลยค่ะ 55555
      #1-1