สตรีนี้มีนามว่าซวนหลิน

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 ความเป็นมาที่ใฝ่ฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 63

ฉันเดินลากกระเป๋าเพื่อที่จะขึ้นรถกลับบ้าน ที่จริงบ้านที่ปักกิ่งเป็นของคุณปู่แต่คุณปู่ยกให้คุณป๋าของฉันก่อนที่ท่านจะเสีย ท่านกำชับนักหนาว่าอย่าขายโดยเด็ดขาด ป๋าก็เลยไม่ขายแต่จะมาอยู่พักร้อนบางเป็นครั้งครา ดีเหมือนกันมีบ้านหลายๆๆหลังเวลาไปเที่ยวที่ไหนก็จะได้ไม่ต้องหาที่พักล่วงหน้า 

 

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

 

 

          หลังจากฉันจบม.6 และเข้าเรียนต่อในมหาลัยเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งฉันเลือกเรียนคณะสาธารณสุขอาชีวอนามัยและความปลอดภัย เพราะว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ควรดูแลเป็นอันดับแรกของชีวิต จนทำให้ฉันเจอกับเขาคนคนนี้ พี่คิว เขาเรียนอยู่ปี4 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ฉันเจอกับพี่เขาที่โรงยิมของมหาลัย โดยการชวนของนัท เพื่อนสนิทของฉันที่คบกันเป็นเพื่อนมาตั้งแต่ปี1 จนตอนนี้อยู่ปี3 เพราะนัทมีนิสัยค่อนข้างคล้ายฉันบ้างบางเรื่องจึงทำให้เรากลายมาเป็นเพื่อนกัน นัทก็มีเชื้อสายจีนเหมือนกันแต่ครอบครัวของนัทตั้งหลักปักฐานอยู่เมืองไทยมานานจึงดูไม่ออกว่ามีเชื้อสายจีนแต่นัทเป็นคนที่มีผิวขาวมากนัทจึงดูเป็นผู้หญิงที่น่ารัก น่าถนุถนอม นัทยังชอบไปส่องผู้ชายหลังเลิกเรียนที่โรงยิมทุกครั้งเมื่อมีเวลาว่าง ฉันไม่ไปยังไงนัทก็จะลากฉันให้ไปด้วยจนได้ทุกที

 

        แล้ววันนั้นฉันก็ไปโรงยิมกับนัทตามปกติทุกวันแต่วันนี้ฉันรีบก็เลยรีบเดินไปส่งนัทแล้วขอตัวไปทำธุระ

 

             "นัทเดี๋ยววันนี้เราต้องรีบไปทำธุระให้แม่ก่อนน่ะ แม่โทรมาแล้ว" 

 

ฉันรีบยกมือถือข้างขวาขึ้นโชว์เบอร์ของแม่ที่โทรมาให้นัทดูเพื่อให้รู้ว่าฉันไม่ว่างจริงๆๆไม่ได้โกหก

 

              "ไม่ว่างจริงหรอ อืม เคๆๆ"

 

               "กลับบ้านให้ถึงบ้านนะย่ะ เดี๋ยวน้าโทรมาตามที่ฉันอีก"

 

                " บ่นมากจริงๆๆ อืม รู้แล้วขอบใจที่เป็นห่วง "

 

                " ก็ฉันมีเพื่อนอยู่คนเดียวนี่ที่สนิทด้วย ไม่ให้ห่วงเพื่อนแล้วจะห่วงใครจ๊ะ บายๆๆๆ "

 

                 "จ้าๆๆ คุณเพื่อน"

 

 

พอเดินออกมาหน้าโรงยิมฉันก็ก้มดูนาฬิกาข้อมือ ยี่ห้ออิซเซ่ มิยาเกะ ดูเวลาจนลืมมองทางจนชนเข้ากับคนคนหนึ่งอย่างจังจนฉันเกือบเซ 

 

                  " ขอโทษคะ ๆ" ฉันรีบขอโทษคนที่ฉันพึ่งเดินชนด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด

 

                  "บ้าจริง.. น้ำหกใส่งานเปียกหมดเลย"

 

เขาพูดพลางมองเอกสารตรงหน้าที่มีแก้วน้ำหกทับกระดาษเขาจึงรีบดึงเอกสารออกมา

 

                  " เดี๋ยวฉันปริ้นเอกสารให้ใหม่ไหมค่ะคุณมีไฟล์งานเก่าหรือเปล่า"

 

                   "ไฟล์งานเก่าผมมีอยู่ งั้นเดี๋ยวผมส่งให้ขอไลน์หน่อยเอาไว้ส่งไฟล์งาน" เขาพูดพร้อมกับล้วงกระเป๋าเอาโทรศัพท์ออกมาแล้วยื่นให้ฉันเขาดูไม่โมโหสักนิดที่ฉันเดินชนจนแก้วน้ำหกใส่เอกสารแต่เขาดูนิ่งๆๆไร้ความรู้สึกยินดียินร้ายใดๆทั้งสิ้น

 

                    " นี่ ได้แล้วค่ะ " ฉันรีบเพิ่มเพื่อนในไลน์และรีบยื่นมือถือให้ผู้ชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

 

        หลังจากนั้นฉันก็ขอตัวรีบไปทำธุระให้แม่ ฉันคิดว่าเขาหลอกขอไลน์ฉันรึเปล่า บ้าจริง!! คิดไปทั่วตัวเองชนเขาจนแก้วน้ำหกใส่เอกสารเขาเสียหายเราก็แค่ต้องรับผิดชอบกับการกระทำไม่รอบครอบของเรา เฮ้ย คนคิดมากเซง٩(●˙—˙●)۶

 

สามทุ่มของเย็นวันนั้น

ติ๊ง...ไลน์

 

Kiwly  : ปริ้นเอกสารของอันใหม่ให้เราเสร็จยัง 

 

Raya  : กำลังทำใกล้เสร็จแล้ว (⌒o⌒)

 

Kiwly  : ????

 

Raya  : พรุ่งนี้ จะให้เอาไปให้ที่ไหนของมหาลัย

 

Kiwly  : ยังไม่รู้จักชื่อเลย 

 

Raya  : เราชื่อ เหมย อยู่คณะสาธารณสุขอ.ว.อ.ล.ป.ภ. แล้วเธอล่ะ

 

Kiwly : ตัวย่อคืออะไร!!!!!

 

Raya : อาชีวอนามัยและความปลอดภัยไง อย่างงงดิ 5555

 

Kiwly. : เราชื่อคิว อยู่คณะวิทยาศาตร์การกีฬาปีสี่

 

Raya : โห้เป็นพี่เราปีหนึ่งอ่ะดิ เราอยู่ปี3 เอง เรียกพี่ได้ป่ะ555

 

Kiwly : เรียกที่รักยังได้เลย 555

 

Raya : โห้ ต้องเขินป่ะ????5555

 

หลังจากที่เอาเอกสารไปให้พี่คิวแล้วเราก็คุยกันแบบนี้กับพี่คิวหลายเดือนจนเราก็รู้สึกชอบพี่คิว พี่คิวเป็นคนที่คุยด้วยแล้วสบายใจคุยสนุก มีเรื่องขำขันให้ได้ตลกตลอด พักหลังมานี่พี่คิวก็จะชวนเราไปกินข้าวด้วยกันหลังเลิกเรียนตลอด ทำให้ความสัมพันธ์เราพัฒนาขึ้นตามลำดับแต่ฉันก็ไม่ได้บอกใครว่าเป็นแฟนกับพี่คิวและช่วงนี้เพื่อนนัทก็ไม่ค่อยว่างชวนเราไปส่องผู้ที่โรงยิมแล้ว เราก็แปลกใจเหมือนกันทำไมนัทถึงเลิกส่องผู้ง่ายๆแบบนี้ บางทีก็คิดนะถ้ามีแฟนนัทก็ต้องบอกเราให้รู้บ้างสิ แต่ช่างมันเหอะเราไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเพื่อน ถ้าเขาอยากให้เรารู้เดี๋ยวก็คงบอกเอง แต่สำหรับฉันถ้าคบไม่ถึงปีฉันก็จะไม่บอกใครว่าฉันมีแฟน และวันนี้ก็เช่นเคยพี่คิวก็ชวนฉันไปกิน ดินเนอร์มื้อค่ำ 

 

ณ ร้านจิ้มจุ่มจิ๋ม

 

            "ไง พี่คิวรอนานไหมค่ะ"

 

             "ไม่นานหรอกพี่พึ่งถึงเหมือนกัน"ฉันตอบพี่คิวพร้อมส่งยิ้มหวานกลับไปให้

 

              " งั้นสั่งอาหารเลยนะ"

 

               " อืม เอาสิ "

 

     ทานอาหารไปได้สักพักพี่คิวก็เกริ่นเรื่องที่พี่เขาจะทำธุรกิจกับเพื่อนเขาเกี่ยวกับร้านอาหารญี่ปุ่น อืมได้ยินเกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นมันคุ้นๆๆนะเหมือน4ปีที่ผ่านมาโดนหลอกให้ออกค่าอาหารญี่ปุ่นให้แล้วก็ไม่คืนเงิน คราวนี้จะโดนหลอกเปล่าว่ะ

 

               " พี่แค่อยากขอยืมเงินเราไปลงธุรกิจกับเพื่อนก่อนได้ไหม พอได้ทุนมาแล้วพี่จะทยอยคืนให้ช่วงนี้พี่ติดขัดจริงๆนะ" ฉันฟังที่พี่คิวพูดมาจะเชื่อถือได้มากได้น้อยเท่าไหร่ก็ไม่รู้ งั้นก็จะลองใจคนดูเหมือนกันว่าจะเชื่อใจได้แค่ไหน

           " 50000 น่ะ" พี่คิวพูดพร้อมทำหน้าตาออดอ้อนให้ฉันเชื่อถือ สุดท้ายฉันก็ใจอ่อน

 

                " หนูให้พี่ยืมได้แค่ 40000 นะช่วงนี้หนูก็ติดขัดเหมือนกัน " ฉันพยายามทำเสียงให้อ่อนหวานและโน้มน้าวว่ามีเงินให้แค่นี้้จริงๆๆถึงแม้จะมีก็ไม่อยากให้ยืมเยอะ เพราะเงินนั้นหายาก

 

 

 

                 "ได้ๆ40000ก็ได้ขอบใจเหมยมากนะ"

 

 

                  "ไม่เป็นไร ก็เราเป็นแฟนกันนี่" ^o^

 

      หลังจากนั้นฉันก็โอนเงิน40000ให้กับพี่คิว และวันต่อมาฉันก็มาเรียนมหาลัยตามปกติวันนี้เรียนเยอะมาก พอพักเที่ยงฉันก็มาจองโต๊ะกินข้าวรอนัทที่ส่งรายงานอยู่ รอสักพักนัทก็มา

 

"เหมยรอนานไหม" เสียงของนัทดังขึ้นทำให้ฉันหันไปตามทางของต้นเสียงก็เห็นนัทเดินมาที่โต๊ะ

 

" ไม่อะ พึ่งมาได้สักพักเอง"

 

" มีข่าวจะมาบอกๆๆ "

 

"ซื้อข่าวก่อนได้ไหมหิว น่ะน่าๆๆๆๆๆ" ฉันทำเสียงหวานใสอ้อนนัท ให้ไปซื้อข้าวให้

 

10 นาทีต่อมา

 

"ข้าวผัดรวมมิตรได้แล้ว"

 

" มาไวจัง โห้น่ากินที่สู้ดดดดดเลย ก๋วยเตี๋ยวของนัทก็น่ากิน"

 

"หิวดิไม่ว่า" พอได้ข้าวผัดของฉัน ฉันก็กินอย่างเดียวไม่พูดไม่จา จนหมดจานแล้วก็ถามนัทออกไปว่า

 

"มีข่าวอะไรจะบอกหรอนัท"

 

"เรามีแฟนแล้ว"

 

"อึก.. อะ..น..... ้ำ. น้ำ ติด คอ" 

 

"รีบกลืนทำไมล่ะ เดี๋ยวก็สำลักน้ำหายใจไม่ออกได้ลงข่าวหน้าหนึ่งหรอก"

 

"แช่งหรอย่ะ แล้วใครคือแฟนนัทอ่าาาาาอยากรู้จัง บอกหน่อยดิ"

 

"นี่สวยไหม ชุดน้ำว่ายชุดใหม่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า" นัทพูดพลางยื่นโทรศัพท์มาให้ดูภาพสิ่งที่ได้พูดออกมา

 

"สวยอ่ะ รวยมาจากไหนจ๊ะ"

 

"แฟนซื้อให้ แฟนเราหล่อ แล้วยังใจดีเปย์ให้อีก"

 

"แฟนเปย์หรอ คนไหนมาให้ดูภาพหน่อยดิ"

 

"แฟนเราชื่อพี่คิว เรียนคณะวิทยาศาสตร์การกีฬาปี4 คนนี้นี้ไงหล่อเปล่า" อึ้งแดกค่ะ ฉันพยายามทวนชื่อในสมองซ้ำแล้วซ้ำอีก เห้ย!!! นี่แฟนเรานี่ เมื่ออาทิตย์ก่อนมันยื่มเงินเราไปลงทุนร้านอาหารญี่ปุ่นกับเพื่อนมัน ทำไม!!!! มันหลอกกู ไอ้ชายชั่ว เงินก็ให้ยืมข้าวที่ชวนไปกินแม่งกูก็จ่ายให้เกือบตลอดนี่คืออะไร จะโทษที่ตัวเองโง่เชื่อใจคนง่ายหรอ คบกันมาก็เกือบ5 เดือน รู้จัก2 เดือนคบจริงๆ3เดือน โมโหมากแต่เงียบไว้อย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น เดี๋ยวมันรู้ตัว

 

"หล่อใช่ไหมล่ะ จ้องซะโทรศัพท์จะทะลุและ"

 

"ท่าทางน่าจะเจ้าชู้น่ะ"

 

"ไม่หรอกเขาน่ะสุภาพษุรุษเลยนะเว้ยย" แหมเพื่อนฉันมันต้องหลงคารมไอ้คิวแน่เลยถึงได้มองว่าแสนดีอย่างนั้นถ้าฉันไม่เคยรู้จักมันมาก่อนนี้ฉันคงคิดตามว่ามันสุภาพบุรุษเหมือนที่นัทบอกมา แต่นี้ สันดานชายเลว ฉันจะบอกออกไปดีไหมน่ะเพื่อนจะได้รู้สันดานผู้ชายพันธุ์นี้ ณ ตอนนี้ยังไงฉันก็เลือกเพื่อน แต่เพื่อนจะเลือกฉันหรือเปล่าหรือเขาจะเลือกผู้ชายมากกว่าเพื่อนอันนี้ก็สุดแล้วแต่ความต้องการของเพื่อนฉันก็จะไม่รั้งกับความต้องการของเพื่อน แฟนตอนนี้ก็คงไม่ใช่แล้วตั้งแต่ที่รู้ว่ามันคบซ้อน ฉันก็เลิก!!!! อย่างเดียวพร้อมกับจะทำให้เพื่อนฉันตาสว่าง

 

 

"แล้วเย็นนี้พี่เขามารับหรอ"

 

"อืม ใช่ วันนี้พี่คิวจะมารับ" 

 

"นัท เรามีอะไรจะบอก รับได้ไหม"

ฉันคิดว่าไม่พูดวันนี้ก็คงปล่อยให้เรื่องบานปลายไม่ได้เพราะฉันเสียเงินค่าโง่ไปแล้ว40000ดูท่าแล้วก็คงไม่ได้คืน

 

"มีอะไรจะบอกเราเรื่องสำคัญหรอ"

 

"ก็ไม่เท่าไหร่แต่รับได้ไหมในสิ่งที่จะพูดต่อไปนี้ มันอาจจะทำลายความสัมพันธ์ที่เรามีให้แก่กันก็ได้น่ะ " 

 

"โห้ สำคัญขนาดนั้นเชียว ดูทำหน้าดิ 555555" 

 

"หัวเราะไปเหอะ5555 แล้วจะมาร้องไห้ทีหลังไม่ได้น่ะ" ฉันทำหน้าจริงจังก่อนจะจ้องตากับนัทอย่างจริงจัง

 

" ฟังแล้ว พูดมา"

 

 

"ก็เรื่องมีอยู่ว่า........"

 

"เห้ย!!!! เลยเวลาเรียนแล้ว เกินมา10นาทีตายแน่ๆๆไปแล้วๆๆ" นัทก้มลงดูนาฬิกาข้อมือก่อนจะพูดขึ้นและนัทก็รีบวิ่งไปเรียนปล่อยให้ฉันจ้องนาฬิกาข้อมือของตัวเอง อ้าวชิบหายแล้ว วิ่งสิจ๊ะรออารายยย คะแนนยิ่งไม่ค่อยมีอยู่ อืออออ(╥_╥)

 

พอตกเย็น

 

"นัท รอเราก่อนมีเรื่องจะบอก" ฉันวิ่งตามนัทออกมาจากห้องแลป หลังจากหมดคาบเรียนของวันนี้แล้ว

 

"มีอะไรเหมย เราต้องรีบไปหาพี่คิว พี่คิวเอารถมารับ เดี๋ยวพี่คิวรอนาน"

 

"เราเป็นแฟนกับพี่คิวเหมือนกันเมื่ออาทิตย์ก่อนพี่แกมายืมเงินเรา40000 บอกว่าจะเอาไปลงทุนร้านอาหารญี่ปุ่นกับเพื่อนเราก็เลยให้ยืม ไม่คิดว่าพี่แกเอาเงินมาซื้อของให้แก พี่เขาคบซ้อน ฉันพูดไปไม่รู้ว่าแกจะคิดยังไงแต่สำหรับฉัน ฉันเลิกกับพี่คิวตั้งแต่ที่รู้ว่าแกก็เป็นแฟนเขา ผู้ชายแบบนี้สันดานเลวไม่น่าคบ ฉันมาบอกแก่ให้รู้จะได้ไม่โดนหลอกเหมือนฉัน แล้วแต่แกจะคิดนะ ไปและบายๆๆกลับบ้านดีๆเป็นห่วง" 

 

ฉันพูดแบบนั้นออกไปก็ไม่รู้ว่านัทจะคิดยังไงแต่ก็ขึ้นอยู่กับกาตัดสินใจของนัดบางทีพรุ่งนี้เราอาจจะเป็นคนไม่เคยรู้จักกันก็ได้ ฉันไม่เคยผิดใจกับเพื่อนคนนี้เลยตลอดระยะเวลาที่เราคบกันเป็นเพื่อน

 

หลังจากวันนั้นฉันก็บอกเลิกพี่คิวทางไลน์ และบอกพี่คิวไปว่า.

 " ทำอะไรไว้อย่าคิดว่าไม่มีใครรู้เงิน 40000 น่ะไม่ต้องคืนถือว่าให้ทาน"     และฉันก็ไม่เจอกับพี่คิวอีกเลย ส่วนนัทกับพี่คิวฉันก็ไม่รู้ความสัมพันธ์ของเขาสองคนแต่ ฉันก็คุยกับนัทตามปกติแต่ให้สนิทเหมือนเดิมคงใช้เวลารักษารอยร้าวระหว่างเพื่อนให้ดีขึ้นสักระยะ

 

หลังจากจบมหาลัยมาทำงาน4-5ปีได้ฉันก็ไม่ค่อยได้คุยกับนัทสักเท่าไหร่เพราะต้องทำงานและดูร้านขายสัตว์เลี้ยงของป๋ากับแม่ แต่ฉันก็คบกับผู้ชายมาเรื่อยๆแต่ก็เจอกับผู้ชายที่ชอบคบซ้อนหลอกเงินฉัน สุดท้ายพออายุฉันเริ่มเข้า30 ปีก็ไม่คิดจะคบกับใครอีกเลย ก่อนหน้านั้นสองปีฉันก็ได้ข้าวมาว่านัทมีลูกแฝดสองคนชายหญิงหน้าตาน่าเกลียดน่าชัง น้ำเชื้อดีลูกออกมาจึงน่ารักแบบนี้ ฉันละอิจฉาเพื่อนจริงๆ

 

นั้นคืออดีตไม่ดีของฉันที่พานพบมาแต่ปัจจุบันนี้ฉันถึงบ้านแล้ว (≧▽≦) บ้านที่ปักกิ่งไม่มาตั้งนานคิดถึงจัง จากนั้นฉันก็ใช้เวลาเกือบอาทิตย์ในการดูแลตนเองสำหรับพร้อมเป็นแม่คน ถึงแม้จะไม่ได้ใช้วิธีธรรมชาติในการมีลูกเหมือนคนอื่นแต่สำหรับฉันที่เจอผู้ชายมาก็มากเจอแต่คนไม่ดีแบบนั้นแล้วมันก็เหมือนมีอคติกับผู้ชายฉะนั้นเลือกวิธีนี้และดีที่สุดสำหรับฉันแล้วและความสบายใจของฉัน

 

และวันที่รอคอยก็มาถึงสักที ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของปักกิ่ง

 

"คุณค่ะเชิญเปลี่ยนชุดคนไข้ที่ห้องนั้นนะค่ะ" พยาบาลสาวเดินมาหาฉันพร้อมชุดคนไข้ที่เอามาให้เปลี่ยน

 

"ค่ะ" ฉันจะได้มีลูกเป็นทายาทของตัวเองสักที หึหึแค่คิดก็มีความสุขแล้ว ตอนนี้ฉันนอนอยู่บนเตียงคนไข้ รอพยาบาลมาฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในโพรงมดลูกโดยตรงโดยใช้ท่อพลาสติกเล็กๆ สอดผ่านปากมดลูกแล้วฉีดเชื้ออสุจิเข้าไปในช่วงที่มีหรือใกล้กับเวลาที่มีไข่ตกจากนั้นก็จะเหมือนกับการมีเพศสัมพันธุ์แล้วตั้งครรภ์

"ฉีดเข้าไปเรียบร้อยแล้วค่ะ รู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ" เหมือนกับว่ามันเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่ฉีดอสุจิเข้าไปในปากมดลูกของฉัน 

“ รู้สึกเหมือนง่วงนอนมากๆเลยค่ะ คุณหมอ ”

“ คืออาการมันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้นะคะ ” หมอพูดออกมาในขณะที่ฉันรู้สึกเหมือนกึ่งหลับกึ่งตื่น แต่ฉันก็มีความรู้สึกได้ยินพยาบาลพูดกับหมอที่ฉีดเชื้ออสุจิให้ฉัน

 

"แย่แล้วหมอค่ะ ดิฉันหยิบหลอดอสุจิผิด ดิฉันพึ่งรับเคสฉีดยาสลบให้นักโทษมาเมื่อวานวันนี้ก็มาทำงาน นั้นคือยาสลบเอาไว้ใช้กับนักโทษที่ถูกประหารจะง่วงนอนและหลับไปแบบไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดใด "

 

 

"ไม่ทันแล้วหมอฉีดเข้าไปแล้ว"

 

"ชีพจรคนไข้เต้นช้าลงแล้ว"

 

"ทำไงดีค่ะหมอ"

 

ห๊าาาอะไรคือนักโทษ และอะไรคือประหาร ฉันได้ยินเพียงเท่านี้ ก็ไม่มีความรู้สึกอะไรอีกเลย

 

 

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

 

 

 

v_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_vv_v°Д°'Ω'°Д°'Ω''Ω'°Д°'Ω'°Д°'Ω'°Д°'Ω'@_@@

 

0 ความคิดเห็น