ผมเนี่ยเเหละ Boss!

ตอนที่ 8 : Boss 7 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,604
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    18 พ.ย. 62

*ยังไม่ได้เเก้คำผิด*

 เมื่อรถหรูคันสีดำที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน เลื่อนเข้ามาจอดหน้าตึก WB ก็ได้เรียกสายตาหลายคู่ได้เป็นอย่างดี เพราะอยากรู้ว่าใครคือเจ้าของ พอประตูรถถูกเปิดออกก่อนที่ขาเรียวยาวภายใต้กางเกงยีนส์จะก้าวลงมาจากรถก็เผยให้เห็นร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาของคนที่เป็นเจ้าของรถสุดหรูคันนี้ เหล่าคนที่จ้องมองบ้างก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพ บ้างก็จับกลุ่มคุยกับเพื่อน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้คอสโม่หรือก็คือเจ้าของรถคันที่กำลังตกเป็นประเด็นรู้สึกประหม่าเเม้เเต่น้อย 

เจ้าตัวเดินเข้าไปในบริษัทด้วยความมั่นใจบนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มนิ้ดๆ ทำให้หลายคนที่เห็นถูกสะกดไปทันที ชายหนุ่มเดินเข้ามาข้างในตึกเเล้วตรงเข้าไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ที่มีหญิงสาวสองคนนั่งทำหน้าที่อยู่ คราเเรกที่พวกเธอเห็นคอสโม่เดินมาก็เกิดอาการตกตะลึงในใบหน้าของเขา เเต่พอรู้ว่าคนที่เดินเข้ามาคือใครปฏิกิริยาก็เปลี่ยนไปในทันที จากที่ส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้เขากลับกลายเป็นว่าส่งสายตาเย่อยิ่งมาให้ทันที

"ขอโทษนะครับ พอดีว่าผมต้องการพบท่านประธานหน่ะครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านสะดวกให้เข้าพบไหมครับ?" คอสโม่เอ่ยถามพนักงานสาวทั้งสอง

"ได้นัดไว้หรือปล่าวล่ะ" น้ำเสียงเหวี่ยงวีนถามเขากลับ

"ไม่ได้นัดไว้ครับ" เขาตอบกลับไปอย่างสุภาพแม้ว่าจะถูกพูดจาแบบไร้มารยาทใส่ พร้อมกับแสร้งทำหน้าหนักใจ

"ถ้ารู้ว่าจะมาพบท่านวันหลังก็ควรนัดไว้ก่อนนะ เสียเวลาคนอื่นเขาหมด" เธอคนเดิมที่พูดกับคอสโม่ โวยวายใส่เขาก่อนที่จะเอื้อมมือไปกดหมายเลขที่คาดว่าน่าจะติดต่อขอพบท่านประธานให้เขา เมื่อปลายทางรับสายเเล้วน้ำเสียงที่ใช้พูดกับเขาก็เปลี่ยนไปทันที

"คุณธีออนคะ ดิฉันติดต่อมาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์นะคะ คือนักเเสดงที่ชื่อคอสโม่ต้องการขอเข้าพบท่านประธานหน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านประธานสะดวกให้เข้าพบไหมคะ?" น้ำเสียงหวานใสพูดกับปลายสาย

"ขอบคุณมากค่ะ คุณธีออน" เมื่อได้รับคำตอบแล้วสายถูกตัดไปทันที

"ท่านประธานให้เข้าพบได้ จะไปก็รีบไปเกะกะคนอื่นเขา" เธอพูดไล่ชายหนุ่มก่อนที่จะหันไปเมาท์กับเพื่อนสาวที่อยู่ข้างๆโดยไม่สนใจคอสโม่อีก 

"ขอบคุณมากครับ" คอสโม่กล่าวแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจก็ตาม...ก็นะเขาถูกสอนมาดีให้มีความเป็นปัญญาชนไม่ได้ถูกสอนมาแบบ...อ่า ละไว้ในฐานที่เข้าใจละกัน

"หึ! อยากจะรู้จริงๆ ว่าไอบริษัทเฮงซวยนี่จะล่มเมื่อไหร่" คอสโม่พูดกับตัวเองเบาๆพร้อมกับเเสยะยิ้มที่มุมปาก ก่อนที่จะเดินเข้าลิฟท์ไป...

(ต่อ..)

 เมื่อลิฟท์พาชายหนุ่มมาถึงชั้นที่ 40 ซึ่งเป็นชั้นของพวกผู้บริหาร เขาก็เดินตรงไปที่หน้าห้องของประธานทันที โดยข้างห้องนั้นได้มีโต๊ะของเลขาตั้งอยู่ เมื่อเจ้าของโต๊ะเห็นคอสโม่เดินเข้ามาเจ้าตัวก็เอ่ยถามขึ้น

"นายคือ คอสโม่ คนที่ขอนัดท่านประธานไว้ใช่ไหม?" ธีออนเลขาของท่านประธาน WB เอ่ยถามพร้อมกับสายตาเย่อหยิ่งที่ส่งไปให้นักแสดงหนุ่มตรงหน้าที่กำลังส่งยิ้มมาให้ตนเอง

"ใช่ครับ ผมคอสโม่ สวัสดีครับคุณธีออน" ร่างสูงโปร่งตอบด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แม้ในใจอยากจะกระโดดถีบชายร่างผอมตรงหน้าก็ตาม

"อืม รีบเข้าไปซะ!ท่านประธานกำลังรออยู่" ธีออนกล่าวกับคอสโม่ด้วยน้ำเสียงกระเเทกกระทั้น จากนั้นก็หันไปสนใจกับคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าโดยเมินชายหนุ่มไปทันที  เมื่อเห็นดังนั้นคอสโม่จึงตัดสินใจเคาะประตูห้องก่อนจะเปิดเเล้วก้าวเข้าไปในนั้น 

หลังจากที่เปิดประตูเข้ามาเขาก็เห็นชายร่างอ้วนกำลังนั่งอ่านเอกสารที่อยู่บนโต๊ะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเขาเมื่อรู้สึกว่ามีคนเดินเข้ามาหาตน

"นายคือคอสโม่ใช่ไหม เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ นั่งก่อนสิ" เจ้าของห้องผู้มีตำเเหน่งเป็นประธานของบริษัทแห่งนี้เอ่ยชวนให้คอสโม่นั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับตนโดยมีโต๊ะทำงานกั้นอยู่ 

"ขอบคุณครับ" ชายหนุ่มกล่าวก่อนจะเลื่อนเก้าอี้เพื่อนั่งลงไปตามคำชวนของอีกฝ่าย ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบริษัทนี้ ก็เพิ่งจะเห็นคนที่ยังมีมารยาทอยู่ก็ตอนนี้เเหละคอสโม่คิดพร้อมกับลอบเบะปากเมื่ออีกฝ่ายเผลอ ก่อนจะกลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิม

"เห็นนายเดินเหินได้แบบนี้ฉันก็สบายใจแล้ว ส่วนเรื่องข่าวที่ออกไปยังไงฉันก็ต้องขอโทษด้วยละกันหน่ะที่ไม่ได้บอกนายก่อน นายต้องเข้าใจนะฉันไม่อยากให้บริษัทเสื่อมเสียชื่อเสียงนะ" ชายร่างอ้วนสารธยายกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป แต่ทว่าสีหน้าไม่ได้บ่งบอกถึงความรู้สึกผิดอย่างที่ตัวเองพูดออกมา

เฮ้ออ..ลูกน้องเป็นยังไง เจ้านายเป็นยิ่งกว่านั้นอีกสินะ คอสโม่คิดก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าจากที่ยิ้มแย้ม กลายเป็นยิ้มเยาะเย้ย เเววตาเเสดงความเย็นชาออกมาทันที ทำให้บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความกดดันเมื่อชายหนุ่มที่มีอายุน้อยที่สุดปล่อยออกมา

"หึ ท่านประธานไม่ต้องห่วงหรอกครับว่าผมจะเอาเรื่อง เพราะวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะมาเหยียบที่นี่แล้ว" คอสโม่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมกับยกขาขึ้นมาไขว้ห้างขณะที่พูด 

"หมายความว่าไง?"  ชายร่างอ้วนถามออกมาด้วยความสงสัย

"วันนี้ที่ผมมาที่นี่ ก็เพื่อมาลาออก" เขาตอบคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเช่นเดิม

"ลาออก? เเต่นายก็รู้ไม่ใช่หรอว่านายกับบริษัทยังมีสัญญาเหลืออีก 2 ปี ถ้านายจะลาออกตอนนี้เกรงว่า..."

"เรื่องนั้นผมรู้ดี เเละผมก็มีปัญญาจ่ายด้วยขอเเค่ยกเลิกสัญญาที่มีอยู่ก็พอ" คอสโม่พูดขัดคนตรงหน้าทันทีเมื่อรู้ว่าประโยคต่อไปเขาจะพูดอะไร

"เฮ้ออ ฉันก็ไม่อยากให้เรื่องมันจบแบบนี้ เเต่ถ้านายตัดสินใจดีแล้วดังนั้นฉันก็ยอมรับในการตัดสินใจของนาย" ชายที่มีตำเเหน่งเป็นประธานบริษัท เเสร้งถอนหายใจก่อนจะรีบหยิบสัญญาที่ตัวเขาคนเก่าเคยทำไว้กับบริษัทขึ้นมา เพื่อยกเลิกการจ้างงาน

ใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็เซ็นต์เอกสารที่ใช้ในการยกเลิกสัญญาเสร็จก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะพูดขึ้น

"ค่าละเมิดสัญญาผมได้โอนให้เรียบร้อยแล้วนะครับ"
 
"อ่า ฉันได้รับแล้วละ หวังว่าถ้ามีโอกาสเราจะได้ร่วมงานกันนะ" ชายอ้วนยิ้มหน้าบานขึ้นทันทีหลังจากที่เขาเห็นจำนวนตัวเลขที่ขึ้นโชว์บนหน้าจอมือถือ 

"หึ ถ้ามีโอกาสล่ะนะ ลาก่อนครับท่านประธาน เอ๊ะไม่ใช่สิ ลาก่อนนะครับคุณแอนดริว" พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไปทันที

หลังจากที่ชายหนุ่มเดินมาถึงชั้นล่างของตึกแล้ว ขณะที่เขากำลังจะเดินออกจากบริษัทก็มีเสียงเเหลมของผู้หญิงเอ่ยเรียกชื่อของเขาขึ้นมา

"คอสโม่ วาเลน!"  อ่อ..คิดว่าใครที่แท้ก็ป้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวของเขาคนก่อนนี่เอง

"อ้าว คุณเอเรีย" คอสโม่หยุดเดินพร้อมกับเอ่ยทักอีกฝ่ายที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับเด็กหนุ่มที่มีอายุประมาณ 18 คนหนึ่งที่มีหน้าตาค่อนข้างน่ารักมากกว่าหล่อเหลา 

"ฉันก็เเค่มาทวงค่าจ้างเดือนสุดท้ายของฉันที่นายยังไม่ให้ แล้วก็จะมาลาออกกับนายด้วย เพราะตอนนี้ฉันต้องดูเเลศิลปินคนใหม่หน่ะ นี่คือ สเวน นายน่าจะรู้จักนะ" ยัยป้าตรงหน้าเขาเดินเข้ามาทวงเงินกับเขาทั้งที่ตัวเองไม่ได้ดูแลเขาเลยตั้งแต่ที่เขาอยู่โรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ เฮ้ออ เขาหมดคำจะพูด นี่ยังไม่พอ อะไรคือการที่ทำหน้าอวดดีใส่เขาตอนที่เเนะนำเด็กใหม่ เเล้วก็นายสะวง สเวนอะไรนี่อีกเขาก็ไม่ได้รู้จักเลยสักนิด เพ้อเจ้อทั้งเพ คอสโม่คิดก่อนที่จะตอบอีกฝ่ายกลับไป

"อ่า เรื่องค่าจ้างผมจะรีบโอนให้ทันทีนะครับ ลาก่อนครับ" เขารีบพูดตัดบทเพราะกลัวห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปทำร้ายร่างกายของไอเด็กสเวนนั่นไม่ได้ คนอะไรเพิ่งเจอกันครั้งแรกก็มองเขาด้วยสายตาสมเพชแล้ว นี่ยังไม่นับอายุที่เขามากกว่าอีกนะ 

"หึ ถือว่าช่วยส่งฉันไปโรงพยาบาลหรอกนะ ถึงได้จ่ายให้หน่ะ" เขาพูดกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินขึ้นรถคันเดิมของเขา เเล้วขับออกไปจากบริษัทนี้ทันที
.
.
.
.
.
 
 ย้อนกลับไปเมื่อ 2 วันก่อน ณ ประเทศ A 

ภายในห้องทำงานที่ผนังห้องเป็นกระจกใสทั้งหมด ทำให้มองเห็นวิวได้ทั่วเกือบทั้งเมือง เพราะตึกนี้มีความสูงถึง 80 ชั้นและตั้งอยู่ใจกลางเมือง เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดเน้นสีดำ แม้เเต่พื้นห้องยังถูกปูด้วยกระเบื้องสีดำภายในห้องถูกเเบ่งเป็นสองส่วน โดยส่วนเเรกคือห้องทำงาน และอีกส่วนคือห้องนอนที่ถูกปิดด้วยประตูสีดำซึ่งเป็นที่ต้องห้ามของทุกคนเพราะภายในเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเจ้านายเท่านั้น โดยรวมทำให้บรรยากาศภายในห้องมีความสุขุมและลึกลับ 

ที่โต๊ะทำงานสีดำเรียบหรูปรากฏร่างสูงกำยำของชายหนุ่มในชุดสูทสีดำ กำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ผมสีบรอนทอง ใบหน้าหล่อเหลาราวกับพระเจ้ารักคนๆนี้มากที่ได้มอบใบหน้านี้ให้เขา ดวงตาสีอำพัน จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักหนา รวมเข้ากับความเคร่งขรึมและความเย็นชาของเจ้าตัว ทำให้ออสติน หรือบอสเเห่งฮาเกนที่กำลังกล่าวถึงกลายเป็นชายหนุ่มที่น่าหลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นทันที

"ไม่ไปไม่ได้หรอครับบอส ที่ประเทศ B หน่ะ บอสก็เเค่ส่งตัวปลอมไปเหมือนเดิมไม่ได้หรอครับ" โลเวล เพรย์ตัน มือขวาของบอสเเห่งฮาเกน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้ผู้เป็นนาย กล่าวขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่อยู่ภายในห้อง ยิ่งช่วงนี้ไอพวกฟาเบียมันเงียบผิดปกติ มันต้องวางเเผนอะไรไว้แน่ๆ โลเวลคิดพลางทำหน้าหนักใจเพราะห่วงความปลอดภัยของเจ้านาย

"ครั้งนี้เราทำแบบนั้นไม่ได้ เเละฉันก็ตอบนายกับคำถามนี้ไปหลายรอบแล้ว ถ้ามีครั้งหน้าอีก นายก็เตรียมตัวเก็บเสื้อผ้าแล้วก็ไปฝึกสอนให้กับพวกหน้าใหม่ที่เข้ามาซะ"ออสติน พูดกับลูกน้องด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดเย็นชาตามนิสัยของเจ้าตัว

"โห้ยย ไม่เอานะครับบอส ผมก็เข้าใจว่าฝั่งนั้นเราไม่สามารถเล่นลูกไม้กับเขาได้ เเต่ผมก็เป็นห่วงบอสนี่นา" ผู้มีตำเเหน่งเป็นถึงมือขวาของบอสเเห่งฮาเกน องค์กรมาเฟียที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ กำลังร้องอ้อนวอนไม่ให้ตัวเองถูกส่งไปที่ตระกูลหลักเพื่อทำการสอนพวกลูกน้องหน้าใหม่ที่จะเข้ามาทำงานในฮาเกน งานแบบนั้นน่าเบื่อจะตายยังไงเขาก็ไม่ยอมกลับไปหรอก

"นายคิดว่าฉันอ่อนเเอหรือไง"  ชายหนุ่มหันหน้ามาถามลูกน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมกับสายตาเย็นชาที่ส่งออกไป เพื่อเเสดงให้เห็นว่าตัวเขาไม่พอใจที่ถูกมองว่าอ่อนเเอ

"ไม่ใช่อย่างนั้นครับบอส ผมเเค่กังวลว่าพวกฟาเบียกำลังวางแผนร้ายอะไรไว้หรือปล่าวเท่านั้นเองครับ" โลเวลรีบพูดแย้งเจ้านายทันที บอสของเขาเนี่ยนะอ่อนเเอ ถ้าบอสเขาอ่อนเเอ อย่างนั้นก็ไม่มีใครเเข็งเเกร่งแล้วละ รวมถึงตัวเขาเองด้วย!

"ถ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่ ก็ให้พวกมันเข้ามา" บอสเเห่งฮาเกนพูดขึ้นพร้อมกับเเววตาวาวโรจน์ โลเวลที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นเข้าถึงกับกลืนน้ำลายลงคอทันที 

บรรยากาสภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จนเวลาผ่านไปเกือน 2 ชั่วโมง ผู้เป็นนายก็วางปากกาลง อันเป็นสัญญาณว่างานในวันนี้เสร็จแล้วก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมา

"ตอนนี้โลแวนกลับมารึยัง?" ออสตินถามถึง พี่ชายฝาแฝดของลูกน้องที่ยืนข้างๆเขา ซึ่งโลเเวน เพรย์ตัน มีตำเเหน่งเป็นมือซ้าย ทำหน้าที่ในการสืบหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ รวมถึงสืบประวัติข้อมูลของบุคคลนั้นๆด้วย และหน้าที่สำคัญที่สุดคือการสวมรอยเป็นบอสเเห่งฮาเกนในประเทศ A ทำหน้าที่แทนออสตินในช่วงเวลาที่เขาต้องเปิดเผยตัว โลเเวนก็จะเขามาสวมบทบาททันที ดังนั้นจึงไม่มีใครเห็นหน้าตาของบอสเเห่งฮาเกนจริงๆเลยซักคน แม้กระทั่งศัตรูคู่ใจอย่างพวกฟาเบีย ยกเว้นเเค่คนในครอบครัวเท่านั้น 

"กลับมาเเล้วครับ บอสต้องการให้ผมไปเรียกตัวมาให้ไหมครับ?" โลเวล ผู้เป็นแฝดน้องถามเจ้านายของตัวเอง

"อืม ไปตามมาให้ที" สั่งลูกน้องเสร็จ ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นออกจากเก้าอี้ที่นั่งเผยให้เห็นร่างที่เกือบจะสูงถึง 190 เซนติเมตร จากนั้นเขาก็เดินไปหยุดที่ผนังห้องที่เป็นกระจกใสสายตามองออกไปยังที่ไกลๆ ขณะที่ในหัวกำลังคิดวางแผนที่จะต้องทำในอนาคตอันใกล้นี้ เขาใช้เวลาอยู่กับคิดอยู่ไม่นาน ประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดโดยลูกน้องทั้งสองที่เดินเข้ามา ก่อนคนที่เขาต้องการพบจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของร่างสูงพร้อมกับก้มศรีษะลงเพื่อทำการเคารพผู้เป็นนาย

"โลเวลบอกว่าบอสต้องการพบผม ไม่ทราบว่าบอสมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ?" โลเเวนเเฝดผู้พี่เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านายที่กำลังยืนหันหลังให้ตัวเองอยู่

"เรื่องที่ฉันให้นายไปสืบได้ความว่ายังไงบ้าง" ออสตินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

"จากที่ผมสืบมา อีเมอร์สัน วอลเลอร์ มีบุตรชายเเท้ๆ2คนครับ คนพี่ชื่อ ครูส วอลเลอร์ปัจจุบันเป็นรองประธานบริษัท wollor's cariage ซึ่งมีหน้าที่ดูแลธุรกิจการขนส่งเป็นหลัก ส่วนคนที่สองชื่อว่า คอสโม่ วอลเลอร์ ตอนนี้เป็นดารานักแสดง ชื่อที่ใช้ในวงการคือ คอสโม่ วาเลนก่อนที่จะเข้าวงการได้มีปากเสียงกับอีเมอร์สัน เพราะเขาไม่ต้องการให้ลูกชายไปเป็นดารา ดังนั้นนายคอสโม่เลยทำการออกจากบ้านและย้ายมาอยู่ที่คอนโดส่วนตัว โดยมีเพื่อนช่วยปลอมแปลงเอกสารให้เพื่อใช้ในการสมัครเข้าบริษัทที่ตัวเองกำลังสังกัดอยู่ในตอนนี้ เมื่อได้เป็นนักแสดงเต็มตัว แต่กลับไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับของผู้คนจึงเกิดกระเเสต่อต้านขึ้นมา ทำให้เจ้าตัวเครียดเเละตัดสินใจกินยาฆ่าตัวตาย เเต่ถูกผู้จัดการส่วนตัวพบเข้าก่อนจึงช่วยเหลือไว้ทัน ปัจจุบันกลับมาพักฟื้นที่ตระกูลตามเดิมเเล้วครับ" เมื่อบอสเเห่งฮาเกนฟังโลเเวนรายงายข้อมูลที่เขาต้องการทราบหมดเเล้ว เจ้าตัวจึงหันหน้ามาสั่งงานกับลูกน้องคนสนิททั้งสองทันที

"โลเเวน ตอนที่ฉันไปประเทศ B นายจะต้องเข้ามาสวมบทเป็นบอสเเห่งฮาเกน การไปในครั้งนี้ฉันต้องการให้เป็นความลับมากที่สุด เเละคอยรายงานฉันเป็นระยะ เพราะคราวนี้ฉันคงต้องไปอยู่ที่นั่นนานหน่อยฝากทางนี้ด้วยละกัน ส่วนนายโลเวล นายจะต้องไปกับฉัน ฉันไม่อยากมือเท้าลั่นตอนฟังนายบ่น" 

"รับทราบ / รับทราบ ครับบอส"  เมื่อได้รับงานที่เจ้านายมอบหมายให้เเล้ว ฝาเเฝดทั้งสองก็รับคำโดยทันที

เมื่อออสตินสั่งงานลูกน้องเสร็จ เจ้าตัวก็เดินไปที่โต๊ะทำงานก่อนจะเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบหน้ากากมนุษย์ขึ้นมาสวมทับกับใบหน้าของตัวเอง จากใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับพระเจ้าปั้นแต่ง ตอนนี้กลายเป็นชายหนุ่มหน้าจืด ที่แค่มอง เเล้วละสายตาไปเพียงวินาทีเดียวคุณก็สามารถลืมเขาไปได้ง่ายๆ ซึ่งไม่ต่างจากมือซ้ายเเละมือขวาของเขาที่ตอนนี้ทั้งคู่ก็ได้สวมหน้ากากมนุษย์แล้วเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาทั้งสามคนจะเดินออกจากห้องไป...
.
.
.
.
.
กลับมายังปัจจุบัน ณ ประเทศ B : บริษัท Wollr's cariage

ภายในห้องทำงานที่กว้างขวางของท่านประธานใหญ่อยู่สูงถึงชั้นที่ 70 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุด ถูกประดับด้วยของมีค่าหายากไว้มากมาย ใจกลางห้องมีโซฟาและโต๊ะรับแขกวางไว้อยู่โดยที่ตอนนี้ถูกจับจองด้วยคนสองคนที่มีวัยต่างกัน คนหนึ่งเป็นชายวัยกลางคนสวมชุดสูทสีเทา อีกคนเป็นชายหนุ่มที่อยู่ในชุดสูทสีดำ ชายทั้งสองที่กล่าวถึงนั่นก็คือ อีเมอร์สัน วอลเลอร์ เจ้าของธุรกิจค้าอาวุธสงครามรายใหญ่ และออสติน ฮาเกน บอสเเห่งองค์กรมาเฟียที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ A ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ โดยข้างหลังของทั้งคู่ต่างก็มีลูกน้องคอยดูแลความปลอดภัยของเจ้านายตัวเองอย่างเคร่งขรึม ก่อนที่อีเมอร์สันจะเป็นคนพูดเปิดบทสนทนาขึ้นเป็นคนเเรก

"ไม่คิดจะให้ผมดูหน้าจริงๆของคุณหน่อยหรือ คุณออสติน"

"ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าไม่น่าจะปิด Mr.วอลเลอร์ได้ แต่คิดไม่ถึงว่าจะรู้ตัวเร็วขนาดนี้นะครับ" ชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนที่เขาจะถอดหน้ากากที่ตัวเองสวมอยู่ออก เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาขึ้นทันที

"เรียกว่าลุงก็ได้ถ้าเราไม่ถือล่ะนะ อีกอย่างต่อไปนี้พวกเราก็จับมือเป็นพันธมิตรกันแล้วด้วยสนิทกันไว้จะดีกว่า แล้วก็นะจะพบกับบอสเเห่งฮาเกนทั้งที ยังไงลุงก็ต้องศึกษาข้อมูลมาไว้บ้าง" อีเมอร์สันพูดขึ้นพร้อมกับบอกให้อีกฝ่ายเรียกตัวเองว่าลุงเพื่อเพิ่มความสนิทมากขึ้น

"อ่า ผมไม่ถือหรอกครับ คุณลุง ยังไงก็เรียกผมเเค่ออสตินก็พอครับ" ออสตินบอกแก่คนที่อยู่ตรงหน้าเขา ซึ่งมีไม่กี่คนที่จะได้เรียกเเค่ชื่อเขาแบบนี้ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทจริงๆ เเต่คนตรงหน้าเขาจากที่สังเกตถือเป็นอีกคนหนึ่งที่เขาคิดว่าอีเมอร์สันคนนี้ไว้ใจได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะสัญชาตญาณเขาบอกแบบนั้น

"ดีๆ เรามาเข้าเรื่องกันเถอะ ข้อเสนอของออสตินมีอะไรบ้างช่วยบอกลุงที" ผู้ที่เป็นลุงได้หมาดๆเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามทันที

"ข้อเสนอของผมมี 3 ข้อ ในการจับมือเป็นพันธมิตรกัน ซึ่งแน่นอนว่าหน้าที่ของพันธมิตรอย่างคุณลุงคือจะต้องคอยเป็นกำลังเเละคอยเกื้อหนุนเมื่อสิงโตกับมังกรเปิดศึกใส่กัน แต่ถ้าคุณลุงไม่ต้องการที่จะทำก็สามารถบอกผมได้ เเล้วการตกลงเจรจาเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ผมจะถือว่าไม่เคยเกิดขึ้น" เมื่อเข้าสู่เรื่องงาน บรรยากาศภายในห้องก็เริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผู้นำทั้งสองต่างปล่อยเเรงกดดันใส่กัน

"ลุงตกลง ถ้าเปิดศึกเมื่อไหร่ ลุงจะคอยเป็นกำลังและคอยเกื้อหนุนฝ่ายมังกรเเน่นอน" อีเมอร์สันนั่งนิ่งคิดไปชั่วครู่  ก่อนจะเอ่ยปากตกลงในการเป็นพันธมิตรกัน

"โอเคครับ ดังนั้นข้อเสนอทั้ง 3 ข้อของผมก็คือ ข้อเเรกธุรกิจหลักของคุณลุงฝ่ายของผมจะคอยเป็นนายหน้าให้เมื่อมีการส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันพวกที่ชอบเล่นตุกติกไม่ยอมจ่ายเงินหรือจ่ายไม่ครบ ภาระงานของคุณลุงจะได้ลดลง ข้อสอง หุ้นของบริษัทในเครือฮาเกนจะมอบให้คุณลุง15% ทันที และข้อสุดท้าย ความปลอดภัยของลูกชายคนเล็กของคุณลุง..... " ออสตินหยุดพูดไปชั่วครู่จากนั้นเขาก็สบตากับนายใหญ่แห่งวอลเลอร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความจริงจังทั้งท่าทางและน้ำเสียง ก่อนที่จะพูดต่อว่า

"ผมจะเป็นคนดูเเลเขาด้วยตัวเอง..."





การเอาเเต่กลัวมักรั้งเราไม่ให้เผชิญความเสี่ยง
หากคุณ...ไม่กล้าปีนขึ้นต้นไม้เลย
คุณก็ไม่มีวัน...ได้ลิ้มรสกับผลไม้ลูกที่ดีที่สุด
บนยอดนั้นได้



-------------------------------------

อัปครบเเล้วจ้าาา มาช้าแต่มานะ555 ไรท์ได้อ่านคอมเมนต์เเล้วมีแต่คนคิดถึงเจ้าตัวเเสบคอสโม่ทั้งนั้นเลย 
แล้วก็... เเท่นเเทนเเท๊นนนน พระเอกของเรามาเเล้วจ้าาตัวเธอ ครั้งเเรกที่เปิดตัวพี่เเกก็รุกเลยอ่าา อยากจะ เเหม่ ไปถึงดาวอังคารถ้าไม่กลัวว่าพี่ท่านจะเตะไรท์ไปดาวพลูโตแทนอ่ะนะ5555 เเล้วเจอกันพรุ่งนี้จ้าาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

111 ความคิดเห็น

  1. #109 jkooktaev (@jkooktaev) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 22:22
    เสนอตัวดูแลขนาดนี้ ผู้ท้าชิงตำแหน่งพระเอกแน่ๆล่ะ!!
    #109
    0
  2. #99 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2562 / 00:21

    นี่รู้จักน้องมันมาก่อนรึป่าวเนี่ย? แหมมม เสนอตัวมากอ่ะ!

    #99
    0
  3. #92 JanZa000 (@JanZa000) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 13:48
    ไม่เคยเจอ แต่จะดูแลแล้ว
    #92
    0
  4. #78 vivivenus (@vivivenus) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 22:02
    เคยเจอกันเหรอ ออกตัวดูแลขนาดนี้ 55
    #78
    0
  5. #77 SUNYADA (@ChayadaNoyhuahat) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 18:47
    มาช้าแต่มาที่คือตายไปเลยจร้าคุณพี่
    #77
    0
  6. #76 Queen-of-flower (@Queen-of-flower) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 11:35

    อยากอ่านต่อแล้วค่ะ
    #76
    0
  7. #75 รักน้องนะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 09:46

    โอ้ยๆๆๆๆเอาแล่วๆๆๆๆๆเฮียแก่กล้าขอนะข้อ3เดวรุกันอิๆ

    #75
    0
  8. #73 2335beer (@2335beer) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 09:08
    ต่อเถอะถึงจะบอกว่าต่อพุ่งนี้แต่อยากอ่านแล้วยัยคอสโม่
    #73
    0
  9. #72 Kazael (@Kazael) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 08:37
    ลงเรือกันดีกว่า
    #72
    0
  10. #71 benz.333 (@nattarika333) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 01:13

    "ผมจะเป็นคนดูแลเขาด้วยตัวเอง" เเก๊! ฉันเขินน
    #71
    0
  11. #70 killer002 (@killer002) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 14:39
    มาเถอะไรท์!!!
    #70
    0
  12. #69 2335beer (@2335beer) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 08:08
    คิดถึงเหมือนกันนนนน เย้ๆๆมาต่อแล้ว รออยุ่ๆๆๆ
    #69
    0
  13. #68 Somiiiii (@Somiiiii) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 07:14
    ชอบมาก รอๆๆๆๆๆๆๆ
    #68
    0
  14. #67 PatcharaMiki (@PatcharaMiki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:31
    สนุกค่า รออ่านนะค่ะ
    #67
    0
  15. #66 Sanipps (@mairuah) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 01:09
    คิดถึงจ้า รออยู่นะคะ
    #66
    0
  16. #65 Bumnimkong (@Bumnimkong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:36
    ชอบมากเลย สนุกมากค่ะ รอติดตามนะคะ
    #65
    0
  17. #64 vivivenus (@vivivenus) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:14
    คิดถึงจ้า
    #64
    0
  18. #63 jigsmile (@jigsmile) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 00:06
    เราคิดถึง ♡
    #63
    0
  19. #62 BE_MINE1611 (@BE_MINE1611) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:53
    เราค่ะ เราคิดถึง <3
    #62
    0
  20. #61 klaozone (@klaozone) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:50
    เราคิดถึงงงงง เอาให้หน้าหงายเลยค่ะ555น้องคอสโม่
    #61
    0