[ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซือจุย x OC ] ยามดอกไม้ร่วงโรยบนเมฆา (END)

ตอนที่ 9 : เปิดเผย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    29 ส.ค. 62


  



เปิดเผย




  เสียงของหยาดฝนกระทบกับห้องพักของฉันจนเกิดเสียง

  

  หลังจากที่ฉันโดนโบยนั้น .. หลินฮุยก็เข้ามาดูแลฉันทันที เธอร้องไห้ แต่ฉันกลับไม่ร้องไห้เลยสักนิด

  

  บาดแผล กลิ่นเลือด ยังคงได้กลิ่นและรับรู้ความรู้สึกว่ามันเจ็บขนาดไหน


  


  ฉันต้องนอนคว่ำเนื่องจากแผลบริเวณหลังทำให้ฉันเจ็บมาก ฉันเริ่มตัดพ้อกับทุกสิ่งว่าต่อจากนี้ฉันควรทำอย่างไร ปริศนาหลี่อี้ ดอกบัว การตายของฟางฮัว ...

  

  สิ่งที่ทำให้ฉันเจ็บปวดมากที่สุดคือ ซือจุยยิ้มให้ฉันทั้งน้ำตา

  

  ฉันหลับตาลง ร่างกายของฉันควรต้องพักผ่อน


 




 

  





   "ฟางฮัว เจ้าทำได้ดีมากในภารกิจครั้งนี้" หลานซีเฉินกล่าวเชยชม หญิงสาวโค้งคำนับอย่างนอบน้อมแต่คนที่อยู่ด้านข้างเธอกลับยิ้มแย้มให้


  

  

  "เจ้าโดนชมบ่อยขนาดนี้ ไม่เบื่อบ้างรึ" หลี่อี้เอ่ยแซวอีกฝ่ายเมื่อพวกเธอทั้งสองออกมาด้านนอกสำนักแล้ว

  

  "เป็นหน้าที่ก็ต้องย่อมทำตามประสงค์" ฟางฮัวกล่าวสั้นๆ ในมือจับกระบี่คู่ใจแน่น

  

  "ฮ่าๆ เจ้าอย่าเคร่งมากไปเลย เย็นนี้ไปจับปลากินดีกว่า" ใบหน้าสวยยกยิ้มอย่างร่าเริง

  

  "อีกแล้วรึ" ฟางฮัวส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอาแต่ก็ไปกับหลี่อี้อยู่ดี

  

  "วันนี้ข้าจะจับปลาให้เจ้าหนึ่งร้อยตัวให้ได้!" อีกฝ่ายพูดพลางทำสีหน้าจริงจัง

   


  ฟางฮัวหัวเราะ












  



  "ฟางฮัว .."

  

  ฉันสะดุ้งตื่นพลางยันตัวลุกขึ้นทันที

  

  "ข้าเอง" ฉันมองใบหน้าของชายหนุ่มในความมืด

  

  "คุณชายโม่" ฉันเอ่ย เขาใช้ยันต์จุดไฟภายในห้อง

  


  ฉันรีบหยิบเสื้อคลุมข้างเตียงมาสวม เว่ยอิงมองฉันด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง เขาถอดหน้ากากออกพลางวางไว้ตรงโต๊ะ

 

 

  "บาดแผลเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

  

  "ดีมากขึ้นแล้วเจ้าค่ะ" ฉันตอบ

  

  "ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย" เขาพูดพร้อมกับนั่งลงตรงเบาะนั่ง

  


  "มิใช่ความผิดคุณชายโม่เลยเจ้าค่ะ" ฉันเข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องขอโทษฉัน

  

  "ซือจุยและจิ่งอี๋เป็นห่วงเจ้ามาก แต่เจ้าไม่ให้ใครพบเลยนอกจากคนดูแลเจ้า" เว่ยอิงพูด

  

  "ข้าแค่ไม่อยากให้ใครเห็นข้าในสภาพนี้" ฉันตอบ ซึ่งมันเป็นความจริง ฉันรู้สึกแย่มาก

  


 "กระบี่เจ้า ถูกทำลายใช่รึไม่" เว่ยอิงถามต่อ ฉันพยักหน้า

 

  

  กระบี่ของฟางฮัวหัก และได้รับการซ่อมใหม่เรียบร้อยแล้ว

  


  "ข้าขอถามได้รึไม่ ทำไมเจ้าถึงเลือกที่จะปกป้องเขา" เว่ยอิงยกไหเหล้าขึ้นดื่ม เขาเข้าประเด็นทันที

  


  "ข้ารู้อะไรบางอย่างที่ข้าไม่ควรได้รู้" ฉันตอบ มองเว่ยอิงด้วยสีหน้าที่แน่วแน่ ฉันตัดสินใจที่จะบอกกับเขา







  "เรื่องช่างน่าประหลาดแท้" เขากล่าวดูไม่แปลกใจอะไรเลยเมื่อฉันเล่าจบ

  

  "ตามจริงข้าอายุยี่สิบหก"

  

  "ข้ารู้เรื่องของพวกท่านทุกคนว่าจะมีจุดจบอย่างไร" ฉันพูดต่อ


  

  เว่ยอิงพยักหน้า ใบหน้าสวยของเขาแค่ยิ้ม


  

  "ท่านไม่ตกใจบ้างรึคุณชายเว่ย?" ฉันถาม

  

  "ข้าแค่คิดไว้อยู่แล้วว่าเจ้าน่ะ 'แปลก' " ฉันถลึงตามองอีกฝ่าย

  

  "แปลกอย่างไรเล่า?"

  

  "เจ้าชอบเข้าหาเรื่องเดือดร้อนยังไงล่ะ เรื่องของเด็กชุนซานนั่นและเรื่องนี้อีก ตามจริงแล้วศิษย์หญิงไม่ควรออกนอกหน้าศิษย์ชายจนเกินไป เด็กชุนซานถึงชอบเจ้ายังไงล่ะ"

  

  "ชอบข้าเพราะว่าข้า แปลก เนี่ยนะ" ฉันหัวเราะ เขามองฉัน เว่ยอิงบอกกับฉันว่า เขารู้เรื่องนี้จากชุนซานโดยตรง เว่ยอิงไปพบเขานั่งเศร้าอยู่ตรงหน้าทางเข้าในยามดึกเพราะแอบออกไปดื่มสุราด้านนอก ซึ่งกฎในกูซูเขาจึงเข้ามาไม่ได้


  

  "ส่วนเรื่องเวินหนิง ข้าขอบคุณเจ้ามาก" เว่ยอิงพูด

  

  "ข้าทำไปเพราะสงสารเขา" ฉันกล่าว ใบหน้าของเขานิ่ง

  

  "เอาล่ะ! ยังไงก็พรุ่งนี้เช้าเจ้าก็ไปเรียนปกติซะนะ พวกเขาเป็นห่วงเจ้ามาก" เว่ยอิงลุกขึ้นพลางถือไหเหล้าในมือ ฉันลุกตาม

  

  "เดี๋ยวก่อน!" ฉันเรียกเขา เว่ยอิงหันมามองฉันหลังจากใส่หน้ากากเรียบร้อยแล้ว

  

  "ท่านไม่อยากฟังเรื่องที่ข้าได้รู้รึ" ฉันถามเขา เว่ยอิงยิ้ม

  

  "ไม่จำเป็น ปล่อยไปตามชะตาเถอะ"













  


  "ศิษย์พี่ฟางฮัว!!" เสียงของซือจุยและจิ่งอี๋เรียกฉันพร้อมกัน พวกเขาทั้งสองวิ่งมาหาฉัน จนบรรดาศิษย์ตระกูลอื่นที่เดินกันอยู่หันมามอง

  

  "ขอบคุณพวกเจ้ามากนะและขอโทษพวกเจ้าด้วย" ฉันพูดพร้อมกับก้มศรีษะลงเล็กน้อย

  

  "ท่านอย่าทำแบบนี้เลยขอรับศิษย์พี่" ซือจุยพูด

  

  "ท่านอาการดีขึ้นก็ดีมากแล้ว" จิ่งอี๋กล่าว ฉันยิ้มให้พวกเขาทั้งสอง


  

  พวกเขาดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากเมื่อฉันนึกถึงความทรงจำของฟางฮัว






  


  ฉันไม่สนใจสายตาทั้งศิษย์หญิงและศิษย์ชายตระกูลอื่นที่มองฉันด้วยสีหน้าแปลกๆ ข่่าวคราวของฉันไปไวเหลือเกิน


  

  เมื่อถึงเวลาเลิกเรียนดั่งเช่นทุกวัน ฉันจึงเดินออกมาตามลำพัง จิ่งอี๋โดนคัดลายมือที่หอหนังสือเนื่องจากเขาโวยวายเล่าเรื่องของฉันว่าสิ่งที่ฉันทำไปไม่ได้เสียหายและมีเหตุผลให้กับกลุ่มศิษย์คนอื่น

  

  ศิษย์พี่คนนี้ขอบคุณเจ้ามากเลย T^T










  

  "ศิษย์พี่" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันหันไปมองซือจุย

  

  "ซือจุย ข้าขอโทษที่ไม่ได้เรียกเจ้าให้ออกมาด้วย เย็นนี้รอจิ่งอี๋แล้วไปกินข้าว—"

  

  "ท่านเลิกยิ้มเสียเถอะขอรับ!" ร่างเล็กของเด็กหนุ่มตะเบ็งเสียง ฉันมองอีกฝ่ายที่สั่นไหว

  

  "ข้าไม่เป็นไรแล้วซือจุย" ฉันหุบยิ้มลงพลางยื่นไปจับไหล่อีกฝ่าย

  

  "ฮึก..ฮือ ข้าเป็นห่วงศิษย์พี่เหลือเกิน" ซือจุยสะอื้น ฉันตกใจ ดีนะที่แถวๆห้องพักฉันไม่ค่อยมีคนเดินพลุกพล่าน

  

  "เจ้าอย่าร้องไห้สิซือจุย" ฉันเข้าไปใกล้เขามากขึ้นพลางยื่นมือเรียวไปซับน้ำตาให้เขา

 

 "ท่านชอบทำให้ตัวเองเจ็บอยู่เรื่อย! ท่านทำให้อารมณ์ของข้าไม่สงบเลย!" ซือจุยยังคงร้องไห้ ฉันหัวเราะแต่ทำไมน้ำตาของฉันถึงไหลออกมาด้วยล่ะ


  

  "งั้นข้าจะพาเจ้าไปเล่นกับพวกเจ้ากระต่าย" ฉันยิ้มมองซือจุยที่ยังคงก้มหน้าสะอื้น



  

  



  กระต่ายสีดำ สีขาวและสีเทา พวกมันกรูเข้ามาหาฉันและซือจุย

  

  "ดูพวกมันสิซือจุย คงคิดถึงพวกเรามากเลยนะ" ฉันพูดพร้อมกับหันไปมองซือจุยที่ยืนเงียบ

  

  "เอาน่า ซือจุย ข้าดีขึ้นแล้วเจ้าอย่าเศร้าไปเลย" ฉันอุ้มกระต่ายยื่นให้เขา

  

  "ขออภัยศิษย์พี่ฟางฮัว ข้าควบคุมอารมณ์ของตัวเองมิได้" เขายิ้มทั้งที่ดวงตาช้ำแดง ซือจุยยื่นมือรับกระต่ายจากฉัน

  

  "เจ้ายังเด็ก ไม่ต้องรีบร้อนหรอก" ฉันพูด เขานิ่งเงียบ

  

  "ซือจุย ข้าขอสาบานว่าข้าจะไม่ทำให้ตัวเองเจ็บตัวอีก" ฉันจับไปที่มือของเขาที่ถือกระต่ายอยู่ ซือจุยเงยหน้ามองฉัน

   

  "ขอรับ" 




  






  เมื่อฉัน ซือจุยและจิ่งอี๋เข้ามาภายในห้องอาหารขนาดใหญ่ พวกเราจึงหาที่นั่งท่ามกลางศิษย์ต่างตระกูลนั่งกันอยู่หลายที่นั่ง

  

  จิ่งอี๋บ่นอิดออดเรื่องที่เขาโดนคัดลายมือ

  

  "ลำบากเจ้าแล้วจิ่งอี๋" ฉันกล่าวขอบคุณเขา

  

  "ไม่เลยขอรับ!" ฉันยิ้ม

  

  "กินเยอะๆเลยนะให้สมแรงที่ทำเพื่อข้า!" ฉันกล่าวอย่างคึกคักจนอีกฝ่ายมองฉันอย่างแปลกใจ จิ่งอี๋ยิ้มพร้อมกับยกถ้วยซุปดื่ม


  

  ฉันมองซือจุยที่นั่งกินข้าวอย่างสงบ เขาคงรู้สึกผิดที่ตัวเองทำตัวแบบนั้นกับฉัน เฮ้อ .. จะรู้สึกผิดทำไมกันล่ะ

  

  ฉันอ้าปากจะถามเขา แต่จู่ๆเหล่าบรรดาศิษย์ชุดคลุมสีเหลืองรูปดอกโบตั๋นก็กรูเข้ามาหาฉัน

  

  "เหอะ! เจ้ายังกล้ามากินข้าวอย่างรื่นรมย์อีกนะ ทั้งที่เมื่อวานเจ้าพึ่งทำอะไรไป!"

  

  ฉันหันไปมองจินหลิงที่ทำสีหน้าเหยียดฉัน

 

   "จินหลิง!! ศิษย์พี่ข้าโดนทำโทษไปแล้ว! จะเอาอะไรกับนางอีกล่ะ!" จิ่งอี๋ตะโกน ฉันยกมือห้ามจิ่งอี๋พลางลุกประจันหน้ากับจินหลิง

  

  ฉันโค้งคำนับจนคนที่เด็กกว่าผงะทันที

  

  "ข้าขออภัยคุณชายจินกับสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้ามีโอกาสได้พบประมุขเจียงอีก ข้าย่อมกล่าวน้อมรับโทษจากเขา" ฉันพูดพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองจินหลิงที่ทำตัวไม่ถูก

  

  "ขะ .. ข้าคิดว่า เจ้าก็ควรทำในสิ่งที่เจ้าพูดซะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร!" เขาเสหน้าไปทางอื่น ฉันยิ้ม

  

  "คุณชายจินอยากจะร่วมกินข้าวกับพวกข้าไหมเจ้าคะ" ฉันถามมองจินหลิง

  

  "ศิษย์พี่!!" จิ่งอี๋ตบโต๊ะด้วยความหงุดหงิด

  

  "จิ่งอี๋ อย่าทำแบบนั้น ข้าก็คิดว่าให้จินหลิงร่วมกินข้าวกับเราก็ไม่เสียหาย" เสียงนุ่มของซือจุยเห็นด้วยกับฉัน

  

  "คิดว่าอย่างไรเจ้าคะ" ฉันถามอีกฝ่าย

  

  "เออ! ก็ได้ ตามประสงค์เจ้า!!" จินหลิงนั่งข้างฉัน เขาสั่งให้ศิษย์ตระกูลจินปล่อยเขาให้กินข้าวกับพวกฉัน


  


  เมื่อเราเริ่มทานกันไปสักพัก จิ่งอี๋ยังคงหงุดหงิดเขากำตะเกียบในมือแน่น

  


  "จิ่งอี๋ ปลาที่เจ้าชอบไง" ฉันใช้ตะเกียบคีบชิ้นปลาลงบนข้าวให้กับเขา

  

  "ขอบคุณขอรับศิษย์พี่!" จิ่งอี๋ดูอารมณ์ดีขึ้น

  

  "ไม่ทานรึเจ้าคะคุณชายจิน" ฉันมองเขาที่นั่งเกร็ง

  

  "ข้า มะ ไม่หิว!"


  

  อ้าว .. อะไรกันเด็กคนนี้


  

  ฉันตัดสินใจใช้ตะเกียบคีบชิ้นเต้าหู้ให้กับเขา


  

 "ทานเสียเถอะเจ้าค่ะ" ฉันยิ้มอีกฝ่ายตกใจ


  "ขอบคุณ .." เขาเริ่มลงมือทาน






  

  "เจ้าอายุมากกว่าข้างั้นรึ เห็นพวกนั้นเรียกเจ้าว่า 'ศิษย์พี่' " จินหลิงถาม

  

  "เจ้าค่ะ ข้าอายุสิบแปด" ฉันบอกอายุของฟางฮัว


  

  "งั้นข้าจะเรียกเจ้าว่า 'ศิษย์พี่' เจ้าก็ต้องเรียกข้า 'จินหลิง' " เขากล่าวพร้อมกับหยิบตะเกียบคีบเต้าหู้เข้าปาก

  

  "อย่ามาให้ข้าขำหน่อยเลย! เจ้าจะเรียกนาง 'ศิษย์พี่' เนี่ยนะทั้งที่เมื่อครู่ เจ้ายังต่อว่านางอยู่เลย" จิ่งอี๋ตะคอกจนอีกฝ่ายที่โดนว่ามองด้วยความโกรธ

  

  "เถอะน่า จิ่งอี๋ — ถ้าเป็นตามประสงค์ของจินหลิงล่ะก็ ข้าก็จะทำตามเจ้าค่ะ" ฉันยิ้มพร้อมกับมองเด็กชายอย่างเป็นมิตร

  

  "ชิ!" จิ่งอี๋เชิดหน้าไปทางอื่น

  

  ฉันหันไปมองซือจุยที่เริ่มชวนคุยกับจินหลิง







TALK

วันนี้มาอัพเร็วค่ะแง กลัวสัปดาห์นี้จะไม่ว่าง - -; ยังไงก็ฝากเล่นแท็ก #เอ็นดูหนูซือจุย ในทวิตเตอร์ด้วยเน้อ ถ้ายังไม่มีใครเล่นเร็วๆนี้ไรท์จะปิดแล้วว เมื่อวันศุกร์ไรท์ลองดูปรมาจารย์ลัทธิมารแบบพากย์ไทยค่ะ เสียงซือจุยแมนมากหมดความน้องงเปลี่ยนเป็นเท่ทันที55555


และไรท์ก็ดูคลิปนักแสดงจินหลิงและซือจุยค่ะ ตลกมาก วิธีลดหน้าบวมตอนแสดงยังไงให้รอด555555


คอมเม้นเป็นกำลังใจด้วยน้าา








  




  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #57 Frostendzx (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 21:17
    น้อนฟางฮัวคงไม่มีเหตุวิชามารมาเอี่ยวหรอกเนอะ;-; ขอให้น้องๆ ได้อยู่ด้วยกันให้พี่ได้เอ็นดูพวกหนูต่อไปเป็นพอออ
    #57
    1
  2. #49 Sakamaki Mayumi (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 23:03

    รู้สึกว่าเวลาที่เราอ่านแล้วสนุกมากเลยค่ะ อ่านได้เรื่อยๆไม่มีเบื่อแล้วก็ลุ้นว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง จะรอตอนต่อๆไปนะคะ
    #49
    1
    • #49-1 RAY MII(จากตอนที่ 9)
      27 สิงหาคม 2562 / 06:58
      ขอบคุณมากๆสำหรับคำชมนะคะ ><
      #49-1
  3. #48 อิกิยะ สึบากิ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 22:51

    ขนมเข่งV2 นี้น่าจับตีก้นซะทีสองที หัวไชเท้าอย่าร้องเลยนะตาหนูมาให้พี่สาวแสนสวย(?)คนนี้กอด(กินเต้าหู้)หน่อยมามะ #กระดิกนิ้ว
    #48
    1
    • #48-1 RAY MII(จากตอนที่ 9)
      27 สิงหาคม 2562 / 06:57
      5555555 มีความเป็นพี่สาวมากก
      #48-1
  4. #47 meilan_k-key-z (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:44

    เราสัมผัสได้ถึงความ'มาม่า'ในอนาคต แต่.....ตอนนี้ขอเสพกับปัจจุบันก่อนแล้วกัน~
    #47
    1
    • #47-1 RAY MII(จากตอนที่ 9)
      26 สิงหาคม 2562 / 22:05
      รอดูต่อไปน้าา อย่าพึ่งสัมผัส---- ><
      #47-1
  5. #46 gcudjehsijdh (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 21:40

    รออยู่น้าาาาน้อวววงอ๊าาาาน่าร๊ากกกกสู้ๆน้าาาาาา
    #46
    1
    • #46-1 RAY MII(จากตอนที่ 9)
      26 สิงหาคม 2562 / 22:04
      ขอบคุณค่าา 😍
      #46-1