[ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซือจุย x OC ] ยามดอกไม้ร่วงโรยบนเมฆา (END)

ตอนที่ 4 : เบาะแสจากเว่ยอิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 202 ครั้ง
    18 ส.ค. 62




เบาะแสจากเว่ยอิง


  


  ยามราตรีที่มืดมิด เสียงของแมลงจิ้งหรีดร้องระงมท่ามกลางความเงียบสงบในอวิ๋นเซินปู้จื้อฉู่ ภายในห้องพักปรากฎร่างของหญิงสาวที่นอนอย่างสงบเข้าสู่ห้วงนิทรา


  ตึก ตึก ตึก ...


  ก็อกๆๆ


  ฉันสะดุ้งเฮือกลุกจากเตียงนุ่มอย่างรวดเร็ว ใครมาเคาะห้องตอนดึกๆดื่นๆกัน ? ฉันหันไปมองตรงประตูปรากฎเงาคนหลายคนยืนอยู่ ฉันถอนหายใจด้วยความโล่งอกพลางหยิบเสื้อคลุมมาคลุมตัวและหยิบกระบี่ที่วางอยู่ข้างเตียงเดินไปหา



  ครืด



  ฉันเลื่อนประตูเปิดมอง ซือจุย จิ่งอี๋และ ... เว่ยอิง ?


  "พวกท่านมีเหตุอันใดกัน" ฉันที่ยังอยู่ในสภาพมึนๆทรงผมยาวยุ่งเหยิง ฉันเผลอหาวต่อหน้าพวกเขา ซือจุยมองฉันด้วยสีหน้าตะลึง


  "เอ่อ .. พวกข้ามาพบท่านเรื่องเบาะแสของท่านหลี่อี้ขอรับ" ซือจุยตอบ ฉันมองเว่ยอิงที่ตอนนี้เดินผิวปาก


  "หลี่อี้ ? แล้วทำไมต้องตอนดึกด้วยเล่า" ฉันถาม กฎบ้านสกุลหลานห้ามออกจากหอนอนยามวิกาลไม่ใช่รึไง


  "เรื่องมันยาวน่ะขอรับ! ท่านกลับเข้าไปแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนเถิด" จิ่งอี๋พูดตัดบทซือจุย ฉันก้มมองสภาพตัวเองก็ไม่ได้ดูไม่เหมาะสมซะหน่อย


  เพื่อความสบายใจของพวกเขา ฉันจึงพยักหน้าก่อนจะเลื่อนเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง ...













  เมื่อฉันแต่งตัวเรียบร้อยและขจัดความง่วงออกไปได้ พวกเราจึงเริ่มประชุมกันตรงหน้าห้องพักที่มีโต๊ะหินและที่นั่ง



  "ข้าขออภัยที่เมื่อสักครู่ทำตัวมิเหมาะสม" ฉันนั่งตัวตรง เมื่อกี้เผลอไปหน่อย ..


  "ไม่เป็นไรขอรับ" ซือจุยกล่าว


  "ขออภัยที่มารบกวนท่านยามวิกาล ข้าและจิ่งอี๋ได้ขออนุญาตท่านหานกวงจินแล้ว พวกข้าตัดสินใจที่จะช่วยท่าน"


  ฉันมองพวกเขาแล้วทำไมเว่ยอิงถึงมาอยู่ด้วยล่ะ


  "ทำไมงั้นรึ .. พวกเจ้ารู้งั้นเหรอ" จิ่งอี๋และซือจุยพยักหน้า ฉันมองพวกเขาด้วยสีหน้าตกตะลึง


  "เหตุที่มายามวิกาลเพื่อมาพบท่าน ผู้อาวุโสโม่รู้อะไรบางอย่างขอรับ ที่จริงพวกข้าอยู่ที่ห้องหนังสือจนดึกกำลังจะกลับไปพักผ่อนแต่ก็บังเอิญพบท่านหานกวงจินและผู้อาวุโสโม่ ผู้อาวุโสโม่ต้องการจะพบท่านอย่างเร่งด่วน"


  "มีอะไรงั้นรึเจ้าคะคุณชายโม่" ฉันหันไปถามเขาที่นั่งอย่างสงบ


  "ข้ารู้เรื่องของเจ้าจากหานกวงจินแล้ว หลี่อี้ที่ตัดสินใจผลักเจ้าลงไปก็เพราะ.." เว่ยอิงเล่าเกี่ยวกับการเชิญดวงวิญญาณสิงสู่เข้าร่าง ทำให้ฉันรู้สึกสับสน


  

  เดี๋ยวนะ หลี่อี้อยากอยู่ในร่างของฟางฮัวน่ะเหรอ ?



  "เจ้าคงไม่รู้ว่าทำไมนางถึงทำแบบนี้แล้วทำไมข้ารู้" เว่ยอิงเดาคำถามในใจฉันถูก ฉันมองหน้าเขาพลางพยักหน้า



  "ข้าแอบเข้าไปในห้องของหลี่อี้" เว่ยอิงตอบ ฉัน ซือจุยและจิ่งอี๋ตกใจ



  "ไอคนเสียสติ นี่เจ้ากล้า!—"




  "ข้าเจอกระดาษแบบร่างยันต์ การทำพิธี แม่นางหลี่อี้เป็นคนสกุลเจินซึ่งเป็นตระกูลเล็ก นางอาจมักใหญ่ใฝ่สูงอยากได้อำนาจ ต่างกับเจ้าฟางฮัว เจ้าสืบเชื้อสายสกุลหลาน เก่งกาจด้านวิทยายุทธ"



  

  เว่ยอิงร่ายยาวตัดบทจิ่งอี๋ ฉันที่ตั้งใจฟังรู้สึกสับสน หลี่อี้ .. เพราะอะไรกัน ความอิจฉาใช่ไหม ? สถานการณ์ดูรวดเร็วเหลือเกิน




  "เจ้าความจำเสื่อม สูญเสียมิตรสหาย คนในตระกูลหลานถึงมิได้บอกกล่าวอะไรเจ้าและพวกเขาคงไม่รู้ว่าแม่นางหลี่อี้ทำเช่นนี้ อีกไม่กี่วันเจ้าก็ต้องเข้าร่วมพิธีศพของนาง" เว่ยอิงพูดต่อ



  

  "ในครานั้นเจ้าคงรู้ว่าหลี่อี้กำลังทำอะไรจึงเกิดเหตุทะเลาะกัน" ฉันมองหน้าเขาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา



  "สาเหตุที่แท้จริงของแม่นางหลี่อี้ .. ทั้งที่เป็นเพื่อนกับเจ้า ข้ามิอาจคาดการณ์สาเหตุได้" เว่ยอิงตอบยังคงมีสีหน้าที่จริงจัง



  "หลี่อี้ นางคิดผิดที่ตัดสินใจทำเช่นนี้ ถ้าต้องการชีวิตใครสักคนก็ต้องแลกด้วยชีวิตของตนเองเสียก่อน .." เว่ยอิงกล่าว จิ่งอี๋ดูไม่พอใจที่เว่ยอิงพูดแบบนี้ส่วนซือจุยขมวดคิ้ว



  ฉันเข้าใจนะ เขาอาจจะหมายถึงโม่เสวียนอวี่อัญเชิญเว่ยอิงเข้ามาอยู่ในร่าง



  "พูดจาเลอะเทอะ! ข้าว่าเจ้าควรกลับไปหาท่านหานกวงจินให้อบรมเจ้าซะ!" จิ่งอี๋ลุกขึ้นด้วยความไม่พอใจ


  "อะไรกันๆ ~ ก็นะ! ข้าคือคนบ้านี่น่า ฮ่าๆๆ" เว่ยอิงหัวเราะเสียงดังท่ามกลางยามราตรีที่มืดมิด


  "ข้ามีของสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ดูเจ้าค่ะ" ฉันที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นมา พวกเขาทั้งสามหันมามองฉัน












  ฉันวางตำราปกลวดลายดอกไม้สีฟ้าลงบนโต๊ะหิน เว่ยอิงไม่รอช้าเขารีบหยิบไปดูทันที


  "ตำราเล่มนี้ดูไม่มีอะไรแอบแฝงหรือลงคาถาอะไร ก็แค่ตำราสวยๆ—"



  จู่ๆก้านดอกไม้ที่เหี่ยวเฉาก็ร่วงลงบนโต๊ะเมื่อเว่ยอิงพลิกหน้าตำราไปเรื่อย



  "แล้วดอกไม้ล่ะเจ้าคะ นางเป็นคนมอบให้ข้า—"



  "ข้าให้กับท่านเอง" เสียงนุ่มเอ่ย



  ฉันมองไปที่ซือจุย เขาเบนสายตาไม่กล้ามองฉัน ซือจุยให้ดอกไม้กับฟางฮัว ?



  "ข้าไม่คิดว่าท่านจะเก็บเอาไว้ขอรับ คือ.. เอ่อ.." ซือจุยยิ้ม



  "ว่ามาสิ" ฉันพูด


  "ข้าเก็บมาให้ท่านเพื่อเป็นการตอบแทนที่ศิษย์พี่ช่วยข้าในการต่อสู้กับภูติผี" ซือจุยพูด



  "เราสนิทกันมากขอรับ" เขายังคงยิ้ม





  สนิท .. งั้นเหรอ




  "เอาล่ะๆ ดึกขนาดนี้แล้ว! พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเสีย" เว่ยอิงตบโต๊ะหินเสียงดัง ฉันและซือจุยดูทำไม่ตัวถูก จิ่งอี๋มองพวกเราด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่งเหมือนเขาเคยชินไปเสียแล้ว



  "ข้าขอลา ต้องขอบคุณ คุณชายโม่" ฉันคำนับเขา อีกฝ่ายที่ดูผู้ใหญ่กว่าพยักหน้า ฉันหันไปกล่าวลาซือจุยและจิ่งอี๋



















  ฉันได้เข้าร่วมพิธีศพของหลี่อี้ที่บ้านสกุลเจิน ศิษย์สำนักตระกูลหลานที่มางานมีฉัน จิ่งอี๋ ซือจุยและหลินฮัว ฉันนั่งมองวั่งจีที่กำลังคุยกับประมุขเจิน


  ตลอดทั้งวันที่เข้าร่วมพิธีฉันเพียงแค่นั่งอย่างสงบไม่ได้ร้องไห้เลยแม้แต่น้อยแต่ฉันรับรู้ได้ว่าความเศร้าโศก เสียงร้องไห้ของพ่อแม่ ญาติเครือและพวกเขาทั้งสามทำให้ฉันรู้สึกเจ็บที่หัวใจขนาดไหน



  เมื่อพิธีจบลง ฉันโค้งคำนับลาประมุขเจินและฮูหยิน พวกเขารู้ว่าฉันเป็นเพื่อนกับหลี่อี้



  ฮูหยินเดินมากอดฉัน เธอกล่าวขอบคุณฉันที่คอยดูแลหลี่อี้ ...



  ความสงสัยและการติเตียนของหลี่อี้ที่อยู่ภายใจของฉันมลายหายไป เมื่อมีสายลมเย็นพัดมา



  เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะการตัดสินใจที่ผิดของหลี่อี้งั้นเหรอ
















  หนึ่งเดือนต่อมา


  เสียงกระบี่ฟาดไปกับสายลมจนเกิดเสียง ร่างอรชรเคลื่อนไหวอย่างงดงาม เหงื่อผุดขึ้นบนใบหน้าเล็ก ชุดสีฟ้าเปรอะไปด้วยคราบดินแต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจที่ชุดของเธอเปื้อน


  ฉันทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นดินอย่างหมดแรง กระบี่ของฟางฮัวเบามือและฉันเริ่มถนัดในการจับแล้ว ฉันได้เริ่มฝึกยิงธนูในป่าทุกคืน ฝึกกระบี่ทุกเช้าเย็นและการเคลื่อนไหวเหาะเหินบนอากาศ


  ฉันก้มมองมือทั้งสองของตัวเองที่มีแผล รอยฟกช้ำ บ่งบอกได้ว่าฉันหักโหมตัวเองมากขนาดไหน



  ฉันได้อภิสิทธิ์ในการที่ไม่ต้องเรียนในสำนักแต่ต้องฝึกตนในป่าแห่งนี้เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมามีวิทยายุทธแกร่งกล้าได้เหมือนเดิม




  แซก แซก ...




  ฉันที่นั่งคิดอะไรไปเรื่อย หันไปมองทางด้านหลัง ฉันลุกขึ้นจากพื้นดินของผืนป่า พวกเขามาหาฉันเหรอ ? แต่นี่ยังไม่หมดเวลาเรียนในสำนักเลยนะ



  ฉันค่อยๆเดินไปหาต้นเสียงพลางจับกระบี่



  ชุดสีฟ้าของใครบางคนปลิวไสวจนฉันเก็บกระบี่ลง คนในสกุลหลานนี่เอง


  "เจ้า .. นี่มิใช่เวลาพักนะ กลับไปเรียนต่อเสีย" ฉันบอก แต่หญิงสาวที่ยืนหันหลังอยู่นั้นก็ยังไม่หันมา


  "เจ้าได้ยินข้ารึไม่" ฉันเรียกเธอเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล



  ใบหน้ามนหันมามองหน้าฉัน ดวงตาเรียวคมสีน้ำตาลมองฉันอย่างเศร้าสร้อย ผมยาวถูกรวบตรึง


  ฉันไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน



  หลี่อี้ ...



  "ฟางฮัว ข้าขอโทษ" เธอกล่าวพลางหันหน้ากลับแล้วเดินออกไป ฉันร้องเรียกเธอและวิ่งไปหา แต่ร่างของหลี่อี้กลับหายไป











  ฉันมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเหม่อลอย


  "ศิษย์พี่ฟางฮัว!" เสียงของซือจุยเรียก


 

  ฉันสะดุ้ง มองจิ่งอี๋และซือจุยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม



  "พรุ่งนี้ยังไงต่อนะ .." ฉันใช้ตะเกียบคีบเต้าหู้ทอดวางตรงถ้วยข้าวของตน



  "ทางตระกูลหลายสำนักจะส่งศิษย์ในตระกูลของตนเข้าศึกษาร่ำเรียนขอรับ"


  "ท่านแทบไม่ได้ทานเลยศิษย์พี่ฟางฮัว" จิ่งอี๋พูดขึ้น ฉันมองข้าวของพวกเขาที่ทานเกือบหมดแล้ว



  "ข้าไม่ค่อยหิวน่ะ" ฉันแสร้งยิ้มพลางวางตะเกียบลง


  "มือของท่าน .. เจ็บสินะขอรับ" ซือจุยกล่าว



  ถุงใส่สมุนไพรยื่นมาตรงหน้าฉันพร้อมกับรอยยิ้มของเด็กหนุ่มทั้งสอง



  "พวกข้าเก็บมาให้ท่าน หวังว่าจะหายในเร็ววัน" จิ่งอี๋พูดฉันยิ้มกล่าวขอบคุณ


  "พวกเจ้ามิต้องคอยดูแลข้ามากก็ได้ หลินฮุยก็คอยอยู่ดูแลข้าอยู่แล้ว" ฉันพูดด้วยความเกรงใจ


  "พวกข้าจะคอยอยู่ดูแลศิษย์พี่จนกว่าท่านจะกลับมาเหมือนเดิม!" จิ่งอี๋กล่าวอย่างกระตือรือร้น



  ฉันพยักหน้าพลางยกยิ้ม



  "ศิษย์พี่ฟางฮัว ข้ามีอีกสิ่งหนึ่งที่จะมอบให้กับท่าน" ซือจุยยื่นถุงเล็ก ฉันรับมาก่อนจะคลี่เปิดออก



  บรรดาดอกไม้เล็กๆสีขาวส่งกลิ่นหอมทันทีเมื่อฉันเปิดออก มันช่างสวยและน่ารัก



  "ข้าว่าข้าเก็บมาเยอะไป" ซือจุยพูด ฉันส่ายหน้าไปมา



  "ดอกไม้ดอกนี้นำไปทำชาได้ ขอบใจเจ้ามากซือจุย" ฉันยิ้ม มองซือจุยที่หน้าแดง









TALK



มาอัพต่อแล้วค่ะ ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ซีรี่ส์จบแล้ววอยากให้มีต่อจังง ToT แต่นักแสดงจะมาไทยค่ะ!ตื่นเต้นน .. พรุ่งนี้ 'อาจจะ' อัพนะคะ


คอมเม้นเป็นกำลังใจด้วยนะคะ : )
















S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 202 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #53 Frostendzx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:46
    เอ็นดูน้องแลงมากกก
    #53
    0
  2. #20 อิกิยะ สึบากิ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 22:33
    อยากจะฟัดดด แง่งงงง หัวไชท้าวของพรี่!!!
    #20
    1
    • #20-1 RAY MII(จากตอนที่ 4)
      20 สิงหาคม 2562 / 07:36
      ไม่ต่างกับไรท์ค่ะะะ
      #20-1
  3. #12 AKASHI. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 16:44
    แง๊ ซือจุยน่ารักอ้ะ
    #12
    1
    • #12-1 RAY MII(จากตอนที่ 4)
      18 สิงหาคม 2562 / 17:32

      เอ็นดูมากค่าา
      #12-1
  4. #11 Kuizumi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:49

    น่าร้ากกกกก งุ้งงิ้งๆ
    #11
    1
  5. #10 meilan_k-key-z (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 18:21

    โถ่~ซือจุยเอ๋ยยยย ตายแล๊วววว น่ารักจริงๆ

    #10
    1
    • #10-1 RAY MII(จากตอนที่ 4)
      17 สิงหาคม 2562 / 18:33
      ช่ายยย
      #10-1
  6. #9 Phatusanime (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:35
    โธ่ หัวผักกาดน้อย ซื่อจริงจริ๊งงง
    #9
    1
    • #9-1 RAY MII(จากตอนที่ 4)
      17 สิงหาคม 2562 / 16:02
      ซื่อมากๆเลยย >[]<
      #9-1