[ ปรมาจารย์ลัทธิมาร ซือจุย x OC ] ยามดอกไม้ร่วงโรยบนเมฆา (END)

ตอนที่ 11 : ตระกูลเนี่ยแห่งชิงเหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,481
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 174 ครั้ง
    31 ส.ค. 62

  


ตระกูลเนี่ยแห่งชิงเหอ




  "ข้าให้"

  

  

  หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายที่ยิ้มแฉ่ง ฟางฮัวมองตำราปกลวดลายดอกไม้ที่เพื่อนสนิทของเธอยื่นให้

  


  "ไม่ชอบรึ?" หลี่อี้ถามเมื่อเห็นฟางฮัวนิ่งไป

  

  "ข้าชอบ ขอบคุณ" เธอกล่าวก่อนจะรับมา

  

  "ข้าเห็นตำราเล่มนี้แล้วนึกถึงเจ้า" อีกฝ่ายยิ้ม

  

  "เห็นข้าชอบเรียนหรอกรึ?" ฟางฮัวกล่าวอย่างหยอกล้อ หลี่อี้ส่ายหน้า

  

  

  "ดูลวดลายตรงปกสิ 'ดอกไม้' ไง" เธอมองหลี่อี้ที่ยิ้มกว้าง













  



  ฉันเริ่มรู้สึกตัวเมื่อร่างกายได้พักผ่อนไปเยอะแล้ว เสียงพูดคุย เสียงของเกวียนม้าที่ยังคงลากเข้ามาในโสตประสาทของฉัน

  

  ฉันลืมตา มองซือจุยที่ส่งยิ้มเล็กๆให้

  

  "ตื่นแล้วรึขอรับ"

 

 

  ฉันผงะ รีบลุกขึ้นนั่ง




  ฉันเผลอพิงไหล่ซือจุย...

  


  "ขะ ขอโทษ" ฉันพูดพลางมองบรรดาศิษย์คนอื่นที่หลับบ้าง พูดคุยกันบ้าง

  

  "เฮ้อ.." จินหลิงถอนหายใจ เขานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามฉันและดูเขาจะไม่ชอบการนั่งเกวียนม้า

  


  ศิษย์ตระกูลหลานและตระกูลอื่นได้รับสารจากประมุขหลานโดยพร้อมเพรียงกันว่าให้พวกเราทุกคนเดินทางไปที่ 'แดนอสุภ' ของตระกูล เนี่ย เพื่อเข้าร่วมประลองวิทยายุทธ

  

  การนั่งเกวียนม้าก็จำเป็นสำหรับพวกเราเนื่องจาก แดนอสุภนั้นตั้งอยู่หน้าผาของภูเขาและห่างไกลจากกูซู จะเดินทางด้วยการเหาะกระบี่ใช่ว่าจะรวดเร็วรวมถึงจำนวนคนที่เยอะ ยากต่อการดูแลถ้ามีภูติผีปีศาจจู่โจม


  

  เราเดินทางด้วยเกวียนม้าสองวันแล้วและวันนี้เป็นวันที่สาม ฉันมองดวงตะวันที่โผล่ขึ้นท้องฟ้า

  


  เวลาผ่านไปสักพักเกวียนม้าจึงหยุดแวะพัก พวกคนบังคับเกวียนบอกกับพวกเราว่าใกล้ถึงแดนอสุภแล้ว พวกเราจะเหาะกระบี่เดินทางต่อเลยก็ได้

  


  ฉันย่อตัวกวักน้ำในลำธารล้างหน้า จิ่งอี๋ยืนบิดขี้เกียจข้างๆตัวฉัน ส่วนจินหลิงก็ยังคงบ่นว่าเขาหิวและไม่ได้พักผ่อนเลย

  


  ความทรงจำของฟางฮัวก็เข้ามาเป็นนิมิตเรื่อยๆเมื่อฉันหลับ...

  


  "ศิษย์พี่ฟางฮัว กระบี่ขอรับ" ซือจุยยื่นกระบี่ให้ ฉันลุกขึ้นพลางใช้ผ้าเช็ดบนใบหน้าพลางกล่าวขอบคุณซือจุยที่เขาเอากระบี่มาให้ฉัน

  

  "ข้าล่ะเบื่อเสียจริง!ทำไมประมุขหลานถึงไม่สั่งให้เราไปที่หลานหลิงหรืออวิ๋นเมิงก่อนล่ะ! อากาศก็ร้อน!" จินหลิงบ่น เขาย่อตัวลงล้างหน้าด้วยความหงุดหงิด


  

  "เจ้าก็สบายน่ะสิ ตระกูลสองตระกูล พ่อแม่เจ้า—" จิ่งอี๋เงียบไปมองจินหลิงที่ฟังเขาพูดอยู่

  

  

  "เอ่อ..รีบๆเข้าล่ะ" จิ่งอี๋เดินออกไป


  



  ฉันกับซือจุยรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว พวกเราจึงเลือกที่จะเงียบหลังจากวันนั้นฉันทำโทษพวกเขาโดยการทำต้มยำปลาให้พวกเขากิน จิ่งอี๋ดูสงบไม่ค่อยโวยวายจินหลิงเท่าไรแล้ว

  

  หรือเหตุผลจริงๆแล้วอาจจะเป็นเพราะว่าจิ่งอี๋เข้าใจจินหลิงมากขึ้นก็ได้


  

  ฉันมองจินหลิงที่ใช้มือจับผมยาวของตนไปทางด้านหลังเพราะผมของเขาเปียก เขามองฉันพลางทำสีหน้างง

  


  ฉันอดสงสารเขาไม่ได้จริงๆ ...













  



  ฉันขอลบความคิดออกไปว่าจิ่งอี๋เข้าใจจินหลิง ...




  จื่อเจินจับจินหลิงส่วนซือจุยจับจิ่งอี๋กันไม่ให้พวกเขาปะทะกัน เรื่องของเรื่องก็คือจินหลิงเผลอไปเหยียบเสื้อคลุมของจิ่งอี๋

 

  
  ฉันทำหน้าเอือมมองเหตุการณ์ตรงหน้า ขนาดพวกเรามาถึงกันตรงหน้ากำแพงสูงตระหง่านของแดนอสุภแล้วพวกเขาก็ยังคงทะเลาะกัน

  

  เสียงกลไกของกำแพงค่อยๆเปิดขึ้น พวกเขาจึงหยุดทะเลาะกัน ฉันเงยมองกำแพงสูงใหญ่ที่ตระการตาและดูน่าเกรงขาม












  


  เมื่อพวกเราทุกคนเข้ามาด้านในห้องโถงใหญ่ที่ดูโอ่อ่า ฉัันกวาดสายตามองรอบๆด้วยความรู้สึกว่าที่แห่งนี้ดูแข็งแกร่งและงดงามต่างจากกูซู


  

  "ขอต้อนรับ โปรดตามข้ามา เหล่าท่านประมุขรอพวกท่านอยู่" ฉันหันไปมองศิษย์ตระกูลเนี่ยที่คำนับให้พวกฉัน


  

  จิ่งอี๋และจินหลิงดูจะสงบมากขึ้น พวกเขาคงรู้หน้าที่กันอยู่แล้วสินะ


  

  เสียงของการเดินดังกึกก้องตามทาง ฉันจับกระบี่แน่น


  

  "ศิษย์พี่ ไม่ต้องประหม่าหรอกขอรับ" ฉันหันไปมองซือจุยที่ยิ้มให้กับฉัน


  

  "ขอบคุณเจ้ามากซือจุย" ฉันยิ้ม







 



  



  เมื่อเรามาถึงตำหนักเซียน ศิษย์ตระกูลเนี่ยเปิดประตูบานใหญ่ เขาหลีกทางบอกให้พวกเราเข้าไปด้านใน

  

  ประมุขหลาน ประมุขเจียงและประมุขเนี่ยนั่งรอพวกเราอยู่ด้านบนก่อนแล้ว


  

  "คารวะท่านประมุขหลาน ประมุขเจียงและประมุขเนี่ย!" ทุกคนรวมถึงฉันโค้งคำนับ

  


  ฉันมองเนี่ยหวายซังที่ถือพัดประจำตัวของเขา เขาโบกพัดและมีสีหน้าที่ดูเหมือนกำลังฝืนยิ้มอยู่

  


  "พวกเจ้าคงเดินทางกันมาเหนื่อย..แต่ข้าจำเป็นต้องมีเรื่องประกาศ" เสียงนุ่มของซีเฉินพูด ฉันมองเจียงเฉิงที่นั่งนิ่ง เขาดูต่างจากวันที่เจอเวินหนิงมาก

  

  "พรุ่งนี้จะมีการประลองวิทยายุทธของพวกเจ้าและประมุขเนี่ยจะอธิบายกฎให้พวกเจ้าฟัง" เขากล่าว พวกเราจึงหันไปมองเนี่ยหวายซัง ใบหน้าของเขาเลิ่กลั่กและลุกยืนขึ้น

  

  "ข้า..เอ่อ..ข้า"


  

  "ทำไมท่านอาถึงไม่มา..." จินหลิงพูดพลางมองซ้ายขวา


  

  "จะ..มีกระดาษม้วนแจกให้พวกเจ้า และภารกิจจะจารึกอยู่ในนั้น" เนี่ยหวายซังกล่าวจบก็มีศิษย์ตระกูลเนี่ยเดินมาแจกให้พวกเรา


  


  ฉันไม่รอช้าเปิดดูกระดาษทันที

  


  มีสามภารกิจ

  


  ภารกิจที่หนึ่ง เอาตัวรอดในป่าหนึ่งคืนเต็มและหากระดาษรูปหมูป่าที่ติดอยู่ตรงต้นไม้สามแผ่น ภารกิจถึงจะลุล่วง

  

  ภารกิจที่สอง ล่าภูติผีให้ได้ครบตามจำนวน ต้องช่วยกันเป็นกลุ่มตระกูล ห้ามจับกลุ่มกับตระกูลอื่นเด็ดขาด

  

  ภารกิจที่สาม เดินทางไปตระกูลเจียง


  


  เมื่อฉันอ่านจบก็หันไปมองซือจุย จิ่งอี๋ จื่อเจินและจินหลิงที่มีสีหน้าจริงจัง

  


  จินหลิงดูกระอักกระอ่วนใจเขาเงยหน้าขึ้นมองเจียงเฉิง

  


  "จินหลิง เจ้ามีอะไรรึเปล่า" ฉันเดินเข้าไปถามเขาท่ามกลางเสียงพูดคุย

  

  "ข้าแค่สงสัยว่าท่านอาของข้า..ประมุขจิน ทำไมถึงไม่มาด้วย" เขาตอบ


  


  จินกวงเหยาจะมาที่แดนอสุภนี่ .. ทั้งที่ฆ่า เนี่ยหมิงเจี๋ย ประมุขคนเก่าไปเนี่ยนะ ฉันรู้สึกสับสนจนถึงกับกำมือแน่น

  


  ฉันมองไปที่จินหลิงที่ยังคงทำสีหน้ากลุ้มใจ

  


  "ไว้เจ้าค่อยถามเขาตอนช่วงพักก็ได้" ฉันแนะนำ

  


  ฉันมองเจียงเฉิง ซีเฉินและหวายซังที่ดูคุยกันอย่างเคร่งเครียด พวกเขาลุกจากที่นั่งเดินกันออกไป

  


  ฉันคิดว่าจะไปกล่าวขอโทษเจียงเฉิงแต่สถานการณ์ตอนนี้น่าจะยังไม่พร้อม

 

 


 













  


  เมื่อพวกเราต่างได้พักผ่อนกันตามอัธยาศัย ฉันที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็ออกจากห้องพักพร้อมกับกระบี่ฮวา

  


  "ขออภัยศิษย์พี่ที่ไม่ได้ติดตามท่านเลย" หลินฮุยกล่าว ฉันมองคนข้างตัว

  

  "ไม่เป็นไร มีซือจุยและจิ่งอี๋อยู่ด้วย ข้าก็ไม่ต้องลำบากเจ้าหรอก" ฉันยิ้ม



  

  เมื่อพวกเราเข้ามารวมตัวนั่งทานอาหารเย็น ฉันทึ่งกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า เมนูเนื้อ และดูเยอะต่างจากกูซูที่ส่วนมากจะเป็นเมนูผักจนฉันชินไปแล้ว

  

  คืนนี้คงอิ่ม หลับสบายแน่ๆ












  



  ฉันเดินออกมาสูดอากาศด้านนอกลำพัง พลางมองท้องฟ้าที่มีดวงดาวพรั่งพรายกระจายอยู่บนท้องฟ้า ลมราตรีอ่อนๆทำให้ฉันรู้สึกสดชื่น

  


  เสียงอะไรบางอย่างมาอยู่ด้านหลัง ฉันหันไปมอง...


  


  "แฮ่!!"


  


  ฉันสะดุ้งเฮือก หยิบกระบี่ไปจ่อคอของใครบางคน

  


  "ฟางฮัว ข้าเอง"

  


  ฉันเพ่งมองร่างของเขาในความมืด

  


  "คุณชายเว่ย?" ฉันเก็บกระบี่เข้าฝัก

  

  "เจ้าดูว่องไวขึ้นนะ กระบี่แทบจะเฉือนคอข้า" เว่ยอิงหัวเราะร่า

  

  "ก็ท่านเข้ามาทักแบบนั้น .. ขออภัย เหตุใดท่านถึงมาที่นี่ได้" เว่ยอิงที่ยังคงสวมหน้ากากมองฉัน


  

  "ข้าตามหลานจ้านมา"

  

  "ประมุขเจียงก็อยู่ที่นี่นะเจ้าคะ" ฉันมองเว่ยอิงและเข้าใจดีว่า เขาคงไม่อยากเจอเจียงเฉิง

  

  "เขาคงไม่รู้หรอก เจ้าอย่ากังวลใจแทนข้าเลย—ว่าแต่พรุ่งนี้เจ้าเริ่มประลองแล้วสินะ" อีกฝ่ายถาม

  

  "เจ้าค่ะ ข้าก็ยังกังวลใจอยู่แต่ข้าก็ต้องทำให้ได้" ฉันพูด

  


  "ให้ข้าช่วยไหมล่ะ" เว่ยอิงกอดอกพลางยกยิ้ม










TALK


มาต่อแล้วว คอมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ><


เมื่อไรเวินหนิงจะออกมีบทน้าา





 



 




 

ASHLEY
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 174 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

227 ความคิดเห็น

  1. #77 chyanin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 10:35
    อาหนิงงงงงงงง
    #77
    1
    • #77-1 RAY MII(จากตอนที่ 11)
      7 กันยายน 2562 / 12:04
      ชอบน้องง ><
      #77-1
  2. #68 Frostendzx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 15:50
    น้องๆไว้ใจแม่ได้ใข่มั้ยคะ555555
    #68
    1
  3. #67 อิกิยะ สึบากิ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 14:48
    ให้ช่วย(?)

    ข้ารู้สึกถึงความวุ่ยวายและความไม่สงบ อยู่กับแม่เว่ยไว้ใจได้หรือ 5555
    #67
    1
    • #67-1 RAY MII(จากตอนที่ 11)
      31 สิงหาคม 2562 / 14:54
      55555 ไว้ใจได้แน่นอน><
      #67-1
  4. #66 Phatusanime (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 14:25
    ไปถามอาหวายซัง นางคงตอบว่า'หว่อปู้จื่อเต้า'ท่าเดียว5555
    #66
    1
    • #66-1 RAY MII(จากตอนที่ 11)
      31 สิงหาคม 2562 / 14:54
      ข้าไม่รู้55555
      #66-1