[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 36 : [All to you] Chapter 32 – Coming down

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,452
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    12 พ.ย. 60



Chapter 32 – Coming down








"ลิซ!" 

ลลิสาเงยหน้าจากอาหารที่กำลังตักใส่จานตามเสียงเรียกที่ดังมาจากโต๊ะอาหาร มองร่างที่ยืนมองบางสิ่งอยู่

"หืม"

"นี่อะไร?" มินยุนกิยกจานสีชมพูรวมทั้งช้อนลายคิตตี้สีเดียวกันขึ้นมาถือ ขณะเอียงคอถามเธอ

"ช้อนกับจานไง" เธอตอบด้วยใบหน้าที่พยายามกลั้นยิ้มขำ วางอาหารจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ

นึกแล้วเชียวว่าเขาต้องโมโห

"จะให้ใช้เจ้าพวกนี้จริง ๆ เหรอ" 

"ทำไมอ่ะ มันไม่น่ารักเหรอ" แสร้งทำเสียงซื่อ ๆ ขัดกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มี มินยุนกิแทบสตั้น 

หญิงสาวมองหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเขาแล้วก็นึกเห็นใจอยู่เหมือนกัน เธอเพิ่งเปลี่ยนชุดถ้วยชามในครัวเมื่อสองวันก่อน ความจริงไม่ได้ตั้งใจให้เขาต้องใช้อะไรที่หวานแหว๋วขนาดนี้หรอก เพียงแค่คิดว่ามันน่ารักดีเลยซื้อจานสีชมพูและเจ้าช้อนคิตตี้มาสองชุด วันนี้ได้โอกาสจึงลองนำมันมาใช้เพื่อดูปฏิกิริยาของเขาแค่นั้น

แล้วมันก็ไม่เกินกว่าที่คาดไว้ มินยุนกิคงแทบอยากโยนมันทิ้งเสียตั้งแต่ในนาทีแรกที่เห็น ติดอยู่ที่ว่าเธอเป็นคนซื้อมากับมือ

"น่ารักดีออกนะ" เธอยังเอ่ยต่อเมื่อทิ้งร่างลงนั่งตรงข้ามเขา หยิบช้อนคิตตี้ของตนขึ้นมาตักอาหารพลางลอบมองคนที่นั่งนิ่งอยู่นาน

มือหนาหยิบช้อนขึ้นมาถือและจ้องมองมันชั่วครู่หนึ่งราวกับพยายามทำใจ ข่มใจอยู่นานก็ยังไม่อาจใช้งานมันได้ ท่าทางฝืนใจเต็มทนนั้นทำให้ร่างเล็กต้องระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น

"สนุกมากมั้ย" เขามองจ้องคนที่หัวเราะอย่างเอาเป็นเอาตายราวหมั่นเขี้ยว

"ก็นิดนึง" ตอบพร้อมส่งยิ้มแป้น จากนั้นจึงขยับร่างลุกขึ้นยื่นมือไปหยิบจานและช้อนเจ้าปัญหา

"เดี๋ยวเปลี่ยนใหม่ให้ก็ได้" 

สุดท้ายลลิสาก็ไม่อาจฝืนให้เขายอมใช้งานช้อนและจานชุดนี้ต่อ เพราะประเมินคร่าว ๆ แล้ว ขืนยังดื้อดึงบังคับให้เขาใช้งาน เธอคงได้ทานข้าวไปหัวเราะไปแบบนี้จนจบมื้อ หรือไม่ทั้งจานและช้อนอาจต้องถูกอัปเปหิจากโต๊ะอาหารลงไปนอนกองอยู่ในถังขยะเป็นแน่

หลังอาหารมื้อเย็นผ่านพ้นไป ร่างเล็กรีบพาตัวเองมานั่งยังโซฟาหน้าทีวี ตั้งใจว่าจะดูหนังต่อจากที่ค้างเอาไว้เมื่อหลายวันก่อนให้จบแล้วค่อยไปทำรายงานที่ยังเหลืออยู่นิดหน่อยนั้น 

ยังไม่ทันที่เธอจะได้กดเปิดทีวีด้วยซ้ำ รีโมตก็ถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา พร้อมร่างที่เบียดแทรกลงบนโซฟา

"คุณ!" เธอหันมองคนที่เหลือบสายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนหันไปสนใจหน้าจอทีวีต่อ

"ฉันกำลังจะดูหนังนะ" 

"อยากดูเหมือนกัน" เขาตอบพร้อมกดเปิดหนังที่ชอบขึ้นมา

"ไม่ได้นะ ฉันมาก่อน" เธอเอ่ยแย้ง

เขานี่นะนึกครึ้มอะไรถึงอยากดูหนังตอนนี้ ปกติเวลานี้ต้องขลุกตัวอยู่ในสตูดิโอไม่ใช่หรือไง 

ทำแบบนี้มันจงใจแกล้งเธอชัด ๆ เลย

"ไม่ดูเรื่องนี้ ไม่ชอบ" ลลิสาเริ่มโวยวายพยายามยื้อแย่งรีโมตในมือเขาแม้รู้ว่ามันไม่เคยได้ผลเลยสักครั้ง

"ดูเรื่องนี้แหละดีแล้ว ดูแต่การ์ตูนเป็นเด็กไปได้ ไม่เบื่อบ้างเหรอ" เขาหันมองเพราะรู้ว่าเธอเองชอบดูหนังประเภทไหน

เหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์แสนสวยที่มีอยู่จริงแค่ในโลกของนิทาน บางเรื่องเขาเคยเห็นเธอดูซ้ำได้เป็นสิบ ๆ รอบ นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่าชอบอะไรนักหนา

"ไม่เบื่อ ทีคุณยังชอบดูอะไรแบบนี้เลย ฆ่ากันทั้งเรื่องไม่เห็นสนุก"

"เจ้าหญิงพวกนั้นก็เพ้อฝันทั้งเรื่องเหมือนกัน สนุกตรงไหน" เขาเถียงกลับ 

ลลิสาแทบควันออกหู ว่าอะไรก็ว่าได้แต่มาว่าเหล่าเจ้าหญิงสุดโปรดของเธอนี่ยอมไม่ได้เด็ดขาด 

"ก็สนุกกว่าหนังห่วย ๆ ของคุณก็แล้วกัน"

"ห่วย?"

"ใช่" เธอลอยหน้าตอบ มินยุนกิอ้าปากค้าง 

จังหวะนั้นเองที่ร่างเล็กโถมตัวเข้าหาแย่งรีโมตจากมือเขาได้เป็นครั้งแรกในชีวิต เธอรีบกดเปลี่ยนไปดูหนังที่เธอตั้งใจไว้ทันที ไม่กี่วินาทีจากนั้นลลิสาก็ต้องร้องเสียงหลงเพราะรีโมตที่แย่งมาด้วยความยากลำบากถูกเขาแย่งกลับไปได้อย่างง่ายดาย 

"อ๊ะ...ยุนกิ!" 

"อยู่นิ่ง ๆได้มั้ย" เขาทำเสียงดุ

"ไม่" ไม่เพียงปฏิเสธ เธอยังพุ่งตัวเข้าหาเขาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนวิชามวยปล้ำที่เธอเคยภาคภูมิใจว่าฝึกปรือมาเป็นอย่างดีเพราะสู้กับจีซูทีไรชนะได้ทุกครั้งจะถูกทำลายลงได้ง่ายดาย มันไม่เคยเอาชนะเขาได้เลยสักครั้งเดียว

ครั้งนี้ก็เช่นกัน...

มินยุนกิคว้าร่างที่ดิ้นขลุกขลักไปมานั้นไว้ด้วยแขนทั้งสองข้าง เพียงชั่ววินาทีร่างที่จู่โจมเขาก่อนก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบ เพราะถูกกักด้วยแขนแข็งแรงที่รัดแน่นชนิดที่ว่าต่อให้เธอดิ้นรนจนเหนื่อยก็ไม่ยอมคลายออก

"หยุดดิ้นแล้วก็นั่งเฉย ๆ"

"ปล่อย หายใจไม่ออกแล้ว" เธอโวยวายและดิ้นขลุกขลักไปมา แต่มินยุนกิไม่สนใจ 

เขาปล่อยให้ร่างเล็กพยายามอยู่แบบนั้นกระทั้งท้ายที่สุดเธอก็ต้องยอมแพ้และหยุดดิ้นรนไปเอง

"เห้อ เหนื่อยแล้วนะ" เสียงพึมพำกับตัวเองดังออกหลังพยายามอยู่นานแต่ไร้ผล

"ถ้าหยุดดิ้นตั้งแต่ครั้งแรกก็ไม่ต้องเหนื่อยฟรีแบบนี้หรอก" คนที่นั่งซ้อนอยู่ข้างหลังเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ ๆ ลลิสาแหงนเงยขึ้นมองเขาในทันที

นี่เขาหาว่าเธอโง่อีกแล้วนะ

"ชิ" เธอเบ้ปาก มินยุนกิคลี่ยิ้มก่อนจะยอมกดเปลี่ยนโปรแกรม

"เห็นแก่ความพยายาม แฟร์ ๆ คนละครึ่งทางมั้ย"

"ยังไง" 

"เปิดเจอเรื่องไหนก็ดูเรื่องนั้นละกัน"  

"ได้"

"ไม่ได้บอกว่าจะให้เปิดเอง" เจอเขาดักคอแบบนั้นลลิสาต้องชะงัก วิธีโกงที่อยู่ในหัวจำต้องพับเก็บกะทันหัน

ทำไมถึงชอบรู้ทันเธออยู่เรื่อยเลย

มือหนาปล่อยร่างเล็กเป็นอิสระก่อนกดรีโมตเปลี่ยนโปรแกรมหนังให้ ดูเหมือนเรื่องที่กดไปเจอจะไม่ใช่เรื่องโปรดของทั้งเขาและเธอ

"เรื่องอะไรอ่ะ"

"ไม่รู้สิ" เขาเอ่ยตอบ 

นั่งดูหนังกันไปได้สักพัก ลลิสาก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศแปลก ๆ ที่มี ดนตรีประกอบแบบนี้ บรรยากาศในหนังเงียบ ๆ แบบนี้มันคุ้น ๆ ขึ้นทุกที

"ย...ยุนกิ" เธอยกมือดึงเสื้อเขาพลางเบียดร่างเข้าหาโดยอัตโนมัติ ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ฉากสำคัญของหนังก็ปรากฏขึ้นพร้อมเสียงเอฟเฟคดังลั่นที่ทำให้ลลิสาตกใจจนแทบส่งเสียงกรีดร้อง 

ชัดเลย นี่มันหนังผีชัด ๆ!

"ยุนกิ ไม่ดูแล้วได้มั้ย" เธอบอกเขาทั้งที่ยังหลับตาไว้ 

มินยุนกิหันกลับมามอง เขานิ่งไปชั่วครู่หนึ่งก่อนกดปิดทีวีโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องร้องขอเป็นครั้งที่สอง คนที่หลับตานิ่งค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหันมองเขาด้วยความแปลกใจ 

ทำไมคราวนี้ว่าง่ายจัง 

"กลัวผีเหมือนกันเหรอ"

"เปล่า" เขาปฏิเสธขณะลุกขึ้นยืน 

ลลิสาค่อย ๆ คลายความกลัวที่มีก่อนหน้านั้นลงเมื่อเห็นท่าทางของเขา ใบหน้าสวยระบายยิ้มเมื่อจับได้ว่าเมื่อกี้เขาก็กลัวมากเหมือนกัน 

"กลัวก็บอกมาเหอะน่า" ร่างเล็กเด้งตัวขึ้นจากโซฟาก้าวตามร่างของเขาไปพร้อมส่งยิ้มล้อ

"จริง ๆ เมื่อกี้คุณก็สะดุ้งเหมือนกันใช่มั้ยล่ะ" 

มินยุนกินึกอยากเขกกะโหลกเธอสักทีสองทีซะจริง ๆ เมื่อกี้ตอนผวาสุดตัวจนแทบจะสิงร่างเขาอยู่แล้ว ทีอย่างนี้ล่ะมาทำเป็นล้อ

"อย่ามาทำฟอร์มหน่อยเลย" เธอยังเอ่ยล้อเลียนเขาตามหลัง ก่อนจะเบรคแทบหัวทิ่มเมื่อจู่ ๆ มินยุนกิก็หยุดฝีเท้ากะทันหันและหันกลับมามองเธอ

พอตั้งตัวได้ลลิสาก็ส่งยิ้มล้อเลียนเขาต่อ แต่แทนที่เขาจะโกรธกลับส่งยิ้มคืนกลับ โน้มร่างลงประชิดประกบริมฝีปากนุ่มในทันที

"...."

"ไปนอนได้แล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ เมื่อผละร่างออกห่าง ก่อนจะก้าวเข้าห้องทำงานไป ลลิสาที่ตั้งตัวไม่ทันยืนนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเริ่มรู้ตัว เริ่มหันซ้ายแลขวาไปมา

"ยุนกิ ไปด้วย" เธอพุ่งร่างเข้าไปในห้องทำงานเขาอีกคนจนเขาต้องหันกลับมาส่งยิ้มขำ


ถ้าเทียบกันแล้ว เรื่องกลัวผีของเขายังเป็นรองลลิสาอยู่หลายขุมนัก



/////////////////////////////////////////\\//////////////////////////////\\/////////////////////////////////////////////////




ลมเย็น ๆ ที่วูบผ่านเข้ามาปะทะร่างเล็กในเช้าวันนี้ มีอานุภาพมากพอให้ลลิสาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือเล็กกระชับเสื้อแขนยาวตัวอุ่นให้แน่นขึ้น แหงนเงยมองใบไม้ที่พัดปลิวอยู่ตามทางเดินข้างหน้าชั่วจังหวะหนึ่ง

ดูเหมือนว่าฤดูใบไม้ร่วงที่เพิ่งมาถึงเมื่อไม่นานมานี้กำลังจะผ่านพ้นไปแล้ว เพียงชั่วพริบตาเดียวก็เข้าสู่ปลายฤดู และอีกไม่นานฤดูหนาวกำลังจะมาเยือน 

นั่นคือฤดูกาลที่เธอไม่ชอบเอาเสียเลย 

ลลิสาไม่ชอบอากาศหนาว ไม่เคยชินเมื่อฤดูนี้มาถึง แม้ว่ามันคือฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับเธอแล้ว เธอมีความทรงจำที่ไม่ดีนักกับฤดูกาลนี้

อา...สุดท้ายก็วนกลับมาถึงอีกจนได้

ร่างเล็กพาตัวเองเดินฝ่าความเย็นมาหยุดหน้าห้องเรียนได้ไม่นานเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ร้องดัง เป็นใครอื่นไม่ได้เลยนอกจากคนที่โทรมาแทบทุกวันตั้งแต่ต้องบินไปทำงานด่วนที่ญี่ปุ่นเมื่อปลายอาทิตย์ก่อน 

"ทำอะไรอยู่?" คำถามถูกส่งให้ได้ยินในทันทีที่เธอกดรับ

"เพิ่งถึงมหาลัย" เอ่ยตอบพลางส่งยิ้มให้เพื่อนที่ยิ้มทักทายเธออยู่ก่อน เมื่อทิ้งร่างลงนั่งได้จึงเอ่ยถามเขากลับไปบ้าง

"แล้วคุณล่ะ" 

"กำลังจะเข้านอนแล้ว" 

ลลิสาถอนใจออกเล็กน้อย เขาเข้านอนตอนเช้าอีกแล้วสินะ ใจจริงก็อยากบ่นเหมือนกันที่เขาทำงานจนลืมพักผ่อนแบบนี้ แต่ก็นั่นแหละ ต่อให้บ่นไปคนบ้างานแบบเขาก็ยังทำเหมือนเดิมอยู่ดี

"เหนื่อยมั้ย" 

"ไม่" 

"ไม่เชื่อ" เสียงเล็กสวนทันควันและได้ยินคนปากแข็งหัวเราะออกมา

"ไม่เหนื่อยหรอก" เขาตอบกลับด้วยประโยคที่ลลิสาไม่เชื่อถือเลยสักนิด เธอรู้ว่าเขาเหนื่อย ทำงานหนักขนาดนั้นใครบ้างไม่เหนื่อย

"ง่วงหรือเปล่า" เธอถามขึ้นอีก คราวนี้เขายอมรับง่าย ๆ 

"ง่วง" 

"งั้น ถ้าง่วงก็ควรนอนได้แล้ว" เธอตะล่อมให้เขาเข้านอนราวผู้ใหญ่หลอกเด็กก็ไม่ปาน ผิดกันก็แค่เขาไม่ใช่เด็กและเธอไม่ได้อยู่ในสถานะนั้นสำหรับเขา

"ยังไม่อยากนอน" 

"ต้องนอน เดี๋ยวจะไม่สบายนะ" เธอทำเสียงดุ ปกติก็ไม่ได้ทำอะไรแบบนี้บ่อยหรอก เว้นแค่ตอนเขางอแงแบบนี้ ซึ่งนาน ๆ ทีจะเป็น

"ไปนอนเลย" เธอออกคำสั่ง

"นอนก็ได้ แต่ห้ามวางสายนะ"

"อ้าว" ไม่ให้วางสายแล้วเขาจะนอนยังไงล่ะนั่น 

"อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน มันนอนไม่หลับ" เขาให้เหตุผลที่ทำให้ลลิสาต้องยิ้มขำ 

ตอนอยู่ด้วยกันไม่เห็นต้องให้เธออยู่เป็นเพื่อนแบบนี้เลย นึกอยากนอนตรงไหนก็นอนได้ นอนง่าย หลับง่าย แล้วมาตอนนี้มาทำเป็นนอนไม่หลับ

"ยุนกิ" 

"อืม" เสียงเนือย ๆ ที่ตอบกลับมานั้นฟังดูแล้วคงง่วงซึมเต็มที เดาไม่ยากเลยซักนิดว่าตอนนี้ตาเขาคงจะปิดอยู่ลอมล่อแต่ยังฝืนไว้ 

ที่บอกว่านอนไม่หลับนั่นก็คงโกหกทั้งเพ

"จำได้มั้ยที่เคยบอกว่าจะไปเยี่ยมแม่ฉันด้วยกัน" 

"จำได้" เขาขานรับง่าย ๆ 

"ฉัน...กำลังจะกลับไปเยี่ยมท่าน เราไปด้วยกันนะ"

"..." 

"แต่ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ฉันไปคนเดียวก็ได้" คล้ายว่าเขาจะเงียบไปเธอจึงรีบเอ่ยขึ้น ไม่ได้อยากใช้คำพูดครั้งนั้นของเขามาเป็นข้อผูกมัดให้เขาต้องไปด้วยหรอก แค่ลองชวนดูเท่านั้น 

"เดี๋ยวไปด้วย" เขาเอ่ยหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มแป้นจึงประดับทั่วใบหน้าสวยเมื่อเขารับปาก

"คุณรีบนอนเถอะ มัวแต่คุยกันแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้หลับกันพอดี" ลลิสาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"อ้อ...แล้วก็ห้ามเจ็บ ห้ามป่วย ห้ามไม่สบายกลับมานะ" 

"นั่นเป็นคำสั่งเหรอ?"

"อืม"

"ห้ามเยอะจัง" เขาบ่นพึมพำ ลลิสาหัวเราะพลางเหลือบมองไปยังประตูห้องเรียนที่เพิ่งถูกเปิดออก

"ยุนกิ ต้องวางแล้วนะ อาจารย์เข้าสอนแล้ว" 

"เดี๋ยวลิซ" คำเรียกขานร้องดังก่อนที่เธอจะทันได้กดตัดสาย

"ฮึ" 

"..."

"มีอะไรเหรอ" ลลิสาเอ่ยถามเมื่อเห็นเขาเงียบไป

"เปล่า...ตั้งใจเรียนนะ"

"อืม" เธอตอบรับกลับไป ยังงุนงงกับเขาอยู่ไม่น้อย

ช่วงนี้เขาทำตัวแปลก ๆ จากที่เมื่อก่อนแค่จะส่งข้อความหากันยังนาน ๆ ครั้ง แต่ระยะหลังเขาโทรหาเธอบ่อยขึ้น การไปญี่ปุ่นครั้งนี้ยิ่งเห็นได้ชัด มินยุนกิโทรกลับมาแทบทุกวันจนเธอนึกสงสัย 

เก็บมือถือลงกระเป๋าไปได้ไม่นานสายเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้จากเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย ลลิสาขมวดคิ้วขณะกดรับ

"สวัสดีค่ะ"

ไม่นานนักคิ้วที่ขมวดอยู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเลิกสูงขึ้น เมื่อรู้ว่าคนที่โทรเข้ามาคือประธานมินอิลวู





"ไม่ชอบอากาศหนาวเหรอเรา" 

มินยอนซอกเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างเล็กยกแขนโอบกอดตัวเองไว้แทบตลอดเวลา ทั้งที่เธอพาตัวเองเข้ามาในตัวบ้านแล้วแต่คล้ายกับว่าความหนาวสั่นจะยังไม่ทุเลาเบาบางลง

"ใช่ค่ะ" 

"เหมือนเจ้ายุนกิเลย แต่รายนั้นไม่ว่าจะร้อนจะหนาวก็ไม่ชอบทั้งนั้น" 

ลลิสายิ้มขำกับประโยคนั้นก่อนยกถ้วยชาอุ่น ๆ ขึ้นดื่ม มินยุนกิคงเป็นแบบที่พี่ชายเขาพูดจริง ๆ นั่นแหละ ผู้ชายที่ต่อให้ร้อนหรือหนาวก็บ่นได้ทั้งนั้นถ้านึกอยากบ่น

"แล้วเจ้านั่นจะกลับมาเมื่อไหร่"

"น่าจะอีกสองวันค่ะ" 

"เหงามั้ย มันไม่อยู่แบบนี้"

"ไม่เลยค่ะ" เธอเอ่ยตอบ ใจจริงก็อยากบอกไปเหมือนกันว่าไม่มีเวลาให้เหงาเลย เพราะถึงตัวไม่อยู่เขาก็ส่งเสียงกลับมากวนเธอทุกวันอยู่ดี

"คุณพ่อรออยู่ที่ห้องทำงานน่ะ ไปพบท่านเลยมั้ย" 

"ได้ค่ะ" 

"งั้นตามพี่มา" ชายหนุ่มส่งยิ้มให้

ลลิสาขานรับพร้อมขยับลุกขึ้น ก้าวตามร่างสูงของมินยอนซอกเข้าไปยังด้านในของคฤหาสน์ตระกูลมิน ดูเหมือนว่าตั้งแต่เธอเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลมินเธอมาที่นี่นับครั้งได้ ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ที่ห้องรับแขกโซนข้างหน้า แทบไม่เคยเข้ามาลึกขนาดนี้มาก่อนเลย 

ร่างเล็กก้าวผ่านห้องหนังสือ ความทรงจำเก่าก่อนผุดเข้ามาให้นึกถึง ครั้งหนึ่งเธอก็เคยได้เข้าไปเลือกหนังสือกับพวกพี่ ๆ ข้างในนั้น

หากจำไม่ผิด ผ่านตรงนี้ไปจะเป็นโถงกว้าง 

ก้าวต่อไปได้สักพักเท้าเรียวเล็กก็หยุดนิ่ง แววตาสุกใสมองจ้องภาพวาดที่ยังแขวนอยู่ที่เดิม ภาพของหญิงสาวคนเดิมที่เคยทำให้เธอต้องเจ็บตัวและรองรับแรงอารมณ์จากมินยุนกิมาแล้ว จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงในรูปภาพคือใคร

"แม่พี่เอง" มินยอนซอกเอ่ยแทรกเมื่อเห็นแววตาของเธอ

แม่?

"นี่ภาพคุณแม่พี่เหรอคะ" ลลิสาเอ่ยถามซ้ำให้แน่ใจ แปลว่านี่คือแม่ของมินยุนกิด้วยสินะ

"ใช่ แม่พี่กับเจ้ายุนกิ"

อา...แบบนี้นี่เอง ตอนนั้นเขาถึงได้หวงนักหนา

"ถึงว่า คราวนั้นเล่นงานเราซะน่วมเลย" เธอพึมพำอุบอิบจนมินยอนซอกยิ้มขำ

"ยังไม่ลืมเรื่องนั้นอีกเหรอ"

"ลืมไม่ลงหรอกค่ะ" เธอส่ายหน้าไปมาก่อนฉุกคิดได้

"พี่รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอคะ?"

"รู้สิ พี่กลับมาพอดี"

"อ่า...ถ้าอย่างนั้นคงทันเห็นสภาพแย่ ๆ ของฉันสินะคะ" ลลิสาก้มหน้ายิ้มแหย

คิด ๆ ดูแล้ววันนั้นสภาพเธอคงไม่น่าดูเท่าไหร่นักหรอก เป็นวันที่เจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจเลยจริง ๆ เธอยังจดจำเศษเสี้ยวความรู้สึกในวันนั้นได้อยู่เลย เธอเคยเกลียดเขาเข้ากระดูกดำจากเหตุการณ์นั้น เคยเจ็บตัวเพราะเขาทั้งที่ความจริงเธอไม่ได้ทำอะไรผิดด้วยซ้ำไป 

"ตอนนั้นยุนกิแค่ขาดสติ ไม่ได้ตั้งใจหรอก" เขาเอ่ยแก้ตัวแทนน้อง 

"ความจริงฉันไม่ได้คิดอะไรแล้วละค่ะ แค่สงสัยว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงต้องโกรธขนาดนั้น" 

"ยุนกิไม่เคยเล่าให้ฟังเลยหรือ" 

"ไม่เคยค่ะ" ลลิสาส่ายหน้า นอกจากไม่เล่าแล้วยังบ่ายเบี่ยงเปลี่ยนเรื่องทุกครั้งที่เธอถามถึงด้วย

มินยอนซอกนิ่งไปชั่วขณะ จนถึงตอนนี้เขายังไม่คิดจะเปิดใจพูดถึงเรื่องนี้กับใคร

"เจ้าหมอนี่ยังไงก็ยังคงปากแข็งใจแข็งอยู่เหมือนเดิมสินะ จะจมอยู่ในโลกที่บิดเบี้ยวนั่นไปถึงไหนกัน" เสียงเบานั้นคล้ายพึมพำกับตัวเองแต่ลลิสาได้ยินทุกประโยคและสดุดใจกับมันเข้าอย่างจัง

"คะ?"

"เรื่องแม่สำหรับยุนกิเป็นเรื่องที่ค่อนข้างอ่อนไหวมาก บางทีที่ไม่ยอมเล่าคงเพราะไม่อยากกลับไปคิดถึงละมั้ง" มินยอนซอกส่งยิ้มให้คล้ายไม่มีอะไร แต่คำพูดประโยคก่อนหน้านั้นสะกิดใจเธอเข้าให้แล้ว

โลกบิดเบี้ยวที่เขาพูดถึงคืออะไร

"ไปต่อเถอะ คุณพ่อรออยู่" ชายหนุ่มเอ่ยตัดบทก่อนหมุนร่างเตรียมก้าวต่อ

"เกิดอะไรขึ้นกับเขาหรือคะ" เสียงเล็กโพล่งถามก่อนจะรีบพาตัวเองขยับเข้าไปใกล้มินยอนซอกมากขึ้น 

โลกใบนั้นของมินยุนกิขอเธอเข้าไปด้วยได้หรือเปล่า แม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวหนึ่งที่เล็ก ๆ แต่เธอก็ยังอยากได้ชื่อว่าเข้าใจโลกในแบบของเขาให้มากกว่านี้

"ระหว่างยุนกิกับคุณแม่ เกิดอะไรขึ้นใช่มั้ยคะ"

มินยอนซอกมองแววตาจริงจังที่จับจ้องมองเขา ความอยากรู้ แววสับสน ปะปนกันอยู่ในนั้น เขานิ่งไปราวขบคิด ท้ายที่สุดก็ส่งยิ้มให้ 

"ขอโทษนะ" 

ลลิสาคอตกเมื่อถูกตัดบทด้วยคำขอโทษ มินยอนซอกหันกลับและก้าวต่อ ร่างเล็กจึงต้องขยับตามไปหากไม่วายที่จะหันกลับมามองภาพวาดนั้นอีกครั้งและจำต้องเก็บความสงสัยของตนไว้ ก้าวต่อกระทั่งถึงยังหน้าห้องทำงานของประธานมินอิลวู ชายหนุ่มเคาะประตูเพียงสองครั้งก็ได้ยินเสียงตอบรับจากภายในห้อง

"สวัสดีค่ะ" เมื่อก้าวเข้าไปในห้องได้ หญิงสาวก็รีบทำการทักทายผู้มากวัยกว่าด้วยความนอบน้อม

"อ้าวหนูลิซ่าเองเหรอ เข้ามาสิ"

ประธานมินอิลวูส่งยิ้มให้เธอก่อนเอ่ยอนุญาตและเชื้อเชิญให้นั่งยังโซฟามุมรับแขก ร่างเล็กจึงพาตัวเองเข้าไปนั่งในขณะที่มินยอนซอกก้าวถอยออกไป

"พ่อขอโทษนะที่ต้องให้หนูมาพบกะทันหันแบบนี้"

"ไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวรีบเอ่ย เพียงนั่งลงได้ขนมและน้ำชาก็ถูกจัดวางลงตรงหน้า

"ลองชิมดูสิ ขนมที่นี่อร่อยนะ" ท่านเอ่ยอย่างใจดี 

ลลิสามองขนมสีสวยที่ถูกจัดวางอยู่ในจานพร้อมรอยยิ้มพลางหันส่งยิ้มขอบคุณป้าแม่บ้านที่นำน้ำชาและขนมมาให้

“ขอบคุณนะคะ”

"ช่วงนี้หนูเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือเปล่า"

"ค่ะ"

"แล้วเรื่องเรียนล่ะเป็นยังไง ใกล้สอบแล้วใช่มั้ย"

"ใช่ค่ะ...เดือนหน้าก็สอบแล้วค่ะ" หญิงสาวหยุดคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ

“คงเป็นช่วงที่เหนื่อยมาก”

“ค่ะ” เอ่ยตอบไปแล้วก็นึกสงสัย 

การที่ประธานมินอิลวูเรียกเธอมาพบวันนี้คงไม่ใช่เพียงเพื่อการสอบถามสารทุกข์สุขดิบของเธอเพียงเท่านี้กระมัง บางทีท่านคงมีเรื่องที่ตั้งใจจะเอ่ยกับเธออยู่แต่คล้ายยังคงชวนพูดคุยไปเรื่อย ๆ

"พ่อก็จำไม่ค่อยได้แล้วว่าสมัยเรียนเหนื่อยมากขนาดไหน" ท่าทางครุ่นคิดถึงเรื่องราวเก่า ๆ ของเขาทำให้ลลิสาต้องอมยิ้มพลางหยิบขนมขึ้นมาลองชิมดูตามคำเชื้อเชิญของผู้มากวัย

"ช่วงนี้ได้กลับไปเยี่ยมบ้านบ้างหรือเปล่า" หลังปล่อยให้เธอได้ลองชิมขนมพวกนั้นแล้วประธานมินอิลวูก็ไถ่ถามต่อ

"กลับค่ะ" ร่างเล็กรีบขานรับ

"ส่วนใหญ่ถ้ามีเวลาก็จะแวะไปหาพวกพี่ ๆ บ้างค่ะ"

"พ่อหมายถึงบ้านเกิดของหนูน่ะ"

"คะ..." ลลิสาชะงักเมื่อเข้าใจจุดประสงค์ของเขาผิดเพี้ยนไป

คำถามนั้นหมายถึงที่บ้านเกิดของเธอหรอกหรือ

“ยังไม่ได้กลับไปเลยค่ะ แต่ตั้งใจว่าปลายเดือนจะกลับไปค่ะ”

“ปลายเดือนนี้?”

“ใช่ค่ะ ยุนกิจะไปเป็นเพื่อนด้วย” ลลิสาขานรับ 

ประธานมินอิลวูนิ่งไปชั่วอึดใจหลังได้รับคำตอบ แววตาผู้มากวัยวูบไหวไปมาเล็กน้อยแม้จะเป็นเพียงแค่ช่วงระยะสั้น ๆ ก็ตาม 

ปลายเดือนงั้นหรือ ทำไม่ช่วงเวลาถึงได้ประจวบเหมาะกันขนาดนี้หนอ
 
“คุณพ่อคะ”

"คุณพ่อ" เพราะเขานิ่งเงียบนานจนเกินไปลลิสาจึงต้องเอ่ยทัก ประธานมินอิลวูสั่นศีรษะไปมาเล็กน้อยหลังได้ยินเสียงเล็กนั้นร้องเรียก

“ช่วงนี้พ่อมีหลายเรื่องต้องจัดการ คงเหนื่อยไปหน่อย ขอโทษหนูด้วยนะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ลลิสาระบายยิ้ม เข้าใจเขาได้ไม่ยากเย็น

เขาเป็นนักธุรกิจนี่นะ ทุกเวลาทุกวินาทีย่อมมีค่าสำหรับเขาทั้งนั้น บิดาของเธอก็เป็นแบบนี้เช่นกัน ทุกลมหายใจเข้าออกมีเพียงคำว่างานและผลประโยชน์

หัวใจของการทำธุรกิจสำหรับพวกเขาคงเป็นผลกำไรและผลประโยชน์เหล่านั้น 

“หนูอยู่ที่....มาตั้งแต่เกิดเลยหรือ” ประธานมินอิลวูเอ่ยชื่อบ้านเกิดของเธอขึ้นมา

“ใช่ค่ะ” 

“เล่าเรื่องหนูกับแม่ให้ฟังได้มั้ย”

“หนูกับแม่หรือคะ?”

“ใช่ ดูเหมือนพ่อจะยังไม่รู้เลยว่าก่อนที่หนูจะมาอยู่กับครอบครัวคิม หนูเป็นยังไงบ้าง”

“อ๋อ...หนูอยู่กับแม่แค่สองคนมาตลอดค่ะ”

“เราไม่มีญาติที่ไหนเลย แม่เสียตอนหนูอายุ 14 คุณพ่อท่านเลยรับหนูมาอยู่ด้วยค่ะ” 

“คุณแม่หนูเสียเพราะอะไร” แววตากลมโตสดใสวูบไหวไปเล็กน้อยเมื่อถูกถามเช่นนั้น 

“คุณหมอบอกว่าท่านป่วยเรื้อรังค่ะ” ร่างเล็กส่งยิ้มฝืน ๆ

“แม่ทำงานหนักทั้งที่ร่างกายแม่ไม่ค่อยแข็งแรงก็เลยเจ็บป่วยบ่อย ตอนนั้นเราไม่มีเงินมากพอที่จะรักษาตัว ท่านก็เลยไม่ค่อยไปโรงพยาบาลค่ะ พอรู้ตัวอีกที...ร่างกายก็รับไม่ไหวแล้ว” 

ลลิสาบีบมือตัวเองแน่นระหว่างเอ่ยเล่าด้วยน้ำเสียงแผ่วลงทุกที ไม่อยากดึงความรู้สึกตัวเองให้จมดิ่งหรือเศร้านัก แต่บางครั้งความจริงของคนเราก็ช่างเจ็บปวด

ความไม่มี ไม่เคยปราณีใคร... 

เธอยังคงจดจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ดี คล้ายกับว่ามันเพิ่งเกิดได้ไม่นานแม้มันจะผ่านมาถึง 6 ปีแล้วก็ตาม นึกถึงเรื่องราวเมื่อวัยเด็กเมื่อไหร่ก็เจ็บปวดใจเสียทุกครั้งไปแม้จะบอกใคร ๆ ว่าไม่เศร้าแล้วก็ตาม 

บางครั้งก็ได้แต่คิดว่าถ้าเธอโตกว่านั้น ถ้าเธอดูแลแม่ได้ดีกว่านั้น แม่อาจจะอยู่กับเธอได้นานกว่านั้น

ประธานมินอิลวูนิ่งเงียบไปขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่ลูกสะใภ้ รอจนกระทั่งลลิสาดึงตัวกลับขึ้นมาจากความรู้สึกในอดีตและส่งยิ้มให้เขา เขาจึงเอ่ยต่อ

“เจ้ายุนกิก็เสียแม่ไปตั้งแต่อายุ 7 ขวบเหมือนกัน”

“คะ?” ลลิสาอุทานถึงสิ่งที่เธอเพิ่งได้รับรู้ 

“มันคงไม่เคยเอ่ยถึงแม่ให้หนูฟังเลยใช่มั้ย” 

“ใช่ค่ะ” 

“ที่ยุนกิไม่พูดถึง...เพราะเขาเกลียดแม่”

เกลียด!?

ลลิสาตื่นตระหนก เบิกตากว้างในทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น

"ทะ...ทำไมล่ะคะ" 

เธอได้ยินผิดไปหรือเปล่า มินยุนกิเกลียดแม่ของเขา ถ้าเขาเกลียดแล้วทำไมถึงได้หวงแหนภาพวาดนั้นนักหนา 

"ไม่จริงหรอกค่ะ เขาจะเกลียดได้ยังไงคะ ก็ตอนนั้นเขายัง..." ใบหน้าสวยส่ายไปมานึกแย้งคำพูดพวกนั้น เธอเห็นกับตาว่าเขาหวงแหนภาพนั้นขนาดไหนแล้วคนแบบนั้นนะหรือที่จะมีความรู้สึกรุนแรงแบบนี้กับคนที่เขาหวงแหนได้

ประธานมินอิลวูเอนหลังลงโซฟา นี่คือสิ่งที่ตัวเขาไม่เคยคิดเล่าให้คนนอกครอบครัวฟังมาก่อน แต่ตอนนี้คงถึงเวลาแล้วจริง ๆ 

"ยุนกิเป็นคนรักแรงเกลียดแรง ถ้าได้รักก็รักมาก ถ้าได้เกลียด...ก็เกลียดมากเช่นกัน"

ลลิสาคล้ายจะอึ้งค้างไปทุกที งุนงงสับสนกับสิ่งที่ได้รับรู้ อยากถามเหลือเกินว่าทำไมเขาถึงต้องเกลียด เกลียดเพราะอะไร

"ที่หนูเห็นว่าเจ้านั่นแข็งกระด้าง ส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อเองที่เลี้ยงเขาได้ไม่ดีพอ อีกส่วนก็เพราะเขาขาดแม่ตั้งแต่ตอน 7 ขวบ เจ้าเด็กนั่นเป็นคนปากแข็งใจแข็งมาตั้งแต่เด็ก แต่ไม่ใช่คนใจดำอะไรหรอกนะ เป็นแค่คนที่แสดงออกไม่เป็น ถึงได้ชอบแสดงออกขัดกับความรู้สึกจริง ๆ เห็นใจแข็งแบบนั้นความจริงเขาอ่อนแอกว่าที่คิด” 

"หนูคงไม่เห็นด้วยใช่ไหม" ราวกับผู้มากวัยจะอ่านแววตาเธอออก

"เชื่อเถอะ ไม่มีคนเข้มแข็งที่ไหนสามารถเกลียดผู้ให้กำเนิดตัวเองได้ลงหรอก เพราะความอ่อนแอนั่นแหละถึงทำให้เกลียด"

"..."

“พ่ออาจพูดให้หนูฟังได้ไม่ทั้งหมด แต่พ่ออยากให้หนูรับรู้ว่าพ่อดีใจนะที่มีหนูเข้ามาในชีวิตของยุนกิ อย่างน้อยพ่อก็ได้รู้ว่าลูกชายพ่อไม่ได้ไร้หัวใจจนเกินไปนัก"

"ลิซ่า...จะว่าพ่อเห็นแก่ตัวก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูอย่าเพิ่งยอมแพ้กับยุนกินะ อย่าปล่อยมือเขา อย่าทำให้เขาต้องกลับไปอยู่กับความรู้สึกเจ็บปวดแบบเดิม ลูกชายพ่อคนนี้จมอยู่กับความเจ็บปวดมามากพอแล้ว"



ลลิสากลับไปแล้ว พร้อมกับแบกรับเรื่องที่เพิ่งได้รับรู้กลับไปด้วย ใบหน้างดงามนั้นซีดเผือดลงไปมาก มินยอนซอกเข้าใจได้ในทันทีว่าบิดาของเขาคงพูดอะไรที่ทำให้เธอมีเรื่องต้องขบคิด

คงไม่ใช่เรื่องใครอื่นนอกจากน้องชายของเขา

"พ่อครับ"

"เข้ามาสิ" ประธานมินอิลวูเงยหน้ามองบุตรชายคนโตแวบหนึ่ง

"พ่อพูดอะไรกับเธอครับ"

"แค่บอกในสิ่งที่เด็กนั่นควรรู้ ก่อนที่อะไรมันจะเป็นอย่างที่ฉันคิดไว้" บิดาของเขาถอนใจ

มินยอนซอกกลืนน้ำลายลงคอ สิ่งที่ท่านคิดไว้ คือสิ่งเดียวกับที่เขาเพิ่งได้รับรู้มาเมื่อไม่นานเช่นกัน

"พ่อคิดว่ายุนกิจะ..."

"แกน่าจะรู้จักน้องชายแกดีนะ" คำตอบที่ได้รับทำให้มินยอนซอกต้องทิ้งร่างลงเก้าอี้ราวหมดแรง

ใช่...เขาย่อมรู้จักน้องชายของตนดีกว่าใคร มินยุนกิที่ไม่มีวันยอมรับสิ่งพวกนี้ได้

"หวังแค่ว่าเด็กคนนั้นจะยังอยู่ข้าง ๆ เขา เมื่อวันนั้นมาถึง" น้ำเสียงบิดาแผ่วลงทุกที

"แปลว่าเรื่องของครอบครัวคิม..."

"เราใจดีกันมามากพอแล้ว" ประธานมินอิลวูเอ่ยสั้น ๆ เพียงชั่วพริบตาเดียวความรู้สึกถึงความอ่อนโยนที่เขาได้ยินจากท่านก็แปรเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด ในขณะที่มินยอนซอกเบิกตากว้าง

"แต่พ่อครับ...แบบนี้มัน!"

"สักวันมันก็ต้องเกิดขึ้น ทำให้มันจบ ๆ ไปเถอะ" 

"..."  ชายหนุ่มแทบพูดอะไรไม่ออก สิ่งที่บิดาเอ่ยมาทำให้เขาชาวูบไปทั้งตัว 

"มันไม่โหดร้ายไปหน่อยเหรอครับ" ประโยคคำถามหลุดออกมาอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่คาดคิดว่าตนจะถามแบบนั้น

"อย่าทำตัวเป็นคนใจอ่อนยอนซอก" ประธานมินอิลวูเอ่ยเสียงเรียบ แววตาดุขึ้น

"ผมไม่ได้ใจอ่อน ผมแค่คิดถึงความเมตตา อย่างน้อยเราก็ควรให้ความยุติธรรมกับพวกเขาบ้าง แล้วอีกอย่าง เรื่องยุนกิ..."

"ในเกมส์ธุรกิจมันไม่เคยมีความยุติธรรมอยู่แล้ว ต่อให้แกเมตตาเขานึกเหรอว่าจะเมตตาแกกลับ" ประธานมินอิลวูสวนกลับก่อนที่เขาจะทันได้เอ่ยจบ

"ส่วนเรื่องเจ้ายุนกิ...ต่อให้เราประวิงเวลาไปนานแค่ไหนสุดท้ายเขาก็ต้องรู้อยู่ดี ให้มันเกิดซะพร้อม ๆ กันตอนนี้ก็ดีแล้ว"

มินยอนซอกแทบไม่เชื่อหูมองจ้องบิดาอย่างคนที่พูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะเรียกว่าเลือดเย็นหรือใจดำดี ทั้ง ๆ ที่ท่านก็รู้พอ ๆ กับที่เขารู้ว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นมันส่งผลกับใครบ้าง

จะให้เธอยืนข้างน้องชายเขาต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อพวกเขากำลังจะทำลายครอบครัวเธอกับมือ




แสงไฟวาววับของตึกสูงยามราตรีเวลานี้ แข่งกันอวดโฉมต่อสายตาของคนที่ยืนมองจ้องจากริมระเบียงที่แม้ดวงตาจับจ้องแต่ความคิดกลับล่องลอยไปไกล 

เรื่องของมินยุนกิกลายเป็นจุดอ่อนให้เธอเป็นทุกข์ร้อนได้ถึงเพียงนี้ แม้จะเป็นเรื่องราวเพียงแค่เศษเสี้ยวที่รับมาจากประธานมินอิลวูยังทำให้เธอร้อนใจกับมันจนนอนไม่หลับ ถึงกระนั้นลลิสาก็โลภมากอยากรู้ทั้งหมด เธออยากเป็นคนที่เข้าใจเขา อยากแบ่งเบาความเจ็บปวดที่เขาเคยได้รับมา ไม่ว่ามันจะมากน้อยแค่ไหนเธอก็ยังอยากได้ชื่อว่าแบ่งเบามันจากเขา อยากรู้ว่าเขาต้องเผชิญกับอะไร

คงจริงดังคำที่ประธานมินอิลวูได้กล่าวไว้ คนที่สามารถเกลียดชังผู้ให้กำเนิดตนเองได้ จิตใจของเขาต้องอ่อนแอถึงเพียงไหน หญิงสาวใจอ่อนยวบลง เช่นนี้เองใช่ไหมมินยุนกิจึงได้เย็นชาแบบนั้น เขาแบกรับความรู้สึกแบบไหนอยู่กันแน่ แววตาเย็นชาไร้ความรู้สึกที่แสดงออกบางครั้งมันมีแววแห่งความเหงาเดียวดายซ่อนอยู่ในนั้น แววขื่นขมที่เธอไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร

ทำไมเธอถึงไม่เคยรับรู้เรื่องราวของเขาเลยนะ ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเธอไม่เคยเข้าใจเขาเลย

"ยุนกิ..." 

"เป็นอะไรหรือเปล่า ดึกขนาดนี้แล้วทำไมไม่นอน" เสียงจากปลายสายฉายชัดความเป็นห่วงในทันทีที่กดรับสายจากเธอ

"..."

"ลิซ"

"เปล่า..." ลลิสาส่ายหน้าไปมา 

"นอนไม่หลับเหรอ"

"อืม" 

"พรุ่งนี้มีเรียนไม่ใช่เหรอ ฝืนตัวเองหน่อย ไปนอนได้แล้ว" เขาส่งคำบ่นกลับมา ถ้าอยู่ใกล้ ๆ คงได้เห็นสายตาดุ ๆ จากเขา

"ยุนกิ"

"หืม"

"คิดถึงนะ"

"...."

"ได้ยินมั้ย"

"อืม...รู้แล้ว" เขาตอบรับสั้น ๆ แล้วเงียบเสียงลงอีก

"ไม่กวนแล้ว จะไปนอนแล้ว" ลลิสาถอนใจ บอกเขาแบบนั้นก่อนกดวางสาย

คงทำได้เพียงแค่นี้ ทั้งที่มีเรื่องราวมากมายอยากถาม อยากรู้เต็มไปหมด แต่เธอก็ไม่กล้าถามเขาตรง ๆ ร่างเล็กหมุนตัวกลับเข้าห้อง ไม่นานนักเสียงข้อความจากมือถือในมือก็ร้องดังให้ได้ยิน

'ฝันดีนะ' 

ลลิสาระบายยิ้มออกเล็กน้อยกับประโยคที่ได้รับ เห้อ จนถึงตอนนี้แค่คำว่าคิดถึงเขายังไม่คิดจะมีให้เธอเลย

'อย่าปล่อยมือเขา อย่าทำให้เขาต้องกลับไปอยู่กับความรู้สึกเจ็บปวดแบบเดิม'

คำพูดของประธานมินอิลวูยังดังก้อง ลลิสาก้มมองมือตัวเองด้วยความสับสน เธอจะทำได้อย่างไรนะ ทั้งที่อยากใช้สองมือน้อย ๆ นี้ฉุดเขาไว้ แต่การที่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าสิ่งที่เขาเผชิญ ไม่รู้ว่าความเจ็บปวดที่เขาได้รับพวกนั้นคืออะไร แล้วเธอจะช่วยเขาได้ยังไงกัน





+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


[3] คิดว่าหลายคนน่าจะพอเดาเรื่องได้บ้างแล้วละเนอะว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น เห็นหลายคนกลัวดราม่าหนัก ๆ แต่ก็เห็นหลายคนอยากได้ดราม่าหนัก ๆ ไปเลย ^^ ตอนนี้ก็ยังไม่หนักเท่าไหร่หรอกเนอะ ถือว่าเพิ่งเริ่ม ๆ ละกัน ลองเดา ๆ กันไปก่อนนะคะ เดี๋ยวมาแก้คำผิดให้นะคะ ขอบคุณที่ติดตาม อ่านทุกคอมเม้นเลย ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ   

[2] แวะมาแก้คำผิดนะคะ มีใครงงไทม์ไลน์ในเรื่องมั้ย ถ้าเราเขียนไม่เข้าใจบอกด้วยเน้อ 

[1] เพิ่งเลิกโอทีมาโซ้ยเตี๋ยวด้วยความหิวโหย ขออภัยที่ส่งช้านะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

3,711 ความคิดเห็น

  1. #2745 AMANDA.P (@mookko) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 23:41
    คลื่นระลอกแรกจะกระทบฝั่งแล้วสินะ อยากรู้แล้วล่ะว่ามันส่งผลยังไงกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่บ้าง
    #2745
    0
  2. #2715 iampondpang (@iampondpang) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 18:29
    ร้องไห้รอเลยได้ไหมคะไรท์ ตอนนี้ใจลีดนั้นนนน หน่วงยิ่งนัก T^T
    #2715
    0
  3. #2679 orathai37265965 (@orathai37265965) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 09:55
    เริ่มหล่ะ มาหล่ะ กำพระแน่นมากนาทีนี้
    #2679
    0
  4. #2678 PangShie (@PangShie) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 07:20
    ปม เรื่องอะไรเน้อ ลุ้นงะ มาต่อไวๆนะคะ
    #2678
    0
  5. #2677 WEEWA (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 02:29
    มาม่าลังนี้ ท่าจะลังใหญ่ซะแล้ว
    #2677
    0
  6. #2676 girin7012 (@onanongpromyarat) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 00:45
    ไม่ใช่ว่าพ่อยุนกิจะยึดอำนาจฝั่งครอบครัวลิสหรอกนะ ปรมาณทรยศป่าว?
    #2676
    0
  7. #2675 0810018779 (@0810018779) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 00:38
    ลุ้นจุงงงงงง
    #2675
    0
  8. #2673 sommharr (@bbbsom) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 00:08
    omgomgกำทิชชู่พร้อมแล้วจัดมาหนักๆเลยครับ
    #2673
    0
  9. #2672 202828 (@202828) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 23:45
    รอนะค่ะ
    #2672
    0
  10. #2670 0853531418 (@0853531418) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:46
    มาต่อไวๆน๊าาา
    #2670
    0
  11. #2669 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:37
    จัดดราม่าชุดใหญ่มาเลยจ้า
    วันนี้ไปซื้อทิชชู่มา 1 แพ็กละ  พร้อมมาก 😂
    #2669
    0
  12. #2668 yooyloz (@yooyloz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 22:30
    อย่าบอกนะว่าแม่ลิซกับแม่ยุนกิคือคนๆเดียวกัน ถ้าใช่...ร้องห้ายยยยย
    #2668
    0
  13. #2667 Kanokwan013 (@Kanokwan013) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:44
    แง้งงงงง ลิซอย่าปล่อยมือยุนกินะ
    #2667
    0
  14. #2666 Natty08 (@Natty08) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:35
    ฮื่อๆ รู้สึกสิ่งจะเกิดต่อไปนี้จะมีแต่คนเจ็บปวดดดดด
    :ปมเรื่องแม่ยุนกิ อย่าบอกนะว่าแม่ยุนกิกับแม่ลิซคือคนเดียวกัน(ลิซอาจจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่)
    สิ่งที่ทำให้คิดคือ
    1.พ่อของลิซ(บุญธรรม)เป็นเพื่อนกับแม่ลิซ และดูเหมือนพ่อยุนกิกับพ่อของลิซจะไม่ค่อยตรงกันนะเหมือนมีปัญหากันมาก่อน
    2.ตอนที่พ่อยุนกิเจอลิซครั้งแรกก็เหมือนทำให้คิดถึงผู้หญิงคนหนึ่งคนมา ซึ่งบอกว่าลิซคล้ายผู้หญิงคนนี้มาก
    3.พ่อลิซเคยถามลิซว่ารักยุนกิหรือป่าว ซึ่งก็บอกลิซว่า รักได้ก็เลิกรักได้
    4.ล่าสุดนี้พ่อยุนกิถามเรื่องแม่ลิซ ว่าจะกลับไปเยี่ยมแม่ พอรู้ว่ายุนกิจะไปด้วยเหมือนจะรู้ว่ามีเหตุการที่จะเกิดขึ้น เหมือนยุนกิจะได้รู้ความจริงอะไรซักอย่าง
    :สุดท้าย สิ่งที่ทำให้ยุนกิโกรธเกลียดแม่ขนาดนี้ ถ้าตายจากกันคงไม่น่าจะเกลียดขนาดนี้ น่าจะหนีออกจากบ้านหรือทิ้งยุนกิไปมากกว่าไหม?
    ^_^แฮะๆ ที่คิดมากเกิดจากคาดเดาเท่านั้น 555
    #2666
    0
  15. #2665 VJhJk (@VJhJk) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:32
    ร้องไห้????????????
    #2665
    0
  16. #2664 NannyLee98 (@NannyLee98) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 21:28
    ถ้าให้เลือกระหว่างคนรักกับครอบครัวมันก็เลือกยากอะ
    #2664
    0
  17. #2663 faifaikorn (@faifaikorn) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:43
    อยากรู้มากว่าจะเกิดอะไรขึ้น สิสอย่าปล่อยมือยุนกินะ รอค่าาาา
    #2663
    0
  18. #2662 Benja_army (@Benja_army) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:41
    งงทั้งเรื่องเเม่ ทั้งเรื่องลิซกับยุนกิฉันควรทำไงดี ฮรือ~~ เกี่ยวกับธุรกิจใช่มั้ย
    #2662
    0
  19. #2661 Ai-oun (@Ai-oun) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 20:33
    อยากรู้แล้วววว
    #2661
    0
  20. #2660 Tmncnp (@-natcha2544-) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:49
    ยุนกิกับแม่มีเรื่องอะไรอ่ะแงงง
    #2660
    0
  21. #2659 Tichazyy (@Thicha_fresh) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:41
    มาม่ามาแล้ววว อย่าม่ามากนะคะ น้องรับไม่ไหวหัวใจขอสารภาพ ฮืออ ??
    #2659
    0
  22. #2658 Joy2537 (@Joy2537) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:40
    เดาไม่ออกง้ะ55พ่อยุนกิจะทำอะไร?แล้วถ้าไปบ้านเกิดลิซ่าแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?โอ้ยยยยยย มาต่อเถอะไรท์อัพรัวๆเลยยย
    #2658
    0
  23. #2657 M-Pasita (@M-Pasita) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:34
    กำทิชชู่แน่นมากนะไรท์ ไม่อยากคิดต่อเรยกลัวทำใจไม่ได้TT
    #2657
    0
  24. #2656 eunhyuk2904 (@eunhyuk2904) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:20
    นี่เราคิดถึงเคสที่แย่ที่สุดไปแล้วนะไรทท์ อย่าเปนเคสที่แย่ที่สุดน้าา????????????
    #2656
    0
  25. #2655 30palmy45 (@30palmy45) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 19:19
    จะเกิดไรขึ้นกับพวกคิม
    #2655
    0