[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 32 : [All to you] Chapter 29 - Once

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 163 ครั้ง
    23 ต.ค. 60

Chapter 29 - Once


 



เสียงที่ดังแทรกผ่านความเงียบสงบเข้ามา ปลุกร่างที่หลับสนิทให้ลืมตาตื่น หลังใช้เวลาดึงสติที่งัวเงียให้คืนกลับอยู่ชั่วครู่ ใบหน้าเนียนใสก็แหงนเงยมองเจ้าของร่างที่เธอใช้อิงแอบมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่แน่ใจนัก บางทีคงเป็นตอนที่เธอเผลอหลับไป อาจจะตั้งแต่ที่รถไฟเคลื่อนออกจากสถานีหน้าที่พักเลยกระมัง 

แย่จริง...

ลลิสาดึงศีรษะของตนขึ้นพลางส่งสายตามองคนที่หลับสนิทอยู่เช่นเดียวกัน รอยยิ้มค่อยปรากฏเมื่อมองจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์คล้ายเด็ก ๆ ของเขา เวลาแบบนี้มินยุนกิดูน่ารักมาก ๆ เขาหลับเหมือนหมีจำศีล กลายร่างเป็นเด็กชายมินยุนกิที่ใครเห็นก็คงอยากเข้าใกล้ ดูแก้มเนียนนุ่มสองข้างนั่นเถอะ เห็นแล้วลลิสานึกอยากกัดเล่นเสียจริง ๆ

แต่คงทำได้แค่นึก เธอไม่กล้าแม้แต่จะยื่นมือไปสัมผัสด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะกลายเป็นการปลุกเขาให้ตื่น ปล่อยให้เขาได้พักก็ดีเหมือนกัน เขาคงเพลียถึงหลับสนิทได้ขนาดนั้น 

ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้เขา...

"......" 

พอนึกไปถึงสาเหตุใบหน้าของเธอก็แดงรื้นขึ้นมาอย่างไม่อาจหักห้าม ลลิสาเม้มปากตัวเองแน่นขึ้น ในหัวเริ่มคิดถึงเรื่องเมื่อคืนอีกแล้ว เรื่องน่าอายแบบนั้นทำไมถึงไปนึกถึงได้ แม้จะพยายามสะบัดศีรษะไปมาเพื่อขับไล่มันทิ้งไปแต่ภาพบางภาพก็แว้บเข้ามาให้เธอนึกถึงจนได้ 

เธอจดจำทุก ๆ แรงสัมผัสที่เกิดขึ้นได้ดี ช่วงเวลาที่เขาพยายามอ่อนโยนหรือแม้แต่ตอนที่เขาเผลอทำรุนแรงใส่ ตอนที่ร่างกายไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน มีบางช่วงที่คิดว่าร่างทั้งร่างแทบจะแหลกไปกับแรงสัมผัสเหล่านั้น บางครั้งที่คล้ายจะขาดใจตายแต่ก็ผ่านมาได้ ตอนที่เธอเผลอใช้เล็บข่วนเขา ยังไม่นับรวมร่องรอยที่ปรากฏชัดบนร่างกายของเธอเองที่เพียงแค่คิดถึงหน้าเธอก็ร้อนผ่าววูบวาบจนต้องยกมือขึ้นปิดเอาไว้

เห้อ...บางทีร่างกายและความรู้สึกคนเราเป็นเรื่องที่แปลกนัก เค้าว่ากันว่าธรรมชาติของมนุษย์ถูกสร้างมาเพื่อรับกับเรื่องแบบนี้ได้ 

คงมีแค่เธอที่ยังไม่ชิน คิดถึงทีไรก็นึกอายเมื่อนั้น

"ไม่ง่วงแล้วเหรอ" จู่ ๆ คุณหมีของเธอก็ตื่นจากการจำศีลขึ้นกะทันหัน ลลิสาหันมองเขาหน้าตาเหลอหลา 

เธอทำให้เขาตื่นหรือเปล่า

"ไม่ง่วงแล้ว" เธอรีบตอบก่อนจะเงียบเสียงลง 

มินยุนกิยกมือขึ้นเพื่อขับไล่ความง่วงทิ้ง ท่าทางเขายังคงงัวเงียอยู่มาก แม้จะพยายามดึงร่างให้นั่งหลังตรงเพื่อบังคับตัวเองให้ตื่นก็ตาม 

"ถ้าคุณง่วงก็นอนต่อเถอะ" 

เขาหันกลับมามองแวบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น ลลิสาส่งยิ้มให้เขา เข้าใจดีว่าเวลานี้เขาอยากหลับต่อมากขนาดไหน

"นอนได้เหรอ?"

"ได้สิ เดี๋ยวถึงแล้วจะปลุกเอง" เธอตอบรับ เห็นเขานิ่งไปชั่วครู่ ไม่นานหลังจากนั้นศีรษะหนัก ๆ ก็ถูกซบลงมาบนบ่าเธอเสียดื้อ ๆ

เดี๋ยว...ไม่ใช่แบบนี้สิ

"คุณ..." เธอท้วงติง

"ก็บอกว่าง่วงก็นอนต่อได้นี่นา" เสียงอู้อี้เอ่ยดัง

"ไม่ได้บอกว่าให้นอนแบบนี้"

"ก็จะนอนแบบนี้" เขาตัดบทและหลับตาเอาดื้อ ๆ จนลลิสาต้องถอนใจ 

ง่วงขนาดนี้แล้วยังจะคิดเอาเปรียบอยู่อีก แต่เอาเถอะ เห็นแก่ที่เมื่อกี้เธอก็ซบเขา จะยอมให้เขาซบคืนก็ได้

ลลิสาคิดอย่างปลง ๆ พลางมองเสี้ยวหน้าของคนที่หลับตาอยู่ ยิ่งมองใกล้ ๆ ยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวจนอยากกัดเล่น ถ้ากัดไม่ได้ หยิกแทนได้มั้ยนะ

ความคิดพิเรนทร์ที่เกิดขึ้นแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มขำ นึกถึงผลที่ตามมาแล้ว เพื่อความปลอดภัยหักใจไว้จะดีกว่า ขืนเธอทำจริงคงไม่น่ามีชีวิตรอด 

"ยุนกิ"

"อือ"

"ผมเริ่มยาวแล้วนะ" ลลิสาพึมพำเมื่อมองเรือนผมของเขา บางครั้งก็นึกอยากยื่นมือไปสัมผัสเล่นแต่ก็นึกเกรงใจพอ ๆ กับที่นึกอยากกัดแก้มเขาเล่นนั่นแหละ

"อืม...ถ้ากลับถึงบ้านแล้วจะไปตัด" เขาตอบ

"จะตัดจริงเหรอ" เธอเลิกคิ้ว แค่คิดว่ามันยาวขึ้นเฉย ๆ ไม่ได้บอกให้ไปตัดเสียหน่อย

"อือ..." คำขานรับสั้น ๆ ทำให้เธอเงียบไปชั่วครู่  

"เล็บก็ยาวแล้ว" เธอลองเอ่ยขึ้นอีก

"เดี๋ยวตัด"

เออแฮะ ว่าง่ายจริงด้วย 

"ยุนกิ..." ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ลลิสาตัดสินใจเอ่ยต่อ

"ไม่ต้องให้ไปเรียนทำอาหารแล้วได้มั้ย" 

คำถามของเธอทำให้คนที่เคยขานรับอย่างว่าง่ายก่อนหน้านั้นเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง

"ได้สิ"

"ได้จริง ๆ เหรอ" หญิงสาวถามเขารวดเร็ว ท่าทางยังคงไม่อยากเชื่อว่าเขาจะยอมตกลงได้ง่ายดายถึงเพียงนี้

"กำลังจะบอกพอดีว่าไม่ต้องไปเรียนที่นั่นแล้ว..." เขาเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของรอยยิ้มที่มองเขาอยู่

"เดี๋ยวเลือกที่ใหม่ให้" เอ่ยจบก็ซบหน้าลงเช่นเดิม 

ลลิสาแทบหุบยิ้มในทันทีที่ได้ยิน เธอทำหน้าเหวอไปเลยกับคำตอบนั้น เลือกที่ใหม่ให้เรียนแปลว่ายังต้องไปเรียนอยู่เหมือนเดิม แล้วมันแตกต่างกันตรงไหน

"คราวนี้ให้เลือกเองเลยก็ได้นะ ดีมั้ย"

"ไม่ดี" เธอตอบกลับรวดเร็ว

"ทำไมล่ะ ให้เลือกเองเลยนะ"

"ไม่ต้องมาทำใจดี ไม่ต้องมาซบแล้วด้วย" มือเล็กผลักเขาออก นึกโมโหจริง ๆ

มินยุนกิหัวเราะขบขันเมื่อเห็นสีหน้างอง้ำของเธอเข้า

"แค่นี้ก็ต้องงอนด้วยเหรอ" เขาส่งยิ้มพลางยื่นมือเข้ามาหยอกล้อ ลลิสาสะบัดหน้าที่ยังคงบึ้งตึงไปมา

"ลองเอ่ยขอดี ๆ ก่อน แล้วจะยอมให้" มินยุนกิยื่นข้อเสนอ

"แล้วเมื่อกี้ขอไม่ดีตรงไหน"

"ก็ดี แต่ไม่ถูกใจ" 

"เหอะ" หญิงสาวทำเสียงไม่พอใจ

"แค่พูดเพราะ ๆ เองไม่ยากหรอก" 

"พูดยังไง"

"ไหนลองเรียกพี่ให้ได้ยินหน่อยสิ"

"......" ลลิสานิ่งอึ้งไปชั่วครู่ก่อนส่ายหน้าไปมา

"ไม่เอา" ให้เธอเรียกเขาว่าพี่ต่อหน้าเขานี่นะ ฝันไปได้เลย

"ทำไมล่ะ แค่เรียกพี่เอง มันน่าอายตรงไหน" เขาเลิกคิ้ว

"แล้วทำไมต้องเรียกด้วยล่ะ"

"ก็พี่เป็นพี่มั้ยล่ะ"

"....."

"ไม่เอา" หญิงสาวยังคงยืนกรานปฏิเสธ ให้เธอเรียกก็รู้สึกแปลก ๆ แล้ว ยังมาแทนตัวเองแบบนั้นอีก 

"โอกาสสุดท้ายแล้วนะ" เขาทำเสียงเอื่อย ๆ 

"ตามใจนะ ไม่เรียกก็ไม่เป็นไร" 

"เดี๋ยว..." เสียงร้องเรียกนั้นทำให้เขาหันมามอง

ลลิสามีสีหน้าปั้นยากขึ้นทุกที ขยับปากจะเอ่ยเรียกเขาบ่อยครั้งแต่ก็ชะงักค้างทุกครั้งไป กลายเป็นว่าอ้ำอึ้งอยู่แบบนั้นเป็นนาน

"ว่ามาสิ..." เขาเอ่ยเร่ง

ร่างเล็กถอนใจออก ความจริงมันไม่ใช่คำที่ยากเย็นหรอก แต่พอต้องใช้เรียกเขาต่อหน้าทำไมมันถึงดูยากเย็นขนาดนี้ก็ไม่รู้

"พี่...ยุนกิ" เสียงที่หลุดออกมานั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"เอาใหม่ซิ"

"พี่ยุนกิ"

"เรียกเบาขนาดนี้ใครจะได้ยิน" เขาบ่น

"พี่ยุนกิ พี่ยุนกิ พี่ยุนกิ ได้ยินรึยัง" ลลิสากดเสียงหนักเอ่ยใส่เขาพร้อมเพิ่มน้ำหนักเสียงให้ดังขึ้น มินยุนกิหัวเราะลั่นกับการประชดประชันนั้น

"ได้ยินแล้ว" เขาตอบรับ

"แปลว่าไม่ต้องไปเรียนแล้วใช่มั้ย" เธอเอ่ยถามด้วยท่าทางกระตือรือร้นขึ้น

"จำได้ว่าเงื่อนไขคือพูดเพราะ ๆ ไม่ใช่เหรอ ที่เรียกเสียงดังแบบเมื่อกี้มันเพราะตรงไหน" เขาเลิกคิ้ว

"....." 

"เอาไว้เรียกเพราะ ๆ กว่านี้ จะพิจารณาอีกที"  

"มิน ยุน กิ" เสียงเย็น ๆ ของลลิสาเอ่ยดัง เธอหมดความอดทนในนาทีนั้นเอง 

อยากแกล้งเธอนักใช่มั้ย ต่อไปนี้อย่าหวังเลยว่าจะได้ยินคำเรียกเพราะ ๆ แบบนั้นอีก นอกจากจะไม่เรียกเขาว่าพี่แล้ว เธอยังเรียกเขาด้วยชื่อที่เขาไม่ชอบให้เธอเรียกอีก 

มินยุนกิหันมามองก่อนส่งยิ้มเรียบ ๆ ให้ รู้อยู่แล้วว่าเธอจงใจเพราะแน่ใจว่าเคยบอกแล้วว่าเขาไม่ชอบให้เรียกด้วยชื่อห้วน ๆ แบบนี้ 

"ลิซคนดี..." เสียงเรียกขานไพเราะแต่ชวนขนลุกนั้นทำลลิสาถึงกับปิดปากตัวเองสนิท เริ่มรู้ตัวว่าเธอเล่นเลยเถิดไปนิด

มือหนาถูกวางลงบนศีรษะเธอแผ่วเบา พร้อม ๆ หน้าที่เคลื่อนเข้ามาใกล้

"ครั้งนี้จะยกให้ ต่อไปถ้าได้ยินเรียกแบบนี้อีกจะไม่ใจดีแล้วนะ เข้าใจมั้ย" 

"เข้าใจแล้ว" แม้ไม่อยากขานรับก็ต้องยอมรับละ 

มินยุนกิก็ยังเป็นมินยุนกิ อะไรที่ไม่ชอบก็คือไม่ชอบและเธอก็ไม่ควรเสี่ยงทำ 

คล้ายกับลลิสาเพิ่งได้เรียนรู้ในนาทีนี้เองว่ามีบางเรื่องที่เธอไม่ควรก้าวข้ามไป แม้จะมีหลายสิ่งที่เธอก้าวข้ามไปได้แล้ว แต่กับเส้นบางเส้นมีไว้เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างกันให้คงอยู่

การให้เกียรติซึ่งกันและกันยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นอยู่เสมอ

"เรื่องเรียนทำอาหาร ไม่ต้องไปเรียนแล้วก็ได้" เพราะใบหน้าหงอย ๆ ของเธอทำให้มินยุนกิต้องเอ่ยขึ้น

"จริงเหรอ" เธอเงยหน้าถามเขาอย่างไม่แน่ใจ

"จริงสิ ถ้าเหนื่อยก็พักเถอะ" เขาเอ่ยตอบก่อนหันกลับไป

"ขอบคุณ" คำขอบคุณดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มพลางเหลือบสายตามองคนที่เมินมองไปทางอื่น 

ดูท่าจะยังขุ่นเคืองกันอยู่

หมับ...

มือเล็กยกขึ้นคล้องที่แขนเขาไว้อย่างเอาใจจนเขาต้องเหลือบสายตามามองแวบหนึ่ง ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อเห็นเขายังนิ่งเฉยเธอก็ซบศีรษะแนบชิดลงไปเสียอีก

"ซนอะไร" เขาบ่นพึมพำเมื่อลลิสาเลื่อนมือข้างหนึ่งไปดึงมือเขามาสอดประสานเอาไว้

"ไม่ได้ซน กำลังง้ออยู่" เธอเอ่ยตอบพลางยกมือข้างนั้นของเขาขึ้นมาในระดับสายตา

"พี่ยุนกิคนดี ไม่โกรธน้องนะ น้องผิดไปแล้ว...ต่อไปจะไม่ทำอีกแล้ว..." 

ความเงียบปกคลุมไปชั่วขณะเมื่อเสียงอ้อนวอนเล็ก ๆ นั้นเอ่ยดัง 

"ติงต๊องเอ้ย" ไม่นานหลังจากนั้นเสียงบ่นของเขาก็ดังขึ้นในขณะที่มือข้างที่ว่างอยู่โอบกระชับร่างเล็กให้แน่นขึ้น

ลลิสายิ้มแป้น แม้ไม่เงยหน้าขึ้นมองเขา ก็รู้ได้ว่าเขายิ้มอยู่ ลงทุนอ้อนขนาดนี้ ถ้ายังใจแข็งทำขัดเคืองใจอยู่ได้อีกก็ให้มันรู้ไปสิ




เมื่อกลับถึงโตเกียวได้ ลลิสาใช้เวลาช่วงบ่ายเดินเลือกซื้อของฝากน่ารัก ๆ สำหรับพี่ ๆ และแชยองอยู่พักใหญ่แล้วจึงกลับที่พัก ส่วนมินยุนกิเขาแยกตัวไปทำธุระสำคัญตั้งแต่กลับมาถึง ดูเหมือนว่าคงเป็นเรื่องสำคัญมากจริง ๆ เพราะจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่กลับมา

หลังจัดกระเป๋าสำหรับการเดินทางกลับเสร็จเรียบร้อย ลลิสาพาตัวเองมานั่งยังโซฟา หยิบรีโมตกดเปิดทีวีรอการกลับมาของเขา หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาแวบหนึ่ง เย็นมากแล้วนะทำไมเขายังไม่กลับมาอีก ธุระแบบไหนกันถึงได้หายไปหลายชั่วโมงขนาดนี้ แถมยังปล่อยให้เธออยู่คนเดียวเสียอีก 

รู้สึกเหงาแปลก ๆ

คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อย ความคิดหยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสกับความรู้สึกที่พุ่งขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

เธอเหงาอยู่หรือ...ทำไมทำเหมือนยังไม่ชินอีก ทั้งที่ปกติเขาก็หายไปแบบนี้อยู่บ่อย ๆ แล้วทำไมกับครั้งนี้เธอถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาได้ 

อา...ลิซ่า เธอเสพติดการมีเขาอยู่ข้าง ๆ มากเกินไปแล้วกระมัง พอเขาไม่อยู่ด้วยแค่นี้ก็เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาซะแล้ว ไม่ไหวเลย

เสียงออดหน้าประตูร้องดัง ร่างเล็กรีบหันกลับไปมอง เธอสลัดความคิดทั้งหมดที่เกิดขึ้นชั่ววินาทีนั้นทิ้งไป รีบพาตัวเองตรงดิ่งไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว 

"สวัสดีค่ะ คุณลิซ่าใช่มั้ยคะ" 

ผิดคาด คนที่ยืนอยู่หน้าประตูไม่ใช่เขา

"ค่ะ ฉันเอง" 

"ดิฉันชื่อเอโกะค่ะ มาจากมินกรุ๊ป" หญิงสาวผู้มาเยือนเอ่ยแนะนำตัวเองด้วยภาษาที่ติดสำเนียงญี่ปุ่นอยู่มาก พร้อมแจ้งถึงจุดประสงค์การมาให้ทราบ

"คุณชายให้มาเรียนคุณลิซ่าว่ายังติดงานสำคัญอยู่ อาจจะกลับดึกค่ะ"

"อ้อ...ค่ะ" ลลิสาขานรับ

คุณเอโกะส่งยิ้มก่อนจะก้าวถอยให้พนักงานที่ก้าวตามมาเคลื่อนบางอย่างมาหน้าประตู ลลิสาเองก็มองตามงง ๆ

"อะไรคะ?"

"คุณชายเกรงว่าคุณจะหิวเลยให้ดิฉันสั่งอาหารมาให้ค่ะ คุณลิซ่าทานอาหารเย็นก่อนได้เลยนะคะ ไม่ต้องรอคุณชาย"

"เขาติดงานอะไรอยู่เหรอคะ..." เธออดถามไม่ได้ 

"งานสำคัญมากค่ะ" ผู้มาใหม่ตอบไม่ตรงคำถาม

เป็นความลับสินะ หรืออีกนัยคือเธอไม่จำเป็นต้องรับรู้

ลลิสาทำได้เพียงพยักหน้าไม่กล้าถามต่อ เธอก้าวถอยหลังให้พนักงานนำอาหารเข้ามาในห้อง

"ขอบคุณนะคะ" หันส่งยิ้มขอบคุณเอโกะที่ยิ้มให้เธอก่อนจะก้าวถอยออกไป

ทันทีที่ประตูถูกปิดลง ลลิสาเดินกลับมาหยุดมองอาหารที่ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะเรียบร้อย ท่ามกลางความเงียบงันเหล่านั้นความรู้สึกที่เธอสลัดทิ้งไปก่อนหน้าวิ่งกลับเข้ามาอีกครั้ง คล้ายกับว่ามันรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

ทำไมรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง เธอกับเขามาฮันนีมูนไม่ใช่หรือไงนะ แล้วทำไมเขายังต้องทำงานอยู่อีก นี่มันคือการฮันนีมูนแบบไหนกัน 

หญิงสาวทิ้งร่างลงนั่งบนโซฟาขาทั้งสองข้างถูกชันขึ้นสูง สมองครุ่นคิดไปมาตีกันวุ่นวาย เธอจะทำยังไงกับความรู้สึกน้อยใจพวกนี้ดี จะจัดการขับไล่มันออกไปยังไง แม้ไม่อยากทำตัวเหมือนเด็กไร้เหตุผลที่รู้ทั้งรู้ว่าเขาติดงานยังเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นได้ แต่ลลิสากลับบังคับความน้อยใจที่มีขึ้นมากะทันหันนั้นไม่ได้ 

จะโทรหาก็ไม่ได้ จะไปหาก็ไม่ได้ จะกลับมาตอนไหนก็ไม่รู้ ทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ ทั้งที่เป็นวันสุดท้ายของการมาฮันนีมูนแล้วแท้ ๆ 

"....."

ดวงตากลมโตหม่นแสงนั้นเหม่อลอยขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มแน่ใจตัวเองชัดเจนขึ้น เธอกำลังเผชิญกับความน่ากลัวทางความรู้สึกอย่างหนึ่ง การชินกับชีวิตที่มีเขาอยู่ข้าง ๆ มีความสุขเวลาที่อยู่ด้วยกัน และการหวงแหนช่วงเวลาเหล่านั้นมากเกินไป สิ่งเหล่านี้ล้วนน่ากลัวและอันตรายแทบทั้งสิ้น 

อะไรที่มีมากเกินไปมักให้โทษ เมื่อเกิดขึ้นแล้วล้วนยากยิ่งเกินจะควบคุม

ร่างเล็กค่อย ๆ ผ่อนคลายเมื่อหาสาเหตุของความผกผันทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นเจอ เธอพยายามกดมันลง บังคับตัวให้สงบนิ่ง ไม่ช้าไม่นานสิ่งที่วิ่งพล่านไปมาในใจจึงค่อยสงบลงได้


มินยุนกิกลับเข้าห้องมาเมื่อดึกมากแล้ว เขาเลิกคิ้วเมื่อพบว่าไฟในห้องพักยังเปิดสว่าง พลันสายตาเคลื่อนไปหยุดยังร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่บนโซฟา มือที่ยกขึ้นกุมท้ายทอยเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้าถูกปล่อยลงข้างลำตัว เขาหยุดนิ่งอยู่ชั่วครู่ก่อนระบายลมหายใจหนัก ๆ ออก 

ชายหนุ่มขยับมาหยุดมองอาหารที่ถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ เมื่อเปิดมันออกดูจึงพบว่าเธอไม่แตะต้องอาหารเหล่านั้นเลยแม้เพียงนิดเดียว

"ทำไมถึงดื้อแบบนี้นะ" บ่นพึมพำพลางทรุดร่างลงนั่งใกล้คนที่ขดร่างนอนหลับสนิทบนโซฟาก่อนจะช้อนร่างเล็กขึ้นสู่อ้อมแขน 

ดวงตาคมทอดมองใบหน้าอ่อนใส อ่อนใจกับความดื้อรั้นที่เธอมี รู้อยู่แล้วว่าลลิสาหัวรั้นมากพอตัว คาดเดาได้ล่วงหน้ากระทั่งว่ากลับมาถึงอาจโดนเมินใส่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะถึงขั้นไม่ยอมกินอะไรเลยแบบนี้

"ฮือ..." ลลิสาขยับตัวไปมา สีหน้าแสดงความไม่พอใจที่ถูกรบกวนเวลานอน ทั้งที่ตายังปิดสนิท

"แค่จะพาไปนอน" เขาเอ่ยเสียงเบา ร่างที่งอแงอยู่เมื่อครู่ก็สงบลงเช่นเดิม

ว่าง่ายแบบนี้ตลอดก็คงดี  

ไม่นานหลังจากนั้นร่างเล็กของลลิสาก็ถูกวางลงบนเตียง เขาจัดท่าให้เธอนอนสบายขึ้นและดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเล็กเป็นสิ่งสุดท้ายเตรียมจะถอยออกห่าง ยังไม่ทันได้ขยับตัวร่างเล็กก็พลิกตัวและเบียดเข้าหาความอบอุ่นจากคนข้างกาย มือทั้งสองข้างเอื้อมมากอดแขนของเขาเอาไว้และซุกหน้าลงโดยไม่รู้ตัว

"...." 

"ลิซ ปล่อยก่อน..." เสียงทุ้มร้องเตือน แต่คนที่เข้าสู่ห้วงนิทราคล้ายจะไม่ได้ยินและรับรู้อะไรอีกแล้ว 

"ลิซ..." มีเพียงความเงียบแทนคำตอบ 

ให้มันได้แบบนี้สิ... 

มินยุนกิถอนใจ หันมองใบหน้าที่ซุกอยู่ที่แขนเขาราวอ่อนใจ เธอเห็นเขาเป็นหมอนข้างไปเสียแล้ว 

เพราะเห็นเธอหลับสบายเขาจึงไม่อยากปลุกให้เธอตื่น ยอมนั่งนิ่งพิงหลังกับหัวเตียง ยอมให้เธอใช้เป็นหมอนข้างอยู่แบบนั้นทั้งที่ตัวเองก็เมื่อยล้าเต็มที

กระทั่งเวลาผ่านไปมือที่รั้งเขาไว้เริ่มคลายออก มินยุนกิหันมองเธอแวบหนึ่ง มือหนายื่นไปลูบผมแผ่วเบาแล้วจึงถอยออกห่างไปด้วยร่างกายที่เมื่อยล้า

ลลิสากะพริบตาถี่ขึ้นเมื่อรู้สึกตัวและสติเริ่มคืนกลับมา เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แล้วเธอเกาะเขาไว้แบบนั้นนานแค่ไหนแล้ว

ผ่านไปหลายสิบนาทีเขาก็กลับออกจากห้องน้ำ ไฟในห้องถูกปิดลง ลลิสาที่แกล้งหลับตาได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่เดินกลับมาที่เตียงอีกครั้ง เขาทิ้งร่างลงนั่งอยู่แบบนั้นชั่วครู่คล้ายกำลังสนใจอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนของสิ่งนั้นจะถูกวางลงที่หัวเตียง และเขาเปลี่ยนอิริยาบทเตรียมจะนอน ทิ้งร่างลงได้ไม่เท่าไหร่มือเล็กของลลิสาก็เอื้อมมาดึงเสื้อเขาไว้

ชายหนุ่มพลิกร่างกลับไปมองเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสจากร่างเล็กที่บดเบียดเข้าหา 

"ตื่นแล้วเหรอ" น้ำเสียงทุ้ม ๆ เอ่ยถาม

ลลิสาไม่ตอบ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้มากขึ้นพร้อมซุกหน้าลงยังอกแข็งแรงอย่างตั้งใจ 

"เป็นอะไรรึเปล่า"

"เปล่า..." ปฏิเสธด้วยเสียงอู้อี้ มินยุนกินิ่งเงียบไปชั่วครู่ รับรู้ได้จากปฏิกิริยาที่เธอมี วงแขนแข็งแรงจึงถูกยกขึ้นโอบร่างของเธอเข้าสู่อ้อมกอด 

"แล้วงอแงทำไม" เขาเอ่ยเสียงเบา

"ไม่ได้งอแง" เธอยังเอ่ยเถียง 

"ที่ทำอยู่นี่แหละ เค้าเรียกว่างอแง"

ลลิสาเงียบเสียงลง ขี้เกียจเถียงเขาอีก หรือจะพูดให้ถูกคือเถียงไม่ออก เพราะรู้ทั้งรู้ว่าที่เธอเป็นอยู่ไม่เกินไปกว่าที่เขาพูด

เธอจงใจงอแงใส่เขาจริง ๆ

"อาหารที่สั่งมาให้พวกนั้น ทำไมถึงไม่กิน?" เขาถามขึ้นอีก 

"ตอนนั้นยังไม่หิว" เธอเอ่ยตอบ

"แล้วตอนนี้ล่ะ" 

"ตอนนี้ก็ไม่หิว" มินยุนกิถอนใจกับอาการตีรวนของคนในอ้อมกอด นี่คือความดื้อรั้นอย่างหนึ่งที่ลลิสาแสดงออก

"รู้ใช่มั้ยว่าที่กลับดึกเพราะติดงาน"

"อือ..."

"ไม่ได้อยากทิ้งให้อยู่คนเดียว แต่จะให้ทิ้งงานมาก็ไม่ได้"

"เข้าใจแล้ว" เธอเอ่ยขึ้นขัด เธอไม่ได้อยากฟังคำอธิบายพวกนี้เสียหน่อย

"แล้ว..." เขาเลิกคิ้ว เข้าใจแล้วทำไมถึงยังงอแง

ลลิสาไม่พูดอะไรอีก เธอนิ่งเงียบลงแต่ไม่ยอมผละออกไป มินยุนกิเงียบไปพักใหญ่ใช้ความคิดอยู่ชั่วครู่

"ขอโทษนะ" เขาเอ่ยขึ้นอีก

"......" ร่างเล็กที่เงียบอยู่ก่อนหน้าค่อย ๆ พยักหน้าและขานรับ 

"อือ.." 

แค่นี้เอง แค่คำขอโทษ 

บางทีเธอก็ต้องการแค่นี้ ไม่ต้องการคำพูดอะไรมากมายไปกว่านี้หรอก แค่อยากได้ยินคำขอโทษ ทุกสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่ดีวันนี้ทั้งหมดก็อันตรธานหายไปได้

หญิงสาวขยับร่างออกเมื่อได้สิ่งที่พอใจแล้ว แต่วงแขนของเขายังคงรั้งไว้

"เดี๋ยวก่อน" 

"ฮึ..." เธอเงยหน้าขึ้นมอง 

มินยุนกิกดเปิดไฟที่หัวเตียง เอื้อมมือหยิบบางอย่างออกมาถือ

"ให้" เขาเอ่ยสั้น ๆ คนที่ยังมีสีหน้างง ๆ อยู่มองของที่ยื่นส่งมาให้ด้วยความประหลาดใจ

"อะไรเหรอ" เอ่ยถามขณะรับไปถือก่อนจะค่อย ๆ เปิดมันออก 

แหวน...

"เห็นสวยดีก็เลยซื้อมา นึกขึ้นได้ว่าเรายังไม่มีกันทั้งคู่" เขาเอ่ยเรื่อย ๆ 

ลลิสามองแหวนเกลี้ยงสองวงที่วางอยู่คู่กันในนั้นแล้วจึงหยิบมันขึ้นมาถือ 

"ซื้อมาจากไหนนะ"

"ร้านข้างทางแถว ๆ นี้" 

"อ้อ...ร้านข้างทางแถว ๆ นี้เหรอ..." เธอลากเสียงเลียนแบบเขาพร้อมอมยิ้ม มินยุนกิจึงผลักศีรษะเธอออกไม่จริงจังนัก

หญิงสาวยิ้มกว้างขบขันที่ล้อเขาได้ มินยุนกิคนปากหนัก ตั้งใจทำมาให้ก็บอกมาเถอะ ดูก็รู้ว่าเขาสั่งทำมา

"ชอบมั้ย"

"อือ" ลลิสาขานรับ

"ถ้าไม่ชอบ จะเปลี่ยนวงใหม่ให้"

"ไม่เปลี่ยน ชอบวงนี้" หญิงสาวตอบกลับก่อนจะหันมองเขา ทั้งคู่สบตากันนิ่งอยู่ชั่วครู่ มินยุนกิจึงดึงแหวนในมือของเธอมาถือไว้พร้อมดึงมือข้างหนึ่งขึ้นมาและสวมแหวนลงบนนิ้วให้

"ถ้าชอบก็ห้ามถอดออกล่ะ"

"อืม..." เธอขานรับพร้อมอมยิ้ม

"เป็นแหวนร้านข้างทางที่พอดีนิ้วเป๊ะเลยเนอะ" ลลิสาเอ่ยล้อเขา คนถูกล้อมองตาดุแต่หญิงสาวไม่สนใจ เธอหยิบแหวนอีกวงขึ้นมาถือ ลังเลอยู่พักหนึ่งจึงยื่นมือไปสวมแหวนคืนให้เขา

อดนึกไปถึงพิธีแต่งงานที่เธอเคยไฝ่ฝันถึงไม่ได้ ถึงแม้เธอจะไม่เคยสัมผัสกับพิธีการเหล่านั้น แต่ที่ทำอยู่นี่คงเป็นการแลกแหวนแต่งงาน 

เหมือนกำลังอยู่ในพิธีแต่งงานเลยแฮะ เหมือนเขาและเธอกำลัง... 

"ทำไมต้องหน้าแดง" เขาเอ่ยถาม ลลิสาชะงักรีบเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที

"เปล่าซะหน่อย" เธอเถียงกลับก่อนปล่อยมือเขาออก 

เธอนะหรือหน้าแดง ไม่จริงหรอก 

"ก็เห็นอยู่ว่าหน้าแดง" เป็นฝ่ายเขาที่ยิ้มล้อเธอบ้าง 

"ทำไม เขินเหรอ" 

"บ้าสิ ไม่ได้เขิน" ตาบ้านี่ ยังจะมาล้ออยู่อีก ตัวเองก็เขินเหมือนกันนั่นแหละ ที่แสร้งขบขันแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อนนี่เพื่อข่มความเขินอายเอาไว้เท่านั้น

"ไม่ได้เขินจริงเหรอ..."

"ไม่ได้เขิน"

"จริงอ่ะ"

"จริง ไม่ได้เขิน" เธอยังคงเอ่ยยืนยัน

"อ้อ..." เขาทำเสียงเหมือนไม่ยอมเชื่อ ลลิสาไม่อยากเถียงเขาอีกจึงพลิกตัวออกแต่กลับถูกวงแขนแข็งแรงนั้นรั้งไว้อยู่เช่นเดิม 

"ปล่อยได้แล้ว จะนอนแล้ว"

"จูบก่อน แล้วจะปล่อย" 

"ฮือ..." ลลิสาเบิกตากว้าง อะไรของเขา อยู่ดี ๆ มาขอให้จูบ 

"ก็แลกแหวนแล้ว คู่แต่งงานคู่ไหนเขาก็แลกจูบทั้งนั้นแหละ" มินยุนกิพูดหน้าตาเฉย

"ไม่เอา" เธอปฏิเสธ 

"ตามใจ ถ้าไม่จูบก็นอนทั้งแบบนี้" เขากระชับวงแขนที่โอบรัดแน่นขึ้น ลลิสาหน้าเหวอ จะให้เธอนอนทั้งที่ยังอยู่บนตัวเขานี่นะ 

"ยุนกิ ปล่อยเถอะ"

"ไม่ปล่อย" เขาตอบปฏิเสธ ลลิสามองเขาอย่างอ่อนใจ

"พี่ยุนกิ ปล่อยเถอะนะ ง่วงแล้วจริง ๆ" เธอลองอ้อนเขาดูอีกสักครั้ง มินยุนกิอมยิ้มส่ายหน้าไปมา 

"ไม่ได้ผลหรอก ไม่ต้องมาอ้อน" ลลิสาอ้าปากค้าง ลงทุนอ้อนแล้วยังใจแข็งอยู่อีก นึกอยากข่วนหน้าตายียวนกวนประสาทนั่นเสียจริง ๆ 

ท้ายที่สุดก็ยอมโน้มหน้าเข้าไปใกล้ แตะริมฝีปากลงบนปากเขาแผ่วเบาก่อนจะรีบดึงหน้าออกรวดเร็ว มินยุนกิหัวเราะขบขัน เลื่อนมือขึ้นมาโอบแผ่นหลังของเธอไว้ 

"บอกกี่ครั้งแล้วว่านั่นมันไม่เรียกว่าจูบ" 

"ต้องให้สอนให้ใหม่ทุกทีเลยสิ" เขาไม่พูดเปล่าพลิกร่างเธอลงเสียอีก

"ฮือ..." ลลิสาโวยวาย สุดท้ายก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบเขาทุกที




++++++++++++++++++++++++


[2] ครบแล้ว มีแอบลงซีนทดลองไปนิดหน่อยด้วย ตามสัญญาคือพรุ่งนี้น่าจะได้ลงอีกหนึ่งตอน ที่เห็นหาย ๆ ไปนานคืองานเยอะมากจริง ๆ ค่ะ มาช้าหน่อยแต่ไม่เทเรื่องนี้แน่นอน ถ้าเห็นว่าช้าไป ไปตามในทวิตได้นะคะ ส่วนใหญ่จะสิงอยู่ในนั้น 

ขอบคุณทุก ๆ คนที่ชอบเรื่องนี้นะคะ ใครเจอคำผิดตรงไหนแจ้งได้เลยนะ อาจไม่ได้แก้ในนี้ทั้งหมด เดี๋ยวไปแก้ที่ต้นฉบับค่ะ ^^

[1] บางทีก็หมั่นไส้ เขียนเองก็หมั่นไส้เอง TT จริง ๆ อยากให้เขามีช่วงเวลาน่ารัก ๆ ไปนาน ๆ นะ ควรอยู่ญี่ปุ่นไปซักปีสองปีค่อยกลับเนอะ แต่ว่าตีตั๋วมาแค่นี้ 555 ถึงเวลากลับบ้านกันแล้ว ขอบคุณทุกคอมเมนต์ทุกการติดตามนะคะ 






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 163 ครั้ง

3,711 ความคิดเห็น

  1. #3496 Pandariri12 (@Pandariri12) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 21:36
    อ้ากกกก อีกล้าวววว
    #3496
    0
  2. #3428 pinsudatomueange (@pinsudatomueange) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 23:25
    น่ารักกกก งื่อออ
    #3428
    0
  3. #2388 AMANDA.P (@mookko) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 22:47
    อิฮิ! ตอนนี้มุ้งมิ้งกิงก่องแก้วดีนะคะ น่ารัก แต่ดราม่าจะมาแล้วใช่ไหมเนี่ย
    #2388
    0
  4. #2381 Ducky (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 20:41
    พายุจะมาหลังคลื่นสงบ
    #2381
    0
  5. #2380 Ducky (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 20:40
    พายุจะมาหลังคลื่นสงบ
    #2380
    0
  6. #2379 Ducky (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 20:39
    พายุจะมาหลังคลื่นสงบ
    #2379
    0
  7. #2377 kullanat1999 (@kullanat1999) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 10:27
    หวานมาก อ่านไปยิ้มไปเลยอ่ะ
    #2377
    0
  8. #2376 PROUD_JK (@PROUD_JK) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 08:45
    เขินนน>.<
    #2376
    0
  9. #2375 Sari0704 (@sar912) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 08:33
    น่ารัก มุ้งมิ้งมากมายยยยย อ่านไปยิ้มไป ฟินตัวจะแตก รอจร้าาาาา
    #2375
    0
  10. #2374 Juno_e (@juno_e) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 08:08
    น่ารักกกกก ไม่อยากเจอตอนดราม่าเลยยย
    สู้ค่าไรท์
    #2374
    0
  11. #2373 ขี้ชิป (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:45
    เหมือนว่าไรท์จะหว่านอะไรหวานๆเเล้วค่อนทรมานคนอ่านเเบบจัดหนัก ดราม่ามาเต็มงี้เลย

    ระเเวง55 เเต่ขอบคุณนะคะ สู้ๆ
    #2373
    0
  12. #2372 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:44
    ชนาดดราม่ายังไม่มา เรายังน้ำตาซึมเลย
    ถ้าดราม่ามา เราคงร้องไห้หนักมาก
    ฮือ แต่เราก็ชอบอ่านดราม่านะ 
    เพราะหลังดราม่ามักจะฟินจนหมอนขาดตลอด อิอิ
    ไรท์สู้ๆค่ะ เราติดตามไรท์ทั้งในเด็กดีและทวิตเตอร์เลยนะ
    #2372
    0
  13. #2371 RY8+9 (@ry894) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 22:55
    โอ๊ยยยยยยย ไรต์ค่ะเรื่องมาดีงาม สวนดอกไม้เป็นไร่แบบนี้จะดึงกลับดราม่าชุดใหญ่จริงๆเหยอออออออ ฮือออออ เค้าไม่พร้อมกับดราม่าาาาาาาาาาาา ไม่อาวววดราม่าาาาา ฮือออออออออ ปล.ตอนนี้สนุกมากกกกค่าาาาา เขินมากกกก ฟินมากกกกกก น่ารักกันมากกกกกก สู้ๆนะ ปล.สุดท้าย รวมเล่มยังคงอยากซื้อเก็บไว้อยู่นะค่าาาาา
    #2371
    0
  14. #2370 CHOI DONGRIM (@kittima3137) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 20:52
    เขินอ่ะ ชอบๆ5555 // ต่อนะค่ะ
    #2370
    0
  15. #2369 ยัยแมวน้อย (@lalisa_lisa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 19:55
    รอนะค้าาาา
    #2369
    0
  16. #2368 PangShie (@PangShie) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 19:24
    โอยหวานมาก ฟินงะ ละมุนมาก อิจ เด้อ
    #2368
    0
  17. #2367 faifaikorn (@faifaikorn) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 19:16
    รออออออ อ่านแล้วเขินอ่ะ อารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้อ่านเขาหวานกัน55555
    #2367
    0
  18. #2366 Muthita Thongpa (@luhanland777) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 19:07
    รอเด้ออออออ
    #2366
    0
  19. #2365 XXXXGGGGGC (@XXXXGGGGGC) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 18:10
    ทวิตไหนอ่าาค่าาาา~
    #2365
    0
  20. #2364 lukkadena (@lukkadena) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 18:10
    เขินจนกลิ้งรอบห้องเลยอ่ะ ฮรือออ????
    #2364
    0
  21. #2363 30palmy45 (@30palmy45) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 17:29
    มดขึ้นเตียงงงงง
    #2363
    0
  22. #2362 m me (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:55
    อ่านไปเขินไปค่าาา. รอนะคะ สุ้ๆค่ะ
    #2362
    0
  23. #2361 Jitanan Younghwa (@pyj-ployploy) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:40
    งื้ออออออออ ????
    #2361
    0
  24. #2360 HamJutarat (@HamJutarat) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:01
    รอๆๆๆๆๆค่า
    #2360
    0
  25. #2359 0810018779 (@0810018779) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:20
    รอจ้า แต่งดีคงเส้นคงวาจิงๆ
    #2359
    0