[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 25 : [All to you] Chapter 23 – Just one day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    30 ก.ค. 60



Chapter 23 – Just one day 






"จัดกระเป๋าถึงไหนแล้ว" แชยองส่งเสียงมาให้ได้ยินเป็นประโยคแรกหลังจากที่ลลิสาคว้าโทรศัพท์มากดรับ

"กำลังจัดอยู่เลย" หญิงสาวเอ่ยตอบพลางทิ้งร่างลงนั่งกับพื้นกวาดสายตามองของใช้ที่จำเป็นในกระเป๋าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง 

"คงต้องใช้เวลาอีกนิดหน่อย แต่เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว"

"อิจฉาชะมัดเลย ฉันก็อยากมีโอกาสไปฮันนีมูนแบบนี้มั่งจัง" คนปลายสายส่งเสียงอ้อนมา ลลิสาอมยิ้มเมื่อนึกหน้าตาตอนที่แชยองทำเสียงแบบนี้ออก 

"ไปด้วยกันมั้ยล่ะ"

"จะบ้าเหรอ พ่วงคนอื่นไปด้วยมันจะเรียกไปฮันนีมูนได้ยังไง"

"มันก็แค่ไปเที่ยวเฉย ๆ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก" 

"ไม่ใช่แค่ไปเที่ยวเฉย ๆ นะ แต่มันคือการไปฮันนีมูนของเธอ ช่วยมองให้มันเป็นเรื่องพิเศษหน่อยเถอะ" แชยองบ่นกลับมาได้สมกับการเป็นคนอ่อนไหวและละเอียดอ่อนที่สุดในหมู่พี่น้อง คนถูกบ่นจึงจำต้องขานรับคำบ่นนั้นอย่างเสียไม่ได้ 

"ก็ได้ ๆ ไปฮันนีมูนก็ไปฮันนีมูน"

"มันต้องออกมาดีแน่ ๆ เลย ช่วงนี้ญี่ปุ่นอากาศกำลังดีด้วยอ่ะ ฮือ อิจฉาจริง ๆ นะเนี่ย"

"พูดยังกับเธอไม่เคยไป"

"ไอ้เคยมันก็เคยแต่ไม่เคยไปฮันนีมูน" แชยองเถียงกลับมาจนลลิสาต้องหัวเราะเพราะไม่รู้จะเถียงกลับไปยังไงดี

"เออ เธอต้องระวังพายุด้วยนะ ฉันได้ยินมาว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่มีพายุเข้าบ่อย ๆ ต้องดูแลตัวเองดี ๆ ด้วย" คนปลายสายยังส่งความห่วงใยจนลลิสาต้องกลั้นยิ้ม

"อืม รู้แล้ว" 

"แต่ความจริงเธอไม่ได้ไปคนเดียวนี่เนอะ สามีเธอก็ไปด้วย" ราวกับแชยองเพิ่งนึกได้ว่าเธอดูจะห่วงใยเพื่อนเกินเหตุ

"ฉันคงกังวลมากไปหน่อย แต่ว่ายังไงก็อย่าลืมของสำคัญนะ พาสปอร์ตน่ะใส่กระเป๋าไว้หรือยัง" 

"จริงด้วย พาสปอร์ต" ลลิสาพึมพำกับตัวเองและผุดลุกขึ้นเดินไปเปิดลิ้นชักข้าง ๆ รื้อหาหนังสือเดินทางที่ถูกเก็บไว้กับเอกสารสำคัญบางอย่างของตนอยู่ชั่วครู่

"ฉันเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย ดีนะที่เธอเตือน"

"นั่นไงล่ะ ยัยโก๊ะเอ้ย เธอนี่นะ" แชยองพึมพำคำบ่นมาให้ได้ยิน ลลิสาทำได้เพียงยิ้มเหยเก

"โอเค ฉันไม่กวนเธอแล้วดีกว่า เดินทางปลอดภัยแล้วก็เที่ยวให้สนุกนะ"

"อืม ขอบใจนะ" ลลิสาระบายยิ้มเมื่อบทสนทนาระหว่างเธอและแชยองสิ้นสุดลง มือเล็กคว้าหนังสือเดินทางในลิ้นชักออกมาเพื่อจะนำไปเก็บลงกระเป๋าใบเล็ก พลันสายตาไปสะดุดกับบางสิ่งเข้าเสียก่อน

"หืม" เธออุทานเสียงแผ่วขณะหยิบสมุดบันทึกที่วางอยู่ด้านล่างขึ้นมาเปิดออกดู 

สมุดจดบันทึกเล่มเก่าที่บันทึกเรื่องราวในชีวิตของเธอเอาไว้เล่มนี้ เหมือนจะนานมากแล้วที่ลลิสาไม่ได้หยิบมันมาอ่านและบันทึกอะไรอีกเลย ครั้งสุดท้ายที่เธอจดบันทึกคือวันที่เกิดเรื่องขึ้นวันนั้น  

ร่างเล็กปิดลิ้นชักไว้เช่นเดิมก่อนพาตัวเองนำหนังสือเดินทางมาเก็บลงกระเป๋าสะพาย เธอปิดกระเป๋าเดินทางและลากไปวางไว้มุมห้อง จากนั้นจึงเดินกลับมายังเตียงนอนทิ้งร่างลงเปิดอ่านสมุดบันทึกในมือด้วยความสนใจ

ดูเหมือนบันทึกบรรทัดสุดท้ายของเธอคือแผนที่วางไว้ว่าจะทำในช่วงปิดเทอมที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ชีวิตเธอเกิดความเปลี่ยนแปลง ลลิสาระบายลมหายใจออกเมื่อนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวเหล่านั้น ทั้งสถานที่ที่อยากไป สิ่งที่อยากทำล้วนถูกจดลงในสมุดเล่มนี้ 

ทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอนเลยจริง ๆ ดูเอาเถอะแม้แต่สิ่งที่ตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำแต่ที่สุดแล้วเธอไม่ได้ทำตามแผนเหล่านั้นเลยแม้เพียงอย่างเดียว เพียงพริบตาเดียวชีวิตของเธอก็เปลี่ยนผันไป ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน ลลิสารู้ซึ้งในสัจธรรมข้อนี้แล้ว 

มือเล็กเปิดบันทึกของเธอย้อนหลัง ตั้งใจอ่านทบทวนเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตที่เธอเคยผ่านมา สิ่งที่เรียกว่า 'ความทรงจำ' ของมนุษย์นั้นเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก ทั้งที่มีเรื่องราวมากมายผ่านเข้ามา แต่ความทรงจำเหล่านั้นกลับคัดกรองและเลือกจดจำไว้เพียงบางเรื่อง เรื่องบางเรื่องถูกจดจารไว้จนไม่อาจลบเลือนได้หากแต่ก็มีหลาย ๆ เรื่องที่คล้ายจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา บางเรื่องอยากลืมแต่กลับจดจำได้ดี บางเรื่องแม้อยากจำมากแค่ไหนก็ลืมเลือนไป และเพราะไม่กล้าประมาทว่าช่วงชีวิตและเรื่องราวที่เธอครอบครองนี้จะอยู่กับเธอไปได้อีกนานแค่ไหน สิ่งที่ดำเนินอยู่จะกลายเป็นแค่ความทรงจำหรือถูกลืมเลือนไปเมื่อไหร่ เธอจึงต้องมีเครื่องช่วยจดจำไว้เพื่อบันทึกความทรงจำเหล่านี้ไม่ให้ขาดหายไป ความทรงจำที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือและลายมือหวัด ๆ ของเธอเอง

อ่านลายมือตัวเองไปได้สักพักความง่วงก็เข้ามาครอบงำจนต้องยกมือขึ้นปิดปากที่เริ่มหาวหวอด ๆ มาเป็นระยะ สายตาเหลือบไปมองหน้าประตูครั้งแล้วครั้งเล่า มินยุนกิยังคงทำงานอยู่ในห้องส่วนตัวทั้งที่ดึกมากแล้ว และเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะอยู่ในนั้นดึกแค่ไหน แม้ใจจะนึกห่วงที่เห็นเขานอนดึกแทบทุกคืน อีกทั้งพรุ่งนี้ยังต้องออกเดินทางแต่เช้าจนอยากไปเตือนเขาให้พักผ่อนเสีย แต่อีกใจก็ร้องเตือนและคิดว่าเขาคงอยากทำงานให้เสร็จก่อนจะทิ้งงานไปญี่ปุ่น

สมองตีกันวุ่นวาย สุดท้ายร่างเล็กก็วางสมุดบันทึกลงและลุกออกจากห้องไปหยุดหน้าประตูห้องทำงานของเขา ถือวิสาสะเปิดประตูออกและยื่นหน้าเข้าไปส่งเสียงทักทาย

"ฉันขอเข้าไปนะ" 

เจ้าของห้องหันกลับมามองเธอและพยักหน้าให้ ลลิสาจึงเดินลากเท้าเข้าไปใกล้มองหน้าจอเหล่านั้นด้วยความสนใจ เธอไม่มีความรู้กับสิ่งที่เขาทำมากนักแต่ก็พอรู้ว่ามันเกี่ยวกับเพลง ดนตรี อะไรเทือกนั้น

"นั่งสิ" เขาหันมองอีกครั้งเมื่อลลิสายังคงยืนนิ่ง หญิงสาวจึงหันซ้ายแลขวาเห็นเก้าอี้อีกตัวอยู่อีกมุมจึงถอยออกไปนั่งตรงนั้น มินยุนกิดึงที่ครอบหูออกและเอียงคอหันมองคนที่พาตัวเองไปนั่งเสียไกลโข 

"ลิซ..." เขาเรียกชื่อพร้อมส่งสายตาให้เธอเข้าไปใกล้ คนที่ยังงง ๆ จึงต้องลุกขึ้นอีกครั้งและลากเก้าอี้เข้าไปใกล้เขามากขึ้น

มันก็ยังทำตัวไม่ถูกนักหรอก เข้ามาในห้องนี้ทีไรรู้สึกเหมือนเข้าสู่อาณาเขตส่วนตัวของเขาทุกที ขึ้นชื่อว่ากำแพงก็คือกำแพง ต่อให้มันลดน้อยถอยต่ำลงมาหรือบางเฉียบเป็นกระจกใสแค่ไหนมันก็ยังคงสถานะไว้ซึ่งคำ ๆ นั้นอยู่ ไม่ว่ายังไงห้องนี้ก็คือสถานที่ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรรุกล้ำเข้ามา เว้นเสียแต่ว่าเขาจะอนุญาต

"งานยังไม่เสร็จเหรอ" 

"ใกล้แล้ว" เขาเอ่ยตอบ สายตายังจดจ่ออยู่กับหน้าจอ

"ฉันจัดกระเป๋าเสร็จแล้วนะ"

"อืม" 

"คุณจะจัดใหม่ก็ได้นะ ฉันไม่รู้ว่าจัดของจำเป็นให้คุณครบมั้ย"

"ไม่เป็นไร ยังไงก็ได้" คำตอบยังสั้นอยู่เหมือนเดิม ลลิสามองเขาอีกครั้ง สมาธิเขาคงอยู่ที่งานจริง ๆ ทั้งที่อยากขอให้เขาหยุดพักแต่เห็นแบบนี้แล้วจึงคิดว่าเธอไม่ควรกวนเขาจะดีกว่า

"งั้น...ฉันไปนอนก่อนดีกว่านะ คุณจะได้ทำงาน" ลลิสาถอยเก้าอี้ออกห่างขยับจะลุกขึ้นยืนแต่คนที่เธอคิดว่าเขาจดจ่ออยู่กับงานหันมาคว้ามือเธอไว้ก่อน

"รอก่อน" เขาส่งเสียงห้ามไว้ ลลิสาจำต้องทิ้งร่างลงนั่งตามแรงมือที่ดึงรั้ง ส่งสายตามองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก 

"มีอะไรจะให้ฟัง" ประโยคสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มนั้นเอ่ยดังก่อนหันกลับไปมองหน้าจออีกครั้ง มือหนาดึงเฮดโฟนขึ้นครอบหูตามเดิม อีกชั่วครู่ถัดมาจึงดึงออกและหันกลับมามองเธอ ยกเฮดโฟนขึ้นและกดครอบลงบนศีรษะของลลิสา

"หือ..." ลลิสางุนงงมองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก 

มินยุนกิหันกลับไปมองหน้าจออีกครั้งก่อนกดเปิดการทำงานของอุปกรณ์ในมือ ลลิสาเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขาเริ่มทำงานและเสียงดนตรีที่ดังขึ้นให้ได้ยิน

เพลง?

หญิงสาวมองสบตาคนที่หันกลับมามองขณะที่เธอยังคงฟังเสียงดนตรีที่ดังออกจากเฮดโฟนทั้งสองข้าง 

"งานคุณเหรอคะ" เธอเอ่ยถามทั้งที่ยังฟังไม่จบด้วยซ้ำไป 

"เปล่า" เขาส่ายหน้า

"งานก็ส่วนงาน อันนี้แค่...อยากทำให้" 

คนนั่งนิ่งทำตัวไม่ถูก ราวกับว่าเธอทำเส้นเสียงตัวเองหล่นหาย เผลอบดริมฝีปากเข้าหากันไปชั่วขณะ ดนตรีไพเราะที่วิ่งหากันไปมาก็ส่วนหนึ่ง สายตาคนที่มองเธออยู่นี่ก็ส่วนหนึ่ง รอยยิ้มที่เขามีนั่นอีกส่วนหนึ่ง ล้วนมีอานุภาพมากพอที่ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ เริ่มแปลกไป

ที่ว่าอยากทำให้แปลว่าอะไร เธอตีความหมายว่าเพลงที่ได้ฟังเมื่อกี้เขาตั้งใจทำให้เธอได้ใช่หรือเปล่า แม้ไม่กล้าคิดไปไกลไม่กล้าคาดหวังมากถึงขนาดนั้นแต่ลึก ๆ ในใจกลับคาดหวังว่ามันใช่

"เป็นอะไร" เขาเอ่ยถามเมื่อเห็นเธอนั่งนิ่ง 

"เปล่า" ลลิสาส่ายหน้าไปมาก่อนจะขยับเข้าใกล้

"ขอฟังอีกครั้งได้มั้ย เมื่อกี้ยังฟังไม่จบเลย" เธอเอ่ยขอเสียงเบา เขาจึงกดเปิดให้เธอฟังอีกครั้ง 

พอฟังไปได้ครึ่งเพลงเธอก็ตัดสินใจเอ่ยถาม

"คุณ...แต่งเพลงนี้ให้ฉันเหรอ" เป็นคำถามที่ทำให้มินยุนกิเงียบไปชั่วครู่

"อืม"

"....." ลลิสานิ่งไปอีกเมื่อได้รับคำตอบ 

"ชอบมั้ยล่ะ" คนข้างกายหันกลับมามองและถามกลับ

"ชอบ" เธอเอ่ยตอบและเงียบลง 

"แค่นั้นเหรอ" เขาเอ่ยขึ้นอีก ลลิสาจึงเงยหน้าขึ้นมองไม่เข้าใจนัก

"แค่ชอบ...แค่นั้นเหรอ"

ชอบแล้วต้องยังไงต่อ ลลิสานิ่งเงียบครุ่นคิดไปชั่วครู่

"อ้อ ขอบคุณนะ" เมื่อนึกขึ้นได้ว่าบางทีเขาอาจต้องการคำขอบคุณเธอจึงรีบบอกเขาในทันทีที่คิดได้

มินยุนกินิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะพ่นลมหายใจออกและส่ายหน้าไปมา

"ดึกแล้วไปนอนเถอะ" เขาเอ่ยพร้อมทั้งดึงเฮดโฟนออก 

"แล้วคุณล่ะคะ"

"ขอทำงานต่ออีกนิด" เขาตอบสั้น ๆ ลลิสาเห็นท่าทางของเขาแล้วก็รู้สึกผิด เหมือนว่าเขากำลังผิดหวังหรืออะไรสักอย่างที่ใกล้เคียงแบบนั้น

เธอทำอะไรให้เขาผิดหวังหรือเปล่านะ

หญิงสาวครุ่นคิดขณะลุกเดินมาหน้าประตู เท้าเล็กหยุดนิ่งเมื่อหันกลับไปมองแผ่นหลังของคนที่นั่งอยู่หน้าจอ ไม่เห็นหน้ายังเดาได้ว่าใบหน้าของเขาเรียบนิ่งขนาดไหน แม้ไม่อยากคิดมากแต่บางสิ่งที่พุ่งขึ้นมาทำให้เธอไม่อาจเพิกเฉยต่อความรู้สึกทั้งมวลที่เกิดขึ้น ตัดสินใจอยู่ชั่วครู่ร่างเล็กจึงก้าวกลับเข้าไปหาและทำในสิ่งที่ไม่คิดจะทำกับผู้ชายคนไหนในโลกใบนี้

มินยุนกิหยุดชะงัก เมื่อต้องรับแรงปะทะจากร่างเล็กที่โถมตัวเข้ามาจากเบื้องหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว วงแขนทั้งสองข้างของเธอโอบรัดรอบคอของเขาและซุกหน้าเกยลงลงบนไหล่กว้างข้างหนึ่ง วางนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยไม่พูดไม่จา

"ทำอะไร" เขาเอ่ยถามขณะเหลือบสายตากลับมามองคนที่โอบกอดเขาไว้

"กอด" เธอตอบด้วยเสียงอู้อี้

"กอดทำไม"

"ไม่รู้ รู้แค่อยากกอดเฉย ๆ" ลลิสาตีมึนด้วยวิธีที่เรียนรู้มาจากเขา เขายังเคยอยากกอดเธอเฉย ๆ ได้เลย แล้วทำไมเธอจะอยากกอดเขาเฉย ๆ บ้างไม่ได้

มินยุนกินิ่งไปชั่วครู่ก่อนขยับยิ้ม  

"มันไม่มีหรอกที่แค่อยากกอดเฉย ๆ" 

"ไม่จริง คุณยังเคยอยากกอดเฉย ๆ"

"นั่นมันคำโกหก" เขาเอ่ยต่อ 

"คนเราอยากกอดใครซักคนมีจุดประสงค์กันทั้งนั้นแหละ" ลลิสานิ่งไปแต่ยังไม่ยอมปล่อยวงแขนที่โอบรัดเขาออก 

"จริงเหรอ" 

"อืม ทีนี้บอกมาว่าอยากได้อะไร" เขาถามซ้ำราวกับจะรู้ว่าเธอมีสิ่งที่ต้องการอยู่

"พรุ่งนี้ต้องเดินทางแล้ว..." เธอเอ่ยตอบเสียงแผ่ว

"อยากให้ไปพัก ไม่อยากให้ทำงานแล้ว" 

ราวกับว่าคำตอบของเธอทำให้คนฟังนิ่งงันไปชั่วขณะ

"...ก็ได้" คำตอบรับง่าย ๆ นั้นทำให้ลลิสาเอียงหน้ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ ทำไมว่าง่ายแบบนี้

"แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนะ"

"หืม..." ประโยคต่อมาของเขาทำให้ลลิสาเริ่มไม่ไว้ใจ เธอยกศีรษะตัวเองขึ้นและปล่อยแขนที่โอบรัดเขาออก

"ข้อแลกเปลี่ยนอะไรเหรอ" เธอเอ่ยถามไปแล้วก็ชักหวั่นใจ เวลาแววตาเขาเปลี่ยนไปแบบนี้ไว้ใจได้ที่ไหนกัน

"ก็...แลกกับ..." มินยุนกิขยับตัวลุกขึ้นยืนก้าวเท้าเข้าหาขณะที่ร่างเล็กต้องก้าวถอยออกห่าง แต่แค่สองก้าวเอวบางนั้นก็ถูกคว้าเอาไว้เสียก่อน

"ยะ..ยุนกิ" เธอร้องเสียงหลงเมื่อถูกดึงเข้าไปใกล้  

"การทำกับข้าวอร่อย ๆ ให้กินทุกวัน ได้มั้ยล่ะ" คำตอบของเขาทำให้คนที่ตกใจเมื่อครู่หยุดชะงักไป

ทำกับข้าว?

"แค่นี้เหรอ" เอ่ยถามอย่างไม่แน่ใจนัก แม้จะโล่งใจขึ้นมากที่คำขอเขาไม่ใช่อะไรแปลก ๆ

"แค่นี้ละ คิดไปถึงไหน" เขาเอ่ยพร้อมยิ้มส่งให้ ลลิสาหน้าร้อนผ่าว 

"บ้า ไม่ได้คิดอะไรเสียหน่อย" 

ใครจะไปคิดล่ะว่าเขาจะขออะไรแบบนี้ เรื่องทำกับข้าวเธอก็ทำให้เป็นปกติอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงกัน นั่นมันหน้าที่ลำดับต้น ๆ ของตำแหน่งเมียทาสที่ได้รับสถาปนาเลยนะ

"ไปนอนเถอะ" เขาเอ่ยชวนเมื่อหันมองนาฬิกา แม้อยากอยู่แบบนี้ต่ออีกนิดแต่ก็ไม่อยากให้เธอต้องนอนดึกเกินไปนักเพราะพรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้าตรู่ และดูเหมือนท่าทางของลลิสาเองก็แสดงความง่วงให้ได้เห็นอยู่ไม่น้อยเลย

นาน ๆ เขาจะว่าง่ายและเธอเองก็ง่วงมากแล้วลลิสาจึงรีบพยักหน้าอย่างว่าง่ายพอกัน มินยุนกิหันกลับไปปิดระบบทุกอย่างในห้องชั่วครู่ก่อนจะหันกลับมาและคว้าร่างเล็กให้ก้าวออกจากห้องทำงานไปพร้อมกัน

"ขออาบน้ำก่อน นอนไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอ" เขาบอกเมื่อเห็นร่างเล็กก้าวขึ้นเตียงด้วยท่าทางง่วง ๆ ดวงตาพร้อมจะปิดตลอดเวลา ลลิสาพยักหน้ารับพลางหันมองร่างที่ก้าวออกจากห้องไปอีกครั้ง

เธอเผลอระบายยิ้มออกเล็กน้อย บอกตัวเองไม่ถูกว่าความสุขใจที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่าอะไร แค่น้ำใจเล็กน้อยที่ได้รับจากเขาก็ทำให้เธอปลื้มและมีความสุขมากขนาดนี้เชียวหรือ บางทีความรู้สึกที่เธอมีอาจมากเกินคำว่าชอบไปแล้วจริง ๆ

มือเล็กหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาถือและมองจ้องมันอยู่อย่างนั้น อาจถึงเวลาที่ในสมุดเล่มนี้จะเพิ่มใครอีกคนเข้ามาแล้ว


ตอนที่มินยุนกิกลับเข้ามาในห้องนั้นลลิสาหลับไปแล้ว ชายหนุ่มยกมือขึ้นบีบท้ายทอยตัวเองหมุนคอไปมาเพื่อขับไล่ความเมื่อยล้าออกไป เขาหันมองไปยังร่างที่แม้จะหลับแต่ในมือยังถือหนังสือเอาไว้

"ง่วงขนาดนั้นยังจะอ่านหนังสืออีก" เสียงบ่นดังขึ้นพร้อมดึงสิ่งที่เข้าใจว่าเป็นหนังสือออกจากมือและเลื่อนผ้าห่มขึ้นคลุมร่างให้ก่อนจะหันมองหนังสือเล่มนั้นอีกครั้ง 

ไม่ใช่หนังสือแต่คือสมุดบันทึก

ดวงตาคมหันมองใบหน้าละไมของคนที่หลับนิ่งอยู่ข้าง ๆ ก่อนเดินอ้อมกลับมาอีกฝั่ง ตัดสินใจเปิดอ่านข้อความที่ถูกบันทึกลงในนั้นอย่างถือวิสาสะ จากที่ตั้งใจจะเปิดอ่านแค่พอผ่าน ๆ แต่กลายเป็นว่าบางอย่างในสมุดเล่มนั้นดึงให้เขาติดอยู่ในเรื่องราวเหล่านั้นอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ไม่ได้อ่านมันทั้งหมดแต่เพียงไม่กี่หน้าที่เขาเปิดดูกลับทำให้เขาต้องขมวดคิ้วกับเรื่องบางเรื่อง ส่ายหน้ากับบางข้อความ และเผลอหัวเราะกับบางประโยคที่ถูกถ่ายทอดผ่านลายมือหวัด ๆ ของเธอ

"เด็กอายุยี่สิบก็คิดอย่างคนอายุยี่สิบ" เขาพึมพำกับบางเรื่องราวทั้งที่ใบหน้าเปื้อนยิ้ม กระทั่งเปิดอ่านมาถึงหน้าสุดท้ายที่ถูกบันทึกไว้ก่อนที่ข้อความทั้งหมดจะขาดหายไป

มินยุนกินิ่งงันไปชั่วครู่เมื่อมองวันที่ซึ่งถูกบันทึกลงในสมุดเล่มนั้น ดูเหมือนมันจะเป็นความทรงจำที่แย่สำหรับเธอ ลลิสาไม่เขียนบันทึกอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาเองก็มีความทรงจำกับวันแย่ ๆ เช่นเดียวกัน 

มือหนาปิดสมุดเล่มนั้นลง ดวงตาคมหันกลับไปมองร่างที่ขยับพลิกตัวไปอีกด้าน ความรู้สึกเริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ การที่ต้องเป็นคนขับเคลื่อนให้บางสิ่งดำเนินไปไม่ง่ายดายเลยสักนิด เรื่องทุกอย่างคงไม่ยากหากเบี้ยตัวเล็ก ๆ ในวันนี้ยังคงสถานะเช่นเบี้ยตัวหนึ่งอยู่เช่นวันเริ่มต้น แต่ทุกอย่างมันยากขึ้นเมื่อวันเวลาได้เปลี่ยนเบี้ยตัวเดิมกลายมาเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลเหนือใจคนเดินหมากอย่างเขาไปซะแล้ว

ถ้าวันนั้นมาถึง เขาและเธอจะเป็นยังไงต่อ มันจะยังเป็นเหมือนเดิมแบบนี้ได้อีกไหม...




อาจเพราะต้องตื่นแต่เช้าตรู่และมาถึงสนามบินเพื่อให้ทันเวลาเช็คอิน มินยุนกิจึงอยู่ในอาการง่วงซึมท่าทางไม่พร้อมสำหรับการเดินทางเลยสักนิด อาการเดินลากขาหน้ามุ่ยท่าทางไร้ชีวิตชีวานั้นบ่งบอกได้เป็นอย่างดี 

"หิวมั้ย" เขาหันถามคนข้างกายหลังจากเช็คอินและโหลดกระเป๋าเรียบร้อย 

ลลิสาส่ายหน้าไปมา เช้าขนาดนี้เธอยังไม่รู้สึกถึงความหิวเลยสักนิด ห่วงก็แต่คนที่ตาจะปิดอยู่รอมร่ออย่างเขานั่นแหละ จะรู้ตัวมั้ยนะว่าตาหยีมากขนาดไหน หน้าจะกลายเป็นอาแปะอยู่แล้ว

"ไม่หิวก็ต้องกินอะไรรองท้องหน่อย" เขาเอ่ยสั้น ๆ พลางสอดส่องสายตามองหาร้านอาหาร

"ไว้กินบนเครื่องก็ได้" เธอเอ่ยแย้ง

"ไม่เอา" คนตัวโตกว่าส่ายหน้า

"ไม่ชอบกินอาหารบนเครื่อง"

"ทำไมล่ะคะ"

"มันกวนเวลานอน" คำตอบนั้นทำให้ลลิสาหัวเราะ ก็เพราะเขาคือมินยุนกินี่นะ ผู้ชายที่เปลี่ยนทุกสถานที่ให้เป็นเตียงนอนได้ เขาสามารถหลับได้ทุกที่บนโลกใบนี้เลยก็ว่าได้

"คุณอยากดื่มกาแฟสักแก้วมั้ยคะ จะได้หายง่วง" 

"ไม่ดีกว่า เดี๋ยวนอนไม่หลับ" คำตอบก็ยังไม่พ้นเรื่องนอนอยู่ดี 

ลลิสามองคนที่กล้าปฎิเสธกาแฟที่เธอนำเสนอให้ แม้ว่าปกติจะเป็นคนเสพติดกาแฟจนเป็นนิสัยก็ตาม เมื่อคืนเธอต้องเป็นฝ่ายขอร้องให้เขามานอนเจ้าตัวถึงยอม ทีแบบนี้ล่ะไม่อยากตื่น

"เข้าไปข้างในก่อนค่อยว่ากัน" เขาเอ่ยและจับจูงร่างเล็กก้าวไปต่อแถวเพื่อตรวจเอกสารและผ่านเข้าไปด้านใน

โชคดีที่มีร้านอาหารข้างในเปิดบ้างแล้ว ทั้งคู่จึงเลือกร้านที่ไม่ไกลจากทางขึ้นเครื่องมากนักสั่งอาหารง่าย ๆ มาทาน ท่าทางของมินยุนกิก็ดูจะไม่ดีขึ้น เขาคงง่วงมากจริง ๆ หวังว่าไปถึงญี่ปุ่นคงไม่เอาแต่นอนอย่างเดียวหรอกนะ

ลลิสาตักอาหารพร่องจากจานไปเพียงเล็กน้อยก็วางช้อนลง ดวงตาที่คล้ายจะปิดตลอดเวลาของมินยุนกิจึงเงยขึ้นมองพลางเลิกคิ้ว

"ทำไมกินน้อย"

"มันไม่ค่อยหิว" คำตอบของเธอทำให้เขาต้องวางช้อนลง ก่อนจะยื่นมือมาหยิบช้อนของลลิสาขึ้นและยื่นส่งให้

"ไม่หิวก็กินอีกหน่อย"

"ไม่..."

"กินเหมือนแมวดมแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก" เขาทำเสียงดุใส่ก่อนที่ 'แมว' จะทันได้เถียงจบด้วยซ้ำ

"เร็ว" เสียงเร่งนั้นทำให้ลลิสาจำต้องยื่นมือไปรับช้อนมาถือและตวัดค้อนส่งให้เขา

พิลึกคนจริง ๆ คนไม่หิวก็ยังจะบังคับให้กิน

"กิน ๆ ไปเถอะ ผอมมากไปไม่ดีหรอก" เขายังบ่นต่อ

"ไม่ได้บอกว่าอยากผอม แค่ไม่หิว" เธอพึมพำ

"แต่ถึงจะผอมก็ไม่เห็นเป็นไรซะหน่อย" 

ต่อให้ผอมยังไงก็ร่างกายของเธอไม่เกี่ยวอะไรกับเขาสักนิด

"เป็น" เขาเงยหน้าขึ้น

"ไม่ชอบ มันกอดไม่ถนัดมือ"

"....."  ลลิสาอ้าปากค้างกับเหตุผลที่ได้ยิน นึกอยากยกส้อมในมือทิ่มตาหยี ๆ นั่นไปสักทีสองทีจริง ๆ แต่ที่ทำได้คือการกดส้อมลงกับจานจนเกิดเสียงดัง ปากก็พร่ำบ่น

"ไม่ชอบก็ไม่ต้องมากอด ไปกอดคนอื่นที่ชอบโน่นเลย"

มินยุนกิยกยิ้มไม่สนใจความโมโหของเธอนัก ในขณะที่ลลิสาได้แต่มองท่าทางกวนโมโหนั้นอย่างหงุดหงิดใจ นี่มันคือการไปฮันนีมูนแบบไหนกันนะ ยังไม่ทันก้าวขาออกนอกประเทศด้วยซ้ำไปก็ฤกษ์ไม่ดีซะแล้ว เขาก็ช่างกวนโมโหเสียจริง

หลังอาหารเช้าเสร็จสิ้นทั้งคู่ก็ทำการสงบศึกลงชั่วคราวเพราะถึงเวลาที่ต้องขึ้นเครื่องแล้ว เมื่ออยู่บนเครื่องได้ร่างของคนที่คล้ายง่วงซึมตลอดเวลากลับไม่ยอมหลับ ลลิสาที่กำลังหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายวิวข้างนอกจึงหันมองเขาด้วยความแปลกใจ 

"ไม่ง่วงแล้วเหรอ"

"ง่วง" คนที่นั่งกอดอกเอ่ยตอบ

"แล้วทำไมไม่นอนล่ะคะ" 

"นอนไม่หลับ" 

อ้าว ไหงกลายเป็นแบบนี้ 

"ช่างเถอะ อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว" เขาส่ายหน้าไปมา

ลลิสาขมวดคิ้วและหันมองออกไปข้างนอกอีกครั้ง กระทั่งวิวที่เห็นมีเพียงสีขาว ๆ ของก้อนเมฆไม่ทีทิวทัศน์อะไรให้เธอได้เก็บภาพแล้ว เธอจึงลดกล้องลงและกดเปิดดูภาพที่ถ่ายไว้

"ไม่ชัดเลย สงสัยฝีมือจะตกซะแล้ว" หญิงสาวพึมพำ

"ชอบถ่ายภาพเหรอ" คนข้างกายเอ่ยถาม

"ค่ะ" ลลิสาเงยหน้าขึ้นตอบเขา

"แต่ยังไม่เก่งหรอก กำลังฝึกไปเรื่อย ๆ ถ้าเรียนจบเมื่อไหร่จะไปสมัครทำงานเป็นช่างภาพ"

"ใครจะให้ไปทำ" เขาเอ่ยเสียงเรียบ ๆ ลลิสามุ่ยปากลง พึมพำตอบกลับเสียงเบา

"ไม่เห็นต้องรอให้ใครอนุญาต ก็อยากทำเอง"

"ชอบถ่ายอะไรล่ะ คน หรือ วิว" 

"ถ่ายทุกอย่าง แต่เวลาถ่ายคนมันจะออกมาดูดีมากเป็นพิเศษ" หญิงสาวเอ่ยชมตัวเอง

"จริงเหรอ"

"จริงสิ ส่วนใหญ่ยัยแชง เอ่อ...หมายถึงแชยอง จะเป็นนางแบบให้" เมื่อเขาสนใจถามเธอก็เอ่ยเล่าต่อด้วยท่าทางกระตือรือร้น

"พี่เจนนี่ก็ชอบถ่ายภาพเหมือนกัน พี่เค้ามีกล้องตั้งเจ็ดตัวแน่ะ ส่วนฉันมีแค่ตัวนี้ตัวเดียว" 

มินยุนกิมองกล้อง Mirrorless ขนาดกระทัดรัดในมือหญิงสาวแล้วต้องอมยิ้ม

"จะเป็นช่างภาพมืออาชีพมันต้องใช้กล้องตัวใหญ่กว่านี้ กล้องตัวแค่นี้ไม่พอหรอก"

"ตัวนี้เอาไว้ฝึกถ่ายเฉย ๆ" ลลิสาเอ่ยแย้ง

"เก่งเมื่อไหร่จะเก็บเงินซื้อ"

"ซื้อให้เอามั้ย"

"ไม่เอา จะเก็บเงินซื้อเอง" 

"หยิ่ง" เขาว่า ซึ่งก็ถูกของเขา แต่ไม่รู้ทำไม อยู่ดี ๆ ลลิสาก็นึกอย่างหยิ่งขึ้นมาเสียอย่างนั้น และพอนึกขึ้นได้ว่าถึงเขาไม่ซื้อให้เธอก็ใช้บัตรเครดิตเขารูดได้อยู่ดี ซึ่งคิด ๆ ดูแล้วมันก็ไม่ได้แตกต่างกันเท่าไหร่ แต่การใช้เงินคนอื่นยังไงก็ไม่น่าภูมิใจเท่าเงินที่หามาได้เองหรอก

"ไม่ได้หยิ่ง แค่อยากหาเงินด้วยตัวเองให้เป็น ใครจะไปรู้ล่ะ เผื่ออนาคตต้องอยู่คนเดียวจะได้ไม่อดตายไง" เธอระบายยิ้มส่งให้เขาเอ่ยทีเล่นทีจริง

"พูดจาไร้สาระ" มินยุนกิไม่ขำด้วย เขาตีหน้านิ่งทำเสียงดุใส่จนลลิสางุนงง เธอค่อย ๆ หุบยิ้ม แค่ล้อเล่นนิดเดียวไม่ได้คิดจริงจังอะไรด้วยซ้ำ ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วย

"เอ่อ..."

"กล้องพวกนั้นมันหนักนะ ตัวก็เล็กแค่นี้จะแบกกล้องไหวเหรอ" เหมือนเขาจะนิ่งไปชั่วครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง 

"ไหวสิ มันไม่ได้หนักขนาดนั้นซะหน่อย" เธอรีบตอบ 

"ขอยืมหน่อยสิ" มินยุนกิแบมือเข้ามาเอ่ยยืมกล้องของเธอ ลลิสาจึงหยิบยื่นให้ 

เธอเห็นเขากดดูกล้องอยู่ชั่วครู่ก่อนยกมันขึ้นและหันมาทางเธอ ดูเหมือนเขาจะกดถ่ายภาพไปแล้วโดยที่ลลิสาแทบไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำไป

"หน้าอ้วนเป็นก้อนเลย" 

"ฮือ...ไหนอ่ะ" ลลิสารีบขอดูแต่มินยุนกิกลับดึงมือเธอออก

"อยู่เฉย ๆ สิ ออกมาไม่สวยไม่รู้ด้วยนะ" เขาขู่พร้อมหันกล้องมาที่เธออีกครั้ง คราวนี้ลลิสามุ่ยหน้าใส่และเขาก็กดไปทั้งอย่างนั้น

"หน้าอ้วนไม่พอย่นอีกต่างหาก" เขาพึมพำพร้อมเสียงหัวเราะ ลลิสารีบชะโงกหน้าไปดู 

"ไม่อ้วนซะหน่อย" เธอรีบเถียง ภาพที่ออกมามันไม่ได้อ้วนขนาดนั้นด้วยซ้ำ เขาพูดเกินจริงไปแล้ว

"คุณเองก็แก้มเยอะเหมือนกันแหละน่า อ้วนกว่าฉันอีก" ลลิสาไม่พูดเปล่ารีบดึงกล้องจากมือเขาและส่องไปที่เขาบ้าง

ว่าคนอื่นเป็นก้อนดีนัก ตัวเองทั้งก้อนทั้งยุ้ยเลย 

มินยุนกิไม่ยอมหันหนีแถมยังยอมเป็นนายแบบให้เสียอีก เขาส่งยิ้มมาให้ ยิ้มที่...หวานเสียจนคนที่จงใจจะแกล้งคืนเกิดอาการเสียความมั่นใจไปซะเฉย ๆ

ใครให้เขายิ้มหวานขนาดนั้นกัน

"ไหนล่ะ ขอดูหน่อย" 

"ไม่ถ่ายแล้ว"

"อ้าว ทำไมล่ะ" 

"นึกขึ้นได้ว่าเป็นช่างภาพมืออาชีพไม่ถ่ายใครสุ่มสี่สุ่มห้า" เธอแก้ตัวน้ำขุ่น ๆ มินยุนกิยกยิ้มก่อนดึงกล้องไปจากมือ

"ก็เห็นอยู่ว่าเมื่อกี้กดถ่ายไปแล้ว" เขาพึมพำก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นภาพของตนในกล้อง

"นี่คืออะไร" เขาชูภาพนั้นให้เธอดู

"หน้าเบลอหลังชัดเหรอคุณช่างภาพ" ลลิสาทั้งเขินทั้งอายเมื่อถูกล้อด้วยประโยคนั้น 

"ก็...กล้องมันไม่ยอมจับโฟกัส" คำตอบนั้นเบาหวิว คุยโวไว้เสียใหญ่โตแต่ฝีมือที่ได้มามันช่างตรงกันข้ามเสียจริง ๆ

"ฮือ..." มินยุนกิยกมือขึ้นสูงจนคนที่คิดไปว่าจะถูกตีต้องย่นคอหลบและยกมือขึ้นปิดหน้าผากตัวเองไว้ก่อน

"ทำอะไร" เขาถามเมื่อเห็นท่าทางของเธอ

"นึกว่าจะถูกตี" เธอเอ่ยสารภาพ เขาระบายยิ้มก่อนยื่นกล้องคืนกลับ หันมองเวลาที่ยังเหลือเป็นชั่วโมง

"ง่วงแล้ว" เสียงทุ้มเอ่ยสั้น ๆ

"ยืมไหล่หน่อยนะ" 

"ห๊ะ..." ลลิสางุนงงเมื่ออยู่ดี ๆ คนขี้เซาก็ตีหน้าง่วงและทิ้งศีรษะหนัก ๆ ซบลงมาที่ไหล่ข้างหนึ่งของเธอเสียดื้อ ๆ 

"ยุนกิ"

"หืม..."

"ง่วงจริงเหรอ"

"อือ..."

"แล้วนอนแบบนี้ถนัดเหรอ"

"ถนัด" 

"มันจะไม่เมื่อยกว่าเดิมเหรอ"

"ไม่" 

คำตอบสั้น ๆ เหล่านั้นทำให้เธอไม่กล้ามีคำถามต่อ ไอ้ง่วงก็พอเข้าใจ อยากนอนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เขาเห็นไหล่เธอเป็นหมอนไปตั้งแต่เมื่อไหร่ มันไม่ได้ทำให้สบายขนาดนั้นหรอกนะ 

ลลิสาถอนใจเมื่อเห็นว่าเขาเงียบเสียงไปแล้ว แม้จะนึกเห็นแย้งว่ามันไม่ได้ทำให้เขานอนสบายไปกว่าปกติเลยสักนิดแต่ก็ไม่อยากขัดใจ เธอเองก็ชักง่วงมานิด ๆ แล้วเช่นกัน งีบไปซักชั่วโมงก็คงดีเหมือนกัน คิดได้แบบนั้นหญิงสาวจึงปิดเปลือกตาลงบ้าง 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานมากแค่ไหนที่เธอหลับอยู่แบบนั้น กระทั่ง...

"ลิซ ตื่น" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ดังขึ้น ปลุกให้คนที่หลับไปอย่างไม่รู้ตัวลืมตาขึ้นช้า ๆ ลลิสางุนงงไปชั่วขณะ ค่อย ๆ ยกศีรษะตัวเองขึ้นจากสิ่งที่ซุกซบอยู่ก่อนหน้า

"ถึงแล้ว" มินยุนกิบอกคนหน้าตาเหรอหราที่หันมองเขางง ๆ ดวงตากลมโตยังมีแววสับสนให้ได้เห็น

จำได้ว่าก่อนหลับไปเขาเป็นฝ่ายซบไหล่เธอไม่ใช่เหรอ ทำไมตื่นมาอีกทีกลายเป็นเธอที่ซบอกเขาอยู่แบบนี้ไปได้

"ถึงแล้วเหรอ" เธอเอ่ยถามแก้เก้อ มันก็น่าอายอยู่ไม่น้อยเลยที่รู้ว่าตัวเองขี้เซาและหลับลึกได้ขนาดนี้ 

"ถึงแล้ว" เขาตอบและยกมือขึ้นมาจัดผมยุ่ง ๆ ให้เธอ ลลิสาก้มหน้าลงเล็กน้อย เลื่อนมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยออก ขยับลุกขึ้นจากที่นั่งเมื่อมินยุนกิลุกขึ้นและก้าวถอยไปยืนข้างหลัง 

ผู้โดยสารทยอยลงจากเครื่อง มือหนาวางลงบนบ่าและพยักหน้าให้เธอก้าวขยับ ร่างเล็กทำตามอย่างว่าง่ายแม้จะยังมึนเบลออยู่ไม่น้อยเลย กว่าสติจะกลับคืนมาก็เมื่อตอนที่เธอเดินมาถึงยังจุดตรวจค้น เธอหันมองคนที่ปล่อยมือจากบ่าเธอและส่งยิ้มให้ 

การมาฮันนีมูนของเธอและเขาเริ่มต้นแล้วสินะ


จากที่ไม่คิดว่าตนจะตื่นเต้น แต่กลายเป็นว่าเมื่อมาถึงจริง ๆ ลลิสาเกิดความกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษ ทุกอย่างระหว่างทางดูตื่นตาตื่นใจไปหมด กระทั่งว่ามินยุนกิพาเธอมาถึงยังที่พักส่วนตัวแล้ว เธอก็ยังอดที่จะมองสำรวจไปรอบ ๆ ระหว่างทางเดินไม่ได้

ตระกูลมินต้องร่ำรวยขนาดไหนกันนะถึงมีห้องส่วนตัวได้แม้แต่ในต่างประเทศแบบนี้ ไม่ใช่แค่นี้สิ ได้ยินมาว่าพวกเขาซื้อตึกทั้งตึกทำเป็นสำนักงานอยู่ที่นี่ ถ้าข้อมูลที่เธอได้ยินมาไม่เกินจริง ลลิสาก็ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่จะเห็นมินยุนกิมีท่าทางปกติเมื่อมาถึงที่นี่ เขาคงเดินทางเข้าออกญี่ปุ่นเป็นว่าเล่น ผิดกับเธอ ครั้งล่าสุดที่เคยมาก็เมื่อหลายปีผ่านมาแล้ว

เมื่อประตูห้องพักถูกเปิดออก ร่างเล็กเยี่ยมหน้าเข้าไปส่งสายตาสำรวจไปรอบ ๆ แต่ไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าเข้าไปก่อน ต่อให้มันไม่ใช่โรงแรมก็เถอะนะแต่สำหรับลลิสาแล้ว สถานที่แปลกถิ่นยังไงก็น่ากลัวเสมอ คนที่ก้าวมาหยุดอยู่ข้าง ๆ จึงคว้าร่างบางให้ก้าวเข้าไปข้างในทันที

"เข้ามาเถอะ ไม่มีผีหรอก" เขาบอกเมื่อปล่อยมือจากเอวคอด กดเปิดไฟและหันไปคว้ารีโมทเปิดแอร์ 

"รู้ได้ไงว่าฉันกลัวผี" ลลิสาหันมองเขา จำได้ว่าตนไม่เคยบอกเขาถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

"เดา" เขาเอ่ยสั้น ๆ ซึ่งเป็นการเดาที่ถูกเผงเลย ลลิสาตาโต เขาชักจะน่ากลัวเกินไปแล้วเดาอะไรได้แม่นยำขนาดนี้

มินยุนกิส่งสายตามองคนที่เดินสำรวจไปรอบ ๆ ที่พัก เห็นเธอเปิดกระจกมองออกไปมองวิวข้างนอกและเดินกลับมาคว้ามือถือของตนเปิดเครื่อง

"ต้องบอกทุกคนก่อนว่าถึงแล้ว" เธอพึมพำขณะที่มือเล็กยังจดจ่ออยู่กับมือถือ

"อ่ะ!" เธอร้องเสียงหลงเมื่อมือถือของเธอถูกยึดไปซึ่ง ๆ หน้า

"ยุนกิ" เรียกเขางง ๆ 

"อยู่ด้วยกันไม่ต้องใช้มือถือหรอก" มินยุนกิส่งยิ้ม เก็บมือถือของเธอลงกระเป๋า

"แต่ฉันแค่จะบอกทุกคนว่าถึงแล้ว" เธอเอ่ยแย้ง 

"ไม่อยากให้พวกเค้าเป็นห่วง"

"พวกเค้ารู้อยู่แล้วละว่าเรามาพักผ่อน ไม่มีอะไรให้ห่วง" 

"แต่ว่า..." 

"ไม่มีแต่" มินยุนกิเอ่ยขัดขณะก้าวขยับเข้ามาหาร่างเล็กที่มองเขาอย่างไม่เข้าใจนัก อะไรของเขากันนะ ปกติต่อให้เธอค่อนขอดว่าเขาเผด็จการยังไงก็ไม่ถึงขั้นยึดมือถือเธอแบบนี้สักครั้ง

"พี่ ๆ จะเป็นห่วงได้นะคะ" เธอเอ่ยเสียงแผ่วเมื่อคนเผด็จการยื่นหน้าเข้ามาใกล้

เดี๋ยวนะ แบบนี้มันใกล้เกินไปแล้ว

"หยุดคิดเรื่องของคนอื่นบ้างเถอะ" มือหนาคว้าเอวเล็กรั้งให้ลุกขึ้น

"อย่างน้อยก็ช่วงที่เราอยู่ด้วยกันที่นี่ คิดถึงแค่เรื่องของเราสองคนก็พอ...ทำได้มั้ย" 

เหมือนจะเป็นคำขอร้อง ทั้งน้ำเสียงและแววตาเขาสื่อความหมายแบบนั้น คำขอที่ลลิสาไม่กล้าแม้แต่จะปฎิเสธ จะให้เธอตอบอย่างไรได้ ต่อให้ดื้อดึงเขาก็คงไม่คิดคืนมือถือให้อยู่ดี และเธอเองก็ไม่อยากให้ช่วงเวลาที่ควรจะมีเรื่องราวดี ๆ นี้ต้องเปลี่ยนเป็นการทะเลาะ

อะไรที่พอจะยอมให้ได้เธอก็ยินดีทำให้ 

"กะ...ก็ได้" เธอขานรับอ้อมแอ้มพลางหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้ามองสบตาคนที่ก้มลงมาใกล้ สงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็น 

มินยุนกิระบายยิ้ม พึงพอใจกับความว่าง่ายของเธอ

"ออกไปเที่ยวกันมั้ย" 

"ไป" ลลิสารีบตอบรับทันที เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้คนเอ่ยชวน ลืมตัวไปว่าระยะห่างระหว่างเธอและเขามีน้อยมากแค่ไหน เพียงแหงนเงยขึ้นมองก็รับจูบที่ประทับลงมาอย่างพอดิบพอดี

"ยุนกิ...ไหนบอกจะพาไปเที่ยวไง" ลลิสาส่งเสียงประท้วง 

"เดี๋ยวค่อยไปก็ได้" มินยุนกิกระซิบชิดใบหู ริมฝีปากเริ่มซุกซน

"ไม่ได้..." หญิงสาวขืนตัวเอาไว้ 

"ถ้าจะพาไปก็ต้องพาไปตอนนี้ ห้ามแกล้งห้ามเอาเปรียบ ไม่งั้นจะ..." 

"ไม่งั้นจะ?" 

"จะไม่ให้ยุ่งด้วยอีก" เธอโพล่งคำขู่เสียงสั่น คนรอฟังกลั้นยิ้มแทบระเบิดเสียงหัวเราะ 

"อืม...น่ากลัวแฮะ" ปากเขาบอกน่ากลัวแต่หน้าไม่บ่งบอกแบบนั้นเลยสักนิด สายตาคู่นั้นก็ด้วย รอยยิ้มล้อ ๆ นั่นก็ใช่ มือที่ลูบผมเธอเล่นนั่นอีก

มันน่าโมโหจริง ๆ 

"นี่ไม่ได้ขู่นะ พูดจริง ๆ" เธอยังคงส่งเสียงข่มขู่เขาทั้ง ๆ ที่ก็รู้ว่าต่อให้ขู่ยังไงถ้าเขาไม่ฟังเธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

"อ้อ..." เขาพยักหน้าขึ้นลง

"แปลว่าถ้าตอนนี้พาไปเที่ยว คืนนี้ก็ยอมให้ยุ่งด้วยได้ใช่มั้ย" เขาส่งคำถามที่ทำให้ลลิสาอ้าปากค้าง คนอะไรแบบนี้นะเปิดช่องให้ไม่ได้เลยจริง ๆ

"ไม่ใช่..."

"งั้นไป...ไปเที่ยวกัน"

"เดี๋ยว...ยุนกิ!" ลลิสาร้องเรียก เขาไม่สนใจคำปฎิเสธและเปลี่ยนท่าทีได้ง่ายดายจนเธอหวั่นใจ ไม่รู้หรอกว่าพูดจริง ๆ หรือล้อเธอเล่น แต่จะเป็นแบบไหนก็ไม่น่าไว้ใจทั้งนั้นละ 

ฮือ...ชิ่งหนีกลับประเทศตอนนี้ยังทันมั้ย ไม่เอาแล้วฮันนีมูน เธอยอมกลับไปเป็นเมียทาสแบบเดิมจะดีกว่า



+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อย่าถือสาความกากของภาพคู่นะทุกคน นี่เรียกภาพคู่เมนนะ ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง นั่งตัดเองด้วยมือถือเลยออกมาแบบนั้น ^^ มันก็จะไม่เนียนอย่างที่เห็น 

เรื่องนี้เหมือนจะดึงเข้าดราม่าอยู่เรื่อย ๆ อย่างที่บอกว่าพื้นฐานเรื่องมันคือดราม่าค่ะ ความดราม่าคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ แต่ยังไม่ม่าตอนนี้หรอกนะ อาจจะไม่ม่าอย่างที่คิดก็ได้ ให้เขาไปฮันนีมูนกันก่อนเนอะ

เห็นหลายคนถามหาฉากคัท เอาจริง ๆ ก็เขียนไว้นะคะ แต่ยังไม่ตัดสินใจลง สำหรับเราฉากที่ยากกว่าดราม่าคือเอ็นซี ไม่อยากให้ทุกคนคาดหวังกับเอ็นซีเลย มันไม่ได้น่าอ่านขนาดนั้น ไม่ฮาร์ดคอร์ ไม่ใช่เซ็กส์สตอรี่ เป็นแค่บทโรมานซ์ธรรมดาที่ผ่านไปก็ไม่มีผลกับเนื้อเรื่อง จริง ๆ ก็คือเกรงใจน้องนั่นแหละ แต่เอาเป็นว่าถ้าตัดสินใจลงแล้วจะมาบอกนะคะ  

ขอบคุณที่ติดตามนะคะทุกคน
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

3,711 ความคิดเห็น

  1. #3688 faraway50clos3 (@faraway50clos3) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 10:23
    พี่อะเอะอะก็จะยุ่ง เมื่อก่อนยุ่งงานเดี๋ยวนี้มีแต่จะยุ่งกะน้อง555+
    #3688
    0
  2. #3661 Twnns__ (@Twnns__) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 03:06
    อยากให้ยุนกิมาหื่นแบบนี้ด้วย55555
    #3661
    0
  3. #3545 khamonlak (@khamonlak) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 15:29
    พี่ก้าหื่นอ่ะ น่ากลัว55555555
    #3545
    0
  4. #1702 Meme4092 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 22:22
    อยากอ่านต่อแล้วค่ะไรท์ เข้ามาเช็คตลอดเลยอ่ะค่ะ55555555555
    #1702
    0
  5. #1688 Lisa_suga.love😍 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 07:25
    ยุนกิหื่นขึ้นนะเราจะมีน้องเลยไหมคะ😂😊😳

    ,,อยากให้มีเหมือนกันนะ
    #1688
    0
  6. #1683 swangg (@swangg) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 00:49
    ตอนหน้าต้องมีสเปย์ไล่มดแน่ๆเลยค่ะ หวานขนาดนี้กรี๊ดดดดดด
    #1683
    0
  7. #1637 ravenblack (@ravenblack) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 12:10
    ไรท์สู้ค่าา
    #1637
    0
  8. #1636 Ducky (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 11:48
    น่ารักมากเลยค่ะคนเขียนอุตส่าห์สละเวลาวันหยุดมาอัพนิยายให้อ่านขอบคุณนะคะสนุกมากเลย
    #1636
    0
  9. #1635 Juno_e (@juno_e) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 10:38
    Fin~~~~
    #1635
    0
  10. #1633 ขี้ชิป (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 10:17
    หวานนะ เเต่มันน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก 55++

    รอนะคะไรท์
    #1633
    0
  11. #1632 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 10:05
    ยุนกินับวันจะยิ่งหื่นขึ้นๆนะคะ

    มาฮันนีมูนคราวนี้มีน้องเลยใช่ไหม 😂
    #1632
    0
  12. #1631 30palmy45 (@30palmy45) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:19
    รอเด้อ
    #1631
    0
  13. #1630 Sari0704 (@sar912) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 08:45
    ขอหวานๆ ให้สมกับการมาฮันนีมูนนะคะ มีน้องได้ยิ่งดี 555 เผื่อจะได้ไม่ม่า รอจร้า ไรท์ยิ่งเขียนยิ่งดีอ่ะ ฟินมาก
    #1630
    0
  14. #1629 aomessi (@aomessi) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 08:24
    น่ารักดีชอบบบ
    #1629
    0
  15. #1628 nuch (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 08:15
    รอตอนต่ไปนะคะไรท์สนุกอะอ่านกลับกลับมาก็ไม่เบื่อรอความหวานของยุนกินะคะ
    #1628
    0
  16. #1627 Muthita Thongpa (@luhanland777) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 07:59
    รอค่าาาาา
    #1627
    0
  17. #1626 Potploy (@Potploy) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 07:49
    รอจ้าาาา รอฉากหวานๆนะไรท์
    #1626
    0
  18. #1625 lovelalice (@lovelalice) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 06:45
    รออ
    TT
    #1625
    0
  19. #1624 Inglovely52 (@Inglovely52) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 02:24
    รอความสนุกของฮันนีมูนนะคะ
    #1624
    0
  20. #1623 eunhyuk2904 (@eunhyuk2904) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 01:40
    เหมือนเขินไม่สุด ในใจพะวงตลอดว่าดราม่าจะมาเมื่อไหร่ ฮรื้ออออ เหมือนมีสัญญาณเตือนว่าเวลาแห่งตงามสุขจะหมดลงง
    #1623
    0
  21. #1622 sehunkn (@sehunkn) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:53
    น่ารัก แต่เหมือนมีไรแปลกๆไหมคะ ยุนกิกำลังจะทำอะไรที่ต้องเสียใจใช่รึเปล่า รอตอนหน้านะคะ
    #1622
    0
  22. #1621 AKASHI. (@thanyameen) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:52
    เอาจริงๆเวลาเห็นฟิคมีฉาก nc แล้วโคตรรู้สึกผิดกับเมนอ่ะเหมือนเอาเมนมาย่ำยีแต่ก็อ่านนะ 5555555555
    #1621
    0
  23. #1619 -Sayuri- (@Cinderera22) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:56
    น่ารักอ่ะ ชอบบบบ~
    #1619
    0
  24. #1618 Jellypk (@proudnoy029) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:48
    ขอเก็บความละมุนนี้ไว้ก่อน ประทับใจ พี่ยุนกินี่เอะอะเนียนกับน้องตลอดอะ
    #1618
    0
  25. #1617 0810018779 (@0810018779) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 23:43
    ฟินมากเลย แต่รู้สึกว่า จะมีมาม่ามาต่อหลังจากปล่อยให้ฟิน ใช่มั้ยค่ะไรต์ 555
    #1617
    0