[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 24 : [All to you] Chapter 22 – Please Save Me Tonight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,917
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 280 ครั้ง
    25 ก.ค. 60


CHAPTER 22 – Please Save Me Tonight 








“เข้ามาทำอะไรในนี้" 

ลลิสายังคงยืนทื่ออยู่ที่เดิมแม้จะได้ยินคำถามนั้นชัดเจนทุกประโยค 

เขากลับมาแล้ว...

สติที่แทบกระเจิงหายค่อย ๆ กลับคืน ร่างเล็กหมุนตัวกลับมามองเขา มือหนาที่ถูกวางอยู่บนไหล่ทั้งสองข้างของเธอถูกดึงกลับ มินยุนกิกำลังมองเธออยู่เช่นกันด้วยแววตาที่เธอเองก็อ่านไม่ออก ใบหน้าขาว ๆ ของเขาแดงรื้นกว่าที่เคยเป็น แม้แต่แววตาคู่นั้นก็...

อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์

หญิงสาวหาคำตอบให้ตัวเอง เธอไม่รู้หรอกว่าเขาดื่มมันหนักมากแค่ไหนแต่คาดเดาได้ว่าคงมากพอดู มากพอที่จะทำให้น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนและมากพอที่จะทำให้ท่าทางทุกอย่างของเขาไม่เหมือนเดิม

“กลับมาแล้วเหรอ” เพราะบรรยากาศที่มีนั้นเงียบมากเกินไป เงียบเสียจนลลิสาได้ยินเสียงลมหายใจของเธอและเขาชัดเจน จึงตัดสินใจเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายความเงียบนั้น
เขาไม่ตอบและยังคงมองเธอด้วยแววตาแบบเดิมจนเธอเริ่มประหม่า ใช่ว่าไม่เคยถูกเขามองแต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาใช้สายตาแบบนี้มองเธอ สายตาในแบบที่…เธอเองก็บอกไม่ถูก

บางทีคงเพราะเขากำลังเมาแววตาคู่นั้นของเขาจึงดูแปลกไป หรือจะเป็นเพราะอะไรก็ตามเถอะ แต่บางสิ่งกำลังร้องเตือนว่าเธอไม่ควรเข้าใกล้เขามากเกินไปในเวลาแบบนี้ ต่อให้เดียงสาแค่ไหนก็ควรรู้ว่าสถานการณ์แบบไหนที่ไม่ควรเสี่ยง และนี่คือหนึ่งในสถานการณ์นั้น 

เพียงแต่...เพราะเรื่องที่เกิดวันนี้กำลังทำให้เธอตัดสินใจลำบาก ทั้งที่รู้ว่าควรพาตัวเองออกห่างแต่อีกใจก็รั้งให้อยู่ เธอควรคุยกับเขาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขารู้ ปรับความเข้าใจแม้ไม่รู้ว่าเขาจะยอมเข้าใจและรับฟังหรือไม่ก็ตาม

มินยุนกิยังคงยืนนิ่งมองเธออยู่อย่างนั้น เขานิ่งมากจริง ๆ ราวกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ ความมึนเมานั้นคงทำให้สมองของเขาประมวลผลและสั่งการช้าลง ลลิสาที่ตัดสินใจแล้วที่จะพูดกับเขาถึงเรื่องที่เขาเข้าใจผิดจึงขยับเข้าหา

"คุณ..." แต่เพียงแค่เธอเริ่มก้าวเท้าเขาก็ขยับออกห่าง มินยุนกิเดินเบี่ยงจากหน้าประตูผ่านร่างของเธอตรงไปยังหน้าจออิเลคทรอนิกส์เบื้องหน้า

ลลิสาชะงักเท้าและหมุนตัวกลับไปมอง ท่าทางการเดินของเขาดูไม่มั่นคงนัก แม้แต่การเคลื่อนไหวยังเชื่องช้าลงไปหลายส่วน อาจไม่ถึงขั้นเมามากแต่คงมึนอยู่มากพอดู และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ 

เขายังโกรธเธออยู่

ทิ้งร่างลงนั่งได้มือหนาก็ควานหาบางสิ่งอย่างสะเปะสะปะไปทั่ว ใบหน้าก้ม ๆ เงย ๆ อยู่อย่างนั้นนานหลายนาทีจนลลิสาต้องถอนใจออก 

เมาขนาดนี้แล้วยังคิดจะทำงานอยู่อีก 

"คุณควรไปนอนนะคะ" เธอเอ่ยเตือน คนที่ก้มหน้าอยู่ที่หน้าจอยังนิ่งเฉย มือก็ยังคงพยายามค้นหาปุ่มเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งที่มันก็อยู่ตรงหน้า กระทั่งหน้าจอถูกเปิดขึ้นมาได้ในที่สุด 

ลลิสาระบายลมหายใจหนัก ๆ ของตนครั้งแล้วครั้งเล่า เขาไม่สนใจความเป็นห่วงของเธอเลยสักนิดเดียว บางทีอาจไม่สนใจการมีตัวตนอยู่ของเธอด้วยซ้ำไป จะโกรธอะไรนักหนานะ ถ้าไม่ติดว่าเขากำลังโกรธและงอนเธอก็คงไม่ฝืนยืนอยู่ตรงนี้

ร่างเล็กชั่งใจอยู่นาน ดวงตากลมโตหันมองระหว่างบานประตูที่อยู่ใกล้มือเพียงยื่นไปผลักมันออก สลับกับแผ่นหลังของคนที่นั่งหันหลังให้เธออยู่ ท้ายที่สุดเท้าเล็กจึงก้าวขยับ 

เมื่อตั้งใจแล้วว่าจะง้อเขา เธอจึงเลือกหันหลังให้บานประตู ลากเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่ไม่สนใจอะไรอีกนอกจากหน้าจอตรงหน้า

"ไปนอนเถอะนะ" ลลิสาบอกเขาเสียงอ่อน

เขายังเงียบ

"มันดึกมากแล้ว คุณเองก็เหนื่อยมาทั้งวันด้วย" มือเล็กเอื้อมไปดึงมือเขาออกจากสิ่งที่เกาะกุมไว้

"ปล่อย..." เขาเอ่ยเรียบ ๆ สายตาจับจ้องอยู่ที่มือเล็กของเธอ ลลิสาชะงักไปแต่ยังทำใจกล้าไม่ยอมปล่อยมือที่รั้งมือแข็งแรงกว่าของเขาเอาไว้

"คุณ..." 

มินยุนกิดึงมือออกจากการเกาะกุมพร้อมทั้งคว้าเฮดโฟนใกล้มือขึ้นมาครอบหูทั้งสองข้างเอาไว้ เปิดเพลงเสียงดังลั่นจนเบสหนัก ๆ นั้นเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน 

ลลิสามองเขาราวเหนื่อยใจ คนอะไรจะดื้อได้ขนาดนี้นะ เอาเถอะถ้าเขาจะดื้อเธอก็จะดื้อกว่าให้ดู

มือเล็กเอื้อมไปดึงเฮดโฟนออกจากเขา มินยุนกิหันขวับมามองทันที ดวงตากร้าวดุขึ้น

"ต้องการอะไร" น้ำเสียงเย็นชานั้นเอ่ยดัง
 
หญิงสาวสะดุ้ง บอกตัวเองว่าเกลียดสายตาและน้ำเสียงที่เขาใช้เหลือเกิน ทั้งเกลียดและกลัวไปพร้อมกัน แต่ยังใจกล้าบังคับตัวเองให้สงบ

"ฉัน...แค่อยากให้คุณไปนอน มันดึกมากแล้ว ฉัน..." คำว่า 'เป็นห่วง' ของเธอถูกกลืนหาย ไม่กล้าแม้แต่จะบอกเขา 

"อยากมากขนาดนั้นเลยเหรอ" 

"ใช่ เอ๊ะ..." ลลิสาหยุดชะงัก คำพูดของเขามีความหมายแปลก ๆ ไม่ใช่เพียงคำพูดนั้นแม้แต่รอยยิ้มที่มุมปากนั่นรวมทั้งแววตาที่เขาใช้ยังแปลกไป

"ไม่ใช่แบบนั้น..."

"ได้...งั้นไป" เขาไม่พูดเปล่าขยับร่างลุกขึ้นยืนคว้าข้อมือเล็กของเธอได้ก็ดึงกระชากให้ลุกขึ้น ลลิสาตกใจ

"คุณ!" 

"อยากนอนกับฉันมากไม่ใช่เหรอไง ไปสิ!" เขากระตุกยิ้มฉุดกระชากลากเธอออกจากห้อง

"นี่คุณ มันไม่ใช่แบบนั้นนะ" ลลิสาตะโกนเสียงดังลั่น นี่เขาคิดบ้าอะไรอยู่

"งั้นอยากนอนกับใคร แฟนเธองั้นเหรอ"

"..." ลลิสาอ้าปากค้าง เขาเริ่มพูดประชดเธออีกแล้วนะ

"คุณเข้าใจผิดนะ ฉันกับแดน เรา..." ยังไม่ทันได้เอ่ยจบร่างของเธอก็ถูกกระชากอีกครั้ง 

"ไม่อยากได้ยินชื่อมัน ไม่ต้องพูด!"

"นี่ ฉันเจ็บนะ" เธอร้องบอกไม่คาดคิดว่าจะได้เจอกับการกระทำที่ดิบเถื่อนแบบนี้ของเขา
เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ อย่างน้อยตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาเขาก็ไม่เคยทำให้เธอกลัวมากขนาดนี้

"ยุนกิ"

"ยุนกิ ขอร้อง...ฟังก่อน" เธออ้อนวอนหวังให้เขาหยุดกระทำบ้าบอนี้ แม้ว่าตอนนี้ร่างทั้งร่างของเธอจะถูกยกขึ้นสูง

ปัง!

เสียงประตูห้องนอนถูกปิดลง ลลิสาผวาหันกลับไปมองแต่เพียงเสี้ยววินาทีร่างของเธอก็ถูกกดลงจมเตียงนุ่ม มินยุนกิแทรกร่างลงมาแนบสนิทแม้ว่ามือเล็กนั้นจะพยายามดันอกเขาไว้ 

"ยุนกิ...ขอร้อง อย่าทำแบบนี้" เมื่อความกลัวเกาะกุมหัวใจเธอรวบรวมแรงหวังผลักเขาให้ออกห่าง พยายามรั้งร่างตัวเองขึ้นกระเถิบถอยหนีไปจนสุดหัวเตียง มินยุนกิยกหน้าขึ้นสูง กวาดสายตามองร่างของคนที่ไร้ทางหลบไปไหนได้อีก

"อุตส่าห์ลงทุนอ่อยขนาดนี้ เรื่องแค่นี้จะมาเหนียมทำไม”

"......" ลลิสาหน้าชาและร้อนผ่าวหลังวาจาร้ายกาจของเขาดังขึ้น

"ฉันไม่ได้อ่อย" เธอกดเสียงหนักกลับไป

อ่อยบ้าอ่อยบออะไรกัน เขาเห็นความเป็นห่วงของเธอไร้ค่าขนาดนี้เชียวหรือ

"แล้วที่ทำอยู่นี่เรียกอะไร หรือเพราะเป็นฉันถึงเปลี่ยนใจกะทันหัน" เขาแค่นยิ้มร้ายแต่แววตาไม่ยิ้มตามไปด้วยเลยสักนิด

"ถ้าเป็นมันคงจะรีบเสนอให้เลยสิ..."

ผลัวะ!

ลลิสาไม่รู้ว่ามือที่กำหมัดแน่นนั้นเหวี่ยงไปสุดแรงมากแค่ไหน รู้ตัวอีกทีใบหน้าแดงรื้นของเขาก็หันไปอีกทางแล้ว

เธอโกรธจัด เขาทำให้เธอโกรธจนเผลอตบเขาไป ไม่ใช่สิ...เธอต่อยเขา

ราวกับว่าเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ลลิสามองมือที่สั่นเทาของตัวเองก่อนจะเงยขึ้นมองคนที่ค่อย ๆ หันกลับมา แววตาคู่นั้นของเขาดุดันขึ้นจนลลิสาหวาดกลัว

"ฉันขอ..อ๊ะ!” คำขอโทษยังไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ ร่างทั้งร่างของเธอก็ปลิวเข้าหาและถูกกดให้นอนราบจมเตียง ริมฝีปากกรุ่นร้อนเคลือบฤทธิ์แอลกอฮอล์กดแนบลงมาทันทีอย่างไม่ปราณีปราศัย ลิ้นร้อนแทรกผ่านเข้ามาจู่โจมรวดเร็วจนลลิสาชาวาบไปทั้งร่าง

เจ็บ...

คนที่มองไม่เห็นทางรอดของตัวเองทำไม่ได้แม้แต่การเบี่ยงหน้าหลบหนี มือเล็กยกกำหมัดทุบเขาไปหลายครั้งหวังให้เขาถอยออกห่างแต่ราวกับว่าทุกอย่างมันสูญเปล่าและไร้ค่า มินยุนกิยังคงตะโบมจูบหนักหน่วงจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก เสียงสะอื้นดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน กระทั่งเขาแตะไต่ลิ้นร้อนและริมฝีปากกรุ่นระอุจนพอใจแล้วจึงผละออก ปลายจมูกโด่งเคลื่อนลงต่ำและถูกกดฝังลงบนซอกคอขาว ลลิสาสะดุ้งเฮือกยกมือปัดป่ายไปมาเมื่อถูกคุกคามจู่โจมอีกครั้ง

"ยุนกิหยุดนะ!" เธอตะโกนลั่นแม้ร่างทั้งร่างแทบไร้เรี่ยวแรง 

เขาไม่เพียงไม่หยุดยังกดฝังขบเม้มจนเธอสะดุ้งไหว ปลายนิ้วแข็งแรงไล้ไปทั่วทั้งร่าง ไม่ว่าจะออกแรงกดลงตรงจุดไหนก็ราวกับถูกไฟร้อนอาบไล้ไปจุดนั้น ปลายเสื้อยืดช่วงหน้าท้องของเธอถูกเลิกขึ้นสูง ลลิสาผวายึดมือเขาไว้ น้ำตาไหลเอ่อมารวมตัวและปริ่มที่ขอบตา 

ไม่เอาแบบนี้...เธอไม่ต้องการแบบนี้

“พอแล้ว หยุด!” เสียงตะโกนจากกำลังใจเฮือกสุดท้ายของเธอดังลั่น ลลิสาหายใจหอบ น้ำตาไหลพรากเกินจะกลั้น ทำไมเธอถึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้
 
"อย่าร้อง" อยู่ ๆ เขาก็หยุดการกระทำลง แต่เหมือนคนที่ร้องไห้จนร่างทั้งร่างสะเทิ้นไหวจะไม่ได้ยิน ลลิสายกมือขึ้นปิดหน้านอนสะอื้นไห้อยู่อย่างนั้น 

มินยุนกิยันตัวขึ้นสูงพร้อมยื่นมือแข็งแรงรั้งร่างเล็กมากอดไว้ เธอกลัวเขาจนตัวสั่น บ่งบอกว่าขวัญเสียอย่างถึงที่สุด

“ไม่ทำแล้ว อย่ากลัว" เขาเอ่ยปลอบ เขาหยุดจริง ๆ หยุดกระทำพวกนั้นลงจริง ๆ

ลลิสาที่เวลานี้ไม่มีแรงต่อต้าน ไม่มีแม้กระทั่งเรี่ยวแรงจะดึงอารมณ์จมดิ่งของตนขึ้นมาได้อีก เธอทำได้เพียงสะอื้นไห้อยู่อย่างนั้น มือแข็งแรงรั้งศีรษะของเธอซุกหน้าลงบนอกกว้าง ภาพเหตุการณ์เมื่อกี้ทำให้เธอไม่กล้าไว้ใจแต่ก็ไม่กล้าผละหนี เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้ 

"ขอโทษ" ใบหน้าคมนั้นก้มลงมาแนบชิด ลมหายใจร้อนรินรดอยู่เหนือริมฝีปากเอ่ยคำขอโทษนั้นออกมา ร่างที่ซุกหน้าอยู่เงยขึ้นมองเขา 

ขอโทษ...เขากำลังขอโทษเธออยู่

"เคยเตือนแล้วไม่ใช่เหรอว่าอย่าทำให้หึง" มินยุนกิยกมือขึ้นซับน้ำตาที่ยังไหลรื้นยังขอบตาทั้งสองข้างให้ขณะเอ่ยประโยคนั้น

"ไม่ได้ทำ..." ตั้งสติอยู่นานกว่าที่ลลิสาจะเถียงกลับและค่อย ๆ เงียบเสียงลง

เขาจะยังโกรธอยู่หรือเปล่า แต่เมื่อเห็นเขาเงียบทั้งยังอ่อนโยนขึ้นเธอจึงตัดสินใจเอ่ยต่อ

"คุณเข้าใจผิด ฉันกับ..." ชื่อของแดเนียลขาดหาย เธอไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยชื่อของเขาออกมา 

"เราเรียนที่เดียวกันจริง แต่ฉันไม่เคยรู้จักเขามาก่อน"

"แล้ว..." ราวกับเขาอนุญาตให้เธอเอ่ยต่อ

"เราแค่เจอกันที่โรงเรียนทำอาหาร อยู่กลุ่มเดียวกัน มีฉัน นาอึนแล้วก็เขา ฉันไม่รู้ว่าเขาชอบฉัน ไม่รู้ด้วยว่าวันนั้นที่เขาโทรมาเขาบอกอะไรคุณ แต่เราไม่ได้เป็นอะไรกันนะฉัน...ฉัน...ไม่เคยมีแฟนด้วยซ้ำ"

ลลิสาเอ่ยยืดยาว พูดไปแล้วก็น่าอาย ทำไมเธอต้องมาเล่าอะไรแบบนี้ให้เขาฟังด้วย

"ไม่เคย?" มินยุนกิหันมองคนที่บอกว่าตัวเองไม่เคยมีแฟนแล้วเอ่ยถามซ้ำ

"ไม่เคย"

"งั้น เจ้าซองแจ?"

"ซองแจเป็นเพื่อน"

"แทฮยอง?"

"นั่นน้องชายคุณ เกี่ยวอะไร"

"อ้อ..." เขาพยักหน้า

"แล้วที่นั่งหัวโด่อยู่นี่ ใคร" ลลิสาหยุดชะงัก

"คุณ...คุณก็ไม่เคยเป็นแฟนเหมือนกัน" เอ่ยจบก็ต้องผวาเมื่อริมฝีปากที่อยู่ใกล้ฉกลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัว

"ฮือ..." ลลิสาร้องประท้วง ใบหน้าคมคายกระตุกยิ้มเมื่อผละออก เขามองกิริยาของคนในอ้อมกอดที่ดูตกใจแต่ไม่ถึงขั้นหวาดกลัวเช่นก่อนหน้านี้ มือหนาโอบรั้งร่างเล็กในอาณัติให้แนบชิดมากยิ่งขึ้นขณะเลื่อนมืออีกข้างมาเชยคางมนบังคับให้เงยขึ้นสบตาอย่างไม่อาจหลบเลี่ยง

"ให้พูดใหม่"

"พูดใหม่อีกทีก็เหมือนเดิม เราไม่เคยคบกันซะหน่อย" 

"....." เขาจูบเธออีกแล้ว ลลิสายกมือผลักเขาออกพร้อมเบี่ยงหน้าหลบ เธอพูดผิดตรงไหนกัน เขาและเธอเคยคบกันเสียเมื่อไหร่ ข้ามขั้นเปลี่ยนสถานะเลยต่างหาก

เบี่ยงหลบไปมาอยู่พักใหญ่ ลลิสาจึงดึงสายตากลับมองคนที่หยุดนิ่ง เขายังคงจ้องมองเธออยู่และเอาแต่จ้องอยู่อย่างนั้นจนเธอรู้สึกประหม่า ดูเหมือนเขาจะเริ่มสร่างเมาแล้ว ใบหน้าที่แดงรื้นอยู่ก่อนหน้านั้นเริ่มกลับมาเป็นปกติ เหลือเพียงรอยแดงจากฝีมือเธอทั้งตรงบริเวณแก้มที่เธอเผลอทำร้ายเขาและรอยข่วนตามคอที่มีให้เห็น

"เจ็บมั้ย..." มือเล็กเอื้อมไปสัมผัสบริเวณใบหน้าของเขาพร้อมเอ่ยถาม

"ไม่" 

"คุณ...ไม่โกรธแล้วจริง ๆ ใช่มั้ยคะ"

"ไม่ต้องกลัว เชื่องแล้ว" เขาเอ่ยยิ้ม ๆ เมื่อเห็นแววตาของเธอที่ยังปรากฎรอยหวาดหวั่นให้ได้เห็น 

บางที เขาคง...น่ากลัวมากไปหน่อย

"แปลว่าหายเมาแล้ว" เธอเอ่ยถามขึ้นอีก

"เมาเหรอ" เขาเลิกคิ้ว

"ก็เมื่อกี้..." ลลิสาชะงักหันมองเขาอีกครั้ง เธอผลักความผิดทุกอย่างไปที่ฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้เขาน่ากลัวได้แบบนั้น แต่ดูเหมือนว่าบางทีเธออาจจะเข้าใจผิด

"หรือว่า...ไม่ได้เมา?" คำถามของลลิสาได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มบาง มินยุนกิไม่เอ่ยอะไรเท่ากับยอมรับว่าจริง

และใช่เขาไม่ได้เมา ไม่เลยแม้สักนิด สติของเขายังมีและทุกอย่างเกิดจากความตั้งใจ

"คุณ!"

เพียงเท่านั้นร่างในอ้อมกอดที่ก่อนหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวก็แผลงฤทธิ์ เขาทำกับเธอแบบนั้นได้ยังไง ไม่รู้หรือไงว่าเธอกลัวมากขนาดไหน

"ลิซ..." มินยุนกิร้องห้ามเมื่อเห็นฤทธิ์เดชของคนที่โมโหสุดขีด เธอทั้งดิ้นรนโวยวายด่าทอเขาดังลั่น 

"ถ้าไม่หยุดดิ้น จะไม่ได้หยุดแล้วนะ" เขาขู่และมันก็ได้ผล ลลิสาชะงักกึกแต่ยังส่งสายตาโกรธเคืองมองเขาอยู่ ทั้งโมโหทั้งโกรธ แต่เขายังยิ้มยังมองเธออยู่ได้ ซ้ำยังมองด้วยสายตาที่เธอต้องบอกตัวเองให้หลบ เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองตอบ

ตั้งแต่ในห้องนั้นแล้วที่เขามองเธอแบบนี้ และมันเหมือนจะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนเธอชักหวั่นใจ

"อยากกัดคืนไหม" ชายหนุ่มยื่นแขนให้คนที่โมโหสุดขีดอยู่ในอ้อมกอดอย่างใจดี ลลิสาหันมองแวบหนึ่ง

"กัดได้นะ" เขาเอ่ยย้ำ เพียงเท่านั้นเธอก็คว้าแขนเขาไว้และงับฟันลงไปอย่างไม่ปราณีปราศัย

คนอย่างเขาสมควรโดนทำร้ายให้สาสม 

ดูเหมือนคนถูกกัดจะไม่สะทกสะท้านต่อเขี้ยวคม ๆ นั้น เขารู้ว่าเธอโกรธแต่เขาก็ยินดีรองรับความโกรธนั้นเอาไว้ ช่วยไม่ได้เพราะเป็นเขาเองที่ทำให้เรื่องนี้เกิดขึ้น ทำให้เธอเจ็บตัว เป็นเขาเองที่จงใจล่อลวงเธอ 

"เหนื่อยแล้วเหรอ" เขาถามเสียงแผ่วเมื่อเห็นคนที่ก้มหน้ากัดเขาอย่างเอาเป็นเอาตายหยุดการกระทำของตัวเองลง เธอทิ้งร่างลงบนเตียงไม่สนใจเขาอีก

"ลิซ..." เขาร้องเรียก

"ไม่ต้องมายุ่ง" เธอแหวใส่

"ไม่ยุ่งไม่ได้" น้ำเสียงของเขาแหบพร่ากระซิบอยู่ข้างหู 

"นี่ อย่าคิดบ้า ๆ นะ" เธอหันไปตวาดใส่เสียงดังลั่น ทำเธอเจ็บแบบนั้นแล้วยังไม่พอใจอีกหรือ 

คำตวาดของเธอถูกตอบแทนด้วยร่างหนาที่พลิกกลับมาครอบครองอยู่เบื้องบน หญิงสาวกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อถูกกักไว้ในสองแขนแข็งแรง 

"นี่..." เห็นสายตาที่เขามองแล้วลลิสาก็เกิดความหวาดหวั่นขึ้นในใจอีกหน ความปรารถนาปรากฎชัดอยู่ในดวงตาคมคู่นั้นอย่างที่เจ้าตัวไม่คิดปิดบังและดูเหมือนมันจะชัดเจนกว่าก่อนหน้านี้

หมายความว่ายังไง...

"ยะ..ยุนกิ..." เธอเรียกเขาเสียงสั่น

"หืม..." 

"ไหน...ไหนบอกว่าจะไม่รังแกแล้วไง..." 

"เคยพูดแบบนั้นด้วยเหรอ" 

ใช่ เขาบอกว่าไม่ทำแล้วและการกระทำของเขามันก็บอกแบบนั้น เขายอมให้เธอทุบตี ยอมให้เธอทำร้ายยอมให้เธอกัดสารพัด เธอก็วางใจว่าเขาคงไม่ทำอะไรเธออีก

แต่เปล่าเลย เธอควรรู้ว่าที่เขายอมให้เธอทำร้ายย่อมหวังสิ่งตอบแทน คนเผด็จการคนนี้ไม่เคยยอมเสียเปรียบไม่ว่าด้วยเรื่องอะไรทั้งสิ้น

มินยุนกิส่งยิ้มร้าย คนที่เสียเปรียบจึงทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักไปมา ความจริงชั่วแวบหนึ่งเธอเผลอคิดว่ามันจะต้องเกิดขึ้น แววตาที่เธอไม่กล้าอ่านมันบอกแบบนั้น แต่หลังเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปเธอจึงเผลอวางใจว่าเขาจะหยุดและเปลี่ยนความตั้งใจไปเสีย

แต่เธอคิดผิด...มินยุนกิไม่เคยเปลี่ยนความคิดในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว 

"ที่บอกว่าไม่ทำแล้ว แปลว่าจะไม่ทำให้กลัวอีกแล้ว...." เขาเอ่ยเสียงแผ่ว

"...ไม่ได้แปลว่าจะไม่ทำอีก"

เจ้าบ้ายุนกิ...มันจะมากไปแล้วนะ!

เธอตะโกนคาดโทษเขาอยู่ในใจแต่ทว่าสัมผัสอันอ่อนหวานลึกซึ้งจากเขากำลังทำให้ใจเธอเต้นระรัว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นแตกต่างจากเหตุการณ์น่าหวาดกลัวก่อนหน้า ลลิสากะพริบตาถี่ ๆ ลมหายใจขัดสะท้านเมื่อมือหนาเลื่อนดึงชุดที่เธอสวมนั้นออก ไม่นานร่างเปลือยเปล่าขาวผ่องก็ปรากฏต่อสายตา มินยุนกิอดไม่ได้ที่ขบเม้มริมฝีปากลงไป คนที่พยายามเลี่ยงหลบก็ทำได้เพียงเบี่ยงร่างให้พ้นจากสายตาเขา แม้ว่าทุกครั้งที่ริมฝีปากของเขาประทับลงบนร่างกาย ฝ่ามือร้อนผ่าวที่ลูบไล้ไปทั่ว ร่างทั้งร่างของลลิสาจะแทบจะละลายและแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ 

เกลียด เธอเกลียดเขา 

เสียงร่ำร้องนั้นดังอยู่ภายในหากแต่เมื่อสบสายตาที่เต็มไปด้วยประกายปรารถนาร้อนแรงหัวใจเธอก็หล่นวูบ แน่แก่ใจในนาทีนั้นว่าดิ้นรนอย่างไรก็ไม่เป็นผล ต่อต้านยังไงก็ไม่สำเร็จ เธอไม่มีทางรอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาได้อีกแล้ว

"ฮือ..." เมื่อครั้งที่ริมฝีปากถูกรุกรานลลิสาก็สะดุ้งวาบ เขาก้มลงมาจูบริมฝีปากเธออีกครั้งซ้ำยังครอบครองลึกซึ้งดูดดื่มมากขึ้นไปอีก 

"ยุนกิ..." เสียงของเธอพร่าสั่นดวงตากลมเจือไปด้วยความหวาดกลัว

"ไม่ต้องกลัว..." เขาเอ่ยปลอบรอยยิ้มพร่างพราว 

"ฉัน..."

"ชู่ว" เสียงของเขาดังขึ้นเตือนก่อนจะปิดปากเธอลง




-------------  [CUT 18+] ----------------



แสงสว่างที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาปลุกร่างเล็กที่หลับไหลอยู่บนเตียงให้ลืมตาตื่นขึ้นรับวันใหม่ ลลิสากะพริบเปลือกตาเพื่อขับไล่ความงัวเงียและรวบรวมสติคืนกลับ ไม่ช้าไม่นานมโนภาพบางอย่างแล่นเข้าสู่สมอง ความทรงจำเมื่อคืนเริ่มประกอบเป็นรูปเป็นร่าง ความปวดหน่วงที่ปรากฎขึ้นในร่างกายให้รู้สึกยิ่งย้ำชัดความเป็นจริง ใบหน้าเนียนใสแดงเรื่อและร้อนผ่าวเมื่อจดจำเรื่องราวทุกอย่างได้ชัดเจน

ลลิสากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพูดอะไรไม่ออก ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง รู้สึกโล่งใจที่มันว่างเปล่า กระทั่งเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามาให้ได้ยิน ความโล่งใจก่อนหน้าจึงถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ มือเล็กรีบกำผ้าห่มดึงขึ้นสูงจนถึงปลายคาง เมื่อไม่รู้จะทำยังไงต่อดีจึงรีบหลับตาลงและแกล้งหลับนิ่งอยู่อย่างนั้น

มินยุนกิขยับเข้าใกล้จนลลิสาได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ โชยเข้ามาต้องจมูก เขาหยุดนิ่งอยู่ข้าง ๆ ชั่วครู่และเหมือนจะนิ่งเสียจนลลิสาเริ่มรู้สึกอึดอัด อยากขยับตัวแต่ไม่กล้า กระทั่งเขาทิ้งร่างกึ่งนอนกึ่งนั่งลงบนเตียง

"รู้นะว่าตื่นแล้ว" เขาเอ่ยอย่างรู้ทันหลังปล่อยให้ร่างเล็กมุดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่เป็นเวลานานจนเขาเป็นฝ่ายอดทนรอไม่ไหว

"เช้าแล้วนะ ลุกขึ้นไปอาบน้ำเถอะ" เสียงนั้นกระซิบดังชิดใบหู ลลิสาขนลุกเกรียวแต่ยังฝืนใจนอนนิ่งไม่ขยับ

"ถ้าไม่ลุกเอง จะปลุกละนะ" เสียงขู่เรียบ ๆ นั้นยิ่งทำลลิสาสะดุ้งเฮือกแต่ยังแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน

"นับหนึ่งถึงสาม หนึ่ง..."

"ฮือ...ไม่ต้อง ๆ ตื่นแล้ว" สุดท้ายก็ทนไม่ไหวยกมือขึ้นผลักคนที่โน้มหน้าเข้ามาคลอเคลียให้ออกห่าง เล่นปลุกด้วยวิธีแบบนี้ใครหลับต่อได้ก็เกินไปแล้ว 

คนถูกผลักไม่สะทกสะท้านแถมยังส่งยิ้มแววตาพราวระยับมาให้ด้วยเสียอีก ใบหน้าของลลิสาก็เห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้งจนเธอต้องรีบก้มหน้าหลบ

"ทำไมหน้าแดง ไม่สบายหรือเปล่า" ยังจะมาถาม

"เปล่า..." 

"ลุกไปอาบน้ำเถอะ"

"คุณ...ก็ออกไปก่อนสิ" จะให้เธอลุกไปทั้งสภาพแบบนี้นะหรือ ใครจะกล้าล่ะ

"จะอายทำไม เมื่อคืน..."

"ห้ามพูดนะ!" เธอตวาดลั่น มินยุนกิแสร้งเลิกคิ้วเมื่อเห็นอาการเขินอายของเธอ

"ทำไมล่ะ ก็..."

"ก็บอกว่าห้ามพูดไง" ลลิสาไม่พูดเปล่าเธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากเขาเอาไว้ คนบ้าอะไรแบบนี้นะ ใจคอจะแกล้งเธอให้อายไปถึงไหนกัน

มินยุนกิกลั้นยิ้ม ปากปิดสนิทแต่สายตากำลังจับจ้องมองอยู่ที่บางอย่าง ลลิสารีบก้มมองตามสายตาของเขาแล้วจึงพบว่าผ้าห่มที่เธอปกปิดร่างกายไว้เลื่อนหล่นลงไปจนถึงเนินอก หญิงสาวหน้าเห่อร้อนกรีดร้องด้วยความตกใจ

"ห้ามมองนะ!" เธอตวาดลั่นพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นสูง จะยกมือปิดตาเขาไว้ก็คงไม่ไหว จึงทำได้เพียงการพลิกร่างกลิ้งม้วนตัวจนร่างทั้งร่างถูกพันธนาการไว้ด้วยผ้าห่มทั้งผืน

"เคยเห็นหมดแล้วน่า" เขาเอ่ยอย่างราบเรียบ คนที่อายแทบแทรกแผ่นดินหนีทำได้เพียงส่งเสียงขู่ฟ่อ จะให้ลุกขึ้นไปปิดปากเขาก็ทำไม่ได้เพราะแขนทั้งสองข้างถูกห่อหุ้มอยู่ภายในผ้าห่มผืนนั้น

มินยุนกิร่างที่ห่อตัวจนกลมปุ๊กไปทั้งตัวแล้วต้องหัวเราะ เวลานี้เธอกลายร่างเป็นดักแด้ไปแล้ว
 
"ทำแบบนั้นหายใจออกเหรอ" เขาเอ่ยถาม

"ออก"

"ไม่ร้อน?"

"ไม่"

"ไม่อึดอัด?"

"ไม่เลยสักนิด" เธอลอยหน้าตอบ ทั้งที่ความจริงแล้วทั้งร้อนทั้งอึดอัดเลยทีเดียว

"อ้อ..." เขาพยักหน้าเหมือนเชื่อถือในสิ่งที่เธอพูด แต่ลลิสารู้ดี คำว่า 'อ้อ' ของเขามีความหมายตรงกันข้ามเสมอ

"แน่ใจนะ"

"แน่ใจ" เธอเอ่ยยืนยันพร้อมพลิกร่างไปมาให้เห็นว่าเธอสบายดีแค่ไหนภายใต้ผ้าห่มผืนนี้

"อ๊ะ!..." ร่างที่กลิ้งไปมาต้องร้องเสียงหลงเมื่อไม่สามารถหยุดก้อนผ้าที่กลิ้งไปอีกทางจนชิดของเตียงอีกฝั่งได้ ที่สำคัญคือมันกำลังจะร่วงหล่นลงพื้น

"ยะ...ยุนกิ!" เธอร้องเรียกเขาดังลั่นพร้อม ๆ กับมือแข็งแรงของเขาที่รีบคว้าเอาไว้ได้ทัน

"ทำไมถึงได้ซนนัก" มินยุนกิดุเสียงเรียบก่อนจะดึงร่างเธอเข้าหา 

ลลิสาหายใจโล่งได้เพียงไม่กี่วินาที เพราะถึงรอดพ้นจากการตกเตียงมาได้แต่ก็ต้องมาถูกพันธนาการไว้ภายในอ้อมแขนแข็งแรงของเขาแทน ร่างเล็กจึงทำได้เพียงดิ้นขลุกขลักไปมา

"ปล่อยได้แล้ว...มันอึดอัด" 

"เมื่อกี้บอกไม่อึดอัดไม่ใช่เหรอ"

"ก็...ตอนนี้อึดอัดแล้วนี่นา" เธอเอ่ยเสียงเบาลง ไม่อึดอัดยังไงไหว เขาเล่นรัดแน่นขนาดนี้จนเธอจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

"งั้นก็...เอาออกเถอะ" ไม่พูดเปล่ามือหนายังกระตุกผ้าห่มจะดึงให้พ้นจากร่างเธอเสียอีกแต่ลลิสารีบคว้าและดึงยื้อไว้สุดแรง

"อ๊ะ ไม่ได้นะ!" เธอโวยวายดังลั่น ท่าทางหวงผ้าห่มสุดชีวิตนั้นทำให้เขายิ้มขำ

"ตกลงจะไม่ลุกจริง ๆ เหรอ"

"คุณก็ออกไปก่อนสิ" เธอไล่เขา ใครจะกล้าลุกออกไปตอนนี้กัน เขารึก็ช่างแกล้งทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าเพราะอะไร

"ไม่เป็นไร" จู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้น

"ไม่อยากลุกก็นอนมันอยู่อย่างนี้แหละ ชักง่วงแล้วเหมือนกัน" เขาเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์กระชับร่างบางเข้าหาแน่นขึ้นไปอีก

"นี่คุณ..." ลลิสาใจเต้นตึกตัก ปากเขาบอกง่วงแต่มองเธอด้วยสายตาแบบนั้นไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ความรู้สึกแบบนี้มันคล้ายกับมีบางสิ่งกำลังร้องเตือนถึงอันตรายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม

"ฮือ..." ยังไม่ทันได้คิดหาทางออก ร่างที่กอดเธอไว้ก็เริ่มซุกซน จมูกโด่งฝังลงบนพวงแก้มแดงระเรื่อและค่อย ๆ เคลื่อนไปทั่วจนลลิสาดิ้นขลุกขลักไปมา 

"หยุดนะ...ห้ามเอาเปรียบนะ" เธอร้องประท้วง จะผลักใสเขาออกก็ทำไม่ได้ เหลือเพียงปากที่ว่างอยู่ให้พอสู้ได้บ้าง

"เอาเปรียบยังไง" เสียงทุ้มต่ำนั้นเอ่ยถามขณะที่ใบหน้าคมเคลื่อนลงมากดฝังคลอเคลียยังซอกคอขาว

"ฮือ...ก็แบบที่ทำอยู่นี่ไง ห้ามทำนะ" เธอเสียงสั่นพยายามเบี่ยงหน้าหลบแต่ดูเหมือนมินยุนกิไม่สนใจคำห้ามปรามของเธอเลยสักนิด

"ฉัน...ฉันยอมลุกแล้วก็ได้..." ท้ายที่สุดเธอต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ประสบการณ์เมื่อคืนสอนให้รู้ ขืนเธอยังไม่ยอมลุกออกจากเตียงเธออาจไม่มีโอกาสได้ลุกอีก

"ปล่อยสิ...ฉันจะลุกแล้ว"

ใบหน้าที่คลอเคลียตรงซอกคอเคลื่อนขึ้นมองสบตาและส่งยิ้มกริ่มให้ มือหนายกสัมผัสแก้มใสไล้ไปมาแผ่วเบาก่อนจะหยุดนิ่งบนกลีบปาก 

"ช้าไป มันเลยนับสามไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้หรือไง..." เสียงทุ้มดังเพียงแผ่วเบาพร้อมริมฝีปากที่แนบลงมาประทับ 

"ฮือ..." เสียงประท้วงที่ดังขึ้นขาดหายไป ร่างเล็กทำได้เพียงดิ้นรนขลุกขลักแม้มันจะไร้ผล อิสรภาพของเธอถูกเขาริดรอนไปเสียดื้อ ๆ 


~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~


ลลิสามองอุ้งเท้าสั้นป้อมของสุนัขขนปุยนุ่มสีน้ำตาลที่วางเท้าทั้งสองข้างลงบนขาของมินยุนกิด้วยความประหลาดใจ อันที่จริงเธอประหลาดใจตั้งแต่เห็นเขานั่งลงทักทายพูดคุยกับมันแล้วละ นึกไม่ถึงว่าเขาจะยอมให้มันนั่งตักได้

"นี่หมาคุณเหรอคะ" เธอเอ่ยถาม ครั้งที่แล้วที่มาที่นี่เธอไม่เห็นว่าเขาเลี้ยงสุนัขด้วย

"อืม เจ้านี่ชื่อโฮลลี่" เขาหันมาตอบ มือหนายังลูบขนนุ่ม ๆ ของมันเล่น 

มินยุนกิคนอ่อนโยน เขาก็อ่อนโยนเฉพาะกับน้องหมาเท่านั้นแหละ

"หวัดดีโฮลลี่" ลลิสาย่อตัวลงนั่งข้าง ๆ พร้อมทักทาย เจ้าโฮลลี่มองเธอแวบหนึ่งก่อนจะเมินใส่และหันกลับไปสนใจเจ้านายของมันต่อ มินยุนกิยิ้มขำเมื่อเห็นแบบนั้น

"เมินใส่กันเฉยเลย" เธอพึมพำ 

"น่าสงสาร หมายังเมิน" เขาเอ่ยสั้น ๆ ลลิสาหันไปแยกเขี้ยวใส่เขาและพลอยส่งค้อนไปให้เจ้าโฮลลี่ด้วยอีกตัว 

เหมือนกันทั้งเจ้าของทั้งน้องหมาเลย นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นหมาของเขานะเธอจะแกล้งให้ เห็นแบบนี้เธอก็ขี้แกล้งใช่เล่น กับเจ้าดัลกอมนั่นไงคู่กัดขาประจำของเธอ เมื่อก่อนแกล้งกันเป็นประจำ มีระยะหลัง ๆ นี่แหละที่พอญาติดีกันได้บ้าง

"มากันแล้วเหรอ" ประธานมินอิลวูส่งเสียงทักทาย ลลิสารีบขยับลุกขึ้นยืนในขณะที่มินยุนกิหันมองมาแวบหนึ่งก็หันกลับไปสนใจเจ้าโฮลลี่ต่อ

"สวัสดีค่ะ" ลลิสารีบทักทายผู้มากวัยกลับก่อนจะหันไปสะกิดคนที่ดูจะไม่สนใจบิดาเลยสักนิด

"คุณ..."

"ปล่อยมันไปเถอะ ไอ้ลูกคนนี้" เมื่อประธานมินอิลวูไม่ถือสาลูกชายคนเล็ก ลลิสาจึงทำได้แค่ส่งยิ้มเหยเกทำหน้าไม่ถูก กระทั่งเขาก้าวนำไปนั่งยังโซฟา ร่างเล็กจึงก้าวตามไปด้วย

"หนูสบายดีใช่ไหม" ถามไถ่หลังมองสำรวจลูกสะใภ้อย่างละเอียด

"ค่ะ"

"แล้วกับเจ้านั่นล่ะ เป็นยังไงบ้าง" ผู้มากวัยบุ้ยปากไปยังร่างที่นั่งหันหลังให้ ลลิสามองตามแล้วก็ถอนใจเบา ๆ ใจคอเขาจะสนใจน้องหมามากกว่าธุระที่บิดาให้มาพบหรือยังไงกันนะ

"ก็..ดีค่ะ"

"จริงเหรอ อย่างมันนี่นะดีกับหนู จริง ๆ เหรอ"

"ก็...ดีบ้างไม่ดีบ้างค่ะ" คงเพราะคำตอบของเธอดูไม่น่าเชื่อถือนัก ลลิสาจึงต้องเอ่ยตอบใหม่อีกครั้ง คราวนี้ประธานมินอิลวูยิ้มขำแต่คนที่คล้ายไม่สนใจอะไรกลับส่งเสียงตอบโต้กลับมาให้ได้ยินด้วยเสียงเรียบ ๆ

"ได้ยินนะ" 

"อย่าไปสนใจมันเลย ถ้ามันไม่ดีก็บอกพ่อมาพ่อจะจัดการให้เอง" ประธานมินอิลวูบอกอย่างใจดี ให้ท้ายลูกสะใภ้เต็มที่

"หรือถ้ามันร้ายมากก็ตอบโต้มันกลับไปบ้าง ไม่ต้องไปกลัว" หญิงสาวอมยิ้มเมื่อได้รับคำแนะนำ

"อย่าไปฟังพ่อมาก" คนที่ลลิสานึกว่าเขาอยู่กับเจ้าโฮลลี่ทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ รั้งร่างเธอเข้าไปโอบพร้อมเอ่ยประโยคนั้นขึ้นมา

"พ่ออย่ามาล้างสมองเมียผมดีกว่า ยิ่งเอ๋อ ๆ อยู่ด้วย" ลลิสาหันขวับไปมองเขาทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น

ผู้มากวัยยิ้มขำมองลูกชายและลูกสะใภ้สลับกันไปมา

"เมื่อไหร่จะมีหลานให้พ่อ" คำถามที่ไม่เจาะจงว่าถามใครเอ่ยดัง ทั้งมินยุนกิและลลิสาชะงักกึก

"เอ่อ..." 

"ถามลูกสะใภ้พ่อสิ" มินยุนกิเอ่ยแทรกพร้อมทั้งผลักภาระมาที่เธอ คนไม่ทันตั้งตัวอ้าปากค้างพูดไม่ถูก ยิ่งเมื่อเห็นสายตาที่ประธานมินอิลวูมองมาเธอก็ยิ่งเคอะเขิน

"คือ...คือหนูยังไม่พร้อมค่ะ" 

"ไม่พร้อม?"

"หนูยังเรียนไม่จบเลยค่ะ" เธอขยายความต่อ ถึงจะแต่งงานแล้วแต่เธอยังเป็นนักศึกษาอยู่ ยังเรียนไม่จบมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ขืนท้องตอนนี้คงไม่ดีแน่

"อ้าว จริงสิ" ผู้มากวัยพึมพำ

"งั้นช่วงนี้ก็อย่างเพิ่งมีเลยนะ รอให้เรียนจบก่อนก็ได้"

"ไม่รู้ ไม่รับประกัน" เสียงเรียบเอ่ยขึ้นในทันทีที่บิดาเอ่ยจบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงร้องเสียงหลงเมื่อถูกมือเล็กบิดเข้าที่แขนด้วยความโมโห

"โอ้ย! เจ็บนะ" 

ลลิสาตีหน้านิ่งส่งยิ้มให้ประธานมินอิลวูราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่สนใจคนข้าง ๆ ที่ขยันกวนโมโหอีกต่อไป ทำไมมาที่นี่แล้วเขาเป็นแบบนี้ทุกทีเลยนะ ชอบเย็นชาใส่หรือไม่ก็พูดจาแบบนี้ใส่

"เดี๋ยววันนี้ทานข้าวด้วยกันก่อนนะ พ่อให้แม่บ้านเตรียมอาหารอยู่ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว" ประธานมินอิลวูเอ่ยชวนเมื่อเห็นสงครามเล็ก ๆ ของลูกชายและลูกสะใภ้

"ให้ลิซไปช่วยมั้ยครับ" มินยุนกิเสนอ 

"แต่ฉันยังทำไม่เก่งนะคุณ" เธอกระซิบ

"ฝึกทำเยอะ ๆ จะได้เก่งไง" เขาฉีกยิ้มส่งให้ ลลิสาเข่นเขี้ยวมองเขาอย่างโมโห

นึกว่าจะหลุดพ้นจากตำแหน่งเมียทาสไปแล้วซะอีก นี่ใจคอเขาจะให้เธอยึดตำแหน่งนี้ไปถึงไหนกันนะ

"ดี พ่อเองก็อยากชิมฝีมือทำอาหารของหนูเหมือนกัน"

"หนูทำไม่ค่อยเก่งนะคะ อาจจะไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่" ลลิสารีบออกตัว

"ไม่เป็นไร ยังไงก็กินได้" ผู้มากวัยเอ่ยอย่างใจดี ลลิสาจึงส่งยิ้มให้ก่อนจะขอตัวลุกเดินเข้าไปในครัวเพื่อช่วยแม่ครัวทำอีกแรง

เมื่อร่างของลลิสาก้าวพ้นไปแล้วประธานมินอิลวูจึงหันกลับมาทางบุตรชายคนเล็กที่มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น

"รู้ใช่มั้ยที่ฉันเรียกแกมาวันนี้เพราะอะไร"

"ไม่รู้" เขาตอบสั้น ๆ

"แกเตรียมเรื่องฮันนีมูนไปถึงไหนแล้ว" 

"อาทิตย์หน้าตามคำบัญชา" เขาตอบ

"งั้นก็ดีแล้ว อย่าลืมที่ฉันบอกล่ะ"

"ที่จริงเรื่องแค่นี้ไม่ต้องให้ผมมาเองก็ได้นะ แค่โทรไปผมก็เข้าใจแล้ว" มินยุนกิเอ่ยราวหงุดหงิด

"ฉันแค่อยากเห็นด้วยตาตัวเอง อยากแน่ใจว่าแกจะไม่ทำให้เรื่องมันพลาด" ผู้เป็นพ่อเอ่ยเสียงเรียบ

มินยุนกิหันมองไปยังทิศทางที่ร่างเล็กลับหายเข้าไปในครัว เขานิ่งเงียบอยู่นานก่อนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงราบเรียบพอกัน

"พ่อไม่ต้องห่วงหรอก ผมแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้" 

"งั้นก็ดี ฉันจะได้สบายใจ"

หลังบทสนทนาแสนสั้นระหว่างสองพ่อลูกจบลงทั้งคู่ก็แทบไม่พูดคุยอะไรกันอีก กระทั่งหลังมื้ออาหารผ่านพ้นไป มินยุนกิจึงพาลลิสากลับ

"อาทิตย์หน้าทั้งอาทิตย์เลยเหรอคะ" ลลิสาหันถามคนข้างกายหลังได้ยินเขาพูดถึงเรื่องฮันนีมูนขึ้นมา 

"ใช่"

"ต้องขาดเรียนเป็นอาทิตย์เลยสิ" เธอพึมพำ คนที่เพ่งสมาธิอยู่ที่การขับรถจึงหันกลับมามอง

"ทำไมไปหลายวันจัง" เธอยังนึกสงสัย

"อยากพัก" เขาตอบสั้น ๆ

ลลิสามองเขาแล้วพยักหน้าเข้าใจ ถึงมินยุนกิจะเหมือนคนไม่มีงานประจำทำแต่ความจริงแล้วเขาทำงานหนักกว่าที่หลายคนคิดเลยทีเดียว บางทีเขาคงเหนื่อยและอยากพักบ้าง

"ลิซ"

"คะ" ลลิสาขานรับหันมองเขางง ๆ 

"มีอะไรหรือเปล่า" 

"...." ปากที่ขยับจะพูดอะไรบางอย่างนิ่งเงียบลงไป จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้พูดออกมา กระทั่งลลิสาต้องเอ่ยถาม

"เปล่า ช่างมันเหอะ" เขาส่ายหน้าไปมา ลลิสาก็ได้แต่มองตามงง ๆ

อะไรของเขานะ



++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
25/7/2017 เข้ามาแก้คำผิดนะคะ  


ลงจนได้ ดึกจริง ๆ ขอโทษน้าาา อาจมีติดขัด เดี๋ยวมาแก้ไขให้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันนะคะ จะพยายามปั่นให้ได้บ่อย ๆ แต่งานก็เยอะจริง ๆ TT  ขอบคุณทุก ๆ เม้นทุกกำลังใจด้วยเน้อ อ่านทุกเม้นเลย ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 280 ครั้ง

3,711 ความคิดเห็น

  1. #3543 khamonlak (@khamonlak) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 00:52
    พี่ก้าร้ายอ่ะ โอ้ยเขินไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย555555555 ><
    #3543
    0
  2. #3421 pinsudatomueange (@pinsudatomueange) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 19:12
    อยากอ่านนนncง่าา
    #3421
    0
  3. #2488 PFarum (@PFarum) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 14:57
    ปมอะไรคะไรท์ไม่อ้าวว
    #2488
    0
  4. #2267 iceee_blink (@icekanokwan2546) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 17:54
    ขอncค่ะไรท์555555
    #2267
    0
  5. #2043 nnptpk (@naeyht) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:38
    รู้สึกไม่ไว้ใจสองพ่อลูกเลยย อย่าทำลิซนะะะ
    #2043
    0
  6. #1570 น.ส.เหล็กดัด (@pimnapat6771) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 21:46
    รักมากกกกก...รอนะค่ะ
    #1570
    0
  7. #1568 30palmy45 (@30palmy45) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 19:07
    รอน้าาาาา
    #1568
    0
  8. #1567 sehunkn (@sehunkn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 12:22
    มันต้องมีอะไรไม่ดีแน่เลย รอนะคะไรท์
    #1567
    0
  9. #1565 meme45 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 00:26
    งือออ ตอนต่อไป อยากอ่านแล้วค่ะไรท์

    TT ถ้ามีม่าหนักๆ ก็ขอสวีทกันเยอะๆนะคะ
    #1565
    0
  10. #1564 Kimsawon (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 22:26
    รอตอนต่อไปนะคะ สนุกมากเลย มีกี่ตอนคะไรท์ สู้ๆนะคะv
    #1564
    0
  11. #1562 Lisa_suga.love&#128525; (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 12:05
    ไม่นะไม่หลอกลิซใช่ไกมอย่ามาม่าเกินไปนะคะไรด์พลีส เเต่อยากให้มีฉากที่ยุนกิคิดถึงลิซนะ
    #1562
    0
  12. #1561 MAMAMEE (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 08:16
    เป็นโรคจิต ชอบมาม่าอ่าาา ขอเอาแบบน้ำตาท่วมห้องเลยนะไรท์
    #1561
    1
    • #1561-1 LOLI (จากตอนที่ 24)
      27 กรกฎาคม 2560 / 23:11
      โรคจิตเหมือนกันเลยชอบตอนที่ทะเลาะกันอ่ะ5555
      #1561-1
  13. #1560 LOLI (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:11
    NC. อยู่หนใดมาม่าจะมาเเล้วน้ะT-T
    #1560
    0
  14. #1559 BarbieA (@ayfai1998) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 23:57
    อะไรกันคะเนี่ยยยย หวานอยู่ดีๆไรท์สร้างปมให้เราคิดอีกแล้ว ฮือออ พี่กิมีอะไรก็คุยกับเมียเส่! อย่าความลับเยอะ ต่อมเผือกและมโนเราทำงานหนัก // สู้ๆนะคะไรท์ เราเป็นกำลังใจให้ :)
    #1559
    0
  15. #1558 Anchisap.bnz (@bbubenz13) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 21:49
    สู้ๆนะคะไรท์
    #1558
    0
  16. #1557 ravenblack (@ravenblack) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 20:43
    ไรท์สู้เด้ออออออออออออออ
    #1557
    0
  17. #1556 variousflower (@variousflower) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 19:04
    ตอนนี้กรี๊ดหนักมากกก ประหนึ่งเป็นเจ้าลิซ5555

    ตอนต่อไปพายุของจริงกำลังจะมาใช่มั้ยย ขอแบบไต้ฝุ่นเลยนะคะ รีดคนนี้ซาดิสค่ะ 5555
    #1556
    0
  18. #1554 ขี้ชิป (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 11:56
    มาม่าลอยมาเลย งื้อกลัวใจ

    เเต่ว่าไรท์ เค้าอยากอ่านที่คัตไป 55 ไปลงที่ไหนบอกด้วยน้าคะ จะตามไปอ่าน
    #1554
    1
  19. #1553 swangg (@swangg) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 10:45
    เริ่มได้กลิ่นมาม่าลอยมา ไม่นะะะะะ
    #1553
    0
  20. #1552 0810018779 (@0810018779) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 10:42
    ไม่อยากให้ดราม่าอ่ะ
    #1552
    0
  21. #1551 0810018779 (@0810018779) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 10:42
    มาม่าจะมาแล้วววว
    #1551
    0
  22. #1549 gamgamgamm (@galagam) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 09:48
    มันต้องดราม่าแน่ๆเลยอ่า
    #1549
    0
  23. #1546 AMANDA.P (@mookko) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 09:16
    สรุปว่าลิซได้ไปอาบน้ำไหมคะ? คิคิคิ// ยุนกิกับคุณพ่อคิดจะทำอะไร?
    #1546
    0
  24. #1545 นวาระ (@firmmy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 09:14
    เห็นลางความดราม่ามาแต่ไกล 55
    #1545
    0
  25. #1544 mooping11 (@0914103197) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2560 / 08:54
    ไม่อยากกินมาม่าอ่า555 nc อ่านที่ไหนคะ
    #1544
    0