[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 20 : [All to you] Chapter 18 - Into you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    25 มิ.ย. 60

Chapter 18 




ลลิสารู้สึกราวกับว่าเท้าทั้งสองของเธอหนักขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ ก้าวที่เธอเดินตามแทฮยองไป ยิ่งเมื่อเห็นสายตาที่จับจ้องมองความคิดมากมายก็วิ่งวนปะปนกันไปมา ได้แต่พร่ำภาวนาให้เวลาเดินช้าลงไปกว่านี้ ตอนนี้วินาทีนี้เธอยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับเขา ถึงแม้ว่าในที่สุดร่างบางจะก้าวมาหยุดอยู่ต่อหน้าเขาแล้วก็ตาม

"เพื่อนฉันจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย" แชยองเอ่ยถามแทฮยองด้วยความเป็นกังวลเมื่อเขาก้าวถอยออกมายังจุดที่เธอยืนอยู่ ชายหนุ่มหันกลับไปมองแวบหนึ่ง

"ผัวเมียกัน นอนคุยกันแป๊บเดียวเดี๋ยวก็เคลียร์กันได้" 

แชยองถึงกับหน้าเหวอกับคำตอบที่ได้รับ แทฮยองหัวเราะออกมาเล็กน้อย เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะมีหน้าที่แค่มาพาลลิสาไปหาพี่ชายและพาแชยองกลับไปส่งบ้านเท่านั้น 

"ไปครับ ผมไปส่ง" เขาเอ่ยก่อนก้าวนำออกไป 

ไม่วายที่แชยองจะหันกลับไปมองเพื่อนรักอีกครั้ง ความห่วงใยและกังวลยังมีเต็มหัวใจแต่เมื่อคิดได้ว่าเธอคงไม่สามารถทำอะไรมากไปกว่านี้ เรื่องของคนสองคนก็คงต้องปล่อยให้เขาเคลียร์กันเองอย่างที่แทฮยองบอก หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวตามแทฮยองออกไปจากงานปาร์ตี้

บรรยากาศรอบ ๆ คล้ายขมุกขมัวขึ้นทุกทีในขณะที่ลลิสายังคงยืนนิ่ง เธอเผลอกัดปากตัวเองแน่น ส่งสายตามองคนที่นั่งมองเธออยู่อย่างไม่วางตาเช่นกัน

"นั่งสิ" เขาเอ่ยสั้น ๆ ก่อนยกแก้วขึ้นดื่มต่อ

คนที่กำลังสับสนกับอารมณ์และความรู้สึกตัวเองทิ้งร่างลงนั่งข้าง ๆ เขา ไม่แน่ใจสถานการณ์เท่าไหร่นักว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน พอ ๆ กับที่ไม่แน่ใจตัวเองว่าควรอยู่ในอารมณ์ไหนเช่นกัน 

คำพูดของคังฮโยรินยังคงค้างอยู่ในใจทำให้เธอรู้สึกราวกับสติที่มีกระเจิงหายเสียกระบวนไปไกลจนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอจะควบคุมมันไว้ได้อีก ภายใต้ความเงียบที่มีเธอกำลังใช้ความพยายามอย่างมหาศาลในการบังคับจิตใจตัวเองให้สงบนิ่ง ดวงตากลมโตเสมองไปยังเครื่องดื่มที่วางอยู่บนโต๊ะ มองเพื่อน ๆ ของมินยุนกิที่ต่างมองมาที่เธออยู่เช่นกัน เธอไม่คุ้นหน้าใครเว้นเพียงจองกุกคนเดียว แต่เวลานี้ทำไม่ได้แม้จะส่งยิ้มให้เขา

เธอยิ้มไม่ออกและไม่อยากฝืนยิ้มให้ใครทั้งนั้น

ระหว่างที่กำลังสับสนอยู่นั้น เสื้อคลุมตัวหนึ่งก็ถูกวางทาบลงบนร่างของเธอ ลลิสาผงะออกเพราะตกใจไปชั่วขณะ อาการแข็งขืนของคนข้างกายทำให้มินยุนกิต้องมองจ้องส่งสายตาดุ ๆ นั่นละหญิงสาวจึงได้หยุดนิ่งและก้มมองเสื้อคลุมที่อยู่บนร่างอีกครั้ง

"ยุนกิ" ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้พูดอะไรกันด้วยซ้ำเสียงของคังฮโยรินก็เอ่ยดัง มินยุนกิและลลิสาเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน

"มางานด้วยเหรอ ไหนเธอบอกว่ามาไม่ได้ไง" 

คำถามและสายตาของคังฮโยรินทำให้ลลิสาต้องขยับตัวออกห่างเขาโดยอัตโนมัติแต่ก็ถูกวงแขนแข็งแรงนั้นโอบรั้งไว้เสียก่อนที่จะทันได้ลุกออกไปไหน หญิงสาวหันมองคนที่โอบกอดเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เช่นเดียวกันกับคังฮโยรินที่มองมือที่โอบร่างนั้นอย่างไม่วางตา

"จะไปไหน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม

"เปล่า..." ลลิสาตอบเสียงเบาและจำต้องนั่งนิ่งอยู่แบบนั้น เมื่อเห็นเธออยู่นิ่งมินยุนกิจึงหันกลับไปมองคังฮโยริน

"ฉันบอกเธอเหรอว่ามาไม่ได้" 

"เปล่า แต่เห็นนัมจุนบอกว่าเธอมาไม่ได้" คังฮโยรินหันไปทางเจ้าของปาร์ตี้ที่ถึงกับเลิกคิ้วสูงแทบสำลักเครื่องดื่มที่เพิ่งยกขึ้นดื่ม 

ตายโหงละ นั่งอยู่ดี ๆ ก็ถูกลากเข้ามาเกี่ยวซะงั้น

"อ้อ เออ ฉันบอกเอง" นัมจุนเอ่ยตอบเมื่อเห็นมินยุนกิหันมองเขา 

"ตอนแรกก็ว่าจะไม่มา" เขาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

"แต่ลิซมาก็เลยมารับกลับบ้าน" ฮโยรินหันขวับมองลลิสาทันทีที่ได้รับคำตอบ เช่นเดียวกับคนที่นั่งนิ่งข้าง ๆ เขา เธอเงยหน้ามองเขางง ๆ

เขาเรียกเธอว่าไงนะ แล้วมารับเธอกลับอะไรกัน

"แปลว่าถ้าเมียนายไม่มานายก็จะไม่มางั้นสิ" เพื่อนที่ยืนข้างฮโยรินเอ่ยด้วยความหมั่นไส้ มินยุนกิหันมองด้วยแววตาเรียบนิ่ง

"ใช่" เป็นคำตอบที่ทำให้ทุกคนนิ่งเงียบกันไปหมด

"รู้จักกันแล้วใช่มั้ย ต้องให้แนะนำรึเปล่า" มินยุนกิเอ่ยถามคนข้างกาย

"อืม" ลลิสาขานรับ

"งั้นเดี๋ยวแนะนำเพื่อนให้รู้จัก" เขาบอกก่อนจะหันไปแนะนำเพื่อน ๆ ให้ลลิสารู้จักทีละคน แม้ลลิสาจะยังงุนงงกับสถานการณ์แต่ก็ส่งยิ้มทักทายเพื่อน ๆ ของเขากลับไป

เหมือนจะรู้สึกแปลก ๆ เธอรับรู้ความโกรธของเขาได้ เขาโกรธเธออยู่แน่นอน ด้วยเรื่องอะไรเธอเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่เธอเองก็โกรธเขาอยู่เช่นกัน เป็นความโกรธที่ต่างคนต่างเก็บมันเอาไว้

ลลิสาเงยหน้ามองคังฮโยรินที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนว่าเวลานี้มินยุนกิจะจงใจเมินเฉยไม่สนใจการมีตัวตนของคังฮโยรินและเพื่อน เขาหันไปพูดคุยกับเพื่อน ๆ ของเขาต่อ ลลิสาเสียอีกที่รู้สึกหน้าร้อนผ่าวแทน

"คุณ" เธอสะกิดแขนคนที่เอาแต่สนใจเครื่องดื่มในมือและฟังเพื่อน ๆ พูดคุยกันอยู่

"ฮึ" เขาหันกลับมามอง

"คุณฮโยรินเค้า..."

"อยากดื่มอะไรไหม" เขาเอ่ยถามก่อนที่ลลิสาจะทันได้เอ่ยจบประโยคด้วยซ้ำ 

"....."

"แก้วนี้ก็ได้นะครับ" นัมจุนยื่นแก้วในมือมาให้ หญิงสาวหันไปมองงง ๆ ก่อนจะยื่นมือไปรับมาแบบงง ๆ เช่นเดียวกัน

"ดื่มอย่างอื่นเถอะ" มินยุนกิดึงแก้วในมือเธอออกและหันไปหยิบแก้วใบอื่นส่งให้พลางส่งสายตามองเพื่อนที่หัวเราะชอบอกชอบใจกับท่าทางของเขา

"หวงจริงด้วยว่ะ" นัมจุนเอ่ยแซว

ลลิสาได้แต่มองพวกเขางง ๆ กลายเป็นว่าสิ่งที่เธอตั้งใจจะพูดถูกเขาเปลี่ยนเรื่องไปหมดสิ้น

คังฮโยรินรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นอากาศไม่มีตัวตน เธอได้แต่ยืนกำหมัดแน่น เกิดมายังไม่เคยรู้สึกไร้ค่าในสายตาใครเท่านี้มาก่อน

มินยุนกิ เขากล้าเมินเฉยใส่เธอได้ยังไง

"งั้นขอฉันนั่งด้วยคนนะ" หญิงสาวเอ่ยพร้อมกับทิ้งร่างลงนั่งยังที่ว่าง ๆ โดยไม่รอให้ใครเอ่ยอนุญาตด้วยซ้ำ ทุกสายตาของคนในโต๊ะต่างจับจ้องสายตามาที่เธอ ในขณะที่เธอเอาแต่จ้องมองมินยุนกิไม่วางตา

ไม่มีใครคาดคิดจะได้เห็นฉากเด็ดนี้ คังฮโยรินนางฟ้าของทุกคนโดดลงสนามแข่งที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นผู้ชนะทั้งที่ไม่ต้องแข่งขันกับใครทั้งนั้น แต่ ณ เวลานี้ เมื่อมีใครอีกคนเข้ามาเป็นตัวแปร เธอกลับหาญกล้าทำในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าเธอจะทำ

มินยุนกิหันมองเธอแวบหนึ่งก่อนถอนใจออก ส่วนลลิสาได้แต่นั่งนิ่งก้มหน้าลงอย่างไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรต่อดี เธอยกแก้วในมือขึ้นดื่มสมองครุ่นคิด

นี่เธอเป็นส่วนเกินใช่ไหมนะ เธอเข้ามาแทรกกลางระหว่างพวกเขาสองคนจริง ๆ ใช่หรือเปล่า ดูก็รู้ว่าคังฮโยรินชอบเขามากขนาดไหน ทั้งที่รู้ว่าเขาเมินเฉยใส่เธอยังกล้าทำอะไรแบบนี้

บางที พวกเขาคงยังรักกันอยู่ ถ้าไม่มีเธอ...

"แค่ก ๆ" เสียงไอของลลิสาดังขึ้นในทันทีที่ลิ้นแตะเครื่องดื่มนั้น หญิงสาวทำหน้าเหยเกขณะวางมันลง

นี่มันเหล้านี่นา

"เป็นอะไรรึเปล่า" มินยุนกิเอ่ยถามคนที่ยังคงไอไม่หยุดพลางลูบหลังเธอไปมา 

ลลิสายกมือขึ้นปิดปากตัวเองหันมองเขาแวบหนึ่งพร้อมส่ายหน้าไปมาและไม่กล้าแตะเครื่องดื่มนั้นอีก

"ดื่มเหล้าไม่ได้เหรอคะ น่ารักจัง" คังฮโยรินเอ่ยแทรก

"เธอดื่มไม่ได้เหรอ" มินยุนกิก้มถาม

"ได้ แค่ไม่ชอบ" เธอเอ่ยตอบหน้าตาดูเข็ดขยาด

"อย่าบอกนะยุนกิว่าไม่รู้ว่าเมียตัวเองดื่มเหล้าไม่ได้ เรื่องสำคัญแบบนี้เธอไม่รู้ได้ยังไงกัน" คังฮโยรินเลิกคิ้ว มีสีหน้าประหลาดใจราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

"ต้องการอะไร" มินยุนกิเอ่ยถามคังฮโยรินหลังจากที่เขานิ่งเงียบอยู่นาน ลลิสาเงยหน้าขึ้นมองเขาเมื่อได้ยิน ทำไมถึงได้ใช้น้ำเสียงไร้เยื่อใยแบบนั้น

"ทำไมต้องถามเย็นชาแบบนั้นด้วยล่ะ แค่สงสัยก็ไม่ได้เหรอ" คำตอบของคังฮโยรินทำให้มินยุนกินิ่งเงียบหากสายตายังไม่ละไปจากเธอ

เพิ่งแน่ใจว่าบางทีความใจดีของเขาก็ไร้ค่า คังฮโยรินจงใจมองข้าม 'ทาง' ที่เขาอุตส่าห์เหลือไว้ให้เธอได้เดินต่อและกระโดดข้ามเส้นที่เธอไม่สมควรข้ามมาครั้งแล้วครั้งเล่า

"คังฮโยรินที่ฉันรู้จักกลายเป็นผู้หญิงที่ตามตื้อสามีคนอื่นไปตั้งแต่เมื่อไหร่" มินยุนกิปล่อยมือจากลลิสาพร้อมส่งสายตามองฮโยรินอีกครั้ง 

"ทำแบบนี้มันทำให้ตัวเองดูมีค่าขึ้นเหรอ"

"ยุนกิ!" 

"เลิกทำตัวแบบนี้ซะทีเถอะ มันไม่ได้ทำให้เธอดูดีขึ้นหรอก"

"ฉันทำอะไร" หญิงสาวเชิดหน้าเอ่ยถามทั้งที่รู้แก่ใจ เพราะความไม่เคยแพ้ใครทำให้เธอดันทุรังจะเอาชนะ แม้รู้ดีว่ายิ่งดื้อทุกอย่างยิ่งจะพัง

"พูดมาสิว่าฉันทำอะไร!" 

"จะต้องให้สาธยายจริง ๆ เหรอว่าวันนี้เธอทำอะไรลงไปบ้าง" น้ำเสียงเย็นชาของเขาทำให้คังฮโยรินอึ้งค้าง

เขาได้ยินจริง ๆ ด้วย ทุกประโยคที่เธอและลลิสาพูดคุยกัน

"อย่ามาใส่ร้ายฉันนะ" เธอเถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้พลางส่งสายตามองไปยังลลิสา

"ยินดีด้วยนะ เขาปกป้องเธอจนลืมความเป็นเพื่อนระหว่างฉันไปแล้ว" 

แววตาของมินยุนกิแข็งกร้าวขึ้นเมื่อคังฮโยรินเบี่ยงไปเด็นฟาดงวงฟาดงาไปทั่ว เขาขยับปากจะเอ่ยต่อแต่มือเรียวเล็กของลลิสายกขึ้นเกาะแขนของเขาเอาไว้เสียก่อน 

เธอไม่อยากสนใจเรื่องราวความรักความหลังของพวกเขาสองคนเลยสักนิด ไม่แคร์ด้วยว่าคังฮโยรินจะโยนอะไรมาให้เธอต้องรับไว้ แต่เวลานี้ในงานเลี้ยงแห่งนี้ ในโต๊ะที่เต็มไปด้วยผู้คนที่นั่งรวมตัวกันอยู่ แม้ทุกคนจะได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนเขาแต่นี่ใช่เรื่องที่ควรพูดหรือ 

มินยุนกิหันมองคนที่ยังเกาะแขนเขาไว้ เห็นสายตาที่เธอมองเขาแล้วคำพูดที่ตั้งใจก็ถูกกลืนหาย เขาถอนใจออกก่อนหันกลับไปมองคังฮโยรินอีกครั้ง

"ฉันแต่งงานแล้วฮโยริน" เขาเปลี่ยนน้ำเสียงเอ่ยด้วยความเรียบนิ่ง

"อย่าพยายามรื้อฟื้นอะไรในสิ่งที่ไม่มีทางเป็นไปได้จะดีกว่า อย่าทำให้ฉันต้องรู้สึกว่าแม้แต่ความเป็นเพื่อนเราก็ไม่หลงเหลือเลยนะ" 

คังฮโยรินพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้ตัวกระทั่งว่าน้ำตารื้นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาไม่ได้พูดอะไรที่รุนแรงเลยสักนิด คำพูดของเขาช่างราบเรียบ แต่แววตาคู่นั้นกลับทำให้เธอเจ็บปวด

แววตาที่มองเธออย่างว่างเปล่า เธอมองไม่เห็นเงาของเธออยู่ในนั้นอีกต่อไปแล้ว

"เราคงต้องกลับแล้วล่ะ" เขาหันมามองลลิสาก่อนรั้งให้เธอลุกขึ้นยืน

"เห้ย จะกลับเลยเหรอ" นัมจุนเอ่ยถามหลังจากเงียบไปนาน

"ใช่ ยังมีเรื่องต้องเคลียร์ต่อ" เขาตอบเพื่อนก่อนเหลือบมองคนข้างกาย

ลลิสาชะงักไป คำพูดของเขาทำให้แน่ใจว่าคงหมายถึงเรื่องจะเคลียร์กับเธอกระมัง 

ก็ดี เธอก็มีเรื่องเคลียร์กับเขาเช่นกัน

มินยุนกิพาเธอก้าวออกมาจากโต๊ะโดยไม่สนใจที่จะมองร่างระหงของคังฮโยรินที่นั่งนิ่งราวถูกตรึงอยู่กับที่ ลลิสาจำต้องก้าวตามเขาโดยแทบไม่ได้ร่ำลาใครด้วยซ้ำ หากแต่ยังไม่ทันจะก้าวพ้นจากบริเวณนั้นเท้าของมินยุนกิก็หยุดชะงัก 

เขาหันมองไปยังเพื่อนร่วมโต๊ะของคังฮโยรินที่เธอเคยนั่งอยู่ก่อนหน้านั้น กวาดสายตามองทุกคนโดยไม่เอ่ยอะไรก่อนจะก้าวต่อ ลลิสาไม่เข้าใจเขานักและเธอเองก็ไม่อยู่ในอารมณ์ทำความเข้าใจใด ๆ ทั้งสิ้น

ความรู้สึกของเธอตอนนี้กำลังเกิดความสับสนวุ่นวาย 

และยังคงวุ่นวายอยู่อย่างนั้นแม้จะก้าวออกมาจากงานมาแล้วก็ตาม มือที่เกาะกุมเธอไว้คลายออก เขาก้าวนำออกไปโดยไม่เอ่ยอะไรแม้เพียงคำเดียว ลลิสามองตามหลังเขาอย่างขุ่นเคืองใจ 

คนแบบไหนกันที่พอก้าวพ้นออกจากงานได้ก็ปล่อยมือเธอเป็นอิสระแทบจะทันที ทั้งที่อยู่ในงานยังโอบกอดเธออยู่ เขาเห็นเธอเป็นเครื่องมือเอาชนะคนรักเก่าหรือไงกัน

ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งขรึมของเขา ใครจะรู้ว่าแท้จริงเขาอาจกำลังรู้สึกเสียใจอยู่ก็เป็นได้ที่พูดจาทำร้ายจิตใจคังฮโยรินไปแบบนั้น

ลลิสาคิดไปสะระตะ ผูกเรื่องราวได้เป็นฉาก ๆ นึกเจ็บใจตัวเองที่เผลอรู้สึกดีไปชั่วครู่ชั่วยาม เมื่อกี้สิ่งที่เธอเห็นและเผลอคิดไปอาจเป็นแค่สิ่งที่เขาจงใจแสดงออกมา เขาทำไม่สนใจใยดีคังฮโยริน แสร้งทำเป็นปกป้องเธอ ที่แท้ก็ทำเพื่อประชดประชันคังฮโยรินเท่านั้น

ทำไมเธอถึงได้เดียงสาขนาดนี้นะลิซ เผลอคิดไปได้ยังไงว่าเขาทำเพื่อเธอจริง ๆ

สีหน้าและท่าทางของลลิสามึนตึงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งคู่นิ่งเงียบและตกอยู่ในความคิดของตัวเองมาตลอดทาง กระทั่งกลับมาถึงยังคอนโดมิเนียม ลลิสาก้าวเข้าห้องในทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออกไม่คิดจะสนใจร่างที่ก้าวตามหลังมา ไม่สนใจกระทั่งเสียงประตูที่ถูกปิดลง 

ทว่าร่างของเธอก้าวพ้นหน้าประตูไปได้เพียงสองสามก้าวเอวบางก็ถูกรวบรั้งไว้แน่นด้วยฝ่ามือร้อนผ่าว กลิ่นไอร้อนรุ่มผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จาง ๆ แนบชิดจากด้านหลัง ลลิสาสะดุ้งตกใจหันกลับไปมอง แต่เพียงชั่วครู่เดียวร่างของเธอก็หมุนคว้างและถูกกดแนบชิดกับบานประตู

"อ๊ะ" หญิงสาวงุนงงมองเขาอย่างตื่นตะลึง

มินยุนกิโน้มร่างประชิดเข้าหาก้มหน้าลงประกบริมฝีปากบางรวดเร็วหนักหน่วง วงแขนแข็งแรงตวัดรัดรึงร่างบางไว้แนบแน่น จากนั้นจึงเริ่มบดขยี้หนัก ๆ ปลายลิ้นอุ่นร้อนล่วงล้ำรวดเร็วจนคนที่ไม่ทันตั้งตัวได้แต่ตะลึงค้าง 

ชั่ววินาทีต่อมาลลิสารู้สึกราวหายใจไม่ออก เธอส่งเสียงประท้วงและพยายามยกมือผลักไสเขาออกไป แต่ยิ่งผลักไสยิ่งทำให้แรงกอดรัดแน่นขึ้น สมองเริ่มเบลอและพร่าเลือนแต่จิตใต้สำนึกยังสั่งการให้หลบเลี่ยงถอยหนี ร่างที่พันธนาการไว้กลับยิ่งรุกล้ำหนักขึ้น ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านไปทุกอณูในร่างกายจนร่างบางรู้สึกคล้ายจะหลอมละลายไปในวินาทีนั้น 

กระทั่งคลื่นอารมณ์สงบลงเขาจูบเธอจนพอใจแล้วจึงยอมปล่อยเรียวปากของเธอเป็นอิสระ ทว่ามินยุนกิไม่ได้ผละออกไปในทันที ยังคงคลอเคลียอยู่รอบ ๆ ปากอิ่มและพวงแก้มใสที่แดงระเรื่อด้วยฝีมือเขา มือหนาเลื่อนขึ้นลูบที่แก้มอย่างอ่อนโยนผิดจากแรงจูบอันหนักหน่วงก่อนหน้า ดวงตากลมโตของลลิสาเผลอสบเข้ากับแววตาของเขาที่แทบลุกไหม้ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหาย เขาก้มหน้าพรมจูบซอกคอขาวอย่างเชื่องช้าคล้ายจะปลอบโยนกับการกระทำอันจาบจ้วงของตน คนถูกกระทำใจเต้นไม่เป็นส่ำ ได้แต่ก้มหน้างุดหลบตาข่มกลั้นความกระดากอาย

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

ริมฝีปากร้อน ๆ นั้นดึงดูดความรู้สึกทั้งหมดที่ลลิสามีให้มารวมกันอยู่จุดเดียว ไอร้อนแผ่กระจายจนหญิงสาวรับรู้ได้ถึงความอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งสัมผัสที่ได้รับนั้นเลื่อนต่ำลงไป ร่างสั่นเทาคล้ายจะได้สติคืนกลับ ลลิสายกมือทั้งสองข้างขึ้นดันแผงอกที่เบียดเข้าหาไว้ ส่งเสียงสั่นเครือห้ามปราม

"อย่า..." 

ได้ผล ริมฝีปากของเขาหยุดชะงัก แม้ไม่อยากเชื่อว่าเขาจะเชื่อฟังแต่ลลิสารีบถือโอกาสนั้นผลักเขาออกห่าง มินยุนกิก้าวถอยไปสองก้าวในขณะที่หญิงสาวยังคงยืนนิ่งหัวใจเต้นระรัวอยู่ที่เดิม เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็เผลอสบสายตาคมที่อยู่ไม่ห่าง 

สายตาที่เธอเองไม่กล้าอ่าน

ลลิสาตั้งสติอยู่นานก่อนจะขยับตัวเพื่อก้าวหนีออกจากตรงนั้น แต่เพียงแค่ไม่กี่ก้าวก็ถูกมือแข็งแรงคว้าไว้ก่อน

"...คุยกันก่อน"

ไม่คุยแล้ว ทีเมื่อกี้ไม่เห็นเขาจะคุยอะไร อยู่ดี ๆ ก็...

แค่คิดถึงเหตุการณ์ชวนระทึกนั้นใบหน้าเนียนใสก็ร้อนผ่าวขึ้นมาอีก หญิงสาวดิ้นรนจากการเกาะกุม

"ปล่อย"

"ไม่ทำอะไรแล้วน่า" เขาเอ่ยขึ้น ลลิสาเงยหน้าขึ้นมอง

พูดจริงเหรอ 

เธอเห็นเขายกมือขึ้นปิดตาตัวเองทำเหมือนกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ปากก็เอ่ยบางอย่าง

"เหนื่อยจะแย่ ไม่มีแรงทำอะไรหรอก"

นี่เขาพูดบ้าอะไร ไม่คิดจะขอโทษเธอแล้วยังมาพูดแบบนี้อีก ลลิสานึกฉุนเธอพยายามดิ้นรนให้พ้นจากการเกาะกุม แต่กลายเป็นว่ายิ่งดิ้นเขายิ่งโอบวงแขนและรั้งร่างบางเข้าไปหาและกอดไว้แน่น

"ก็บอกว่าคุยกันก่อนไง"

"คุยเฉย ๆ ก็ได้นี่ไม่เห็นต้องกอดเลย" ลลิสาประท้วง เดี๋ยวนี้เป็นอะไรของเขานะ เอะอะกอดเธอตลอดเลย

"กลัวหายขี้เกียจไปตาม"

"บ้าสิ จะหายไปไหน" พูดอะไรของเขา เธอก็อยู่นี่จะหายไปไหนได้

"กลัวหายไปจากชีวิต" คำตอบของเขาทำให้ลลิสาหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขา 

"กลัว...จริง ๆ เหรอ" เธอเอ่ยถามเสียงอ่อน เขากลัวเธอหายออกจากชีวิตเขาจริง ๆ ใช่ไหม

"ใช่"

"จะกลัวทำไม ถึงไม่มีฉันก็มีคนอื่นในชีวิตคุณเยอะแยะ สาว ๆ สวย ๆ ทั้งนั้น" เธอเอ่ยประชด

"ก็จริงแฮะ" เขาพึมพำแต่ทำเอาคนในอ้อมกอดฉุนกึกขึ้นมาอีกรอบ

"ที่พูดก็ถูก หาใหม่คงไม่ยาก..."

"ปล่อย!" ลลิสาส่งเสียงดัง โมโหกับคำพูดของเขา ท่าทางของเธอทำให้เจ้าของอ้อมกอดไม่เพียงไม่ยอมปล่อย หากแต่ยังรัดร่างบางไว้แน่นกว่าเดิม

"บอกให้ปล่อยไงเล่า" 

"เป็นอะไร?" เขาเอ่ยถาม

"ไม่ได้เป็นอะไร"

"ไม่ได้เป็นอะไรแล้วหน้างอทำไม"

"ไม่ได้หน้างอ" เอ่ยเถียงทั้งที่หน้างอง้ำ

"นี่นะไม่งอ" เขาไม่พูดเปล่ายังยกมือขึ้นจับหน้าเธอบีบเล่นเสียอีก ลลิสาสะบัดหน้าไปมามองเขาตาเขียว

"ปล่อย"

"ถ้าไม่ปล่อยล่ะ" 

คำถามของเขาได้รับคำตอบเป็นตาเขียวปั้ดที่มองกลับ ก่อนที่ลลิสาจะเหยียดร่างขึ้นสูงและงับฟันคม ๆ ลงบนไหล่เขาอย่างไม่ปราณีปราศรัย มินยุนกิตะลึงค้างแหย่เล่นนิดเดียวไม่คาดคิดว่าเธอจะกล้ากัดเขาแบบนี้ มือหนายอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ร่างบางจึงรีบวิ่งผลุบหายเข้าไปในห้องแทบจะทันที

ดวงตาคมมองตามร่างที่วิ่งหนีไปแล้วก็นึกขัน ทำยังกับว่าหนีเข้าห้องแล้วจะรอด นั่นก็ห้องเขาเหมือนกันไม่ใช่รึไง

'แสบจริง ๆ' 

ชายหนุ่มพึมพำขณะพยายามมองบริเวณไหล่ตัวเองที่เกิดรอยฟันขึ้นให้ได้เห็น เขาส่ายหน้าและเตรียมจะก้าวตามไปแต่แล้วก็ต้องหยุดนิ่งไปชั่วครู่ มือหนายกมือขึ้นจับศีรษะที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ ของตนก่อนจะสะบัดมันไปมา จำต้องเปลี่ยนทิศทางพาร่างก้าวไปยังโซฟา เพียงไม่นานความร้อนก็เริ่มแผ่กระจายไปทั่วให้เขาแน่ใจ แม้ความจริงจะรู้ตัวอยู่ก่อนหน้าแล้วแต่ไม่คิดว่าอาการจะทรุดรวดเร็วแบบนี้ เสียงลมหายใจถูกพ่นออกในจังหวะที่ร่างของเขาทิ้งลงนอนราบบนโซฟา

แย่จริง ๆ เขาถูกพิษไข้เล่นงานเข้าให้แล้ว
 

ลลิสาวิ่งเข้าห้องมาได้ก็ยืนนิ่ง ยกมือขึ้นกุมหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง นี่เธอทำบ้าอะไรลงไปนะ กล้ากัดเขาได้ยังไง

มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดหน้า ความรู้สึกมากมายพุ่งขึ้นมาจนใบหน้านั้นแดงกร่ำ ก่อนจะเลื่อนมือลงมาสัมผัสริมฝีปากของตัวเอง หน้าเนียนวูบวาบขึ้นมาอีกครั้ง หญิงสาวรีบสะบัดไปมาขับไล่ความรู้สึกทั้งหมดที่ก่อตัว 

นี่เธอเป็นอะไรไปนะ รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเอาเสียเลย

เวลาผ่านไปมินยุนกิยังไม่กลับเข้าห้อง แรก ๆ ลลิสาไม่ได้ใส่ใจนักเพราะตอนที่เธอไปอาบน้ำก็ไม่พบเขาแล้ว เข้าใจว่าเขาคงเข้าไปอยู่ในห้องทำเพลงที่เขารักนักหนา 

เมื่อคิดได้แบบนั้นใบหน้าของคังฮโยรินลอยเข้ามาให้เธอเจ็บใจเล่น ถึงว่าเขาถึงได้ชอบไปขลุกตัวอยู่ในนั้น ที่แท้ก็มีความหลังฝังใจ มีความทรงจำเก่าก่อนแบบนี้นี่เอง พอคิดมาถึงตรงนี้ลลิสาก็หน้างอง้ำขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เธอตัดความสนใจทั้งหมดทิ้งและเหยียดร่างลงนอน เขาจะเข้ามาหรือเปล่าก็ช่างเถอะ เธอไม่สนแล้ว

กระทั่งเวลาผ่านไป หญิงสาวตื่นขึ้นมามากลางดึก เธอหันมองที่นอนข้าง ๆ ที่ยังว่างเปล่า เขาไม่กลับเข้ามานอนในห้องจริง ๆ ด้วย สงสัยคงขลุกอยู่ในห้องนั้นทั้งคืนเป็นแน่ ครุ่นคิดไปพลางขยับร่างออกจากห้องนอน ไฟข้างนอกยังคงเปิดสว่าง ร่างบางก้าวตรงไปยังตู้เย็นเพื่อหยิบขวดน้ำดื่ม ในจังหวะที่ก้าวผ่านหน้าจอทีวีสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างที่นอนเหยียดอยู่บนโซฟา

"คุณ!" เธอร้องเสียงดังด้วยความตกใจ ทำไมเขามานอนอยู่ตรงนี้

ร่างที่นอนนิ่งคล้ายลืมตาขึ้นมาแวบหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเรียกก่อนจะหลับลงไปอีก ลลิสายืนงงก่อนตัดสินใจเข้าไปปลุก

"เข้าไปนอนในห้องดี ๆ สิ ทำไมถึงชอบนอนบนโซฟาจัง" เธอบ่นพึมพำ

"คุณ..." เสียงร้องเรียกของเธอดังได้เพียงเท่านั้นก็ขาดหาย ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ตัวเขาร้อนจี๋เลย

หญิงสาววางมืออังหน้าผากเขาอีกครั้งให้แน่ใจซึ่งผลที่ได้ไม่แตกต่าง

"ไม่สบายทำไมไม่บอก" เธอบ่นเสียงเบาทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วขณะ

เมื่อตั้งสติได้ร่างเล็กก็ลุกหายเข้าไปในครัว ไม่นานนักก็กลับออกมาพร้อมกะละมังแก้วเล็ก ๆ ที่ใส่น้ำพอประมาณ เธอเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กออกมาและนึกขึ้นได้ว่ามีเจลลดไข้อยู่ในตู้เย็นจึงรีบเดินไปหยิบออกมาเช่นกัน

"ยา..." เสียงพึมพำดังออก คนที่โดนพิษไข้เล่นงานได้ยินเพียงเสียงกุกกักวุ่นวายแต่ไม่อาจลืมตาขึ้นมามองได้ ไม่นานหลังจากนั้นทั้งยาลดไข้และน้ำก็ถูกนำมาวางใกล้ ๆ เตรียมพร้อมเสร็จสรรพ

"คุณ" ลลิสาร้องเรียก

"ตื่นมากินยาก่อน ฉันจะเช็ดตัวให้" เธอขยับร่างเข้าไปใกล้พยายามยกร่างเขาให้ประคองขึ้นนั่ง ตัวเขาร้อนจนลลิสานึกกลัวว่าจะช็อคไป 

"กินยาก่อนนะ" หยิบยายื่นส่งให้คนที่คล้ายจะลืมตาขึ้นมามองได้เพียงเล็กน้อย 

มินยุนกิทำตามง่ายดาย หลังกินยาเรียบร้อยก็ทิ้งร่างลงนอนตามเดิม ลลิสาหันกลับมาบิดผ้าชุบน้ำพอหมาดและเช็ดตัวให้เขาเพื่อลดอุณภูมิในร่างกายที่สูงเสียจนเธอหวั่นใจ แม้ทำได้ไม่คล่องนักแต่ก็ไม่คิดลังเล ระหว่างนั้นสายตาก็ไปสะดุดกับรอยฟันบนไหล่ที่เธอฝากเอาไว้ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะยังทิ้งร่องรอยให้ได้เห็นอยู่ สงสัยเธอจะกัดแรงเกินไปหน่อย หญิงสาวสะบัดหน้าละความสนใจรีบเช็ดตัวให้เขาต่อจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย เจลลดไข้ถูกวางลงทาบบนหน้าผากเป็นสิ่งสุดท้าย

ร่างเล็กถอนใจออกขณะที่สายตายังมองจ้องอยู่ที่คนป่วย ใบหน้าขาวนั้นแดงรื้นไปด้วยพิษไข้ ท่าทางอ่อนระโหยเสียจนเธอไม่กล้าวางใจและไม่กล้าผละไปไหนไกล คิดไปว่าถ้ายาลดไข้ไม่ได้ผลคงต้องพาไปหาหมอกันละ

ลลิสาเฝ้าเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้เขาอยู่แบบนั้นทั้งคืน แม้จะง่วงแต่ก็ไม่อาจหลับได้เต็มตาจึงกลายเป็นว่าเธอไม่กล้าหลับและฝืนไว้แบบนั้น กระทั่งเวลาผ่านไปร่างที่พยายามบังคับตัวเองไม่ให้หลับต้องฟุบหน้าลงข้าง ๆ โซฟา 

หลายชั่วโมงหลังจากนั้น มินยุนกิขยับเปลือกตาลืมขึ้น สมองยังคงมึนเบลอเมื่อหันไปมองร่างที่ฟุบหลับอยู่ข้าง ๆ 

"นี่..." เสียงแหบนั้นเอ่ยดัง ลลิสางัวเงียตื่นและเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยังคงจ้องเธออยู่

"คุณ...ตื่นแล้วเหรอ" 

"มานอนทำไมตรงนี้ " เขาเอ่ยถาม ลลิสาไม่เพียงไม่ตอบเธอยื่นมือขึ้นมาอังหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิให้เขา ใจชื้นขึ้นเมื่อพบว่ามันไม่ร้อนเหมือนตอนแรก ๆ 

"ไข้ลดแล้ว" เธอระบายลมหายใจออกด้วยความโล่งอก มินยุนกิยังคงงุนงง เขาหันมองอุปกรณ์ที่วางอยู่ยังโต๊ะข้าง ๆ ขณะที่ลลิสาขยับร่างลุกขึ้นยืน

"เดี๋ยวฉันทำอะไรให้ทานนะ ถึงไข้จะลดแล้วแต่คุณก็ต้องกินยาและนอนพักอยู่ดี" เธอหันบอกเขาก่อนจะหยิบของและเดินหายเข้าไปในครัว

'ไม่ใช่ฝันไปหรอกหรือ' มินยุนกิพึมพำ 

เพราะเร่งรีบทำงานจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อนมาสามวันเต็ม เมื่อวานจึงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย ตั้งใจไว้ว่าเมื่อกลับมาถึงจะได้พักเต็มที่แต่กลายเป็นว่าเมื่อเขารู้ว่าลลิสาไปงานปาร์ตี้เขาจึงต้องเปลี่ยนเป้าหมายจากการกลับมานอนพักเพื่อไปหาเธอแทน หวั่นใจอยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องแล้วมันก็เกิดจริง ๆ เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาต้องปวดหัว ยังไม่ทันได้เคลียร์ให้รู้เรื่องก็ถูกพิษไข้เล่นงานจนสติสัมปชัญญะขาดหายไปซะก่อน ในช่วงเวลาที่สมองพร่าเบลอการรับรู้ขาดห้วงเขานึกว่าตนฝันไปเสียอีก กระทั่งตื่นมาแล้วพบว่าลลิสาดูแลอยู่ข้าง ๆ จริง ๆ 

"คุณ..." เสียงเล็กนั้นดังปลุกร่างที่หลับตาลงไปให้ลืมขึ้นมาใหม่

"กินข้าวก่อน จะได้กินยา" ลลิสาบอกขณะวางถ้วยข้าวต้มไว้ที่โต๊ะ

"ลุกไหวมั้ย" เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นเขายังนอนนิ่ง

"ไม่ไหว" เขาเอ่ยตอบ ลลิสาจึงเข้ามาพยุงร่างเขาให้ลุกขึ้นนั่งพลางยื่นมือไปดึงถ้วยข้าวต้มมาใกล้ มินยุนกิยังคงมองมันนิ่ง ๆ หญิงสาวจึงหันมอง

"ทำไมล่ะ หรือไม่ชอบ"

"มือไม่มีแรงเลย" เขาเอ่ยขึ้นมาดื้อ ๆ ลลิสาหันขวับไปมอง พูดเป็นเล่นน่าไข้ก็ลดแล้วไม่ใช่หรือ 

เธอนึกว่าเขาแค่ล้อเธอเล่น แต่ท่าทางของเขาดูจริงจังใบหน้าก็เรียบเฉยเสียจนเธอเริ่มลังเล หรือเขาจะพูดจริง

"พูดจริง ๆ เหรอ" เธอเอ่ยถามให้แน่ใจ 

"จะโกหกทำไม" น้ำเสียงเรียบ ๆ ของเขาทำให้ลลิสาชั่งใจอยู่ชั่วครู่

"ไม่เป็นไรนะ ไม่กินก็ได้" เขาทำท่าจะทิ้งร่างลงนอนทั้งอย่างนั้น ลลิสาจึงต้องรั้งร่างเขาไว้ 

"ฉันป้อนให้ก็ได้" เธอรีบร้องห้าม อะไรของเขานะ อยู่ดี ๆ ก็เหมือนจะงอนขึ้นมาซะงั้น

เมื่อเขายอมนั่งนิ่งมือเล็กหยิบถ้วยข้าวต้มขึ้นมาถือ หันมองเขาแวบหนึ่งก่อนหยิบช้อนตักป้อนให้คนป่วยที่กินอย่างว่าง่ายไม่อิดออด 

รู้สึกแปลก ๆ พิกล เหมือนโดนเขาแกล้งยังไงไม่รู้ แต่เมื่อคิดได้ว่ามินยุนกิไม่ใช่คนที่ชอบล้อเล่นเสียหน่อยและที่สำคัญเขาก็ป่วยจริง เธอจึงสลัดความคิดนั้นทิ้งไปแม้จะยังคงถูกความรู้สึกนั้นก่อกวนอยู่

หลังทานข้าวและกินยาเรียบร้อย ลลิสาจึงปล่อยให้เขาได้นอนพัก ส่วนตัวเธอก็ลุกขึ้นไปจัดการกับสิ่งที่วางทิ้งไว้ในห้องครัว

ทำธุระทุกอย่างเรียบร้อยจึงเดินกลับมาดูคนป่วยที่นอนหลับอยู่ที่โซฟาตัวเดิมเป็นระยะ ฝนข้างนอกคล้ายจะตกทำให้อากาศภายในห้องหนาวขึ้นกว่าเดิม ลลิสาดึงผ้าห่มมาคลุมร่างให้เขาเพื่อเพิ่มความอบอุ่น กระทั่งผ่านไปหลายชั่วโมงร่างที่พาตัวเองไปนอนพักในห้องกลับออกมาดูเขาอีกครั้ง ยื่นมือไปสัมผัสเช็คดูว่าเขายังตัวร้อนอยู่หรือเปล่า เมื่อพบว่าไข้เขาลดลงจนแทบจะปกติแล้วก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมากเตรียมขยับร่างจะลุกหนี แต่มือของคนที่คิดว่าหลับอยู่กลับยื่นมากุมมือเธอไว้ก่อน

"จะเอาอะไรหรือเปล่า" เธอเอ่ยถามเมื่อหันกลับมามองเขาแต่กลับต้องร้องเสียงหลงเมื่อคนป่วยกระตุกมือดึงร่างเธอเข้าไปหา

"นี่คุณ!" เธอร้องโวยวายเมื่อจู่ ๆ เขาก็โอบกอดเธอเอาไว้

"ปล่อย..."  

"ไม่อยากปล่อย..." เสียงอู้อี้นั้นเอ่ยตอบ ลลิสามองเขาด้วยความโมโหดิ้นขลุกขลักไปมาพยายามแกะมือเขาออก แบบนี้หายป่วยแล้วแน่ ๆ ไหนบอกมือไม่มีแรงไงหลอกลวงกันชัด ๆ รู้งี้น่าจะปล่อยให้ไข้ขึ้นจนตายไปเลยก็ดี

"ไม่เอาน่า อากาศหนาวจะตาย กอดไว้แบบนี้จะได้อุ่น ๆ" ลลิสาไม่ใยดีคำพูดของเขาสักนิด เธอก้มหน้าก้มตาแกะมือที่เป็นดังเหล็กหนานั้นออกให้จงได้ มินยุนกิถอนใจกับความรั้นของเธอจึงอดที่เอ่ยขู่ไม่ได้

"ถ้ายังไม่หยุดแกะ จะไม่ใช่แค่กอดนะ" ได้ผล ลลิสาชงักงัน มือที่พยายามแกะมือเขาออกก็พลันหยุดนิ่งไปด้วย

"จะเอายังไง" เธอกลั้นใจถามเขา เธอไม่เข้าใจเขาเลยจริง ๆ ผีเข้าผีออกหรือไงนะ

"ไม่รู้ รู้แค่ตอนนี้อยากกอดเมียตัวเองก็แค่นั้น" เขากล่าวยิ้ม ๆ ลลิสานิ่งไปชั่วขณะแล้วก็ต้องดิ้นรนขัดขืนเมื่อคนที่บอกว่าแค่อยากกอดกลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้แถมฝังจมูกลงบนซอกคอเธอเข้าให้เสียอีก

"มินยุนกิ หยุดนะ!" เธอตวาดดังลั่น

"เรียกใหม่" เขาเอ่ยเตือนเมื่อได้ยินคำเรียกขานที่เธอใช้ 

"...ปล่อย" ลลิสาจำใจต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ จะให้เรียกว่าอะไรละ พี่ยุนกิงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ แค่เรียกต่อหน้าคังฮโยรินก็พอแล้ว

"ก็บอกแล้วว่าอากาศหนาวให้กอดหน่อยไม่ได้หรือ อย่าใจดำกับคนป่วยไปหน่อยเลย นะ" เขาส่งเสียงอ้อนวอน หน้าแบบนั้นแววตาและน้ำเสียงแบบนั้น จงใจล่อลวงเธอชัดๆ ลลิสาส่ายหน้าไปมาบอกตัวเองว่าอย่าไปหลงเชียว

"อยากกอดก็ไปกอดสาว ๆ ของคุณโน่นสิ มายุ่งกับฉันทำไม"

"ถามแปลก ไม่ให้ยุ่งด้วยแล้วจะให้ยุ่งกับใคร" ไม่พูดเปล่าเขากลับทิ้งศีรษะลงบนตักเธอเสียอีก ลลิสามองเขางง ๆ ผู้ชายบ้าอะไรเอาแต่ใจตัวเองขนาดนี้ 

"ลิซ..." เสียงนุ่มนั้นเอ่ยเรียกพร้อมยื่นมือมาดึงมือเธอไปกุมไว้เงยหน้าส่งสายตามองคนที่มองเขาอยู่ก่อน 

"เรื่องฮโยรินน่ะมันจบไปนานมากแล้ว อย่าเก็บมาคิดเลยนะ" เขาเอ่ยเสียงเบา

"รู้ใช่มั้ยว่าเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้"

"ไม่ได้คิดอะไรซะหน่อย เรื่องของคุณกับเธอไม่เกี่ยวอะไรกับฉันนี่"

"แปลว่ายังงอน"

"ใครบอกว่างอน" เธอเอ่ยตอบเสียงเบาพลางหันมองไปทางอื่น 

"ถ้าไม่งอน ก็หันหน้ามาคุยกันดี ๆ สิ" ลลิสาหันกลับมามองเขาอย่างเสียไม่ได้

"อยากถามอะไรมั้ย จะตอบทุกเรื่องเลย" เขาเปิดโอกาส

"เรื่องที่เราแต่งงานกัน คุณบอก..." ลลิสาอ้ำอึ้งไม่กล้าเอ่ยต่อ ขืนพูดไปจะกลายเป็นใส่ร้ายคังฮโยรินเสียเปล่า ๆ แม้จะอยากรู้ก็ตามว่าเขาบอกเรื่องนี้กับคังฮโยรินจริงหรือเปล่า

"สงสัยต้องหาอะไรหนัก ๆ มาถ่วงไว้แล้ว หูจะได้ไม่เบา" เขาเอ่ยขึ้นมาขณะยื่นมือมาสัมผัสติ่งหูของเธอ

"นี่!"

"ไม่ได้บอก ไม่เคยบอกใครด้วยซ้ำ โทรศัพท์วางอยู่นั่นถ้าอยากเช็คก็ได้นะ รหัส..."

"ไม่เอา" เธอรีบปฏิเสธ แค่เขาบอกว่าไม่เธอก็พร้อมจะเชื่อแล้ว

"ต่อไปถ้าเรามีลูกสาวจะรีบให้เจาะหูแต่เด็กเลย กลัวหูเบาเหมือนแม่"

"นี่คุณ" ลลิสาขู่ฟ่อทั้งที่ใจเต้นตึกตัก นี่เขาพูดบ้าอะไรของเขา

"ง่วงจัง สงสัยไข้จะกลับ ขอนอนแบบนี้ก่อนนะ" อยู่ดี ๆ เขาก็เปลี่ยนเรื่องและหลับตาจริง ๆ ตามที่พูด

ลลิสาหันมองเขาแวบหนึ่ง ปากที่เตรียมจะขยับพูดบางอย่างต้องหยุดลง หญิงสาวมองดูใบหน้าหวานที่ปิดเปลือกตาลง เธอรู้มาโดยตลอดว่าเขาดูดีมากขนาดไหน แม้เวลาป่วยยังดูดีอยู่ ยิ่งเวลาเขาหลับแบบนี้เขายิ่งกลายไปเป็นเด็กไม่มีพิษมีภัยคนหนึ่ง 

บางทีโลกนี้ก็ตลก ใครเลยจะคาดคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่ผู้หญิงแบบเธอจะกลายมาเป็นภรรยาของเขา เคยนึกเกลียดเขาแทบตาย ทำไมพอมาถึงวันนี้ความรู้สึกของเธอมันเริ่มเปลี่ยนไปนะ




+++++++++++++++++++++++++++++++++++

เข้ามาแก้ไขคำผิดนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

3,711 ความคิดเห็น

  1. #3687 faraway50clos3 (@faraway50clos3) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:57
    เขิลแทบจะปามือถือแล้ว จอนนี้ให้คะแนนความฟินระดับ10
    #3687
    0
  2. #3659 เจ้าญิ่งชานม (@joylovedan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 09:59
    อร้ายยยยยยยยยเขินนนน ฟินนยน
    #3659
    0
  3. #3632 palmisvip (@palmisvip) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 22:24
    ละมุนอ่าาา
    #3632
    0
  4. #3535 khamonlak (@khamonlak) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 04:22
    โอ้ยเขินนนนนนนนน ><
    #3535
    0
  5. #2339 lalisa_lisa (@lalisa_lisa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 11:09
    มาต่อนะคะไรท์ ฟินมากก ><
    #2339
    0
  6. #2269 IMOOKKO (@IMOOKKO) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 20:57
    รีบมาต่อน๊า กำลังฟินเลยยย งื้ออออ
    #2269
    0
  7. #2266 blueberrystory (@blueberrystory) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 17:12
    กรี้ดดด จูบกันแล้วววว ป่วยแล้วอ้อนหนักมาก เขินน
    #2266
    0
  8. #2208 Tmncnpckiki (@-natcha2544-) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 01:21
    ฮืออหลงหนักมาก ชอบบ
    #2208
    0
  9. #2167 Shino88 (@Shino88) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:51
    ฟินอ่ะะะ
    #2167
    0
  10. #2039 lisa_dukdik (@lisa_dukdik) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 18:05
    อ่านสิบรอบอ่า ก็ยังฟิน ทำไมชอบคุ่นี้จัง
    #2039
    0
  11. #1225 mooping11 (@0914103197) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 16:43
    มันฟินอ่า555
    #1225
    0
  12. #1033 prim____ (@prim____) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2560 / 17:39
    น่ารักมากเลยค่ะ ชอบบบบบบ
    #1033
    0
  13. #986 30palmmy45 (@30palmmy45) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 08:33
    รอฮันรอเธออยู่แต่ไม่รู้เธออยู่หนใดเธอจะมาเธอจะมาเมื่อไร นัดฉันไว้แล้สทำไมไม่มา
    #986
    0
  14. #977 aomessi (@aomessi) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2560 / 17:02
    รออ่านอยู่นะ
    #977
    0
  15. #964 30palmmy45 (@30palmmy45) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 10:54
    รีบๆมาต่อน้าาาาเค้ารออยู่
    #964
    0
  16. #961 (='w'=) (@JutatipNornua) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:24
    อ ม กกกกกกกกกกก ตายแร้วววว><
    #961
    0
  17. #958 lovelalice (@lovelalice) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 08:01
    เค้ารออยุ่ทุกวันเลย รีบมาต่อไวๆน่ะไรท์
    #958
    0
  18. #956 phatta (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 17:18
    พ่อคนขี้อ้อน เขินแทนลิซอ่า อัพนะไรท์นะพลีสสสสสสส
    #956
    0
  19. #955 orathai37265965 (@orathai37265965) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 16:33
    ย้ำครั้งที่ล้าน  เราหลงผัวเมียคู่นี้สุดๆ
    #955
    0
  20. #954 Newhime (@Newhime) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 16:14
    พึ่งได้มาอ่าน นี่อ่านรวดเดียวเลย ชอบมากกก แต่งดีมากค่ะ
    #954
    0
  21. #951 Lisga (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 21:43
    ไรท์ค่ะหวานมามากเเล้วขอช่วงที่หน่วงสุดๆด้วยค่ะ555

    ซาดิสม์เน้อะชอบอ่านเวลาพระเอกนางเอกทะเลาะกันน

    >•<งื้อออออ
    #951
    0
  22. #950 zestning94 (@zestning94) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 20:27
    ขอหวานกว่านี้อีกได้ไหมค่ะ หุหุหุหุ รู้สึกยังฟินไม่สุด
    #950
    0
  23. #949 variousflower (@variousflower) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 19:28
    ฮืออ นี่อินกับคู่นี้ไปล้าววว ปล. รอดูดราม่าอยุ่นะคะ ชอบแบบหน่วงๆ 5555
    #949
    0
  24. #945 ริน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 12:35
    อยากเก่งแฟนอาร์ตจัง อยากวาดรูปโมเม้นคู่นี้ให้ไรท์

    คือทุกโมเม้นมันน่ารักมากอ่ะ เป็นคู่เรือผีในดวงใจไปแล้ว
    #945
    0
  25. #944 BingZoo (@BingZoo) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2560 / 00:13
    แงงงงงง น่ารักกกก มายก้อดดดดด ใจพ้มมมมมม
    #944
    0