[ ปิดโอน Re-print ] All to you [Fic Suga x Lisa] - END

ตอนที่ 19 : [All to you] Chapter 17 - Who's that girl

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 222 ครั้ง
    18 มิ.ย. 60



Chapter 17



"ยุนกิอยู่ไหน" 

คำถามแรกยังไม่ทันได้ตอบด้วยซ้ำอีกหนึ่งคำถามก็ตามมาติด ๆ กว่าลลิสาจะตั้งสติได้ก็ใช้เวลาไปชั่วครู่เลยทีเดียว 

"เขาไม่อยู่ค่ะ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่า"  

"ไม่อยู่....ไปไหน แล้วเธอเป็นใครทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้" ผู้มาเยือนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง 

กลายเป็นลลิสาที่ต้องหยุดนิ่งและเงียบลงไปชั่วครู่ เธอมองผู้มาเยือนอย่างชั่งใจ เพียงแค่แวบแรกที่เห็นก็บอกได้ทันทีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนที่สวยมาก และเมื่อได้มองอย่างตั้งใจยิ่งย้ำความจริงข้อนี้ เธอสวยมากจริง ๆ แต่นั่นไม่ทำให้ลลิสาสนใจได้เท่าแรงอารมณ์ที่เธอคนนี้มีนับตั้งแต่มาถึงที่นี่ เหมือนกับว่ากำลังโกรธใครอยู่แล้วเอาความโกรธนั้นมาลงที่เธอ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ก็ตามแต่ทั้งน้ำเสียงและสายตาที่ใช้มองเธออยู่ก็บ่งบอกแบบนั้น

"แล้วคุณล่ะคะ เป็นใคร" ลลิสาส่งคำถามคืนกลับ

แม้ว่าความจริงแล้วคำเรียกขานที่สะดุดหูนั้นจะบ่งบอกถึงความสนิทสนมที่มีระหว่างเธอคนนี้กับมินยุนกิได้อย่างดี แต่ลลิสาก็อยากไถ่ถามให้แน่ใจ เธอจงใจไม่ตอบคำถามที่ถูกถามก่อนหน้า ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่ควรต้องตอบคำถามเหล่านั้นกับเธอก่อน

"ฉันชื่อคังฮโยริน" คังฮโยรินยกมือขึ้นกอดอกส่งสายตามองลลิสาขณะพยายามเรียกสติที่ครุกรุ่นก่อนหน้าให้คืนกลับ

"เป็นเพื่อนสนิทของยุนกิเจ้าของห้องนี้ แล้วเธอล่ะ...เป็นใคร"

ทั้งที่คังฮโยรินเป็นคนคุมสติตัวเองได้ดีเสมอมา แต่เวลานี้ตอนนี้เธอกำลังรู้สึกไม่พอใจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่มีสาเหตุ เธอไม่เคยต้องรู้สึกคล้ายคนไร้สติเช่นที่กำลังทำอยู่ตอนนี้มาก่อนเลย แต่เพราะมินยุนกิไม่ยอมรับโทรศัพท์เธออีกนับจากที่นัดกันคราวก่อน แม้ช่วงแรก ๆ เธอจะไม่คิดอะไรแต่เมื่อเวลาผ่านไปจึงได้รู้ว่าเขาจงใจไม่ติดต่อเธอ

หญิงสาวตัดสินใจบุกมาถึงที่นี่เพื่อคุยกับเขาให้รู้เรื่อง แต่กลายเป็นว่าเมื่อมาถึงที่นี่แล้วสติที่มีน้อยนิดจะยิ่งกระเจิงหาย ทำไมถึงมีผู้หญิงมาอยู่ที่คอนโดของเขาได้ ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน

'คังฮโยริน....' ลลิสาสะดุดหูตั้งแต่ประโยคแรกที่คังฮโยรินเอ่ยแนะนำตัวเอง เธอทบทวนชื่อนั้นซ้ำไปซ้ำมา

คังฮโยริน ผู้หญิงที่โทรหามินยุนกิเมื่อวันนั้นนั่นเอง 

"ฉันลิซ่าค่ะ เป็น..." ลลิสาชะงักไปกับคำตอบของตัวเองเล็กน้อยก่อนตัดสินใจเอ่ยต่อ

"เป็นภรรยาของ...พี่ยุนกิ"  

พูดไปแล้วก็กระดากปาก แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องจริงและเธอไม่ได้โกหกก็ตาม

พี่ยุนกิ...เธอเคยเรียกเขาแบบนี้ที่ไหนกัน 

อย่าว่าแต่ให้เรียกอย่างสนิทสนมขนาดนี้เลย แค่เอ่ยเรียกชื่อกันปกติยังแทบไม่เคย ไม่รู้ว่าอะไรผลักดันให้เธอเอ่ยเรียกออกไปแบบนั้น ยิ่งเมื่อเห็นสีหน้าของคังฮโยรินที่มองเธออย่างตกตะลึงเธอยิ่งรู้สึกเหมือนงานจะเข้า หรือผู้หญิงคนนี้คือแฟนของเขากันนะ

"เธอ...เธอแต่งงานกับยุนกิ?"

"ค่ะ..." ลลิสาตอบรับพลางมองหน้าคังฮโยรินไปพลาง ในสมองครุ่นคิดวุ่นวาย ถ้าผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนเขาจริงเธอจะโดนเขาหักคอมั้ยนะที่ไปประกาศตัวแบบนั้น

ไม่สิ ก็เธอแต่งงานกับเขาจริง ๆ นี่นา เธอเป็นเมียนะ แต่ทำไมถึงได้รู้สึกสับสนกับสถานะตัวเองแบบนี้

คังฮโยรินนิ่งไปนาน นี่เขาแต่งงานแล้วอย่างที่เขาเคยบอกไว้จริง ๆ นะหรือ ใบหน้าสวยหน้าแสดงความรู้สึกหลากหลายให้ได้เห็นก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนและกลับมาเป็นปกติได้ในที่สุด

"ขอโทษนะที่เมื่อกี้เสียมารยาท" หญิงสาวเอ่ยเป็นประโยคแรกหลังนิ่งไปนาน

"ฉันไม่รู้ว่ายุนกิแต่งงานแล้ว เลยค่อนข้างตกใจที่เห็นคนอื่นอยู่ในห้องเขาแบบนี้" 

เหมือนคดีจะพลิก คนที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์มากมายก่อนหน้าเปลี่ยนมาพูดจาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มหูขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย

"เธอคงไม่โกรธใช่มั้ย"

"ไม่เป็นไรค่ะ" จะเรียกโกรธก็คงไม่ใช่ซะทีเดียว แต่จะให้พอใจก็คงยาก คนปกติที่ไหนถ้าเจอคนใช้สายตาและน้ำเสียงแบบนี้ใส่ก็คงเกิดความรู้สึกไม่พอใจกันบ้างไม่มากก็น้อยละ

"ฉันขอเข้าไปข้างในหน่อยได้มั้ย ยืนคุยกันแบบนี้มันแปลก ๆ" คังฮโยรินเอ่ยขึ้นอีก

"อ่อ...เชิญค่ะ" ลลิสาก้าวถอยให้เธอเข้ามาในห้อง 

คังฮโยรินก้าวขยับเข้ามาในห้องได้ก็ส่งสายตาสำรวจไปทั่วหากแต่ในหัวเต็มไปด้วยความคิดวุ่นวาย ในขณะที่ลลิสาก้าวตามคังฮโยรินมาเรื่อย ๆ กระทั่งร่างนั้นหันกลับมามองเธอ แววตาคู่นั้นของคังฮโยรินเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย

ผู้หญิงคนนี้นะหรือคือคนที่ยุนกิเลือกจะแต่งงานด้วย ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่แทบไม่มีอะไรพิเศษ หากเปรียบกับเธอแล้วไม่มีอะไรเทียบเธอได้เลยด้วยซ้ำไป 

ทำไมยุนกิถึงเลือกเธอ 

"ยุนกิไปไหนเหรอ" แม้ในความคิดจะเต็มไปด้วยความรู้สึกส่วนตัวแต่ปากกลับเอ่ยไปอีกทาง

"ต่างจังหวัดค่ะ"

"อ้อ...ถึงว่าติดต่อเขาไม่ได้เลย" คังฮโยรินพยักหน้าก่อนจะทิ้งร่างลงนั่งยังโซฟา

"ห้องนี้แทบไม่เปลี่ยนเลยนะ มากี่ครั้งก็ยังเหมือนเดิมทุกที " ประโยคลอย ๆ นั้นดังขึ้นเมื่อส่งสายตาไปรอบ ๆ ห้อง

"ดีนะที่ผ้าม่านเป็นสีนี้อยู่ไม่งั้นคงทะมึนน่าดู" คังฮโยรินหัวเราะออกมาเมื่อหันกลับมาพูดคุยกับเธอ

"เราเคยไปเลือกผ้าม่านด้วยกันมาด้วยนะคะ ยุนกิเขาจะเลือกสีดำลูกเดียวเลย เถียงกันแทบแย่กว่าเขาจะยอมใช้สีนี้ตามที่ฉันเลือกให้" 

"เหรอคะ"

"ค่ะ เขาชอบสีดำมากแต่ฉันชอบสีนี้มากกว่า อืม...ถ้าจำไม่ผิดห้องนั้นห้องอัดเพลงใช่มั้ย เมื่อก่อนฉันชอบไปนั่งเล่นในนั้น สงบดี" 

"ค่ะ" ลลิสาเอ่ยตอบสั้น ๆ

"แล้วก็เปียโนตัวนั้น" คังฮโยรินขยับลุกขึ้นไปหยุดยืนยังเปียโนที่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง

"ยุนกิเขาชอบเล่นเปียโนมาก ๆ เราสองคนเล่นด้วยกันบ่อย ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าตอนนี้เขาจะแต่งงานไปซะแล้ว" คังฮโยรินหันกลับมาส่งยิ้มให้ลลิสาที่ทำได้เพียงยิ้มจาง ๆ เมื่อได้ยินประโยคเหล่านั้น

ควรต้องรู้สึกยังไงดีนะ เหมือนกำลังฟังเรื่องราวความรักความหลังของชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ คนสองคนที่คล้ายเคยมีอดีตร่วมกันมา แล้วกลายเป็นเธอที่เข้าไปแทรกในความสัมพันธ์นั้น

"ยินดีด้วยนะ"

"คะ?" ลลิสางุนงงที่จู่ ๆ ก็ได้ยินคำยินดีที่คังฮโยรินส่งให้

"ยินดีกับการแต่งงานของเธอกับยุนกิด้วยนะ"

"อ่อ...ขอบคุณค่ะ" ลลิสาขานรับ

"แต่แย่จริง ๆ ที่ยุนกิเขาไม่คิดจะบอกเพื่อนคนไหนเลยว่าแต่งงานแล้ว ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลยนะ"

"เขา...คงยุ่ง ๆ มั้งคะ" ลลิสาเอ่ยแก้ตัวให้แม้จะรู้สึกติดใจกับการเน้นประโยคนั้นของคังฮโยริน

ไม่คิดจะบอกใคร ไม่มีใครรู้ ชักจะแหม่ง ๆ ขึ้นทุกที

"ได้ไงล่ะ แต่งงานทั้งทีมันก็ควรต้องมีฉลองกันบ้าง ถึงยุ่งแค่ไหนก็ควรพาแฟนไปแนะนำให้เพื่อนรู้จักบ้างสิ ยุนกินี่แย่จริง ๆ" คังฮโยรินพึมพำต่อว่า

"รูปแต่งงานล่ะ ไม่มีเหรอ" คังฮโยรินกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องก่อนหันกลับมามองเธอ

"เราไม่ได้ถ่ายค่ะ"

"อ้าว ทำไมล่ะ อย่าบอกนะว่ายุ่งจนไม่มีเวลาถ่ายรูปแต่งงานกัน"

"ค่ะ" ลลิสาขานรับ อย่าว่าแต่รูปแต่งงานเลยแค่รูปถ่ายคู่กันสักใบก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ 

นี่ถ้าคังฮโยรินรู้ความจริงข้อนี้จะไม่ช็อคเลยหรือไงนะ 

"แล้วนี่ทำไมไม่สวมแหวนแต่งงานล่ะคะ" คังฮโยรินไม่พูดเปล่ายังยื่นมือมาจับมือเธอยกขึ้นดูเสียอีก ลลิสาชักมือกลับก่อนระบายยิ้มคืนให้

"พอดีฉันต้องทำงานบ้านค่ะ ไม่สะดวกจะใส่แหวน" หญิงสาวส่งคำโกหกคำโต

"อย่างนี้นี่เอง ฉันก็นึกไปไกล นี่ถ้าแม้แต่แหวนแต่งงานก็ยังไม่มีนี่ ฉันคงต้องดุยุนกิจริงจังแล้วละ" คังฮโยรินยกมือขึ้นกอดอกและเดินกลับมาทิ้งร่างลงนั่งยังโซฟาตัวเดิม

"คุณอยากดื่มน้ำมั้ยคะ" ลลิสาเป็นฝ่ายเอ่ยถามขึ้นบ้าง

"ว่าไงนะ?"

"ขอโทษทีนะคะที่เอาแต่ยืนฟังคุณ เลยไม่ได้หาน้ำมาต้อนรับ รู้สึกเสียมารยาทจัง" 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันก็กลับแล้ว" คังฮโยรินปฎิเสธ เธอนิ่งเงียบไปชั่วครู่หนึ่งก่อนจะเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา 

"ความจริงที่ฉันมานี่ตั้งใจว่าจะมาชวนยุนกิไปงานปาร์ตี้"

"งานปาร์ตี้?"

"อีกสองวันเราจะมีปาร์ตี้ต้อนรับเพื่อนกัน แต่ยุนกิไม่อยู่แบบนี้ ฉันชวนเธอไปแทนได้มั้ย"

"ชวนฉันเหรอคะ"

"ใช่ เธอจะได้ทำความรู้จักเพื่อน ๆ ของยุนกิเอาไว้ไง งานนี้มีแต่เพื่อน ๆ ที่ยุนกิรู้จักทั้งนั้น ฉันว่าเธอควรไปนะ"

"ไม่ดีกว่าค่ะ" ลลิสาส่ายหน้าไปมา

"ทำไมล่ะ ไม่อยากรู้จักเพื่อน รู้จักสังคมยุนกิให้มากขึ้นเหรอ" 

"ฉันไปก็คงไม่รู้จักใครอยู่ดี"

"แย่จัง ฉันอยากให้เธอไปจริง ๆ นะ" คังฮโยรินเอ่ยย้ำขณะมองสบตาเธอ ลลิสามองสบสายตาคู่นั้นก่อนระบายลมหายใจออก 

เหมือนถูกท้าทายยังไงก็ไม่รู้สิ อยากให้เธอไปงานปาร์ตี้ที่เธอไม่รู้จักใคร อยากให้เธอไปพบเพื่อน ๆ และสังคมของเขา ฟังเผิน ๆ ก็คล้ายจะหวังดี แต่ลลิสาเข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ไม่กี่ประโยคที่พูดคุยกันแล้ว

มันไม่ได้ยากจนเกินทำความเข้าใจสักนิด สายตาของคังฮโยรินฟ้องทุกอย่างได้ชัดเจนกว่าคำพูดไม่จริงใจพวกนั้นเสียอีก 

"ก็ได้ค่ะ" ลลิสาขานรับ

"ฮึ?"

"ฉันจะไปค่ะ" ลลิสาเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

"คุณพูดถูกว่าฉันควรไปทำความรู้จักเพื่อน ๆ ของพี่ยุนกิเอาไว้บ้าง แล้วอีกอย่าง...ในเมื่อพี่ยุนกิไม่อยู่คนเป็นภรรยาอย่างฉันก็ควรไปทำหน้าที่แทน จริงมั้ยคะ" ลลิสาส่งยิ้มให้คังฮโยรินที่มีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"จริงค่ะ" คังฮโยรินตอบรับก่อนขยับตัวลุกขึ้นยืน 

"ถ้างั้นพรุ่งนี้ฉันจะให้คนนำบัตรเชิญมาให้นะ เธอไม่รู้จักใครอาจต้องใช้บัตรเชิญ"

"ขอบคุณนะคะ" ลลิสาตอบรับด้วยรอยยิ้มขณะก้าวตามคังฮโยรินไปหน้าประตู

"ให้ฉันลงไปเป็นเพื่อนมั้ยคะ"

"ไม่ต้องก็ได้" คังฮโยรินเอ่ยประโยคนั้นออกมาพร้อมรอยยิ้ม

"ฉันกลับเองได้ เคยมาที่นี่บ่อย ๆ ไม่หลงหรอก" 

เออแฮะ ทำไมรู้สึกกำลังอยู่ในสงครามยังไงก็ไม่รู้สิ

"ความจริงฉันตั้งใจจะออกไปทำธุระอยู่แล้วค่ะ พอดีจะจัดห้องใหม่เพราะมีหลายอย่างในห้องนี้ไม่ค่อยถูกใจ แต่ถ้าคุณไม่อยากให้ลงไปส่งก็ไม่เป็นไรค่ะ"

เมื่อลลิสากล่าวจบจึงได้เห็นสายตาของฮโยรินที่เปลี่ยนไป มันดูแข็งกร้าวขึ้นแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มที่ส่งให้เธอ ลลิสาจึงส่งยิ้มคืนกลับกระทั่งประตูถูกปิดลง

เห้อ...นี่เธอกำลังเล่นสงครามประสาทกันอยู่หรือไงนะ แล้วเธอบ้าจี้อะไรถึงเล่นไปกับเค้าด้วยแบบนี้

หญิงสาวหันกลับมามองสำรวจรอบ ๆ ห้องชั่วครู่ คิดไปคิดมาก็ชักโมโห 

ยุนกิอย่างโน้น ยุนกิอย่างนี้

มาเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์เก่าก่อนให้เธอฟังรึยังไง เมื่อก่อนเคยเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ผ้าม่านนั่นคังฮโยรินก็เป็นคนเลือก ห้องอัดนั่นคังฮโยรินก็เคยไปนั่งเล่น เปียโนตัวนั้นเขาทั้งคู่ก็เคยเล่นด้วยกัน 

เหอะ! จริงไม่จริงไม่รู้ละ แต่เธอจะเปลี่ยนมันให้หมดทุกอย่างในห้องเลยคอยดูสิ

ดวงตากลมโตหันมองผ้าม่านที่ปลิวไสวไปมา เริ่มจากผ้าม่านนี่ก่อนเลยเป็นอันดับแรก



"นี่ คุณลลิสาคะ คุณจะเปลี่ยนทั้งห้องเลยรึไง ไหนตอนแรกบอกจะแค่มาดูของไม่กี่อย่างไง" แชยองเอ่ยทักท้วงเมื่อเห็นเพื่อนรักหยิบของใช้หลายอย่างใส่รถเข็นและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่าย ๆ

"ใช่ จะเปลี่ยนให้หมดห้องเลย" ลลิสาหันมาตอบก่อนเดินไปหยุดมองของตกแต่งบ้านอีกมุมหนึ่ง 

"สีไหนดี อันนี้ดีมั้ย" ลลิสาหันมาให้แชยองช่วยเลือกซึ่งแชยองก็ทำได้แค่พยักหน้าให้  

"ไปเลือกผ้าม่านกัน"

"เดี๋ยว ผ้าม่านก็จะเปลี่ยนด้วยเหรอ" แชยองอ้าปากเหวอและเอ่ยถามในทันที ปรับเปลี่ยนของชิ้นเล็ก ๆ ในห้องยังพอเข้าใจได้ แต่การเปลี่ยนผ้าม่านนั่นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เลยทีเดียว

"นั่นเป็นสิ่งแรกที่ฉันตั้งใจจะเปลี่ยนเลยละ" ลลิสาเอ่ยตอบ แชยองมองหน้าเพื่อนงง ๆ แต่ก็ยอมก้าวตามไป

"ถามจริง ๆ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย อยู่ดี ๆ ถึงคิดจะเปลี่ยนอะไรมากมายขนาดนี้"

"ไม่มีอะไร" ลลิสาปฎิเสธ

"ไม่จริงอ่ะ ไม่มีอะไรเธอจะเป็นแบบนี้เหรอ"

"เหรอ?" ลลิสาหันมองเพื่อน 

"ใช่สิ เล่ามาเลย เกิดอะไร" แชยองคาดคั้น

"ไม่มีอะไรหรอกน่า"  ลลิสาอิดออดไม่อยากพูดถึงนัก 

"อย่ามาอิดออดน่า เร็วสิ ไม่งั้นฉันไม่เลือกของเป็นเพื่อนแล้วนะ" แชยองส่งคำขู่ ลลิสาหน้ามุ่ยลงเมื่อได้ยินคำเพื่อน

"ก็ได้ ๆ" สุดท้ายเธอก็จำต้องเปิดปากเอ่ยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้ฟัง 

"น่าโมโหใช่มั้ยล่ะ เพราะแบบนี้ฉันถึงต้องเปลี่ยนให้หมด"  ลลิสาเอ่ยสำทับเมื่อเล่าเรื่องทุกอย่างจนจบ

"มันก็..." แชยองอธิบายความรู้สึกไม่ถูกนักหลังจากได้ยินเรื่องราวจากเพื่อน

"ยุนกิเขาชอบอย่างโน้น ยุนกิเขาอย่างนี้ ยุนกิเขาชอบเล่นเปียโนมาก ยุนกิ ยุนกิ ยุนกิ..เหอะ!" ลลิสาเบ้หน้าที่งอง้ำขณะเลียนแบบคังฮโยรินพลางหันมองเพื่อน

"หนักสุดคือแม้แต่ผ้าม่านเค้ายังมาช่วยกันเลือกเลย น่าโมโห"

"ลิซ่า..."

"ฮะ"

"เธอหึงเขาเหรอ" 

ลลิสาแทบสำลักกับคำถามของเพื่อน

"บ้า!"

"ไม่บ้าละ ที่เธอโมโหเขา เธอโกรธผู้หญิงคนนั้นอยู่นี่เพราะว่าเธอกำลังหึงอยู่"

"ไม่จริง" ลลิสาสั่นศีรษะไปมา

"ฉันไม่ได้หึง ฉันแค่..."

"แค่..." แชยองสบสายตารอฟังคำตอบ

"ฉันแค่ไม่ชอบ" ลลิสาตอบกลับเสียงอ่อน

"ก็นั่นแหละเค้าเรียกหึง"

"ไม่ใช่ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบไม่ได้แปลว่าหึง" แชยองมองหน้าคนดื้อดึงที่เถียงข้าง ๆ คู ๆ ไม่ยอมรับแล้วให้ส่ายหน้าไปมา

"ตามใจ ไม่หึงก็ได้ งั้นบอกมาซิว่าต้องไม่ชอบขนาดไหนถึงต้องเปลี่ยนมันทุกอย่างที่ขวางหูขวางตาขนาดนี้" 

"ก็ห้องนั้นฉันเป็นคนอยู่นี่นา ไม่ชอบก็ต้องเปลี่ยน แค่นั้นเอง" หญิงสาวให้เหตุผล

"ผู้หญิงคนนั้นสวยมากมั้ย" จู่ ๆ แชยองก็ถามขึ้นอีก

"มาก" ลลิสาเอ่ยตอบแบบไม่ต้องคิด

"งั้นก็ไม่แปลก ผู้ชายก็ต้องชอบคนสวย ๆ เป็นธรรมดา สามีเธอจะเคยรักเคยชอบเขาก็ไม่ผิดหรอก"

"แชงอ่ะ จะพูดทำไมเนี่ย"

"อ้าว ไหนบอกไม่หึงไง"

"ก็...ไม่ได้หึงแต่ไม่อยากฟัง" 

"ปากแข็งเอ้ย" แชยองพึมพำส่ายหน้า ลลิสาวางของลงบนรถเข็นก่อนหันมองเพื่อน

"แชง เธอจะไปงานปาร์ตี้เป็นเพื่อนฉันใช่มั้ย" 

"ใครบอกว่าฉันจะไปด้วย" 

"โธ่ นะแชงนะ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยนะ" ลลิสาอ้อนเพื่อน

"ไม่ต้องมาอ้อนเลย รับปากเค้าเองก็ไปเองสิ"

"ก็ตอนนั้นมันโมโหนี่นา พอมาคิดดูอีกทีไม่น่าไปรับปากเลย" ลลิสาห่อไหล่ 

ตอนถูกท้าทาย รู้ก็ทั้งรู้ว่าคังฮโยรินจงใจแต่เธอก็ยังจะกระโจนลงไป พอมาถึงตอนนี้เมื่อสติเริ่มคืนกลับถึงคิดได้ เธอจะไปงานปาร์ตี้ที่ไม่รู้จักใครเลยแบบนั้นเพื่ออะไรกัน

"รับปากได้ก็ปฎิเสธได้นี่"

"ไม่ได้หรอก เสียหน้าแย่" หญิงสาวส่ายหน้าไปมา เสียหน้าให้ใครก็ย่อมได้แต่ต้องไม่ใช่กับคังฮโยรินเด็ดขาด

"งั้นเธอก็โทรไปชวนสามีเธอไม่ดีกว่าเหรอ เขาอาจเสร็จงานก่อนถึงวันปาร์ตี้ก็ได้"

"ไม่เอา" ลลิสาปฎิเสธเสียงแข็ง

"ทำไมล่ะ เธอควรบอกให้เขารู้นะ" แชยองเอ่ยแย้ง ลลิสาเงียบเสียงลงไม่บอกเหตุผลที่ขัดแย้งกันอยู่ภายในใจตัวเอง

เธอไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าถ้าเขารู้แล้วจะเป็นยังไง ไม่แน่ใจกระทั่งว่าเขากลับมาแล้วจะพาเธอไปงานนั้นด้วย บางทีคังฮโยรินอาจพูดถูก การแต่งงานของเธอและเขาแทบไม่มีเพื่อนคนไหนของเขาเลยที่รู้ นั่นคงเพราะเขาเองก็ไม่คิดจะบอกใครหรืออาจไม่ต้องการให้ใครรู้

คิด ๆ ไปแล้วก็น่าเศร้า 

ลลิสายกมือเรียวเล็กของตนขึ้นมองนิ้วที่ว่างเปล่า นี่มันการแต่งงานแบบไหนกันนะ ไม่มีกระทั่งรูปคู่ ไม่มีแม้แต่แหวนแต่งงานสักวง


แม้จะซุกร่างนอนขดตัวบนโซฟาที่จอทีวีเบื้องหน้าเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่ดวงตากลมโตของลลิสากลับหันมองโทรศัพท์มือถือของตนอยู่บ่อยครั้งราวกับว่ากำลังรอคอยใครบางคนอยู่

เธอไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงยังเฝ้ารอ แม้ว่าทุกครั้งจะได้รับเพียงความผิดหวัง หันไปเมื่อไหร่มือถือของเธอก็ยังคงว่างเปล่า แต่ลลิสาก็เผลอยกมันขึ้นมามองทุกครั้งไป

เกลียดตัวเองเวลาเป็นแบบนี้จริง ๆ รอคอยในสิ่งที่ไม่ควรรอคอย ทั้งที่ปกติเขาก็ไม่ได้โทรหาเธอบ่อย ๆ ด้วยซ้ำ นี่เธอเริ่มชินกับการมีเขาอยู่ด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

"ถ้าไม่โทรมา ฉันจะถือว่าไม่อยากรู้นะ" ลลิสาหาเหตุผลให้ตัวเองในการที่จะไม่ต้องบอกเขาถึงเรื่องที่เธอจะไปงานปาร์ตี้นั้น 

ความจริงก็ไม่อยากปิดบัง แต่ลึก ๆ ก็ยังรู้สึกหวั่นใจ

เธอปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปนานกระทั่งท้ายที่สุดก็ตัดสินใจขยับร่างลุกขึ้นนั่ง หยิบรีโมทปิดทีวีและเดินกลับไปยังห้องนอน เขาไม่โทรมาก็ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไม่รู้สึกอะไรมากไปกับการที่ไม่ได้บอกเขา

เช้าวันต่อมา ลลิสายุ่งอยู่กับการแต่งห้องด้วยของที่เลือกซื้อมาใหม่อยู่ทั้งวัน กระทั่งมาหยุดยืนมองผ้าม่านอย่างชั่งใจ ดูเหมือนแชยองจะพูดถูกว่าการเปลี่ยนผ้าม่านถือเป็นเรื่องใหญ่ ลลิสาตัดสินใจอยู่เป็นนานกว่าจะยอมหยิบมือถือของตนออกมา

มันห้องเขานี่นะ บอกเขาหน่อยก็ดีเหมือนกัน 

'ฉันเปลี่ยนสีผ้าม่านนะ'

เธอกดพิมพ์ข้อความและส่งหาเขาโดยไม่ลืมที่จะส่งภาพของผ้าม่านที่เลือกไว้ไปด้วย 

เงียบกริบ

เขาไม่เปิดอ่านข้อความด้วยซ้ำ ลลิสาชักเริ่มหงุดหงิด หน้ามุ่ยขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็บอกตัวเองว่าเขาจะไม่อ่านก็ช่าง เธอถือว่าบอกเขาแล้วเรื่องผ้าม่าน จากนั้นจึงกดโทรศัพท์โทรออกไปหาช่างเพื่อให้มาเปลี่ยนผ้าม่านให้ในทันที

เมื่อช่างมาถึงและทำการเปลี่ยนให้จนเสร็จเรียบร้อย ลลิสาก็กดถ่ายรูปและส่งไปให้เขาอีกครั้ง

หึ อยากไม่อ่านดีนัก ส่งรูปหลังเปลี่ยนเสร็จเรียบร้อยไปให้ซะเลย ดูซิว่าจะทำอะไรได้ ถึงเขาจะไม่พอใจหรือให้เปลี่ยนกลับก็คงไม่ทันแล้วล่ะ

เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนถึงตอนเย็นเลยทีเดียวกว่าข้อความที่เธอส่งไปจะถูกมินยุนกิเปิดอ่าน 

'อืม' 

คือประโยคเดียวที่เขาส่งกลับคืนมาก่อนจะเงียบหายไปอีก ลลิสาอ่านทบทวนข้อความสั้น ๆ นั้นไปมา แค่คำ ๆ เดียวจริง ๆ ที่เขามีให้ สมกับเป็นมินยุนกิ ตัวจริงเป็นยังไงข้อความที่ส่งมาก็เป็นแบบนั้น 

เห้อ...เอาเถอะ แค่เขาไม่ว่าอะไรและไม่โกรธที่เธอเปลี่ยนอะไรในห้องเขาโดยพละการแบบนี้ก็ดีแล้ว อย่าไปคาดหวังอะไรให้มันมากไปกว่านี้จนทำให้ผิดหวังจะดีกว่า แม้ลึก ๆ จะรู้สึกแปลก ๆ ยังไงชอบกล

เธอหวังอะไรอยู่นะลิซ หวังลม ๆ แล้ง ๆ อะไรอยู่ 



จีซูที่เพิ่งก้าวลงมาจากชั้นบนของบ้านหันมองร่างของน้องสาวคนเล็กที่กำลังนั่งพูดคุยอยู่กับเจนนี่แล้วก็ต้องประหลาดใจ

"โว้...ทำไมวันนี้น้องสาวพี่สวยขนาดนี้ จะไปไหนกันเหรอ" หญิงสาวรีบเอ่ยทักทายและเดินเข้าไปหาทันที

"มีนัดไปงานปาร์ตี้กับแชงค่ะ" ลลิสาส่งยิ้มให้จีซู

"มีปาร์ตี้เหรอ เดี๋ยวนี้ชอบไปงานแบบนี้ด้วยเหรอ" จีซูเลิกคิ้ว ปกติแล้วลลิสาไม่ค่อยออกงานบ่อยนัก

"ไม่ชอบหรอกค่ะ แต่รับปากไปแล้วเลยต้องไป" 

"น้องกำลังจะไปสนามรบค่ะ" เจนนี่หัวเราะเมื่อเอ่ยจบ

"พี่อ่ะ" ลลิสาหันไปทำหน้ากระเง้ากระงอดใส่พี่สาวคนรอง

"สนามรบอะไรเหรอ?" จีซูงง ๆ

"มันเป็นสงครามแห่งศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงค่ะ" เจนนี่ตอบจีซูเสร็จแล้วจึงหันมาตบบ่าให้กำลังใจน้องสาว

"สู้ ๆ นะหนู ต้องการกำลังเสริมบอกได้นะ"

"เห้อ..." ลลิสาคอตกกับคำหยอกล้อของเจนนี่ สงครามอะไรกัน เธอไม่ได้จริงจังอะไรขนาดนั้นเสียหน่อย มันก็แค่ไปงานปาร์ตี้ไม่ใช่หรือไง
 
หลังจากนั้นไม่นานนักแชยองก็ก้าวลงมา เธอมองเพื่อนตั้งแต่หัวจดเท้า นาน ๆ ครั้งจะได้เห็นลลิสาในลุคแบบนี้ 

"มองอะไร" ลลิสาเอ่ยถามเมื่อเห็นสายตาเพื่อนที่เอาแต่จ้องมองไม่ยอมหยุด

"เธอจริงจังนะเนี่ย" 

"จริงจังอะไร"

"ก็เนี่ย แต่งตัวแบบนี้ แต่งหน้าแบบนี้ ถามจริงไม่กลัวสามีหวงเหรอ" 

แชยองรู้อยู่แล้วว่าลลิสาเป็นคนสวยและรูปร่างดีมาก ต่อให้แต่งตัวยังไงเธอก็ยังสวย แต่ก็ไม่คิดว่าลลิสาจะให้ความสำคัญกับงานวันนี้ขนาดนี้ รูปร่างที่ว่าสวยอยู่แล้วพออยู่ในชุดที่เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งนิด ๆ หน่อย ๆ แม้ไม่มากไปแต่มันมีอานุภาพมากพอ ถ้าแชยองเป็นมินยุนกิคงต้องมีหวงกันบ้างละ

"เขาไม่อยู่ซะหน่อยจะมาหวงอะไร" ลลิสาส่ายหน้าไม่ถือสาคำพูดของเพื่อน เธอก็แค่แต่งตัวให้เกียรติเจ้าของงานไม่ได้คิดว่ามันจะหวือหวาหรือเซ็กซี่ตรงไหนด้วยซ้ำ อีกอย่างถ้าเขาสนใจเขาก็คงสนใจที่จะอ่านข้อความของเธอบ้าง แต่จนกระทั่งถึงตอนนี้ข้อความที่เธอตัดสินใจที่ส่งหาเขา เขายังไม่เปิดอ่านเช่นเคย

'ฉันจะไปงานของเพื่อนคุณนะ'

ต่อให้ดื้อรั้นแค่ไหนแต่ท้ายที่สุดเธอก็ส่งประโยคนั้นเพื่อบอกเขาและเฝ้ารอคำตอบอยู่นาน หากเขาห้ามไม่ให้เธอไป ขอแค่เขาบอก เธอก็จะไม่ไป

แต่สิ่งที่ได้กลับมาก็มีเพียงความว่างเปล่า เขาเงียบและไม่อ่านข้อความของเธอจนกระทั่งถึงตอนนี้

"ต่อให้แต่งมากกว่านี้เขาก็ไม่สนใจหรอก" ลลิสาพึมพำออกมา

"หรา" แชยองทำเสียงล้อเลียน

"ไปกันดีกว่า" ลลิสาไม่อยากสนใจคำพูดของเพื่อนอีก เธอหันไปลาเจนนี่และจีซูก่อนจะรีบคว้าตัวแชยองให้ก้าวออกจากบ้านตระกูลคิม

เมื่อก้าวขึ้นรถและลลิสาก็ยื่นบัตรเชิญที่คังฮโยรินส่งมาให้เธอแก่แชยอง ซึ่งก็มองด้วยความสนใจและเอ่ยถาม

"ใครคือนัมจุน?"

"น่าจะเจ้าของงานวันนี้" 

"อ้อ..." แชยองอ่านข้อความบนนั้นคร่าว ๆ ก่อนส่งมันคืนกลับให้ลลิสาพร้อมพึมพำกับตัวเอง

"ต้องลูกคนรวยขนาดไหน ถึงกับเปิดเพนเฮ้าส์ส่วนตัวจัดงานปาร์ตี้เนี่ย" 

"ก็คงรวยมาก" ลลิสาตอบ นี่กระมังที่คังฮโยรินพูดถึง เพื่อนของเขาสังคมของเขา เป็นแบบนี้นี่เอง

"ฉันก็อยากมีงานปาร์ตี้บ้างเหมือนกันแฮะ เอาไว้ฉันจัดบ้างดีมั้ย"

"จัดงานปาร์ตี้ที่บ้านเรานะเหรอ"

"ไม่อ่ะ ไม่เจิดพอ" แชยองส่ายหน้า

"มันต้องเจิดกว่านั้น ถ้าฉันกลับออสเตรเลียฉันจะพาเธอไปด้วย แล้วเราค่อยจัดปาร์ตี้ในแบบของเรากัน" แชยองเกิดไอเดียบรรเจิดเรียกรอยยิ้มจากลลิสาได้เป็นอย่างดี

"เธอสัญญาแล้วนะว่าจะให้ฉันไปด้วย"

"อืม ถ้าสามีเธอยอมให้ไปนะ" รอยยิ้มที่มีอยู่ก่อนหน้าหุบลงแทบจะทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น 

"เกี่ยวอะไรกับเขาด้วยล่ะ"

"อ้าว ก็เขาเป็นสามีเธอไง ก็ต้องขอเขาก่อนสิ"

"เหอะ" ลลิสามุ่ยหน้าไม่อยากต่อความยาวอะไรอีก กระทั่งรถของพวกเธอแล่นเข้ามาถึงยังตึกสูงแห่งหนึ่ง 

ไม่นานหลังจากนั้นลลิสาและแชยองก็ขึ้นมาถึงยังชั้นบนสุดอันเป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้วันนี้ สองสาวหันมองหน้ากันแวบหนึ่งก่อนจะก้าวเข้าไปยังด้านในของงานและมองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ มองผู้คนในงาน มองความหรูหราของแต่ละคน 

มันคือปาร์ตี้ส่วนตัวที่ควรต้องมีคำว่า สุดหรู ต่อท้ายไปด้วยจึงจะถูกต้อง

"ถ้าจะจัดหรูขนาดนี้ไม่ใช่แค่ต้องรวยธรรมดานะ แต่ต้องรวยแล้วฟุ้งเฟ้อด้วย" แชยองแอบกระซิบนินทาเจ้าของงานเมื่อเห็นทุกอย่างภายในงานวันนี้ ลลิสากลั้นยิ้มเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเพื่อน

"เธอกลายเป็นคนขี้นินทาไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"

"เมื่อกี้เลย" คำตอบที่ได้รับเรียกเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ งานอีกครั้ง

"เอาไงดีล่ะ ไม่รู้จักใครซะด้วย" ลลิสาเกริ่นออกมา

"หาอะไรกินก่อนเลยเป็นอันดับแรก" แชยองออกความเห็นเมื่อสายตาเหลือบมองไปยังอาหารที่จัดวางอยู่ริมสระด้านนอก ลลิสาจึงถูกลากให้ก้าวตามพร้อมรอยยิ้มขบขัน ถ้าเป็นเรื่องกินขอให้บอก แชยองคนนี้ไม่เคยยอมพลาด

"น่ากินทั้งนั้นเลย" แชยองก้าวมาหยุดมองอาหารบนโต๊ะ

"อืม" ลลิสาเห็นด้วยพลางมองเพื่อนที่หยิบของทานเล่นนั้นใส่จานและหยิบใส่ปากอย่างรวดเร็ว

"อร่อยมั้ย" เอ่ยถามพร้อมมองคนที่เคี้ยวอาหารตุ้ย ๆ 

"ก็...ใช้ได้อยู่" แชยองพยักหน้า แม้จะบอกว่าแค่ใช้ได้แต่ดูเหมือนเพื่อนของเธอจะตักอาหารใส่ปากไม่ยอมหยุด ท่าทางไม่ต่างจากคนหิวโหย

"เดี๋ยวก็ติดคอหรอก" ลลิสาเอ่ยท้วงก่อนจะหันมองไปยังเครื่องดื่มที่วางอยู่อีกมุม เธอก้าวไปยืนเลือกอยู่ชั่วครู่ พลันสายตาเหลือบมองไปยังร่าง ๆ หนึ่งที่เดินผ่านไปในมุมมืด ๆ ร่างที่คล้ายจะคุ้นตาแต่เมื่อหญิงสาวจะหันไปมองอีกครั้งก็ได้ยินเสียงไอมาจากแชยองเสียก่อน 

แค่ก ๆ 

ลลิสารีบหยิบเครื่องดื่มและเดินกลับมาให้เพื่อนทันที

"บอกแล้วว่าระวังติดคอ" อดไม่ได้ที่จะดุและหัวเราะเพื่อนไปพร้อมกัน มือก็ลูบหลังเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

"ก็มันหิวนี่นา"

"ลิซ่า" เสียงร้องเรียกดังมาจากมุมหนึ่ง ลลิสาและแชยองจึงหันไปมอง

"มองอยู่ตั้งนานนึกว่าใคร" คังฮโยรินก้าวมาหาสองสาวพร้อมส่งยิ้มให้ ลลิสาจึงส่งยิ้มคืนและเอ่ยทักทาย

"สวัสดีค่ะ" 

"ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ พวกเรานั่งอยู่ตรงโน้น ไปนั่งด้วยกันดีกว่านะ" คังฮโยรินเอ่ยชวน แชยองวางจานลงและยกน้ำขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนหันมองสบตากับลลิสาในขณะคังฮโยรินก้าวนำออกไปแล้ว 

"คนนี้เหรอ" หญิงสาวขยับเข้ามาหาลลิสาพร้อมกระซิบกระซาบถามเพื่อน

"อืม" เมื่อลลิสาพยักหน้าให้สีหน้าของแชยองก็เปลี่ยนไป

คังฮโยรินไม่เหมือนที่เธอจินตนาการไว้เลย เมื่อได้พบกันจริง ๆ คังฮโยรินกลายเป็นสาวหวานกว่าที่เธอคิดเอาไว้มาก หน้าตาสวย ยิ้มหวานเสียจนเธอเองยังไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นคนเดียวกันกับที่ลลิสาเอ่ยถึง

"หายแล้วใช่มั้ย" ลลิสาเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เมื่อกี้ยังเห็นเธอไอหนัก ๆ อยู่

"อืม" แชยองพยักหน้า ก่อนที่สองสาวจะก้าวตามคังฮโยรินไปยังโต๊ะของเธอ

"ทุกคน ฉันมีเซอร์ไพรส์" เมื่อก้าวมาถึงโต๊ะคังฮโยรินก็เอ่ยเสียงดังเรียกความสนใจจากเพื่อน ๆ ที่อยู่ภายในงานรวมทั้งลลิสาและแชยองที่ก้าวตามมาที่ค่อนข้างตกใจไม่น้อย

ไม่คิดว่าคังฮโยรินจะเรียกความสนใจจากทุกคนในงานแบบนี้

"ขอแนะนำให้รู้จัก นี่ลิซ่า...ภรรยาของยุนกิ"

"ห๊ะ!"

"ยุนกิแต่งงานแล้วเหรอ" หลายคนที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างพึมพำด้วยความสนใจและหันมองลลิสาอย่างพร้อมเพียง

"แต่งกับใคร คนนี้นะเหรอ" เพื่อนคนหนึ่งของคังฮโยรินลุกขึ้นยืนและก้าวเข้ามาหาลลิสาทันที

"พูดเป็นเล่นน่า ทำไมยุนกิมีเมียเด็กจัง" 

"อ้าว นี่ฉันนึกว่าเขากับเธอจะแต่งกันซะอีกนะฮโยริน" อีกคนเอ่ยเสริม

"ก็เห็นรักกันดี ไหงกลายเป็นคนอื่นไปได้ ไม่ได้แกล้งอำกันใช่มั้ย"

"นี่ อย่าเสียมารยาทสิ" คังฮโยรินหันไปห้ามปรามเพื่อนในขณะที่ลลิสาหันมองสบตาแชยองที่ตาโตขึ้นกับประโยคที่แต่ละคนหลุดออกมา เริ่มเชื่อแล้วว่าสิ่งที่ลลิสาเอ่ยเล่าล้วนเป็นความจริง

"อ้าว ก็มันไม่น่าเชื่อนี่นา อย่างยุนกินี่นะจะแต่งงาน แถมแต่งกับใครก็ไม่รู้แบบนี้"

"ไม่ใช่กับใครก็ไม่รู้ค่ะ เพื่อนฉันมีชื่อนะคะ" แชยองเอ่ยสวนกลับไป

"เพิ่งแนะนำไปเมื่อกี้เองนะ ลืมแล้วเหรอ" ลลิสาหันมองเพื่อนรัก อ้าปากค้างไปเล็กน้อยเพราะไม่คาดคิดว่าคนที่ดูจะใจเย็นกว่าเธออย่างแชยองจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อนแบบนี้

แชยองส่งยิ้มกลับมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเห็นแบบนั้นลลิสาก็ส่งยิ้มกลับ เรื่องบางอย่างแค่มองตาก็รู้ใจกัน ไม่ต้องพูดอะไรมากแชยองก็เข้าใจสถานการณ์ได้รวดเร็ว

"เอาละ ๆ อย่าติดใจกับเรื่องแค่นี้เลย มานั่งกันดีกว่า" คังฮโยรินดึงมือลลิสาให้นั่งลง แชยองจึงทิ้งร่างลงนั่งข้างเพื่อน

"ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะที่เสียมารยาท"

"ไม่เป็นไรค่ะ" ลลิสาส่งยิ้ม คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเจออะไรแบบนี้ มันก็ไม่เกินที่คิดไว้เท่าไหร่ 

"แต่งงานกับยุนกินานแล้วเหรอ" เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถามลลิสา

"ไม่นานค่ะ"

"ถึงว่า ไม่เห็นมีใครรู้ว่ายุนกิแต่งงาน" 

"อย่างหมอนั่นก็เป็นแบบนี้แหละไม่ค่อยสนใจอะไร แต่ก็ไม่คิดว่าขนาดแต่งงานทั้งทียังไม่บอกใคร" 

"อาจมองว่าไม่สำคัญมั้ง" อีกคนกล่าวเสริม

"นี่ พูดแบบนี้ลิซ่าก็เสียใจแย่สิ" คังฮโยรินหันไปดุเพื่อน ๆ ก่อนหันมาทางลลิสา

"อย่าถือสาเลยนะ เพื่อนฉันเป็นคนตรง ๆ แบบนี้แหละ อย่าคิดมากละ" 

"นางฟ้าชัด ๆ" แชยองพึมพำเสียงแผ่ว คังฮโยรินหันมองเธอแวบหนึ่งก่อนดึงสายตากลับ

"เมื่อกี้เรากำลังพูดถึงเรื่องสมัยเด็กกันอยู่ ถึงไหนแล้วนะ" คังฮโยรินหันไปถามเพื่อน

"ก็ตอนที่ไปเข้าค่ายไง ตอนนั้นที่เธอหลงป่าจำได้มั้ย"

"อ๋อ จำได้" คังฮโยรินตอบเพื่อน

"ตอนนั้นทุกคนตกใจกันมากเลย แต่ยุนกิเป็นคนที่ออกตามหาเธอเป็นคนแรก เขาห่วงเธอมากจริง ๆ ว้า...อีกแล้ว นี่ฉันเผลอพูดถึงยุนกิต่อหน้าเมียเขาอีกแล้ว ขอโทษนะ" 

"พูดมาเถอะค่ะ ฟังแล้วก็สนุกดี" ลลิสาตอบรับ นอกจากไม่โกรธแล้วเธอยังอยากฟังเรื่องพวกนั้นอีกต่างหาก 

"ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก เรื่องในอดีตทั้งนั้น" ฮโยรินเอ่ยแทรก

"ไม่น่าสนใจที่ไหนกัน เรื่องของเธอกับยุนกิน่ารักจะตาย ใคร ๆ ก็อิจฉาเธอกันทั้งนั้นแหละ"

"พอแล้วน่า เดี๋ยวคุณลิซ่าก็เข้าใจผิดหรอก"

"ก็มันเรื่องจริงนี่นา" 

"ไม่เป็นไรค่ะ แค่เรื่องในอดีตฉันไม่ถือสาหรอก" ลลิสาเอ่ยขึ้นบ้าง 

"เล่าต่อสิคะ กำลังสนุกเลย" หญิงสาวหันมองเพื่อน ๆ ของฮโยรินและคะยั้นคะยอให้เอ่ยเล่า แชยองกลั้นยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าของคนในโต๊ะที่มองมา โดยเฉพาะนางฟ้าคนสวยที่มองเพื่อนของเธออยู่

"ขอถามเรื่องของเธอกับยุนกิบ้างได้มั้ย" คังฮโยรินเปลี่ยนเรื่องและหันมองเธอ

"ได้ค่ะ"

"เธอพบกับยุนกิได้ยังไงเหรอ" 

"ก็เจอกันตามปกติทั่วไปค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก"

"ไม่มีได้ยังไงลิซ่า เรื่องของเธอกับเขาน่ารักจะตาย" แชยองเลียนประโยคเพื่อนของคังฮโยริน ลลิสาหันมองเพื่อนงง ๆ

"ฉันเล่าให้ฟังได้นะคะ คือสองคนนี้เขาเจอกันที่บ้านของลิซ่าค่ะ เจอกันปุ๊บก็ปิ๊งกันปั๊บเลยนะคะ คุณยุนกิน่ารักมากไปหาลิซ่าที่บ้านตลอดเลย"

"ห๊ะ" ลลิสาหันมองเพื่อน หน้าตาเหวอจัดเมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น

เขาน่ารักมาก ไปหาที่บ้านตลอดอะไรกัน?

"คือแต่ตอนแรกลิซ่าก็ไม่ค่อยสนใจหรอกหรอกค่ะ เพื่อนฉันเค้าไม่ค่อยสนใจผู้ชาย แต่คุณยุนกิก็ไม่ยอมแพ้ตามตื้อลิซ่าอยู่นานเลยนะคะ สุดท้ายลิซ่าก็ใจอ่อนยอมตกลงแต่งงาน เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ละค่ะ" 

แชยองเอ่ยจบก็ยิ้มด้วยความภูมิใจในขณะที่ลลิสาอ้าปากค้างกับเรื่องราวเหล่านั้น

เดี๋ยวนะ แชยองกำลังแต่งเรื่องบ้าอะไรเนี่ย

"ยุนกินี่นะตามตื้อเพื่อนเธอ" คังฮโยรินเอ่ยถามโดยเร็ว

"ใช่ค่ะ"

"ไม่ใช่..."

"ไม่น่าเชื่อนะ ผู้ชายอย่างยุนกินี่เหรอตามตื้อคนเป็น" ลลิสายังไม่ทันได้เอ่ยแก้ตัวด้วยซ้ำคังฮโยรินก็เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน

"ความรักทำให้คนเปลี่ยนไปได้ทั้งนั้นละค่ะ ไม่เคยได้ยินเหรอคะ" แชยองเอ่ยตอบ

คังฮโยรินหันมองลลิสาที่ไม่เอ่ยอะไรต่อได้แต่ส่งยิ้มจาง ๆ ให้ ทั้งที่หน้ายังเหวอจัดกับเรื่องที่แชยองแต่งขึ้นแบบสด ๆ ร้อน ๆ ชนิดที่ไม่ยอมปรึกษาเธอก่อน

ถ้าเจ้าตัวเขามาได้ยินเข้าก็คงอยู่ในอาการไม่แตกต่างกันกับเธอนักหรอก

"ก็แปลกดีนะ ที่ฉันได้ยินมาเหมือนจะไม่ใช่แบบนี้" คังฮโยรินส่งยิ้มแปลก ๆ ให้ ลลิสาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย

"คุณได้ยินมาว่ายังไงล่ะคะ"

"ที่ได้ยินมา รู้สึกว่าที่ยุนกิแต่งงานกับเธอเพราะเรื่องธุรกิจไม่ใช่เหรอ" คำตอบของคังฮโยรินทำให้ลลิสานิ่งไปในทันทีในขณะที่แชยองถึงกับอ้าปากค้างไม่คาดคิดว่าคังฮโยรินจะล่วงรู้เรื่องนี้ด้วย

"เห็นว่าครอบครัวเธอกำลังมีปัญหา ครอบครัวยุนกิเลยยื่นมือเข้าไปช่วย ไม่ได้แต่งงานกันเพราะความรักด้วยซ้ำนี่นา"

"เรื่องจริงเหรอฮโยริน" เพื่อนของฮโยรินเอ่ยถามขึ้น

"ใคร...บอกคุณคะ" ลลิสาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้ เรื่องส่วนตัวและสำคัญขนาดนี้ใครกันที่เป็นคนแพร่งพรายออกไป

"ยุนกิเป็นคนบอกฉันเอง" คังฮโยรินส่งยิ้มเมื่อเอ่ยประโยคนั้น ลลิสาตัวเย็นวาบในทันทีที่ได้ยิน

เขา...เป็นเขานะหรือที่เป็นคนบอกคังฮโยรินแบบนั้น

"เมื่อวานเราโทรคุยกันน่ะ เขาบอกเองว่าที่แต่งงานกับเธอเพราะเรื่องของธุรกิจล้วน ๆ ไม่ได้เกิดจากความรักเลยสักนิด"

"มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย" คนคอยกล่าวเสริมไม่รอช้าที่จะเอ่ยแทรก

คังฮโยรินมองหน้าที่ซีดเผือดลงของลลิสาก่อนจะมองนิ้วมือที่ว่างเปล่าของเธอ

"วันนี้ก็ไม่ได้สวมแหวนอีกแล้วเหรอ ที่ไม่สวมเนี่ยเพราะไม่อยากสวมหรือไม่มีให้สวมกันแน่" คังฮโยรินยกมือเธอขึ้นก่อนจะปล่อยลงพร้อมรอยยิ้มที่เปลี่ยนไปจากเดิม

ลลิสานั่งนิ่งอยู่กับที่ เธอไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะพูดอะไรหรือมองเธอยังไง สิ่งที่วิ่งวนอยู่ในใจของเธอตอนนี้มีเพียงประโยคที่คังฮโยรินเอ่ยถึง 

เมื่อวานเขาสองคนโทรคุยกัน และมินยุนกิเป็นคนบอกเรื่องระหว่างเธอและเขาให้คังฮโยรินฟัง

เขาทำแบบนี้ได้ยังไงกัน

"ลิซ่า..." แชยองร้องเรียกเมื่อเห็นสีหน้าที่ซีดเผือดของเพื่อน 

"พี่สะใภ้" เสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยดัง ดึงสายตาทุกคนให้หันไปมองรวมทั้งลลิสาที่เงยหน้าขึ้นมองเขา

"นึกอยู่แล้วว่าต้องเป็นพี่สะใภ้ของผมนี่เอง" แทฮยองส่งยิ้มให้หญิงสาว 

"แทฮยอง" เธอเรียกชื่อเขางง ๆ ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่งานนี้ด้วย

"แล้วนี่...รู้จักกันด้วยเหรอครับ" แทฮยองเอ่ยถามพลางหันมองคังฮโยริน

"เพิ่งรู้จักน่ะ" คังฮโยรินเอ่ยตอบ

"อ้อ..." แทฮยองพยักหน้า

"งั้นผมขอตัวพี่สะใภ้คืนได้มั้ยครับ พอดีพี่ชายผมเขารอนานแล้ว"

"พี่ชาย?" คังฮโยรินทวนคำพูดของแทฮยอง

"พี่ยุนกิไงครับ เขาก็นั่งรออยู่นั่นไง แล้วทำไมพี่สะใภ้มานั่งอยู่ตรงนี้ล่ะ" แทฮยองเอ่ยขึ้น เรียกสายตาจากทุกคนให้หันไปมองในทันที

โต๊ะริมสระไม่ห่างออกไปมากนัก มีกลุ่มเพื่อนผู้ชายกลุ่มหนึ่งนั่งรวมกันอยู่ มินยุนกิเขานั่งรวมอยู่ในกลุ่มนั้นและกำลังส่งสายตามองมา สายตาที่ไม่ว่าใครก็อ่านไม่ออก

ลลิสานิ่งอึ้งไม่คาดคิด แต่ยังมีอีกคนที่ใบหน้าซีดเผือดมากกว่า 

คังฮโยรินอ้าปากค้างเมื่อเห็นชัดเจนว่ามินยุนกินั่งอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ไม่ได้ไกลจากโต๊ะที่เธอนั่งอยู่เลยและไม่ยากเกินกว่าที่จะได้ยินทุกประโยคที่เธอและลลิสาสนทนากันก่อนหน้า

เขาอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเมื่อกี้เธอไม่เห็น

"ไปครับ" แทฮยองเอ่ยเตือนพร้อมหันไปทางแชยอง

ลลิสาขยับร่างลุกขึ้นยืน ก้าวตามแทฮยองไปราวร่างไร้ชีวิต สมองยังคงอื้ออึง

นี่มันเรื่องอะไรกัน 


++++++++++++++++++++++++++++++++++++


ลงครบแล้วนะคะ มาช้าไปหน่อยเพราะมัวหวีดลูกสาวอยู่ค่ะ TT  แล้วตอนนี้ก็เขียนยากด้วย เขียน ๆ ลบ ๆ อยู่พอสมควรเลย ไม่ว่ากันเนาะ 
ระหว่างที่เขียนตอนนี้ก็เปิด so far away ของพี่ก้าฟังไปด้วย (เวอร์ ก้า กุก จิน) อย่าลืมไปฟังกันนะ ^^










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 222 ครั้ง

3,712 ความคิดเห็น

  1. #3698 +Me!!LittleDuck+ (@min219) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 21:43
    สงสารน้องมากอะ ฮือออ
    #3698
    0
  2. #3686 faraway50clos3 (@faraway50clos3) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 22:23
    ต้องสตรองแค่ไหนเนี่ยถึงยืนฟังอยู่ได้
    #3686
    0
  3. #3645 Fiction_Star (@Fiction_Star) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:56
    โรเซ่....แรงมากกกก5555
    #3645
    0
  4. #3644 Fiction_Star (@Fiction_Star) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 22:40
    มารำลึกความหลังให้เมียเขาฟัง อ่ะโถ่...ต้องwantแค่ไหนกันจ๊ะถึงได้กล้า หน้าจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสอยู่แล้วค่ะ ด้านxด้าน
    #3644
    0
  5. #3631 palmisvip (@palmisvip) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 22:12
    กรี๊ดดดดด
    #3631
    0
  6. #3597 ggjdtgf (@ggjdtgf) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 12:26
    ถ้าเราเป็นลิซ่าน่ะตบตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเเล้ว โมโหมาก
    #3597
    0
  7. #3534 khamonlak (@khamonlak) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 03:43
    เกลียดฮโยรินอ่ะ5555555555
    #3534
    0
  8. #2166 Shino88 (@Shino88) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:28
    ลุ้นมากกกกกกกก ไม่ชอบฮโยรินเลย
    #2166
    0
  9. #1134 AOMSINBLOOM (@AOMSINBLOOM) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 20:49
    คุณสามีจัดการเลยค่ะ
    #1134
    0
  10. #815 toonwayawy (@toonwayawy) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 22:23
    ค้างสุดดดดดด งื้อออ
    #815
    0
  11. #814 Ms.Fueng (@fueng-baborjung) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 21:01
    คุณสามีกลับมาแล้ว อิอิ
    #814
    0
  12. #813 kanom_tome (@kanom_tome) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:50
    ต๊ายตายย สามีเขานั่งอยู่ตรงนั้นค่ะนังหนู 555 ชอบมากก รอนะคะ
    #813
    0
  13. #812 Birisine (@flannies11) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 20:39
    อยากให้อัพทุกวัน ใจจะขาด 55555555
    #812
    0
  14. #811 CLOTS (@xylopohon) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 13:40
    เอาละคะ จัดการแทนลิซ่าด้วยนะคะคุณยุน ก่อนที่อิชั้นจะโมโหโกรธาแทนยัยแมวไปมากกว่านี้
    #811
    0
  15. #808 BlinKkaaa (@BlinKkaaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 07:47
    ต่อเร็วๆน้าาาาา
    #808
    0
  16. #807 pigletpnp. (@Phanniphaksw) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 07:04
    มาต่ออออออ
    #807
    0
  17. #806 nuhava13 (@nuhava13) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 07:00
    ควันออกหูเลยปรี้ตตตตตตต!!ร้ายจริงๆ
    #806
    0
  18. #805 POOKIELK (@POOKIELK) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 06:11
    ตัดจบแบบนี้ฆ่ากันชัดๆเลยอ่ะ-3-
    #805
    0
  19. #803 feam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 04:27
    อ้าาา ค้าง อยากอ่านต่อแล้วอ้าไรท์ อยากรู้ว่าจะเป็นไงต่อ รีบมาต่อนะคะ ><
    #803
    0
  20. #802 BingZoo (@BingZoo) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 03:59
    มาต่อเร่วววววว
    #802
    0
  21. #801 zestning94 (@zestning94) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 02:11
    มาเลยยุนกิ มาเคลียร์เดียวนี้เลย เดียวน้องคิดมากอีกกกกกกกกกกกกกกกกเด้ออออออออออ
    #801
    0
  22. #800 karaneewangsri (@karaneewangsri) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 01:12
    ง่าาาาเย้ยึนกิมาแร้วลุ้นนนน
    #800
    0
  23. #799 swangg (@swangg) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 00:29
    ทำยัยลิซของเราเข้าใจผิดอีกเดะปั๊ด //อินๆ555555555
    #799
    0
  24. #798 tammy23 (@tammy23) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2560 / 00:19
    so far away ของจริงเลยค่ะไรท์ช่างค้างมั่กๆฮือออออออออรีบมาปัลลีปัลลีนะไรท์
    #798
    0
  25. #797 Jawpim (@jpgirl6010) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 23:58
    ฮโยรินเธอนี่มันนน่าตบจริงๆโมโหแทนลูกสาว
    #797
    0