Fic lost child (TchallaxErick) - รีไรท์ -

ตอนที่ 8 : Lost child ep8(รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    29 เม.ย. 61


ชาววากันด้ามีความเชื่อมาตั้งแต่โบราณว่าผู้เกิดเป็นโอเมก้าในอดีตชาติเคยเป็นข้ารับใช้ของเทพีบาสต์ แอลฟ่าคนหนึ่งจะตามหาโอเมก้าผู้เป็นคู่พรหมลิขิตเจอได้ก็ต่อเมื่อแอลฟ่าคนนั้นทำให้เธอไว้วางใจ มอบบริวารของเธอไว้กับเขา  และหากผู้ใดกล้าทำผิดหักหาญน้ำใจของข้ารับใช้ของเธอไม่ช้าก็เร็ว ผู้นั้นจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์

.

ทีชาล่าเองก็เชื่อเช่นนั้น เมื่ออรุณแรกของฤดูใบไม้ผลิ ไม่ได้มาพร้อมความหวัง ก็คงไม่มีคำอธิบายใดสามารถช่วยปลอบประโลมหัวใจซึ่งกำลังบอบช้ำแสนสาหัสได้เท่ากับว่ามันเป็นการกระทำของเขาเอง

.

เตียงนอนข้างเขาบัดนี้ไม่มีเอริคที่เขาเคยผูกพันด้วย และในขณะเดียวกันก็ไม่มีจอมวายร้ายผู้มุ่งหวังเข้าช่วงชิงบัลลังก์ ความทรงจำของเอริคไม่ได้หายไปแค่ช่วงระยะเวลาฮีท แต่ฤทธิ์ของยายังทำให้โอเมก้าหนุ่มสูญเสียกระทั่งความแค้นซึ่งเป็นแรงผลักดันตัวเองมาทั้งชีวิต

.

เอริคคนใหม่ที่ตื่นขึ้นมาแทบไม่เหลือความรู้สึกอะไรให้กับเขาเลย เขายอมโดนเกลียดไปชั่วชีวิตเสียยังจะดีกว่า เพราะอย่างนอกถ้าเราเกลียดใคร คนๆ นั้นก็ยังอยู่ในความคิดความทรงจำของเราไม่ใช่หรือ?

.

ทีชาล่าใช้เวลาอยู่หลายวันกว่าจะเลิกหลอกตัวเองว่าเขากับเอริคจะไม่ได้นอนข้างกันอีกต่อไป และใช้เวลาอีกเป็นสัปดาห์ เพื่อจะก้าวไปข้างหน้า หลังสภาลงความเห็นว่าจะไม่มีการบอกความจริงใดๆ หรือกระตุ้นให้เอริคให้นึกถึงอดีตเพื่อความปลอดภัยของวากันด้า ซึ่งนั้นหมายความว่าข้อเสนอเรื่องการหมั้นย่อมถูกยกเลิกไปด้วย….

.

มือหนากำถุงมือไหมพรมแน่น แม้กลิ่นจะเจือจางลง แต่ความรู้สึกยังคงอยู่เต็มเปี่ยม ทีชาล่าไม่อาจรู้ได้เลยว่าการลงโทษนี้จะสิ้นสุดเมื่อไร หรือบางทีเขาอาจถูกลงโทษไปชั่วชีวิต

.

ดวงตาสีเข้มเหม่อมองลงไปข้างล่าง ดูน้องชายของเขาซ้อมต่อสู้กับทหารคนอื่นด้วยความเศร้าหมอง สติปัญญาและพละกำลังของเอริคปรากฏเป็นที่ประจักษ์  ไม่มีโอเมก้าคนไหนเหมือนเอริคเพราะเด็กคนนี้คือคำนิยามของโอเมก้าที่ไม่ต้องการคู่แอลฟ่า…หรืออีกนัยก็คือไม่ต้องการเขา… การสกัดกั้นความรู้สึกที่มันลึกซึ้งเกินพี่น้องไปแล้วมันช่างยากลำบากนัก แต่ในความเจ็บปวดนั้นก็มีส่วนเสี้ยวของของเรื่องน่ายินดีอยู่ หากเอริคเป็นเหมือนโอเมก้าทุกคนที่ต้องพึงพาแอลฟ่า หากภายภาคหน้าเกิดสงคราม เขาเป็นอะไรไปคงตายตาไม่หลับ

.

“แม่งเอ๊ย” เอริคล้มลงกระแทกพื้น แรงเฉือนจากอุบัติเหตุระหว่างการฝึกซ้อม ทำผิวหนังสีเข้มเป็นแผลถลอกยาวตั้งแต่ต้นแขนถึงข้อศอก ทีชาล่ากำถุงมือไหมพรมแน่นจนนิ้วมือซีดขาว เขาพยายามข่มสัญชาตญาณให้สงบ เจ้าเสือดำตัวใหญ่ร้องคำรามอย่างเกรี้ยวกร้าดสั่งเขารีบลงไปปกป้องคู่ของตน

.

‘หยุด’ เขาบอกกับตัวเอง เมื่อไม่สามารถเรียกกันว่าคู่ได้อย่างเต็มปาก เมื่อเอริคพยายามยืนด้วยตัวเอง สิ่งที่เขาควรทำคือการสนับสนุน เขาเฝ้ามองน้องชายลุกขึ้นโต้กลับ เอริคพลิกกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบอย่างน่าประทับใจดังสมญานามคิลมังเกอร์

.

“เก่งมากน้องข้า”กษัตริย์หนุ่มตบมือเสียงดัง ขณะเดินสาวเท้าเข้าไปสำรวจแขนข้างที่บาดเจ็บทันทีที่พบว่าการประลองจบลง “แต่จะเก่งกว่านี้ถ้าสามารถชนะโดยไม่มีแผล”

.

“ฝ่าบาท กระหม่อมไม่รู้ว่าท่านจะเสด็จมาจึงไม่ได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้” โอโคเยรีบคำนับแสดงความเคารพ เขาโบกมือให้เธอเล็กน้อยเป็นสัญญาบอกให้ทำตัวตามสบายไม่ต้องมีพิธีรีตอง

.

“เล็กน้อยน่า ตอนฝึกที่สหรัฐผมคลานต่ำจนขากางเกงถลอกไปตั้งหลายตัว ทหารของท่านพี่หย่อนยานวินัยชะมัด เพราะแบบนี้ไงล่ะ เมื่อสัปดาห์ก่อนเลยมีคนลอบเข้ามาในวังได้” เอริคบ่น เขาใช้เวลาไม่นานหลังฟื้นจากฮีทเข้ามากลมกลืนกับหน่วยองครักษ์และทหารในวังได้อย่างดีเยี่ยม ถ้าว่างเมื่อไรก็มักจะชวนมาซ้อมอยู่บ่อยครั้ง

.

“งั้นพี่ต้องตบรางวัลให้ครูฝึกพิเศษคนขยันสักหน่อยแล้วมั้ง” พระราชากล่าวพลางหัวเราะ พอท่าทีของเอริคเริ่มผ่อนคลายลงจากการต่อสู้ เขาจึงฉวยโอกาสนั้นค่อยๆ เอื้อมไปแตะดูแขนข้างที่มีแผล “เมื่อกี้คือศิลปะการต่อสู้แบบผสมใช่ไหม?”

.

“ใช่ อยากลองมาซ้อมด้วยกันไหมล่ะ” โอเมก้าอายุน้อยกว่าเอ่ยชวน  การต่อสู้แบบ Mixed martial art หรือ MMA ที่ทีชาล่ากล่าวถึง คือการต่อสู้ที่รวมเอาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงเข้าไว้ด้วยกัน อย่างเช่น มวยไทย มวยสากล ยูโด มวยปล้ำ ซึ่งทหารรับจ้างหลายนายมองว่าศาสตร์การป้องกันตัวดังกล่าวเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะมีการหลอมรวมทักษะการต่อสู้ด้านต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วนทั้งเทคนิคการปะทะ การจับยึด การป้องกัน ซึ่งในโลกความจริงนอกสังเวียนที่ไร้กติกา ใครสู้ได้หลากหลาย ใครมีไหวพริบแก้ปัญหาได้ไวก็ยิ่งได้เปรียบคู่ต่อสู้

.

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ค่อยว่างสักเท่าไร” แอลฟ่าหนุ่มโกหกเพราะรู้ดีว่าใจตัวเองยังไงก็สู้คนตรงหน้าไม่ไหว ถ้าน้องชายบ่นเจ็บนิดเจ็บหน่อยเขาก็ยกมือยอมแพ้แล้ว

.

“แผลที่มือนี่ได้มาอย่างไร เมื่อตอนเรากินข้าวเย็นกัน พี่เหมือนยังไม่เห็นแผลนี้เลย”

.

“ก็…” เอริคนิ่งไปชั่วครู่ ด้วยลังเลว่าควรโกหกหรือพูดความจริงออกไปดี “ก็ทหารของพี่บางทีเหมือนสู้แบบเกรงๆ ผมเลยไปฝึกกับพวกใต้ดิน พวกนี้มันหนี้เยอะ สู้ด้วยแล้วสะใจ ใส่กันเต็มที่ตายเป็นตาย ไม่ตายในสังเวียน เดินออกไปก็ตายด้วยลูกปืนจากเจ้าหนี้”

.

“สู้มือเปล่าแต่ได้แผลขอบเรียบ?” ทีชาล่าข่มอารมณ์ไม่ให้แสดงความเป็นเจ้าของมากเกินไป บาดแผลคือสิ่งสะท้อนเรื่องราวในอดีต การมีแผลขอบเรียบก็แสดงว่าวัตถุที่กระทำต้องเป็นของมีคม

.

“ผมสู้กับพวกใต้ดิน ไม่ใช่เล่นขายของแบบอนุบาลหมีน้อย พวกขี้แพ้ชวนตีมีเป็นธรรมดา” โอเมก้าหนุ่มขมวดคิ้วเถียง คนเป็นห่วงก็ไม่ได้ถือสาอะไรเพราะถือว่าตัวเองก็เริ่มถามก้าวก่ายเกินพี่น้อง ทุกคนล้วนมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง เขาต้องลบขอบเขตในความทรงจำ แล้วมาเริ่มหาขอบเขตความสัมพันธ์ใหม่

.

“แล้วพี่ขอทำแผลที่แขนให้ได้ไหม ไหนๆ เจ้าก็ฝึกทหารให้พี่ฟรี พี่ก็ควรมีสวัสดิการดีๆ ให้เจ้าบ้างดีไหม”ถึงไม่ใช่แผลใหญ่อะไร แต่ก็อยากดูแลให้เหมือนช่วงฮีท

.

“ตามใจสิ อยากทำก็ทำ” อดีตทหารสหรัฐยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ ทว่าใจของพระราชากลับมีความสุขเหลือล้น มันเป็นความสุขอย่างแท้จริงในรอบหลายสัปดาห์ของเขาหลังการสูญเสียครั้งใหญ่

.

ทีชาล่าใช้น้ำสะอาดล้างเศษดินออกอย่างเบามือ กลิ่นกายอ่อนๆ ของดอกไม้ป่ากระตุ้นให้แอลฟ่าหนุ่มคิดถึงวันคืนระหว่างพวกเขา ทุกๆ สัมผัสยังคง ตราตรึงราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แม้ความทรงจำพวกนั้นมันอาจจะไม่เหลือในความทรงจำของเอริคแต่เขาก็ยังอยากเก็บภาพพวกนั้นไว้

.

‘ถ้าผมลืมแล้วเรากอดกันอีกครั้งไม่ได้เหรอ’ คำพูดของใครบางคนแจ่มชัดขึ้นในห้วงคำนึง มันอาจดูบ้า เราจะเก็บสิ่งที่ทำให้เจ็บไว้ทำไม แต่เพราะมันสำคัญมากเขาจึงยอมเจ็บเพื่อเก็บมันไว้ หากความแค้นทำให้เอริคก้าวเดินจากโอ๊คแลนด์จนมาถึงตรงนี้ ความโหยหา ใฝ่ฝันอยากเจอครึ่งหนึ่งของชีวิตก็ทำให้เขาก้าวเดินจากเจ้าชายน้อย ขึ้นมาเป็นพระราชา เอริคเป็นส่วนหนึ่งของเขามาตลอด นานยิ่งกว่าเจ้าตัวจะคาดคิดเสียอีก

.

“ไม่คิดว่าพี่จะทำแผลให้จริง” เอริคเอ่ยขึ้นถามกลางความเงียบ

.

“ทำไม?” กษัตริย์แห่งวากันด้าเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

.

“เพราะพี่เป็นแอลฟ่าไงล่ะ ที่นี่ก็มีเรื่องแปลกเยอะ ให้โอเมก้าเข้ามาทำงานในวัง ไม่มียาระงับฮีท ถ้าเป็นที่ที่ผมมา พวกแอลฟ่าแม่งโคตรหยิ่ง พวกเขาไม่มีทางมาทำแผลหรอก เพราะเขามองว่าอะไรพวกนี้เป็นหน้าที่ของโอเมก้า”

.

“งั้นก็แปลว่าพวกเขาสิแปลก แค่ทำแผลจำเป็นต้องแบ่งด้วยว่าเป็นหน้าที่ใคร พี่ทำเพราะพี่อยากทำ พี่ทำเพราะมีความสุขก็เท่านั้น”

.

“ความสุข?”

.

“ใช่ เวลาคุยกับเจ้า ดูเจ้าซ้อมพี่ก็มีความสุขนะ” เส้นทางของพวกเขาอาจไม่มีโอกาสได้มาบรรจบกันอีกเป็นครั้งที่สอง แต่อย่างน้อยเป็นเส้นคู่ขนานก็ไม่ได้เลวร้ายเพราะอย่างน้อยเขาจะได้อยู่ข้างๆ กับคนที่เขาแอบรัก

.

“เจ้าเคยสงสัยไหมว่าทำไมฟ้าถึงกำหนดให้แอลฟ่ามีความสามารถหลายอย่างเหนือกว่าโอเมก้า เขาไม่ได้ต้องการให้เราแบ่งแยกชนชั้น หรือกดขี่ใคร พวกเขาให้เราแข็งแกร่งเพื่อปกป้องสิ่งที่เรารัก การได้ดูแลโอเมก้าที่ตัวเองรักถือเป็นเกียรติสูงสุดของแอลฟ่าเลยรู้ไหม”

.

“ความคิดของพี่พิลึกแบบสุดกู่… แต่ก็ใช่ว่าผมจะเกลียดพวกพิลึกนะ” หัวใจของทีชาล่าถูกสะกดให้หยุดเต้น ทุกๆอย่างรอบข้างหยุดลงตรงนั้น ราวกับว่ารอยยิ้มของเอริคได้รายเวทมนตร์ประหลาดออกมา

.

คนที่เขารัก…หายไปแล้วจริงๆ เหรอ…เทพีลงโทษเขา…หรือนางแค่อยากมอบบททดสอบบ้างอย่างให้…ถ้าลองเปลี่ยนมุมมองดูดีๆ การถูกลืมไม่ได้แปลว่าพวกเขาจะกอดกันอีกครั้งไม่ได้ เหมือนที่เอริคเคยพูดเอาไว้ มันขึ้นกับว่าเขาจะกล้าลองเจ็บอีกรอบไหม  ถ้าไม่ทำใจให้กล้า…เข้าไปเสี่ยงอันตรายอีกครั้งคงไม่ได้คำตอบ…เพราะทุกอย่างบนโลกล้วนมีเงื่อนไขและข้อแลกเปลี่ยน

.

“ดูเฉยๆจะไปมีความสุขได้ไงพิลึกคนชะมัด”ความรู้สึกบางอย่างเริ่มซ้อนทับกับภาพในอดีต เสียงหัวใจของทีชาล่าบอกให้เขารีบคว้ามันเอาไว้

.

“เมื่อไรจะเบื่อ” ทีชาล่าชะงักขณะกำลังเล่าเรื่องแแผนการช่วยเหลือและจัดหาที่อยู่ใหม่ให้ผู้ลี้ภัย

.

“เมื่อสักครู่เจ้าพูดกับพี่หรือ?” พระราชาถามย้ำ

.

“เออ ในห้องของมีแค่ฉันกับแก แกคิดว่าฉันจะพูดกับใครล่ะ ฉันถามว่าเมื่อไรแกจะเบื่อ เมื่อไรจะเลิกมาหาฉันเสียที  ไม่เหนื่อยรึไง” เอริคถามด้วยความหงุดหงิด  รอยคล้ำใต้ตาของพระราชาแห่งวากันด้าทำให้เขารู้สึกรำคาญใจยิ่งนัก เมื่อวานเพิ่งไปประชุมต่างประเทศมา พรุ่งนี้ก็ต้องไปอีก ทำไมต้องมาหา เหตุใดต้องพยายามขนาดนี้เพียงเพื่อให้เขายอมเอนอ่อน

.

“ก็จนกว่าเราจะปรับตัวเข้าหากันได้”

.

“เหรอ? จะพยายามทำต่อทำไมในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าวันนั้นไม่มีทางมาถึง”

.

“ก็ไม่รู้สิ ลองคิดแบบนี้ไหม ดวงจันทร์โคจรรอบโลกมาก็นาน ยังมิอาจได้เข้าใกล้โลกเลย ต่อให้พี่มองใครบางคนทั้งชีวิตยังไม่ได้เท่าเสี้ยววินาทีที่ดวงจันทร์เฝ้ามองดูโลกไม่ใช่เหรอ จะรีบเบื่อไปทำไม”

.

“เปรียบเทียบได้น้ำเน่าเป็นบ้า”

.

“ก็คงแบบนั้น” ดวงตาสีเข้มจ้องสบเข้าไปในดวงสีเดียวกัน ค้นหาส่วนเสี้ยวแห่งความหวังอันริบหรี่ มันอาจจะมีหรือไม่มี แต่อย่างไรเสียเขาจะจุดมันขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยตัวเอง

.

“พรุ่งนี้พี่จะเดินทางไปประชุมที่อเมริกา”เขาเกริ่นออกมาเสียก่อนสมองจะประมวลสั่ง สัญชาตญาณกู่ร้องให้คว้าโอกาสเบื้องหน้าไว้และอย่าปล่อยให้หลุดมืออีกเป็นครั้งที่สอง

.

.

“เจ้าอยากจะไปเป็นบอดี้การ์ดให้พี่ไหม”

.

.

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น