Fic lost child (TchallaxErick) - รีไรท์ -

ตอนที่ 4 : Lost child ep4 (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 312
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    27 เม.ย. 61

“เกิดอะไรขึ้นโอโคเย” ทีชาล่าถามอย่างร้อนรน เขาตัดสินใจละทิ้งการประชุมทันทีที่ทราบข่าวว่าเชลยคนสำคัญ มีอาการป่วย และแสดงท่าทางก้าวร้าวอย่างรุนแรง

.

“โปรดทอดพระเนตรมองเองด้วยตัวเองเถิด” หัวหน้าหน่วยองครักษ์ตอบขณะเดินนำทางไปยังห้องคุมขัง

.

“เอริค” อดีตมือสังหารหันมองตามเสียงเรียก ดวงตาสีเข้มสบประสานกัน กลิ่นเย้ายวนซึ่งมีเพียงแอลฟ่าเท่านั้นที่จะสามารถรับรู้ได้ฟุ้งกระจายไปทั่ว

.

เช้าวันนี้จากัวร์หนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยอาการครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างรุนแรง ลำคอแหบแห้งราวกับคนขาดน้ำมานานเป็นแรมปี เขาเดินไปเดินมาเป็นวงกลมในกรงด้วยความกระวนกระวาย รู้สึกไม่ปลอดภัย และโหยหาบางสิ่งจนดูคล้ายคนวิกลจริต พอผู้คุมเบต้าเข้ามาใกล้ ก็ปาถาดข้าว และคำรามใส่

.

”พี่” สรรพนามที่ไม่เคยยอมใช้ถูกเรียกขานออกมา เชลยอันตรายเดินเข้ามาประชิดซี่กรงเป็นครั้งแรกด้วยอาการเหม่อลอย ไร้สติ ราวกับถูกสัญชาตญาณครอบงำจนเกือบสมบูรณ์

.

เจ้าหน้าที่รอสส์เบิกตากว้าง ก่อนหันไปมองซูริที่อยู่ข้างๆ ทว่าใบหน้าของหญิงสาวที่ตกใจไม่แพ้กันก็เป็นการยืนยันความบริสุทธิ์ใจเรียบร้อยแล้ว เขาแอบเกี่ยวมือเธอมาบีบไว้ เขารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปกับเอริค  ถึงแม้คนไม่ใช่คนลงมือทำ แต่เป็นคนอื่นก็ไม่ได้บรรเทาความรู้สึกเจ็บหน่วงในอกให้น้อยลง

.

“ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้” พระสุรเสียงทุ้มเปี่ยมเมตตากรุณา แปรเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราด เจ้าหญิงน้อยสะดุ้งตัว ทีชาล่าเป็นคนจุดเดือดสูง ตั้งแต่ซูริจำความได้เธอไม่เคยเห็นพี่ชายโกรธใครขนาดนี้ ความโกรธในใจของทีชาล่าตอนนี้คงแทบเผาทั้งพระนครให้มอดไหม้เป็นเถ้าธุลี

.

“ข้าถามว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้”

.

“ลูก…สงบสติอารมณ์ลงก่อนเถิด” พระมารดากล่าวตักเตือนให้โอรส  บุญธรรมตั้งสติ ในฐานะผู้ปกครองฝ่ายในของวังหลวงมาหลายสิบปี เธอ รู้ดีว่า   การรักษาภาพลักษณ์ให้พระราชาสำคัญขนาดไหน เมื่อมีผู้ขัดขืนปรากฏตัว ต้องมีใครสักคนทำให้ธรรมเนียมเก่าแก่ดำเนินต่อไป การกระทำอุกอาจในครั้งนี้อาจไม่ใช่ฝีมือผู้คิดหลายเสมอไป

.

“ไม่ท่านแม่” ทีชาล่าปฏิเสธอย่างเด็ดขาด เกียรติและความรู้สึกของเอริคมีค่าสำหรับเขาเสียยิ่งกว่าพวกประเพณีระยำพวกนั้น

.

“มาแตะต้องคู่ของลูก ทำให้เขาต้องอับอายหน้าผู้อื่น ต่อให้เอาเลือดของมันมาล้างเท้าก็ยังไม่สาสม ไล่ทหารแอลฟ่าออกจากวังให้หมด แล้วเรียกพวกเบต้ามาทำงานแทน ใครที่มีส่วนเกี่ยวของกับมื้อสุดท้ายของเอริคให้ขังแยกไว้ก่อนจนกว่าข้าจะเข้าไปสอบสวนด้วยตัวเอง”

.

ทหารชั้นปลายแถวรีบโค้งคำนับ ก่อนรีบพากันเดินออกจากห้องคุมขัง กลิ่นดอกไม้ป่ากำลังเร่งเร้าแรงอารมณ์ให้โหมกระหน่ำ กษัตริย์หนุ่มคิดอะไรไม่ออกนอกจากเรื่องการปกป้องคู่ครองของตน

.

ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววโรจน์ ทีชาล่าต้องการสถานที่สำหรับสานสัมพันธ์กับจากัวร์ที่ปลอดภัย และไม่มีแอลฟ่าตัวอื่นเข้ามารบกวน เขาต้องคุมทุกอย่างให้รอบคอบจนกว่าการฮีทจะสิ้นสุดลง

.

“แม่กับน้องก็มิควรอยู่ตรงนี้ ลูกไม่อยากให้แอลฟ่าคนอื่นอยู่ใกล้เขา”

.

การตีตราไม่ใช่แค่จะผูกพันเขากับญาติผู้น้องไปชั่วชีวิต แต่สำหรับชาววากันด้าที่ไม่นิยมการคุมกำเนิด การตีตราไม่เป็นเพียงแค่เรื่องของเขากับคู่ แต่ยังมีหมายรวมไปถึงการสร้างครอบครัว ดังนั้นทีชาล่าจึงต่อต้านการบังคับคลุมถุงชนด้วยยาเร่งมาหลายปี เพราะสงสารโอเมก้าที่ต้องสูญเสียอิสรภาพ แต่ตอนนี้เขากลับจำเป็นต้องยืนอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลม

.

เมื่อทุกคนออกจากห้องไป ทีชาล่ารู้สึกพึงพอใจอย่างยิ่งในความเงียบ ดวงตาของสองผู้ล่าสบประสานสบกันอีกครั้ง โลกทั้งใบกำลังมอดดำลงจนเพียงพวกเขาแค่สอง มันเป็นความรู้สึกที่ผิด แต่ในยามนี้กษัตริย์แห่งวากันด้ากลับ พึงพอใจไปกับความรู้สึกดังกล่าว เขาต้องการแค่เพียงเชลยตรงหน้า และเอริค ก็ต้องการแค่เพียงเขา

.

“พี่ต้องการเจ้า” เขาสั่งพลางเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของเชลยคนสำคัญ สัญชาตญาณความเป็นผู้นำครอบครัวเริ่มขัดแย้งกับจิตสำนึก เสือดำตัวใหญ่ในใจทีชาล่าคำรามอย่างก้าวร้าว มันพยายามกระชากโซ่ตรวนแห่งศีลธรรมให้ขาดสะบั้นเพื่อให้ได้สมสู่กับจากัวร์

.

“แต่ไม่ใช่ตอนนี้”ทีชาล่าแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าครั้งนี้ นักฆ่ามือดีตรงหน้าจะช่วยเขาปราบเจ้าสัตว์ร้าย แต่ดูเหมือนทีชาล่าจะหวังมากไปหน่อย….

.

ให้หันขวาก็หันซ้าย…ให้หันซ้ายก็หันขวา…หวังให้ช่วยหยุดก็กระตุ้นให้บ้าคลั่ง...พรหมลิขิตที่เขาหลงรักทั้งดวงใจ เคยให้ความร่วมมือกับเขาด้วยหรือ…

.

“แต่ฉันต้องการพี่ตอนนี้” อำนาจการตัดสินถูกเยื้อจากมือของทีชาล่า ทุกๆ อย่างดูเหมือนใกล้หลุดจากการควบคุม จากัวร์ตัวแสบยิ้มก่อนหันเลียนิ้วมือของชายผู้สูงศักดิ์เป็นการแสดงภาษากายเพื่อแสดงให้อีกฝ่ายได้ทราบว่าตัวเขาพร้อมสำหรับการใช้เวลาอยู่กับแอลฟ่ามากแค่ไหน

.

เพียงเท่านั้น ทีชาล่าแทบทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์และหน้าที่ทุกอย่าง เพื่อให้ใจได้มีอิสระที่จะรัก และสร้างครอบครัวตามของตนตามที่ใจปรารถนา คำถามว่าพวกเขารักกันจริงหรือเป็นเพียงสัญชาตญาณค่อยๆ  ถูกลบเลือนหายไปด้วยเสน่ห์อันยากจะต้านทาน

.

เอริคโน้มตัวเข้าไปใกล้ซี่กรง ใบหน้าของเขาโน้มเขาหากันเหมือนแม่เหล็ก ราชาผู้สูงศักดิ์เลียริมฝีปากล่างของน้องชายเป็นเชิงร้องขออย่างสุภาพ ก่อนสอดลิ้นอุ่นชื้นเข้าไปเกี่ยวพันตามคำเชิญชวน พวกเขาตวัดลิ้นหยอกล้อกันอย่างช้าๆ ราวกับกับอสรพิษที่กำลังหยั่งเชิงกันและกัน

.

มากกว่านี้..

.

ทีชาล่าคิด แม้ถูกกั้นขวางด้วยกรงเหล็ก ก็ไม่อาจลดความรู้สึกพิศวาสที่เขามีให้อีกฝ่าย  เอริคเริ่มเบียดกายเข้ามาใกล้ขึ้น  กลิ่นกายของอดีตทหารสหรัฐค่อยๆ กร่อนสติของทีชาล่าให้กลายเป็นสีขาวโพลน ความอุ่นชื้นในโพรงปากของเอริคเหมือนยาเสพติดทำให้ราชันแห่งวากันด้าต้องการเสพมากขึ้น

.

มากขึ้นเรื่อยๆ

.

ประตูซี่กรงถูกเปิดออกอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ผิดจากครั้งที่แล้ว  ไม่มีพยัคฆ์ที่มุ่งร้ายจะช่วงชิงบังลังก์กันและกัน มนุษย์ผู้ร่ายรำไปตามเส้นดายแห่งโชคชะตาถูกบั่นทอนสติด้วยฤทธิ์ยาจนลืมเลือนกระทั่งความแค้น

.

ณ ที่นี่มีเพียงแค่ผู้ล่าซึ่งปรารถนาจะอิงแอบกายเข้าหากัน

.

“ตีตราฉัน ทำให้ฉันครางชื่อของพี่”

.

มือซุกซนเริ่มลูบเคลื่อนลงมาจนถึงช่องท้องน้อย สร้างอารมณ์วาบวามให้คนถูกสัมผัสเกินกว่าที่จะเจ้าตัวจะจินตนาการถึง มนุษย์ทุกคนเกิดมาเพื่อตามหาเศษเสี้ยววิญญาณที่ขาดหายไป ทีชาล่าไม่รู้จะพรรณนาความรู้สึกยามได้รับการยอมรับจากคู่พรหมลิขิตนี้อย่างไร แม้เป็นเพียงภาพลวงตา ทว่าพริบตาหนึ่งเขากลับพบความยินดีที่ตนได้มีชีวิตอยู่เป็นครั้งแรกในชีวิต

.

มันช่างเป็นความรู้สึกผูกพันที่ไร้เหตุผล อำนาจความเป็นแอลฟ่าแผ่ซ่านไปทั่วร่าง หัวใจเต้นถี่ระรัว ดังขึ้นและดังขึ้น กระทั่งดังเทียบเท่ากับกลองศึก เสือดำคำรามในลำคอจับ ก่อนร่างของน้องชายหันหลังแล้วกระแทก โอเมก้าหนุ่มกับกรง

.

“อย่ายั่ว” เสียงทุ้มแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยินกล่าวข้างหูอดีตนักฆ่าชื่อดัง  เขาก้มลงจูบลำคอหนา สัมผัสถึงชีพจรใต้ผิวหนังสีเข้ม และกลิ่นกายเข้มฉุนจากต่อมกลิ่น ซึ่งกำลังเรียกร้องให้ฝังเขี้ยวยึดครอง

.

“พี่อยากอ่อนโยนกับเจ้าจนกว่าจะถึงคืนสำคัญของเรา”เอริคคำรามอย่างหงุดหงิด เมื่อได้ยินคำพูดอ่อนแอไม่ได้ดังใจตน ทว่ายังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยวาจาประท้วง เขาก็ถูกจับกระแทกกับกรงขัง กางเกงของโอเมก้าหนุ่มถูกปลดลงมากองบนพื้น มือหยาบดึงรูดรั้งความเป็นชายให้เด็กหนุ่มจากโอ๊คแลนด์  พร้อมๆกับ  เสียดสีสัดส่วนโอฬารเข้าออกช่องหว่างระหว่างขาของเอริคเพื่อระบายความใคร่  น่าสมเพชยิ่งนักทั้งในฐานะแอลฟ่า และพระราชาที่ทำได้เพียงเท่านี้

.

“ถ้าเจ้ามีสติกว่านี้ พี่จะกอดเจ้าจนกว่าสายสัมพันธ์ของเราจะก่อเกิดเป็นของขวัญที่มีเลือดเนื้อ”

.

ลมหายใจอุ่นกระทบหลังใบหู ดวงตาของทีชาล่าหม่นแสงลง ถึงไม่หันหลังกลับไปมอง แต่เขาก็เชื่อว่าใต้หน้ากากพระราชาผู้โอบอ้อมอารี มีอสูรที่หน้ากลัวซ่อนอยู่

.

เอริคแลบลิ้นเลียริมฝีปาก จากัวร์ในตัวของเขาดูเหมือนจะพึงพอใจกับการค้นพบตัวตนอีกด้านของคู่แอลฟ่าอยู่ใช่น้อย เพราะมันเป็นด้านที่ทำให้เขามั่นใจว่าคู่ครองของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน

.

“โดยไม่สนว่าจะเป็นทิวาหรือราตรี พี่จะทำรักจนกว่าเจ้าจะไม่เหลือแรงมาดื้อกับพี่ และอย่าหวังพี่จะหยุดกอดเจ้า ถ้าเจ้ายังไม่รู้ว่าการถูกรักเป็นอย่างไร”

.

กษัตริย์แห่งวากันด้าเอ่ยวาจาสัตย์ ธารน้ำมุกไหลพุ่งออกมาเมื่อถึงจุดปลายของฝั่งฝัน แต่การฮีทยังผ่านไปไม่ถึงวัน จนกว่ามันจะสิ้นสุดลง....ทีชาล่ายังต้องเรียนรู้การควบคุมตัวเองและคนใต้อาณัติของตนอีกมาก

 .

+++++++++++++++++++++

.

“ฝ่าบาท  น้องนำอาหารเช้าที่เหลืออยู่ของเอริคไปตรวจสอบแล้ว พบว่ายากระตุ้นที่ผสมไปในอาหาร เพราะไม่ใช่ยากระตุ้นพื้นเมืองที่เรารู้จัก แต่เป็นยาเสพติดชนิดหนึ่งที่พวกค้าประเวณีในแถบอเมริกานิยมใช้กระตุ้นให้โอเมก้าเข้าฮีทเพื่อเพิ่มความพึงพอใจให้ลูกค้า” ซูริรายงานผลการทดสอบอย่างเคร่งเครียด

.

“แล้วอีกกี่วันกว่าจะปรุงยาถอนให้เขาได้”ราชันเอ่ยถามพลางมองเอกสารเบื้องหน้า

.

“น้อง…เอ่อ...น้องไม่ทราบ” ซูริอึกอักตอบ มันยากเมื่ออาจะต้องแจ้งข่าวร้ายให้แก่ผู้เป็นที่รัก “น้องไม่สามารถรับปากท่านพี่ได้ว่าจะปรุงมันสำเร็จในกี่วัน บางทีเราอาจจะต้องรอให้เขาหลุดฮีทเอง”

.

“แล้วถ้าเขาไม่หลุดฮีทล่ะ” ผู้ปกปักษ์วากันด้าทุบโต๊ะดังปังเพื่อระงับอารมณ์ นับตั้งแต่เอริคเข้าฮีท สติของเขาเหมือนถูกดึงให้ไปหาคนในห้องบรรทมอยู่ตลอดเวลาจนทำงานราชการแทบไม่ได้ แม้ถูกเฝ้าและลงกลอนอย่างแน่นหนาแต่สำหรับแอลฟ่าหนุ่มก็ยังยากจะทำใจให้สงบ เมื่อคิดว่าตัวเองต้องทิ้งคู่โอเมก้าที่ยังไม่ได้ตีตราให้ทรมานตามลำพังในสภาพเช่นนั้น

.

“ขอร้องเถอะ ซูริ ได้โปรดช่วยเขาจนกว่าจะถึงที่สุด นอกจากเธอแล้วพี่ก็ไม่รู้จะฝากครึ่งชีวิตของพี่ไว้กับใคร”

.

“พี่”เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นพี่ชายผู้เพียบพร้อมคนนั้นยอมทิ้งศักดิ์ลงมาคุกเข่าต่อหน้าเธอเป็นครั้งแรกในชีวิต มือใหญ่คว้ามือทั้งสองข้างของน้องสาวมากุมเอาไว้

.

“พี่ขอร้องด้วยศักดิ์ศรีทั้งหมดของพี่ พี่ไม่อยากให้เขาเป็นแบบนี้ กรงเล็บของพ่อไม่เพียงพรากโลกทั้งใบของเขาไป แต่พวกเรายังช่วงชิงตัวตนจากเด็กน่าสงสารคนหนึ่ง เมตตาสงสารในสิ่งที่เขาเป็นเถิดซูริ ไม่ว่าใครจะว่าร้ายพี่อย่างไร เธออย่าได้ชิงชังกำแพงที่เด็กหลงทางสร้างขึ้นสร้างเพื่อปกป้องตัวเอง"

.

.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #1 Phatx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 เมษายน 2561 / 22:11
    สงสารน้องแม่เป็นคนทำหรอพี่อยากข่มขื่นน้องนะฮื้ออ
    #1
    1
    • #1-1 NancyChinamon(จากตอนที่ 4)
      6 เมษายน 2561 / 22:17
      ตอนต่อไปเดี๋ยวจะมีเฉลยค่ะ TT เขียนเองก็สงสารน้องเอง
      #1-1