ตอนที่ 8 : #8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 94
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ต.ค. 61

#8

          ตอนนี้ผมยืนอยู่ที่ห้องไอ้พี่มัน จะเคาะก็ไม่เคาะ เลยจะไลน์ไปบอกมัน แต่ก็ไม่กล้า งงกับตัวเองมากแต่สุดท้ายก็จะเคาะแต่ไอ้พี่มันเปิดประตูออกมาพอดีในสภาพบอกเซอร์ เสื้อกล้ามสีขาว ตอนนั้นผมตกใจมากไล่มันไปใส่เสื้อก่อนแล้วค่อยออกมา ไอ้พี่มันก็ตกใจไม่แพ้กัน แต่เป็นใครก็ตกใจแหละครับ มีคนมายืนอยู่หน้าห้อง มีแค่ผีกับเจ้าหนี้แค่นั้นแหละ .........

 

          “เห็นหมดเลยอ่ะดิ”

 

          “เห็นเชี่ยไรพี่เตอร์ แก้ผ้าเถอะถ้าใส่น้อยงั้นอ่ะ”

 

          “ทำยังกับไม่เคยแก้ผ้าตอนอยู่ห้องงั้นอ่ะ”

 

          มันทำท่าจะถอดเสื้อ ผมก็ใจดีสู้เสื้ออีกแล้วครับท่าน มันยิ้มลองเชิง แต่พี่มันไม่กล้าหรอก ลึก ๆ มนุษย์ทุกคนก็ขี้อายแหละ โถ่!

 

          พึ่งเคยมาห้องไอ้พี่มันครั้งแรก ห้องสะอาดกว่าที่คิดมาก ถ้าเทียบจากไลฝว์สไตล์แสนจะเซอ มีเปียโนไฟฟ้าวางอยู่ข้างโต๊ะแมคพร้อมกีตาร์ตัว ...... ตัวนั้นแหละ ที่มันหักเองอ่ะ! เออ! กับอีกตัวที่มันซื้อใหม่ ดูท่าทางกำลังจะอัดโคฟเวอร์อยู่ จะบอกว่าวิวมันแตะล้านแล้วครับ ในขณะที่เอ็มวีที่ผมไปถ่ายมายังไม่ถึงห้าแสนเลย!

 

          (แต่เงียบเอาไว้นะ!)

 

          “อ่ะ แล้วมาแล้ว มีอะไรก็บอกมา จะได้รีบกลับ”

 

          ตอนแรกนึกว่าไอ้พี่มันจะลีลาถามคำถามผมอีกสองสามคำถาม อย่างเช่น ไหนว่าไม่อยากมา มาทำไมคิดถึงเหรอ ไม่ถามซั๊กคำ แต่ท่าทางและการเดินมันดูเอือย ๆ  ยังไงไม่รู้ หรือผมไม่ได้นอนเยอะ เลยเห็นทุกอย่างช้าไปหมด ก็ไม่แน่

 

          แต่วันนี้เจอไอ้เฟิร์สพลังงานก็หมดไปแล้วนะ หวังว่าไอ้พี่มันคงไม่หาเรื่องอะไรบ้า ๆ บอ ๆ มาให้ผมอีก

 

          สักพักมันเดินออกมาพร้อมแมวในแขน มันมองหน้าผม ผมมองหน้าแมวแล้วก็มองหน้าไอ้พี่เตอร์

 

          จะบอกว่าแมวตัวมันใหญ่มากครับ ใหญ่จนนึกว่าหนูคาปิบาร่า แล้วเอามาเลี้ยงในที่ที่เค้าห้ามเลี้ยงอะนะ แผนชั่วเกิดขึ้นในหัวผมแล้วตอนนี้

 

          “มันเดินไม่ได้อ่ะ”

 

          “แล้ว ?”

 

          “มึงเรียนสัตแพทย์ ช่วยดูหน่อยดิ มันเป็นอะไรวะ ?”

 

          มันเอาแมวมาวางตรงพื้นตรงหน้า ผมมองหน้ามันสลับหน้าแมวแบบจริงจัง

 

          “ก็เป็นแมว.......”

 

          “น้องมิก .....”

 

          บอกตรง ๆ นะพักหลังเวลาพี่มันเรียกน้องนำหน้าก่อนทีไรมันเหมือนมันมีรังสีอาฆาตร่อนเต็มหัวอ่ะ แต่ผมก็คิดในแง่ดีอย่าง อย่างน้อยไอ้พี่มันก็มีมารยาท เรียกน้องเป็นซะที

 

          “เออ ๆ เดี๋ยวดูก่อน”

 

          เอาจริง ผมก็แค่ไอ้ปีสอง เรียนภายในยังไม่ครบทุกชิ้นเลย แล้วต้องมาวินิจฉัยโรคแมวอ้วนอีกเนี่ยนะ

 

          “แล้วทำไมไม่เอาไปหาหมอ”

 

          “ให้มึงมาดูก่อนไง เผื่อรู้ว่าเซียงมันเป็นอะไร”

 

          ผมหันไปมองหน้ามัน แล้วนึกชื่อ แพนเตอร์ เซียง กันล์ ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่รู้แต่รู้ว่ามันเหมือนกระแสน้ำพัดพาเอาอะไรมากองไว้ตรงนี้ ที่มีความหลากหลายทางอารยธรรมมาก ทำไมชีวิตไอ้พี่มันดูมีอะไรน่าค้นหาอีกเยอะแยะเลยอ่ะ หมายถึงค้นหาความปกติ

 

          ผมจับแมวเซียงจะพลิกไปอีกข้างจนมันร้อง ไอ้พี่มันทำหน้าเจื่อนดูเหมือนจะรักน้องเซียงของมันมาก ผมคลำ ๆ แปบ เอาจริง ๆ คือทำมั่วหมดเลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันต้องตรวจอะไรยังไง ผมเลยอิมโพรไวส์ไปตรงนั้น ทำเป็นรู้ดีกว่าไม่รู้

 

          “พี่รู้ภาษาจีนด้วยเหรอ”

 

          “ทำไม”

 

          “เซียงแปลว่าธูป”

 

          “อ๋อ”

 

          .........

 

          “มันชื่อเขียง แต่พอพิมพ์ไป เพื่อนงง เลยให้มันชื่อเซียง”

 

          ....................................

         

          ....................................

         

          ....................................

 

          แมวหี้ยอะไรชื่อเขี๊ยง อีเขี๊ยงงงงงงงงงงงง

 

          ก่อนตายผมขอจ้างทีมสำรวจตามหาความปกติของไอ้พี่มันแล้วกัน อยู่ในวิชลิสต์ผมอันสองเลย ส่วนอันแรกอ่ะเหรอ

 

          บอกตรง ๆ ผมอยากทำให้คนอื่นยิ้มอ่ะ ไม่รู้ทำไมเวลาเห็นคนอื่นมีความสุขแล้วเค้ายิ้ม ผมก็จะรู้สึกดีไปด้วย มันเหมือนเติมพลังงานเล็ก ๆ ให้ในแต่ละวันเลยนะ

 

          ในขณะที่กำลังตรวจไอ้เขียงอยู่ ไอ้พี่เตอร์มันก็กำลังยิ้ม รู้สึกมีความสุขเป็นบ้าเลยว่ะ

 

          ....... แต่หน้าติดยาแบบไอ้พี่มันอาจจะสูบเนื้อตอนก่อนที่ผมมาห้องก็ได้

 

          คิดอะไรมากวะ!

 

          .............

 

          “เออ รู้ละ”

 

          ไอ้พี่มันดีดตัวขึ้นจากเก้าอี้ตรงมาที่ผมกับไอ้เขียง พร้อมแววตามุ่งมั่นมาก

 

          “.......เอามันไปหาหมอเหอะ ง่ายสุด”

 

          ไอ้พี่มันเบรคเอี๊ยด ผมยิ้มแห้งแบบไม่เห็นฟัน ทำหน้าตาวิงวอนสุด

 

          ..................................

          ...........................

          ..................

          ............

          ......

          ...

          .

 

          ดึกแล้วแต่ยังมีโรงพยาบาลสัตว์เปิดอยู่ ดูท่าทางไอ้พี่มันแพนิกอะไรก็ไม่รู้พูดนั่นนี่เสียงสองกับไอ้เขียง ไอ้เซียงอะไรของมัน ดูท่าจะดราม่าใหญ่โตมาก จนผมแอบรำคาญแทนที่จะสงสาร

 

          แต่เรานั่งรถกันมาไกลเพื่อที่มาฟังหมอบอกว่าไอ้เขียงมันกินเยอะเลยเดินไม่ได้ ให้เจ้าของงดอาหารลงแล้วก็พยามช่วยให้มันเดินด้วย ไอ้พี่มันยิ้มหน้าแห้งบ้าง แต่ก็สมควร ผมลืมบอกว่าอาหารแมวมันยังกับกระสอบข้าวสาร มันเอาเงินที่เล่นดนตรีได้มาเปย์แมวหมดละมั้ง ผมว่า

 

          “เสียเวลามาไร้สาระเยอะละ ผมกลับละนะ”

 

          ไม่ทันรอให้ไอ้พี่มันดึงแขนแบบในละคร ผมรีบเดินไป แต่มันตะโกนเรียกตามสูตร

 

          “ไอ้มิก”

 

          .....................................

 

          “ขอบคุณที่มาไร้สาระด้วยกันนะ”

 

          ไอ้พี่มันยิ้มกว้างจนเห็นรีเทนเนอร์เงิน ๆ และลักยิ้ม

 

          ...........................................

 

          ...........................................

 

          ขอบคุณที่มาไร้สาระด้วยกันนะ...... มันแปลว่าอะไรวะ ผมยังไม่รู้เลย พี่มันจะด่าหรือขอบคุณ แล้วที่ผมนั่งมาด้วยกันนี่ไร้สาระเหรอ เอาจริง ๆ ตอนแรกผมนึกว่าพี่มันจะแค่กวนตีนปกติ แต่พอรู้จักลึก ๆ แล้วเหมือนจะเป็นบ้าจริง ๆ แบบที่ผมคิดเอาไว้ตอนแรก

 

          แต่ก็นะ หลังจากที่หันหลังไปตอนนั้นอ่ะ......

 

          ....... ผมยิ้มเป็นคนบ้าเลยว่ะ .........

 

          (พึ่งเคยโดนชมในรอบปี คิดมาก!)

 

          .......................................

          ..............................

          .......................

          ...............

          .........

          ....

          ..

 

          “อ่ะ คิทแคทสำหรับคนนก ๆ แบบมึง”

 

          หลังจากการรีเทิร์นของฐานวดีตอนนั้น ก็กลับมาคุยกันเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมรู้ดีว่าทั้งผมและไอ้ตูนเองก็ไม่อยากจำช่วงเวลาแย่ ๆ เพราะเจอหน้ากันทุกวันก็รู้สึกว่าหน้ามันก็แย่พอแล้ว!

 

          มันประเคนของหวานทุกสิ่งอย่างมาให้เหมือนเป็นเครื่องบรรณาการ จนกว่าจะครบหนึ่งเดือน มันบอกงี้ แต่ผมเนี่ย ไอ้ที่เข้ายิมไปเล่นจนกล้ามมันใหญ่กำลังจะหายไปเป็นไขมันหมดเพราะของที่มันเอามาเซ่นจริง ๆ

 

          “แล้วพี่กันล์มึงอ่ะ”

 

          “....... กูเลิกคุยตั้งแต่มึงเทตอนนั้นละ”

 

          “เอ้า .... ทำไมมึงไม่คุยต่อ กูไม่ได้ว่าอะไร ไม่งั้นมึงขายกูสูญเปล่านะ”

 

          มันทำนิ่ง วางมาดเข้ม

 

          “มิก”

 

          “.....”

 

          “กูจะบอกว่ากูบอกมึงไม่หมด”

 

          ...........

 

          “กูโทรไปหามึงแต่มึงก็ตัดสายกูตลอดอ่ะ กูมีอะไรจะพูดอีกนะ”

 

          ...........

 

          มันกระซิบกระซาบผ่านผมทรงหมวกกันน็อค

 

          “กูไม่ได้ชอบพี่เค้า กูชอบน้องเค้า”

 

          เคยเห็นแผงวงจรไฟฟ้าไหมครับ ผมจะบอกว่านั่นคือชุดฐานความคิดของฐานวดี ไม่มีใครหยั่งรู้ได้ว่ามันกำลังทำอะไร ถ้าจะอ่านความคิดมันออกต้องอ่านโค้ดเป็นอ่ะ กับมีอีกอย่างคือถามหมอดู แต่ไม่แน่มันก็บียอนด์หมอดู คือไม่มีใครรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่

 

          แต่พูดไปตอนนั้นผมก็ใจร้อนจริงแหละ ที่มันจะพูดแล้วก็ตัดสายทิ้งตลอด

 

          มันเล่าว่าหลังจากวันที่ตีกันกับมันครั้งนั้น พี่กันล์ก็หายไปจากวงโคจรเลยนะ แต่โชคดีที่มันฮุคน้องพี่เค้าเอาไว้ได้ก่อนจะหลุดคอนแทคพี่กันล์ไป สรุปใครร้ายสุด ผมตอบได้มั่นใจมากตอนนี้ เวลานี้

 

          มันยิ้มแล้วยื่นไอจีน้องเค้าให้ดู หน้าเหมือนพี่มาก แต่ออกแนวจีนกว่าหน่อย แต่ดูแล้วฐานวดีมันจะชอบน้องพี่เค้ามากกว่า น้อง......อะไรเนี่ย ..... กอล์ฟ เออ ชื่อปกติกว่า ไม่ใส่วรรณยุกต์ผิดที่ ดีมาก!

 

          เออ แต่ผมก็พึ่งมาสังเกตจริง หลังจากวันนั้นเห็นพี่กันล์น้อยมาก แทบจะไม่เห็นเลย แต่ก็ช่างเถอะ เค้าอาจจะไม่ค่อยติดโซเชี่ยลแหละ

 

          แต่จะบอก ตอนนี้ ในโซเชี่ยลออนไลน์โดนคิ้วคุกคุมทุกพื้นที่ละฮะ อิอิอิอิอิ

 

          มีทั้งกระแสดีและไม่ดีบ้าง แต่ผมก็ไมได้ใส่ใจหรอกนะ เพราะสนใจแต่มูลค่าเงินมากกว่าตอนงานเข้าแต่ละรอบอย่าหาว่าผมจนเลย แต่งานยิ่งเยอะยิ่งดี ผมอยากเอาเงินไปคืนไอ้พี่มันเต็มทนละ จะได้เลิกเห็นหน้าคร่าตากันซักที!

 

          งานเยอะจนลืมเรื่องซิ่วไปเลยครับ แต่ก็ชั่งใจอยู่ ถ้าเกิดผมไปเรียนนิเทศ สามารถแบ่งเวลามาทางงานนี้ได้สบายเลย และจัดเวลาง่ายกว่าตอนเรียนสัตวะอีกนะ เอาเป็นว่าผมขอพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อน แล้วก็โฟกัสกับปัจจุบันดีกว่า เพราะว่า ไอ้เฟิร์ส มันอยู่ตรงหน้าผม ตรงนี้ ตอนนี้ ในห้องฟิตติ้ง

 

          “ไอจีบ้านมึงเค้าเอารูปกูกับมึงลงอีกละ”

         

          มันยื่นให้ผมดู ผมมองตาม แต่ที่จริงชำเลืองมองหน้ามันที่เกยอยู่บนไหล่ผมตอนนี้ ผมยืนแข็งทื่อเป็นศพเลย

 

          นึกถึงวันตอนแรก ๆ ที่เจอไอ้พี่เตอร์ในบริค ที่มันกอดผมจากด้านหลัง ตอนนั้นถึงเมาแต่ก็รู้สึกว่ามันก็.....อบอุ่นดีนะ คิดถึงตอนนั้นชิบหายเลย

 

          แล้วอยู่ดี ๆ ไอเฟิร์สมันก็กัดแขนผม มันถ่ายสตอรี่อีกแล้ว มันยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมมองหน้ามันนิ่ง ๆ แวบนึง แล้วก็ ..... ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่รู้นะ ผมหอมแก้มมันไปหนึ่งรอบ มันตาเหวอมากเหมือนจะหลุดออกมานอกเบ้า ผมมองหน้ามันนิ่งแล้วเดินไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

          ไม่เห็นรู้สึกอะไรกับผู้ชายเลย .......... เอ้อ แล้วผมจะไปรู้สึกกับไอ้พี่เตอร์มันได้ยังไง ในเมื่อเมื่อกี้กับไอ้เฟิร์สยังรู้สึกเฉย ๆ เลยว่ะ

 

          “อีเชี่ยมิก!!

 

          “เออ กูลองแล้ว เฉย ๆ”

 

          “ไม่ กูหมายถึงถ้ามึงทำแบบนั้น เฟิร์สเค้าไม่คิดมากเหรอวะ”

 

          “จะคิดมากอะไรวะ ในเมื่อกูยังไม่คิดมากเลย”

 

          “มิก มึงอย่าเอาความรู้สึกคนอื่นมาเป็นของเล่นดิ”

 

          “กูแค่อยากรู้ว่ากูชอบผู้ชายจริง ๆ หรือเปล่า”

 

          “เอ้า มึงชอบใคร ?”

 

          ฐานวดีมันวางส้อม จิบน้ำเปล่าหนึ่งอึก มองหน้าผม ซีนนี้มันสวยมากครับเพราะไฟร้านบอนชอนสยามเซ็นเตอร์ แต่สวยยังไง เจอสายตานี้ของมันอีกแล้ว ผมเลิ่กลั่กทุกที

 

          “เออ..... เฟิร์สไง”

 

          “ตอแหล!

 

          .................

 

          “ฮัลโหลค่ะ พี่เตอร์ มิกมันบอกว่าชอบพี่เมื่อกี้”

 

          ผมตกใจเอี้ยวตัวไปคว้าโทรศัพท์ มันให้มาอย่างง่ายดายไม่มีทีท่าขัดขืน ผมหงายจอมาดู มันไม่ได้โทรออก การแสดงนี้มันไปเรียนมาจากไหน

 

          “มึงชอบพี่เค้าจริงเหรอ”

 

          “เออ... ตัวเค้าอุ่นดี”

 

          “อีมิก!!!!! อรั้ยยยย”

 

          มันบิดทิชชู่จนขาดเพราะนึกว่าผมไปได้กับไอ้พี่มันมาแล้ว แต่ตอนนั้นคือตื่นเต้นมากเพราะมันมองตา ผมตอบไม่ถูกหรอก ใครมันจะไปตอบได้!!!!! แต่ก็ไม่ได้บอกมันว่าอย่าไปบอกคนอื่นนะ เพราะส่วนมากความลับมันกับผมก็รู้กันสองคน ยกเว้นว่ามันอยากได้อะไรมันคงเอาไปขายแบบครั้งก่อนแน่นอน แต่ดูแล้วไม่น่าจะมี

 

          “กูก็บอกไม่ถูกว่ะ กูนอนก่อนพรุ่งนี้ตื่นมาก็เลิกคิดแล้วมั้ง”

 

          “....แต่ถ้ามึงรู้สึกอ่ะ มึงไม่ควรไปทำแบบที่มึงทำกับคนอื่นนะ”

 

          ................

 

          “กูบอกแล้วไง ถ้ามึงชอบเค้าก็อยากให้คิดว่าเค้าเป็นเค้า ไม่ใช่ให้คิดว่าเค้าเป็นผู้ชายแล้วมึงก็ลองไปกับคนอื่น”

 

          “ไม่เชื่อมึงลองไปกอดกับพี่เตอร์ ไม่ดิ แต่แตะตัวเค้าอ่ะ แล้วมึงจะใจสั่นแบบที่มึงเคยเป็น”

 

          มันรู้ได้ไงวะว่าผมเคยใจสั่นกับไอ้พี่หัวหมูหยองนั่น

 

          .... มีแต่สั่นเพราะกินกาแฟเยอะเนี่ย อ่านมันทั้งเช้า กลางวัน เย็น และดึก!!!

 

          ...........................................

 

          เมมแท็บเล็ตจะเต็มแล้วตอนนี้มีแต่ไฟล์รูปกับชอร์ตโน้ตต่าง ๆ ขอพักแปบนึงละกัน เดี๋ยวลงไปหาอะไรกินแล้ว หิว!!

 

          เอ้า .......... ไอ้พี่เตอร์ มันเดินสวนเมื่อกี้ แต่มันไม่เห็นเพราะผมหลบ พี่มันมาหาใครในคอนโด หาผมเหรอ มั่วเหอะ เพื่อนไอ้พี่มันก็มีเยอะแยะไปที่ผมอยู่เนี่ย แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอ่ะ เดินไปซื้อข้าว วันนี้กะจะเอามาทานที่ห้อง เพราะคงต้องอ่านกันอีกยาว ๆ

 

          วันนี้กินเบา ๆ พอครับ ตับหวาน ลาบหมู ข้าวเหนียวสอง แอบบอกว่าเอาคอหมูย่างมาด้วย เล่นเวทเยอะมันก็ต้องกินเยอะ ๆ พี่ ๆ เทรนเนอร์บอกมา แต่ที่จริงไม่ต้องบอกก็ได้นะ เรื่องกินไว้ใจมิกมิกคนนี้ ถ้าอ้วนทำยังไง ผมตอบเค้าไปว่าจะแขม่ว ง่ายสุด ๆ

 

          มือหอบมาเต็มเลยครับ ตอนแรกว่าจะกินแค่ที่บอกเมื่อกี้ แต่ตอนนี้ขนมซองห้าสิบทานแบบแฟมิลี่ห้าคนมีเทปปิดให้ด้วยตอนทานเหลือ แล้วถามว่าจำเป็นมั้ย ผมไม่ขอตอบแล้วกัน แต่ถ้าทิ้งไว้นานขนมมันจะนิ่ม เนี่ย ทำให้ไม่อร่อย

 

          ที่จริงหอบอย่างอื่นขึ้นมาด้วยครับ คือฟูลมูนขวดสีใส วันนี้อยากทาน คิดถึงกระแช่ที่ไอ้ต้ามันเคยทำให้ดื่มตอนนั้น แต่ความจริงคืออยากทานเยอะกว่าขวดเดียว ตอนแรกจะชวนไอ้ต้าตั้งปาร์ตี้แล้วเพราะอยากมาก ทำไมมิกเป็นคนไม่ดีอย่างนี้

 

          ผมเหมือนผู้ประสบภัยอ่ะตอนที่ทางการเค้ามาโยนของแล้วต้องรีบหยิบมาจนของร่วงบ้าง แต่ก็เก็บได้ เรื่องจะกินอะ ไม่พลาด บอกเลย

 

          “ช่วยเปิดประตูมั้ย ?”

 

          ไอ้พี่เตอร์.........

 

          “มาไมเนี่ย ห้องเพื่อนพี่อยู่ชั้นล่าง”

 

          “หามาแล้ว แล้วก็มาหามึงต่อ”

 

          “ไม่ว่าง จะอ่านหนังสือ”

 

          “เออ จะเลี้ยงขอบคุณวันนั้นที่ไปเป็นเพื่อน”

 

          ไอ้พี่มันยิ้มร่าเหมือนแมว

 

          “ไม่ว่างไง!

 

          ไอ้พี่เตอร์มันสั่นถุงที่มันหิ้วมา ข้างในเป็นฟูลมูนครบทุกสี ไอ้เวร!!! ข้อมูลแน่นจริงจริ๊ง นอกจากฟูลมูนก็มีโซจูบ้าง กับเหล้าอื่น ๆ คือผมไม่รู้จักชื่อหรอก ทานไม่กี่รอบแล้วไอ้ต้ากับไอ้ตูนก็รินให้ตลอด

 

          ......................

 

          ผมลังเลครู่นึง .........

 

          เปิดตี้เลยครับ ......... วันนั้นผมไปนั่งเล่นเอกมัย มีไอ้พี่ ไอ้ตูน ไอ้ต้า แล้วก็แฟนมันชื่อน้องเค้ก (มันบอกน้อง) เรานั่งทานกันไม่นาน เพราะดื่มกันเต็มสูบ ไอ้พี่มันกึ่ม ๆ แต่มันก็ไม่ได้ลวนลามใครอะไรแบบในละครนะ ผมนั่งห่างมันมาก กลัวมันเมาแล้วมาหักคอ ไอ้ต้าก็ซุกไซ้น้องเค้กเมามัน ผมนั่งมองเฉย ๆ จนไอ้ตูนมันสะกิดแล้วก็กระซิบงาบ ๆ มาว่า ผมเงี่ยนเหรอ มองไม่เลิก แต่ผมก็ไม่ได้ถือสาอะไร เพราะไอ้ตูนมันก็เมาแล้วก็คุยกับน้องกอล์ฟที่รักของมัน

 

          เอ้อ! เหมือนโดนจับคู่นัย ๆ ว่าให้ผมต้องคู่กับไอ้พี่มันอ่ะ แต่เล่นด้วยมั้ย ก็ไม่ หมายถึงผมนี่แหละ!!

 

          เอาจริงแค่มานี่บางคนแถวนั้นก็จำได้เพราะมีนามสกุลคิ้วคุกต่อท้ายอยู่ แต่ผมก็ยิ้มแห้ง ๆ มีมาขอถ่ายรูปบ้าง และก็ถ่ายกับไอ้พี่บ้าง เซเลปคู่เลยครับ แต่มันยืนยังแทบไม่ไหว ผมเลยไปพยุงมันจากข้างหลังแบบเอามือจับเอวให้มันยืนนิ่ง ๆ แล้วหลบข้างหลังพี่มันตอนคนเค้าขอถ่ายรูป ตลกชิบหาย

 

          “กลับห้องนะ ไอ้ตูน ไอ้ต้า น้องเค้กกลับแล้ว”

 

          “พาหบัลรหน่ย”

 

          “ห๊ะ?”

 

          ผมเอาหูไปใกล้ปากมันเพื่อจะได้ยินมันงึมงำชัด ๆ มันจุ๊บเบา ๆ ทีนึง ผมชักหน้าออก ไอ้บ้าเอ๊ย!!!

 

          “หกลัย ๆ ๆปห้อวมึง ๆ”

 

          “ไปห้องผม ?”

 

          “เออ!

 

          สภาพตอนนั้นมันไม่น่าไหวแล้วอ่ะเหมือนจะตายให้ได้ ตอนดื่มมันกรอกเอากรอกเอาไม่ยั้งเลย เหมือนกลัวไม่คุ้ม แต่ที่ไหนได้ มันกลับมาห้องผม มันไปเอาของที่มันซื้อมาตอนแรกที่แช่ตู้เย็นผมไว้มาดื่มต่อ มันถอดยีนส์ออกเหลือแต่บ็อกเซอร์ แล้วนั่งพื้นกลางห้อง

 

          ไอ้ตูนเคยเล่าถึงซีรีส์ชายชายของมันว่ามันจะมีฉากนึงที่พากันมาห้องแล้วกินเหล้ากัน แล้วเค้าจะได้กัน ตอนนั้นผมนึกไม่หยุดเลย ไอ้เวร กลัว!

 

          แต่นั่นอ่ะ ที่พี่มันซื้อมาเยอะมาก ผมเลยไปหยิบฟูลมูนในตู้เย็นมานั่งทานเป็นเพื่อนพี่มัน (แต่เห็นทุกสีละอยากทานให้หมดเลยอ่ะ!)

 

          ผมนั่งชันเข่าตรงข้ามมัน ยกขวดกรอกเข้าปากตัวเองแบบนักเลง ไอ้พี่มันไม่พูดอะไร นั่งพิงเตียงมองไปที่พื้นแล้วดื่มต่อ มันกินไม่ผสมอะไรด้วยนะ คอแข็งนักเหรอ

 

          ตอนนั้นนึกถึงประโยคที่ไอ้ตูนบอกว่าให้ลองจับตัวไอ้พี่มัน ผมเลยไปหยิกแก้มย้วย ๆ มันทีนึง มันมองหน้าผมตาแดง ๆ จากการดื่ม

 

          ไอ้เวรเอ๊ย!

 

          ไม่เห็นรู้สึกห่าอะไรเลย!

 

          มันยิ้มเล็กน้อย

 

          “หยิกแก้มกูไม ?”

 

          “อ้าว ทำไมพูดชัดแล้ว ?”

 

          “ก็พูดได้ เริ่มสร่างแล้วไง”

 

          มันพูดแล้วกระดกเปล่า ๆ อีก ผมจ้องมันตาแข็งเพราะไม่อยากเรียกรถพยาบาลเพราะมันอาจจะช็อก อย่าทำตามกันนะ ยิ่งอากาศเย็น ๆ ผมเคยเห็นคนกินเหล้าบนดอยแล้วช็อกตายมาแล้ว

 

          ผมกระดกไปหมดขวดนึง มันยิ้ม แล้วลุกไปหยิบสีนึงมาแล้วเปิดขวดดื่มเอง

 

          “เห้ย อยากกินคนเดียวให้หมดอะ พี่เอาโซจูไปดิ”

 

          มันยิ้ม กระดกไปรอบแล้วยื่นขวดสีแดงมาให้ ผมยกไปหมดเพราะไอ้พี่มันเอาไปแล้วครึ่งขวด

 

          “ไม่เขินเหรอ ?”

 

          “เขินอะไร ?”

 

          “กินปากขวดเดียวกับกูอ่ะ”

         

          .......................

 

          “เหมือนกูจูบมึงแล้ว”

 

          .....................

 

          “แล้วพี่อยากโดนจูบจริง ๆ มั้ยล่ะ ?”

 

          ผมแกล้งไอ้พี่มันคืน มันดูเหวอเล็กน้อย แต่ผมไม่ค่อยตื่นเต้นอะไรนะ ก็ตอนเมาอ่ะ เราอ้างว่าเราทำไปเพราะเมาได้แหละน่า

 

          ผมกินหมดครึ่งขวด ทีนี้ไปหยิบมันออกมาหมดเลยเพราะเหลืออีกไม่กี่ขวดแล้ว พอวางปั๊บ ไอ้พี่มันกินเหล้าหมดขวดพอดี แล้วก็จะหยิบฟูลมูนที่ผมพึ่งเอาออกมา ผมเผลอตีมือไปมันร้องโอ้ยแล้วทำท่าจะร้องไห้

 

          “เป็นบ้าอะไรเนี่ย ?”

 

          “เจ็บนะ.....”

 

          มันทำหน้างออ้อน ๆ แต่ผมอยากเอาตีนเขี่ยให้ไปไกล ๆ จริง ๆ

 

          แต่ทีนี้ไอ้พี่มันนั่งเงียบเลยครับ จนผมต้องเอาขวดไปจ่อปาก มันหันมาทำหน้าบึ้ง ๆ แล้วกระดกไปอึกนึง ดูเหมือนจะไม่พอ ไอ้พี่เลยเดินไปหยิบโซจูพีชมาดื่ม เอาจริงไอ้พี่คงจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกินตอนเช้าอ่ะ ถ้ามันขนาดนี้

 

          “เบา ๆ หน่อย”

 

          พี่มันหันมามองหน้าแวบ แล้วก็กระดกเปล่า ๆ

 

          “เป็นห่วงอ่อ ?”

 

          “กินเยอะขนาดนี้ เดี๋ยวตายแล้วเค้าจะนึกว่าผมเป็นผู้ต้องสงสัย”

 

          “ก็ดีแล้วนี่ ได้ไม่ต้องจ่ายค่ากีตาร์”

 

          ...........

 

          “เป็นไร ?”

 

          ผมยื่นมือไปแตะไหล่ พี่มันค่อย ๆ หันมามองแล้วตาแดงมาก เหมือนจะร้องไห้ สักพักไอ้พี่มันก็ปล่อยโฮแล้วมาซบกับไหล่ซ้ายผม ตอนนั้นตกใจมาก

 

          แอร์ก็เย็นแต่ตัวไอ้พี่มันยังอุ่นเหมือนเดิมเหมือนในตอนนั้น ผมทำอะไรไม่ถูกได้แต่ลูบ ๆ เกา ๆ ตรงคอเหมือนแมว ไหล่เปียกไปหมดแล้วฮะตอนนี้ ดรามาควีนจริง ๆ ตอนผมร้องไห้ยังไม่หนักขนาดนี้

 

          “กูเชื่อใจมึงได้ใช่มั้ย ?”

 

          ไม่รู้ว่าทำไมถามแบบนี้ ผมไม่ได้ตอบแต่ส่งเสียงไปว่าอือ  ๆ แล้วมันก็ร้องไห้ต่อ สรุปตอนหลังผมมารู้ว่ามันเลิกกับน้องหมี่ที่รักมันแล้ว นั่นไง แล้วที่พีคกว่านั้น

 

          หมี่ไปกับพี่กันล์ ...........

 

          นานแล้วก็ตั้งแต่ที่ไอ้ตูนมันบอกว่าพี่เค้าหายไปจากวงโคจรมันตอนนั้น ทุกอย่างตรงกันเป๊ะ ๆ ไอ้พี่เตอร์มันก็พยายามจะทำใจนะ พี่มันเก็บตลอดแต่พึ่งมาปล่อยเมื่อกี้เนี่ย ผมได้แต่อือ ๆ ไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้

 

          พี่มันยังไม่ปล่อยผมเลย ....... เอามือมารัดเอวอีกแต่อยู่แบบนี้ก็ดี อุ่นดีผมก็ลูบต้นคอไปเรื่อย ๆ หนังยืด ๆ นุ่ม ๆ เหมือนหนังหมาที่บ้านเลย

 

          ไม่รู้ว่ากอดกันนานเท่าไรไม่ยอมปล่อยจนผมเริ่มตะหงิด ๆ โดนแน่ กูโดนแน่ ๆ สรุปว่าไอ้พี่เตอร์มันหลับคาไหล่เลย ผมเลยยกไปที่เตียง เก็บของที่พื้นแล้วเช็ดหน้าให้พอเป็นพิธี คงจะได้ฤกษ์นอนละ แต่ตอนนี้กลิ่นเหล้าแรงมากครับ ในห้อง ถ้าแม่มาคงเอาก้านมะยมฟาด

 

          ตอนนั้นยังไม่ง่วงหรอกนะ ก็เอาอันที่เหลือมาดื่มต่อแล้วขึ้นนอนบนเตียงพร้อมแอร์เย็น ๆ ไอ้พี่นอนข้าง ๆ เป็นปุ๋ยเลย ผมเปิดดูเน็ตฟลิกจากโน้ตบุ๊ค

 

          “กูเชื่อใจมึงได้ใช่มั้ย ?”

 

          ผมหันไปมอง ไอ้พี่มันพะงาบ ๆ สรุปคือละเมอ ตอนนั้นผมเริ่มจะเมาละ แต่ยังพอคุมสติ ทุกอย่างมันลอยไปหมด ผมยิ้มให้ไอ้พี่มันแล้วลูบหัวแบบที่มันเคยทำกับผมบนรูฟทอป

 

          “ได้ดิ ..... อยู่ตรงนี้แล้วไง”

 

          เออ รู้สึกดีนะ ตอนที่ได้เทคแคร์คนอื่นเนี่ย เลยหยิบโทรศัพท์มาถ่ายมันบ้าง เอาคืนหน่อย!

 

          พอบอกพี่มันไปดูมันเหมือนจะยิ้มเล็ก ๆ แต่ก็น่าจะละเมอแหละ ผมนอนลูบหัวไอ้พี่มันไปเรื่อย ๆ ตาดูซีรีส์พลาง ๆ จนเผลอหลับทับหัวกันไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

          .... แต่ที่รู้อ่ะ

 

          ...... ตอนนี้แม่ง ...โคตรมีความสุขเลย .......

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #11 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 19:27
    แงงงงงงงง เขิน
    #11
    0
  2. #5 Khunn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2561 / 17:48

    ชอบๆๆๆ

    #5
    1
    • #5-1 Nammanade (@Nammanade) (จากตอนที่ 8)
      15 พฤศจิกายน 2561 / 03:03
      แชร์เลยค่า พรี่ๆๆๆๆๆ
      #5-1
  3. #4 Apostoon (@apostoon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 14:17
    เขียนดีมากๆเลยค่า
    #4
    0