ตอนที่ 4 : #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    23 ก.ย. 61

#4

 

          “สวัสดีค่ะ วันนี้มาพบกับแม่ผัวและอยู่กับ Live ที่.......... ที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ เพราะเค้าว่าคนสวยจะความจำสั้นและก็จริงซะทีเดียวค่ะ ตอนนี้ แม่ผัวมาอยู่กับหนุ่มตัวเล็ก น่ารั๊ก คนหนึ่ง ให้ทายนะคะ แต่ไม่ต้องทายก็ได้ เพราะเราเจอเค้าใน Live เรียกน้ำย่อยไปแล้ว และเค้าคนนั้นก็คือ!!!!

 

          ตอนนี้ผมยังงงการเรียบเรียงประโยคของเจ๊เค้า เจ๊กลั่ยแพนกล้องมาที่ผมที่กำลังกินไส้กรอกแบบไม่รู้ตัว ผมเคี้ยวตุ่ย ๆ ตอบแบบทั้ง ๆ ที่แก้มป่อง เลยเผลอไอไปเล็กน้อย

 

          แพลนเปลี่ยนนิดหน่อยครับว่าตอนแรกจะทำ Vlog แต่มาทำไลฝว์แทนเพราะเจ๊แกบอกขี้เกียจตัด

 

          “สวัสดีครับ มิกเองครับ”

 

          “ตามคำเรียกร้องของทุกคนนะค้า แต่วันนี้เสียดายที่หนุ่มอีกคนของเราติดงานเลยมาไม่ได้ แต่วันนี้ให้น้องมิกอยู่กับพวกเราทั้งวันเลยนะค้า”

 

          ผมยิ้มให้กล้องเห็นคนคอมเม้นเยอะมาก แต่ผมอ่านไม่ทันหรอกนะ และซวยไปอีกที่ลืมใส่คอนแทคมา!!! (และลืมหยิบแว่นด้วย แต่ไม่ละครนะครับ อันนี้เรื่องจริง)

 

          วันนี้คนเยอะมากเป็นปกติ เพราะเป็นวันใกล้จะแข่งกีฬาเฟรชชี่ ก็จะคนวิ่งกันวุ่นวายมาก ยิ่งหลีดนี่มีกันให้พรึ่บเหมือนนัดกันมา แต่ก็ไปซ้อมที่อื่นไม่ได้หรอก เพราะตัวมหาลัยอยู่ในเมือง ในมอเลยเป็นที่ที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด

 

          “ค่ะ อะไรเนี่ย...... มีน้องคอมเม้นมาว่าให้มิกแนะนำตัวหน่อย”

 

          “ชื่อมิกครับ ชื่อจริง สหภาพ สัตวะปี 2 ครับ”

 

          “ทำไมไอจีพี่ชื่อมิกซิวคะ”

 

          “อ๋อ มันอ่านว่ามิกเหมือนกันครับถ้ากลับหัวแต่จะเรียกมิกซิวก็ได้ 555555”

 

          “พี่มิกอยากทำอะไรที่สุดในชีวิตครับ”

 

          ...........

 

          “พี่อยากซิ่ว”

 

          ทีนี้ไม่เพียงแค่คนมาดูไลฝว์จะงงเท่านั้น แม้แต่เจ๊กลั่ยก็เอ่ยปากถามว่าจะไปไหน ผมก็ยังงงว่าทำไมถึงพูดแบบนี้ไป

 

          “มิกอยากซิ่วไปนิเทศครับ เพราะชอบเรียน แต่สัตวะก็เรียนได้ ชิล ๆ แหะ ๆ”

 

          “โห่ ...... อยู่เป็นคุณความรักของเจ๊เถอะ ขอร้อง”

 

          “อ๋อ ..... ซิ่วไปอีกคณะแต่มอเดิมนะ”

 

          เจ๊กลั่ยแกทำหน้าอ๋อ แล้วอ่านคอมเม้นต่อ

 

          “พี่มิกสเปคไหนคะ ?”

 

          ..........

 

          ผมเงียบแปบนึง แต่แปบนึงของผมคือนานจนเจ๊กลั่ยถามว่าเป็นอะไร จนนึกว่าผมไม่ตอบและจะเปลี่ยนคำถาม

 

          “มิกบอกไม่ได้เหมือนกัน เพราะคนที่คบมาก่อนหน้านี้ก็ต่างกันมาก แต่ถ้าถามว่าชอบคนแนวไหน มิกชอบให้เค้ามาจีบก่อนนะ 55555 และก็ขอให้จริงใจด้วย”

 

          “เจ๊ไง!

 

          ผมทำหน้าแหยง ๆ แกล้งเจ๊แก ก็สนุกดีเวลาแกล้งคนแก่

 

          เราเดินกันไปเรื่อย ๆ ผ่านเทวาลัย ผ่านแถวสหเวช ชวนชม จนลืมตัวไปว่าเดินมาจะรอบมอแล้วตอนนี้ เราอยู่ตรงนิเทศกัน แต่เด็กนิเทศเค้าจะอยู่ใต้ตึกและอยู่กันเป็นครอบครัวมาก รู้จักกันแทบทุกคนในคณะ ผมชอบตรงนี้แหละ แล้วความพลังนิเทศมันดีมาก ผมล่ะรักที่สุดไปเลย!!!!

 

          .... (แต่ซิ่วไม่ติด)

 

          “ตอนนี้เรามาอยู่นิเทศ แอบบอกก่อนว่าคณะนี้ผู้หญิงนั่งเลื่อยฉาก อย่าไปบอกเค้านะครับ”

 

          “มาถึงนิเทศทั้งทีเนี่ย เค้าว่าข้าวที่เศรษฐศาสตร์อร่อยมาก”

 

          “ห๊ะ ??”

 

          ผมหันไปมองหน้าเจ๊กลั่ยแบบงง เจ๊แกก็งง นึกถึงรายการเทยเที่ยวไทยอ่ะครับที่มันจะเป็นช่วงจังหวะมุขประหลาด ๆ แล้วแกก็ยิ้มแห้ง ๆ

 

          “เมื่อกี้พี่กลั่ยพูดว่าอะไรนะ 5555”

 

          “ข้าวที่เศรษฐศาสตร์อร่อยมาก”

 

          เจ๊แกทำหน้าเหมือนลืมนอนมาจริง ๆ

 

          “เอาเป็นว่าเดี๋ยวแม่ผัวน้องมิกจะพาไปทานข้าวที่เศรษฐศาสตร์กันนะคะ”

 

          ตอนนั้นผมยืนงง ตามองกล้องและยิ้ม แต่ในใจคืออะไรวะ แล้วที่สำคัญ คณะเศรษฐศาสตร์อย่างที่รู้ดีเป็นคณะของไอ้พี่แพนเตอร์คนดังสับตะไคร้เบ้อแปดพัน แล้วที่สำคัญกว่าคือ เจ๊แกก็ไม่รู้เรื่องระหว่างผมกับไอ้พี่นั่นว่าเป็นยังไง แต่ผมก็ไม่กล้าบอกหรอกนะ ตอนนี้ขออย่างเดียวคือขออย่าเจอ ขอแค่นี้

 

          เศรษฐศาสตร์เค้าว่าคนเยอะจริงครับเพราะตรงนั้นมีบัญชีติดกัน แต่วันนี้ดูร้างเหมือนนัดกันร้าง เสียงกีตาร์คลอเบา ๆ อาจจะเป็นพวกซ้อมขึ้นวงดนตรี มีคนประปรายบ้าง แต่ยิ่งคนน้อย ซีนเปิดตัวของไอ้พี่แพนเตอร์ (ถ้ามันมา) คงยิ่งใหญ่มาก เพราะผมจะเห็นมันแบบเบลอ ๆ ตั้งแต่ร้อยเมตร แล้วระหว่างที่มันเดินมาหาที่โต๊ะต้องทนเห็นมันในระยะร้อยเมตรจริงเหรอ (แต่ไม่ได้ใส่แว่นมาคงไม่ทรมานอะไรขนาดนั้นมั้ง)

 

          ดีอย่างนึงที่เจ๊แกเลี้ยงมื้อนี้ กำไรดีมากครับได้ทั้งเงินทั้งข้าวฟรี แต่คิดไปคิดมาผมเหมือนขอทานเลย แต่เป็นขอทานที่หล่อมาก จนทุกคนต้องร้องขอชีวิต

 

          “วันนี้เรามีอะไรมาเซอร์ไพรส์ด้วยค่ะ ทุกคนได้ยินเสียงอะไรมั้ยคะ ?”

 

          คอมเม้นวิ่งขึ้นมารัว ๆ และได้ยินเสียงเดียวกับผม แต่ผมได้ยินตั้งแต่เหยียบเข้ามาในคณะแล้ว

 

          ...... เสียงหลีดนั่นเอง ......

 

          ไม่ครับ ...... เสียงกีตาร์ ถึงจุดนี้ไม่ต้องเดากันแล้วก็คือไอ้พี่แพนเตอร์นั่นและ

 

          “ไม่ใช่ค่ะ เสียงเต้นของหัวใจแม่ผัวเอง เพราะอยู่ใกล้คุณมิก”

 

          “...............”

 

          ผมงงแล้วรอบที่หนึ่ง

 

          “ไม่ใช่อีกค่า เสียงหัวใจเต้นแหละ เพราะว่าวันนี้เรามีคุณความรัก เป็นตัวละครลับที่จะมาหาเราอีกหนึ่งคน”

 

          “.......................”

 

          ......................

 

          “เซอร์ไพรส์ !!!!!!!!!!!!

 

          “สวัสดีค้าบบบ ........แพนเตอร์เองครับ”

 

          .......................

          ..............

          ........

          ....

          ..

 

          ผมงงรอบที่สอง ตอนนี้ผมร้องขอชีวิตแล้วครับ ไม่ใช่ขอกับความหล่อ แต่ขอเจ้าที่ตรงนี้ให้เอาไอ้คนที่อยู่ตรงหน้าไป!!!!!

 

          ไอ้เชี้ยยย!!!!!!!!!!

 

          ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก ผมจำได้ลาง ๆ ว่าหลังจากที่ผมหันหน้าตามกล้องไป ผมเห็นมันเดินถือกีตาร์มา แล้วเป็นกีตาร์ตัวไหนรู้ไหม ? ตัวที่ผมทำพังเพราะเห็นรอยซ่อม หลังจากนั้นทุกอย่างตัดเบลอ แต่ภายนอกผมยังทำตัวปกตินะ แต่อ้าปากค้างนิดหน่อยและ ..... เหงื่อออกมือ

         

          “ก็วันนี้นะ แม่ผัวมี..... เรียกว่าอะไรดีล่ะ อ๋อ Live Session เล็ก ๆ น้อย ๆ จากน้องมิก โดยมีคุณความรักรับเชิญ น้องแพนเตอร์จากเศรษฐศาสตร์ แหะ ๆ อุตส่าห์เดินมาไกลม๊าก”

 

          ตอนนั้นผมถอดรหัสได้ทันทีกับประโยค ข้าวที่เศรษฐศาสตร์อร่อยม๊ากกกกกกกกกกกกกกก อร่อยม๊ากเรยคร้ะ

 

          “กีตาร์ตัวนี้ตัวรักเลยไหมคะเนี่ย”

 

          “ก็รักมากครับ แต่ก็พังเพราะตัวบิดหลุด ผมยังอยากเอากีตาร์ยัดปากคนทำจริง ๆ”

 

          “เอาน่า ซ่อมมาใช้ได้แล้ว โฮะ ๆ โหดร้ายมากเลยนะเนี่ยคุณความรัก”

 

          มันออกอากาศสดไง แต่ผมก็ไมได้เก็บอาการทางสีหน้า ก็แสดงออกไปเลยโดยการ ....... ยิ้มให้กล้อง ...... ใครมันจะไปกล้ามองหน้ามันล่ะ เพราะมันบอกจะเอากีตาร์ยัดปาก บรื๋ออออ

 

          “วันนี้ ..... มิกจะร้องเพลงอะไรคะ ? ”

 

          “.........”

 

          “มิกมองหน้าแพนเตอร์ไม่หยุดเลยนะคะเนี่ย”

 

          “ห๊ะ ...... อ๋อ อีกแล้วของ meyou ครับพี่”

 

          ผมแค่มองไปข้างหลังมันเอง!!!! ไม่ได้มองหน้า!!!

 

          “เพลงนี้เตอร์ก็เคยร้องฮะ เล่นได้ สบายมาก”

 

          “มิกพร้อมยังคะ ?”

 

          ตอนนั้นผมไม่รู้จะเลือกรู้สึกยังไงก่อนดี กลัวมัน หรือตื่นเต้นเพราะไม่กล้าร้องเพลงสด

 

          .............

 

          “ฉันนั้นมองแต่เธอ

          รู้สึกว่าฉันนั้นเหมือนได้เจอ.....”

 

          มันไม่รอ ร้องเปิด เสียงจริงมันเพราะกว่าในคลิปที่ดูอีกนะ เจ๊กลั่ยยิ้มพร้อมเอนตัวตามจังหวะกีตาร์เบา ๆ

 

          “.....กับความรัก

          กับความรัก ที่ตามหา”

 

          พอถึงท่อนฮุคมันเงยหน้ามามองหน้าผมแล้วยิ้มหวานเห็นรีเทนเนอร์ในปากมันเป็นเหล็กวาว ๆ มันพยักหน้า คิดดูตอนนั้น เหงื่อผมแตกพลั่กจนท่วมเสื้อนิสิตขาวเพราะตื่นเต้น มึงจะส่งขี้มาให้กูทำไม!!!

 

          “ฟ๊าอ๊า ปรา ถานให้ได้เจ่อ

          ฝันบั้นด๊าลให้เจอเธอก้อน”

 

          ไอ้เวร!!! เสียงหลบเยอะมากเหมือนร้องคีย์ไม่ถึงคีย์โซปราโน่ แต่เป็นคีย์ไซบีเรียนแทน ตอนนั้นผมตัดภาพโลกภายนอกมาก เจ๊กลั่ยแกยิ้มเอ็นดูแห้ง ๆ ไอ้ที่ซ้อมมาไม่ช่วยอะไรเล้ยย!!! ส่วนไอ้พี่มันยิ้มแล้วรู้สึกว่ามันจะจ้องหน้าผม อย่าคิดว่าไม่รู้เพราะแอบชำเลืองมองอยู่

 

          “ก้อนทีช้านจะจางหายไป ฟ่า นำพาให่ เจอกั่น

          รัก ของ เราชั้วนิ รัน ฉั๊นรั๊ก เธอม้ากขึ้นทุกวั่น”


          บอกจริง ๆ ว่าที่ร้องเพี้ยนเพราะว่ามันจ้องหน้าผม แล้วคำถามคือจะจ้องเพื่ออะไร มันเหมือนมีคนมากดดัน ผมขยับตัวเล็กน้อยได้ยินมันขำเบา ๆ นึกถึงตอนสัมภาษณ์เข้าติวครูพี่นวล

 

          มันร้องต่อไป บอกเลยว่าถ้าเป็นคนอื่นร้องคือโคตรหล่อเพราะเสียงเพราะและนุ่มมากมากกกก แต่เป็นมันไง ผมอยากจะเอาถุงก๊อบแก๊บมาอ้วกต่อหน้า แสดงความรู้สึกออกมาเป็นของเสียให้มันดู แต่เสียงมันอ่ะ ผมเลยแอบมองหน้ามัน หน้ามันจริงจังกับการร้องมาก และมันหลับตาผมเลยมองหน้ามันได้เพราะมันจะได้ไม่รู้ว่าผมมองมันอยู่

 

          ผมมองบ้างไม่มองบ้างแต่ก็ตัดสินใจมองแม่ง เพราะมันยังมองผมเลยแล้วผมก็ร้องไม่ได้ สร้างความกดดันแม่งไปเลยทีนี้

 

          ตอนนี้ก็เป็นตอนที่เห็นหน้าไอ้พี่แพนเตอร์ชัดและใกล้ (แต่เก็บรายละเอียดมากไม่ได้เพราะสายตาสั้น!!!) เป็นคนผมหยักศกยาว ๆ ใส่รีเทนเนอร์ แก้มจะชมพูหน่อย ผิวก็ประมาณผมแต่หน้ามันมีรอยสิวบาง ๆ สมน้ำหน้า ผมหล่อกว่านะ ดีอย่างคือเสียงมันดีกว่าผม แค่เนี้ยะ โถ่

 

          ผมลืมไปว่ามองหน้ามันนานแค่ไหนมันเงยหน้ามามองผมอีกรอบตอนท่อนฮุค ตอนนั้นผมมองมันค้าง หนีไม่ได้เหมือนโดนจับ ไม่รู้ทำไมมันตั้งใจมองผมมาก ผมก็ฝืนมองตามันตอบเผื่อมันจะเด๋อและร้องเพี้ยน ถามว่าเวลาจ้องหน้าคนอื่นแล้วรู้สึกอะไรมั้ย ตอบเลยว่าไม่ถ้าเห็นไม่ชัด!!!

 

          “ฟ้าประทานให้ได้เจอ

          ฝันบันดาลให้เจอเธอก่อน

          ก่อนที่ฉันจะจางหายไป ฟ้านำพาให้เจอกัน

          รักของเราชั่วนิรันดร์ ฉันรัก เธอมากขึ้นทุกวัน”

 

          “แนะแนะแนะแน้!!! มิกหน้าแดงทำไมอ่ะ เขินเหรอ”

 

          ผมได้ยินเจ๊พูดแซวลาง ๆ แต่ไมได้สนใจหรอกนะ มันจ้องหน้าผมและผมก็จ้องหน้าพี่มัน แต่รู้สึกมันร้อนมากเหมือนอยู่ในกองไฟ

 

          “เดี๋ยวฮุคสุดท้ายร้องพร้อมกันนะ”

 

          พี่มันบอก แล้วเขยิบเข้ามานั่งข้างผม เราทั้งคู่หันหน้าเข้ากล้อง ผมอยากจะขยับออกห่างแต่ทำไม่ได้ ทำแค่พยายามหันตัวแข็ง ๆ ไปมองกล้อง

 

          “ฟ้าประทานให้ได้เจอ

          ฝันบันดาลให้เจอเธอก่อน

          ก่อนที่ฉันจะจางหายไป ฟ้านำพาให้เจอกัน

          รักของเราชั่วนิรันดร์ ฉันรัก เธอมากขึ้นทุกวัน......”

 

          เราร้องพร้อมกัน ผมเกาะเสียงพี่มันได้ตามคีย์เป๊ะ ๆ รู้ไหมว่าไอ้ท่อนที่บอก ฉันรักเธอมากขึ้นทุกวัน มันหันมาช้อนตามอง ตอนนั้นผมคิดว่ามันเป็นเหี้ยอะไร ผมอยากเอาตีนลูบหน้าในความกวนตีนของมัน

 

          “เย้!! …… จบไปแล้วหนี่งผลงานเพลงจากแพนเตอร์!!!! ขอบคุณที่มาหาน้า ตอนแรกคิดว่าจะไม่มาแล้ว”

 

          “มาอยู่แล้วครับพี่ บอกให้มาก็มา ......”

 

          “ผมเป็นคนจริงใจนะ”

 

          แล้วมันก็หันมามองผมอีกรอบ เป็นบ้า ไอ้เหี้ย อยากสร้างกระแสให้งานเข้าเหรอ

 

          “วันนี้กลับบ้านไปต้องสร้างแฮชแท็ก ...... โอ ...... ไม่ต้องสร้างแล้ว คอมเม้นเต็มเล้ย!!! มิกเต้อหรือเต้อมิก!!!!

 

          “55555555 ฝากแชแนล YouTube PANTHERIST ด้วยนะครับ ไว้เจอกัน”

 

          .......................

          .................

          ............

          ........

          ....

          .

 

          “อ่ะนี่จ้ะ ค่าขนมน้องมิก ...... และน้องเตอร์”

 

          ผมรีบเก็บเงินโดยไม่นับ ไม่รู้หรอกว่ามันเท่าไร แล้วอีกอย่างคือเป็นการส่งสัญญาณนัย ๆ ว่าจะรีบไปจากตรงนี้ ที่ที่มีไอ้พี่แพนเตอร์ไรนี่อยู่!!!

 

          “ไว้ครั้งหน้าถ้ากระแสตอบรับดี เดี๋ยวเจ๊ชวนมาใหม่น้า”

 

          “ได้เลยครับพี่ เตอร์ว่างตลอด ถ่ายเตอร์ด้วยก็ได้ 555555”

 

          ตอนนั้นผมตัน พูดอะไรไม่ออก ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็จะบอก กู ไม่ ว่าง !!! ไม่ว่างกับมึง!!!! แต่ความจริงผมนั่งเงียบเลยครับ กลัวมันเอากีตาร์ยัดปาก

 

          “น่ารักม้ากกก เจ๊ไปก่อนนะจ๊ะ รีบกลับล่ะ ตอนเย็นรถติด”

 

          หลังจากเจ๊กลั่ยแกเดินดุ่ม ๆ ไปแล้ว ผมก็จะลุกแต่ก็แบบในละครอีกแหละ มันบอกว่ารอก่อนผมได้แค่หันไป แต่มองไปทางอื่น ไม่ได้พูดอะไรมาก กลัว เหงื่ออกมืออีกแล้วเนี่ย

 

          “เอาตังมาดิ๊”

 

          “อะไร”

 

          มันกำกีตาร์พลาง ๆ ผมแอบเบิกตาโพลงเล็กน้อย

 

          “พี่ขอเก็บเงินน้องได้มั้ย ...... ค่ากีตาร์”

 

          “...........”

 

          “ค้างมาเป็นปีแล้วไม่ใช่เหรอ แถมจะซิ่วหนีอีก....”

 

          “....... ไม่อ่ะ”

 

          มันหยุดนิ่ง มองหน้าผม ผมรีบหันหน้าไปทางอื่น มันถือกีตาร์เดินมาหยุดตรงหน้า ตอนนั้นผมเตรียมจะตั้งการ์ดจระเข้ฟาดหางแล้ว มันน่ากลัวมากเพราะตอนนี้พี่มันดูสูงกว่าเพราะรองเท้ามัน

 

          “คิดดีแล้วเหรอ ......”

 

          ........

 

          “อะ.....เออ”

 

          “งั้นเจ็บตัวหน่อยนะ”

 

          มันจับคอกีตาร์ขึ้นมา ผมยืนนิ่งอ้าปากค้าง เผลอหลับตา ห่อตัวให้เล็กที่สุด.......

 

          ...........

 

           ไอ้เชี่ยเอ๊ย!!!!!

 

          ........

          ....

          ..

          .

 

          รู้มั้ยครับว่าเจ็บตัวที่มันบอกคือมันบังคับผมให้เดินมากับมัน มาทำอะไร มากินข้าวตรงแถวบางรัก!!!!  เจ็บตัวที่พี่มันว่าก็คือเจ็บตีน!!!! อย่างนี้ก็ต้องยอมตามน้ำก่อน อย่าให้ผมถือท่อแป๊บตอนนั้น บอกเลย

 

          ตอนนี้ดึกแล้วครับ แต่บางรักเนี่ยะผมก็พึ่งเคยมานะ มันคือตัวเมืองที่มีความโบราณอยู่เยอะมาก เคยเห็นอยู่แต่ไม่เคยได้มาแถวนี้จริง ๆ ครั้งนี้ก็ครั้งแรก รู้สึกชอบมาก ถ้ารถน้อยกว่านี้และควันน้อยกว่านี้ และอีกย่างถ้าไม่มีมันคนนี้ ไอ้พ........

 

          ร้านที่มันมากินถือว่าไกลพอสมควร ระหว่างเดินมันสะพายกีตาร์กับกระเป๋าแล้วให้ผมเดินนำหน้าแล้วมันคอยบอกทางกันหนี เป็นบ้า รถมีไม่นั่งทำไมต้องเดิน เดินมาเพื่อกินคอเป็ดจานละ 10 บาท ที่เป็ดประจักษ์ เราไม่คุยกันแม้กระทั่งตอนสั่ง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น มันนั่งเฉย ๆ มองไปรอบ ๆ ผมแอบเงยขึ้นไปดูทั้งที่เบลอ ๆ และไม่แน่ใจมันชอบมองมาทำไม แต่ผมคิดว่าน่าจะคิดไปเองเพราะวันนี้เหนื่อยมาก แค่ไม่ถึงวันดูดวิญาณแทบหมดร่าง

         

          เราไม่คุยกันจริง ๆ มันเงียบมาก จนทานเสร็จคิดเงิน มันบอกเดี๋ยวออกให้

 

          “กูเป็นพี่มึง เดี๋ยวเลี้ยง”

 

          ..........

 

          ทำไมแค่นี้พูดกูมึงแล้ววะ รู้จักกันไม่ถึงวัน (แต่พูดมากไม่ได้) ตอนนั้นผมคิดอะไรไม่รู้เลยเอาเงินที่ได้มาวันนี้ ยื่นให้มันทั้งหมด

 

          “อะไร ?”

 

          “อ่ะ ทยอยจ่าย วันนี้มีเท่านี้เอาไปก่อนนะ”

 

          มันเอี่ยวตัวหนี

 

          “ไม่เอาอ่ะ เก็บมาทีเดียวแล้วค่อยจ่ายดิ”

 

          ตอนนั้นผมรู้สึกผ่อน ๆ เล็กน้อย ทำอะไรได้มากขึ้น ดูจากท่าทางแล้วมันไม่น่าจะฆ่าผมวันนี้

 

          ตอนนี้นึ่งทุ่มแต่ผมโคตรง่วงชิบหายเลย อยากแยกตัวออกจากตรงนั้นและกลับไปนอนที่ห้อง แอร์เย็น ๆ แค่คิดก็อยากวาร์ปไปแล้วตอนนั้น

 

          “ไปรูฟทอปไหม ?”

 

          “อะไรพี่ ? ร้านที่อารีย์อ่ะนะ ไม่กินเหล้า”

 

          “ไปนั่งเฉย ๆ”

 

          “เห้ย! ไม่เอาอ่ะ ง่วง!

 

          “งั้นจ่ายเงินมา ทั้งหมด ขอตอนนี้”

 

          แววตามันดูเศร้า ๆ หรือง่วง หรือโมโห ดูไม่ออกจริง ๆ ท่าทางเซอ ๆ ของพี่มัน สภาพเสื้อตัวโคร่ง ๆ แขนยาวเสื้อหลุดออกจากชายดูแล้วไม่ต่างอะไรกับพวกติสต์ ๆ กับกีตาร์อีกตัว ผมไม่ค่อยถูกกับอะไรแบบนี้นะ แต่มันขู่มายังงี้แล้วทำไงได้ครับ ไปสิ ไปนั่งเฉย ๆ นะ ไม่กิน เพราะวันนี้ไอ้ตูนกับไอ้ต้าไม่อยู่ ไม่มีใครดูแล

 

....................................

 

          “หออยู่ไหนมิก ?”

 

          “อยู่บนพื้นดิน”

 

          พี่มันนั่งที่นั่งติดหน้าต่าง ผมนั่งข้างมันแต่อีกฝั่ง เรานั่งรถเมล์สาย 77 ไปอารีย์กันจากบางรักเพราะไอ้พี่มันบอกตอนกลางคืนคนไม่เยอะและรถไม่ติด ......แล้วมันเป็นบ้าอะไรทำไมต้องนั่งรถเมล์ BTS ก็มี

 

          ไอ้พี่เตอร์มันเริ่มหันมาชวนคุยบ้างเพราะดูท่าทางมันจะง่วง แต่ใจมันอยากกินเหล้าจะขาด

 

          “แล้วหอพี่อยู่ไหน”

 

          “อยู่ในใจมึงมั้ง”

 

          ..........

 

          “อยู่บนพื้นเหมือนกับมึง”

 

          “บอกจริงนะ ที่พี่แซววันนี้ไม่โอเคเลยว่ะ แม่งรู้สึกประหลาด”

 

          “แบบไหน .........มองตาเหรอ ?”

 

          พี่มันพูดแล้วก็จ้องตาผมอีกแล้ว ก็เลยจ้องตามันคืน

 

          “เออ ไม่เห็นหรอก ไม่ได้ใส่คอนแทคมา”

 

          ทีนี้มันเลยพุ่งหน้าเข้ามาใกล้ จนผมรู้สึกตัวอีกทีก็ตอนเห็นหน้ามันชัด ๆ ตอนนั้นผมตัวแข็งทื่ออีกแล้ว เหงื่อแตกเหมือนเดิม

 

          “พี่ไม่เห็นรู้สึกอะไรเลยวะ แค่ซ้อมไว้จีบสาว 555555”

 

          “ใคร ?”

 

          ตอนนั้นผมถามไปแบบไม่รู้ตัว เพราะอยากรู้มากมันจะจีบใคร หน้าแปะขายยาจีนแบบมันเนี่ยะ

 

          “อยากรู้ไปทำไม ?”

 

          ตอนนั้นผมร้อนตรงหน้ามาก มือเริ่มกำกระเป๋าที่สะพายมา เกิดมาไม่เคยเจอคนกวนตีนอะไรแบบนี้เลย มันทำหน้าเยาะ ผมรู้สึกโกรธเล็ก ๆ แต่ทำอะไรไมได้

 

          “หน้าแดงอีกแล้วมึงอ่ะ”

 

          มันเลี้ยวตัวกลับไปนั่งฟังเพลง ผมมองมันค้าง โคตรเกลียดความรู้สึกที่มันเอาชนะไม่ได้เลยว่ะ รู้สึกมันเป็น Loser อีกแล้ว ผมอยากจะรัดคอมันให้ตายไปเลย ตอนนี้

 

          ..................

 

          รูฟทอป เป็นร้านเหล้าที่ประหลาดมากที่ผมเคยเห็นเพราะมันตั้งอยู่บนดาดฟ้าของตึกตึกหนึ่ง ไฟประดับเหมือนไฟศาลพระภูมิเลยครับ ไม่รู้ว่าทำไมไอ้พี่มันชอบอะไรแบบนี้ แต่ผิดคาด มันไม่ได้มากิน มันมาเล่นดนตรีคืนนี้ ถ้าตัดความเหี้ยของมันออกไปผมว่าพี่มันเป็นคนขยันมากเลยนะ หาเงินเองทั้งหมด ผมนั่งรอมันที่โต๊ะหน้าเวที จะกลับก็กลับไม่ได้ เพราะมันสาดส่องสายตาและหน้ามันมาที่ผมบ่อยมาก เบียร์บนโต๊ะมันซื้อมาวางไว้ แต่ก็กลัวมันจะหายเย็นก่อน ผมเลย ....... อ่ะ ดื่มก็ได้น้า ..........

 

          สองขวดหมดไปแล้ว ตอนนี้ตาผมเริ่มเบลอไม่รู้ว่าเบลอเพราะเมาหรือเบลอเพราะไม่ได้ใส่คอนแทค แต่น่าจะทั้งสองอย่าง ผมเลยนั่งมึน ๆ ฟุบไปกับโต๊ะ และอยู่กับที่เพื่อความปลอดภัยที่สุด (เดินไม่ได้ด้วยเดี๋ยวตกดาดฟ้า)

 

          จำได้ลาง ๆ ว่า ไอ้พี่มันเล่นเสร็จแล้วก็มีวงอื่นขึ้นต่อ มันมานั่งข้าง ๆ ผม แล้วสั่งเบียร์มาเพิ่ม ..... กินคนเดียว

 

          ...... แต่ไอ้ชิบหาย ........

 

          มันเอามือมาลูบหัวผมด้วย ตอนนั้นทำอะไรไม่ได้ ผมแพ้คนลูบหัวมากเพราะมันทำให้หลับง่าย ตอนคลาสไหนเบื่อ ๆ ก็ให้ไอ้ตูนลูบให้ แต่พี่ มึง..... อย่าทำตอนนี้ กูสู้คนม่ายด้าย!!!

 

          มันไกล่มือมาตามหน้าผาก ยีหัวเบา ๆ บ้าง

 

          อย่าทำแบบนี้ .........ขอร้อง

 

          ............. คร่อก ................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #7 Timtha (@WIFE_ENGINEER) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 07:22
    น้องงงง
    #7
    0