ตอนที่ 1 : #1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

#1

          “น้อง..........น้องอะไรนะ”

 

          “เห้ย! ไอ้แว่น พี่เค้าเรียกมึง”

 

          ผมสะลืมสะลือตื่นขึ้นมาท่ามกลางสายตาที่หันมาทางผมเกือบทั้งหมด เพราะรุ่นพี่ปีสองหรือปีอื่นคนนั้นเรียก แต่เสียดายพี่เค้าจำชื่อไม่ได้เลยเป็นข้อแก้ตัวว่าทำไมตอนเรียกถึงไม่ลุก ผมลุกไปยืนท่ามกลางวงกลมที่แสนจะโคตรน่าเบื่อในวันรับน้องวันแรก แต่พี่กลุ่มสุดท้ายของวันนี้ดูแล้วท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไร

 

          “ชื่ออะไรค้า”

 

          เสียงแตก ๆ ดังมาจากข้างหลัง ไม่ต้องหันไปมองหน้าก็รู้ว่าเป็นรุ่นพี่กะเทย แต่ผมรู้สึกรังสีร้อนผ่าว ๆ ที่ประโลมมาจากด้านหลัง เป็นลางบอกเหตุที่ไม่ดีเอามาก

 

          “มิกครับ”

 

          ผมตอบห้วน ๆ บ่งบอกถึงการไม่ได้นอนถึงสามชั่วโมง น่าจะพอ ๆ กับพวกที่นั่งบางคนที่แอบผล็อยหลับไปแล้วแต่รุ่นพี่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปกระชากคนที่หลับให้ตื่น เพราะมหาลัยเป็นมหาวิทยาลัยสีขาว อิอิ เกือบทุกสายตามองผมเป็นจุดเดียวทำให้ยิ่งจะเป็นบ้า ผมไม่ชอบที่ที่คนเยอะแบบนี้เลย

 

          “เล่นกีตาร์เก่งเหรอเรา”

 

          “อ่ะ....เอ่อ....... ไม่เป็นครับ”

 

          “เอ้า ไหนเพื่อนบอกว่าเล่นเป็น”

 

          ทุกคนต่างจ้องมองผมเป็นจุดเดียว แต่ผมนี่สิกวาดสายตาหาไอ้ตัวที่มันบอกที่มันบังอาจบอกว่าผมเล่นเป็น ไอ้สัด!! กูหลับนิดหน่อยโยนขี้ให้กูเลยนะ!!! แต่ก็พูดไปเพราะผมก็ไม่รู้จักกับทุกคนเพราะมันวันแรกที่ผมได้เข้ามาในมอนี้ แต่ก็พูดไป อีกไม่กี่เดือนผมก็จะออกไปจากที่นี่ เพราะเสือกติดแอดเข้าคณะที่ไม่ได้อยากเข้านี่สิ!!!

 

          “สรุปน้องเล่นเป็นเปล่า”

 

          “คะ......ครับ....”

 

          ทุกสายตาจ้องเข้ามาที่ผมปานจะกลืนกินทั้งตัวแบบไม่เคี้ยวอะไรเลย

 

          “เอ่อ....ป.....เป็นครับ”

 

          “เอ้า.... แล้วเมื่อกี้บอกไม่เป็น ไม่ต้องกลัว พี่ไม่ดุหรอก”

 

          บางทีโลกที่ผมอยู่ตอนนี้มันเป็นปกติแต่ในหัวผมมันดูเอื่อยเฉื่อยชาไปทุกอย่างก็ได้ ก็จริงอย่างที่ใครไม่รู้ว่าถ้าเรามองอะไรแย่ คนที่รับรู้จากเราก็รู้สึกแย่ตามไปด้วย แต่ผมคงแย่แค่วันนี้วันเดียวแหละ ปกติผมเป็นคนเฮฮา!

 

          “ตอนนี้ก็สี่โมงเย็นแล้ว พี่มีเกมมาให้เล่นถ้าเล่นได้ พี่จะปล่อยก่อนซุ้มคณะอื่นเลย!

 

          เสียงทุกคนเฮตามพี่ แต่ผมนี่อยากจะนอนโชว์บนสนามหญ้าแม่งตรงนั้น กูไม่น่าถ่อมาจากคอนโดเล้ย!!!

 

          “เกมที่พี่จะท้าน้องคือ ให้น้องร้องเพลง เล่นดนตรีแข่งกับเพื่อนพี่ โดยมีเสียงกรี๊ดเป็นคะแนน ใครเสียงกรี๊ดดังกว่า คนนั้นชนะ!

 

          ผมหันไปมองพวกรุ่นพี่ที่มายืนล้อมแม่งมีเยอะกว่ารุ่นน้องคูณสามได้........ ยิ่งมีพวกรุ่นพี่กะเทยกับพี่ผู้หญิงตัวแรงที่มาคอยมองรุ่นน้องผู้ชาย.......และผม........... ฮิฮิ........เสียงกรี๊ดพวกนั้นพร้อมกันแล้วน่าจะดังกว่าระดับเดซิเบลที่ยืนอยู่กลางวงพายุทอร์นาโดอีก ..... เอ้า เสือกรู้ไดไง ผมเรียนหมอหมา (สัตวแพทย์)

 

          “ไม่รอช้าแล้วกัน เดี๋ยวจะเลิกหลังคณะอื่น”

 

          ตอนที่แม่งพูด เด็กนิเทศฯข้าง ๆ ที่เลิกก่อนแม่งเดินมามุงแล้ว ไม่รู้มันจะมาดูอะไรนักหนา แต่ก็เห็นผู้หญิงบางคนแอบยิ้มเล็กยิ้มน้อยมาทางผม ก็ช่วยไม่ได้อ่ะน้า คนมันฮอตป่ะวะ

 

          “ทางเศรษฐศาสตร์ ขอเปิดการ์ดเบิกตัว................... แพน............เตอร์!!!!!!!!!!!!!

 

          แม่งเป็นการเปิดตัวที่เวอร์เหี้ย ๆ อย่างแรกที่ผมอยากจะขอขำคือทำไมพี่มึงต้องทำท่าเปิดตัวเหมือนอุลตร้าแมน แล้วขอขำอย่างที่สอง คนเหี้ยอะไรแม่งชื่อแพนเตอร์ ไอ้สัส ผมกลับมานอนนึกเล่นคนอะไรชื่อแพนเตอร์วะ กระแดะชิบหาย เป็นชื่อที่ผมไม่ชอบเอามาก ๆ แม่งบอกตรง ๆ ดูตอแหลชิบหาย ตอนมัธยมคงชื่อไอ้แพนหรือแปลเป็นไทยว่าไอ้กระทะหรือไอ้ส่ายกล้อง (ศัพท์เทคนิคที่เพื่อนนิเทศฯผมบอกมา) หรือชื่อไอ้เตอร์ แต่ขึ้นมหาลัยแม่งเสือกมาเติมชื่อพยางค์สองพยางค์ ไอ้เหี้ย ผมขอขำในใจนะ แต่จะไม่พิมพ์เลขห้า เดี๋ยวรู้ว่าขำ

 

          อีกอย่างลองนึกถึงชื่อตอนแก่จะชื่อแพนเตอร์จริง ๆ เหรอ คุณตาแพนเตอร์ค้าบบบ คุณลุงแพนเตอร์ขา ผมคิดในใจนะ แต่ไม่ขำ บอกแล้วว่าไม่ขำ เดี๋ยวโดนรุมตื้บ

 

          หยาบมาเยอะละ แต่สังเกตว่าเสียงกรี๊ดดังมาก แค่เปิดตัว ย้ำ แค่เรียกชื่อมาผมนึกว่ายืนอยู่ข้างไอพ่นเครื่องบินเจ็ท เสียงกรี๊ดแทบพาร่างน้อย ๆ ของผมปลิวไปตามลม ผมก็เริ่มไม่แน่ใจว่าคนที่มามุงดูเยอะ ๆ มาดูผมหรือว่ามาดูพี่ที่ชื่อแพนเตอร์อะไรนี่กันแน่ บอกรอบสอง แม่งเป็นชื่อที่ผมไม่ชอบเลยว่ะ คุณตาแพนเตอร์ ไอ้สัส

 

          “อร้ายยยยย!! พี่แพนเตอร์ขา กรี๊ดดดดดดดดดดดด.....”

 

          “นุรักพิ!!!

 

          “ไอ้ต้าวของน้อง!!!

 

          ไอ้นุรักพิอะไรนี่ผมก็พึ่งเคยได้ยินมันเป็นภาษาพูดล่ะครับ เห็นส่วนมากในทวิตผมนึกว่าพิมพ์กันเล่น ๆ แต่นี่ผมเห็นคนมุงกันนะ แต่ยังไม่เห็นเลย ยังกับใครลงมาเกิด ถ้าผมเห็นหน้าพี่แพนอะไรนั่นผมต้องก้มลงกราบไหม

 

          คนเริ่มแหวกออก ผมยืนอยู่กลางวงแอบกลืนน้ำลายไปอึกใหญ่ ไม่รู้กลัวอะไรแต่ผมยังยืนยันคำเดิมว่าเกลียดชื่อนื่ แพน!!!เตอร์!!!!

 

          ในที่สุด กว่าจะแหวกมากลางวงและมายืนข้าง ๆ ผมได้ มารู้สึกตัวอีกทีคนมามุงเยอะมากมีทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่พึ่งเลิกจากกิจกรรม (ไหนว่ามันจะปล่อยก่อนไงวะ) ตอนนั้นผมเริ่มกลัวมาก เสียงวี้ดว้ายโถมเข้ามาเหมือนอยู่ในเวทีมวย ผมกลัวอย่างแรกเลยคือคนมามุงเยอะ อย่างสองคนกรี๊ดแต่ไอ้พี่แพนพี่เตอร์อะไรนี่เนี่ยะ! หมดความมั่นใจไปแล้ว! ปกติผมต้องคนกรี๊ดเยอะกว่าสิ! เดือนบุญวาทย์ก็คือผมคนเดียวเท่านั้น!!

 

          พี่เค้าก็มองหน้า (ไม่ขอพูดชื่อแล้วกันนะ เอาเป็นว่าเกลียดชื่อ) เราสูงเท่ากัน ผม 178 พี่เค้าก็น่าจะ 178 อาจจะบวกลบนิดหน่อยเพราะรองเท้า ตอนนี้พี่เค้าสูงกว่าผมไม่ชอบเลย มันข่มกันชัด ๆ ! ดูจากข้างนอกไกล ๆ ระยะประมาณ 100 เมตร ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเล่นดนตรี พอมาใกล้ ๆ ประมาณ 3 เมตรก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าเล่นดนตรี เป็นคนที่ไม่มีคาแรคเตอร์เลยด้วยซ้ำ คนคงกรี๊ดเพราะหล่อล่ะมั้ง เอ๊ะ หล่อเหรอ ?

 

          ไม่รู้อะไรทำให้ผมคิดแบบนั้น ผมขยับแว่นเล็กน้อยแก้เขิน แต่หน้าไอ้พี่แพนเตอร์ เอ้อ ลืม ไอ้พี่เค้าเนี่ยคุ้นชิบหายเลย แต่ผมนึกไม่ออก มันเหมือนอยู่ซอกลึกสุดของสมองต้องมีตัวกระตุ้นอะไรซักอย่างมันปะทุขึ้นมา แต่ตอนนี้ผมอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตาย เพราะยังคิดไม่ออกว่าจะเล่นเพลงอะไร

 

          “อ่ะ น้องมิกครับ พี่แพนเตอร์ให้น้องมิกเริ่มแสดงก่อน เพราะกลัวว่าน้องจะดับ ถ้าเริ่มหลังพี่”

 

          ไอ้พี่เค้าแก้ตัวเลิ่กลั่กบอกว่าไม่ได้พูดประโยคหลัง ผมขวับไปมองหน้าที่สูงกว่านิดหน่อย เขามองมาที่ผม เห็นหน้าเหมือนจะขำตลอดเวลา เห็นแล้วอยากเอามีดกรีดลักยิ้มไอ้พี่เค้าจริง ๆ พี่เค้ายื่นกีตาร์ตัวรักมาให้ ไม่มีใครรู้หรอกว่ามือผมแอบสั่นเล็กน้อย ยังนึกเพลงไม่ออกเลยโว้ยยยย!!!!!

 

          ผมหยิบกีตาร์มาตอนนั้นทุกคนจ้องมาที่ผมเหมือนจะคาดหวัง รวมทั้งไอ้พี่เค้าด้วยแต่มันมองเหมือนจะจับผิด ผมเลยแกล้งจูนสายกีตาร์ไปพลาง ๆ

 

          “จะเล่นเพลงอะไรเหรอ ?


          เสียงไอ้พี่เค้าดูแห้ง ๆ เหมือนคนเป็นหอบถาม ฟังเหมือนจะเยาะผมจริง ๆ ผมนึกไม่ออกเลยพลั้งปากไปเพราะตื่นเต้นแต่วางมาดเอาไว้

 

          Something Like Olivia ของจอห์น เมเยอร์ ฮะ”

 

          พอพูดไปสีหน้าไอ้พี่เค้าก็เจื่อน มารู้ทีหลังว่าเพลงนี้มันเล่นยากมากในความคิดผม ปกติจับคอร์ดแล้วเปลี่ยนคอร์ดยังแทบไม่รอดเลย แล้วจะไปหวังอะไรกับฟิงเกอร์สไตล์แต่........

 

เปรี๊ยะ!!!!

 

          ทุกคนหยุดการกระทำ ณ ตอนนั้น เหมือนพร้อมใจกันเล่นแปะแข็งหรือแม้แต่วงโคจรระบบสุริยะ (ของผม) ก็น่าจะหยุดไปด้วย........ แต่ผมก็.........ไอ้ชิบหาย!!! สายกีตาร์ของไอ้พี่แม่งขาด ขาดไม่พอ ตัวบิดแม่งหลุดคามือผมเลย ไอ้เชี่ยย ไอเชี่ยยย!! ตอนนั้นผมลมจะจับแล้วล้มลงไปจริง ๆ ไอ้พี่มันรุดเข้ามาพร้อมพูดแบบไม่ได้ศัพท์หรือผมฟังไม่รู้เรื่องเองไม่รู้ แต่รู้ว่าพี่มันโกรธ พร้อมจะกินเลือดกินเนื้อ ที่สมองผมรับรู้ลาง ๆ ว่าพี่มันใช้เทย์เลอร์ซีรีส์ 5 ตัวละ...... ไม่พูดดีกว่า

 

          ตอนนั้นทุกอย่างผิดแผน พี่ ๆ เลยปล่อย ทุกคนแยกย้ายเพราะมันเย็นแล้ว ผมยังอึ้งอยู่ กูต้องเป็นหนี้แน่ ก็หนี้ทำของเค้าพังนี่แหละ ไอ้ซัส!!

 

          เอ้อ ..... ก่อนที่ทุกอย่างจะสลายก่อนเลิกกิจกรรม ไอ้พี่ที่อยู่คณะเศรษฐศาสตร์หรือเพื่อนของไอ้พี่หน้าลักยิ้มเหมือนแมวป่านั่นเดินเข้ามาบอกว่า มันจะคุยเรื่องค่าเสียหาย ผมเหวอเล็กน้อย ทำตัวซื่อ ๆ ว่าง่าย ไม่ทันเรียนก็เป็นหนี้แล้ว ผมเมมเบอร์ไอ้พี่เอาไว้ว่า ไอ้หน้าแปะ ถ้าหัวมันโล้นกว่านี้ก็คงเหมือนอาแปะขายยาจีน ไม่รู้สิ แต่ผมว่าเหมือนนะ......

 

          ผมเดินเตะฝุ่นท่ามกลางอากาศมืด ๆ เช็คโทรศัพท์ระหว่างทางไปขึ้นรถไฟฟ้า เปิดไลน์ขึ้น ทุกคนคงจะรู้ว่าเวลาเราเมมเบอร๋ใครมันขึ้นมาในไลน์อัตโนมัติ และไลน์ของไอ้พี่....มันเด้งขึ้นมา ชื่อในไลน์มันจั่วหัวว่า Pantherist

 

P a n t h e r i s t……

 

P A N T H E R I S T ………………

 

!!!!!!!!!!

 

          ใครวะ....... ก็ยังนึกไม่ออกแหละ ผมตกใจเอาไว้ก่อน แต่มันไม่น่าไว้ใจเลยแม้แต่น้อย ผมเรียกมันเลยแล้วกัน ตัวซวยชิบหายมาเล่นทั้งทีเสือกเอากีตาร์แพงมาให้ผมทำพัง บ้าเปล่าวะ???!!!!

 

          ไม่รีรอช้า ผมรีบสืบหาจากหลักฐานเดียวทั้งหมดที่มีคือแอคเคานท์ไลน์อันนี้ ผมรีบกดไปที่หน้าโฮม

 

          นี่มัน......

 

          ไอ้เชี่ย.......

 

          ไ อ้ เ ชี้ ย........

 

          ไม่อัพเดตรูปโปรไฟล์อะไรเลย ......... ติสต์ชิบหาย เกิดมาพึ่งเคยเจอคนติสต์แบบนี้ คนอะไรมันไม่ค่อยอัพเดตชีวิตเลยวะ แต่ผมพึ่งมารู้ตอนที่ไอ้ตูน เพื่อนสนิทผู้หญิงคนหนึ่งบอกว่ามันมีฟังก์ชั่นปิดอัพเดต ตอนนั้นผมรู้สึกโง่ไปเลย

 

          ไอ้ตูนอะนะ ชื่อสมัยมอปลายมันเสาวลักษณ์ แต่มันเปลี่ยนมาเป็นฐานวดีละ มันบอกเปลี่ยนเพราะเสริมดวง ชื่อแปลกชิบหาย เจอมันได้บ่อยในไอจีสตอรี่ผมเอง เพราะก็อยู่กับมันบ่อยสุดและรวมถึงตอนนี้มันนั่งข้างหน้า กำลังกินข้าวต้ม มื้อที่ดูจนที่สุด ถูกแล้วผมกำลังจะขายบ้านซื้อกีตาร์ตัวละ .... ไม่พูดดีกว่า อีกรอบ เห็นราคาแล้วน้ำตาลูกผู้ชายจะไหล ไอ้......

 

          “จริง!!!! กูถามจริง มึงเจอพี่แพนเตอร์เหรอ!!! ทำ ไม กู ไม่ เจอ !!!!!

 

          “โห่ กูบิดกีตาร์เขาหักเป็นท่อนกับมือกูเนี่ย”

 

          “มึงมันเหี้ย!

 

          มันกระแทกช้อนสั้นลงก้นชามจนเกือบกระเด็นใส่ พร้อมเล่าสรรพคุณของไอ้พี่เค้ามายาวมากจนผมแอบมองเหม่อ สรุปใจความจากมันแบบเบลอ ๆ ว่า พี่มันเล่นดนตรีเก่ง มีเสน่ห์ สเปคมัน ถึงขนาดซื้อพวงกุญแจกับที่หนีบเข็มขัดพิงค์แพนเตอร์ใช้อ่ะ

 

          “ใครจะไปรู้วะว่ามันตัวแพง กีตาร์กูเอามาจากพี่แถวบ้านยังไม่คืนเค้าเลยเนี่ย เสียงมันก็เหมือนกันป่ะวะ”

 

          “แล้วที่ว่าพี่แพนเตอร์ของกูหน้าคุ้น ๆ เนี่ยคือมึงหมายความว่ายังไง”

 

          “ไม่รู้......”

 

          “อ้าว อีมิก.....”

 

          “มันซ่อนอยู่ในหัว แล้วตอนที่กูดูในไลน์พี่เค้าอะ กูยิ่ง......”

 

          “เดี๋ยว..... มึงไปได้ไลน์มาจากไหน”

 

          มันมองจับผิดผม เหมือนสายตาทุกคนเมื่อตอนเย็นยกกำลังไปอีกสาม แล้วเวลาใครมองหน้าผมนาน ๆ ผมจะรีบหนีสายตามันทำให้เหมือนคนดูมีพิรุธแล้วรู้สึกเขินหน้าจะแดง ๆ เพราะผมเป็นคนผิวใส ขาวมาก อิอิ......

 

          “อะไร!!! ….. ก.... กูได้เบอร์พี่เค้ามา”

 

          เสาวลักษณ์มึงแม่งน่ากลัวชิบหายเลยตั้งแต่มัธยมจนมาถึงตอนนี้ ยิ่งกับทรงผมที่มันบอกจะตัดตามป๊อกแป๊ก เกิร์ลกรุ๊ปเกาหลีอะไรนะ ผมไม่ค่อยตาม แต่ตัดมาแล้วเหมือน .........

 

          “อี มิก!!!!

 

          มันเอาโทรศัพท์ผมไปยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ผมเห็นมันเปิดพิมเบอร์อยู่ สักพักก็เด้งไปในไลน์ มันได้ไลน์ไอ้พี่นั่นไปแล้ว ไอ้ชิบหาย เค้าจะไม่สงสัยเหรอ!! แต่มีอะไรอย่างหนึ่งในหัวผมตอนนี้ จะบอกก็ได้ว่าไอ้ตูนมันเหมือนนาตาชา โรมานอฟ ไม่ถึงกับสายลับสาวอะไรขนาดนั้นแต่สามารถใช้ศัพท์เทคนิคเรียกมันว่าเป็น สตอล์กเกอร์ ถ้ามันไม่เรียนคณะเดียวกับผมแต่ไปเรียนพวกเขียนโค้ด มันคงเป็นแฮคเกอร์หญิงที่ค่าหัวสูงที่สุดในไทยแลนด์ ผมเคยเอารูปคนที่เคยชอบให้มันดู แค่ปลายผม มันใช้เวลาไม่ถึงสามนาที เปิดเฟซเจ้าของปลายผมคนเมื่อกี้ให้ดู เห็นไหม เพื่อนรักหนึ่งเดียว

 

          “ไหน ๆ มึงก็มีไลน์พี่แพนอะไรของมึงแล้ว มึงหาเฟซสิ”

 

          ผมออกอุบายเนียน ๆ เพื่อหลอกให้มันหา ค้างประวัติค้นหาเอาไว้แล้วผมก็จะไปสืบต่อทีหลัง นี่ไง คนฉลาด 2018!!! ผมดูดน้ำพลางรอผลแต่น้ำยังไม่ทันขึ้นถึงปาก........

 

          “นี่อ่ะนะ......”

 

.............

 

.........

 

.....

 

..

 

.

 

          รู้ไหมว่านอกจากเห็นผีครั้งแรกที่นับเป็นเรื่องอัศจรรย์ก็ตอนปอสาม ตอนนี้ความอัศจรรย์ครั้งที่สองอยู่กับเสาวลักษณ์ ผมสาบานได้ว่าลังจากที่มันแตะโทรศัพท์ (ที่กดเบอร์โทรพี่นั่น) ไม่ถึงห้าวิ มันหันจอเฟซบุ๊กในเครื่องมัน มาให้ผมดู....... ตอนนี้ระหว่างโลกแตกกับเสาวลักษณ์ผมกลัวมันที่สุด ไม่แน่วันนึงมันอาจจะแฮคเข้ามาคุ้ยแชทเก่า ๆ ที่ผมเคยคุยเอาไว้ไปขายก็ได้

 

          “มึง ......... ไอ้เชี่ย..... เอามาดู”

 

          มันไม่ยอมให้ผมคว้าไปแล้วทำหน้าเหมือนเป็นผู้ชนะ

 

          “อยากได้เหรอจ๊ะ เอาไปทำอะไรเอ่ย”

 

          “เออ ไอ้เชี่ย ขอดูหน่อย”

 

          “ถ้ามึงอิจฉาว่าพี่เค้าเก่งกว่าหล่อกว่าก็ถูก ผัวกูหนึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนคนอื่น ห้าม!!!!

 

          มันนั่งเลื่อนจอ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนเป็นบ้า ส่วนผมนี่ร้อนรนถ้าไม่เกรงใจมันอยากจะเอาโจ๊กราดหัวมันไปแล้ว ณ ตรงนั้น แต่ยังเห็นใจเพื่อนรักอยู่ มันเลื่อนสักพักแล้วก็กรี๊ดแล้วหันมาให้ผมดู เป็นรูปเด็กนักเรียนผิวใส ดัดฟันยิ้มร่าสดใสตามวัย ผมนั่งจ้องแบบตั้งใจ

 

          “มึ๊งงงง อีมิ๊กกกก เนี่ย ตอนนั้นกูกรี๊ดรูปนี้มากที่พี่เค้าไปติวครูพี่นวล คนที่จะติวกับครูพี่นวลได้มันต้องผ่านคัดเลือกอ่ะ มึ๊งงงง เค้าโคตรเก่งชิบหาย แถมเล่นดนตรีเก่งด้วย กรี๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ”

 

          ครูพี่นวล ครู.......พี่.....นวล..........

 

 

 

 

 

ปี 255X

 

          ในห้องห้องหนึ่งที่มีแต่ผม กับเด็กนักเรียนอีกคนซึ่งเป็นรุ่นพี่ปีนึง ข้างหน้าของผมและอีกคนตอนนี้คือครูพี่นวล ติวเตอร์อันดับหนึ่งของประเทศไทยที่ใคร ๆ ก็อยากจะเข้ามาติว แต่ต้องผ่านการสัมภาษณ์ก่อน ผมอยู่ม.ห้า ส่วนอีกคนอยู่ม.หก ซึ่งกำลังจะขึ้นมหาวิทยาลัยในเร็ว ๆ นี้

 

          ครูพี่นวลเป็นคนไทย พูดอังกฤษชัดมาก แต่ผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกนะ เพราะใจผมอยากจะเข้าติวเต็มที่อยู่แล้ว ผมจะไม่เสียโอกาสนี้ไป!

 

          “อ่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ที่ครูพี่นวลเรียกมาทั้งสองคนเนี่ย เพราะน้องสองคนเป็นตัวสำรองตอนนี้ แล้วมีคนหนึ่งที่จะมาติวเค้าสละสิทธิ์ไป นั่นหมายความว่า จะต้องมีน้องคนใดคนหนึ่งที่ต้องมาปีหน้านะจ๊ะ”

 

          ผมกลืนน้ำลายฝืดเพราะตื่นเต้น ส่วนอีกคนผมไม่แม้แต่หันไปมองหน้าหรอกนะ เพราะใจผมอยู่กับการติวครั้งนี้เอามาก ๆ

 

          “คำถามง่าย ๆ เลยคืออะไรที่พวกน้องคิดว่าจะทำให้ประเทศไทยพัฒนาขึ้นจากตัวของพวกน้องจ๊ะ ?

 

????????..........

 

          “เริ่มจากน้องก่อนจ้ะ น้องมิก”

 

          สายตาจากครูพี่นวลมองผมแบบตั้งใจ ทำให้ผมเลิ่กลั่ก แต่รู้สึกว่าคนข้าง ๆ ก็มองอยู่เหมือนกันหรือผมคิดไปเอง นั่นก็ทำให้ผมตื่นเต้นไปอีก เพราะดูเหมือนทุกคนคาดหวังกับคำตอบผมมาก

 

          “ผมจะเรียนให้จบไปเป็นนายก แล้วกลับมาพัฒนาประเทศครับ”

 

          ตอนนั้นถ้าให้พูดคือหน้าของทั้งครูพี่นวลแล้วไอ้คนข้าง ๆ คือแอบขำในใจ แบบขำชิบหายจะตายอยู่แล้ว แต่กลั้นขำเอาไว้กับคำตอบที่จริงใจและแสนซื่อของผม แล้วที่ผมไม่โอเคคือหลังพูดจบไอ้คนข้าง ๆ ที่ว่าม.หกมันกลั้นขำไม่อยู่จนสำลักออกมา ผมหันไปมองหน้าที่มันปิดปากไอเอาไว้แล้วสักพักหยิบน้ำแก้วพลาสติกมาดูด

 

          “แล้วน้องล่ะ”

 

          “เอ่อ ...... ผม ก็จะเริ่มจาก.............”

 

          มันสาธยายยาวมากแต่ผมไม่ได้ฟัง เบือนหน้าหนีไปทางอื่นฟังคำตอบอันแสนที่โคตรเฟคของมัน โคตรเหม็นขี้หน้าเลยว่ะ ถ้าเจอมันข้างนอกผมคงจะถุยน้ำลายใส่หน้าจริง ๆ

 

          “เอาล่ะ เดี๋ยวขอเวลาครูพี่นวลออกไปคิดข้างนอกแปบเดียวนะ”

 

          ตอนที่ครูพี่นวลออกไปผมนั่งกอดอกนิ่ง ๆ หันหน้าไปทางอื่นไม่พยายามมองหน้า ผมได้ยินเสียงขำเล็กน้อยแต่ก็ไมได้สนใจอะไร แต่น้ำตาเริ่มคลอแล้วว่ะ อยากร้องไห้ตอนนั้น

 

          ......

 

          “เอาล่ะ ครูพี่นวลได้ตัดสินใจแล้วนะ”

 

          “ตอนนี้น้องมิกอยู่ม.ห้า เป็นการดีที่จะให้น้องมิกเข้ารับการติวของครูพี่นวล.......”

 

          ผมยิ้มกว้างออกมา น้ำตาเริ่มจะเอ่อจริง แบบไม่รู้ตัว ไม่รู้สิผมรู้สึกอิ่มจุก ๆ แบบพูดไม่ถูกมันตันอยู่ข้างใน ผมอยากจะกราบครูพี่นวลตรงนั้น ฮือ ๆ ...... ผมว่าไอ้เด็กหัวเกรียนอีกคนก็จุกเหมือนกัน แต่จุกจะอ้วกล่ะนะ เพราะไม่น่าได้......อิอิ

 

          “แต่ว่าน้องคนนี้ อยู่ม.หก แล้วอีกไม่กี่เดือนจะเริ่มสอบแกทแพทแล้ว ครูพี่นวลคิดว่าน้องมิกยังมีเวลาอีกปีหน้า ที่ยังสามารถมีโอกาสเข้ามาติวกับพี่นวลได้ใหม่ ในการคัดเลือกครั้งนี้ ครูพี่นวล้องขอโทษน้องมิกที่ต้องให้มาปีหน้านะคะ........”

 

          ใจแตกสลายจากการตอนผมเลิกกันแฟนคนที่สองตอนสองสามเดือนก่อน กลับมาแตกละเอียดอีกครั้งก็ตอนนี้และรู้สึกเป็นคนที่ขี้แพ้ หลังจากนั้นมันทำให้ผมรู้สึกอยากเอาชนะในเรื่องเล็กน้อย ๆ มาตลอด กับไอ้แค่การติวผมยังจะเป็นจะตายขนาดนี้เลย รู้มั้ยว่าตอนนั้นผมร้องไห้ออกมาแบบไม่อายเลย คนอื่นอาจจะคิดว่าไอ้แว่นนี่แม่งเป็นห่าอะไรวะ แต่ตอนนั้นผมพึ่ง PTSD (เครียดหลังจากเจอเหตุการณ์อะไรแรง ๆ ) หลังเลิกกับแฟนเพราะหวังเอาไว้ว่าจะคบคนนี้นาน ๆ แต่ไม่ถึงครึ่งปีเลยมันยิ่งตอกย้ำทำเป็นไอ้ขี้แพ้ตลอด

 

          ครูพี่นวลดูจะเป็นห่วงมาก แต่ไอ้คนข้าง ๆ มันนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็แน่ล่ะมันไม่ใช่มิกคนนี้มันจะไปรู้สึกอะไรวะ!

 

          “อ่ะ เดี๋ยวน้องเขียนชื่อรับรองตรงนี้ด้วยนะจ๊ะ”

 

          ครูพี่นวลยื่นกระดาษให้มันเซ็น

 

          “อ่า..... น้อง Siriwut น้องชื่อเล่นอะไรคะเนี่ย พันโท ครูพี่นวลอ่านลายมือไม่ออก”

 

          “เอ่อ...... P A N T H E R แพนเตอร์ – แพนเตอร์ครับ”

 

          “แพนเตอร์ ว้าว! โซคูล! ชื่อเท่ดีนี่ น้องแพนเตอร์”

 

          น้องแพนเตอร์

 

          น้องแพนเ.....

 

          น้องแ.........

 

          น้องแพนเ.....

 

          น้องแพนเตอร์

 

          คุณตาแพนเตอร์ค้าบบบบ

 

          คุณลุงแพนเตอร์ขา

 

          สิ่งเดียวที่ผมยังไม่บอกไอ้ตูนคือคุณพี่แพนเตอร์ของมันเนี่ย

 

          คือ ไอ้!! พัน!! โท!! คนที่มันแย่งที่นั่งติวครูพี่นวลกู ไ อ้ เ ชี่ ย !!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #13 #เตอร์มิกซ์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:04

    โอ้ยยยย เพิ่งมาเจอฟินนนน

    #13
    0
  2. #1 Apostoon (@apostoon) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 15:47
    55555555555555 เรือน้อยๆของเรามีฟิคแล้ววววว
    จากโมเม้นเล็กๆ เรามาถึงขนาดนี้ได้ มันปลื้มปริ่ม

    นิยายสนุกมากนะคะ เป็นมิกซ์เตอร์อีกมุมนึง ที่คิดไม่ถึง
    แต่ก็ยังคงบุคลิกกวนๆของพี่เต้อ ความมึนๆง่วงของมิ้กไว้ได้อย่างดี
    ติดตามค่าสาา
    #1
    0