[ TOKYO REVENGERS ] ใครก็ได้...ช่วยฉันด้วย

โดย NamikoMeko_lm

ได้โปรด ใครก็ได้ ช่วยฉันที....

ยอดวิวรวม

475

ยอดวิวเดือนนี้

61

ยอดวิวรวม


475

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


16
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.ค. 65 / 17:35 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ต้องอดทนไปอีกนานแค่ไหน

 

ต้องร้องไห้อีกกี่ครั้งถึงจะหาย

 

ต้องเป็นเด็กดีเท่าไหร่ถึงจะพอใจ

 

ต้องกินยาอีกเท่าไหร่ถึงจะหาย

 

เมื่อไหร่พวกเขาจะพอใจกับฉันสักที

 

ฉันเหนื่อยเหลือเกิน

 

เหนื่อยที่จะต้องมานั่งมองพวกเขาทะเลาะกันไม่เว้นวัน

 

ฉันรู้ว่าพวกเขาเหนื่อยที่จะต้องเลี้ยงดูคนอย่างฉันและน้องสาว

 

แต่ทำไมพวกเขาต้องเอาความโกรธเหล่านั้นมาลงที่ฉันคนเดียวด้วยล่ะ

 

ให้ตายสิ….

 

ฉันล่ะอยากหายๆไปจากโลกความเป็นจริงนี้สักที…..

 

ใครก็ได้

 

ช่วยฉันที…

 

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.ค. 65 / 17:35


[ มึงถึงญี่ปุ่นแล้วใช่ไหมอีหญิง ]

 

“ถึงแล้วเจ๊ไม่ต้องห่วงน้องหรอกน้องดูแลตัวเองได้”

 

[ มึงเป็นน้องกูทำไมกูจะไม่ห่วงตอนนี้ไอชิการะมันรอมึงอยู่ด้านนอกสนามบินมึงจำหน้าเพื่อนกูได้ใช่ไหม ]

 

“จำได้พี่เขาใจดีจะตายแถมหล่่อด้วย5555”

 

[ เออเพื่อนกูหน้าตาดีค่ะ อยากจีบก็จีบไปกูอนุญาต5555ถ้ามีเรื่องอะไรก็ติดต่อมาหาเจ๊ได้เสมอนะอีดอก ]

 

“รู้แล้วน่า ขอบใจเจ๊มากนะ”

 

[ เออๆแค่นี้ก่อนนะกูจะไปทำงานต่อแหละ ]

 

“อืม บาย”

 

สวัสดีค่ะทุกคนฉันชื่อ กอหญ้า เป็นหญิงสาวชาวไทยอายุ16ปีที่ย้ายมาเรียนที่ญี่ปุ่นโดยที่ฉันมีปัญหาทางบ้านเล็กน้อยและคนที่สนับสนุนให้ฉันออกมาจากสถานที่ที่เรียกว่าบ้านก็คือพี่สาวของฉัน กอไผ่ พี่สาวคนโตของบ้านที่ตอนนี้ทำงานอยู่เยอรมัน

 

“น้องก๊อตจิทางนี้~”

 

“สวัสดีค่ะพี่ชิการะ”

 

“สวัสดีจ้า ว่าแต่เราเป็นไงบ้างพี่ได้ยินจากกอไผ่ว่าเราเข้าโรงพยาบาลด้วยนิ”

 

“ก็ดีขึ้นค่ะ พี่กอไผ่อยากให้หนูอยู่ห่างจากที่บ้านสักพักเลยให้หนูมาเรียนที่ญี่ปุ่นน่ะค่ะ”

 

“ดีแล้วๆ ที่พักของเราเดี้ยวพี่พาไปเองส่วนเรื่องไปหาหมอพี่จะพาไปเดินละครั้งนะตอนนี้ก๊อตจิเอายามาด้วยหรือเปล่า?”

 

“หนูเอามาค่ะ”

 

“อืมๆ งั้นไปกันเถอะ^^”

 

พี่ชิการะเป็นเพื่อนของพี่กอไผ่ที่ตอนเรียนมหาลัยที่ไทย ฉันที่ต้องเอาของไปให้พี่กอไผ่ที่มหาลัยเพราะพี่ชอบลืมประจำเลยทำให้ฉันได้เจอกับพี่ชิการะบ่อยๆ

 

ส่วนชื่อที่พี่ชิการะเรียกฉันก๊อตจินั้นก็เพราะชื่อของฉันและพี่กอไผ่คล้ายกันนิดหน่อยพี่เขาเลยเรียกฉันว่าก๊อตจิแแทน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะมันดูน่ารักดีเลยให้พี่ชิการะเรียกแบบนั้นไป

 

พี่ชิการะพาฉันมาที่รถสปอรต์ของพี่เขา จำได้ว่าพี่ชิการะจะเป็นนักแข่งรถมืออาชีพด้วยไม่แปลกเลยที่ฉันจะชอบได้ยินพี่กอไผ่ชอบด่าเวลาพี่ชิการะขับรถไปส่งที่หอของเพื่อนอีกคน

 

“ก๊อตจิกลัวที่พี่ขับรถเร็วหรือเปล่า”

 

“ไม่ค่ะ หนูออกจะชอบด้วยซำ้แต่ป๊ากับม๊าของหนูกลับไม่ชอบให้หนูนั่งรถพี่ที่ชอบขับรถเร็วๆ.-.”

 

“ตอนนี้เรามาอยู่ญี่ปุ่นแล้วพวกเขาไม่รู้หรอกน่า~ เดี้ยวพี่เปิดหลังคาให้เราได้รับลมเย็นๆนะ^^”

 

“ดะ-เดี้ยวนะ?! รถพี่เป็นรถสปอรตไม่ใช่หรอคะ?!”

 

“รถสปอรต์แบบเปิดประทุนไงครับ^^”

 

พี่ชิการะกดปุมข้างๆแล้วหลังคารถก็ค่อยๆเปิดออกฉันเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะมองท้องฟ้าสีครามที่สดใสไม่มีเมฆมาบดบัง ฉันอยากจะหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้จังเลยนะ….

 

พี่ชิการะใช้เวลาไม่นานก็มาส่งฉันที่เป็นคอนโดแห่งนึงที่ค่อนข้างหรูมากและห้องของฉันก็อยู่ชั้นบนสุดของคอนโดอีกด้วย บอกเลยว่าวิวดีสุดๆไปเลย

 

“พี่ชิการะ มันไม่หรูไปหน่อยหรอคะ=_=”

 

“ก๊อตจิไปถามกอไผ่เอาเองเถอะ มันเป็นคนเลือกที่นี้ให้ก๊อตจิเองเลยนะได้ยินมันบอกว่าอยากให้ก๊อตจิอยู่สบายๆน่ะ-_-;;”

 

“ก็รู้ว่าพี่กอไผ่รวยแต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้ กว่าจะได้เงินมาแต่ละทีพี่กอไผ่ต้องทำงานหนักขนาดไหนกันนะ…”

 

“กอๆผ่ทำงานหนักมากแต่ยัยนั้นก็ชอบงานที่ตัวเองทำเพราะงั้นยัยนั้นเลยเต็มที่กับงานที่ทำยังไงหล่ะ ในอนาคตข้างหน้าก๊อตจิอยากทำอะไรก็ทำไปเธอเพราะอนาคตข้างหน้าของก๊อตจิคือสิ่งที่ก๊อตจิสามารถทำได้ด้วยมือของตัวเองไม่ต้องให้ใครมาบงการ เข้าใจที่พี่พูดใช่ไหมครับ”

 

“…แต่ถ้ามันไม่ถูกใจป๊ากับม๊าล่ะคะ.-.”

 

“อนาคตของก๊อตจิก็คือของก๊อตจิ มันไม่ใช่อนาคตของพ่อแม่ก๊อตจิสักหน่อยเพราะงั้นไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอกครับ”

 

“….”

 

“ก๊อตใจน่ะใจดีเกินไป ก๊อตจิหัดเห็นแก่ตัวบ้างก็ได้นะเพราะมนุษย์ทุกคนล้วนเป็นแบบนั้น…งั้นพี่ไปก่อนนะถ้ามีอะไรก็โทรหาพี่ได้เลยนะหรือไม่ก็ไปหาพี่ได้บ้านพี่อยู่ข้างๆคอนโดนี่แหละ”

 

“ขอบคุณพี่ชิการะที่มาส่งหนูนะคะ”

 

“ไม่เป็นไรๆ คนกันเองงั้นโชคดีนะ^^”

 

“ค่ะ”

 

(คอนโดที่พี่กแไผ่ซื้อให้กอหญ้าค่ะ//ไรท์)

 

-2ชั่วโมง-

 

“เฮ้อ กว่าจะจัดของเสร็จตอนนี้ก็สามโมงแล้วหรอเนี่ย?ต้องรีบออกไปซื้อของสดเข้าตู้เย็นแล้ว” ฉันรีบหยิบสมุดออกมาจดว่าต้องซื้ออะไรบ้างก่อนที่จะรับหยิบกระเป๋าเป้แล้วออกจากห้องไป

 

(น้องกอหญ้า//ไรท์)

 

“แถวนี้มีซุปเปอร์ใหญ่จังเลยนะ” ฉันเดินเข้ามาเลือกซื้อของในซุปเปอร์ใกล้ๆคอนโดผักผลไม้ เครื่องปรุงของไทย ขนม นำ้ต่างๆ เนื้อหมู เนื้อไก่และเนื้อปลาแต่สิ่งที่ฉันจ้องนานเป็นพิเศษนั้นก็คือ….เนื้อวัว

 

“อยากกินจัง แต่ถ้าป๊ากับม๊ารู้ต้องว่าเราแน่ๆเลย” บ้านของฉันไม่กินเนื้อวัวเพราะแม่บอกว่าแม่ไปบนพระเอาไว้ถ้าอากงหายป่วยจะไม่กินเนื้อวัวทั้งครอบครัว แต่ฉันอยากกินอ่ะ

 

“ถ้าอยากกินก็ซื้อซะสิ^^”

 

ฉันหันไปตามเสียงก่อนที่จะเจอผู้ชายคนนึงที่ดูแล้วน่าจะอายุพอๆกับฉัน เขามีผมสีดำและดวงตาสีดำ มีแผลตามตัวมากมายเหมือนไปมีเรื่องมาและยังมีเด็กชายสองคนกับเด็กสาวอีกหนึ่งคนยืนอยู่ข้างๆเขา

 

“….ค่ะ” แย่แล้ว!เราคุยกับคนแปลกหน้าไม่เก่งด้วยT^T

 

ชินรีบซื้อของได้แล้ว เอม่าต้องรีบกลับไปทำอาหารนะ!!” เด็กสาวเอ่ย เด็กตัวแค่นี้ทำอาหารเป็นแล้วหรอเนี่ย..เก่งจังเลยนะ

 

“เอม่าทำเป็นแต่ไข่ดาวไม่ใช่หรือไง โอ๊ย!เจ็บนะอิซานะ!!”

 

“อย่าว่าเอม่าแบบนั้น เอม่าอุสาตั้งใจทำให้พวกเรากินนะเจ้าบ้าไมค์กี้!!”

 

เธอมองการทะเลาะตรงหน้าของเด็กชายสองคนโดยมีชายที่อายุเท่าเธอที่น่าจะเป็นพี่ชายคอยห้ามพวกเขาไม่ให้ทะเลาะกัน ส่วนเด็กสาวก็เหมือนยืนนำ้ตาซึมที่โดนพูดว่าทำอาหารเป็นแค่อย่างเดียว

 

“เออ น้องชื่ออะไรหรอพี่สาวขอรู้ได้ไหม^^”

 

“ฮึก เอม่า หนูชื่อซาโนะ เอม่าค่ะ”

 

“เอม่าหรอเป็นชื่อที่น่ารักมากๆเลยนะพี่สาวชื่ออาเรียกพี่สาวว่าก๊อตจิก็ได้นะพอดีชื่อพี่สาวมันอ่านยากน่ะนิดหน่อยน่ะ^^;;”

 

“ฮึก ชื่ออ่านยากหรอคะ?”

 

“ใช่จ๊ะ พอดีว่าพี่สาวเป็นชาวต่างชาติแล้วเพิ่งจะย้ายมาที่ญี่ปุ่นนี้เป็นวันแรกน่ะ^^”

 

“อึก อืม..หนูเรียกพี่สาวว่าพี่ก๊อตจิได้ไหมคะ”

 

“ได้สิ แล้วก็พี่สาวจะช่วยสอนเอม่าจัง..เรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมจ๊ะ”

 

“ค่ะ!”

 

“อื้ม พี่สาวจะสอนเอม่าจังทำอาหารดีไหมเอม่าจังจะได้ทำอาหารได้เยอะๆและหลายๆแบบได้”

 

“จะดีหรอคะ?”

 

“ดีสิ คอนโดพี่อยู่ไม่ไกลจากซุปเปอร์นี้เอง”

 

“หนูขอฝึกทำวันนี้เลยได้ไหมคะ!!”

 

“…ได้สิ แต่ต้องให้พวกเขาหยุดทะเลาะกันก่อนล่ะนะ-_-;;” ฉันชื่อไปทางสามคนที่ยังทะเลาะและห้ามกันไม่ได้สักทีจนเอม่าจังต้องเดินเข้าไปห้ามเอง

 

หลังจากที่ห้ามทั้งสามได้เอม่าจังก็เลือกเมนูที่จะทำในวันพรุ่งนี้มาทันทีซึ่งนั้นก็คือข้าวผัดและไข่หวานนั้นเอง ฉันพาทั้งสี่คนมาที่คอนโดของฉันก่อนที่จะพามาที่ห้องของฉัน

 

“ว้าว~สวยสุดๆไปเลย” ไมค์กี้คุงรีบไปดูตรงหน้ากระจกที่เป็นวิวของเมืองโตเกียวที่ใกล้มืดแล้ว

 

“พี่ก๊อตจิอยู่ที่นี้คนเดียวหรอครับ?” อิซานะคุงเอ่ยถาม

 

“ใช่แล้วจ๊ะ พอดีพี่สาวของฉันซื้อเอาไว้ให้เพราะอยากให้อยู่สบายๆน่ะแต่ถ้าพวกเธออยากมาเที่ยวที่นี้อีกพี่จะได้บอกให้พนักงานด้านล่างให้เองนะ^^”

 

“ขอบคุณครับ!^^” อิซานะเอ่ยขอบคุณอย่างดีใจก่อนที่ตัวของเขาจะเดินสำรวจคอนโดในห้องนี้

 

ฉัน เอม่าและชินอิจิโร่ซังเดินเข้ามาในห้องครัวก่อนที่ฉันจะเริ่มลงมือสอนทั้งสองคนในการทำอาหาร ตอนแรกจะสอนแค่เอม่าคนเดียวแต่ชินอิจิโร่ซังบอกว่าขอเรียนด้วยเพื่อเอม่าไม่สบายขึ้นมาอย่างน้อยเขาจะได้ทำเป็นบ้าง

 

แน่นอนว่าการสอนทำอาหารนั้นผ่านไปได้ด้วยดี เอม่าจังและชินอิจิโร่ซังสอนแค่แปบเดียวก็ทำได้แล้วแต่จะติดนิดหน่อยก็คือการที่ยังกลัวนำ้มันจะกระเด็นเท่านั้น

 

พวกเรานั่งทานอาหารเย็นด้วยกันก่อนที่เอม่าจะเล่าให้ฟังว่าวันนี้ที่เอม่าจังต้องทำอาหารเพราะคุณปู่ไปเยี่ยมเพื่อนที่ต่างจังหวัดอีกสองสามวันถึงจะกลับมาที่บ้าน

 

“งั้นถ้าเอม่าจังอยากให้พี่สอนทำอาหารอีกก็บอกได้เลยนะพี่ยินดีสอนเสมอ^^”

 

“ขอบคุณค่ะพี่ก๊อตจิ^^”

 

บางทีการรู้จักคนแปลกหน้าก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้นก็ได้เหมือนอย่างที่พี่กอไผ่บอก หลังจากที่กินข้าวเสร็จชินอิจิโร่ซังก็อาสาล้างจานให้เองส่วนเธอก็ไปหยิบยาที่เธอต้องกินออกมา

 

“1 2 3 4 5 6 พี่สาวทำไมกินยาเยอะจัง?” ไมคืกี้ที่บังเอิญมาเห็นฉันแกะยาออกมาจึงทำให้ทุกคนหันมามองฉันกันเป็นตาเดียว

 

“เอ่อ พี่ป่วยนิดหน่อยน่ะ….”

 

ไมค์กี้มองฉันนิดหน่อยก่อนที่จะส่งยิ้มมาให้แล้วเดินไปหาอิซานะที่กำลังดูทีวีอยู่ ถ้าพวกเขารู้ความจริงพวกเขาจะไม่รังเกียจฉันใช่ไหมนะ…ฉันคิดอยู่สักพักก่อนที่จะหยิบยาขึ้นมากินแล้วตามด้วยนำ้หนึ่งแก้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

1อาทิตย์ผ่านไปที่ฉันได้ใช้ชีวิตอยู่ในญี่ปุ่นและเรียนที่ญี่ปุ่น เพื่อนๆที่นี้ใจดีกันมากแต่ก็มีแอบเห็นคนบูลลี่กันและชกต่อยกันบ้างเหมือนที่ไทยแต่มันรุนแรงมากกว่า

 

เหมือนที่เขาว่ากันว่าเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม

 

ฉันไม่ได้บูลลี่คนอื่นหรือไปชกคนอื่นเหมือนพวกเขา แค่ไม่เข้าไปยุ่งแต่ก็มีแอบไปส่งซิกให้ครูรู้เท่านั้นอ้อ!แต่ที่เพื่อนๆไม่ค่อยมาตีสนิทกับฉันมากก็เพราะรู้ว่าฉันเป็นเพื่อนสนิทกับซาโนะ ชินอิจิโร่หรือชินอิจิโร่ซังที่ฉันเพิ่งรู้จักกับเขาตั้งแต่วันแรกที่มาญี่ปุ่น

 

เขาเรียนห้องเดียวกับฉันและตัวของเขาก็ยังเป็นนักเลงด้วยแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ทิ้งการเรียนนะ เขายังมาขอให้ฉันสอนให้เพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆแต่ฉันก็แอบหมั่นไส้นะทั้งๆที่รู้ว่าไม่เข้าใจและควรยกมือถามอาจารย์แต่เขากลับหลับแทนเนี่ยสิ เฮ้อ….

 

กลับมาปัจจุบันที่ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมของกินอาหารมื้อเย็นที่วันนี้ฉันไม่ได้กินคนเดียว ฉันกินกับชินอิจิโร่ น้องชายน้องสาวของเขาอีกสามคน คาคุโจวเพื่อนต่างวัยของอิซานะ ทาเคโอมิเพื่อนใหม่ของฉันและเป็นเพื่อนสมัยเด็กของชินอิจิโร่ น้องชายน้องสาวของเขาอีกสองคน และเหมือนจะมีเพิ่มมาอีกสองคนนั้นก็คือเพื่อนใหม่ที่ชินอิจิโร่จะพามาในวันนี้

 

ได้ยินจากทาเคโอมิทางมือถือว่าชินอิจิโร่ซังเพิ่งได้เพื่อนใหม่มาสดๆร้อนๆเลยวันนี้สองคนเพราะเขาอยากสร้างแก๊งนักเลงของเขาเลยไปทำข้อตกลงอะไรสักอย่างก่อนที่ชินอิจิโร่และเพื่อนใหม่อีกสองคนจะตะลุมบอลอัดกัน

 

แต่คนที่มีสภาพเละที่สุดคงจะเป็นชินอิจิโร่ซังล่ะนะก็เพราะตัวของเขาน่ะต่อยตีไม่เก่งเลยสักนิดเดียวเท่าที่ฉันแอบดูตอนเข้าไปต่อยกับนักเลงคนอื่นๆในโรงเรียน

 

“พี่ก๊อตจิครับผมกับอิซานะเตรียมผักเสร็จแล้วครับ”

 

“ขอบใจมากนะฮิตโตะคุง อิซานะคุง อ้อ!ฝากบอกคนอื่นๆด้วยนะว่าเตรียมจาน ช้อนอะไรพวกนั้นให้เรียบร้อยด้วย”

 

“เข้าใจแล้วครับ!” คาคุโจวรีบไปเตรียมตามที่บอกพร้อมกับอิซานะและเอม่า

 

“พี่ก๊อตจิหนูกับฮารุเตรียมแก้วนำ้กับนำ้แข็งเสร็จแล้วค่ะ!”

 

“ขอบใจนะเซ็นจูจัง ฮารุคุง พี่ฝากพวกเธอไปช่วยพวกฮิตโตะคุงหน่อยนะแล้วก็ระวังจานแตกกันด้วย”

 

“คร้าบบ~/ค่า~”

 

“ไมค์กี้ลงออกจากหลังพี่ก่อน พี่เตรียมเนื้อไม่สะดวกนะ” ฉันบอกเจ้าลิงตัวน้อยผมสีครีมที่ขี่หลังของฉันไม่ยอมปล่อย ตั้งแต่ที่รู้จักกับไมค์กี้เจ้าตัวจะติดฉันเป็นพิเศษเลยคงเป็นเพราะฉันทำขนมให้เขากินบ่อยๆล่ะมั้ง

 

“ไม่อาว~”

 

“เฮ้อ…” 

 

สุดท้ายฉันก็ปล่อยให้เจ้าตัวเกาะหลังฉันจนฉันหันเนื้อหมักจัดใส่จานเสร็จแล้วอิซานะคุงกับฮารุคุงก็มาช่วยกันถือเอาไปวางที่โต๊ะใหญ่

 

กิ่งก่อง~

 

“พวกนั้นคงมากันแล้วเดี้ยวพี่ไปเปิดเอง พวกเธอก็นั่งที่เตรียมตัวกันให้เรียบร้อยนะ^^”

 

“ค่า~/คร้าบ~” x5

 

ฉันออกไปเปิดประตูหน้าคอนโดโดยที่มีไมค์กี้เกาะหลังฉันไม่ยอมปล่อย เมื่อฉันเปิดประตูออกไปก็พบกับชินอิจิโร่ที่มีสภาพเละเทะแต่ก็ถูกทำแผลเรียบร้อยแล้วโดยมีทาเคโอมิและชายหนุ่มอีกสองคนที่คาดว่าน่าจะเป็นเพื่อนใหม่ของเจ้าตัวเดินตามหลังมา

 

“กะแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ เข้ามาก่อนสิตอนนี้เด็กๆกำลังรอพวกนายอยู่” ฉันจับไมค์กี้มาอุ้มดีๆซึ่งเจ้าตัวก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีก่อนที่ฉันจะพาชายหนุ่มทั้งสี่เข้ามาในห้องคอนโดของฉัน

 

ฉันได้พาชายทั้งสี่มานั่งที่โต๊ะกินข้าวโดยที่มีเด็กๆนั่งรอจนหิวกันทุกคนส่วนไมค์กี้เธอก็วางเขาให้นั่งข้างๆของเธอ วันนี้เธอทำปิ้งย่างกินกันที่คอนโดของเธอเพราะมันประหยัดและกินกันได้หลายคน

 

ระหว่างกินชินอิจิโร่ก็เล่าเรื่องของเพื่อนใหม่ทั้งสองให้ฉันฟังคนแรกชื่อ อิมาอิชิ วาคาสะ เขาเป็นชายหนุ่มผมสีฝอกขาวมีดวงสีม่วงและตาของเขาเหมือนคนง่วงนอน

 

คนที่สองชื่อ อาราชิ เคย์โซ เขาเป็นผู้ชายร่างกำยำสูงมีผิวสีแทนถ้าจะให้พูดง่ายๆก็ยักษ์ผิวแทนมีหน้าตาน่ากลัวในสายตาของเธอ แต่เธอรู้สึกใจเต้นกับเขาแปลกๆนะ…

 

“อร่อย~” ไมค์กี้

 

“เนื้อนุ่มดีนะ” ทาเคโอมิ

 

“มีกลิ่นพริกไทยหอมอ่อนๆด้วย~อร่อย~” เซ็นจู

 

“พี่ก๊อตจิทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลย~ วันหลังสอนผมบ้างได้ไหมครับ” คาคุโจว

 

“..ดะ-ได้สิ^^;;”

 

 

สุริยาคราส!พราก!สองเรื่องราว~ (เสียงริงโทน)

 

“ไงเจ๊” ฉันรับโทรศัพท์ก่อนที่จะเดินออกมาตรงระเบียงของคอนโด

 

[ ตอนนี้มึงเป็นไงบ้าง โอเคขึ้นไหม ]

 

“อืม โอเคขึ้นเยอะเลยแล้วทางป๊าม๊าล่ะเป็นไงบ้าง”

 

[ ยัยดอกหญ้าก็ยังสร้างปัญหาเหมือนเดิมนั้นแหละ ไอเด็กเปรตเอ๋ย!มึงไม่ต้องพูดถึงมันหรอกพูดไปก็ปวดหัวปล่าวๆ ]

 

ดอกหญ้า หรือ เด็กเปรตที่พี่สาวของฉันเรียกน้องสาวคนเล็กของบ้านเะอถูกตามใจตั้งแต่เด็กและมักจะถูกเพื่อนๆในโรงเรียนบูลลี่จนกลายเป็นโรคซึมเศร้าแต่ดอกหญ้าก็ยังเอานิสัยแต่ใจมาใช้กับป๊าและม๊า

 

ฉันที่ต้องเข้าไปห้ามน้องหลายๆครั้งเป็นเวลาหลายปีจนฉันในตอนนี้กลายเป็น ภาวะซึมเศร้าและเป็นโรคเครียด จนพี่สาวของฉันทนไม่ไหวเลยส่งฉันมาที่ญี่ปุ่นทันที

 

“ก็กูเป็นห่วงนิ”

 

[ เป็นห่วงได้แต่กูรู้ว่ามึงกังวลด้วยเพราะงั้นไม่ต้องห่วงเรื่องป๊าม๊ากับเรื่องอีดอกหญ้ามัน แล้วอยู่ที่นู้นเป็นไงได้เพื่อนบ้างไหม? ไอชิการะดูแลมึงดีหรือเปล่า ]

 

“อืม ได้เยอะแยะเลย สนุกทุกๆวันเลยกูอยากให้มึงมารู้จักกับพวกเขามากเลย”

 

[ ได้ยินที่มึงพูดกูก็สบายใจแล้ว ถ้ากูว่างเดี้ยวกูไปหาแล้วมึงก็อย่าลืมไปหาหมอด้วยกูบอกชิการะเอาไว้ให้แล้ว ]

 

“อืม พี่ชิการะบอกว่าไปหาหมอวันมะรืนนี้”

 

[ เคร งั้นแค่นี้ก่อนนะแล้วกูจะโทรมาหาใหม่ ]

 

“อืม บาย”

 

 

ฉันถอนหายใจก่อนที่จะกลับเข้าไปข้างในเพื่อกินหมูย่างต่อแต่พอเข้ามาฉันก็เห็นพวกเด็กๆไปนั่งเล่นเกมที่พี่ชิการะเอามาให้เล่นเมื่อวานออกมานั่งเล่นกันหมดแล้วส่วนพวกผู้ใหญ่ก็นั่งกินกันต่อ

 

“เป็นไงอร่อยกันไหม เนื้อหมูนี้ฉันหมักเองเลยนะ^^”

 

“อร่อยสิ ขอบใจสำหรับอาหารว่าแต่เธอชื่อ…” เคย์โซเอ่ยตอบก่อนที่เขาจะจ้องมาทางเธอเพื่อถามชื่อ

 

“ระ-เรียกฉันว่าก๊อตจิก็ได้ พะ-พอดีว่าฉันเป็นคนต่างชาติน่ะ.//.”

 

ทาเคโอมิ ชินอิจิโร่และวาคาสะที่กำลังคีบเนื้อหมูเข้าปากถึงกับทำเนื้อร่วงบนจานของตัวเอง ใครจะไปคิดว่าเจ้าหน้าโหดแบบนี้จะยังมีผู้หญิงมาชอบวะ!!

 

“พี่ก๊อตจิหน้าแดงล่ะ0-0” เซ็นจูเอ่ยทำลายความเงียบ

 

“ซะ-เซ็นจูจัง!0//0”

 

“อย่าบอกนะว่าพี่ก๊อตจิชะ--!!” ฉันรีบเข้าไปปิดปากของเอม่าจังทันที

 

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละเนอะ^^*”

 

“ขะ-ค่ะ-_-;;” เอม่า

 

 

หลังจากที่กินมื้อเย็นเสร็จพวกเด็กๆก็นอนกองในห้องรับแขกกันส่วนพวกผู้ใหญ่ทั้งห้าก็มานั่งคุยกันต่อ ชินอิจิโร่บอกว่าเขาจะตั้งแก๊งนักเลงขึ้นมาโดยมีทาเคโอมิเป็นรองหัวหน้า หน่วยจู่โจมพิเศษคือเคย์โซและวากาสะ ส่วนฉันเป็นที่ปรึกษาและผู้คุมกฏของแก๊ง

 

“ฉันได้เข้าแก๊งด้วยหรอ?”

 

“อื้ม ฉันไม่ได้อยากให้ก๊อตจิจังเข้ามาในโลกของนักเลงมากนักหรอกแต่สัญชาตญาณของฉันมันบอกว่ายังไงก็ต้องพาเธอเข้ามาในแก๊งให้ได้นะฉันเลยให้ตำแหน่งที่หลีกเลี่ยงการใช้กำลังมากที่สุดให้”

 

“แล้วชื่อแก๊งล่ะ? นายคิดเอาไว้หรือยัง” วาคาสะเอ่ยถาม

 

“ยังเลย ฉันคิดไม่ออกเลย=3=” ชินอิจิโร่เอ่ยพร้อมกับฟุ้บลงกับโตีะจนทำให้คนที่เหลือถึงกับเหนื่อยใจ

 

“มังกรดำ….”

 

“มังกรดำหรอ? ทำไมล่ะ?” ทาเคโอมิเอ่ยถามหญิงสาวที่จู่ๆก็พูดออกมา

 

“มังกรน่ะเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง ความตั้งใจ ความพยายาม กล้าหาญ อดทน ชาวจีนจึงถือว่า มังกร คือ จิตวิญญาณของการเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูให้ดีขึ้น ส่วนสีดำก็มีพลังที่ช่วยส่งเสริมเรื่องการควบคุมตนเองและความเป็นอิสระ สื่อถึงสิ่งที่มองไม่เห็น ความชั่วร้าย และความมืด ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกหรูหรา ราคาแพง มีรสนิยมอีกด้วย สีดำเป็นสีที่ดึงดูดพลังงานด้านลบ หากใช้มากเกินไปจะทำให้รู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ และสามารถสร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตร การครอบงำ และการสิ้นสุด

 

ชายหนุ่มทั้งสี่ที่ฟังหยิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มก็ได้ยิ้มแล้วมองหน้ากัน…

 

“งั้นต่อไปนี้แก๊งของพวกเราชื่อว่า แก๊งแบล็คดราก้อน!!

 

 

 

 

 

 

 

 

-9 ปีต่อมา-

 

 

“ก๊อตจิฉันมาเยี่ยมแล้วนะ”

 

“….ชิน”

 

ชินอิจิโร่มองเพื่อนสาวของเขาที่นั่งมองท้องฟ้าในห้องพยาบาลแห่งนี้มาได้6ปีแล้วโดยที่ตามตัวของเธอนั้นมีแผลเป็นมากมายและมีสายให้นำ้เกลือกับสายให้เลือด

 

ที่เพื่อนสาวของเขาต้องกลายเป็นแบบนี้ก็เพราะพ่อ แม่และน้องสาวของเจ้าตัวที่มาเยี่ยมก๊อตจิถึงญี่ปุ่นเมื่อ6ปีก่อน แม่ของเพื่อนสาวที่รู้ว่ามีพวกเขาที่เป็นนักเลงเป็นเพื่อนกับลูกสาวของตนก็พยายามกีดกันพวกเขาให้ออกห่างจากเธอมากขึ้น จนก๊อตจิได้ทะเลาะกับแม่ของเธออย่างหนัก

 

ส่วนพ่อของก๊อตจิไม่ได้ว่าอะไรแต่กุพูดเตือนๆเอาไว้ น้องสาวของก๊อตจิก็เป็นพวกเอาแต่ใจมากน้องสาวของก๊อตจิอยากได้เคย์โซเป็นแฟนของตัวเองทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าก๊อตจิแอบชอบเคย์โซอยู่

 

จนเวลามันดำเนินไปได้6เดือนก๊อตจิที่ทนไม่ไหวเลยคิดสั้นจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายแต่ก็ยังดีที่เคย์โซเข้าไปห้ามเอาไว้ทัน ก๊อตจิถูกพาไปที่โรงพยาบาลและหมอก็ได้วินิจฉัยออกมาแล้วว่าตอนนี้ก๊อตจิเป็นโรคซึมเศร้าขั้นร้ายแรง

 

พี่สาวของก๊อตจิที่รู้เรื่องเลยรีบนั่งเครื่องบินจากเยอรมันเพื่อมาหาก๊อตจิถึงญี่ปุ่น พอมาถึงเธอก็มาหาก๊อตใจในห้องพักฟื้นโดยมีเคย์โซเฝ้าอยู่ไม่ห่างพร้อมกับเล่าเรื่องให้พี่สาวของก๊อตจิฟัง

 

แน่นอนว่าเรื่องของครอบครัวพวกเขาจะไม่เข้าไปยุ่งเด็ดขาดแต่ชิการะซังที่เป็นเพื่อนพี่สาวของก๊อตจิเล่าให้เขาฟังว่าพี่สาวของก๊อตจิโกรธมากที่พ่อแม่และน้องสาวทำแบบนี้กับก๊อตจิ

 

พี่สาวของก๊อตจิด่าน้องสาวคนสุดท้องคนตัวเองอย่างเหลืออดพร้อมกับต่อยเข้าไปที่หน้าของน้องสาวคนเล็กของเธอ ชิการะซังบอกว่าเขาไม่เคยเห็นพี่สาวของก๊อตจิโกรธขนาดนี้มาก่อน

 

คงเป็นเพราะว่าก๊อตจิเมื่อก่อนนี้เป็นคนที่เข้าใจเธอมากที่สุดและคอยปลอบโยนเธอตลอดตอนที่พ่อแม่ดุด่า ก๊อตจิเป็นคนให้ชีวิตใหม่กับเธอเลยก็ว่าได้เพราะงั้นพี่สาวของก๊อตจิเลยรักก๊อตจิมากกว่าใคร

 

พี่สาวของก๊อตจิขอตัดขาดกับครอบครัวพร้อมกับบอกว่าเธอจะเป็นคนเลี้ยงก๊อตจิเองส่วนพ่อกับแม่ก็เลี้ยงน้องสาวคนเล้กไป เรื่องเงินไม่ต้องห่วงเธอจะเป็นคนส่งไปให้เอง

 

พ่อแม่ของก๊อตจิที่อยากจะขอโทษก๊อตจิแต่ก็ไม่สามารถทำได้และไม่กล้าสู้หน้าเธอจึงฝากจดหมายขอโทษมาแทนพร้อมกับพาลูกสาวคนเล็กกลับไทยทันที

 

อาการของก๊อตจินั้นไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย เธอมีอาการชอบเหม่อลอย บางครั้งก็จะร้องไห้ออกมาเองพร้อมกับทำร้ายร่างกายของตัวเองอยู่เสมอแต่ก็ยังดีที่มีเคย์โซคอยดูแลอยู่ข้างๆ

 

ใครจะไปคิดกันล่ะว่าเพื่อนกล้ามใหญ่ของเขาจะชอบเพื่อนสาวของเขาตั้งแต่แรกเห็นแบบนี้ เอาซะเขาแอบอิจฉาเหมือนกันนะเนี่ย

 

“ช่วงนี้เป็นไงบ้าง”

 

“อืม ก็ดีขึ้น…”

 

“อา! ฉันอยากกินหมูย่างฝีมือเธออีกจัง”

 

“ให้ฉันทำให้ก็ได้” เคย์โซเอ่ยในขณะที่เขากำลังปลอกแอปเปิ้ลให้แฟนสาวของเขาได้กิน

 

ทุกคนอ่านไม่ผิดหรอก แฟนสาว เคย์โซและก๊อตจิเป็นแฟนกันมาได้สามปีแล้วเคย์โซคอยดูแลหญิงสาวเป็นอย่างดีไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย จนพี่สาวของก๊อตจิยอมไฟเขียวให้ทั้งสองได้คบกัน

 

ส่วนใครเป็นคนสารภาพรักก่อนก็ต้องเป็นเพื่อนชายกล้ามโตของเขาอยู่แล้ว เจ้าตัวสารภาพรักกับแฟนสาวบนชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาลตอนกลางขึ้นที่มีดาวเยอะๆ ก๊อตจิที่อาการเริ่มกลับมาดีขึ้นก็ดีขึ้นไปอีกเธอร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจก่อนที่จะตอบตกลงคบกับเคย์โซ

 

“ไม่เอาหรอก ฝีมือกับข้าวผู้ชายจะเท่าผู้หญิงทำได้ยังไง-3-”

 

“ฮิๆ เดี้ยววันนี้ตอนบ่ายฉันก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้วเพราะงั้นรอหน่อยนะ^^”

 

“จริงหรอ?!” ชินอิจิโร่ที่ดีใจจนออกนอกหน้าก็ได้เข้าไปกอดเพื่อนสาวที่นั่งอยู่บนเตียงและได้กำปั้นเพื่อนชายของตัวเองมาเป็นของแถม

 

ผัวะ!!

 

“นั้นแฟนฉัน”

 

“นี้ก็เพื่อนสนิทฉันนะโว้ย!!!”

 

ก๊อตจิมองเพื่อนสนิทและแฟนหนุ่มที่เริ่มวางมวยตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบนิ่งก่อนที่เธอจะค่อยๆยิ้มออกมาพร้อมกับกดส่งข้อความในมือถือไปให้บุคคลนึงที่อยู่อีกประเทศนึง

 

 

 

 

ก๊อตจิได้ออกจากโรงพยาบาลโดยมีแฟนหนุ่มขับพาเธอออกมาส่วนคนแบกเสื้อผ้าก็เป็นชินอิจิโร่ที่เอามอเตอร์ไซค์มาอีกขึ้นเป็นคนแบกไป

 

ก๊อตจิโดนแฟนหนุ่มอุ้มตลอดทางไม่ยอมปล่อยเพราะเขาหวงเธอมากจนชินอิจิโร่รู้สึกเหม็นความรักก็วันนี้เนี่ยแหละ พอทั้งสามมาถึงหน้าห้องคอนโดของหญิงสาวชายหนุ่มทั้งสองก็หลีกทางให้เธอก่อนที่เธอจะทำหน้าแปลกใจแต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไรมากก่อนที่จะเปิดประตูเข้าไป

 

ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

 

“ยินดีต้อนรับกลับนะครับ!/คะ! พี่ก๊อตจิ/ก๊อตจิ/ก๊อตจิซัง”

 

ฉันมองเด็กๆที่ฉันคอยเลี้ยงดูพวกเขาตอนที่พวกชินอิจิโร่ไม่อยู่หรือไม่ก็พวกเขาจะคอยมาเล่นเป็นเพื่อนฉันไม่ให้ฉันเหงาตลอด นี้พวกเขาโตกันมากขนาดนี้แล้วหรอเนี่ย….

 

“เข้ามาได้แล้วกอหญ้าเจ๊หิวแล้วนะ~”

 

“เจ๊กอไผ่!!”

 

ฉันที่เห็นพี่สาวที่คอยช่วยฉันและดูแลฉันตั้งแต่เล็กๆฉันก็รีบพุ่งเข้าไปกอดทันทีเพราะพวกเราแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเลยตั้งแต่ที่ฉันเข้าโรงพยาบาล

 

“พูดภาษาญี่ปุ่นนั้นแหละ เดี้ยวคนอื่นๆเขาจะงงกัน”

 

“อื้ม วันนี้ทำไมทุกคนถึงมาที่นี้กันได้ล่ะ?”

 

“ก็วันนี้พวกเราจะฉลองที่พี่ก๊อตจิออกจากโรงพยาบาลค่ะ!!^^” เอม่าเอ่ยก่อนที่เธอจะเข้ามาดันหลังของฉันให้ไปนั่งที่หัวโต๊ะที่ตอนนี้มีอาหารมากมายอยู่บนโต๊ะเต็มไปหมด

 

“ว้าว~ ใครเป็นคนทำกันล่ะเนี่ยน่าอร่อยมาก~”

 

“พี่สาวของก๊อตจิเป็นคนทำน่ะแล้วก็มีเด็กๆไปช่วยด้วย” ทาเคโอมิเอ่ยพร้อมกับชี้ไปที่เหล่าลูกมืออย่าง ดราเค่นคุง มิทสึยะคุง เอม่าจัง เซ็นจูจัง ฮารุจัง อิซานะคุง คาคุโจวคุง ชิออนคุง มอจจิคุงและมุโต้คุง

 

“เพราะลูกมือเยอะเลยทำเสร็จเร็วน่ะ มากินกันเถอะวันนี้มีแต่ของโปรดแกทั้งนั้น” เจ๊กอไผ่ว่าก่อนที่ทุกคนจะเริ่มทานอาหารทันที

 

“จะทานแล้วนะครับ/คะ”

 

 ฉันมองทุกคนตรงหน้าที่เริ่มกินอาหารกันอย่างสนุกสนานเพราะแย่งกันกินจนมีเสียงดัง ดีนะที่คอนโดนี้เก็บเสียงได้ไม่งั้นคงโดนเพื่อนบ้านตะโกนด่ากลับมาแน่ๆ

 

ฉันที่กินไปเยอะพอสมควรก็เดินออกไปรับลมที่ระเบียงข้างนอก ฉันมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอ่อนๆบ่งบอกได้ว่าอีกไม่นานก็เริ่มเย็นแล้ว

 

“ออกมาทำอะไรตรงนี้ เดี้ยวก็เป็นหวัดหรอก”

 

“เคย์โซ? อืมแค่มีเรื่องให้คิดนิดหน่อยน่ะ”

 

ฉันหันไปมองแฟนหนุ่มที่เอาเสื้อคลุมของเขามาให้ฉันใส่ก่อนที่เขาจะกอดฉันเอาไว้หลวมๆจากด้านหลังของฉัน

 

“ตอนนี้เรื่องทุกอย่างผ่านไปแล้ว เธอไม่ต้องกังวลอะไรแล้วนะตอนนี้เธอเป็นตัวของเธอเองและเธอเป็นอิสระจากทุกอย่างแล้ว

 

“…นั่นสินะ ขอบคุณนะเคย์โซที่ยอมอยู่ข้างฉัน ขอบคุณที่คอยดูและฉัน ฮึก!ขอบคุณที่เลือกฉันนะฮึก! ฮือๆๆT[]T”

 

“เห้! ไม่ร้องสิเธอ!”

 

“ก็คนมันดีใจนิน่า!! T[]T”

 

“ดีใจก็ดีแต่ไม่ร้องสิ เดี้ยวพี่สาวเธอก็คิดว่าฉันทำให้เธอเสียใจหรอก-_-;;”

 

เคย์โซถอนหายใจกับแฟนสาวที่เริ่มนิสัยเด็กขึ้นมาหน่อยๆแล้ว เขาจับแฟนสาวพลิกกลับมาหาเขาก่อนที่เขาจะจูบเธอ

 

จุ๊บ!

 

“หยุดร้องได้แล้วเจ้าหญิงเพราะอสูรตนนี้จะทำให้เธอมีความสุขตลอดไปเอง :)”

 

“อืม! ฮึก! ขี้โกง!!!คนฉวยโอกาส!!>//<”

 

 

 

 

 

 

“โห้วๆ~นี้ฉันจะได้น้องเขยเป็นเจ้ากล้ามปูหรอเนี่ย~” กอไผ่มองแฟนของน้องสาวที่ตอนนี้กอดกันกลมแล้วก็ยิ้มให้กันอย่างสนุกสนานที่ระเบียง

 

“เอาน่าให้น้องแกมีความสุขไปแบบนี้น่ะดีแล้ว~ ว่าแต่นั้นมือถือของก๊อตจินิแล้วดูอะไรน่ะ” ชิการะที่นั่งดื่มกับเพื่อนสาวเขาก็เห็นเธออ่านอะไรบางอย่างในมือถือของก๊อตจิ

 

“จิตใจของกอหญ้าเริ่มเติบโตขึ้นมาแล้วสินะ :)” กอไผ่หันหน้าจอที่มีข้อความอยู่ให้ชิการะดูก่อนที่เขาจะตาโตแล้วยิ้มออกมา

 

“ต่อไปนี้ชีวิตของก๊อตจิคงจะมีความสุขตลอดไปแล้วล่ะนะ :)” ชิการะเอ่ยก่อนที่จะมองเคย์โซและกอหญ้ากอดและหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

-แถมช่วงท้าย-

 

 

-LIN* MAMA-

 

 

หนูกับเคย์โซเป็นแฟนกันนานแล้วและวางแผนว่าจะแต่งงานกันในอีกไม่ช้า

ม๊า อย่าลืมบอกป๊ากับดอกหญ้าอย่าลืมมางานแต่งของหนูด้วยนะคะ

แล้วก็ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมานะคะ

หนูไม่โกรธแล้วและหนูให้อภัยม๊ากับดอกหญ้าค่ะ

รักทุกคนนะคะ

READ 15:38

 

 

อืม

ดูแลตัวเองด้วยนะ

ม๊าจะบอกป๊ากับดอกหญ้าให้

ขอบคุณที่ให้อภัยม๊าทั้งๆที่ม๊ากับดอกหญ้าทำให้หนูเป็นแบบนี้

ม๊าจะไปงานแต่งของลูกกับแฟนลูกแน่นอน

ม๊าขอให้หนูมีความสุขตลอดไปนะกอหญ้า

 

 

 

=================================================================

TALK

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด

 

ไม่มีอะไรมากค่ะ

แค่อยากเขียน!!

เรื่องนี้คงเป็นเรื่องสั้นที่ยาวที่สุดที่ไรท์เขียนแล้วล่ะค่ะ

เพราะเนื้อหาที่ไรท์เขียนประมาณ 17,000อัพ

 

อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะT^T

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

×