[ TOKYO REVENGERS ] ถ้าเราเจอกันอีก (OC x IZANA)

โดย NamikoMeko_lm

ถ้าเราเจอกันอีกครั้ง ฉันมีเรื่องที่อยากจะบอกเธอ....

ยอดวิวรวม

537

ยอดวิวเดือนนี้

25

ยอดวิวรวม


537

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


18
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 พ.ค. 65 / 22:17 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

คุโรคาวะ อิซานะ

 

“ฉันดีใจที่ได้เจอเธออีกนะสึกะ…”

“ฉันมีเรื่องที่จะบอกเธอด้วยนะ….”

“ฉันรักเธอ”

 

 

 

*****  ชิสึกะ

 

“ฮึก! ใครใช้ให้นายมาที่นี้น่ะ..”

“อะไร….”

“อื้ม! ฉันเองก็รักนายเหมือนกัน ^^”

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 พ.ค. 65 / 22:17


สามารถไปอ่านข้อมูลเบื้องต้นเพื่อรู้จักกับตัวละครได้เลยค่ะ

 

===============================================================

 

 

 

“พวกแก…อิซานะเป็นอะไรไปน่ะ?” มอจจี้ได้เอ่ยถามเพื่อนร่วมห้องในสถานพินิจแห่งนี้ โดยเพื่อนที่เขาหันไปถามได้แก่ ไฮทานิ รันและไฮทานิ รินโด

 

สองพี่น้องเจ้าเสน่ห์แห่งรปปงงิต่างส่ายหน้าพร้อมกับมองผู้เป็นหัวหน้าของตนที่เพิ่งกลับมาจากการมีคนมาเยี่ยม เมื่ออิซานะมาถึงห้องก็เอาแต่เก็บตัวเงียบพร้อมกับมองสร้อยคอที่มีแหวนเงินหนึ่งวงคล้องเอาไว้อย่างเหม่อลอย

 

อิซานะ หรือชื่อเต็มๆก็คือ คุโรคาวะ อิซานะ เขาเป็นนักโทษในสถานพินิจแห่งนี้โดยข้อหาที่ทำให้เขามาติดในสถานที่แห่งนี้นั้นก็คือการฆ่าคน

 

เขาได้จ้องมองสร้อยอย่างเหม่อลอยก่อนที่จะถอดแหวนออกจากสร้อยแล้วโยนสร้อยทิ้งไป เขาหยิบสร้อยที่คล้องอยู่ที่คอของตนออกมาก่อนที่จะใส่แหวนวงเล็กนี้เข้าไป

 

กริ้ง~

 

แหวนสองวงกระทบกันและต่อกันอย่างพอดีบ่งบอกได้ว่าแหวนสองวงนี้เป็นแหวนคู่ อิซานะมองแหวนทั้งสองวงอยู่ซักพักก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปโดยทิ้งความสงสัยให้เพื่อนร่วมทั้งสามอย่างงงๆ

 

อิซานะเดินออกมาจากห้องแล้วเดินออกไปที่สนามก็เจอผู้คุมและนักโทษคนอื่นๆก่อนที่เขาจะเริ่มกระโจนไปหาพวกเขาและเริ่มกระหนำ่ชกไปที่พวกเขาทั้งหมด

 

คาคุโจว ชิออนและมุโจวที่ยืนดูอยู่ก็ไม่กล้าเข้าไปห้ามเพราะพวกเขารู้ดีว่าตอนนี้อิซานะอารมณ์ไม่ดีและต้องการหาที่ระบาย

 

“มุโต้”

 

“ว่า”

 

อิซานะที่กระทืบเหล่าผู้คุมและนักโทษคนอื่นๆจนปางตายเขาก็ได้หันมาหาลูกน้องของเขาที่ยืนดูเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเขามากนัก

 

“อีกไม่นานแกจะได้ออกจากสถานพินิจแล้วสินะ…”

 

“ใช่”

 

“ฉันมีงานให้แกทำ”

 

 

 

 

 

2ปีต่อมาอิซานะได้ออกมาจากสถานพินิจและตอนนี้เขาก็กำลังรวบรวมกำลังพลของเขาเพื่อสร้างแก๊งนักเลงของเขาขึ้นมาเองโดยชื่อของแก๊งคือ ‘แก๊งเท็นจิกุ’

 

ที่เขาสร้างแก๊งขึ้นมาก็เพื่อแก้แค้นคนๆนึงที่ต้องทำให้คนรักของเขาต้องตาย….

 

“อิซานะ นายกำลังจะไปไหนน่ะ” คาคุโจวเอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นบอสของตนกำลังจะเดินออกจากโกดัง

 

“ฉันจะไปเยี่ยมคนๆนึงซักหน่อย พวกแกไม่ต้องตามมา” อิซานะเอ่ยก่อนที่จะเดินออกจากโกดังไป

 

อิซานะได้ขี่มอเตอร์ไซค์ของตนมาที่ร้านขายดอกไม้แห่งนึงก่อนที่เขาจะสั่งซื้อดอกกุหลาบสีดำหนึ่งช่อแล้วขับมอเตอร์ไซค์ไปยังสถานที่ที่เป็นเป้าหมายของเขา

 

อิซานะจอดรถมอเตอร์ไซค์หน้าสุสานแห่งนึงก่อนที่ตนจะเดินเข้าไปและหาหลุมศพที่เขาต้องการ เขาหยุดอยู่ป้ายหน้าหลุมศพนึงเขายิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะวางช่อดอกไม้ที่เขาซื้อมาที่หน้าหลุมศพ

 

เขาได้นั่งอยู่หน้าหลุมศพก่อนที่จะเริ่มพูดออกมา….

 

“ฉันมาเยี่ยมเธอแล้วนะ…สึกะ”

 

“….”

 

“ตอนนี้ฉันกำลังสร้างแก๊งของตัวเองอยู่ เพราะงั้นตอนที่ฉันเพิ่งออกมาจากสถานพินิจเลยไม่ได้มาหา…ขอโทษด้วยนะ”

 

“….”

 

“อย่าโกรธฉันเลยนะ ตอนนี้ฉันมาเยี่ยมเธอแล้วและซื้อดอกไม้ที่เธอชอบมาให้ด้วยนะหวังว่าเธอจะหายโกรธฉันนะ”

 

“…..”

 

“…ทำไมพระเจ้าถึงใจร้ายกับเธอจังเลยนะ เธอควรจะมีชีวิตและได้แต่งงานกับฉันในอนาคตสิ”

 

“….”

 

“แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงน่ะสึกะ เพราะฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง”

 

“….”

 

“ใครที่มันทำให้เธอต้องเจ็บปวด มันต้องเจ็บกว่าเธอล้านเท่า”

 

“….”

 

“และหลังจากนั้นฉันก็จะตามเธอไปนะ^^”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในไม่กี่วันต่อมาก็มาถึงวันที่แก๊งโตมันปะทะกับแก๊งเท็นจิกุ อิซานะได้ส่งคิซากิและฮันมะไปฆ่าเอม่าแต่ก็พลาดเพราะมีคนในหน่วยหนึ่งสองของโตมันอย่างฮานะกาคิ ทาเคมิจิช่วยเอาไว้ได้ทัน

 

อิซานะมองแก๊งโตมันที่อยู่ตรงหน้าของเขาและมองหน้าชายที่แสนน่ารังเกียจอย่างเครียดแค้น เป็นเพราะมันสึกะต้องตาย!!

 

“ถ้าไม่มีแกกับพวกโตมัน…สึกะก็ไม่ต้องมาตาย!!” อิซานะระเบิดอารมณ์ออกมาแล้ววิ่งเข้าไปเตะเข้าที่ใบหน้าของหัวหน้าแก๊งโตมันอย่างรวดเร็สนั้นจึงทำให้สร้อยคอที่อยู่ในเสื้อโผล่ออกมา

 

ไมค์กี้ หรือซาโนะ มันจิโร่ที่ถูกเตะเข้าไปที่ใบหน้าก็เวถอยหลังออกไปเล็กน้อยก่อนที่จะสังเกตเห็นแหวนบนสร้อยคอของอิซานะและเผลอเบิกตากว้าง

 

“แหวนวงนั้น…ของสึกะ”

 

“ใช่ นี้คือแหวนของสึกะและของฉัน” อิซานะโชว์แหวนสองวงที่ประกบกันให้ไมค์กี้และคนอื่นๆได้เห็น

 

“เอาคืนมาซะ!!” ไมค์กี้รีบเข้าไปแย่งแหวนวงสำคัญคืนแต่ก็ถูกอิซานะเตะสวนกลับจนไมค์กี้ต้องเซถอยหลังไปอีก

 

“ไมค์กี้!!” ดราเค่นและคนอื่นๆค่างเอ่ยเรียกด้วยความกังวล

 

“แก ไม่มีสิทธฺิมาแตะต้องของของฉัน!!” อิซานะเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว

 

“นั้นของน้องสาวฝาแฝดของฉัน ทำไมฉันจะไม่มีสิทธิ!!” ไมค์กี้เอ่ย

 

“เพราะนี้คือแหวนสัญญาของฉันและสึกะ” อิซานะ

 

“แหวน สัญญา?”

 

“ใช่ แหวนสัญญา…ว่าในอีก10ปีข้างหน้าพวกเราจะแต่งงานกัน

 

“..!!..”

 

“แต่ก็เป็นเพราะแกและเพื่อนๆของแกที่ทำให้สัญญานั้นมันพัง!!”

 

ผัวะ!!

 

อิซานะเข้าไปซัดที่ใบหน้าของไมค์กี้อีกครั้งจนเจ้าตัวล้มลงไปนอนกองกับพื้น ดราเค่นที่เห็นแบบนั้นก็รีบเข้าไปพยุงร่างของไมค์กี้เอาไว้

 

“น้องสาวฝาแฝด? ไมค์กี้มีน้องสาวฝาแฝดด้วยหรอครับ?!” ทาเคมิจิหันไปเอ่ยถามคนที่อยู่ใกล้ตัวเขามากที่สุดอย่าง บาจิ เคย์สึเกะ หัวหน้าหน่วยที่หนึ่ง

 

“ใช่ เธอชื่อว่าซาโนะ ชิสึกะน้องสาวฝาแฝดของไมค์กี้เธอตายเมื่อ2ปีก่อน” บาจิเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด

 

“สาเหตุล่ะครับ? เพราะทางนั้นเขาบอกว่าเป็นเพราะไมค์กี้…หรือว่าทางนั้นเขาจำผิดหรือเปล่าครับ?”

 

“มันไม่ใช่ความผืดของไมค์กี้ แต่มันเป็นความผิดของฉันและคาสึโทระต่างหาก….”

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อ12ปีก่อนในวันที่13สิงหาคมก่อนถึงวันเกิดไมค์กี้ บาจิ เคย์สึเกะและ ฮาเนมิยะ คาสึโทระวัย12ปีที่กำลังจะขโมยรถมอเตอร์ไซค์ในร้านมอเตอร์ไซค์แห่งหนึ่งเพื่อเอารถมอเตอร์ไซค์คันนี้ไปให้เป็นของขวัญวันเกิดของไมค์กี้

 

ช่วงระหว่างที่บาจิและคาสึโทระกำลังช่วยกันตัดโซ่ที่คล้องกับมอเตอร์ไซค์อยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงเล็กทักขึ้น….

 

“พวกนายกำลังทำอะไรกันไม่ทราบ!!”

 

คาสึโทระที่กลัวว่าอีกฝ่ายจะเห็นหน้าของพวกเขาและแจ้งตำรวจมาจับ คาสึโทระก็ได้ทำการใช้คีมตัดโซ่ฟาดเขาไปที่หัวของเด็กสาวจนตัวของเธอลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมเลือดที่ไหลออกมาจากหัวไม่หยุด

 

แปะ!!

 

“พวกแกเป็นใครห๊ะ!  ชิสึกะ!!”

 

เจ้าของร้านอย่างซาโนะ ชินอิจิโร่ที่ได้ยินเสียงของน้องสาวก็รีบมาดูโดยการเปิดไฟแล้วเอ่ยถามก่อนที่เขาจะเห็นร่างของน้องสาวคนกลางนอนจมอยู่ในกองเลือดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

คาสึโทระที่เป็นผู้กระทำถูกจับเข้าสถานพินิจส่วนบาจิถูกปล่อยตัวเพราะว่าเขาไม่ได้เป็นผู้กระทำในการฆ่าแต่เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการขโมยเท่านั้น

 

ไมค์กี้ที่รีบวิ่งออกมาจากบ้านเพื่อมาที่โรงพยาบาลหน้าห้องฉุกเฉินเพราะได้โทรศัพท์จากชินอิจิโร่ว่าน้องสาวฝาแฝดของเขานั้นตายแล้ว

 

“ชิน…มันไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม?!”

 

“ขอโทษนะมันจิโร่…แต่ชิสึกะตายแล้ว”

 

“ไม่! ไม่!สึกะยังไม่ตาย!! นายอย่ามาพูดแบบนั้นนะ!!”

 

“ชิสึกะตายแล้ว!! นายได้ยินไหมมันจิโร่!!”

 

“ไม่ สึกะน่ะ…สึกะแค่กำลังนอนอยู่เท่านั้น ชินน่ะมั่วแล้ว….”

 

ผัวะ!

 

“ตั้งสติได้แล้ว! นายฟังฉันมันจิโร่….ชิสึกะตายแล้ว!ได้ยินไหม!ชิสึกะน่ะตายไปแล้ว!!!”

 

 

ไมค์กี้ได้นั่งทรุดตัวลงกับพื้นเหมือนมีใครมาช่วงชิงกำลังขาของเขาไป เขารู้ดีว่าตัวเขาเป็นพี่ชายฝาแฝดที่แย่และตัวเขากำลังจะขอโทษกับเตรียมของขวัญให้ฝาแฝดของตนในวันเกิด

 

แต่เขาไม่คิดว่าพระเจ้าจะเล่นตลกกับเขาแบบนี้

 

ในวันต่อมาทางครอบครัวซาโนะก็ได้จัดงานศพให้กับลูกสาวคนกลางและฝั่งศพของเธอเอาไว้ในสุสานตระกูลซาโนะ ส่วนชินอิจิโร่ก้ได้ไปบอกข่าวการตายของชิสึกะให้กับอิซานะในสถานพินิจ

 

 

 

 

 

 

“นั้นคือเรื่องราวทั้งหมด….” บาจิกำหมัดและไม่กล้ามองอิซานะ

 

“แล้วอิซานะกับชิสึกะซังเป็นอะไรกันหรอครับ ทำไมทางอิซานะถึงแค้นขนาดนั้น” ทาเคมิจิเอ่ยถามเพราะตอนที่เขาฟังเรื่องราวจากบาจิก็ไม่ยินความสัมพันธ์ของอิซานะและชิสึกะเลย

 

“คนรัก” เป็นอิซานะที่เอ่ยตอบและจ้องมองไปที่ทาเคมิจิจนเจ้าตัวขนลุก

 

“ฉันรู้จักกับสึกะตอนเธออายุ7ขวบ เธอเป็นเหมือนแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้ฉันไม่ทิ้งครอบครัวซาโนะและอยากให้ฉันมีครอบครัวเหมือนกับคนอื่นๆ”

 

“…ไม่ทิ้งครอบครัวซาโนะ?” ทาเคมิจิพึมพำออกมาแต่อิซานะก็ยังได้ยินอยู่ดี

 

“ฉันเป็นพี่ชายไม่แท้ๆของเอม่าและถูกแม่ของเอม่าทิ้งเอาไว้ที่สถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้า ชินอิจิโร่ที่รู้เรื่องก็มารับฉันไปในตอนนั้นสึกะก็มารับฉันด้วย…”

 

“!!!” ทุกคนต่างที่ได้รู้เรื่องราวและนำมาประติดประต่อก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด

 

“แปลกไหมล่ะทั้งๆที่เป็นพี่น้องกัน แต่ฉันกับชิสึกะก็คิดอีกฝ่ายเกินคำว่าพี่น้องจนพวกเราสัญญากันว่าจะแต่งงานกัน ฮ่าๆๆๆ”

 

“….”

 

“แต่ก็เป็นเพราะพวกแกที่ทำให้สึกะต้องตาย!!” อิซานะตวัดสายตาไปทางบาจิที่ไม่กล้าสบตากับเขาตรงๆ

 

 

 

แก๊งเท็นจิกุและแก๊งโตมันได้เข้าปะทะกันจริงๆจังๆโดยฝั่งที่ได้เปรียบก็คือฝั่งเท็นจิกุที่มีจำนวนคนเยอะกว่า แต่ทางฝั่งโตมันหรือไมค์กี้ก็ใช้คำพูดกล่อมอิซานะให้เลิกทำเรื่องบ้าๆซักที

 

เพราะการทำแบบนี้ชิสึกะคงไม่ดีใจอย่างแน่นอนจนอิซานะหยุดชะงักและเริ่มยอมฟังที่ไมค์กี้พูดขึ้นมาเล็กน้อย คิซากิที่เห็นแบบนั้นก็หยิบปืนออกมาและยิงไปทางอิซานะ3นัด

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

“อิซานะ!!” คาคุโจวที่รีบมาดูราชาของตนที่ตอนนี้นอนจมอยู่ในกองเลือด 

 

คิซากิถูกฮันมะพาหนีโดยการขี่มอเตอร์ไซค์ดราเค่นและทาเคมิจิเลยรีบขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป ส่วนไมค์กี้ก็รีบเข้ามาดูพี่ชายอีกคนของตน

 

ไมค์กี้รีบให้เพื่อนของตนรีบโทรเรียกรถพยาบาล เขาจับมือของอิซานะที่เย็นเฉียบก่อนที่นำ้ตาของเขาจะไหลออกมา…เขาไม่อยากเสียใครไปอีกแค่น้องสาวฝาแฝดของเขา

 

เขาก็เหมือนตายทั้งเป็น

 

“จะ-จัดงานให้ฉัน ขอ..เป็นดอกกุหลาบ…ดำนะ” อิซานะเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก เขารับรู้ได้ว่าอีกไม่นานเขากำลังจะตายแล้ว

 

“อย่ามาพูดบ้าๆแบบนั้นนะ!!” ไมค์กี้เอ่ยตลาดอีกฝ่ายทั้งนำ้ตา

 

“ฝาก..คาคุ…โจว…ด้วย…….ไมค์กี้………………………”

 

“อิซานะ!!!!!!!!”

 

 

 

 

 

“ที่นี้ที่ไหน?…….” อิซานะมองสวนดอกกุหลาบดำตรงหน้าก่อนที่สายตาของเขาจะมองเห็นร่างของเด็กสาวที่คุ้นเคย

 

เขามองเธออยู่สักพักก่อนที่เขาจะเห็นเธอยิ้มออกมา เขารีบวิ่งเข้าไปสวมกอดด้วยความโหยหาและคิดถึงเธออย่างสุดหัวใจ

 

“ฮึก! ทำไมนายถึงมาฝั่งนี้เร็วนักเล่า!!”

 

“ฮึก! สึกะ..ฉันขอโทษ ฮึก!!”

 

เด็กสาวผมบลอนด์ยาว ดวงตาสีดำที่มีนำ้ตาไหลออกมาเป็นสายนำ้ในชุดเดรสสีขาว เธอได้กอดชายร่างสูงตรงหน้าด้วยความคิดถึงไม่แพ้กัน

 

เธอคือ ซาโนะ ชิสึกะ

 

“นายมันบ้า! บ้าๆๆๆ! นายรู้ไหมตอนฉันในร่างวิญญาณมองนายตายมันทำให้ฉันเจ็บปวดแค่ไหนน่ะ! ฮือๆๆ”

 

“ขอโทษ อิซานะขอโทษ..อย่าโกรธอิซานะเลยนะ”

 

“ฮึก! ฮือๆ ฉันเป็นห่วงนายมากๆเลยนะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้…ฮึก ฮือๆ สึกะก็ขอโทษ ฮือๆๆ”

 

ทั้งสองต่างร้องไห้และกอดกันด้วยความอบอุ่น ช่วงเวลา2ปีที่ไม่ได้เจอกันมันชั่งทรมานสำหรับทั้งคู่ที่ไม่สามารถติดต่อกันได้ ไม่สามารถได้ยินเสียงกันได้และไม่สามารถมาเจอกันได้

 

แต่ตอนนี้ทั้งคู่ได้มาเจอกันอีกครั้งแล้ว

 

“สึกะ อิซานะมีเรื่องจะบอกสึกะด้วยนะ^^”

 

“ฮึก อือ อะไรหรอ?”

 

“อิซานะรักสึกะนะ”

 

“สึกะก็รักอิซานะเหมือนกัน…จากนี้”

 

“….และตลอดไป”

 

 

 

 

 

 

 

 

ตัดมาทางโลกปัจจุบันที่หลังจากอิซานะตายทางครอบครัวซาโนะได้จัดงานศพและฝังร่างของอิซานะให้อยู่ข้างๆหลุมศพของชิสึกะ

 

ไมค์กี้ได้ขอรองให้ปู่ของเขาจัดงานแต่งให้กับชิสึกะและอิซานะโดยที่ปู่ของเขาก็พอรู้เรื่องราวมาบ้างจากชิสึกะตอนที่ยังมีชีวิตและชินอิจิโร่

 

งานแต่งของคนที่ตายไปแล้วของทั้งสองนั้นจึงทำให้คนอื่นๆเศร้ายิ่งกว่างานศพเสียอีก เพราะตอนนี้ทั้งคู่คงได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขแล้ว

 

แต่คนที่ดีใจและเสียใจในเวลาเดียวกันคงไม่พ้นไมค์กี้ เขายิ้มอย่างยินดีให้กับรูปทั้งสองทั้งนำ้ตาก่อนที่จะเอ่ยขอโทษและเอ่ยคำอวยพรให้แก่ทั้งคู่

 

หลังจากจบงานทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน ไมค์กี้เลือกที่จะไปนอนในห้องน้องสาวฝาแฝดของตนที่ตอนนี้เป็นห้องของเขาหลังจากที่น้องสาวฝาแฝดของเสียไป

 

เขาหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราเพราะความเหนื่อยล้า

 

ไมค์กี้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่เขาจะพบว่าตอนนี้ตัวของเขาเหมือนอยู่หน้าประตูใหญ่บานนึงเหมือนประตูของโบสถ์ ตัวของเขาแต่งชุดสูธสีดำและตอนนี้เขากำลังควงหญิงสาวที่ใส่ชุดเจ้าสาวที่ปิดบังใบหน้าอยู่

 

“รู้ไหมคะว่านี้คือความฝันของหนูเลยนะคะ หนูน่ะอยากให้พี่มาส่งหนูในวันที่หนูแต่งงาน”

 

“เสียงนี้…สึกะ?!”

 

“ค่ะ หนูสึกะเอง^^”

 

ชิสึกะเลิ่กผ้าสีขาวขึ้นให้ไมค์กี้เห็นหน้าของเธอก่อนที่ไมค์กี้จะดึงเธอไปกอดและร้องไห้ออกมาเหมือนกับคนบ้า เธอเข้าใจดีว่าพี่ชายฝาแฝดของเธอทรมานในความรู้สึกผิดมานานแค่ไหนแต่ตัวของเธอก็ทำอะไรไม่ได้

 

“ขอโทษ ฉันขอโทษ! ฮือๆๆๆ”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ มันไม่ใช่ความผิดของพี่เลยนะคะ^^” ชิสึกะใช้เวลาปลอบไมค์กี้อยู่นานจนเจ้าตัวหยุดร้องไห้และยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

“พี่ต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขนะคะ เพราะงั้นยิ้มเข้าไว้ๆ^[++]^” ชิสึกะฉีกยิ้มกว้างจนให้ฟันจนไมค์กี้ก็ยิ้มกว้างตามน้องสาวไปด้วย

 

“อื้ม! เพราะงั้นพี่จะทำตามความฝันของสึกะให้เป็นจริงเอง!^^” ไมค์กี้จับมือของน้องสาวฝาแฝดให้มาจับแขนของตน น้องสาวของเขาในชุดแต่งงานสวยที่สุดเลย….

 

“ขอบคุณนะคะพี่^^”

 

 

แอ๊ด~

 

 

เสียงประตูได้เปิดขึ้นไมค์กี้และชิสึกะค่อยๆเดินเข้าไป โดยระหว่างทางที่เดินก้ไม่มีใครนอกจากเจ้าบ่าวที่รอเจ้าสาวอยู่ในโบสถ์

 

“นี้แกพาเจ้าสาวมาช้าหรอวะ ไอเตี้ย”

 

“ปากหมาขึ้นเยอะเลยนะ อิซานะ”

 

ไมค์กี้มองอิซานะที่ใส่ชุดสูธสีขาวและมีดอกกุหลาบสีดำปักอยู่ที่อกของเสื้อ เขาเพิ่งสังเกตว่าอิซานะมีกุหลาบสีดำที่อกชิซึกะเองก็ถือช่อดอกกุหลาบสีดำ ในงานแต่งนี้ดอกไม้ทั้งหมดก็เป็นดอกกุหลาบสีดำทั้งหมด

 

ทำไมต้องดอกกุหลาบสีดำ?

 

“ขอบคุณที่มาส่งหนูนะคะ^^”

 

“อืม ฉันขอให้สึกะกับอิซานะมีความสุขและรักกันตลอดไปนะ^^” ไมค์กี้เอ่ย

 

“เอ่อๆ ขอบใจแล้วก็ไปได้แล้วไอเตี้ยฉันกับสึกะต้องไปแล้ว…” อิซานะเอ่ยก่อนที่จะขยี้หัวของไมค์กี้และสวมกอดอีกฝ่ายโดยมีชิสึกะเข้ามาร่วมกอดด้วย

 

“ขอให้แก/พี่มีความสุขเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

ไมค์กี้สะดุ้งตื่นมาอีกครั้งก่อนที่จะพบว่าท้องฟ้าจากตอนแรกที่เป็นท้องฟ้าโปร่งตอนนี้กลับเป็นท้องฟ้าสีแดงอมส้ม เขามองไปที่นาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็นแล้ว

 

นี้เขานอนนานขนาดนั้นเชียว?

 

“เอ๊ะ?”

 

ไมค์กี้ที่กำลังจะลุกออกจากเตียงก็สัมพัสได้ถึงบางอย่างที่มือของเขาก่อนที่เขาจะหยิบมันขึ้นมาก็พบว่ามันคือกุหลายสีดำที่พันด้วยริบบิ้นสีขาว

 

เขาจำได้ว่าก่อนมานอนเขาไม่ได้ถือดอกกุหลาบกับริบบิ้นเลยนะ…หรือว่าความฝันนั้น!?

 

“ไมค์กี้ไปกินข้าวเย็นได้แล้ว นั้นแกเอาดอกกุหลาบไแตอนไหนน่ะไมค์กี้” ชินอิจิโร่ที่มาเรียกน้องชายของตนไม่กินขาวเย็นก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าคนอย่างไมค์กี้ที่ไม่ค่อยชอบดอกไม้กำลังถือดอกกุหลาบดำที่พูกริบบิ้นในมือ

 

“ชิน ดอกกุหลายสีดำนี้มีความหมายว่ายังไงหรอ…”

 

“ถ้าความหมายทั่วไปก็หมายถึงความเสียใจไม่ค่อยเป็นมงคลเท่าไหร่ แต่ความหมายจริงๆของมันคือ ความรักชั่วนิรันดร์ ความรักที่จะคงอยู่ตลอดไปจะไม่มีใครมาแทนที่ได้…ว่าแต่ถามทำไม? แล้วแกยิ้มอะไรของแกเนี่ยไมค์กี้?=_=;;”

 

ชินอิจิโร่ที่ห้องน้องชายของเขายิ้มคนเดียวก็ถอนหายใจแล้วเดินออกไปพร้อมกับตะโกนเรียกให้อีกฝ่ายมากินข้าวเย็นได้แล้ว

 

ไมค์กี้ที่ยิ้มพร้อมกับมองดอกกุหลาบดำที่พันริบบี้นอย่างมีความสุข จากเขาที่ไม่ชอบดอกไม้แต่ตอนนี้เขากลับชอบขึ้นมเสียแล้ว…ยิ่งดอกกุหลาบดำที่ทำให้เขานึกถึงน้องสาวฝาแฝดและพี่ชายอีกคนของเขาแล้ว เขายิ่งชอบดอกกุหลาบดำจนลิสมันเอาไว้ในใจว่าเป็นสิ่งที่เขาชอบและรักมันมากที่สุด

 

“ดอกกุหลาบดำ เหมาะกับอิซานะและสึกะดีนะ :)”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

[ TRUE END ]

==================================================================

TALK

ยังไม่ได้ตรวจคำผิด

 

พอดีติดเพลง ถ้าเราเจอกันอีก มากๆเลยค่ะ

เลยออกมาเป็นฟิคนี้ แหะๆ

จบแบบไม่มีความพีคอะไร

ตายคือตาย

ไม่มีการหลอกว่ายังไม่ตาย

 

อย่าลืมเม้นเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ T^T

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×