[END] Whisper, bae! ❥JinKook 'BTS

ตอนที่ 4 : ❥ Whisper, III - 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    14 ม.ค. 60

❥ Whisper, III



'ไอ้คนบ้าอำนาจ' - JK




♪~~

"หงือออ~ ใครโทรมาแต่เช้าวะ"

     มือเรียวสวยควานไปทั่วเตียงใหญ่โดยไม่ได้แม้แต่คิดจะลืมตามองว่าต้นตอของเสียงรบกวนยามเช้าอันไร้ตารางงานของจองกุกมันตั้งอยู่ตรงไหน กว่าเจ้ากระต่ายจะควานหาโทรศัพท์เจอก็เกือบนาทีกว่า

     ดวงโตกลมโตหรี่ขึ้นอย่างยากเย็นเพื่อจะดูว่าใครกันที่กล้าโทรมาก่อกวนเวลานอนอันมีค่านี้ จองกุกพึ่งเดินกลับจากเจจูเมื่อค่ำวานนี้ วันนี้เลยว่างงานไม่มีตารางงานใด ๆ เขาตั้งใจจะนอนตื่นสายสักหน่อย เพราะยังไงพียุนกิก็รับผิดชอบไปรับส่งซึงกวานอยู่แล้ววันนี้ก่อนไปง้อพี่รหัสของเขา

'010-3553-xxxx'

     คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างงงงวยกับเบอร์แปลกที่ยังไม่ยอมตัดสายไปสักทีถึงแม้จะรอเขารับโทรศัพท์จนจะตัดสายแล้วเนี่ย 

     ควรรับไหม? เบอร์แปลกเนี่ย คงไม่ใช่ซาแซงแฟนหรอกมั้ง

"สวัสดีครับ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงียตามฉบับคนยังไม่ตื่นนอนดีนั่นแหละ จองกุกง่วงอะ จองกุกผิดอะไรรร~ คนโทรมานี่สิผิดที่รบกวนเวลาพักผ่อนของเขา

[ยังไม่ตื่นอีกเหรอคุณ?]

     ใครวะ... เสียงคุ้น ๆ โทนทุ้มนุ่ม อบอุ่นแบบนี้ จองกุกรู้สึกคุ้นมาก แต่นึกไม่ออกอะ

"ไม่ทราบนั่นใครครับ"

[คิมซอกจิน จำได้หรือเปล่า?]

     อ่อออ~ คุณซอกจิน... ห๊ะ!! ไอ้ตาประธานกวนตีนอะดิ เอาเบอร์จองกุกมาจากไหนไม่ทราบ ถึงจะเป็นนายจ้างก็ไม่ได้มีสิทธิ์ได้เบอร์ส่วนตัวเขานะเว้ย มีอะไรก็ควรติดต่อผู้จัดการไหม

"คุณเอาเบอร์ผมมาจากไหน มีอะไรรบกวนติดต่อผ่านผู้จัดการผมนะครับ"

[ผมไม่ได้โทรมาติดต่อคุณเรื่องงาน จองกุก]

"แล้วโทรมาทำไม?"

     คิมซอกจินจะกวนตีนอะไรเขาอีก เนี่ยทำเขาตื่นเต็มตาเลย ขนาดวันหยุดก็ยังหนีไม่พ้นอีกหรือไงกัน หรือจะโทรมาเพราะเรื่องเด็กคนนั้น? ลูกเก็บหละสิ กลัวสื่อรู้เรื่องสินะ เหอะ คิดว่ามินจองกุกปากเปราะขนาดนั้นหรือไงกัน

[ผมอยากคุยกับคุณเรื่องหมิงฮ่าว]

"อ่ออ~ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่เอาเรื่องที่คุณมีลูกแล้วไปปล่อยกับนักข่าวหรอก จะนักธุรกิจ หรือดารามันก็เป็นเรื่องไม่ดีกับภาพลักษณ์ ผมเข้าใจ คุณไม่ต้องห่วงหรอก"

[เฮ้อ... ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น ถึงคุณจะเอาเรื่องหมิงฮ่าวไปขายนักข่าว คุณคิดว่าผมไม่มีอำนาจพอจะปิดข่าวพวกนั้นหรือไง]

"เอ้า แล้วจะคุยเรื่องไหน ผมไม่ได้ทำร้ายลูกคุณซะหน่อย ผมช่วยน้องหมิงฮ่าวด้วยซ้ำ น้องไม่ได้บอกคุณหรือไง"

[หยุดโวยวายแล้วฟังพร้อมตอบคำถามผม วันนี้คุณมีตารางงานที่ไหนไหม]

     อะไรวะ... ทำไมผู้ชายคนนี้ชอบทำอะไรที่เขาไม่เข้าใจอยู่เรื่อย เรื่องซีอีโอแล้วต้องทำตัวเข้าใจยากด้วยเหรอ

"ไม่ วันนี้วันหยุดผม ผมต้องการพักผ่อน"

[งั้นผมก็จะไม่รบกวนเวลาพักผ่อนคุณ...]

     เออ~ เข้าใจง่ายก็เป็นหนิคนเรา

[แต่ค่ำนี้ผมจะไปรับคุณไปทานมื้อเย็น ไม่ได้ถือเป็นการรบกวนเวลาพักผ่อนคุณหรอกมั้ง เพราะผมไม่ได้ชวนคุณมาทำงาน]

     ย๊า! ถึงจะไม่ทำงาน แต่ใช่ว่าผมพิศวาทอยากไปกับผู้ชายคนนี้สักหน่อย นี่จองกุกนะ ไม่ใช่ดารา ไอดอลสาวที่อยากไปเดท ดินเนอร์กับผู้บริหารหนุ่มรูปหล่อไฟแรง =_=*

"ผมไม่อยากไปกับคุณ แค่เจอคุณที่กองผมก็เบื่อพอแล้ว"

[แต่ผมอยากเจอคุณ] น้ำเสียงนุ่มอบอุ่นของปลายสายที่ส่งผ่านมานั้นทำให้จองกุกเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ เขาไม่ใช่คนแพ้อะไรแบบนี้ อีกอย่างจองกุกเป็นผู้ชายนะครับคุณคิม ไม่ใช่สาวหรือเคะน่ารักที่จะหลงไหลกับน้ำเสียงและคำพูดหวาน ๆ แบบนั้น เหอะ!

"ผมไม่ใช่สาวในสต๊อคคุณนะคุณซอกจิน ไม่ต้องมาทำน้ำเสียงแบบนั้นใส่ผม ไม่ไปก็คือไม่ไปครับ"

[ชอบให้บังคับสินะ ผมจะไปรับคุณที่บ้านตอนหกโมงเย็น ห้ามหนี และถ้าคุณไม่ออกมาแล้วไปกับผมดี สัญญาจ้างพรีเซนเตอร์ฉบับที่เซ็นต์อยู่นั้นจะถูกยกเลิกในวันรุ่งขึ้น เพราะคุณทำให้ผมไม่พอใจกับงานที่คุณทำ ต้นสังกัดต้องจ่ายค่าเสียหายกับผม เลือกเอาแล้วกันนะจองกุก จะไปกับผม หรือจะให้ผมทำแบบนั้น คำพูดของไอดอลแบบคุณกับคำพูดของผมอะไรมันมีน้ำหนักมากกว่ากัน]

"นี่! มันจะมากไปแล้วนะคุณซอกจิน"

[ผมไม่สน เพราะผมต้องการจะคุยกับคุณเรื่องหมิงฮ่าว ไม่ว่าจะใช้วิธีอะไรคุณก็ต้องไปคุยกับผมอยู่ดี แล้วเจอกันเย็นนี้นะครับ หวังว่ามินจองกุกจะฉลาดมากพอที่จะไม่ดื้อกับผม]

"โธ่เว้ย!" มือเรียวกำโทรศัพท์แน่นหลังจากกดตัดสายจากอีกคนอย่างหงุดหงิด 

     ทำไม! ตั้งแต่ชีวิตเขาพบเจอกับมนุษย์คิมซอกจินถึงได้มีแต่เรื่องน่าหงุดหงิด หัวร้อนขนาดนี้ มีไทม์แมทชีนไหม จองกุกจะย้อนไปไม่รับงานนี้แม่งแล้ว ให้ตายสิ!

     กวนตีน เผด็จการ บ้าอำนาจ เจ้าเล่ห์

     เขายังไม่เห็นข้อดีของประธานคิมซอกจินที่สาว ๆ ต่างชื่นชมเลยสักนิด! คอยดูเถอะ อย่าให้ถึงคราวของจองกุกบ้างละกัน เขาจะเอาคืนให้หนักกว่าที่อีกคนทำกับเขาเลย รอก่อนเถอะ

     กระต่ายมันจะน่ารักกับคนที่น่ารักกับมันเท่านั้นแหละ แต่ถ้าคนไหนทำให้มันไม่พอใจ กระต่ายที่ว่าน่ารักหนะ มันก็กลายเป็นกระต่ายปีศาจได้เหมือนกันนะ คุณคิมซอกจิน



❥ Whisper



"นี่กูถามตรง ๆ นะ มึงจะลากคุณจองกุกเข้ามาทำไมวะ ไหนบอกไม่อยากให้ใครรู้เรื่องหมิงฮ่าวนักไง"

     ชายหนุ่มวัยทำงานยืนมองเพื่อนสนิทมาครึ่งชีวิตที่พึ่งวางสายจากใครบางคนอย่างไม่เข้าใจการกระทำของเพื่อนตัวเอง ลี แจฮวาน หรือ เคน เพื่อนสนิทของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งคิมกรุ๊ป คิม ซอกจิน พ่วงตำแหน่งเลขาในเวลาเดียวกัน

     เขาจะไม่สงสัยเลยถ้าเพื่อนเขาที่พยายามกีดกันทุกคนที่เข้ามายุ่งกับหลานชายตัวเอง อยู่ ๆ กลับย้อนทะแยงโดยการลากนักร้องหนุ่มมินจองกุกเข้ามายุ่งเรื่องนี้

     ตั้งแต่ซอกจิน หรือ จิน เพื่อนเขากลับมาจากเจจูก็สั่งให้เขาไปหาประวัติพรีเซนเตอร์คนล่าสุดในรอบสามปีของคิมฟูดฯ

     คิมฟูดฯในความเป็นจริงแล้วคือบริษัทลูกของคิมกรุ๊ปที่ทำกิจการหลายอย่างที่ถูกดูแลโดยตระกูลคิม ครอบครัวของเพื่อนจินนั่นแหละ แต่ด้วยความที่เมื่อต้นปีที่ผ่านมาประธานคิมคนล่าสุดเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุ ไอ้จินเลยต้องมาดูแลคิมกรุ๊ปไปพร้อม ๆ กัน เขาที่เป็นเลขาที่เรียนมาด้วยกันเลยต้องช่วยดูแลในงานส่วนฝั่งคิมกรุ๊ปบ้างในบางครั้ง บางครั้งที่ว่าคือครั้งที่จินมันขี้เกียจทำนั่นแหละ แต่เรื่องการเปลี่ยนประธานใหญ่ของกรุ๊ปยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะเพราะเหตุผลส่วนตัวของมัน ทำให้ตอนนี้ทุกคนก็เลยเข้าใจว่าประธานคิมไม่ว่างเข้ามาดูงานเท่านั้น

"อาฮ่าวต้องรักษาตัว"

"แล้วเกี่ยวอะไรกับคุณจองกุก กูสงสัยตั้งแต่มึงกลับมาใส่ให้กูไปหาประวัติเขาแล้วนะ ไหนบอกเกลียดดาราไอดอลนักไง"

     นี่ก็อีกหนึ่งประเด็น คิมซอกจินเกลียดดาราหรือไอดอล นางแบบ หรืออะไรพวกนี้มาก ซึ่งตอนแรกก็เขาใจว่าสมัยเรียนมันไปชอบรุ่นน้องคนนึงแล้วเขาดันไม่สนใจมันเพราะน้องเขาจะตามฝันตัวเอง แต่พอถามไอ้จิน มันก็บอกว่ามันไม่ได้เกลียดคนที่ทำงานอาชีพพวกนี้เพราะเรื่องไร้สาระแค่นั้นหรอก มันมีเหตุผลอื่น ซึ่งมันก็ไม่เล่าให้ใครฟังเช่นกัน

"อาฮ่าวพูดกับจองกุก"

"หลานมันก็พูดดะ เดี๋ยวนะ มึงพูดว่าอะไรนะไอ้จิน"

"เห้อ หมิงฮาวพูดกับจองกุก"

"จริงเหรอวะ นี่มึงไม่ได้เอาหลานมาอ้างหลอกกูใช่ป่ะ"

"หลอกมึงแล้วอาฮ่าวจะหายหรือไงวะ"

     แปลกมาก แปลกที่สุด เขาเข้าใจเพื่อนจินแล้วแหละว่าทำไมถึงได้สนใจมินจองกุกแบบนี้

"แล้วมึงจะเอาไงต่ออะ จะให้คุณจองกุกช่วย?"

"อืม ก็คิดว่างั้น เด็กคนนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แถมเข้ากับเด็ก ๆ ได้ดี จากข้อมูลที่มึงหามา มีหลานชายอีก"

"เขาจะยอมช่วยมึงเหรอวะ ไปบังคับเขาแบบนั้น"

"ฮึ! กูมีวิธีแล้วกัน"

     งานนี้... โชคดีนะครับน้องจองกุก เรื่องนี้ลี แจฮวานจะไม่ยุ่งเนอะ คนนึงก็เพื่อนสนิทที่แสนเอาแต่ใจ อีกคนก็กระต่ายตัวเล็กที่ดูจากประวัติแล้ว... งานนี้ไม่ง่ายแน่นอน


❥ Whisper



     วันทั้งวันของจองกุกหมดไปด้วยการนอนหลังจากตื่นขึ้นมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับมือเย็นไว้ให้พี่ชายกับหลานชายไว้ทำทานมื้อเย็น ซึ่งจองกุกคิดว่าเย็นนี้ตัวเขาคงไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะอาหารกับพี่ชายและหลานแน่ ๆ

     บางทีจองกุกก็คิดนะ เขาไปทำอะไรให้คิมซอกจินต้องวนเวียนกับชีวิตเขานัก ตั้งแต่เข้าวงการบันเทิงมาผู้ชายคนนี้เป็นคนแรกที่เป็นนายจ้างแล้ววุ่นวายกับเขาเกินคำว่านายจ้างนี่แหละ ไม่ใช่ว่าเขาไม่ค่อยรับงานพรีเซนเตอร์หรืออะไร แต่ไม่เคยมีบริษัทไหนที่ประธานลงมาดูงานตลอดขนาดนี้ แถมยังตามเขามาถึงบ้านเหมือนคิมซอกจิน

     แล้วด้วยนิสัยขี้รำคาญที่ติดมาจากพี่ชายก็ทำให้เขาเลือกที่จะทำตามความต้องการอีกคนเพื่อตัดเรื่องวุ่นวายที่จะตามมาถ้าเกิดเขาขัดใจอีกคน ถึงแม้เขาจะไม่ผิดอะไรเลยก็ตามเพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องนอกเหนือจากงาน เขามีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธก็ตาม

ปิ๊น!

     เสียงแตรรถดังขึ้นจากหน้าบ้านของจองกุก คิ้วสวยได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างงุงงง ก่อนจะเปลี่ยนรองเท้าเดินออกไปดูว่าใครมาบีบแตรหน้าบ้านเขาในช่วงค่ำแบบนี้ ไม่รู้หรือไงมันรบกวนคนอื่นเขาหนะ

     ดวงตากลมโตราวกระต่ายน่ารักพยายามสอดส่ายสายตาเพ่งมองเข้าไปยังตัวรถที่ติดฟิล์มดำทึบ ของรถยุโรปห้าประตูสีขาวที่จอดอยู่หน้าบ้านเขา

♪~~

     มือเรียวล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือที่ใส่อยู่ในกางเกงขึ้นมาดูเนื่องจากมีสายเข้าขัดจังหวะเขากำลังสงสัยว่าใครมันบังอาจมาจอดรถขวางประตูบ้านเขากัน เวลาแบบนี้ ถ้าพี่ยุนกิกลับมาพอดีจะเข้าบ้านได้ยังไงกัน

     ไร้มารยาท

'บ้าอำนาจ'

"สวัสดีครับ"

     เสียงหวานเอ่ยทักปลายสายด้วยอารมณ์เหนื่อยหน่าย ทั้งในใจไม่ได้อยากจะกดรับสายอีกคนเท่าไหร่นักแต่ถ้าเขาตัดสาย 'คิมซอกจิน' คงได้มีเรื่องน่าปวดหัวตามเขามาอีกแน่นอน ซึ่งมันน่ารำคาญนะสำหรับวิถีมินจองกุก

[เตรียมตัวเสร็จหรือยัง?]

"เปลี่ยนรองเท้าก็คงเสร็จแล้วมั้งครับ คุณใกล้ถึงแล้ว?"

[งั้นก็ไปเปลี่ยนสิครับ มัวแต่ยืนจ้องรถผมอยู่นั่น ถ้าไม่อยากให้ผมจอดรถหน้าบ้านคุณนาน รบกวนรีบมาขึ้นรถด้วยนะครับ จองกุก]

     เสียงทุ้มเอ่ยกับกระต่ายตัวเล็กในสายตาผู้ใหญ่กว่าแบบเขาที่กำลังทำหน้าเหม็นเบื่อใส่เขาก็ที่จองกุกจะตัดสายซอกจินแล้วเดินกลับเข้าบ้านไปด้วยท่าทางนิ่งเฉย ซึ่งเรียกความแปลกใจให้กับชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ในรถตำแหน่งคนขับได้อีกครั้ง

     เพราะตัวเขาคาดไว้ว่าจองกุกคงเล่นตัวดื้อให้เขาต้องหาวิธีมาจัดการกระต่ายดื้อแบบนี้อีกแน่ ๆ แต่กลับผิดคาดจองกุกไม่มีท่าทางต่อต้านอะไรเขา กลับทำตามสิ่งที่เขาสั่งอย่างว่าง่าย

     ง่ายจนเขาหวั่นใจ เด็กคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่

     ไม่ต้องรอให้คนในรถรอนานจองกุกเดินกลับมาพร้อมกับบินนี่สีเข้ม เสื้อโค้ทคลุมสีเปลือกไม้ และรองเท้าผ้าใบลำลอง เปิดประตูรั้วบ้านมาขึ้นรถซอกจินอย่างรวดเร็ว

     สร้างความสงสัยให้กับชายหนุ่มที่แก่กว่ากับการแต่งตัวของจองกุกที่ไม่ได้มีการอำพรางตัวใด ๆ เหมือนที่ซอกจินคาดการไว้

"สวัสดีครับ ทีหลังโทรเข้ามาก่อนถึงบ้านก็ได้นะครับ มันรบกวนคนอื่นเขา"

     ทันทีที่กระต่ายแสนดื้อขึ้นรถซอกจินเรียบร้อย มือเรียวกำลังจัดการคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากสวยก็เอื่อนเอ่ยบอกชายหนุ่มเจ้าของรถด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งติดไม่พอใจเล็กน้อย ปฏิกิริยาของจองกุกเรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ จากซอกจินได้ทันทีที่อีกคนพูดจบ

     บอกแล้วไง คนที่นั่งข้างซอกจินนี่มัน 'กระต่ายดื้อ'

"หึ"

     หลังจากเสียงขำในลำคอของคนขับรถดังขึ้นจากนั้นรถทั้งคันก็ตกอยู่ในความเงียบทันที ต่างจากในหัวของจองกุกที่เต็มไปด้วยความสงสัยกับท่าทีแปลกไปไม่กวนตีน หรือแซะอะไรเขากลับอย่างหงุดหงิด

     เงียบแบบนี้จองกุกตั้งหลักรับไม่ถูกเลยจริง ๆ

"คุณจะพาผมไปไหน?"

     สุดท้ายคนที่ทำลายความเงียบภายในรถหลังจากออกเดินทางมาเกือบครึ่งชั่วโมงก็คือคนเด็กกว่าอย่างจองกุกที่เก็บความรู้สึกสงสัยในใจตัวเองไม่ได้

"นึกว่าจะไม่ถาม พาไปทานมื้อเย็นก็ต้องไปร้านอาหารสิ หรือคุณอยากให้ผมพาไปที่ไหนกัน"

"แล้วร้านอาหารอะไรของคุณถึงได้ขับมาตั้งนานไม่ถึงสักที"

"ภัตตาคารในเครือคิม ที่อนาคตคุณจะต้องมาถ่ายโฆษณาน้ันแหละ"

     ภัตตาคารเครือคิมฟูดฯ? คนข้างตัวเขาพูดเหมือนมันมีอยู่แห่งเดียวในโซลงั้นแหละ ตอบแบบนี้ไม่ต้องตอบจองกุกก็ได้นะจริง ๆ 

     ยังไม่ทันที่จองกุกจะเอ่ยถามอะไรต่อ ดวงตากลมโตคล้ายกระต่ายแสนน่ารักก็เบิกกว้างทันทีที่ซอกจินหักพวกมาลัยเลี้ยวเข้าไปยังโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง ถ้าเขามองชื่อโรงแรมไม่ผิด มันเป็นโรงแรมในเครือของตระกูลคิม

     ผู้ชายคนนี้คิดอะไรอยู่ถึงได้พาเขามาทานมื้อค่ำในโรงแรมแบบนี้ ไม่กลัวนักข่าว หรือใครมาเจอหรือไงกัน ถึงเขาจะเป็นผู้ชายเหมือนอีกคนก็ตามเถอะ สมัยนี้คนไม่สนใจแล้วไหมว่าเพศอะไรจะเข้าโรงแรมกันเพราะผู้คนสนใจที่ว่า...

     ใครเข้าโรงแรมกับใครต่างหาก!

"นี่คุณ! ไม่มีที่อื่นไปทานแล้วหรือไง ถึงได้มาทานมื้อค่ำที่โรงแรมแบบนี้ ถ้าใครมาเจอผมกับคุณจะทำยังไง?"

"เลิกโวยวายแล้วลงจากรถเดินตามผมมา แล้วถ้าคุณดื้ออีก ผมจะอุ้มคุณลงมาแทน คิดดูละกัน เดินตามผมมาดีกับผมอุ้มลงมาอะไรมันจะเด่นจนคนสนใจมากกว่ากัน"

     ริมฝีปากเรียวเม้มเข้าหากันอย่างหงุดหงิดแล้วรีบลงจากรถเดินตามคนตัวสูงตรงหน้าทันที ถึงจะเป็นโรงแรมห้าดาวก็เถอะ มันปลอดภัยกับสายตาปาปารัสซี่นักหรือไงกัน เฮ้อ...

"ไม่ต้องกังวลหรอก เราไม่ได้มาทำอะไรไม่ดีกันที่นี่สักหน่อย แค่มากินข้าวทำไมต้องกลัว?"

"ใช่! ผมกับคุณแค่มากินข้าว แต่คนอื่นเขาไม่รู้หรอก"

     เสียงหวานพูดจบก่อนเดินแซงคนตัวสูงเข้าภัตตาคารอย่างหงุดหงิดทันที ทิ้งไว้เพียงเจ้าของภัตตาคารที่เดินตามอย่างไม่ค่อยเข้าใจเจ้ากระต่ายดื้อที่มากับเขามากกว่า

     ชีวิตต้องระวังอะไรขนาดนี้ มันจะเป็นชีวิตที่มีความสุขได้ยังไงกัน จองกุก...


❥ Whisper


     ท่านกลางบรรกาศร้านอาหารในตึกสูงของโรงแรมซึ่งจองกุกกับซอกจินนั่นอยู่ในห้องส่วนตัวที่สามารถชมวิวได้เกือบ 180 องศา เนื้อสเต็กชั้นหนึ่งพร้อมกับเครื่องดื่มสองชุดถูกจัดเตรียมไว้เพื่อพวกเขาสองคน

     บรรยากาศโรแมนติกที่ทำให้กระต่ายดื้อลืมความหงุดหงิดไปช่วงเวลาหนึ่ง ดวงตากลมโตที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์สดใสของเด็กน้อย จับจ้องไปนอกกระจกอย่างลืมตัว ตอนนี้มินจองกุกในสายตาซอกจินก็เหมือนเด็กน้อยคนนึงที่เจออะไรถูกใจแค่นั้นแหละ

     แสดงออกขนาดนี้ไม่ต้องถามแล้วมั้งว่าถูกใจเจ้ากระต่ายที่เดินไปแนบหน้ากับบานกระจกห้องไหม

"อะแฮ่ม"

     เสียงไอในลำคอของซอกจินเรียกสติของจองกุกที่ไปกับวิวสวย ๆ แบบนี้ให้กลับมา ใบหน้าน่ารักรีบปรับสีหน้าเป็นเรียบนิ่งเหมือนตอนที่ขึ้นรถอีกคนแล้วเดินกลับไปนั่งเก้าอี้ที่มีพนักงานเลื่อนรอเขาไปนั่งอยู่แล้ว

"ขอบคุณครับ" เสียงหวานเอ่ยขอบคุณพนักงานด้วยน้ำเสียงน่ารัก เรียกความแปลกใจจากซอกจินที่นั่งอยู่ฝังตรงข้ามได้อีกครั้ง

     เด็กคนนี้เป็นคนแรกนะที่เขาพามาที่แบบนี้แล้วทำตัวมีมารยาทเกรงใจแม้กระทั่งพนักงานของร้านอาหารทั้งที่ตัวเองเป็นถึงไอดอลชื่อดัง แตกต่างจากกับคนอื่น ๆ โดยสิ้นเชิง

     เสน่ห์มินจองกุกสินะ

"คุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผม?"

     จองกุกเปิดประเด็นทันที ถึงเขาจะชอบห้องนี้แต่ก็ใช่ว่าอยากจะอยู่ที่นี่นาน ๆ กับผู้ชายตรงหน้า ถึงเขาจะบริสุทธิ์ใจแต่คนนอกมองจะคิดแบบเขาหรือไง เข้าร้านอาหารในโรงแรมไม่พอแทนที่จะนั่งข้างนอกที่คนเยอะ ๆ อย่างน้อยเผื่อมีใครจำได้แล้วเกิดมีข่าวว่าเขาเข้าโรงแรม เขาจะได้มีคนอื่นที่เป็นพยานได้ว่าเขามาแค่กินข้าว แต่นี่! พามาห้องส่วนตัวที่มองก็รู้แล้วว่ามันวีไอพีแค่ไหน

     ทางที่ดี เขาควรจบธุระกับคนตรงหน้าแล้วรีบกลับบ้าน อยู่กับหลานสุขภาพจิตดีกว่าอยู่กับคิมซอกจินเย๊อะ!

"รีบเหรอ?"

"ผมพูดตรง ๆ นะคุณ ผมไม่อยากอยู่ที่แบบนี้กับคุณสองต่อสองนาน ๆ นักหรอก ถ้าเกิดมีคนจำผมได้ขึ้นมา ถ้าเป็นข่าวขึ้นมามันไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะคุณซอกจิน"

"ผมก็จองห้องส่วนตัวให้แล้ว ดูนายชอบมันด้วยหนิจองกุก"

     ฟันคู่หน้ากัดลงกับริมฝีปากล่างเบา ๆ พร้อมส่งสายตาไม่เป็นมิตรไปให้อีกคนที่อยู่ตรงหน้าประหนึ่งกระต่ายโดนแย่งแครอทอันโปรดอะไรแบบนั้น

     น่ารัก

"มันไม่เกี่ยวกับว่าผมจะชอบหรือไม่ชอบ แต่ว่าสถานที่และเวลาแบบนี้มันไม่ควรที่จะมีใครเจอผมอยู่กับคุณนะ"

"หึ งั้นทานไปคุยไปได้ไหม แล้วผมจะไม่โอ้เอ้แล้วส่งนายถึงหน้าบ้านเอง"

"งั้นคุณก็พูดมาเลย ผมจะได้รีบกิน"

"เพราะกินแบบรีบ ๆ ไง นายถึงถ่ายถอดความรู้สึกในการกินอาหารได้ไม่เป็นธรรมชาติ ถึงนายจะแสดงออกมาเก่งก็ตาม"

"นี่! พาผมออกมาหาเรื่องหรือไงคุณซอกจิน"

     ผู้ชายคนนี้นี่มันน่าโมโหจริง ๆ เรื่องมันผ่านมาหลายวันแล้วไหมแล้วตัวเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรกับผลงานของเขา ถึงตัวเขาจะรู้ก็เถอะว่าเขาแสดงไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ แต่ก็ไม่มีใครเห็นอยู่ดี แต่คนคนนี้นี่อะไร ไม่น่าจะดูเรื่องการแสดงออก ทำไมถึงมองออกกัน

"ผมพูดเรื่องจริง ในฐานะคนที่อยู่กับอาหารมานาน ดูออกอยู่แล้วว่าสิ่งที่นายแสดงออกมันไม่เป็นธรรมชาติ เพราะเวลาคนเราเจออาหารที่รสชาติถูกปากหนะ รีแอคชั่นคนเราจะแตกต่างกันแต่สิ่งนึงที่เหมือนกันคือ แววตา ที่แสดงออกมาให้เห็นคือรสชาติ มันเป็นศิลปะของอาหาร ไม่เชื่อนายลองทานสเต็กตรงหน้าแบบช้า ๆ และไม่คิดอะไรดูสิ"

     มือเรียวหยิบมีดกับส้อมขึ้นมาหันสเต็กในจานตัวเองช้า ๆ ตามอีกคนบอกและค่อย ๆ ส่งชิ้นเนื้อเข้าปาก จองกุกก็ไม่รู้หรอกว่าทำไมเขาต้องทำตามที่อีกคนสอน เพียงแค่สงสัยว่าสิ่งที่อีกคนพูดมันจริงไหมเพียงแค่นั้น

     ชิ้นเนื้อเกรดดีที่ถูกหันเป็นชิ้นพอดีคำพร้อมกับน้ำซอสที่ราดจนชุ่ม ความหวานของเนื้อผสมกับรสเผ็ดของพริกไทยในซอสได้อย่างลงตัว จนริมฝีปากสวยยกยิ้มอย่างลืมตัวกับรสชาติของสเต็กในปากของเขา

"เห็นไหม ว่าสเต็กนี่ถูกปากคุณขนาดไหน แค่สายตาที่คุยมองกับรอยยิ้มคุณมันก็ตอบโจทย์ได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ไม่จำเป็นต้องแสดงเสียงหรือหน้าตาโอเวอร์พวกนั้นเลย"

     จองกุกยอมรับว่าสิ่งที่ซอกจินพูดออกมาเป็นคนความจริงทั้งหมด  รีแอคชั่นของคนเราไม่จำเป็นต้องเวอร์อะไรมากมายแต่ไม่ใช่กับการแสดงที่ต้องให้คนทั่วไปทุกคนมองว่ามันอร่อย  มันแตกต่างกัน

"การแสดงมันแค่นี้ไม่ได้หรอกครับ คุณแสดงออกมาแค่นี้ คนดูที่ไม่ใช่นักชิมเขามองไม่ออกหรอกว่ามันอร่อยขนาดไหน เพราะฉะนั้นน้ำเสียงแล้วท่าทางที่ต้องแสดงให้ชัดเจนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเหล่านั้นเห็นภาพได้เหมือนกัน"

"อือ ผมถึงไม่ได้ว่าอะไรคุณตอนน้ันไง"

"แต่คุณก็ให้ผมกินไก่นั่นตั้งสามกล่องคุณซอกจิน!"

"ก็นายน่าแกล้งเอง"

"นี่คุณ!"

     ผู้ใหญ่อะไรถึงได้แกล้งเด็กแบบเขา จองกุกจะบ้าตาย กลับบ้านเลยได้ไหมหละ นั่งต่อไปไม่รู้จะแกล้งอะไรเขาอีก โว๊ะ!

"อย่าพึ่งโมโหสิ เอาเป็นว่าผมขอโทษเรื่องนั้นและเรื่องอื่น ๆ ที่ทำให้คุณไม่พอใจคุณจองกุก ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวใหม่ ผมคิมซอกจิน ผมอนุญาติให้คุณเรียกผมว่าพี่จินได้ เพราะผมอายุมากกว่าคุณหลายปี"

"งั้นผมก็แนะนำใหม่ละกัน เจเค หรือจองกุก แล้วแต่คุณจะเรียกละกัน ผมไม่ได้อะไรแต่จะให้ผมเรียกคุณว่าพี่ ผมต้องขอดูก่อนว่าคุณทำตัวน่าเป็นพี่ผมไหม"

     อยากให้เขาเรียกพี่ ทำตัวแกล้งเขาแบบนี้มันสมควรเรียกไหม พี่กิยังไม่เคยแกล้งอะไรเขาแบบนี้เลยนะ ผู้ชายคนนี้นี่มันอยู่ในพวกที่เขาไม่อยากจะยุ่งด้วยแล้วจริง ๆ

"เรื่องที่ผมอยากจะให้จองกุกช่วยคือหมิงฮ่าว"

"หมิงฮ่าว? น้องเป็นอะไร?"

     เกลียดตัวเองตรงนี้นี่แหละ เขาเป็นพวกแพ้เด็ก โดยเฉพาะเด็กน่ารักไม่กวนตีน จองกุกชอบมากมากกว่าการร้องเพลงอีก เพราะการอยู่กับเด็กทำให้เขาสบายใจไม่ปวดหัวหรือเหนื่อยกับการเหมือนอยู่กับพวกผู้ใหญ่ทั้งหลายที่ชอบตีหน้าใส่กัน ยิ่งอาชีพเขาแบบนี้ เจอคนแบบนี้จนบางทีก็สงสัยว่าคนเหล่านั้นไม่เหนื่อยบ้างหรือไงกัน ผมแค่ทำงานก็เหนื่อยจะตายแล้ว ยิ่งมาเจอคนตรงหน้าบอกเลย โครตเหนื่อย!

"น้องเป็นโรคซึมเศร้า"

"คุณดูแลลูกประสาอะไรให้เด็กเป็นโรคซึมเศร้า น้องยังเด็กอยู่เลยนะ!"

     โรคซึมเศร้ามันไม่ควรเกิดขึ้นกับเด็ก ความจริงมันอาจจะเกิดได้กับคนทุกช่วงวัย แต่ในความคิดเขามันก็ไม่ควรจะเป็นวัยเด็ก วัยเด็กเป็นวัยที่สดใสน่ารัก แต่สดใสเกินพอดีแบบซึงกวานก็ต้องทำใจหน่อยที่เขาเลี้ยงหลานได้ให้สดใสเกินไป

     รอยยิ้มน่ารักปรากฏขึ้นบนใบหน้าน่ารักของจองกุก ทำให้ซอกจินมองอย่างไม่เข้าใจ ทำไมทำเสียงตกใจเรื่องหมิงฮ่าวไม่ทันไร เจ้ากระต่ายตัวนี้ถึงอยู่ดี ๆ ก็ยิ้มขึ้นมา ผีออกเหรอ?

"เป็นอะไรจองกุก"

"ห๊ะ! อ่อ เปล่าครับ ผมแค่คิดถึงอะไรนิดหน่อย"

"อืม นั่นแหละ ผมจึงอยากให้นายช่วยเรื่องหมิงฮ่าว ช่วยรักษาน้องได้ไหม?"

     ใบหน้าน่ารักขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุงงง อะไรทำให้คิมซอกจินคิดว่ามินจองกุกจะรักษาเด็กโรคซึมเศร้าได้กัน เขาเป็นนักร้องนะครับ ไม่ใช่จิตเวช หรือหมอเด็ก

"ขอผิดคนแล้วมั้งคุณ ผมเป็นนักร้องนะ ไม่ได้เป็นหมอ"

"ไม่ผิดหรอก ผมพาอาฮ่าวไปหาหมอตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ไม่ดีขึ้นเลย อาฮ่าวยอมพูดแค่กับผมและเพื่อนผมที่ช่วยกันดูแลเขา นานนะ ผ่านไปหลายเดือนอาฮ่าวถึงยอมพูดกับเพื่อนผม แต่กับนาย หมิงฮ่าวเป็นคนเอ่ยคุยกับนายเองทั้งที่เจอนายครั้งแรก"

"คุณอาจจะทำตัวไม่เป็นที่น่าไว้ใจก็ได้น้องเลยไม่ยอมคุยด้วย แต่ถึงอย่างงั้นผมก็ไม่ใช่หมอที่จะรักษาน้องได้นะคุณ"

"รักษาได้ไม่ได้ นายยังไม่ลองทำเลย หมอที่รักษาอาฮ่าวอยู่บอกว่าถ้าน้องไว้ใจใครน้องจะคุยกับคนนั้นเอง ซึ่งเป็นสัญญาณอันดีในการรักษาให้น้องกลับมาร่าเริงอีกครั้ง เพราะการพูดคุยคือการเยียวยาจิตใจ แล้วนายจองกุก นายก็ไม่ได้เด็กเลวร้ายอะไร ผมคิดว่านายน่าจะเข้ากับเด็กได้ ได้ข่าวว่ามีหลานด้วยไม่ใช่หรือไง"

"คุณสืบประวัติผม?"

"อืม อย่าพึ่งโวยวายดิ ผมแค่อยากรู้ว่าคนที่หมิงฮาวสบายใจที่จะพูดด้วยเป็นคนแบบไหนแค่นั้น"

"แต่ก็ไม่ควรไปสืบประวัติผมไหม ถามผมดี ๆ ผมก็ตอบนะคุณ"

     น่าโมโหที่สุด สืบประวัติเขาไปละเอียดแค่ไหนแล้ว ไม่น่าหละถึงได้มีเบอร์ส่วนตัวผม แถมรู้บ้านผมอีก คิมซอกจินคุณนี่มันไม่น่าไว้ใจ สมแล้วที่ลูกตัวเองไม่ยอมคุยด้วยอะ

"ถามดี ๆ นายก็ไม่ตอบอยู่ดี เพราะนายเอาแต่หงุดหงิดใส่ผม ช่วยอาฮ่าวได้ไหม ถึงจะไม่ชอบขี้หน้าผม แต่ก็สงสารหมิงฮ่าวเถอะ"

     ซอกจินมองจองกุกที่มีท่าทางลังเลที่จะตอบเขา พร้อมริมฝีปากเล็ก ๆ นั้นเม้มเข้าหากันอย่างกังวล เขาไม่รู้หรอกว่าจองกุกกำลังกังวลเรื่องอะไรอยู่ เพราะเด็กคนนี้ทั้งแต่เขาสัมผัสมามีอะไรหลายอย่างที่เขาคาดไม่ถึงหลายเรื่อง ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงใช้วิธีต่อรองกับเจ้าตัวไปแล้ว แต่จองกุก เขาคิดว่ายิ่งต่อรอง ยิ่งบังคับ เด็กคนนี้ก็จะยิ่งพยศต่อต้านเขา แต่ใช้ไม้อ่อนก็กำราบความหัวดื้ออีกคนไม่ได้อยู่ดี

"ถ้านายกังวลเรื่องงาน ผมไม่ได้ขอให้คุณมาดูแลอาฮ่าวตลอดทั้งวัน แค่มาอยู่กับเขาทุกวันที่นายมีเวลาก็พอ ตารางไอดอลแบบนายก็คงแน่น ผมเข้าใจ"

"ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้น... ผมแค่สงสัยอะไรที่ทำให้หมิงฮ่าวเป็นแบบนั้น ผมช่วยได้แต่ผมก็ต้องสาเหตุของการป่วย"

     สายตาของเด็กตรงหน้าเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เจ้าตัวเอ่ยตอบเขา ดวงตาที่เคยทอประกายสดใสแฝงด้วยความดื้อดึง ตอนนี้กลับเปลี่ยนเป็นแววตาที่มองเขาอย่างจริงจังและกังวลอย่างเห็นได้ชัด

     แปลก วันนี้จองกุกทำเขาแปลกใจหลายรอบแล้ว ไม่สิตั้งแต่รู้จักเด็กคนนี้มาเขารู้สึกแปลกใจตลอดเวลา

     แต่เขาสามารถไว้ใจเด็กคนนี้ได้แค่ไหนกัน... เรื่องของหมิงฮ่าวเป็นเรื่องที่ไม่ควรให้ใครรับรู้ด้วยซ้ำ อาฮ่าว ปะป๊าไว้ใจพี่ชายคนนี้ได้ไหมนะ

"เฮ้อ"

"ถ้าคุณลำบากใจก็ไม่ต้องเล่าก็ได้ครับ เอาเป็นว่าผมจะช่วยเท่าที่ทำได้แล้วกัน ไม่ใช่เพราะคุณ แต่ผมสงสารลูกชายคุณ น้องมะ"

     ยังไม่ทันที่จองกุกจะพูดจบ คนตรงข้ามเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนปนเหนื่อยใจขึ้นมาทันที กับประโยคที่ทำให้เขาไม่เข้าใจผู้ชายคนนี้อีกครั้ง

"หมิงฮ่าวไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ของผม"

     ไม่ใช่ลูกชายแท้ ๆ ? แล้วทำไมหมิงฮ่าวถึงเรียกอีกคนว่าป๊า ถ้าไม่ใช่ลูกชายตัวเองก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับอาการป่วยของเด็กคนนึงก็ได้หนิ

"แล้วคุณเดือดร้อนอะไรถ้าหมิงฮ่าวไม่ใช่ลูกชายคุณ"

"หมิงฮ่าวเป็นลูกบุญธรรมของผม ผมรับแกมาจากจีนหลังจากพ่อแม่แท้ ๆ เขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุและ หมิงฮ่าวก็อยู่ในเหตุการณ์นั้น"

     ลูกบุญธรรมเหรอ หมิงฮ่าวอยู่ในอุบัติเหตุนั้น... แสดงว่าที่น้องเป็นแบบนี้เพราะการเห็นการสูญเสียของพ่อแม่ตัวเองงั้นสินะ...

     สงสาร... คำเดียวที่ลอยอยู่ในหัวเขาตอนนี้ ยิ่งเห็นแววตาของหมิงฮ่าวที่ใช้มองเขาครั้งแรก มันยิ่งทำให้เขารู้สึกบีบหัวใจไปอีก

"ผม... ผมพอช่วยอะไรได้ไหม?"

"นายยอมช่วยผมอย่างเต็มใจใช่ไหมจองกุก"

"ครับ... ผมหวังว่าหมิงฮ่าวจะหลุดออกมาจากความเจ็บปวดนั้นได้ก็พอ แต่ผมจะช่วยยังไงคุณที่เป็นพ่อบุญธรรม อาจจะไม่ใช่ครอบครัวเดียวกับน้องก็ต้องช่วยเขาด้วยเหมือนกัน"

"พ่อหมิงฮ่าวเป็นลูกพี่ลูกน้องที่โตมากับผม หมิงฮ่าวเป็นคนของตระกูลคิม จองกุก"

"งั้นก็ต้องใส่ใจเขาให้มาก ผมช่วยยังไงแต่คนที่รักษาน้องได้ก็ต้องเป็นคุณอยู่ดีคุณซอกจิน"

     จองกุกยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันทำไมถึงยอมตกลงช่วยคนที่เขาพยายามเลี่ยงการพบเจออย่างคิมซอกจิน การที่เขาเข้าไปช่วยดูแลหมิงฮ่าวเท่ากับว่าเขาต้องเจอซอกจินมากขึ้น

     เจอคิมซอกจิน = ความปวดประสาท

     คิดว่าช่วยเด็กนะจองกุก เด็กวัยสิบกว่าปีจะได้หลุดออกจากบ่วงความเศร้ากลับมาเป็นเด็กน่ารักอีกครั้ง ส่วนตัวเองจะถือว่าฝึกความอดทนกับมนุษย์แบบซอกจินละกันแต่ถ้าทนไม่ไหวกระทืบพ่อบุญธรรมหมิงฮ่าวคงไม่ผิดอะไรเหมือนกันแหละมั้ง

     ก็คิมซอกจินกวนประสาทที่สุดแล้วในชีวิตนี้




vitamin J' Talk
ขอบคุณนะคะที่ทักเตือนเรื่องคำผิด เราแก้แล้วนะะ
หวังว่าจะชอบกันนะคะ
#ฟิคกระซิบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

532 ความคิดเห็น

  1. #519 kuychai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:13
    สงสารน้อง
    #519
    0
  2. #490 ปงจี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2560 / 01:26
    จองกุกคนดีม๊ากมาก
    #490
    0
  3. #483 raidadolah (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 12:24
    กุกต้องช่วยยอาฮ่าวน่ะ
    พี่จินนอย่าากวนกุกสิ5555
    #483
    0
  4. #455 kukk1kk (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 06:38
    อ่าาา จองกุกช่วยหมิงฮ่าวโหน่ยยย
    พี่จินอย่ากวนน้องบ่อยสิ ถถถถ
    #455
    0
  5. #426 O.bliviate (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 00:25
    ถ้าทนไม่ไหวก็กระทืบพ่อบุญธรรมของหมิงฮ่าว 55555555555 กุกใจเย็นนะ
    #426
    0
  6. #308 ELFstyle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 22:05
    อิพี่จินมันน่าหยุมหัวนัก - - ไม่แปลกที่กุกไม่อยากเจอ แต่เอาเถอะกุกอีกไม่นานก็ได้เป็นครอบครัวเดียวกันเจอกันไปตลอดชีวิต อิอิ
    #308
    0
  7. #173 SVTJH (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 12:48
    กุกช่วยให้อาฮ่าวหายด้วยน้าาาาา
    #173
    0
  8. #94 Sofianiloh (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:48
    กุกกกกต้องงงช่วยอาาฮ่าววน่าาา
    #94
    0
  9. #81 ซิกแพ็ควอนโฮ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:34
    จองกุกต้องช่วยน้องนะ
    #81
    0
  10. #39 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 23:56
    อ่านเจอประเด้นซึมเศร้าแล้ว ฟฟฟฟ น้องฮ่าวนี่น่าจะเป็น PSTD มาก่อนเนอะ ช็อคจากเหตุการณ์รุนแรงแล้วก็เครียดจนเป็นซึมเศร้า ฮือ.... ;;;;; แต่ในเด็กน่าจะบำบัดง่ายกว่าผู้ใหญ่นะคะ แบบรีบแก้ก่อนมันจะสะสมไรงี้ จกุกพยายามเข้านะ ช่วยๆกันกับพี่จินนั่นแหล่ะ รักษาน้องให้ได้ ส่วนพี่จินนี่ก็ตามสไตล์ผู้ใหญ่หลายฝน 5555 อำนาจในมือใช้ได้เป็นประโยชน์จริงๆเลยค่--
    #39
    0
  11. #38 rikear_lope (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 22:49
    สงสารอาฮ่าว อยากโอ๋น้อง นี่ปวดประสาทแทนน้องกุกเลยค่ะ คุณซอกจินนี่นะ ยังไงก็สู้ๆนะน้องกุก ถ้าคุณซีอีโอกวนมากกระทืบได้เลยลูก อนุญาต 55555555 
    #38
    0
  12. #37 rikear_lope (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 21:11
    สงสารอาฮ่าว อยากโอ๋น้อง นี่ปวดประสาทแทนน้องกุกเลยค่ะ คุณซอกจินนี่นะ ยังไงก็สู้ๆนะน้องกุก ถ้าคุณซีอีโอกวนมากกระทืบได้เลยลูก อนุญาต 55555555 
    #37
    0
  13. #36 oppa57 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 20:05
    เจอพี่จินบ่อยๆแล้วโดนพี่จินแกล้งก็อย่าพึ่งกระทืบพี่จินนะจองกุก 555555 พี่จินนี่เป็นพวกกวนหน้านิ่งเหมือนกันนะ ยังไงก็ช่วยให้หมิงฮ่าวดีขึ้นเร็วๆนะ จองกุก ไรท์เองก็สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #36
    0
  14. #35 ヨンヨン (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2560 / 02:20
    กุกน่ารักอ่ะ555555555 ปราบเด็กดื้อให้ได้นะคะพี่ อ่านจินเมะทีไรพี่ทันต้องได้บทปราบเด็กดื้อทุกทีสิน่า55555
    ไรท์คะ เขียนผิดนะคะ เผด็จการ ไม่มี ณ์ นะคะ ถ้ามีจะการณ์ที่หมายถึงช่วงเวลาค่ะ คนละตัวกัน
    #35
    0
  15. #34 rikear_lope (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 มกราคม 2560 / 23:46
    โธ่ แค่จะให้มาช่วยรักษาน้องฮ่าว เราก็นึกว่าจะมีซัมติงซะอีก เอ๊ะ หรือมี น้องกุกนี่ดูดื้อเงียบมากค่ะ คุณซอกจินก็เผด็จการ อยู่ด้วยกันได้ แล้วมาทานอาหารในโรงแรมยังไงก็โดนถ่ายแน่ๆ หรือเปล่า // เอ๊ะ
    #34
    0
  16. #33 NCSJK (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 10:51
    คุณซอกจินริดอะไรอยู่กันแน่คะะะะะะ
    #33
    0
  17. #32 oppa57 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:27
    ทำไมถึงเผด็จการอย่างนี้ละคะคุณซอกจิน ถถถถถ อยากเจอจอกกุกถึงขั้นต้องคับเลยหรอคะ 5555555 จอกกุกจะเจอกับอะไรอีกคะเนี่ย...
    #32
    0
  18. #31 rikear_lope (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 21:18
    คุณซอกจินคะ ต้องการอะไรจากลูกเรากัน แหน่ะ สงสารน้องกุกวันหยุดแท้ๆยังต้องไปสู้รบตบมือกับคุณซีอีโออีก สู้ๆนะคะลูก แล้วพี่จินจะคุยเรื่องหมิงฮ่าวเกี่ยวกับไรหว่า
    #31
    0