คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #3 : การประลองที่ก็น่าจะรู้ผล
ราว ๆ 10 โมงกว่าได้ และการประลองก็กำลังจะเริ่ม ฉันกับทีมนั่งอยู่ที่โต๊ะข้างลานประลองเพื่อรอเวลา และแล้ว...คุณซูซูกิก็เดินขึ้นไปบนเวที ทุกคนหันหน้าไปมองเขาอย่างสนอกสนใจ
“คงจะถึงเวลาแล้วสินะ...ฉัน...จะขอเริ่มการประลอง ณ บัดนี้ และจงจำไว้ว่า...ผู้ชนะคือผู้ที่จะได้รับคิดเลือกเข้าหน่วยพิทักษ์แห่งอารันเทร่า!!!”
ทันทีที่คุณซูซูกิประกาศเปิดการประลอง เสียงบรรดานักสู้ผู้กระหายชัยชนะก็โห่ร้องเรียกกำลังใจให้แก่ตัวเอง และแล้วคู่แรกก็ขึ้นประลอง ฉันนั่งดูการต่อสู้ของคนเหล่านั้นอยู่เงียบ ๆ แต่ละคนฝีมือเยี่ยมจนคาดเดาผลได้ยาก การที่ได้เห็นการต่อสู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจแบบนี้ทำให้ใจหนาว ๆ ร้อน ๆ ของฉันรู้สึกซู่ซ่าขึ้นเป็นกอง ยิ่งเหลือบไปเห็นใบหน้าน่ารักของนางฟ้าที่ชื่อซายูริแล้ว หัวใจของฉันมันก็แทบจะพองออกมานอกอก
“คนต่อไป...โทคิมูระ เร กับ คิโรอิกิ ชูเฮย์”
เสียงประกาศเรียกชื่อฉัน ทำเอาฉันสะดุ้ง แล้วเดินเข้าลานประลองโดยไม่ได้รู้สึกประหม่าอะไร แต่เมื่อฉันเห็นพี่กล้ามบิ๊กคิโรอิกิ ชูเฮย์แล้ว ฉันก็ขอคิดใหม่ดีกว่า นี่คุณลุงกลัวฉันจะไม่ตายจากไม้เท้าท่านหรือไง ถึงได้คิดจะส่งฉันมาให้พี่กล้ามบิ๊กนี่ฟัดเล่นเป็นมื้อเช้า
“หวัดดีครับ”
ฉันยิ้มอย่างเป็นมิตรให้พี่บิ๊ก แต่กลับได้การหักนิ้วมือดังกร๊อบแกร๊บตอบกลับมาแทน
“คู่ที่ 36 เริ่มการประลองได้”
ทันทีที่สั่งเริ่มการประลองดาบเวทที่ถูกเก็บไว้ในกระแสพลังของแต่ละคนก็ถูกเรียกออกมาทันที ฉันตั้งท่าเตรียมรับมือเต็มที่ ถ้าไม่เอากล้ามมาวัดกันแล้วล่ะก็ ฉันรู้สึกได้ว่าพลังเวทของฉันมีมากกว่าพี่บิ๊กนั่นเป็นกอง
“ย๊าก!!!”
เราเริ่มประดาบกันอย่างเอาจริงเอาจัง กระดูกกระเดี้ยวที่ร้างการต่อสู้มาหลายอาทิตย์ของฉันมันชักจะได้ขยับเต็มที่ เครื่องชักจะร้อนแล้วล่ะสิ แต่แล้ว ขณะที่ฉันยกมือต้านเวทของหมอนั่นเอาไว้ ฉันก็รู้สึกได้ถึงสภาวะการโกงอย่างซึ่ง ๆ หน้า เมื่อพี่บิ๊กเห็นว่าพลังดาบสู้ฉันไม่ได้ เขาก็ควักเอาผงซาซูกุซึ่งมันจะสร้างม่านพลังเวททำลายการมองเห็นของผู้ใช้พลังเวทที่ใกล้ที่สุด และมันก็ทำให้ฉันมองอะไรแทบไม่เห็น
“เฮ้ ๆ ๆ นี่มันโกงกันที่หว่า”
พลั้ก------ก
หมัดของที่อัดพลังเวทเอาไว้ของพี่บิ๊กชัดเข้าเต็ม ๆ หลังของฉัน ทำเอาเข่าอ่อนเอาเหมือนกัน
“ใครดีใครได้เว้ยไอ่น้อง”
หมอนั่นยังอุตส่าห์ยื่นปากมาเยาะเย้ยฉันถึงที่ ไม่ไหวแล้วนะ ชีวิตฉันเกิดมาจะ 21 ปี ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับฉันแล้วกลับไปแบบไม่ได้บาดเจ็บ แล้วอ้ายหมอนี่ก็เหมือนกัน
“คุณพ่อคะ คุณพ่อไม่เห็นหรอคะ”
“อืม...แล้วไงล่ะ...”
“คุณพ่อจะไม่ทำอะไรเลยหรอคะ”
“เขาไม่ต้องการให้พ่อทำหรอก...อืม...ไปเรียนท่านชายด้วยว่า กว่าท่านจะเรียนดาราศาสตร์เสร็จ คู่ประลองคู่สำคัญก็คงจะจบเสียแล้ว”
“ค่ะคุณพ่อ”
นางฟ้าของฉัน...อย่าเพิ่งไปสิ...นั่นอุตส่าห์เก็กท่าเท่ ๆ ให้เธอเห็นเลยนะเนี้ย เอาล่ะวะ
“ก็ได้...นายจะเล่นอะไรกับฉัน ฉันไม่ใส่ใจหรอก เพราะยังไงๆ ฉันก็ชนะนายได้อยู่แล้ว...อีกอย่าง นางฟ้าของฉันไปซะแล้ว ฉันก็ไม่ต้องฟอร์มแล้วล่ะ เข้ามาเลย!!”
ฉันเอามือปาดผมที่เกะกะตา ก่อนที่ขยับมือท้าทายหมอนั่น
“ท้างั้นหรือ ได้!!!”
แล้วเจ้ากล้ามโตก็วิ่งเข้าใส่ฉันเหมือนกับวัวกระทิงที่วิ่งใส่ผ้าสีแดง ว่ะ...ฉันใส่เสื้อแดงซะด้วย งั้นเจ้านี่ก็เป็นวัวกระทิงจริง ๆ น่ะสิ แล้วแกจะรู้ว่าจุดจบของวัวกระทิงมันเป็นยังไง
ฉันยิ้มรอเจ้าวัวกระทิงนั้น และเมื่อมันเหวี่ยงหมัดพลังเวทเข้าใส่ฉัน แสงสว่างวาบจากเวทของหมอนั้นทำให้คนที่มาดูการประลองมองอะไรไม่เห็น แต่นั้นไม่ได้รวมถึงฉันด้วย เพราะฉัน ใช้แค่จับวิถีพลังเวทของมันให้ได้ก็พอแล้ว
“เฮ้ย...ดูนั้น!!!”
เสียงชายที่เข้าประลองคนหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเสียงแสงสว่างจางลง และเห็นฉันกับหมอนั้น...เจ้ากล้ามบิ๊กจ้องมองฉันอย่างไม่เชื่อสายตา ส่วนฉันก็ใช้มือเพียงข้างเดียวยันหมัดโต ๆ ของหมอนั้นเอาไว้
“แปลกใจหรอ...นี้ฉันยังไม่ได้รุกเลยนะ”
ว่าแล้ว ฉันก็ปล่อยหมัดอัดเข้าทีท้องของหมอนั้นอย่างเต็มที่ หมอนั้นถึงกับตัวงอ ก่อนจะเรียกดาบกลับออกมาอีกครั้ง
“เมื่อกี้ฉันเผลอหรอกน่าไอ่น้อง”
ว่าแล้วการประดาบก็เริ่มขึ้น ฉันเริ่มต้นจากการแค่รับ ยังก่อน เอาไว้ให้ฉันโชว์ให้พอ แล้วขอแค่ทีเดียวรู้เรื่องกันไปเลย เอาล่ะนะ
ฉันผละออกจากหมอนั้นในทันทีทันใด ก่อนจะปลดปล่อยพลังเวทออกมาที่ดาบจนเปลวพลังเวทวิ่งวนอยู่รอบดาบ เสียงฮือฮาจากรอบข้างทำเอาสายตาของเจ้ากล้ามบิ๊กออกอาการหวาด ๆ อยู่เหมือนกัน เดี๋ยวแกก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ไม่ต้องท่ามาก เข้ามาดีกว่า!!!”
“โอเคจัดให้!!!”
ฉันเหวี่ยงดาบเข้าใส่หมอนั่น หมอนั้นรับดาบฉันได้สบาย ๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา
“แค่นี้เองหรอ...นึกว่าจะแน่แค่ไหน ฮ่ะ ๆ ๆ”
“เดี๋ยวก็รู้”
แล้วฉันก็ปลดปล่อยพลังเวทออกมาเต็มที่ ก่อนที่เปลวเวทจากดาบของฉันจะแผดเผาดาบของหมอนั่นจนขาดเป็น 2 ท่อน ฉันหลบออกมาด้านข้าง คนที่มาดูมองฉันเป็นตาเดียว ส่วนเจ้ากล้ามบิ๊กนั่นก็ยืนตาค้างเลือดอาบหน้าอยู่
“นี่ถ้าฉันยั้งไม่ทันนะ ตาซ้ายกับตาขวาของนายได้แยกกันอยู่แน่นอน”
“ไม่เอาแล้ว!!! ยอมแพ้ ไม่เอาแล้ว ฉันยังไม่อยากตายว้อย!!!”
แล้วเจ้ากล้ามบิ๊กนั่นก็วิ่งแหกปากออกจากลานประลองไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
“อ้าว...ไปซะแล้วหรอ...แล้วนี่ฉันต้องทำไงต่อล่ะ คุณซูซูกิอยู่ไหนล่ะ ผมต้องทำไงล่ะเนี้ย”
ขณะที่ฉันยืนงงอยู่นั้น เสียงปรมมือของใครคนหนึ่งก็ดังขึ้น และเมื่อฉันหันไปมองต้นเสียง ฉันก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ คุณซูซูกิ และนางฟ้าของฉัน ดวงตาเศร้าที่เหมือนจะกลืนกินทุกสิ่งคู่นั้น ทำให้ฉันจำได้ทันทีว่า เขาก็คือท่านชายอะไรนั้นที่เจอเมื่อวานอย่างแน่นอน
“เหอะ ๆ ๆ ฉันชอบจัง การประลองจะเป็นยังไงฉันไม่สนแล้ว ฉันเลือกคนนี้ไว้คนหนึ่งก็แล้วกัน”
ชายคนนั้นพูด ก่อนที่คุณซูซูกิจะเรียกให้ฉันเดินเขาไปหา
“ผมต้องทำอะไรต่อหรือครับ”
“เธอไม่ต้องประลองกับใครต่อแล้ว ท่านชายเลือกเธอให้เข้าหน่วยพิทักษ์แห่งอารันเทร่า”
“หือ...ผมเนี้ยนะ โอ้ย...ไม่ได้หรอกครับ ผมต้องกลับบ้าน ลุงกับป้าของผมคอยอยู่”
“ก็นี้แหละสิ่งที่คาสึไซต้องการ”
“ผมไม่เอาด้วยหรอก ไม่เห็นมีใครถามความเห็นผมสักคำ”
“เธอจะไม่สนใจหรอ ถ้า...มันอาจจะทำให้ความทรงจำของเธอกลับคืนมาได้”
คำพูดกระซิบกระซาบของคุณซูซูกิทำให้ฉันพูดอะไรไม่ออก และยอมรับมันแต่โดยดี จริงหรือที่มันจะทำให้ความทรงจำของฉันกลับคืนมาได้ แล้วทำไมคุณซูซูกิถึงได้รู้เรื่องที่ฉันสูญเสียความทรงจำได้ ทุกอย่าง...คุณลุงคงจะรู้มาก่อนแล้ว และจงใจที่จะให้ฉันมาที่นี่เพื่อเหตุนี้โดยเฉพาะ
“สรุปว่านายตกลงใช่ไหม อย่าหาว่าฉันรีบร้อนเลย แต่พอดีพรุ่งนี้นายคงต้องเข้าวังแล้วล่ะ เย็น ๆ จดหมายเรียกจะมาถึงนาย ราชวังชอบทำอะไรรีบร้อนแบบนี้นั้นแหละ”
ชายที่แสนสง่างามคนนั้นพูดกับฉันอย่างเป็นกันเองพร้อมกับยิ้ม คุณซูซูกิจึงรีบเข้ามาแนะนำทันที
“เอ่อ...เร นี่ท่านชายไซเซนซาอิ ส่วนนี่คือโทคิมูระ เร ครับท่านชาย”
“ชื่อเรคำเดียวเองหรอ...ดีเหมือนกันเรียกง่ายดี งั้นนายก็เรียกฉันเหมือนที่ซายูริเรียกก็แล้วกัน...โอ้ย!!!”
แต่ก่อนที่ท่านชายไซ ๆ อะไรนั่นจะพูดจบนางฟ้าซายูริก็หยิกแขนเขาเต็มแรงเหมือนกับไม่อยากให้เขาพูดต่อ
“ก็ได้ ๆ ๆ เอาไว้บอกเป็นการส่วนตัวก็แล้วกันนะเร”
ท่านชายนั่นพูดก่อนที่จะถูกซายูริลากออกไปนอกฝูงชน พวกเขาดูสนิทกันจัง งานนี้สงสัยฉันจะมีแห้วแล้วล่ะมั้ง ไม่นาน คุณซูซูกิก็ประกาศยุติการประลอง และประกาศให้ฉันเป็นผู้ถูกเลือก อะไรกัน ง่ายแค่นี้เองหรอ นี่มันล็อคกันหรือเปล่าเนี้ย
ตกกลางคืน ฉันก็ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอนกัน เพราะคุณซูซูกิเอาแต่พูดโน้นพูดนี่ สอนฉันอย่างโน้นอย่างนี้ เข้าวังไปต้องทำอย่างงั้นอย่างงี้ ฉันว่าฉันหนีกลับบ้านยังจะง่ายกว่าทำอ้ายที่คุณซูซูกิว่าเลย สงสารก็แต่ชีวิตน้อย ๆ ของโทคิมูระ เร...นี่ฉันจะเป็นยังไงต่อไปล่ะเนี้ย
ความคิดเห็น