ศึกสงครามเทพอสูร

ตอนที่ 6 : บทที่ 5: ฉันน่ะไม่ใช่ 'คนพิเศษ' ขนาดนั้นหรอกนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 ต.ค. 61



บทที่ 5: ฉันน่ะไม่ใช่ 'คนพิเศษ' ขนาดนั้นหรอกนะ


เมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือนทุกคนก็รู้จักและสนิทกันมากขึ้น เช่นเดียวกันกับพวกเคียวโกะที่สนิทกับไอริ เซร่า มิซากิ และโยโซร่าได้เป็นอย่างดี วันนี้เซร่าไม่ไปเข้าชมรม เพราะเธอมีงานของไอดอลเข้ามาพอดีเธอจึงขอตัวกลับก่อนใครเพื่อน ส่วนไอจิกับไอริมีงานที่ทางบ้านขอให้พวกเขาไปช่วย พวกเขาจึงขอตัวกลับไปบ้านก่อน ความจริงแล้วงานที่ได้รับทำในวันนี้นั้นมันมีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ทำได้จึงบอกให้พวกผู้หญิงกลับบ้านกันไปก่อนเลย 

เมื่อพวกผู้ชายในกลุ่มไปทำภารกิจกันหมดแล้ว พวกเธอยังไม่อยากกลับบ้านกันตอนนี้พวกเธอจึงหาเรื่องมาพูดคุยกันเรื่องต่างๆนานา แต่ก็มีบางคนที่หาอะไรอย่างอื่นทำแทนที่จะพูดคุยกันเพื่อนสาว


"คุณมิซากิชอบอ่านหนังสือเหรอค่ะ?" เคียวโกะถามมิซากิเพราะเธอเห็นมิซากิเอาแต่อ่านหนังสือในมือของเธออย่างเดียวโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวของเธอเลย

"ก็นิดหน่อยน่ะ" มิซากิตอบคำถามของเคียวโกะทั้งๆที่ยังอ่านหนังสืออยู่

"คุณโยโซร่าค่า~ กำลังทำอะไรอยู่เหรอค่ะ?" ฮารุถามด้วยความตื่นเต้นเพราะเธอกำลังสงสัยอยู่ว่าโยโซร่ากำลังเย็บอะไรอยู่ และเมื่อโยโซร่าถูกถามแบบนั้นก็หัวเราะคิกคักและบอกให้ฮารุรู้

"พอดีฉันกำลังเย็บตุ๊กตาอยู่น่ะจ้ะ" โยโซร่าตอบพร้อมกับรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเธอ

"แล้วเป็นตุ๊กตาแบบไหนเหรอค่ะ?" ฮารุถามต่อทันที

"เป็นตุ๊กตาคุณฮิบาริน่ะ" เพียงแค่โยโซร่าเอ่ยถึงชื่อของคนที่ท้าสู้กับไคเท่านั้นก็สามารถดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ว่าทำไมเธอถึงเย็บตุ๊กตารูปฮิบาริขึ้นมา?

"ฮาฮิ!! ทำไมถึงเป็นตุ๊กตาคนที่เดนเจอลัสคนนั้นได้ล่ะค่ะ!?" ฮารุถามด้วยความที่ไม่เข้าใจในความคิดของโยโซร่าเลยว่าทำไมโยโซร่าถึงเย็บตุ๊กตารูปฮิบาริด้วย!? และโยโซร่าก็ยิ้มพร้อมกับอธิบายเหตุผลที่เธอเย็บตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมา

"ที่ฉันเย็บตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมาก็เพราะว่าเวลาที่ฉันได้ต่อสู้นั้นจะได้รู้สึกว่าฉันน่ะมีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้ได้ มันเหมือนกับว่าฉันได้ยืมพลังของเขามาช่วยสู้ด้วยยังไงล่ะ" ใช่...ที่โยโซร่าเย็บตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นมานั้นก็เหมือนกับเครื่องรางอย่างหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเธอนั้นเอง

"คล้ายๆกับเครื่องรางอย่างหนึ่งสินะคะ?" เคียวโกะถามดูว่าสิ่งที่เธอเข้าใจนั้นถูกหรือไม่? และโยโซร่าก็บอกว่าสิ่งที่เคียวโกะเข้าใจนั้นถูกต้องแล้ว

"คุณโยโซร่านี่เป็นคนที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่างเลยนะค่า~ คุณโยโซร่าทั้งเก่งเรื่องงานบ้านงานเรือนแล้วนี่ยังทั้งบิวตี้ฟูลแบบสุดๆเลยค่า~!!" ฮารุอดที่จะชมความสมบูรณ์ของโยโซร่าไม่ได้จริงๆ โยโซร่าก็ทำได้แค่ยิ้มรับเท่านั้น

"ถ้าเป็นแบบนี้ก็เท่ากับว่าคุณโยโซร่าเป็นที่รักของทุกคน ถือว่าคุณโยโซร่าเป็น'คนที่พิเศษ'กว่าใครเลยสินะค่า~!?" เพียงแค่ฮารุเอ่ยคำว่า'คนพิเศษ'ขึ้นมาเท่านั้นก็ทำให้โยโซร่าหยุดทำทุกอย่างเหมือนกับเทปที่หยุดเล่นไปชั่วขณะ และโยโซร่าก็วางมือจากทุกอย่างและก้มหน้าลงจนเงาของเธอบดบังใบหน้าของเธอจนไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังคิดอะไรอยู่?

"ฉันน่ะไม่ใช่ 'คนพิเศษ' ขนาดนั้นหรอกนะ" โยโซร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนไม่มีใครรู้ได้เลยว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกยังไงอยู่? และเธอก็เอ่ยต่อว่า...

"ขอโทษนะ ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะ" เมื่อโยโซร่าเอ่ยจบเธอก็รีบออกไปจากห้องชมรมทันที ฮารุกลัวว่าโยโซร่าจะโกรธเธอจึงคิดที่จะตามไปขอโทษ แต่...

"ไม่ต้องตามไปหรอก..." มิซากิพูดพร้อมกับปิดหนังสือในมือของเธอ

"ต..แต่ว่า..." เคียวโกะกำลังจะพูดแต่มิซากิก็รีบพูดแทรกต่อขึ้นมาทันที

"โยโซร่าไม่ได้โกรธพวกเธอหรอกนะ เธอก็แค่ไม่อย่างได้ยินคำที่เธอเกลียดที่สุดเท่านั้นแหละ แต่ถ้าพวกเธออยากจะไปขอโทษก็เอาพรุ่งนี้ วันนี้ปล่อยเธอไปก่อนเถอะ..." มิซากิพอจะเดาได้ว่าโยโซร่าน่าจะเป็นอะไรและบอกเหตุผลให้เคียวโกะ ฮารุ และโคลมได้รู้ และสุดท้ายทุกคนก็ตัดสินใจที่จะกลับบ้านไปก่อนและค่อยมาขอโทษโยโซร่าในวันพรุ่งนี้


โยโซร่ากลับมาบ้านและทำตัวเหมือนเป็นปกติทุกอย่าง และเมื่อเธอจัดการธุระส่วนตัวอะไรเสร็จก็ไปทานอาหารมื้อเย็นกับพ่อแม่และน้องๆของเธอ และเมื่อเธอทานอาหารมื้อเย็นกับครอบครัวของเธอเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอก็กลับเข้ามาในห้องของเธอและเริ่มเย็บตุ๊กตาต่อให้เสร็จ


"คนพิเศษเหรอ? ไม่เห็นจะดีตรงไหนเลย สงสัยเราคงจะถูกพระเจ้าเกลียดแล้วก็ได้.. ไม่สิ..! จะถูกเกลียดได้ยังไงในเมื่อตัวเราเองก็เป็นถึงลูกครึ่งเทพของท่านแม่นะ" โยโซร่าพูดกับตัวเธอเอง แต่ก็ใช่...ตัวเธอน่ะมีสายเลือดของเทพที่ได้มาจากแม่ของเธออยู่ครึ่งหนึ่งและสายเลือดของมนุษย์อีกครึ่งหนึ่งที่ได้มาจากพ่อของเธอ

ถ้าจะถามว่าเธอมีความทรงจำแย่ๆที่เกี่ยวกับ'คนพิเศษ'มั๊ย? ใช่...เธอมีแต่ก่อนที่จะพูดถึงเรื่องนั้นก็ขอพูดถึงเรื่องราวเมื่อ 20 ปีกันก่อน...


เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นสมัยก่อนตอนก่อนที่จะมีทั้งโยโซร่าและน้องๆของเธอ ครั้งเมื่อเคยเปิดตัวเสื้อผ้าแฟชั่นใหม่ที่ประเทศฝรั่งเศส ครั้งนั้นพ่อของโยโซร่าก็เป็นสปอนเซอร์ในงานแฟชั่นโชว์ในครั้งนั้น และเมื่อเหล่านางแบบก็เริ่มออกมาเดินโชว์เสื้อผ้าชุดใหม่จนกระทั่งมาถึงชุดสุดท้ายของงาน และเมื่อนางแบบคนสุดท้ายปรากฎตัวขึ้นมาบนเวทีแห่งนี้ก็สามารถทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่นางแบบคนนั้นได้ราวกับถูกมนตร์สะกดเอาไว้ด้วยความงามและการเดินที่สง่างามทุกย่างก้าวของเธอ ใช่...คนที่เป็นคนปิดท้ายงานคือแม่ของเธอนั้นเอง และนั้นก็เป็นครั้งแรกที่พ่อของเธอได้พบกับแม่ของเธอด้วย

และในเวลาไม่นานพวกเขาทั้ง 2 คนก็เริ่มพบกันเป็นระยะเวลาหนึ่งปีกว่าจนกระทั่งพ่อของเธอตัดสินใจที่จะขอแม่ของเธอแต่งงาน แต่ในช่วงเวลานั้นแม่ของเธอก็เรียกให้พ่อของเธอไปคุยด้วยที่ยอดหอคอยไอเฟล


"ผมมาตามที่คุณเรียกแล้วมาริ แล้วคุณมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมล่ะ?" พ่อของโยโซร่าก็ถามเรื่องที่แม่ของโยโซร่าหรือมาริ(ชื่อสมมุติเพราะนานะไม่รู้ชื่อตัวละครค่ะ)จะคุยด้วยหลังจากที่มาถึงที่นัดหมาย

"พอดีฉันมีเรื่องที่ปิดบังคุณอยู่น่ะค่ะ ถ้าฉันพูดความจริงตอนนี้คุณจะเสียใจหรือเปล่า? แล้วคุณจะยอมรับมันได้มั๊ย?" มาริถามพ่อของโยโซร่าหรือทาดาชิ(ชื่อสมมุติเพราะนานะไม่รู้ชื่อตัวละครค่ะ)เพื่อเธอจะได้แน่ใจว่าทาดาชิพร้อมที่จะรับฟังความจริงจากเธอ และเมื่อทาดาชิพยักหน้ารับเธอก็ทำสิ่งที่ตัวเขาไม่คาดคิดมาก่อนคือ ที่ด้านหลังของเธอนั้นมีอะไรบางอย่างที่คล้ายกับปีกนกปรากฎออกมาจากด้านหลังของเธอและในเสี่ยววินาทีมันทำให้ทาดาชิได้รู้ว่าคนที่เขาจะใช้ชีวิตคู่ด้วยนั้นไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นถึงนางฟ้าที่มาจากสวงสวรรค์บนฟากฟ้า แม้ว่าเขาจะตกใจที่ได้รู้ความจริงแต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความคิดของเขาที่อยากจะใช้ชีวิตกับเธอเลย

หลังจากที่ทั้ง 2 คนก็แต่งงานมาได้ 3 ปี และหลังจากนั้นพวกเขาก็มีลูกคนแรกซึ่งเป็นลูกสาวชื่อของเธอคือ'คาสึมิ โยโซร่า' และหลังจากนั้นอีก 3 ปีก็มีลูกที่เกิดหัวปีท้ายปีอีก 2 คน ลูกคนที่ 2 เป็นลูกชายชื่อ'คาสึมิ อาสาฮิ' และลูกคนที่ 3 เป็นลูกสาวชื่อ'คาสึมิ มิฮิรุ' 


โยโซร่า Tell 

ในสมัยเด็กฉันยังเคยคิดว่าตัวเองจะเป็นเด็กที่มีความสุขที่สุด แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เมื่อตอนที่ฉันอายุ 5 ขวบ ฉันได้ไปแข่งในงานของ Lovely Girl เพื่อที่จะเป็นเด็กที่ได้ออกโฆษณาเดินแบบชุดใหม่ในงาน ฉันดีใจมากและฉันก็คิดว่าฉันต้องชนะในงานแข่งนี้แน่ แต่เมื่อฉันไปถึง ฉันถึงกับต้องอึ่งกับความสวยของเด็กคนนั้น ใช่...ผลมันก็ออกมาแล้วว่าเด็กคนนั้นต้องชนะแน่ๆ แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเด็กคนนั้นได้ที่สองฉันได้ที่หนึ่งแทน และตัวฉันก็แอบได้ยินกรรมการคุยกันว่า'ถ้าเป็นลูกสาวของครอบครัวคาสึมิล่ะก็จะขายโฆษณาได้ดีกว่า'


"ท่านแม่ค่ะ ท่านแม่ต้องตอบตามความจริงนะคะ หนูน่ะสวยจริงๆน่ะเหรอ...? หรือว่าที่ทุกคนชมหนูเป็นเพราะว่าหนูน่ะเป็นลูกของท่านพ่อกับท่านแม่หรือเปล่าค่ะ...?" ฉันอดที่จะเก็บมาคิดเรื่องวันนั้นไม่ได้จึงเอ่ยปากถามท่านแม่ของฉันให้ได้รู้กันไปเลย แต่ท่านแม่กลับยิ้มและพูดกับฉันว่า...

"ลูกน่ะเป็นคนที่สวยมากเลยนะ...ดูสิขนาดคุณนกยังตกใจบินหนีไปเลย" ถึงจะดูเหมือนท่านแม่กำลังปลอบใจฉันอยู่ แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาจากตอนแรกแล้ว


เมื่อตอนที่ฉันอยู่ชั้นป.4 มันทำให้ฉันได้เรียนรู้อีกอย่างหนึ่งก็คือ...


"ดูสิ!! ผลงานของคาสึมิ โยโซร่าได้มาติดที่บอร์ดหน้าชั้นเรียนอีกแล้วล่ะ!?" เด็กหญิงคนหนึ่งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

"ทำยังไงได้ล่ะ...ก็เป็นถึงลูกของครอบครัวคาสึมิเลยนี่หน่า...ขนาดเวลาคุณครูถามอะไรก็มักจะถามโยโซร่าก่อนทุกครั้งที่โยโซร่ายกมือด้วย พอเป็นคนพิเศษมันคงจะดีแบบนี้นั้นแหละ" เด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างๆบอกให้เด็กหญิงคนแรกที่ยืนอยู่ข้างๆได้รู้แต่ทั้ง 2 คนก็ยังไม่รู้เลยว่าฉันกำลังแอบยืนฟังบทสนทนาของพวกเธออยู่ และนั้นก็ทำให้ฉันได้เรียนรู้อีกอย่างว่าต่อให้มีคนเข้ามารายล้อมตัวเรามากแค่ไหน แต่นั้นก็ไม่ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะเป็นมิตรกับเราเสมอและไม่ใช่ว่าคนเหล่านั้นจะจริงใจกับตัวเราด้วย


แต่ในช่วงเวลาที่น่าเศร้าก็มักจะมีเรื่องดีๆตามมาด้วยเสมอ ในตอนนั้นเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิเป็นช่วงที่บรรดาต้นซากุระน้อยใหญ่กำลังแข่งขันกันอวดโฉมความงามของมันให้ผู้คนที่ได้เดินผ่านไปมาได้เห็นและชื่นชมมัน ใช่...ช่วงเวลานั้นเองก็เป็นตอนที่ฉันจบชั้นป.4 พอดี ตอนนั้นฉันกำลังเดินกลับบ้านคนเดียวพร้อมกับใบประกาศนียบัตรในมือทั้ง 2 ข้างของฉัน และฉันก็กำลังเดินกลับบ้านพร้อมกับความรู้สึกอ้างว้างในอก


"นี่~!! เธออุตส่าห์เรียนจบชั้นป.4 แล้วแท้ๆก็ช่วยทำหน้าเหมือนคนที่ดีใจที่เรียนจบหน่อยสิ!!" เด็กชายที่อายุมากกว่าฉันหนึ่งปีที่มีทั้งเรือนผมและนัยต์ตาสีรัตติกาลพูดกับฉันและก็เป็นคนที่ฉันชอบที่สุด

"ขอโทษนะที่ฉันทำหน้าแบบนี้นะ เคียวยะคุง..." ใช่...คนที่เข้ามาทักฉันคือ'ฮิบาริ เคียวยะ' นั้นเอง และฉันขอโทษเคียวยะคุงที่ฉันทำให้เขาเป็นห่วง

"นี่!! หรือว่ามีคนมารังแกเธออย่างนั้นเหรอ!? เดี๋ยวฉันจะไปจัดการพวกนั้นเอง!!" เคียวยะคุงกลับคิดว่าฉันถูกใครบางคนรังแกและคิดจะไปจัดการ ฉันบอกให้เคียวยะคุงรู้ว่าฉันไม่ได้ถูกใครรังแกมาทั้งนั้น และฉันก็บอกสาเหตุที่ฉันเป็นแบบนี้ให้เคียวยะคุงรู้ว่าตัวฉันแค่รู้สึกน้อยใจที่ไม่มีใครยอมมาเป็นเพื่อนฉันจริงๆเลยสักคน และนั้นมันทำให้เคียวยะคุงหัวเราะและบอกอะไรกับฉันด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มของเขา

"เธอน่ะไม่จำเป็นจะต้องให้ทุกคนรักเธอหรอกนะ เธอน่ะแค่เป็นตัวของเธออย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆนั้นแหละ และถ้าเธอให้ทุกคนยอมรับเธอล่ะก็เธอต้องเป็นเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบให้ได้ก่อนนะ" เคียวยะคุงไม่เคยพูดอะไรกับเธออย่างนี้มาก่อน

"เจ้าหญิง..." ฉันไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เคียวยะพูดมาเท่าไรโดยเฉพาะคำว่า'เจ้าหญิง'ที่เคียวยะคุงพูดมานั้นฉันไม่ค่อยเข้าใจเลยแม้แต่น้อย

"ใช่...คนที่เป็นเจ้าหญิงน่ะเป็นที่รักของทุกคนใช่มั๊ยล่ะ? ฉะนั้นถ้าเธออยากจะเป็นเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบล่ะก็...ไม่ใช่ที่มงกุฎแต่เป็นที่บุคลิกที่สมบูรณ์แบบต่างหาก เธอจะต้องทำได้ทุกอย่างด้วยตัวเองเหมือนกับเจ้าหญิงในเทพนิยายยังไงล่ะ" พอเคียวยะคุงอธิบายแบบนี่แล้วมันทำให้ฉันเข้าใจว่า'ถ้าฉันอยากจะเป็นเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบได้ ฉันจะต้องทำได้ทุกอย่างเหมือนกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย'นั้นเอง

"ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะเคียวยะคุง" ฉันขอบคุณเขาแต่เขากลับหน้าแดงและเบี่ยงหน้าหนีและก็บอกว่าไม่เป็นไร พอฉันทักว่าเขาหน้าแดงเขาตอบกลับมาว่า...

"ใครบอกเธอกัน!! เพราะตะวันตกดินต่างหาก!!" หลังจากนั้นเขาก็วิ่งไปทั้งอย่างนั้น ตัวฉันอดที่จะหัวเราะไม่ได้เลยกับวิธีแก้ตัวของเขา


แต่ที่คนเคยพูดว่า'เวลาแห่งความสุขนั้นผ่านไปเร็ว'นั้นมันก็เพราะหลังจากนี้ฉันจะต้องย้ายบ้าน ย้ายโรงเรียนไปที่อเมริกากับครอบครัวของฉัน ก่อนที่ฉันจะไปฉันรีบวิ่งไปบอกเรื่องสำคัญเรื่องนี้ก่อน และโชคยังดีที่ฉันยังได้บอกลาเคียวยะคุงก่อนที่จะไปเตรียมตัวออกเดินทางหนึ่งวัน


"ก็เป็นแบบนี้แหละ ขอโทษที่ฉันไม่มาบอกเธอให้เร็วกว่านี้นะเคียวยะ..." ฉันเล่าเรื่องที่ฉันจะไปอเมริกาให้เคียวยะคุงฟัง แต่เขาก็เงียบไปจนฉันไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาดีจนในที่สุดเขาก็พูดออกมาว่า...

"ฉันจะเป็นอัศวินให้เธอเอง..." เคียวยะคุงพูดออกมาแบบนั้น และนั่นก็ทำให้ฉันไม่ค่อยเข้าใจจนเขาพูดต่อมาอีกว่า...

"ฉันจะเป็นอัศวินให้เธอได้ต่อเมื่อตัวเธอน่ะเป็นเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบแล้วนะโยโซร่า" เขาพูดอย่างนั้นฉันก็ดีใจมากเลย

"ถ้าพูดได้แบบนี้...มาแต่งงานกันเลยมั๊ย?" ฉันถามเขาไปแบบนั้นพร้อมกับรอยยิ้ม และสิ่งที่ได้กลับมานั้นเป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าคำพูดนั้นจะออกมาจากปากของเขา

"ได้สิ...โยโซร่า แต่เรื่องแบบนี้เป็นหน้าที่ของผู้ชายนะ" เขาตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มที่อ่อนโยน และตัวฉันก็ดีใจที่เคียวยะคุงมีความรู้สึกที่ดีๆกับฉัน และฉันก็ยกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อที่จะเกี่ยวก้อยสัญญากับเขา และเขาก็ยกนิ้วขึ้นมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของฉัน และพวกเราก็สัญญาว่า'ฉันจะเป็นเจ้าหญิงที่สมบูรณ์แบบส่วนเคียวยะคุงก็จะเป็นอัศวินให้ฉัน ถ้าพวกเราได้เจอกันและถ้าความรู้สึกที่มีให้กันอยู่ยังไม่เปลี่ยนไปล่ะก็...พวกเราจะมาแต่งงานกัน'


หลังจากวันนั้นฉันก็ฝึกตัวเองมาตลอดจนฉันสามารถทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้านงานเรือน ด้านการเรียน ฯลฯ และฉันก็ได้กลับมาที่ญี่ปุ่นบ้านเกิดของฉันเมื่อม.ปลายปี2 

ฉันได้พบกับคุณฮิบาริ..ไม่สิ เคียวยะคุงแต่ฉันเองก็ไม่เห็นทีท่าเลยว่าเคียวยะคุงจะจำฉันได้ แต่อย่างน้อยฉันก็ยังได้เห็นหน้าเคียวยะคุงทุกวันก็ยังดี และฉันก็หวังว่าเคียวยะคุงจะจำฉันได้ในสักวัน


ไรเตอร์ (นานะ) Tell 

ใช่...เหตุผลที่โยโซร่าเย็บตุ๊กตาตัวนี้ขึ้นก็เพราะนอกจากจะเครื่องรางแล้วยังเป็นตัวแทนของฮิบาริเผื่อเวลาเธอเหงาตัวเธอก็จะได้ไม่รู้สึกเหงาเวลาที่เธออยู่คนเดียว และแล้วเธอก็เย็บตุ๊กตาเสร็จจนได้


"เคียวยะคุง..." โยโซร่าเอ่ยถึงชื่อของคนที่เธอรักและเธอก็เอาตุ๊กตาที่พึ่งเย็บเสร็จมากอดแนบอกด้วยความรู้สึกที่โหยหาเป็นที่สุด




//////////////////////

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับนานะอีกครั้งหนึ่งแล้วนะคะ ตอนนี้ทุกคนคงได้รู้ความลับของโยโซร่าแล้วกันนะคะว่าตัวจริงของเธอนั้นคือลูกครึ่งนางฟ้านะคะ และนานะขอแนะนำครอบครัวของ'คาสึมิ โยโซร่า'ให้ทุกคนได้รู้จักกันก่อนค่ะ



ทั้ง 2 คนนี้คือพ่อกับแม่ของโยโซร่าค่ะ



และขอแนะนำจากซ้ายไปขวานะคะ โยโซร่า มิฮิรุ และอาสาฮิค่ะ

ตัวละครทั้งหมดนี้มาจากเรื่อง Aikatsu  star ค่ะ (เป็นหนึ่งในตัวละครที่นานะชอบจากเรื่องอื่นค่ะ และนานะก็อ้างอิงตัวละครจากเนื้อเรื่องจริงค่ะ)

ตอนหน้านานะจะมาพูดถึงเรื่องของไอจิและไอริกันนะคะ และแน่นอนว่าเรื่องของพวกเขาไม่เหมือนของโยโซร่าอย่างแน่นอนค่ะ


สำหรับตอนนี้นานะก็ขอตัวไปแต่งตอนต่อไปก่อน และกลับมาพบกับนานะใหม่ตอนหน้าค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #4 kn_kanoon (@kn_kanoon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:39
    ชอบจังเลยค่าาาา~
    //เอาหัวโขกกำแพง
    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ~
    #4
    0