ศึกสงครามเทพอสูร

ตอนที่ 23 : บทที่ 22: โลกหลังความตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    25 ม.ค. 62



บทที่ 22: โลกหลังความตาย


ตึก...ตึก...ตึก...


เสียงฝีเท้าของเด็กหนุ่มเรือนผมสีไพลินกำลังเดินอยู่ในสถานที่ที่มืดมิดแห่งนี้อย่างไร้จุดหมาย ตัวเขายังไม่รู้เสียเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหน? ซ้ำร้ายเขายังเดินหลงอยู่ในความมืดมิดที่ว่างเปล่าแห่งนี้อีกด้วย ตัวของเด็กหนุ่มในตอนนี้เขาก็ทำได้เพียงเดินตรงไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อเด็กหนุ่มเดินไปได้ระยะหนึ่งก็ได้ยินเสียงของใครบางคนกำลังร้องไห้อยู่ในความมืด เขาเดินไปตามเสียงเรื่อยๆจนพบกับร่างของเด็กสาวเรือนผมสีน้ำตาลทองกำลังนั่งร้องไห้เพราะหลงทางอยู่

"โซเนีย ทำไมถึงมาอยู่ที่นี้ได้ครับ!?" เด็กหนุ่มเรือนผมสีไพลินเอ่ยถาม

"ไอจิไม่รู้เหรอค่ะว่าที่นี้คือที่ไหน?" โซเนียถามและไอจิก็ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่รู้จริงๆ โซเนียสูดลมหายใจเข้าไปครั้งหนึ่งและบอกให้ไอจิได้รู้

"ที่นี้คือโลกช่องว่างที่อยู่ระหว่างโลกที่พวกเราเคยอยู่กับโลกที่จะเป็นเส้นทางนำไปสู่สวรรค์กับนรก หรือจะให้พูดง่ายๆก็คือที่นี้คือโลกหลังความตายค่ะ" 

"อะไรนะ...?"

"ใช่แล้ว...ที่นี้คือโลกหลังความตายที่พวกเจ้าจะต้องมาหลังจากที่พวกเจ้าตายไปแล้วยังไงล่ะ..." มีเสียงของใครดังขึ้นมาจากในความมืด เสียงนี้ก็ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณความมืดแห่งนี้ และแล้วก็ได้ปรากฏร่างของใครบางคนที่ลอยออกมาจากเงามืดจนไอจิต้องขยับตัวของเขามาบังร่างของโซเนียเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับโซเนีย คนที่ปรากฏตัวตรงหน้าของพวกเขาคือ บุคคลที่สวมผ้าคลุมยาวสีดำปิดมิดชิดตั้งศีรษะจรดเท้าที่บริเวณชายผ้าคลุมด้านล่างนั้นก็ขาดรุ่งริ้ง และคนคนนี้ก็ถืออาวุธเคียวขนาดใหญ่อยู่ในมือ และสิ่งที่ทำให้พวกเขารู้ว่าคนตรงหน้านี้คือใคร? นั้นก็คือ ที่ใบหน้าและมือที่ถือเคียวอยู่นั้นมีแต่กระดูกสีขาวซีด ใช่...คนที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาก็คือ ตัวแทนแห่งความตาย 'ยมทูต' นั้นเอง

"คุณต้องการอะไรครับ!?" ไอจิพูดพร้อมกับน้ำเสียงที่สั่นที่บ่นบอกให้รู้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกกลัวบุคคลที่อยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่แค่ไอจิเท่านั้นกำลังรู้สึกกลัวแม้แต่โซเนียที่อยู่ข้างหลังของไอจิก็ยังรู้สึกกลัวคนตรงหน้าอย่างสุดขั้วหัวใจของเธอ

"แน่นอนมันก็ต้องเป็นชีวิตของพวกเจ้า..." เพียงคำพูดเพียงแค่นั้นก็ทำให้พวกเขารู้สึกกลัวตายของจริงขึ้นมาได้แล้ว แต่ประโยคหลังจากนั้นมันกลับทำให้พวกเขาต้องเปลี่ยนความคิด "ที่ข้าจะมามอบให้กับพวกเจ้า"

ทั้งไอจิและโซเนียต่างก็ประหลาดใจกับคำพูดของยมทูตตรงหน้าเป็นอย่างมาก และยมทูตก็ไม่ปล่อยให้พวกเขาสงสัยกันนานก็เริ่มพูดกับพวกเขาต่อ

"พวกเจ้าอยากจะกลับไปยังโลกเดิมของพวกเจ้าหรือไม่?" 

"อยากครับ!!/ค่ะ!!" ทั้งสองคนตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย และเมื่อยมทูตได้รับคำตอบจากพวกเขาตามที่คาดก็เริ่มอธิบายวิธีที่พวกเขาจะได้กลับไปยังโลกเดิมของพวกเขา

"ถ้าพวกเจ้าอยากจะกลับไปยังโลกเดิมที่พวกเจ้าจากมาล่ะก็พวกเจ้าจะต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนให้กับข้า..." ไอจิกับโซเนียพยายามตั้งใจฟังในสิ่งที่ยมทูตจะบอกกับพวกเขาอย่างตั้งใจ และสิ่งที่พวกเขาต้องแลกก็คือ...

"ความผูกพันธ์"

"ความผูกพันธ์?" ไอจิพูดออกมาเบาด้วยความไม่เข้าใจ

"ถูกต้องแล้ว...ถ้าหากพวกเจ้ายอมแลกความผูกพันธ์ของพวกเจ้ากับการได้กลับไปมีชีวิตอีกครั้งในโลกเดิมของพวกเจ้า พวกเจ้าก็จะได้กลับไปยังโลกเดิมของพวกเจ้า แต่ว่า...ถ้าหากพวกเจ้ายอมแลกความผูกพันธ์ของพวกเจ้ากับการได้กลับไปมีชีวิตอีกครั้งในโลกเดิมของพวกเจ้าล่ะก็ความทรงจำเกี่ยวกับบุคคลที่พวกเจ้าเคยรู้จักกับคนเหล่านั้นก็จะหายไปทั้งหมด" เมื่อเอ่ยจบก็ทำให้ทั้งไอจิและโซเนียต้องกลุ้มคิดอย่างหนักและเป็นห่วงความรู้สึกของทุกคนที่อยู่ที่โลกเดิม แต่ยังไงคนเราก็ยังมีความเห็นแก่อยู่ และพวกเขาก็ได้ให้คำตอบกับยมทูตกลับไป

"ต่อให้พวกเราจำเรื่องของพวกเขาไม่ได้เลยก็ตาม แต่ยังไงก็ยังอยากจะกลับไปหาทุกคน เพราะว่าทุกคนกำลังรอพวกเรากลับไปอยู่ครับ!!"

"ถึงแม้ว่าจะเป็นการเห็นแก่ตัว!! แต่อย่างน้อยพวกเราก็ยังกลับไปให้พวกเขาได้เห็นหน้าของพวกเราอีกครั้งก็ยังดีค่ะ!!" 

"ดังนั้น..." 

"พวกเราจะไม่เสียใจภายหลังอย่างแน่นอนครับ!!/ค่ะ!!" คำพูดที่แน่วแน่ของไอจิและโซเนียนั้นประทับใจยมทูตตนนี้เป็นอย่างมากจนทำให้ยมทูตตนนี้อดที่จะยิ้มให้กับพวกเขาทั้ง 2 คนไม่ได้

"ถ้าเป็นอย่างนั้นพวกเจ้าก็จะยอมรับคำสาปที่จะติดตัวพวกเจ้าไปหรือไม่?"

"ครับ/ค่ะ" พวกเขายอมรับเงื่อนไขที่ยมทูตมาเสนอให้กับพวกเขา

"ดีมาก...พวกเจ้ากลับไปเกิดใหม่ในฐานะมนุษย์ที่ถูกสาปได้แล้ว..." และแล้วร่างของไอจิกับโซเนียก็ค่อยๆสลายหายไปจากมิติแห่งนี้ไปในที่สุด



"จงใช้ชีวิตที่ข้ามอบให้กับพวกเจ้าให้คุ้มค่า........ขอให้พวกเจ้าโชคดีเซนโด ไอจิ โคซากะ โซเนีย พวกเจ้าทั้งสองเกิดมาเพื่อเป็นคู่กัน ดังนั้นจงใช้ชีวิตให้มีความสุขเถิด..."















เมื่อเซนโด ไอจิได้ปลิตาขึ้นมาก็พบว่าตัวเขากำลังนอนหลับอยู่บนเตียงในห้องห้องหนึ่งที่ไม่คุ้นตา และที่แน่ๆคือ ไอจิเห็นโซเนียกำลังนอนหลับอยู่ที่เตียงข้างๆทางขวามือของเขา ไอจิไม่อยากไปรบกวนการนอนของโซเนีย เขาจึงลุกขึ้นจากเตียงและเดินสำรวจออกไปดูที่หน้าต่างของห้องก็พบว่าเมื่อเขามองทิวทัศของมันก็พบกับตึกสูงมากมายเรียงรายอยู่รอบๆ เป็นไปได้ว่าที่นี้อาจจะเป็นแมนชั่นของที่ไหนสักแห่ง และเขาก็เดินดูรอบๆห้องว่าที่นี้มีของอะไรที่พอจะบอกได้ว่าพวกเขาอยู่ที่แมนชั่นอะไร? และระหว่างที่ไอจิกำลังหาของอยู่ เขาก็พบกับของ 2 อย่างที่ทำให้เขาตกใจมากไม่ใช่น้อยคือ อย่างแรกคือ มีบัตรนักศึกษาระดับมหาลัยของไอจิกับโซเนียวางอยู่บนโต็ะทำงาน สิ่งที่เขาจำได้คือทั้งเขาและโซเนียก็ยังเรียนไม่จบม.ปลายเสียเลยด้วยซ้ำ และอย่างที่2 คือใบจดทะเบียนสมรสที่อยู่ในแฟ้มเอกสารที่อยู่ในลิ้นชักของโต๊ะทำงาน และเขายังพบจดหมายฉบับหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวนี้ด้วย เนื้อหาของจดหมายเขียนเอาไว้ว่า


'ถึงเซนโด ไอจิ และโคซากะ โซเนีย
ข้าได้มอบชีวิตใหม่กับพวกเจ้า
โดยที่พวกเจ้าทั้งสองจะต้องกลายเป็นเด็กนักศึกษา
ที่ได้แต่งงานกันไป เพราะเรื่องทางธุรกิจ
พ่อแม่ของพวกเจ้านั้นได้ตายไปเมื่อ 2 ปีก่อน
เพราะอุบัติเหตุระหว่างที่ออกไปท่องเที่ยวกับทางบริษัทของทั้งสองของพวกเจ้า

และสิ่งที่ข้าจะต้องบอกกับพวกเจ้าอีกอย่างนั้นก็คือเรื่อง 'คำสาป'
คำสาปของพวกเจ้าทั้งสองจะต่างกัน
คำสาปของเซนโด ไอจิคือ อาชญาสิทธิ์แห่งปีศาจ
คำสาปนี้คือ สามารถทำการออกคำสั่งกับปีศาจและอสูรต่างๆได้ 
แม้แต่ปีศาจระดับสูงๆก็ไม่สามารถขัดคำสั่งได้
แต่...ถ้าเจ้าใช้มันแบบผิดๆมันก็จะหันกลับมาทำร้ายตัวเจ้าเอง
ดังนั้น ทุกครั้งที่จะใช้จงคิดให้ดีๆก่อนที่จะใช้มันด้วย...
ส่วนของโคซากะ โซเนียก็คือ ดวงตาสั่งตาย
คำสาปนี้จะมีผลทำให้คนที่นางจดจ้องหรือคนที่สบตากับนางด้วยนั้น
จะต้องตายไปภายไม่ถึงหนึ่งนาที 
ดังนั้น จงให้เจ้าสวมแว่นตาที่อยู่บนโต๊ะนั้นเอาไว้ซะ

และพวกเจ้าก็อย่าลืมซะว่าพวกเจ้าได้แลกความผูกพันธ์ของพวกเจ้ากับข้าแล้ว
ดังนั้น พวกเจ้าก็จะจำเรื่องเกี่ยวกับบุคคลที่พวกเจ้าเคยรู้จักกับคนเหล่านั้นก็จะหายไปทั้งหมด


เอาล่ะ...ข้าขอให้พวกเจ้าโชคดีและใช้ชีวิตใหม่นี้ให้มีความสุขซะเถิด...


จากความตายที่พวกเจ้าไม่มีวันหนีมันพ้น'


เมื่อไอจิอ่านจบตัวเขาก็ไม่รู้จะขอบคุณยมทูตตนนั้นอย่างไรที่เขายอมทำเรื่องพวกนี้ให้กับพวกเขา ถึงแม้ว่าพวกเขาจะต้องใช้ชีวิตใหม่ที่ต้องแบกรับคำสาปเอาไว้ด้วยก็ตาม แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณยมทูตตนนั้นจากใจจริง

เมื่อโซเนียตื่นขึ้นมาจากการหลับลึกไอจิก็เอาแว่นตาที่อยู่บนโต๊ะมาให้โซเนียใส่ และเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ไอจิรู้ให้โซเนียได้ฟัง โซเนียที่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดจากไอจิก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่เธอก็รู้สึกขอบคุณยมทูตตนนั้นจากใจจริงเหมือนกันที่เขายังมอบโอกาสให้พวกเขาได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ถึงแม้ว่าพวกเขาจะจำเรื่องของครอบครัวหรือคนที่พวกเขารู้จักด้วยไม่ได้เลยก็ตาม แต่...

พวกเราขอบคุณท่านมากครับ.../ค่ะ...




เมื่อวันเปิดเรียนวันแรกได้เริ่มขึ้นพวกเขาก็เดินจับมือกันเอาไว้ตลอดราวกับว่าพวกเขาจะไม่ได้จับฝ่ามือที่อบอุ่นของกันและกันแบบนี้อีก จนพวกเขาเดินเข้ามหาวิทยาลัยด้วยกันแล้วก็ยังคงจับมือกันอยู่แบบนั้นมาเรื่อยๆจนถึงห้องเรียนของพวกเขา และแล้วชีวิตนักศึกษามหาลัยของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น

เมื่อตอนคาบชมรมที่เด็กนักศึกษาจะต้องเลือกชมรมที่จะอยู่ น่าแปลกที่เมื่อพวกเขาได้ยินชื่อ 'ชมรมปราบอสูร' กลับรู้สึกเหมือนจะคุ้นหูคุ้นปากของพวกเขามากและรู้สึกโหยหาอย่างน่าประหลาด แต่พวกเขาก็เลือกที่จะอยู่ในชมรมปราบอสูรของวิทยาลัยแห่งนี้



เมื่อเวลาเลิกเรียนพวกเขามานั่งพักที่ม้านั่งในสวนของสวนสาธารณะ พวกเขาพูดคุยเรื่องต่างๆที่พวกเขาพอจะนึกเรื่องของคนในครอบครัวหรือคนที่พวกเขารู้จักให้ได้มากที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำได้แล้ว แต่พวกเขาก็นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกอยู่ดี เมื่อโซเนียเห็นทีจะไม่ได้เรื่องจึงขอตัวไปซื้อน้ำกระป๋องจากตู้ขายน้ำใกล้ๆก่อน

และระหว่างที่ไอจิกำลังนั่งรอโซเนียกลับมาจากการซื้อน้ำกระป๋อง เขาก็ยืนขึ้นเพื่อยืดเส้นยืดสาย และก็มองดูเด็กๆในสวนสาธารณะที่กำลังวิ่งเล่นกันอยู่ที่แห่งนี้

ระหว่างที่ไอจิกำลังยืนมองดูเด็กๆอยู่เขาก็ถูกเด็กสาวเรือนผมสีไพลินที่มีใบหน้าคล้ายคลึมกับเขาที่อายุประมาณเด็กม.ปลายเรียกชื่อของเขา เขาก็ยังแปลกใจที่เด็กสาวคนนี้รู้จักชื่อของเขาได้

"ขอโทษนะ...เธอเป็นใครเหรอ?" เมื่อเด็กสาวเรือนผมสีไพลินได้ยินไอจิถามกับเธอแบบนั้นเธอก็ถึงกับต้องหยุดชะงักไป และกระเป๋านักเรียนของเด็กสาวก็ได้ร่วงหล่นลงสู่พื้นของสวนสาธารณะแห่งนี้ไปดังตุบไปในที่สุด และน้ำตาของเธอก็เริ่มไหลรินออกมาจากดวงตาของเธอมาอาบแก้มของเธอ ไอจิก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรผิดจนทำให้เด็กสาวตรงหน้าถึงกับต้องร้องไห้ออกมาแบบนั้น และไม่นานนักก็มีเด็กม.ปลายกลุ่มหนึ่งเดินตรงมาหาเขาและเรียกชื่อของเขาอีก 

เมื่อพวกเด็กม.ปลายกลุ่มนี้พยายามซักไซถามเขาให้เขานึกเรื่องของเด็กม.ปลายกลุ่มนี้ให้ออกอยู่ โซเนียที่กลับมาจากการซื้อน้ำกระป๋องก็ถามเขาถึงเหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

จนในที่สุดพวกเขาก็เริ่มได้รู้แล้วว่าเด็กม.ปลายกลุ่มนี้อาจจะเคยเป็นคนที่พวกเขารู้จักก็เป็นได้ก็อดที่จะยิ้มด้วยความรู้สึกที่ดีใจไม่ได้เลย

"พวกคุณกำลังคิดอยู่สินะคะว่าพวกคุณอาจจะจำคนผิดใช่มั้ยค่ะ?" โซเนียเอ่ยถามและสึนะก็พยักหน้าเป็นการให้คำตอบว่าสิ่งที่โซเนียเอ่ยถามมานั้นถูกต้อง

"ไม่ใช่ว่าพวกคุณจำคนผิดอยู่หรอกค่ะ เพียงแค่..."

"พวกเราจดจำคนที่พวกเรารู้จักและผูกพันธ์ด้วยไม่ได้เท่านั้นเองครับ" ไอจิตอบส่วนที่เหลือแทนโซเนีย และเมื่อพวกสึนะและไคได้ยินไอจิกับโซเนียบอกแบบนั้นก็ต่างไม่เข้าใจในสิ่งที่พวกเขาทั้ง 2 คนบอกเลย

"หมายความว่ายังไงที่ว่า'จดจำคนที่รู้จักและผูกพันธ์ด้วยไม่ได้' น่ะหมายความว่ายังไง" มิวะถามด้วยความไม่เข้าใจ ไอจิกับโซเนียเงียบไปครู่หนึ่งและหายใจเข้าไปครั้งหนึ่งและไอจิก็บอกเหตุผลให้พวกเขาได้รู้

"........ก็เพราะว่าพวกเรา...ได้แลกความผูกพันธ์ที่เคยมีกับคนในโลกนี้กับการกลับมามีชีวิตในโลกนี้อีกครั้งหนึ่งน่ะ" 






ณ บ้านซาวาดะ

"นี่!! ที่ว่าพวกนายกลับมาจากความตายได้เพราะพวกนายแลกความผูกพันธ์ที่เคยมีกับคนในโลกนี้กับการกลับมามีชีวิตในโลกนี้อีกครั้งหมายความว่ายังไง!?" โกคุเดระถามด้วยความไม่เข้าใจ ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ที่ห้องรับแขกเพื่อที่จะมาฟังเหตุผลที่ไอจิกับโซเนียบอกกับพวกเขาว่า'พวกเขาได้แลกความผูกพันธ์ที่เคยมีกับคนในโลกนี้กับการกลับมามีชีวิตในโลกนี้อีกครั้ง' ที่ว่ามันคืออะไรกันแน่...!? 





ปัจจุบัน...


ไอจิและโซเนียได้เล่าเรื่องโลกที่พวกเขาไปพบเจอ และเล่าเรื่องเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน และเรื่องเกี่ยวกับคำสาปของพวกเขาให้พวกสึนะและไคได้รู้ และเมื่อพวกสึนะและไคได้รู้เรื่องทั้งหมดก็รู้สึกเสียใจอยู่ที่เพื่อนทั้ง 2 คนของพวกเขาที่จำเรื่องของพวกเขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย แต่...

"ไม่เป็นไรหรอกน่า~" 

"รีบอร์น" รีบอร์นที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ก็กระโดดขึ้นมาอยู่บนไหล่ของยามาโมโตะแทน

"พวกนายไม่รู้เลยเหรอ? ต่อให้ 2 คนนี้ความจำเสื่อมไปเลยก็ยังสามารถสร้างความทรงจำที่ดีๆขึ้นมาใหม่ได้ไม่ใช่เหรอ...?" คำพูดของรีบอร์นเพียงแค่นั้นก็สามารถทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นี้รู้สึกตัวขึ้นมาได้ 

ใช่แล้ว...สิ่งที่รีบอร์นพูดมานั้นถูกต้องต่อให้เพื่อนของพวกเขาจะความทรงจำเสื่อมไปยังไง พวกเขาก็ยังสามารถสร้างความทรงจำที่ดีขึ้นมาใหม่ได้


ฉันต้องขอบใจมากเลยนะ...รีบอร์นที่นายทำให้ทุกคนกลับมามีรอยยิ้มอีกครั้งหนึ่งนะ...




////////////////////////////

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับนานะอีกครั้งหนึ่งแล้วนะคะ ตอนนี้ก็เป็นตอนที่ได้บอกเหตุผลที่ว่า'จำคนที่รู้จักและผูกพันธ์ด้วยไม่ได้' ที่พูดค้างเอาไว้ให้ได้รู้กันแล้วนะคะ และตอนหน้าก็จะเป็นตอนอวสานแล้วยังไงก็ขอให้ติดตามกันต่อไปด้วยนะคะ

สำหรับตอนนี้นานะต้องขอตัวไปแต่งตอนต่อไปก่อน และกลับมาพบกับนานะใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

28 ความคิดเห็น