ศึกสงครามเทพอสูร

ตอนที่ 11 : บทที่ 10: ภารกิจแสนอันตราย!! ตอนจบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    21 พ.ย. 61




บทที่ 10: ภารกิจแสนอันตราย!! ตอนจบ


พรวด!!!



ตูม!!!



"อ..ไอจิโดนบาซูก้าทศวรรษ...!!" สึนะตกใจมากที่ไอจิโดนบาซูก้าทศวรรษของแรมโบ้เข้าไป นั้นก็หมายความว่า...




ปั่ง!! ปั่ง!!




ลูกกระสุนออกมาจากหมอกควันพวกนั้นและเฉียดใบหน้าของสึนะไป 2 นัดและกระสุนพวกนั้นก็พุ่งเข้าไปผ่ากระโหลกของก็อบลิน 2 ตัวที่จะเข้ามาใกล้สึนะ และคนที่ยิงกระสุนพวกนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่อยู่ในหมอกควันเหล่านั้นและหมอกควันเหล่านั้นก็ค่อยๆสลายหายไปเรื่อยๆจนปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้มีนัยต์ตาสีไพลินเช่นเดียวกับเส้นผมของเขาและคนคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก'เซนโด ไอจิ'อีก 10 ปีนั้นเอง แต่ไอจิในอีก 10 ปีนั้นก็ยังมีความแตกต่างกับไอจิในตอนนี้นอกจากหน้าตากับความสูงแล้วถ้าสังเกตดีๆก็จะเห็นว่าที่ใบหูส่วนบนของไอจิอีก 10 ปีนั้นมันตั้งและแหลมขึ้นมาเหมือนกับเอลฟ์เลย


"แย่จังเลย...นี่เรามาอยู่ที่ที่ไม่ควรอยู่แล้วเหรอเนี่ย?" ไอจิอีก 10 ปีไม่เคยคิดว่าตัวเขาจะมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้

"น..นี่คือ...ไอจิอีก 10 ปีอย่างนั้นเหรอ...!?" สึนะไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะได้เห็นไอจิที่เป็นหนุ่มแล้วแบบนี้ ไอจิอีก 10 ปีหันมามองทุกคนแล้วยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

"ไม่ได้พบกันนานเลยนะสึนะคุง...คิดถึงตอนที่พวกเรายังทำภารกิจด้วยกันตอนสมัยม.ปลายจังเลยนะ" ไอจิอีก 10 รู้สึกคิดถึงความหลังที่เคยได้ทำอะไรหลายๆอย่างกับเพื่อนๆของเขา

"แต่ว่าขอให้ฉันเก็บกวาดพวกนี้ก่อนแล้วค่อยคุยกันนะทุกคน" ไอจิอีก 10 ปีคิดที่จะจัดการกับพวกก็อบลินเพียงคนเดียว

"แต่ว่าคุณไอจิค่ะแค่พวกเราตั้ง 8 คนยังไม่ไหวเลยนะคะ แล้วคุณไอจิคนเดียวจะไปสู้เจ้-" โซเนียยังไม่ทันได้เอ่ยจบประโยคดีไอจิอีก 10 ปีก็พูดขึ้นมาก่อนว่า...

"โซเนียไม่ต้องห่วงฉันหรอกนะ ถ้าเป็นฉันเมื่อ 10 ก่อนอาจจะใช่ แต่ฉันคือไอจิอีก 10 ปีนะฝีมือในตอนนั้นกับตอนนี้น่ะมันต่างกันอย่างเห็นได้ชัดเลยล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกเป๊ะเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ" เมื่อไอจิอีก 10 ปีพูดจบก็มีเปลวไฟสีฟ้าโอบล้อมร่างกายของไอจิเอาไว้ 


ไอจิในตอนนี้ก็มีเขี้ยวที่งอกออกมากับหางที่มีลักษณะเดียวกันกับไอริงอกออกมาและมีไฟที่รวมตัวกันจนเห็นได้ชัดกว่าจุดอื่นมีอยู่ 2 จุดคือมีลูกไฟที่อยู่เหนือศีรษะเล็กน้อย 2 จุดที่ดูเหมือนกับเขาของปีศาจ กับที่แผนหลังของไอจิที่เรียงตัวกันเหมือนปีกของปีศาจ ไอจิในตอนนี้เหมือนกับปีศาจที่กำลังถูกไฟห้อมล้อมเอาไว้เพื่อปกป้องจากอันตรายและในขณะเดียวกันก็เหมือนกับปีศาจที่กำลังเล่นอยู่กับเปลวไฟสีฟ้า และไอจิก็เสกดาบขึ้นจากไฟสีฟ้าที่โอบล้อมตัวเขา และไอจิก็เริ่มโจมตีและสังหารพวกก็อบลินทั้งหมด


"ไฟสีฟ้า...ไฟของปีศาจชั้นสูงที่เป็นเผ่าพันธุ์ที่อยู่เหนือกว่าทุกๆเผ่าพันธุ์ในโลกของปีศาจ เป็นนายเหนือหัวของพวกปีศาจ ใช่...ปีศาจที่สามารถควบคุมเปลวไฟสีฟ้าได้มีอยู่เผ่าเดียว'ซาตาน' " รีบอร์นรู้จักเผ่าปีศาจทุกชนิด แต่เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าไอจิกับไอรินั้นจะเป็นลูกหลานของสายเลือดของเผ่าซาตานแบบนี้

"ซ..ซาตานเหรอ? ไอจิน่ะนะเป็น...ลูกหลานของซาตาน...?" สึนะไม่อย่าจะเชื่อในสิ่งที่รีบอร์นพูด แต่ยังไงเขาก็ต้องเชื่อเพราะรีบอร์นรู้จักอสูรและปีศาจทุกชนิด


ไอจิจัดการกับพวกก็อบลินเสร็จภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที และเมื่อกำจัดพวกก็อบลินเสร็จทั้งเปลวไฟสีฟ้าที่โอบล้อมกับดาบก็ได้สลายหายไปในที่สุด ทุกคนวิ่งเข้ามาดูไอจิว่าเขายังปลอดภัยดีมั๊ย?


"ไอจินายโอเคนะ" สึนะถามด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ไอจิพยักหน้ารับเป็นการให้คำตอบว่าเขายังสบายดีอยู่

"ไอจินายน่ะเป็นคนในองค์กรปราบมารนานแล้วสินะ?" รีบอร์นถามเพราะเห็นเครื่องแบบที่ไอจิใส่นั้นเป็นเครื่องแบบเฉพาะขององค์กรปราบมารหรือที่ทุกคนรู้จักกันคือหน่วยปราบอสูร ไอจิพยักหน้าเป็นการตอบ

"ไอจิแล้วนายน่ะ...เป็นแบบนี้นานหรือยัง? รูปลักษณ์แบบนี้น่ะ" รีบอร์นถามอีกครั้งเพราะเขาสงสัยมาตั้งแต่ที่เห็นไอจิในอีก 10 ปีแล้ว

"นานแล้วล่ะ คุณรีบอร์น..." ไอจิตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา

"แล้วไอริล่ะเป็นเหมือนกับนายหรือเปล่า?" รีบอร์นยังคงถามต่อ

"ก็เป็นเหมือนกับผมเลยครับ รูปลักษณ์เปลี่ยนไปนิดหน่อยเหมือนกันกับผมนั้นแหละครับ" ไอจิตอบใบหน้าที่ยิ้ม แต่สายตากลับดูเศร้าสร้อยเหลือเกิน

"คุณไอจิเป็นอะไรมากหรือเปล่าค่ะ?" โซเนียถามด้วยความเป็นห่วง ไอจิเงียบไปครู่หนึ่งแล้วหันมาถามสึนะว่า

"สึนะคุงถ้าหากวันหนึ่งตัวฉันต้องกลายเป็นปีศาจไปจริงๆ สึนะคุงกับทุกคนน่ะ...จะก็ต้องช่วยกันกำจัดตัวฉันทิ้งทีด้วยนะ" ไอจิขอร้องสึนะเอาไว้ก่อนที่จะไม่มีโอกาสได้บอก เพราะ...

"เดี๋ยวสิไอจิ!! นายพูดเรื่องอะไรน่ะฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลยนะ!?" สึนะยังไม่เข้าใจในสิ่งที่ไอจิพูดแน่นอนนอกจากสึนะแล้วทั้งเรียวเฮ โซเนีย อิชิดะ ชินโง และคามุยด้วยที่ไม่เข้าใจที่ไอจิอีก 10 ปีขอร้องเอาไว้เสียเลย สึนะกำลังจะถามไอจิอีก 10 ปีให้รู้เรื่อง แต่...



ตูม!!!


"ทุกคน!! มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่เหรอ!?" ไอจิที่ถูกสลับเปลี่ยนกับไอจิอีก 10 ปีนั้นกลับมาจากในโลกอีก 10 ปีก่อนที่ตัวไอจิอีก 10 ปีจะได้บอกอะไรพวกเขามากกว่านี้ ทุกคนไม่ได้ตอบคำถามอะไรของไอจิ ไอจิมองสำรวจรอบๆตัวของเขาเพื่อหาคำตอบ ไอจิไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็นเพราะเขามองเห็นพวกก็อบลินนอนตายเกลื่อนอยู่เต็มไปหมดในบริเวณที่เขาและเพื่อนๆอยู่

"นี่...ผมเป็นคนทำอย่างนั้นเหรอ?" ไอจิถามเพราะเขาไม่แน่ใจว่าเป็นฝีมือของเขาหรือเปล่า?

"เออ...ก็ใช่ แต่หมายถึงตัวนายอีกคนในอีก 10 ปีนะที่เป็นคนทำน่ะ" อิชิดะพยายามอธิบายในไอจิเข้าใจ

"เออ..เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็เพราะบาซูก้าทศวรรษของแรมโบ้น่ะ" สึนะกลัวว่าไอจิจะไม่เข้าในสิ่งที่พูดเลยบอกถึงต้นเหตุที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น

"ฉันรู้แล้วล่ะ และเหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าคนหนึ่งคนสามารถอยู่ในช่วงเวลานั้นได้เพียงแค่คนเดียว ดังนั้นเพื่อไม่ให้ผิดกฎแห่งการเวลาถึงได้สร้างบาซูก้าทศวรรษเพื่อที่คนจะได้ข้ามกาลเวลาได้โดยไม่ผิดกฎแห่งกาลเวลาของโลกใช่มั๊ยล่ะ? สึนะคุงอยากจะบอกแบบนี้สินะ" ทุกคนทึ่งกับความคิดของไอจิที่เข้าใจเหตุการณ์เมื่อครู่ได้อย่างทะลุปรุโปร่งโดยที่พวกเขาไม่ต้องอธิบายอะไรมากได้แบบนี้


ครืน~!!


"ผ..แผ่นดินไหวเหรอค่ะ?" โซเนียถาม

"ไม่น่าจะใช่หรอก เพราะว่าไม่มีแผ่นดินไหวที่ไหนที่มีการสั่นสะเทือนเป็นจังหวะเดียวกันแบบเดียวกันแล้วเร็วขึ้นแบบนี้หรอกนะ" รีบอร์นรู้สึกได้ว่าแผนดินไหวนี้ไม่น่าจะใช่แผ่นดินไหวธรรมดาแน่ๆ

"ไอริหรือว่า...!?" ไอจิรีบออกตัววิ่งไปในทางที่มีการสั่นสะเทือนมากที่สุด 

"ไอจิ!!" ทุกคนที่เห็นไอจิวิ่งไปก็รีบเร่งฝีเท้าให้ไล่ตามไอจิได้ทัน



เมื่อ 7 นาทีก่อน...


ทางฝั่งของไอริ


"แฮก...แฮก...แฮก..."ไอริเดินมาตามทางของอุโมงที่มืดมิดแห่งนี้เรื่อยๆ และเธอก็ล้มลงไปกับพื้นเธอได้รับบาดเจ็บที่หน้าท้องเนื่องจากการที่ต่อสู้กับพวกก็อบลินฝูงหนึ่งเพียงลำพัง เธอไม่สามารถกำจัดก็อบลินเพียงคนเดียวได้และเธอก็ไม่สามารถล้มพวกก็อบลินทั้งหมดได้ เธอยังไม่อยากตายแน่นอนว่าใครๆก็ไม่อยากตาย แต่การตายของเธอนั้นแตกต่างออกไปคือ ถ้าหากความตายเริ่มคืบคลานเข้ามาใกล้เธอมากกว่านี่อาจจะทำให้ทุกคนเดือดร้อนเพราะเธอภายหลังอย่างแน่นอน

"ห้วงกาลเวลาทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต จงตอบรับเสียงของข้า ขออันเชิญคิวบิโนะโยโกะ(ปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง)" ไอริเอ่ยบทจบก็มีลูกสุนัขจิ้งจองที่มีขนสีขาวออกมาหรือก็คือคิมิโกะลูกสุนัขจิ้งจองที่เธอเลี้ยงอยู่

"คิมิโกะ...รีบไปตามใครมาก็ได้ทีนะ...และอย่าให้พวกปีศาจตัวจับได้ล่ะ..." เมื่อไอริสั่งคิมิโกะเสร็จมันก็เห่ารับคำของเธอทีหนึ่งแล้วก็วิ่งห่างไปจากเธอเรื่อยๆจนในที่สุดมันก็ได้หายไปในเงามืดของอุโมงแห่งนี้ 


ตอนนี้ไอริทำได้แค่ภาวนาขอให้มีใครสักคนเข้ามาช่วยเธอได้ก่อนที่พวกก็อบลินจะมาเจอเธออีกครั้งหนึ่งก่อนที่คิมิโกะจะพาใครบางคนมาช่วยเธอทัน

แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวังเอาไว้เพราะเธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอของพวกก็อบลินได้ ใกล้กับบริเวณที่เธออยู่และมันก็ทำให้ไอริเริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมา 'ถ้าหากเป็นแบบนี้ต่อไปพวกมันจะต้องเจอตัวฉันก่อนที่ทุกคนมาเจอฉันแน่!!' ไอริเริ่มขบฟันกรามแน่นและเริ่มใช้ความคิดอย่างหนัก

และเธอก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เธอเสกดาบสั้นสีเงินที่มีความยาวประมาณ 1 ฟุตออกมา ในความรู้สึกของเธอตอนนี้เต็มไปด้วยทั้งความรู้สึกผิด ความเศร้า ความเสียใจ เป็นห่วงคนที่เธอรัก และความดีใจ เธอหันดาบเข้าหาตัวให้ปลายดาบมาจ่อที่กลางอกและเธอก็หลับตาลงเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกกลัวหรือต้องเจ็บปวดอะไรทั้งสิ้น



ฉัวะ!!!


ดาบสีเงินได้เสียบแทงผ่านทะลุผ่านกลางอกของเธอไปและร่างของเธอก็ได้ล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้นและไม่ขยับตัวอีกเลย

พวกก็อบลินที่ไล่ตามกลิ่นเลือดของเธอมานั้นพบเธอแน่นิ่งอยู่กับพื้น มันเขย่าตัวเธอและมันก็รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เธอยังหายใจอยู่ เมื่อมันรู้ว่าไอริยังไม่ตายมันก็เริ่มไล่ฉีกเสื้อผ้าของเธอออกจนเผยให้เห็นร่างกายที่เปลื่อยเปล่าที่มีผิวกายสีขาวเนียนสวยของเธอ เหตุผลที่ไอริต้องรีบชิงฆ่าตัวตายก่อนก็เพราะว่าเผ่าก็อบลินนั้นเป็นเผ่าที่ไม่มีเพศเมียไว้ขยายเผ่าพันธุ์มันจึงจำเป็นที่จะต้องลักพาตัวผู้หญิงมาเพื่อที่จะมาเป็นนางบำเรอให้มันเพื่อที่จะได้ขยายเผ่าพันธ์ุของมันได้ และครั้งนี้ก็เช่นกันมันเริ่มจะทำเรื่องไม่ดีกับไอริมากกว่านี้ แต่...


ฉัวะ!!!


"ถ้าจะทำเรื่องแบบนี้กับไอริล่ะก็...ฉันไม่ปล่อยพวกแกเอาไว้แน่!!" คิมิโกะตามไคให้เข้ามาช่วยไอริได้ทันแบบหวุดหวิด และแน่นอนว่าไคไม่ได้มาแค่คนเดียวเขามากับมิวะ และมิซากิ พวกเขาจัดการกับพวกก็อบลินได้อย่างรวดเร็วจนพวกมันตายทั้งหมด


ไครีบวิ่งเข้าไปพยุงร่างของไอริขึ้นมาแนบอกและบอกกับเธอว่า "ไม่เป็นไรแล้ว ฉันอยู่นี่แล้วนะ!!" ไคกลัวมากกลัวว่าคนที่เขารักนั้นจะตายจากไป มิซากิที่เห็นว่าตอนนี้ไอริไม่ได้สวมเสื้อผ้าอยู่ก็บอกให้ไคถอดเสื้อนอกออกมาให้ไอริใส่ก่อนและไคก็ถอดเสื้อนอกตัวที่ยาวถึงต้นขาออกมาห่อร่างของเด็กสาวในอ้อมกอดของเขา ขณะที่ไค มิวะ และมิซากิกำลังจะออกไปจากอุโมงนี้เพื่อจะพาไอริไปส่งโรงพยาบาลนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากเงามืดคาดว่าคงจะเป็นคนในหน่วยปราบอสูร และหนึ่งในคนของหน่วยปราบอสูรก็บอกให้พวกเขาตรวจดูอาการของเธอก่อน และเมื่อพวกเขาตรวจดูอาการของไอริก็พบว่าชีพจรของเธอเต้นช้ามากและพวกเขาก็คิดแล้วว่าต่อให้ใช้พลังรักษาเธอตอนนี้ก็อาจจะไม่ทันก่อนที่จะ...


"ทุกคนเตรียมให้พร้อมนะ และพวกเธอช่วยถอยออกไปห่างๆจากเธอด้วยนะ" หนึ่งในคนของหน่วยปราบอสูรคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา แต่ทั้งไค มิวะ และมิซากิไม่ยอมถอยให้กับหน่วยปราบอสูร และเมื่อคนของหน่วยปราบอสูรเห็นว่าพวกเขาไม่ยอมถอยให้พวกเขาก็จำเป็นจะต้องใช้กำลังบังคับพวกเขา และเมื่อจับพวกไคแยกออกมาจากไอริได้คนของหน่วยปราบอสูรคนหนึ่งก็ตั้งเขตบาเรียขึ้นมา

"พวกคุณจะทำอะไรไอริน่ะ!?" มิซากิถามเพราะเธอเริ่มไม่รู้จุดประสงค์ของคนหน่วยปราบอสูรแล้ว แต่คนของหน่วยปราบอสูรก็ไม่ได้ตอบอะไรราวกับพวกเขาต้องการให้ไค มิวะ และมิซากิดูคำตอบที่จะเกิดขึ้นตามมาและสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับไอริ และในชั่วเวลานั้นก็เป็นเหตุการณ์ที่ทั้งไค มิวะ และมิซากิไม่อาจจะลืมมันได้ลงได้เลย



ปัจจุบัน...




ครืน~!!! ครืน~!!!




โครม!!!




หลังจากที่แผ่นดินไหวในอุโมงใต้ดินอยู่นานก็มีเสียงของอะไรถล่มลงมาอยู่หลายครั้งอยู่นานอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 5 นาทีได้แล้วเหมือนกับมีอะไรบางอย่างกำลังต่อสู้กันอยู่ยังไงยังงั้น? และไม่นานพวกสึนะที่กำลังวิ่งไล่ตามไอจิมานั้นก็มาสมทบกับยามาโมโตะ ซุยเซเซกิ มุคุโร่ และโคลมแน่นอนว่าพวกเขาเองก็ได้ยินเสียงเดียวกันกับที่พวกสึนะได้ยิน แต่ไอจิก็ไม่ได้หยุดวิ่งไปในทางที่พวกเขาได้ยินเสียงนั้นอยู่ และแน่นอนว่าทุกคนก็ต้องวิ่งตามไอจิไปเรื่อยๆจนมาสนทบกับโกคุเดระ ฮิบาริ เซร่า และโยโซร่าที่หมดสติอยู่


และจากที่ทุกคนมาสมทบกันได้ไม่นานเสียงนั้นก็หยุดไปนานมากพอควร และไม่นานทุกคนมาพบกับไค มิวะ และมิซากิที่กำลังพูดอยู่กับใครกลุ่มหนึ่งโดยมีไอริค่อยหลบกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่ที่ด้านหลังของไคอยู่ และมีมิวะและมิซากิช่วยพยายามไม่ให้คนเหล่านั้นเข้ามาใกล้เธอ


"ถอยออกให้ห่างๆจากเด็กคนนั้นดีกว่านะ พวกเธอน่ะ..." หนึ่งในคนของหน่วยปราบอสูรคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมา แต่...

"พวกคุณก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอครับว่าเธอน่ะไม่ได้เป็นอันตรายกับพวกเราและพวกคุณแล้วนะครับ!!" พยายามจะให้คนของหน่วยปราบอสูรเข้าใจได้แล้วว่าตอนนี้ไอริไม่สามารถทำให้ใครเป็นอันตรายได้แล้ว

"แต่ยังไงเด็กคนนั้นก็ยังมีสายเลือดของปีศาจอยู่ ยังไงพวกเราก็คงต้องให้เด็กคนนั้นไปกับเรา" หนึ่งในคนของหน่วยปราบอสูรคนหนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมกับจะทำท่าเหมือนกับจะพาไอริไป

"ถ้าหากไอริต้องกลายเป็นปีศาจไปจริงๆ ฉันจะขอเป็นคนลงมือเองจะได้หรือเปล่าล่ะ?" ไคถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เมื่อคนของหน่วยปราบอสูรเห็นว่าไคเขาพูดจากใจจริงพวกเขาก็หันหลังให้และบอกกับไคว่า "ถ้าอย่างงั้นก็ต้องช่วยรักษาคำพูดด้วยแล้วกันนะไค โทชิกิ" หนึ่งในคนของหน่วยปราบอสูรคนหนึ่งพูดขึ้นแล้วพวกเขาก็เดินผ่านพวกสึนะที่ยืนขวางอยู่ และระหว่างที่เดินสวนทางกับไอจิหนึ่งในคนของหน่วยปราบอสูรคนหนึ่งก็ใช้หางตามองมาทางไอจิครู่หนึ่งพร้อมกับเอ่ยกับไอจิว่า "จำไว้ด้วยว่า...ทั้งคุณและก็ครอบครัวของคุณ..พวกเรากำลังจับตาดูอยู่"






2 สัปดาห์ต่อมา...


"โอเค...แผลที่ขาของหนูก็สมานกันดีจนจะหายดีแล้วล่ะจ๊ะ แต่ก็ต้องเดินให้น้อยๆหน่อยนะจ๊ะแผลจะได้ไม่ฉีกออกมาอีก..." หมอหญิงที่เป็นคนรักษาบาดแผลให้กับซุยเซเซกินั้นบอกอาการของเธอคร่าวๆให้เธอรู้และหมอหญิงคนนี้ก็เป็นคนที่ดูอาการที่ดวงตาข้างขวาให้เธออีกด้วย เมื่อคุณหมอตรวจดูอาการของเธอเรียบร้อยแล้วก็บอกนัดให้มาดูอาการใหม่ในวันหลัง และก็บอกให้เธอกลับบ้านได้แล้ว


อาการของโยโซร่าดีขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เธอก็ยังต้องรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่ดีเพราะเธอตอนมาถึงนั้นอยู่ในภาวะขาดเลือดต้องรีบรักษาให้เธอและมีกระดูกหักอยู่หลายจุด แต่ว่าตอนนี้อาการของเธอก็ดีขึ้นจนใกล้จะสามารถกลับบ้านได้แล้วและคนที่มาเยี่ยมเธอบ่ายที่สุดก็คือฮิบาริ เคียวยะนั้นเอง ส่วนอาการของคนอื่นๆนั้นมีบาดแผลถลอกเพียงเล็กน้อยแต่พวกเขาก็ถูกผู้ใหญ่ตักเตือนอยู่เอาเรื่องเรื่องที่พวกเขาไปทำภารกิจในครั้งนั้น

และแล้วไม่นานเพื่อนๆทุกคนก็สามารถมาโรงเรียนได้อย่างปกติ แต่ก็มีบางอย่างเปลี่ยนไปคือตั้งแต่ที่พบกับไอริอีกครั้งในอุโมงใต้ดินในตอนนั้นไอริก็มีอะไรเปลี่ยนไปนิดหน่อยคือจากทีแรกที่ใบหูของไอริที่เป็นลักษณะคล้ายๆกับปีกค้างคาวเหนือศีรษะของเธอนั้น ตอนนี้ใบหูส่วนด้านบนของเธอนั้นมีลักษณะเหมือนหูของมนุษย์แทนแต่ก็ยังมีความแตกต่างจากหูของมนุษย์อยู่นิดหน่อยคือ มันตั้งและแหลมขึ้นมาเหมือนกับเอลฟ์เหมือนกับไอจิอีก 10 ปีไม่มีผิด และส่วนที่เป็นปีกและหางของปีศาจนั้นตอนนี้เธอสามารถใช้พลังของเธอซ่อนปีกและหางของปีศาจของเธอได้แล้ว ซึ่งตัวเธอในตอนนี้แถบจะเหมือนมนุษย์มากกว่าที่เคยเป็น แต่เรื่องนี้มันจะต้องมีอะไรบ้างอย่างที่เกี่ยวข้องกับไอจิในอีก 10 ปีอย่างแน่นอน แต่มันไม่ใช่เพียงแค่นั้นทุกคนทั้งโรงเรียนมิยาจิแห่งนี้ก็รู้เรื่องที่โยโซร่า ไอจิ และไอริไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นเทพกับปีศาจ ถ้าจะถามว่าใครเป็นคนบอกเรื่องนี้ก็เป็นใครอื่นไม่ได้นอกจากรีบอร์น แต่ทุกคนทั้งโรงเรียนก็ไม่ได้มีท่าทีจะเกลียดพวกเขาเลยแม้แต่น้อย



และหลังจากนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกเขาอีกบ้างก็ยังไม่มีใครรู้...



////////////////////////

สวัสดีค่ะกลับมาพบกับนานะอีกครั้งหนึ่งแล้วนะคะ ตอนนี้ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าแต่งไว้ได้ดีหรือเปล่า? แต่ที่แน่ๆคือนานะมาแต่งตอนนี้จนจบตอนแล้วนะคะ และตอนนี้เองก็คงจะมีคนสงสัยสินะคะว่าระหว่างที่ไค มิวะ และมิซากิที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นมันเกิดอะไรขึ้นที่นั้น? แล้วทำไมไอริถึงมีรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป? และตอนหน้าจะมีอะไรมาติดตามกันต่อด้วยนะคะ

สำหรับตอนนี้นานะต้องขอตัวไปแต่งตอนต่อไปก่อน และกลับมาพบกับนานะใหม่ในตอนหน้าค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

28 ความคิดเห็น

  1. #12 Ting0616563257 (@Ting0616563257) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 23:35

    เราจะรออ่านตอนต่อไปนะค่าสส~!!!^0^
    #12
    0