ห้วงฝัน อันธการ

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ความผีไม่มีจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    8 ธ.ค. 61

-2-

วันนี้พงศ์ขวัญจอดรถเก๋งที่ไว้ที่บริษัท หลังมื้อค่ำแสนประหลาดชีวินก็มาส่งเขาที่บ้าน ระหว่างทางเจ้าตัวก็คุยจ้อตามปกติ ส่วนใหญ่เป็นทำนองชื่นชมเจ้านายคนใหม่ที่ดูดีทั้งหน้าตาและหน้าที่การงานของพวกเขา

ปีนี้ขวัญอายุยี่สิบหก ถึงแม้จะทำงานที่นี่มากว่าสองปีแต่เพราะเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ติดลบก็เลยรู้จักคนน้อย ต้องขอบคุณนิสัยพูดเก่งและเข้ากับคนง่ายของชีวินทีเดียวที่ทำให้พวกเขาสนิทกันแบบนี้

“ผมกลับก่อนนะ ฝันดีนะครับพี่ขวัญ” ชีวินบอกลาขณะที่พวกเขายังอยู่ในรถ

“อือ...” ขวัญยิ้มบางๆ พยักหน้าตอบกำลังจะหันไปเปิดประตูรถก็ชะงักไปอึดใจหนึ่ง จนเจ้าของรถรู้สึกถึงความผิดปกติ

“เป็นอะไรเหรอครับพี่ขวัญ?”

บ้านของขวัญเป็นบ้านสองชั้นขนาดกะทัดรัด ตอนที่หันมาเปิดประตูรถ เขาเหลือบมองขึ้นไปยังชั้นสองอันเป็นตำแหน่งห้องนอนของตัวเอง คล้ายว่ามีแสงไฟลอดออกมา หลังผ้าม่านของหน้าต่างที่เปิดอยู่ยังมีเงาคนอยู่ด้วย

                เขาหลับตาลงสองสามวินาทีก่อนจะลืมขึ้นมาใหม่ คราวนี้แสงไฟดับลงไปแล้ว

                “พี่ขวัญ” ชีวินยื่นมือมาแตะไหล่ ขวัญกะพริบตาสองสามครั้งไล่ความตื่นตระหนกแล้วส่ายหน้า

“ไม่มีอะไรหรอก พี่คงตาฝาดไป” น้ำเสียงขวัญไม่สู้ดีนัก คล้ายกำลังปลอบใจตัวเองมากกว่า

“ตาฝาด? พี่เห็นอะไรอ่ะ? อย่าบอกนะว่าบ้านพี่มีผีด้วย!” ชีวินถามอย่างหวาดๆ

“ผีไม่มีในโลกสักหน่อย” ขวัญตอบเสียงเข้มก่อนจะเปิดประตูออกไป

ชายหนุ่มไขประตูบ้านอย่างระวัง แต่เมื่อสังเกตว่าไม่มีร่องรอยการงัดแงะก็ค่อยใจชื้นนึกขำตัวเองที่ระแวงจนหลอน

หลังจากเขาเดินวนไปมาเปิดไฟในบ้านจนสว่างโร่แล้วไม่เจออะไรผิดปกติก็ค่อยหย่อนก้นลงที่โซฟากดเปิดทีวีให้เสียงดังลั่นเข้าไว้... อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจ

ขวัญไม่ได้ทำอย่างนั้นเพราะกลัวผี... เขาเชื่อว่าโลกนี้ไม่มีผี แต่สิ่งที่เขากลัวคือคนต่างหาก...

เพราะคนเท่านั้นที่ส่งของพวกนี้มาได้...

บนโต๊ะใกล้ๆ มีซองกระดาษสีน้ำตาลอยู่สองสามซอง ในนั้นมีรูปถ่ายของเขาอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ก็เหมือนมีใครบางคนคอยจับตามองเขาไปทุกที่ ทั้งยังเก็บภาพมาได้โดยที่เขาไม่รู้ตัว...

แล้วยังมีข้อความสั้นๆ ติดมาว่า...

“ระวังตัวด้วย”

เขาไม่เข้าใจความหมายของมันเลย... ถ้ามีแต่รูปเฉยๆ ก็พอจะคิดได้ว่านี่อาจจะเป็นแค่การคุกคามธรรมดาของคนโรคจิต ถ้าจะมีคำขู่อะไรติดมาก็อาจจะเป็นเพราะเขาอาจจะไปล่วงเกินทำให้ใครไม่พอใจ แต่คำเตือนแบบนี้ทำเอาเขามืดแปดด้านจริงๆ ว่าใครกันแน่ที่ส่งของแบบนี้มา แล้วส่งมาเพื่ออะไร

แต่จุดหนึ่งที่น่าสงสัยแต่ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกันหรือเปล่าก็คือรูปพวกนี้ถูกส่งมาเดือนละครั้งหลังจากที่เขาเซ็นสัญญากู้เงิน ประกอบกับประกันชีวิตที่ทำไปเลยทำให้รู้สึกหวาดระแวงไปหมดว่าจะมีคนมาเอาชีวิต

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ การที่เขาเอาเรื่องเพ้อเจ้อพวกนั้นไปพูดให้เจ้านายตัวเองฟังน่ะมันเป็นเรื่องงี่เง่าที่สุดเลย เขาได้แต่เอามือขยี้หัวตัวเองจนยุ่งเหยิงเมื่อคิดถึงเรื่องที่ทำลงไปก่อนหน้านี้ ยิ่งคิดถึงเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายที่เหมือนจะบอกว่าเขาไร้สาระแบบอ้อมๆ ด้วยแล้วมันยิ่งรู้สึกว่าน่าอายซะเหลือเกิน ให้ตายสิ!

ขวัญเอนหลังลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรง พยายามปลอบตัวเองว่าเขาไม่ได้สนิทกับธารามาก เดี๋ยวอีกฝ่ายก็คงลืมแล้ว อย่าไปใส่ใจดีกว่า ดวงตาที่อ่อนล้าปิดลงแล้วผ่อนลมหายใจเข้าออก ยังได้ยินเสียงทีวีจอแจข้างหูเบาๆ ก่อนที่สติจะเลือนรางลงเรื่อยๆ

ในความฝัน... จู่ๆ ทีวีที่เปิดอยู่ก็ปิดลง ภายในบ้านเงียบสงัดจนวังเวง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาเคลื่อนมาหยุดอยู่ใกล้ๆ ค่อยๆ ชะโงกลงมามองร่างที่สลบไสลไร้สติที่โซฟาตัวยาวด้วยแววตาวาวระยับ

มือใหญ่ค่อยๆ ขยับปลดเนกไทสีฟ้าอ่อนออกให้ช้าๆ ตามด้วยปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนอย่างเบามือจนเผยให้เห็นผิวขาวที่แผ่นอก นิ้วเรียวลากไล้ไปถึงยอดอกก่อนจะคลึงเบาๆ จนร่างนั้นสั่นสะท้านค่อยๆ ปรือตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย

ทั่วบริเวณมืดสนิทเงียบสงัดปราศจากเสียงใดๆ นี่เขาปิดไฟตอนไหนกันเล่า ขวัญถามตัวเองพลางเพ่งมองเงาตะคุ่มๆ ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ แต่ดวงตาก็หนักอึ้งจนลืมแทบไม่ไหว

“นั่นใคร?”

ใครคนนั้นไม่ได้ตอบซ้ำยังถือวิสาสะช้อนร่างเขาอุ้มขึ้นมาในอ้อมแขนอีกด้วย

แม้ว่าขวัญไม่ใช่คนอ้วน แต่สำหรับผู้ชายทั่วไปแล้วต่อให้รูปร่างเพรียวบางแค่ไหนแต่ด้วยกระดูกและกล้ามเนื้อก็ทำให้ค่อนข้างหนัก แถมเขาเองก็ไม่คนตัวเล็กเสียด้วย ทว่าร่างนั้นกลับอุ้มเขาขึ้นมาอย่างมั่นคง เป็นสัมผัสที่คุ้นเคยอย่างแปลกประหลาดราวกับว่ามีใครบางคนเคยอุ้มเขาแบบนี้อยู่บ่อยๆ เมื่อนานมาแล้ว

ชั้นล่างมืดสนิทก็จริงแต่แสงไฟจากชั้นสองยังพอส่องมาถึงบันได ขวัญที่ง่วงมากจากเผลอหลับไปทันทีที่กลับมาบ้านตอนนี้ก็ฝืนลืมตาอีกไม่ไหว ร่างของเขาลอยอยู่ในอ้อมแขนระหว่างอีกฝ่ายก้าวขาพาขึ้นบันไดไปที่ชั้นสอง ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมาจากปากชายปริศนา

ร่ายกายขยับไม่ไหว ตาลืมไม่ขึ้น ทว่าเรียวปากบางกลับเอ่ยชื่อหนึ่งขึ้นมา

“ชะ... ชิน...”

แววตาคนฟังหม่นลงเล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ดุดัน

“เสียใจด้วยนะ ไม่ใช่เขาหรอก”

.

รุ่งเช้าวันต่อมา แสงแดดลอดผ่านบานหน้าต่างที่เปิดไว้เข้ามาแยงตา จนชายที่นอนอุตุบนเตียงนุ่มต้องใช้หมอนปิดหน้าไว้อย่างรำคาญ ทว่าหลับต่อไปได้ไม่นานก็สะดุ้งขึ้นมาอย่างตกใจ วันนี้เป็นวันทำงาน และเขาไม่ควรจะตื่นสายแบบนี้ ว่าแต่... ทำไมมือถือไม่ปลุก?

เขาหันรีหันขวางแล้วพบว่าเขาไม่ได้เอามือถือขึ้นมาด้วย อีกอย่างร่างกายก็รู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ พอเลิกผ้าห่มออกก็พบว่าร่างกายเปลือยเปล่า

เขาแข็งทื่อไปชั่วขณะก่อนจะประมวลเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว จำได้ว่าเมื่อวานเขานอนที่โซฟาชั้นล่าง ไม่ได้ขึ้นมานอนในห้องนอนตัวเองสักหน่อย แถมยังเพลียจนหลับไปทั้งๆ ที่ใส่ชุดเดิมอีก แต่ทำไมตอนนี้ร่างกายกลับไร้ซึ่งอาภรณ์สักชิ้น ถึงเขาจะชอบฝันร้ายแต่ไม่เคยละเมอหนักขนาดถอดเสื้อผ้าตัวเองนี่นา

พลันภาพฝันวันวานก็ย้อนคืนกลับมาอีกครั้ง บางทีเงาคนที่เห็นตอนกลับมาถึง อาจจะไม่ใช่เพราะตาฝาด หรือแม้กระทั่งอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบอุ้มนั่นแจจะไม่ใช่แค่ความฝันก็ได้...

แต่ว่าคนที่บุกรุกเข้ามาในบ้านเขามันใครกันล่ะ?

++

                ปริศนาค้างคาใจยังไม่เฉลยสักอย่าง ขวัญกำลังกังวลว่าถ้าต้องหวาดระแวงต่อไปแบบนี้คงต้องสติแตกเข้าสักวันแน่ ถึงอย่างนั้นก็ยังอดทนไปทำงานเหมือนปกติ พลางคิดไปว่าที่ทำงานมีคนอยู่เยอะ บางทีอาจจะปลอดภัยกว่าอยู่บ้านคนเดียวก็ได้ และถ้าที่บ้านไม่ปลอดภัย เขาควรจะย้ายไปอยู่คอนโดที่มีระบบการรักษาความปลอดภัยรัดกุมกว่า

                เขาทำงานไปถอนใจไปอย่างเศร้าสร้อยจนคนที่อยู่แผนกเดียวกันอดรนทนไม่ไหว

                “พี่ขวัญ ตกลงเมื่อวานพี่โดนผีหลอกใช่ไหม?” ชีวินผู้ชื่นชมเรื่องงมงายเป็นชีวิตคาดเดาออกมา

                “จะบ้าหรือไงล่ะ ไม่ใช่!”

                “แล้วเป็นอะไรล่ะ สีหน้าไม่สู้ดีเลย”

                “มีเรื่องเครียดๆ นิดหน่อย”

                “มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาผมได้นะพี่” ชีวินบอกเขา สีหน้าท่าทางเป็นห่วงอย่างจริงใจ

                ขวัญมองตาอีกฝ่ายมองเห็นความห่วงใยที่ส่งผ่าน ถึงแม้ว่าจะไม่กล้าเล่าทุกอย่างให้ฟังเพราะกลัวว่าชีวินจะพลอยกังวลตามไปด้วย แต่ก็คิดว่าควรจะรับความหวังดีของเขาสักครั้ง

                “เออ วิน วันนี้พี่ขอไปค้างบ้านเราสักคืนได้ไหม”

                ที่ขวัญถามออกไปก็เพราะรู้สึกว่าบ้านของตัวเองเริ่มไม่ปลอดภัยแล้ว อยากจะหลบไปพักที่อื่นก่อนจะตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป

                “ได้สิ ไปนอนหลายๆ คืนก็ได้” ชีวินตอบตกลงอย่างไม่ต้องคิด ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นดีใจมากด้วยซ้ำ

.

                ตกเย็นขวัญที่ใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยทั้งวันเลยทำงานไม่คืบหน้า หมดเวลางานแล้วก็ยังมีงานที่กองสุมอยู่ปึกใหญ่

                “พี่ขวัญ... เราจะกลับกันหรือยัง?” ชีวินที่กระตือรือร้นกว่าทุกวันเดินเข้ามาเร่ง

                “ขอโทษนะ พี่ว่าจะแก้งานตรงนี้อีกนิดนึงน่ะ รอแป๊บได้ไหม?”

                “ได้สิ... ระหว่างรอ มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าล่ะ?”

                “อืม... ระหว่างนั้นวินเอางานปึกนี้ไปฝ่ายสินเชื่อที่ชั้นหกทีนะ”

                “ได้เลย” วินหยิบเอกสารขึ้นมาแนบอกจากนั้นตบเท้าทำวันยาหัตอย่างขึงขังก่อนจะเดินออกไป ขวัญมองตามด้วยรอยยิ้มขบขัน เมื่อหนุ่มรุ่นน้องลับตาไปเขาก็ก้มลงทำงานที่ค้างไว้ต่ออย่างตั้งใจ

                กึก กึก กึก!

                พักใหญ่ต่อมา เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาแต่ไกล จากนั้นประตูห้องทำงานถูกกระชากเปิดอย่างรุนแรงพร้อมใบหน้าเหลอหลาผมเผ้ากระเซอะกระเซิงของหนุ่มรุ่นน้อง

                “ช่วยด้วยพี่ขวัญ... ผมโดนผีหลอก!!”

                “อะไรนะ!!”

                “.....” ชีวินเบะหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

                ขวัญมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงุนงงระคนเอือมระอา รู้ก็รู้ว่าชีวินน่ะกลัวผีมาก เรื่องจะเชื่องมงายเวลาใครเล่าอะไรให้ฟังหรือเห็นเงาแล้วคิดมโนไปเองก็พอจะเข้าใจอยู่ แต่นี่มันก็ไม่ได้มืดมาก ในตึกก็คนเยอะแยะจะไปเจอผีที่ไหนมาล่ะ?

                “ไปเจออะไรมาไหนเล่ามาซิ”

                “ก็เมื่อกี้นี้ที่พี่ใช้ให้ผมขึ้นฝ่ายสินเชื่อไปที่ชั้นหก ขาไปก็ไม่เท่าไร แต่ตอนขากลับนี่สิ บรรยากาศกลับวังเวงจนน่าขนลุก ผมเดินตัดผ่านโถงทางเดินไปที่ลิฟต์ ระหว่างทางหลอดไฟเจ้ากรรมก็เกิดติดๆ ดับๆ อีกต่างหาก ผมนึกด่าทอตั้งแต่ผู้บริหารยันยามที่ไม่ยอมซ่อมบำรุงเสียบ้างแล้วสาวเท้าเร็วขึ้นไปอีก ระหว่างเดินจู่ๆ ก็ได้ยินเหมือนเสียงรองเท้าย่ำตาม ผมชะงักเท้าแล้วหันขวับไปมองด้วยความดีใจที่มีเพื่อนร่วมทาง ทว่าก็พบแต่ความว่างเปล่า

ผมหน้าเสีย ใจเต้นโครมครามไม่หยุดค่อยๆ หันกลับไปสงบอารมณ์ ทว่าเมื่อก้าวเท้าอีกครั้งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำตามอีก คราวนี้ก้าวย่างของผมยาวขึ้นและเร็วขึ้นไม่นานผมก็รู้สึกเหมือนกับมีอะไรบางอย่างตามหลังมา ผมกลั้นใจหันไปมอง... คราวนี้ชัดแจ๋ว ถัดจากไฟนีออนดวงนั้นที่กะพริบติดๆ ดับๆ ที่มุมมืดของบันไดมีเงาร่างสูงใหญ่ยืนอยู่ ตรงนั้นมืดมากเพราะไม่มีไฟเลยสักดวง มืดจนคิดว่าไม่ควรมีมนุษย์ที่ไหนจะไปยืนทำมิวสิก ผมเขม้นมองอยู่ชั่วอึดใจก็มองหน้าเขาได้ไม่ชัด ที่เห็นชัดมีเพียงดวงตาเรียวยาวที่ถลึงจ้องกลับมาอย่างดุดัน... ทำเอาผมขนลุกไปทั้งตัว วินาทีต่อมาเขาคล้ายกับจะยกมือขึ้นกวักเรียกผมให้เข้าไปหา...”

“แล้วนายไปไหม?”

“โธ่! ถามมาได้ อย่าว่าแต่เดินเข้าไปเลย อยู่ต่อก็โง่แล้ว ผมวิ่งแนบไปที่ลิฟต์ทันทีแล้วกดย้ำๆ เหมือนคนบ้า กว่าจะมาถึงนี่ได้ก็หกล้มหกลุกตลอดทาง”

                “วิน... อะไรของนายเนี่ย ผีไม่มีในโลก ถ้าไม่ตาฝาดก็คงหลอนไปเอง”

                “แต่ผมเห็นจริงๆ นะพี่ ตาของเขาตอนที่มองมาทางผมมันเหมือนเคียดแค้นอะไรมาแล้วอยากฆ่าให้ตายอย่างนั้นแหละ! พี่ขวัญ... ผมว่าเรารีบกลับกันเถอะ” วินเริ่มจะร้องไห้แล้ว ความกลัวผีทำให้เขาขี้แยเหมือนเด็กเล็กๆ ขวัญถอนใจเฮือกใหญ่เอามือกุมขมับอย่างอย่างกลัดกลุ้ม

                “ก็ได้ๆ กลับแล้ว” ขวัญรับคำอย่างจนใจจากนั้นเริ่มลงมือเก็บของบนโต๊ะ นาทีต่อมาเขาก็สะพายกระเป๋าแล้วเดินตามชีวินออกจากห้องทำงาน ชีวินดูเหมือนจะกลัวมากจนเกี่ยวแขนรุ่นพี่ของตนไว้แน่นระหว่างตรงไปที่ลิฟต์

                ระหว่างนั้นทั้งสองไม่ได้สังเกตเห็นเงาคนที่ยืนแอบอยู่ที่มุมอับของทางไปห้องน้ำเลย

                ชายหนุ่มร่างสูงสวมเชิ้ตสีฟ้าเข้มยืนตะแคงข้างด้วยในหน้าถมึงทึง ใบหูที่สวมบลูทูธไว้ได้ยินเสียงพูดคุยของคนสองคนอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าจะมีเสียงสัญญาณแทรกบ้างทว่ายังฟังรู้เรื่อง

                “พี่ขวัญ... ก่อนจะไปบ้านผม เดี๋ยวผมจะพาไปกินผัดไทยเจ้าอร่อยก่อนนะ รับรองพี่ต้องชอบแน่ๆ”

               น้ำเสียงกลับมาร่าเริงจนลืมเรื่องผีไปแล้วสินะ!

               “อืม... เอาสิ”

                ใบหน้าที่ดุดันคล้ายจะเครียดคล้ำมากขึ้นไปอีก เขาส่งเสียงฮึขึ้นจมูกพลางเอ่ยอย่างเข่นเขี้ยว

                “ฆ่าให้ตายงั้นเหรอ? ชักอยากจะทำขึ้นมาจริงๆ ซะแล้วสิ!”

+++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 maiamy0321 (@maiamy0321) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 15:22
    ผีขี้หึงนะเนี่ย
    #1
    0