Mr.M (Markbam)

ตอนที่ 42 : Mr. M 41

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,525
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 901 ครั้ง
    31 ส.ค. 63

 

You’re the right time at the right moment
You’re the sunlight keeps my heart going
Know when I’m with you Can’t keep myself from falling

 

“นาย ครับ ฝนตกหนักมาก  มองไม่เห็นทางเลยครับ เพื่อความปลอดภัยผมว่าเราควรจอดพักรอให้ฝนซาก่อน”  

 

เสียงคนขับรถเอ่ยขึ้นอย่างกังวล  ด้วยพายุฝนที่จู่ๆก็ตกลงมาพัดโหมกระหน่ำจนมองแทบไม่เห็นทาง   ถนนหนทางเเม้ไม่ค่อยมีรถเเต่ก็อันตรายมาก  ขนาดที่คนขับรถมาหลายสิบปีอย่างเขาต้องใช้สมาธิเเละความระมัดระวังค่อนสูง  ก็อดหวั่นใจกลัวไม่ไ ด้ 

 

“แต่ผมไม่อยากรอเเล้ว  ถ้าขับไม่ได้ก็จอดตรงนี้  ผมขับเอง”  เป็นมาร์ค ที่อดรนทนไม่ไหวต้องเอ่ยขอเปลี่ยนหน้าที่แทน  แม้ตอนนี้ร่างกายของเขามันไม่เต็มร้อยเพราะเหนื่อยจากการบินตรงมานานกว่าสิบชั่วโมงจากนิวยอร์กถึงกรุงเทพ  และนั่งรถจากกรุงเทพมาต่างจังหวัด ร่วมๆก็มากกว่า 18 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว  แต่เขาไม่อาจทำใจหยุดพักหรือรอได้เลย

 

ใจมันเต้นกระหน่ำแปลกๆ ยิ่งสายฝนที่เทลงมา ใจมาร์คก็ราวกับจะเต้นตามสายฝนไปด้วย  

 

เป็นห่วง  คิดถึง  หวาดกลัว  ทุกสิ่งทุกอย ่างผสมปนเปไปหมดจนเเยกไม่ออกว่าควรเลือกหรือจะทำสิ่งใดให้รอบคอบเเละปลอดภัยที่สุด   ตอนนี้ทั้งหัวใจเเละหัวสมองมันนึกได้เพียงอย่างเดียว  คือต้องไปหาเเม่หมูเเละเจ้าลูกหมูจิ๋วให้ได้ในตอนนี้

 

“แต่นายครับมันอันตราย”

 

“ผมไม่ได้ถามความเห็นคุณ!”   สุดท้ายคนขับก็ขัดใจเจ้านายไม่ได้ ยินยอมลงจากเบาะคนขับเปลี่ยนมานั่งเบาะข้างๆคอยดูทางให้เจ้านายด้วยความระมัดระวัง   มาร์คต้องใช้ความพยายามสูงมากในการขับรถในสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งไม่ชินท างเเละสิ่งเเวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย  เเต่ขาก็ไม่หยุดเหยียบคันเร่งเเม้จะต้องเเตะเบรกเป็นระยะๆก็ตาม   กว่าจะถึงหน้าบ้านก็ทุลักทุเลเต็มทน

 

“ทำไมบ้านมืดขนาดนี้”  มาร์คพึมพำ นี่เพิ่งจะห้าโมงนิดๆ  เวลานี้แบมแบมควรออกมาเดินรับลม หรือไม่ขณะที่ฝนตกขนาดนี้  ก็ต้องมีการเปิดไฟบ้างไม่ใช่เหรอ  เเต่นี่นอกจากไฟดวงเล็กๆหน้าบ้านเเล้ว กลับดูไม่เหมือนมีคนอยู่เลยสักนิด

 

ไปไหนกัน?  

 

คงไม่ใช่หนีมาร์คไปอีกแล้วหรอกนะ!

 

ไวกว่าความคิด  สองเท้าก็กระโจนวิ่งลงจากรถทันทีที่เปิดประตูออกได้  ฝ่าสายฝนจนตัวเปียกโชก  ยิ่งรั้วที่ไม่ได้ล็อกก็ยิ่งทำให้หวาดกลัว  ถ้าเกิดไม่มีคนอยู่บ้านทำไมไม่ล็อครั้ว?   

 

“แบม แบมอยู่ไหน! ผมกลับมาเเล้ว”  ตะโกนถามคำรามเเข่งกับเสียงฟ้า  สายตากวาดหาร่างนุ่มนิ่มบอบบางไปทั่วความมืด  ความรู้สึกต ีกลับไปมาหลากหลายอารมณ์จนสับสน  ก่อนที่จะบ้าไปมากกว่านี้ เสียงหวานๆที่คุ้นหูก็ดังออกมาจากมุมมืด

 

“ช่ว ย..ด้วย”   พยามเงี่ยหูฝ่าเสียงสายฝนฟัง  พอสมองประมวลผลได้ว่าเป็นเสียงใครเเละมาจากที่ใด ก็ออกตัววิ่งอีกครั้ง  และภาพที่ได้เห็นก็ทำเอามาร์คแทบจะหยุดหายใจ

 

“แบมเกิดอะไรขึ้น!” 

 

“ลูก…ช่วย”

 

ใบหน้าซีดขาวดูเหมือนไร้สีเลือดของคนรักที่ทรุดตัวนั่งอยู่บนพื้นที่เปียกแฉะไปด้วยหยา ดน้ำฝนเเละหยาดโลหิตไหลทั่วบริเวณทำมาร์คใจแทบขาด   เสียงหวานๆนั่นแทบไม่มีเรี่ยวแรงเอ่ยเรียกเขาเเล้วยิ่งทำให้มาร์คอยากจะร้องไห้ เห็นเเค่นี้ก็เจ็บจนจะขาดใจตายเเล้ว  แล้วเเบมเเบมจะเจ็บมากเท่า ไหร่กัน  

 

“ไม่เป็นไรนะ ไม่เป็นไร คนดีผมอยู่นี่  อดทนนะครับ อดทน”  กลั้นก้อนสะ อื้นจนเจ็บไปทั้งอก  พยายามฝืนทำตัวเข้มเเข็ง  เป็นเสาหลักให้คนรักได้ยึดไว้  กายเเกร่งค่อยช้อนตัวคุณเเม่ท้องโตมาอุ้มเเนบอก  ทนุถนอมอ่อนโยนราวกับคนในอ้อมแขนเป็นตุ๊กตาเเก้วที่หากมาร์คเผลอลงเเรงไปนิดจะทำให้คนๆนี้เจ็บปวดมากขึ้นไปอีก โอบอุ้มอย่างเเผ่วเบาระมัดระวังทุกก้าวเดิน  เเม้ในใจมาร์คแทบอยากจะวิ่งออกไปให้ถึงโรงพยาบาลเเล้ว  แต่เขาทำเช่นนั้นไม่ได้

 

ทั้งชีวิตเเละลมหายใจของมาร์คอยู่ในอ ้อมเเขนนี้  หากเขาเผอเรอใจร้อนเกรงว่าจะทำให้ทั้งสองต้องบาดเจ็บ

 

 

 

“นาย!”

 

“เอารถออกเดี๋ยวนี้!”

 

“คะ..ครับๆนาย!”

 

 ตะโกนสั่งลูกน้องที่กุลีกุจอมาเปิดประตูรอไว้  มาร์คอุ้มเเม่หมูเข้ามาในรถทั้งๆที่ยังไม่ปล่อยจากอ้อมกอด   เขากลัวเหลือเกินว่าหากเผลอวาง  คนในอ้อมแขนเ ขาจะสลายหายไป ระหว่างทางมาร์คเหมือนคนโง่ที่ไร้หนทาง  ทำได้ปลอบประโลมคนรักด้วยคำพูดที่ว่าไม่เป็นไร  ทุกอย่างมันจะออกมาดี  ไม่เป็นไร  อยู่อย่างนั้น  เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดๆมาปลอบใจคนรักได้  เพราะเขาเ องก็เจ็บไปทั้งใจเเละกังวลพอกัน

 

ความรู้สึกไม่ได้เป็นแต่เจ็บมากกว่าหลายพันเท่า  มันเป็นแบบนี้สินะ

 

“อดทนอีกนิดนะครับ อีกนิดเดียวเราจะได้เจอลูกหมูเเล้ว ทนอีกนิดนะครับ”  จูบกระหม่อมปลอบประโลมคนในอ้อม เเขนทั้งน้ำตา แบมแบมนิ่งไปแล้วมาร์คยิ่งใจไม่ดี  แต่เหมือนสวรรค์จะเมตตาให้ฝนซาฟ้าเปิด  ถนนหนทางถึงได้สะดวกกว่าเดิมมากนัก นึกขอบคุณพระเจ้าที่เขาพาคนขับรถมาด้วย ไม่อย่างนั้นมาร์คไม่อยากคิดเลยว่าจะพาแบมแบมไปโรงพยาบาลยังไง  เพราะสอง มือของเขามันสั่นจนแทบไม่มีสติพอที่จะขับรถเองเลยด้วยซ้ำ

 ในไม่ช้าก็ถึงโรงพยาบาลที่หมาย  ทันทีที่ส่งเเบมเเบมเข้าห้องฉุกเฉินได้ก็ราวกับความเข้มเเ ข็งที่ทนฝืนมาทั้งหมดนั้นพลันสลายหายไปทัน 

 

ร่างสูงสง่าหมดราศีทรุดกายนั่งกับเก้าอี้โรงพยาบาลอย่างอ่อนล้า  สองมือหนายกปิดหน้าสะอื้นออกมาราวกับจะปลดปล่อยทุกความรู้สึกที่ทนกักเก็บอยู่ให้ออกมาให้หมด   มาร์คในตอนนี้เหมือนเขื่อนที่แตกเพราะกักเก็บทุกสิ่งทุกอย่างมามากเกินไปแล้ว  พายุอารมณ์เเละหยาดน้ำตาไหลมาไม่ขาดสายด้วยทั้งหวาดกลัวและเป็นห่วงคนในห้องฉุก เฉินนั้นจนแทบบ้า   และอีกความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาคือโกรธตัวเองเหลือเกินที่ทำอะไรไม่ได้  นอกจากรออยู่เเบบนี้  

 

รอทั้งที่ทรมานและเจ็บปวดไปทั้งใจ

 

“ญาติคนไข้ที่ตั้งครรถ์อยู่ไหนครับ”  การรอคอ ยคล้ายสิ้นสุด  เสียงของคุณหมอในชุดขาวก็ดังขึ้น  ทำให้มาร์คต้องรีบปัดหยาดน้ำตา ลากร่างสะโหลสะเหลเดินไปหา  ไม่ทันจะได้ขอความช่วยเหลือว่าไม่เข้าใจภาษา  คนทีเป็นหมอตรงหน้าก็เหมือนจำกันได้ถึงได้ตอบสิ่งที่มาร์คคิดว่าจะถามออกมาเป็นภาษา สากลให้เขาได้เข้าใจ

 

“คนไข้ล้มค่อนข้างเเรงนะครับ ครรถ์ได้รับการกระทบกระเทือนค่อนข้างมาก  หมอจ ำเป็นต้องพาน้องออกมาก่อนจะเป็นอันตรายไปมากกว่านี้”

 

“แล้ว  เขาไม่เป็นอะไรใช่มั้ย  ห มายถึง ถ้าเขาออกมาตอนนี้เขาจะสมบูรณ์เเข็งเเรงใช่มั้ยครับ”

 

“ปลอดภัยครับ น้องมีพัฒนาการเต็มที่เเล้ว กำหนดคลอดน้องเป็นอาทิตย์ถัดไปแต่คลอดตอนนี้ก็ไม่เป็นอะไรครับ  เรามีตู้อบปรับสภาพน้องแล้ว”

 

“ เเล้วภรรยาผม”

 

“คนไข้เสียเลือดค่อนข้างมากครับ ทางเราให้เลือดสำรองไปแล้วคิดว่าไม่น่ามีปัญหา หา กความดันคงที่หมอคงต้องผ่าทันที”

 

“งั้นก็ผ่าเลยครับ”   ทันทีที่รู้ว่าจะปลอดภัยมาร์คถึงได้ยิน ยอมให้คุณหมอได้ทำการรักษาต่อ  ถอนหายใจอย่างโล่งอกกลับมานั่งรอที่เดิมแทน  แต่สภาพอารมณ์ต่างกับเมื่อครู่ลิบลับ  จากที่นั่งร้องไห้จนตัวสั่น  ก็กลายเป็นนั่งเขย่าขาไปมาด้วยความตื่นเต้นที่จะได้เจอหน้าปีศาจน้อย

 

เนิ่นนานกว่าสองชั่วโมง  เสียงกรีดร้องของชีวิตที่เกิดใหม่ก็ดังลั่นออกมาหน้าห้อง จนคนได้ยินเผลอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาไม่ได้  ไม่นานหลังจากนั้น พยาบาลชุดขาวก็เข็ญเปลเล็กๆที่มีก้อนกลมๆในผ้าขนหนูผืนสะอาดดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมา

 

“ยินดีด้วยนะคะคุณพ่อ   น้องเพศชาย น้ำหนัก 3,750 กรัม สมบูรณ์เเข็งเเรงดีค่ะ” เสียงนั้นพูดอะไรบางอย่างแต่มาร์คก็คล้ายจะไม่ได้ยิน  หัวสมองมันเหมือนตัดขาดออกจากโลกภายนอกไปหมดเเล้วทันทีที่ได้เห็นหน้าคนที่มาร์ครอมาตลอด

 

เจ้าก้อนกลมนั้นอวบอ้วนน่ารักน่าชังเหลือเกินในสายตามาร์ค  คล้ายกับเด็กน้อยที่อยู่ในเปลเป็นสิ่งประหลาดมีเวทมนตร์สามารถร่ายมนต์ให้ทุกความเจ็บปวดเเละทุกข์ทรมาน ใจของมาร์คให้หายหมดไปทันทีที่ได้เห็นหน้า  ตอนนี้ยังดูไม่ออกมาหน้าเจ้าเด็กน้อยนี่เหมือนใคร  เเต่จมูกโด่งๆนี่ขอโมเมเอาเเล้วกันว่าเหมือนมาร์ค  ผิวหนังยับย่นขึ้นสีอมชมพูนั้นไม่ได้ทำให้มาร์ครู้สึกรังเกียจเลยเเม้เเต่นิด  กลับกันเขาอยากจะเอื้อมมือไป สัมผัสความยับย่นนี่เสียเหลือเกิน  

 

เเต่มือเขายังคงเปรอะเปื้อนทั้งเลือดเเละหยาดน้ำฝน  คงจับลูกไม่ได้ตอ นนี้หรอก   มือหนาจึงได้เเต่เพียงปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความดีใจเท่านั้น

 

“เอ่อ My Wife?” มาร์คถามพยาบาลคนนั้นเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆให้เธอเข้าใจ

 

“ปลอดภัยเหมือนกันค่ะ  อีกสักครู่จะพาไปห้องพ ักฟื้นนะคะ  คุณพ่อตามไปได้เลยนะคะ”  พยาบาลสาวรีบเปลี่ยนภาษาบอกคุณพ่อชาวต่างชาติ  ก่อนจะเข็นรถออกไปให้มาร์คได้มองตาม  

 

“มาร์ค!  คุณทำอะไรพี่ชายผม” ไม่ทันจะได้หันกลับไปสนใจคนในห้องที่ยังไม่ออกมา  เสียงดุๆก็ร้องตะโกนเรียกชื่อพร้อมกับคอเสื้อที่ถูกเด็กยักษ์กระชากเข้าหา  หัวคิ้วคมนั้นขมวดฉับด้วยความไม่พ อใจ  เเม้คนตรงหน้าจะเป็นน้องชายของเเบมเเบมก็ตาม

 

สาบานได้เลยว่ามาร์คจะไม่มีทางให้ลูกหมูเข้าใกล้เด็กไร ้มารยาทคนนี้แน่!

 

“ยูคยอมไม่เอาครับ คุยกันดีๆ”  บัวบูชารีบเข้าห้ามทัพ  หลังจากเธอกลับบ ้านเเล้วพบกับกองเลือด  นึกเฉลียวใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นถึงได้เข้ามาสอบถามที่โรงพยาบาล ก็พบกับลูกเขยยืนอยู่ตรงนี้

 

“เกิดอะไรขึ้นคะคุณมาร์ค  ทำไมมีกองเลือดแล้วแบมแบมอยู่นี่ด้วยหรือเปล่า”

 

“คลอดเเล ้วครับ  เจ้าลูกหมูออกมาเเล้ว”

 

“จะ..จริงเหรอ!  เป็นไงบ้าง หลานล่ะ หลานอยู่ไหน ปล อดภัยมั้ย เเล้ว"

 

“ยูคยอมครับ สติก่อนลูก!  คุณอธิบายให้เราฟังได้มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้น” บัวบูชา รีบดุงสติลูกชายคนเล็กก่อนจะร้องถามถึงต้นสายปลายเหตุ เธอเองก็ทั้งตื่นเต้นและตกใจไม่ต่างจากลูกชายคนเล็กเลย

 

R 20;ผมไม่เเน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่ผมไปเห็นแบมแบมก็อยู่ที่พื้นเเล้ว  คิดว่าจะลื่นล้ม  กระเเทกค่อนข้างเเรงครับทำให้หมอต้องผ่าเอาเจ้าตัวเล็กออกมาก่อนกำหนด  ตอนนี้ปลอดภัยทั้งคู่  อีกสักพักแบมก็คงออกมา”

 

“เฮ้อ โล่งอกไปที นึกว่าจะเกิดเรื่องร้ายเเรงเเล้ว”   แม้ข่าวว่าลูกล้มนั้นจะทำให้เธอใจเเทบหยุดเต้น  เเต่พอท ราบข่าวว่าปลอดภัยทั้งลูกและหลานก็คลายความเป็นห่วงไปได้เยอะ

 

เตียงผู้ป่วยถูกเข็ญออกมาอีกครั้ง  คนที่นอนอยู่นั้น เรียกความสนใจของทุกคนได้เป็นอย่างดี  โดยเฉพาะมาร์คที่โผล่พรวดไปเกาะเตียงดูอาการเเล้ว

 

“แบมปล อดภัยเเล้ว  คงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง  งั้นเราขอไปดูหลานก่อนนะคะ  วานคุณมาร์คดูแลแบมแบมที” บัวบูชาเห็นอาการลูกเขยเป็นเช่นนั้นเลยได้เเต่ยิ้มบางๆเเล้วเปิดโอกาสให้มาร์คได้ใช้เวลากับเเบมเเบมให้เต็มที่   พลางยื้อยุดฉุดเเขนให้ลูกชา ยนั้นเดินออกมาไม่ไปเป็นก้างขวางคอ

 

จริงๆเห็นสภาพมาร์คเเล้วเธอก็อยากให้มาร์คไปพักนะ  แต่ดูแล้วมาร์คคงไม่ไ ปหรอก

 

 

 

 

 

“คุณเเม่ครับ ทำไมเราต้องออกมาด้วย  ดูสภาพมาร์คสิ คงให้เฝ้าไหวหรอก” ยูคยอมบ่นอุบอิบ  เนื้อตัวมาร์คต้วนนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำฝนเเละคราบเลือดของเเบมเเบม  แค่มองยูค ยอมยังตั้งสติแทบตาย  เเม่ก็ยังจะให้สภาพอย่างนั้นดูแลพี่ชายเขาอีกเหรอ

 

“นั่นคือสิ่งที่ลูกต้องเเก้ไขครับ แม่จำได้ว่าในรถลูกมีเสื้อผ้าสำรองอยู่  เอาไปให้คุณมาร์คเเล้วไปเจอเเม่ที่แผนกเด็กอ่อนนะครับ”

 

ทำไมผมต้องทำ?”

 

“เพราะคุณมาร์คเขาก็นับว่าเป็นคนในครอบครัวคนนึงเหมือนกันครับ  ไปเ ร็วครับอย่าให้เเม่ย้ำอีกรอบ”  บัวบูชายิ้มหวานให้ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปแผนกเด็กอ่อนตามประสาคุณยายเห่อหลาน

 

 

ห้องผู้ป่วย

มาร์คนั่งนิ่งๆมองคนที่หลับใหลอยู่บนเตียงด้วยความรู้สึกทั้งรักเเละเป็นห่วงอย่างสุดเเสน  และควา มรู้สึกที่เพิ่มขึ้นมาอีกคือความรู้สึกขอบคุณ   ขอบคุณเเบมเเบมเหลือเกินที่เกิดมามอบความรักให้เขา  ขอบคุณที่เข้ามาในโลกมืดๆของปีศาจตนนี้  ขอบคุณที่ทำให้เขารู้สึกคำว่ารัก   และขอบคุณที่สุดที่มอบของขวัญที่มีค่าที่สุดในชีวิตให้เขา

 

เสียงเปิดและปิดประตูเบาๆ เรียกความสนใจของมาร์คให้หันไปมอง  ก็พบเด็กไร้มารยาทนนั่นยืนอยู่ เขาเลิกคิ้วถามประมาณว่ามีอะไร แต่ถุงผ้าก็ถูกยื่นให้พร้อมกับคำอธิบาย

 

“คุณแม่บอกให้เอามาให้คุณ   ของใหม่นะยังไม่ได้ใส่  เป ลี่ยนซะสภาพคุณดูทุเรศมาก”  

 

“ขอบใจ”  มาร์คว่าเเค่นั้นก่อนจะรับมา  เข าเห็นด้วยกับยูคยอมนั่นแหละ  สภาพเขาตอนนี้มันคงดูไม่จืดอย่างที่ยูคยอมว่าจริงๆนั่นเเหละ  ถ้าแบมแบมตื่นมาเห็นคงตกใจน่าดู

 

“ขอบคุณเหมือนกันที่ช่วยทั้งพี่ชายและหลานผมไว้”

 

“นั่นเป็นสิ่งที่ผมต้องทำอยู่เเล้ว ”   บทสนทนาก็ถูกหยุดไว้เเค่นั้น  หนึ่งคนพยายามจะถามเพื่อสร้างบรรยากาศดีๆเเต่ทิฐิในใจมันก็สูงเสียดฟ้า  ส่วนอีกคนก็เอาเเต่สนใจคนที่หลับใหลมากกว่า  บทสนทนามันเลยกระอักกระอ่วนเเละอึดอัดพอสมควร 

 

“เฮ้อ  ผมจะไปดูหลานเเล้ว  แล้วจะกลับไปเอาของที่แบมเตรียมไว้มาให้ด้วย”  โอเค  ยูคยอมยอม เเพ้เเล้ว

 

“ขอบใจ”  มาร์คว่าเเค่นั้น  ก่อนจะได้ยินเสียงปิดประตูดังกว่าเดิมขึ้นเล็กน้อย บ่งบอกว่าคนที่เพิ่งออกไปนั้นไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่  รอยยิ้มเย็นชาสะใจเเต้มมุมปากมาร์คจางๆ

 

ยูคยอม ยังเป็นไอ้เด็กไร้มารยาทจริงๆด้วย…

 

 

 

 

“มาเเล้วเหรอครับ  ดูสิหลานเรา  น่าเกลียดน่าชังจริงเชียว”  คุณบัวบูชาทักลูกชายทั้งๆที่สองตานั้นยังจ้องก็นทารกในห้องกระจกอยู่  สองมือเรียวแต่แนบเเผ่นกระจกราวกับจ ะสัมผัสตัวเด็กน้อย

 

หลานเธอนี่น่าเกลียดน่าชังเสียเหลือเกิน  จ้ำม่ำขนาดนี้  มิน่าล่ะตอนท้องเเม่เจ้าตัวถึงบ่น ปวดหลังปวดขาบ่อยๆ

 

“น่ารักต่างหากครับคุณเเม่  ตัวใหญ่จังเลย แบมอุ้มจนปวดแขนเเน่” ยูคยอมว ่า อารมณ์เสียๆนั้นถูกปัดทิ้งไปหมดเลย  เจ้าก้อนของอายูค  กะปุ้กกะปิ้กที่สุด!

 

“โบราณเขาให้ชมว่าน ่าเกลียดน่าชังครับลูก ดูสิ  จมูกโด่งเชียว โตมาต้องหล่อเหมือนคุณพ่อเเน่ๆ”  ดูสั้นดั้งนั่นสิ  ไม่ต้องบอกก็รู้มั้งว่าลูกใคร  ขอบคุณทั้งมาร์คและแบมแบมเเล้วกันที่หน้าตาดี  หลานเลยหน้าตาดีตามไปด้วย 

 

“จมูกผมก็โด่งนะ  หล่อเหมือนคุณอาก็ได้นะครับ” 

 

“ค่าๆพ่อคนหล่อคนดีของเเม่”   บัวบูชารีบยิ้มหวานประจบลูกชายตัวโตที่เเสนขี้งอน  ก่อนจะพากันกลับไปเอาข้าวของให้ทั้งลูกเขยเเละลูกชาย

 

 

 

 

 

ทารกน้อยหลายคนนอนเรียงกันในห้อง เด็กอ่อน  แม้เด็กแรกเกิดจะมีหน้าตาที่ไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก แต่คนเป็นพ่ออย่างมาร์คกลับจำหน้าลูกของเขาได้ขึ้นใจ   และแยกออกได้ทันทีเพียงแค่ได้ปรายตามองเท่านั้น   

 

มองผ่านกระจกห้องเด็กอ่อน  อย่างที่ไม่อาจจะได้เอื้อมเข้าไปกอดหรือโอบอุ้มได้  แต่เพียงเท่านี้มาร์คก็ดีใจแล้วที่ได้เห็นเจ้าเทวดาน้อยๆของเขาได้ลืมตาขึ้นมาดูโลกอย่างปลอดภัยและแข็งแรง   

  

เขาเป็นเหมือนเทวดาตัวน้อยๆที่เกิดมาเพื่อเยียวยาทุกความเจ็บปวด  เป็นเหมือนแสงสว่างชี้ทางให้กับซาตานที่แสนน่ารังเกียจเช่นเขา  ทุกความเจ็บปวดทุกความเหนื่อยยากพลันหายไปสิ้นเมื่อได้พบไอ้เห็นเทวดาคนนี้

 

“คุณพ่อเข้าไปได้นะคะ”  นางพยาบาลชุดขาวเสนอด้วยรอยยิ้มที่แสนเอ็นดู   เธอเห็นคุณพ่อคนนี้ยืนมองอยู่นานแล้ว  สงสัยจะไม่กล้าเข้าไปอุ้มแน่ๆ คงเป็นลูกคนแรกสินะ    ช่างน่าเอ็นดู

 

แม้มาร์คจะไม่ค่อยเข้าใจในภาษาไทยที่นางพยาบาลคนนี้พูด แต่เห็นรอยยิ้มดูใจดีและท่าทางที่พยักพเยิดให้เข้าไปข้างใน   มาร์คก็ยินยอมทำตามเข้าไปอ ย่างว่าง่าย   กลิ่นอ่อนๆของเด็กน้อยและความเงียบสงบทำมาร์คประหม่า  แต่ก็พยายามกดความตื่นเต้นเดินตามพยาบาลชุดขาวไป

 

ล้างไม้ล้างมือ สวมชุดป้องกันตามที่พยาบาลคนนั้นบอ ก  มาร์คก็มายืนงงๆที่เตียงของลูกแล้ว 

 

“คุณพ่อต้องทำแบบนี้นะคะ   ช้อนมือที่ถนัดจากทางศีรษะไปทั้งตัวน้อง  แล้วก็เอามืออีกข้างรองทางก้นน้องสวนกันแบบนี้ค ่ะ  พยุงคอน้องด้วยนะคะ  แบบนั้นแหละค่ะ”   พยาบาลสาวอธิบายด้วยภาษาอังกฤษให้คุณพ่อชาวต่างชาติที่เพิ่งมารู้ภายหลังอย่างมาร์คเข้าใจ   แถมยังช่วยจัดที่จัดท่าทางที่เก้ๆกังๆของคุณพ่อให้มั่นคงอีก

 

“แบบนี้เหรอครับ”    เกร็งไปทั้งแขนแล้ว  แม้มาร์คจะลองฝึกตามคลิปจนพอจะรู้มาบ้าง  แต่นั่นมันก็ฝึกกับตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต   ไม่ใช่ลูกที่เนื้อตัวนุ่มนิ่มแบบนี้   มาร์ค เกร็งกลัวจะทำลูกตกลูกเจ็บ  กลัวไปสารพัดสารเพ

 

“ค่ะ  อุ้มแนบอกเลยนะคะ   น้องจะได้สัมผัสหัวใจคุณพ่อได้ด้วย”  มาร์คพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะ ค่อยประคองให้เทวดาตัวน้อยๆได้แนบเข้าอกและฟังเสียงหัวใจ   รอยยิ้มฉีกกว้างเต็มใบหน้าหล่อเหลามันมาพร้อมกับหยาดน้ำตาด้วยความตื้นตันใจ เมื่อได้สบตาเข้ากลับลูกแก้วแวววาวของเจ้าเทวดาน้อยในอ้อมแขน

 

เป็นครั้งแรกที่มาร์ครู้สึกได้ว่าตัวเองอ่อนแอจนหัวใจแทบหยุดเต้นเพียงแค่ได้สบตากลมๆนี่

 

เป็นครั้งแรกที่มาร์ครู้สึกอยากจะให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมี  แม้แต่ชีวิตเพื่อเ ทวดาน้อยๆในอ้อมแขนนี้

 

ความรักที่ไม่มีเงื่อนไข  ยินดียอมให้ทุกสิ่งทุกอย่าง อยากปกป้องดูแลให้เขาอบอุ่นและปลอดภัย  มาร์คเพิ่งเข้าใจความรู้สึกรักแบบนี้ก็ตอนนี้เอง

 

ความรู้สึกรัก  ซาตานเช่นเขาได้สัมผัสมันแล้ว

 

 

“มิคาเอล&nbs p;  เทวดาน้อยของพ่อ”   

 

 

 

 

 

 

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโรงพยาลบาลปลุกให้เปลือกตาสีมุกกะพริบลืมตื่นจากห้วงนิทรา  ดวงตากลมโตกวาดไปรอบห้องอย่างัวเงียพยายามตั้งสติ   ภาพความทรงจำ ครั้งสุดท้ายก็ลอยเข้ามาในหัว   เขาจำความเจ็บปวดจนแทบขาดใจนั้นได้ดี  ราวกับว่าร่างของเขาจะแตกสลาย ปวดร้าวจนร่างกายแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ  แต่ความเจ็บปวดนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความกลัวและเป็นห่วงเจ้าตัวน้อยในท้อง

 

วินาทีที่เขากังวลระคนหวาดกลัว  เขาพร่ำภาวนาถึงพระผู้เป็นเจ้าให้เมตตา  ช่วยให้เจ้าตัวน้อยในท้องนั้นรอดปลอดภัย   ภาวนาให้ใครสักคนยื่นมามือช่วยเขา  แล ะวินาทีนั้นซาตานที่เขาเคยกลัวและรังเกียจจับใจกลับเป็นฝ่ายยื่นมือเขามา  ปัดเป่าความกลัวและทุกสิ่งทุกอย่างของเขาให้หายไป

 

จากที่เคยหวาดกลัวเขากลับรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ในอ้อมกอดมารร้าย นี่ จากที่เคยรังเกียจเขากลับเวทนาสงสารปีศาจร้ายตัวนี้   แบมแบมรู้สึกว่าอ้อมกอดที่โอบอุ้มเขานั้นมีแต่ความหวาดกลัวและเป็นห่วงยิ่งกว่าตัวเขาเสียเอง  และปีศาจตัวนี้กำลังร้องไห้ 

 

ร้องไห้อย่างทรมานและเจ็บปวดจนใจเขาอดไหววูบไม่ได้

 

เหมือนกับตอนนี้...

 

 

แผ่นหลังกว้างที่คุ้นเคย แม้มันไม่ได้สูทหรูหราราคาแพงเต็มยศดั่งครั้งแรกที่พบกัน แต่แบมแบมสัมผัสได้ถึงทุกความรู้สึกแรกที่ได้พบมัน   ความรู้สึกสง่างาม  น่าหลงใหล และดูอบอุ่นเหลือเกิน  เมื่อมันโอบอุ้มดวงใจทั้งดวงข องแบมแบมไว้ 

 

แผ่นหลังกว้างโอบอุ้มเจ้าก้อนน้อยในห่อผ้าสีขาวสะอาด  สองแข็งแกร่งโอบอุ้มเจ้าชายน้อยไว้ดูจากสายตาก็รู้ได้ว่ามันอบอุ่นและเต็มไปด้วยความทะนุถนอมมากเพียงไร   แล้วฟังเสียงทุ้มเข้มที่มันเคยตวาด  เคยออกคำสั่ง ตอนนี้มันกลับถูกดัดบีบเสียอ่อนหวาน  เอื้อนโอ๋เจ้าเด็กน้อยในห่อผ้าให้เลิกโยเย   

 

มันไม่เคยเป็นสิ่งที่แบมแ บมคิด  ไม่เคยเป็นสิ่งที่แบมแบมวาดฝันภาพไว้    มาร์ค ต้วนน่ะเหรอ  อุ้มลูกแถมโอ๋แบบนี้

 

มันบ้าไปแล้ว! 

 

แต่ที่บ้ายิ่งกว่ามาร์ค ก็คงเป็นความรู้สึกและหัวใจบ้าบอของเขาเองนี่แหละ    ที่มันหวั่นไหวไปกับภาพนั้น   แบมแบมมันบ้าอีกแล้วที่ตกหลุมรักคนใจร้ายแบบนั้นอีกครั้ง 

 

ทั้งๆที่มาร์คนั้นทำผิดเป็นครั้งที่ร้อย ที่เขาเสียใจจนหัวใจมันแทบจะด้านชาแล้ว แต่ทำไม เขาถึงไม่อาจทำใจหรือปฎิเสธคนตรงหน้าได้อย่างจริงๆจังๆสักที 

 

แม้จะตัดสินใ จวางเดิมพันเเล้ว  แต่ก็อดหงุดหงิดในใจไม่ได้อยู่

 

นึกจะไปก็ไปนึกจะมาก็มา  

 

เหอะ!

 

“โอ๋ๆนะครับคนดี  อย่าเสียงดังสิครับ  เดี๋ยวมัมจะตื่นนะ”   

 

“ส่งเขาให้ผม”      เสียงหวานจากคนที่มาร์คคิดว่าหลับใหลอยู่ทำมาร์คตกใจน้อยๆ  แต่ในความตกใจมันมีความยินดีจนเขาเผลอยิ้มเสียเต็มแก้ม      อ้อมแขนแกร่งส่งเจ้าก้อนแป้งให้อย่างไม่ลังเลพร้อมกับทรุดกายลงไปนั่งเก้าอี้ข้างเตียง   

 

 

“เขาตื่นได้สักพักแล้วครับ  คงหิวน่ะ”  มาร์คบอกเล่าให้คนบนเตียงฟัง ราวกับมันเป็นเรื่องราวอันแสนมีค่าและม ากไปด้วยความสุข  ในความรู้สึกมาร์คยามนี้เขามีความสุขที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้   ได้มองแบมแบมอุ้มลูกของเราไว้ในอ้อมแขน  เป็นภาพที่มาร์คคิดหวังและฝันถึงมันมาโดยตลอด

 

“แล้วทำไมไม่ปลุกผม”    เสียงหวานเริ่มส่อถึงความไม่พอใจ  มาร์ค ต้วน ปล่อยให้ลูกร้องไห้โยเยเพราะหิวแต่ไม่ยอมปลุกเขาให้ตื่นเนี่ยนะ   น่าโมโหจริง

 

นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป ทำอะไรไม่บอกไม่กล่าว ตัดสินเองคิดเองเออเองคนเดียว  มาร์คยังไม่เคยเปลี่ยนเลย

 

นี่ไม่ได้พาลนะ!

 

ไม่ได้ตัดพ้อน้อยใจอะไรด้วย!

 

 

“ผมอยากให้คุณพักสักหน่อย  หมอบอกคุณอ่อนเพลียมาก  เอาจริงๆผมก็กำล ังจะปลุกคุณนะ  แต่คุณตื่นมาพอดี”   

 

“ผมไม่อยากฟังคำแก้ตัวของคุณแล้ว  รบกวนออกไปจากตรงนี้แล้วรูดม่านให้ผมด้วย  ผมจะให้นมเขา”

 

“แต่ผมอยาก...”

 

“ออกไปครับ”

 

“ก็ได้ครับ”     มาร์คจำใจถอยหลบฉากเดินออกจากบริเวณนั้น  ยอมออกมารอหลังม่านคลุมเตียงถูกรูดปิด   แม้เขาอยากจะเห็นลูกกินนมมากเพียงไร ก็ทำได้แต่หวัง    ไม่รู้ว ่าเวลาที่เขาให้ไปแบมแบมทบทวนกับตัวเองเเล้วได้ความว่าอย่างไร  แต่มาร์คก็ยังยืนยันว่าจะยังคงอยู่ตรงนี้ดูแลทั้งสองเสมอ   

 

แต่หากแบมแบมตัดสินให้เขาได้ใช้เเค่ความเป็พ่อของ ลูก  หนทางนั้นมันก็ดูยากเย็นสำหรับมาร์คเหลือเกิน  จะหักห้ามความรู้สึกความคิดถึงอย่างไรให้พอดีกับสถานะที่แบมแบมขีดไว้ ยิ่งได้เห็นหน้า  ได้สัมผัสได้กอด   เขายิ่งปล่อยทั้งสองไปไม่ได้  อยากดูแล อยากเห็นเขาค่อยๆเติบโต  อยากมีทุกช่วงเวลาของแบมแบมและลูกอยู่ในสายตา  มาร์คต้องทำเช่นไร  ต้องตื้ออีกครั้งเหรอ  ต้องง้อเเบบไหน  หรือจะให้คุกเข่าอ้อนวอนอีกครั้ง  มาร์คก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ 

 

ขอแค่แบมแบมเห็นใจ  แค่แบมให้โอกาส อะไรก็ยอมหมดเลย…

 

 

 

“ยอมแพ้ง่าย ชะมัดเลย  พ่อเราน่ะ” แบมแบมเบะปากเล็กน้อยพึมพำกับเจ้าก้อนแป้งที่กำลังตักตุนน้ำนมจากอ้อมอก   มันเคอะเขินและเจ็บปวดนิดๆในคราแรก  แต่สิ่งที่ตามมาคือความรู้สึกตื้นตันจนแบมแบมแทบจะหลั่งน้ำตา

 

ยิ่งเวลาพอดวงตากลมใสนี่ลืมขึ้นมาสบตาเขา  ก็ราวกับถูกเวทมนตร์สะกดให้ตกหลุมรักแล้ว   สมกับเป็นลูกของมาร์ค  ต้วน ปีศาจร้ายคนนั้น   ดูสิแค่เพียงลืมตาดูโลกไม่เท่าไหร่  ก็มีเวทมนตร์สะกดให้ใครตกหลุมรักแล้ว   โดยเฉพาะแบมแบม

 

ตกหลุมรักอย่างไม่มีเงื่อนไข  รักง่ายๆและดูพร้อมจะให้ทุกอย่างที่มีในชีวิตเหมือนกับที่เคยให้มาร์ค  ต้วน  ;เลย

 

“ทำให้แม่รักแล้วอย่าใจร้ายกับแม่เหมือนพ่อเรานะ   เจ้าปีศาจน้อย”   จูบหน้าผากเล็กอย่างแสนรักด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี 

 

 

 

 

แบมแบมปล่อยให้เจ้าอ้วนสูบพลังไปเรื่อย ๆก็เริ่มรู้สึกเมื่อยเเล้ว  แต่เจ้าอ้วนนี่กิน ไม่หยุดสักที  เหมือนตอนในท้องที่เขากินลงไปไม่ลงลูกเลย  แต่ไอ้น้ำหนักนี่มันมาจากไหนล่ะ   อ้วนไม่อิ่มเพราะหิวหรือตะกละ?

 

เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ลูกก็ยังไม่อิ่ม เดบิวต์เป็นเเม่วันเเ รกก็เจอบทโหดซะแล้ว

 

แต่จังหวะที่หมดแรง  ก็เหมือนมีสองเเขนโอบช่วยประคองทั้งเเขนเขาเเละตัวลูกหมูขึ้นมาไว้ที่เดิม  ตัวอุ่นๆสัมผัสที่คุ้นเคยก็พลอยทำให้แบมแบมเบาใจเผลอทิ้งตัวขยับก ายให้คุณพ่อปีศาจได้ขยับเข้ามาช่วยประคองให้ถนัดถนี่

 

การอุ้มลูกมันก็มีความสุขจริงๆนั่นแหละ  ถ้ามันมีคนช่วยอุ้มด้วย  ยิ่งดีขึ้นไปใหญ่เลย…

 

 

 

มาร์คมองคนในอ้อมเเขนที่หลับไปพร้อมรอยยิ้มจางๆก็อดดีใจไม่ได้  ดีใจที่แบมแบมกล้าหลับไปในอ้อมกอดเขา  นั้นเเปลว่าแบมแบมนั้นไว้เนื้อเชื่อ ใจเขาแล้วจริงๆใช่มั้ย  งั้นเเบบนี้หนทางข้างหน้าก็คงมีหวัง  คงต้องพึ่งตัวช่วยเป็นเจ้าหมูปีศาจในอ้อมกอดนี่ด้วยนั่นเเหละ

 

ไม่เสียเเรงที่ทำใจกล้าอยู่ตั้งนานถึงได้เลิกม่านแอบดูแบมแบมให้นม ลูก  มันเป็นภาพที่งดงามมากจริงๆจนอยากถ่ายรูปเก็บไว้อวดคนทั้งโลก  ว่าความรักของมาร์คมันงดงามขนาดไหน  แต่ก็หวงมากไป  งั้นขอเก็บไว้ดูคนเดียวก็แล้วกันนะ 

 

“อิ่มได้เเล้วมั้งเรา  มัมเหนื่อยเเล้วนะครับ”  พูดเบาๆกับเจ้าหมูน้อยที่พึ่งลืมตากลมๆมาให้มาร์คได้มองหน้าชัดๆ  มินิมาร์คสองเลย  ยิ่งกว่าแกะออกจากพิมพ์   คงมีเเค่ตาที่ดูกลมกว่าคล้ายกับแบมแบมเท่านั้นที่ไม่เหมือน 

 

แต่ก็ดีเเล้วล่ะ  ถ้าลูกเหมือนมาร์คมากกว่านี้  แบมแบมคงโมโหน่าดู 

 

พอเจ้าตัวอ้วนคลายจุกนมแม่ มาร์คก็รีบอุ้มพาดบ่าทันที  ลูบหลังเจ้าตัวเล็กเบาๆเหมือนที่พยาบาลสอน  สัมผัสร้อนๆที่เปียกไหล่ทำให้รู้ว่าได้ผล   มาร์คเลยยิ้มออกมาได้  อุ้มโอ๋สักพักให้ตากลมๆหลับ  ก็ค่อยวางลงบนเปลเด็กเช่นเดิม

  

ก่อนจะหันกลับไปช่วยผูกเชือกให้ชุดคุณเเม่เรียบร้อย  แล้วกดจูบอีกครั้งให้คุณแม่ฝันหวาน  ส่งทั้งลูกและแม่เข้านอนเสร็จ  ถึงได้ไปจัดการเปลี่ยนเสื้อตัวเอง จดบันทึกอะไรสักอย่างลงสมุดเล่มเล็กที่บังเอิญไปเจอที่มาร์ทข้างล่าง  แล้วไปฟุบนอนหลับที่ข้างๆเตียงคนแม่  

 

 

 

 

 

 

บันทึกของมาร์ค

วันที่ xx เดือนxxx 20xx

สุขสันต์วันเกิด มิคาเอล เทวดาตัวน้อยของดาด๊า  (ไม่รู้ว่ามัมหนูจะชอบชื่อนี้หรือเปล่า เเต่ดาด๊าขอเรียกหนูแบบนี้นะครับ)  วันนี้หนูลืมตาขึ้นมาดูโลกวันเเรก  แต่ก็เจอเรื่องมากมายซะเเล้ว  ดาด๊ารู้สึกขอบคุณมากที่หนูผ่านทุกอย่างมาได้  ขอบคุณหนูที่อดทน  ขอบคุณมัมหนูด้วยที่อดทนเพื่อเราขนาดนี้  หนูและมัมทำให้ชีวิตดาด๊าน่าอยู่ขึ้น ดาด๊าหวังว่าหนูจะเติบโตอย่างเข้มเเข็งเเละอดทนต่อไปนะครับ  

รักหนูนะ

ดาด๊ามาร์ค

 

 

 

100%

#มิสเตอร์มบ

@iammeamjtha3000

 

*เรื่องจะจบเเล้วล่ะ  แต่ขอเสิร์ฟความหวานให้สาสมกับที่ดราม่ามาเเทบจะ80%ของเรื่องได้ไหมคะ  ไม่รู้ล่ะ  ได้ไม่ได้ไม่สนละ  เจจะเอาเเต่ใจ  ใช่มั้ยคะคุณมาร์ค!

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 901 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,809 ความคิดเห็น

  1. #3723 oni (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 / 16:25

    ดีใจที่แบมยอมใจอ่อ่นค่ะ น่าักอบอุ่นมากค่ะ มาร์คสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #3,723
    0
  2. #3593 grunumthip (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 11:55
    น่ารักขนาดดดด
    #3,593
    0
  3. #3563 May (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 01:36

    น่ารักมาก ลูกหมู่เลี้ยงง่ายๆ นะลูก

    #3,563
    0
  4. #3528 adobecs3 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 23:08
    น่ารักจนใจเจ็บ ขอบคุณไรท์ที่แต่งออกมาได้ดีขนาดนี้ หืออ
    #3,528
    0
  5. #3519 XCIIIXCVII9397 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 23:50
    ฮื่ออออดาด๊าน่ารักก น้ำตาซึมเลยยย;-;
    #3,519
    0
  6. #3518 Sunnyday (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 23:29

    โอ๊ยอ่านฉลองวันเกิดคูมมาร์คคคคค น่ารักที่สุด อย่ายอมแพ้ง้อแยมให้ได้นะ

    #3,518
    0
  7. #3516 นานะ (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 14:15

    หมูอ้วนลูกก น่ารักมากกกคุณพ่อคุณแม่มือใหม่

    #3,516
    0
  8. #3512 St_libra (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 11:54
    อุแงงงง น่ารักทิ่สุดเลยยยย
    #3,512
    0
  9. #3511 My love markbam (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 01:38
    เจ้าอ้วนกินเก่ง
    #3,511
    0
  10. #3510 jiab155 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 21:30
    เจ้าอ้วนนนนนนนน
    #3,510
    0
  11. #3509 มิรา (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 12:28

    ชอบมาก ได้เจอหลานแล้ว

    #3,509
    0
  12. #3508 FangTanarak (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 02:59

    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #3,508
    0
  13. #3507 mylove2BB (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 01:16
    เล่าเนื้อเรื่องได้กินใจมากๆค่ะ ภาษาสวยมาก ชื้นใจที่จะจบลงด้วยดี ขอบคุณที่เขียนนิยายขึ้นมานะะคะ
    #3,507
    0
  14. #3506 รรร (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 22:52

    นน่ารักมากเลยคะคุณเจ

    #3,506
    0
  15. #3504 >>หวานเย็น<< (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 21:12
    น่ารักกกกกก
    #3,504
    0
  16. #3503 Diamond7 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 15:37
    อะโห ความดาด๊า 55555
    #3,503
    0
  17. #3502 Wawa (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 13:54

    มิคาเอลลูก หนูเป็นทั้งเจ้าปีศาจน้อยของมัม และเทวดาตัวน้อยของดาด๊าเลยทีเดียวน้า


    #3,502
    0
  18. #3501 DgKookkik (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 10:33
    ขอเสพความหวานเยอะๆเลยค่าาาา
    #3,501
    0
  19. #3500 Writing Story (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 09:14
    ดาด๊าน่ารักจัง
    #3,500
    0
  20. #3499 NawapornSooksri (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:56
    น่ารักจัง ส้งมาเลยหวานๆอ่าาา 🍯🍨🍫🍬
    #3,499
    0
  21. #3498 น้อนไข่หวาน (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:23
    เอ็นดูจังเลยค่ะดาด๊า
    #3,498
    0
  22. #3497 OmmaHappiness (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 07:00

    จัดมาค่ะไรท์ เรารอเสพความหวานนะคะ😘💕😍😍😍

    #3,497
    0
  23. #3496 JinLeeChK (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 05:22
    งื้ออออ อบอุ่นมากเลยค่า
    #3,496
    0
  24. #3495 TToeyMB (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 02:45
    ฮือออ น้าตาสึมมม
    #3,495
    0
  25. #3493 nooonut293 (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 01:53
    ขอบคุณจริงๆนะคะที่อัพฟิคช่วงนี้. ฮีลใจเรามากเลย
    #3,493
    0