Mr.M (Markbam)

ตอนที่ 34 : Mr.M 33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 779 ครั้ง
    7 พ.ค. 63

 


เพราะความเห็นแก่ตัวของผม

ทำให้ตอนนี้ทุกๆสิ่งได้แหลกสลาย

รวมทั้งหัวใจของผมเอง

 

 

 

 

รถยนต์คันหรูอย่าง Mercedes-Maybach S-Class Saloon เคลื่อนที่ไปตามท้องถนน ตัดผ่านภาพวิวทิวทัศน์ของมหานครที่ไม่เคยหลับไหลอย่างนิวยอร์กไปอย่างเรื่อยๆ ไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไปนัก ก่อนที่มันจะเข้าสู่เเถบชานเมือง ตึกรามที่เคยตั้งตระหง่านค่อนเลือนหายปรากฏเเต่เหล่าต้นไม้น้อยใหญ่ริมข้างทาง เลี้ยวเข้าซอยส่วนบุคคลที่นานครั้งจะมีรถเข้าออก ก่อนจะหยุดตรงรั้วสูงของคฤหาสน์หลังงานที่อยู่สุดซอย

 

ประตูอัลลอยด์ขนาดใหญ่ลวดลายสวยงามค่อยเปิดออกตามการควบคุมของรีโมต รถคันสวยถูกขับเข้าไปจอดเเทบชิดประตูหน้าบ้าน รองเท้าส้นสูงราคาเเพงเหยียบย่างลงจากตัวรถ เเว่นกันเเดดอันใหญ่บังกรอบใบหน้าสวยไปเกือบครึ่ง

 

"คุณท่านรออยู่ที่ห้องรับเเขกเเล้วค่ะคุณผู้หญิง" เเม่บ้านเข้าต้อนรับเเขกอย่างมีมารยาท นำพาเเขกตนสำคัญไปยังส่วนรับรองที่ถูกจัดไว้รอท่า เเขกคนพิเศษ

 

"คุณคงรู้เเล้วนะคะว่าฉันมาด้วยเรื่องอะไร คุณต้วน" รอยยิ้มเคลือบลิปสติราคาเเพงเหยียดยิ้มเเต่ดวงตาวาวโรจน์ เตรียมเปิดศึกเต็มที่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โลกของมาร์คเหมือนทุกปกคลุมด้วยลมพายุและเมฆฝน มันมืดมึนวังเวงจนน่าหวาดกลัว ไร้ซึ่งแสงตะวันและเหมือนจะหาทางออกไม่เจอ เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดและเปรียบเหมือนกับดวงตะวันปลิวหายไปจากอ้อมกอด กว่า 7 วันแล้วที่แบมแบมหายไปโดยไร้ซึ่งข่าวและเบาะแส

 

วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกินสำหรับตัวมาร์ค ต้วนราวกับเข็มของนาฬิกามันเดินช้าลงแต่ละวินาทีมันเลยเหมือนดูดพลังงานชีวิตของมาร์คไปด้วย หัวใจของมาร์คเหมือนกับมันจะเต้นช้าลงไปตั้งแต่แบมแบมหายไป ทุกลมหายใจเขาออกของมาร์คมันช่างยากลำบาก เพราะมันเหมือนใจจะขาดตามรอนๆคิดถึงเหลือแสน และกลัวจับใจ...

 

จากคนที่ไม่ใช่ในความรักไม่เคยศรัทธาในพระเจ้ากลับกลายเป็นคนที่ตอนนี้แทบจะสวดมนต์ภาวนาตลอดเวลา สายตาคู่คมเอาแต่จับจ้องที่หน้าจอมือถือสลับกับบานประตูหวังจะให้มีใครสักคนวิ่งเข้ามาแล้วตะโกนพูดใส่มาร์คว่า เราหาแบมแบมเจอแล้วแต่มันก็ว่างเปล่าว่างเปล่าไม่มีใครหรือผู้ใดเข้ามาเลยไม่มี...

 

“อุ๊บส์ อ้วก”เสียงอาเจียนของร่างสูงแทบจะกลายเป็นปกติไปแล้วสำหรับแพททริกที่ทำหน้าที่ดูแลคุณมาร์ค เพราะตั้งแต่ทราบข่าวว่าคุณแบมแบมตั้งครรถ์ อาการคุณมาร์คก็แย่แบบนี้มาโดยตลอดทานอะไรไม่ได้ต้องอาเจียนออกมาแทบจะตลอดเวลา จนแพททริกนึกห่วงเจ้านายเหมือนกันว่าคุณมาร์คอาจจะล้มป่วยลงได้

 

“คุณมาร์คครับผมว่าเราน่าจะไปโรงพยาบาล”แพททริกแนะนำขณะพยุงกายเจ้านายให้ออกมาจากห้องน้ำ มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเป็นที่เคารพและหวั่นกลัว ตอนนี้มันมีสีซีดไม่ต่างจากกระดาษเลยสักนิด

 

“ช่างหัวฉันเถอะได้ข่าวแบมแบมบ้างมั้ย”มาร์คถามอย่างมีความหวังแต่ความเงียบเท่านั้นที่เป็นคำตอบ และมันก็เหมือนกับมีมีดมากรีดใจที่กำลังจะขาดของมาร์คให้เจ็บลึกมากขึ้นไปกว่าเดิม

 

“ออกไป! ถ้าไม่ได้ข่าวแบมแบมไม่ว่าไอ้หน้าไหนก็ไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามา!” ตวาดลั่นจนตัวเซ มองดูคนสนิทวิ่งหายไปจนลับตา มาร์คถึงได้ถอนหายใจออกมาหนักๆ ก่อนจะโซซัดโซเซมาล้มตัวนอนบนเตียงกว้าง

 

เตียงที่ยังคงมีกลิ่นของแบมแบมติดอยู่ แม้มันจะเริ่มเบาบางแล้วก็ตาม...

 

 

 

 

 

 

 

เสียงหัวเราะสดใสของเหล่าเทวดาและนางฟ้าตัวน้อยๆ วิ่งวุ่นไปทั่วสนามเด็กเล่นมาร์ครู้สึกไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาถึงมาปรากฏตัวที่นี่ แต่บรรยากาศรอบกายมันทำให้เขารู้สึกดีชะมัด

 

เสียงเด็กที่เขาเคยคิดว่าน่ารำคาญตอนนี้มันกลับน่าฟังอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางเด็กๆที่วิ่งวุ่นเล่นกันไปมาวุ่นวาย มาร์คก็พบเข้ากับเด็กน้อยคนหนึ่งที่นั่งห่างจากเพื่อนคนอื่นๆ

 

เด็กคนนั้นมีแววตากลมโตที่มาร์คสุดแสนจะคุ้นเคย และโครงหน้าที่ราวกับแกะพิมพ์ออกมาจากเขา รอยยิ้มดีใจประดับใบหน้าหล่อเหลาจนเขาตาแทบปิด สองเท้าจะเข้าไปหาไปกอดไปหอมให้สมกับกับความดีใจ เพราะเขามั่นใจแน่ว่านั่นเป็นลูกเขา

 

ลูกของเขากับแบมแบม

 

แต่แล้วรอยยิ้มยินดีก็พลันหายไปเมื่อเขาจะก้าวไปหาแต่เด็กน้อยตรงหน้าถูกคนอื่นอุ้มไปแล้ว คนอื่นที่หน้าเหมือนกับแบมแบมมาร์คคงจะไม่เสียใจถ้าแบมแบมไม่มาพร้อมใครอีกคน

 

ใครอีกคนที่เขามองหน้าไม่ชัดเพราะจู่ๆควันจางๆก็ฟุ้งมาปิดบังคนๆนั้นไว้ ไม่เพียงแต่มองไม่เห็นหน้าแต่คนๆนั้นกลับทำเหมือนเหยียบหน้ามาร์คอยู่

 

เขาอุ้มลูกของมาร์ค โอบเอวเมียของมาร์คแล้วเขาก็พากันเดินจากไป ทิ้งมาร์คให้มองตามทั้งน้ำตานองหน้าด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด

 

เจ็บกว่าทำของหายคือการที่ของๆเรามันไปเป็นของคนอื่น

 

“แบมแบม!” แผดร้องสุดเสียงก็มีแค่ตัวมาร์คที่ได้ยิน ตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่งก็มีแค่มาร์คคนเดียวที่เจ็บปวด ขอล่ะ อย่าทำแบบนี้

ไม่เอาแบบนี้

 

ฆ่ามาร์คให้ตายยังง่ายกว่า

 

อย่าทำแบบนี้

 

อย่าทำ...

 

 

 

 

Mark Part :

 

มีชีวิตเเต่ไร้เรี่ยวเเรงในการเดินต่อ ผมเข้าใจเเล้วว่ามันเป็นอย่างไร ใครกันที่ว่าความรักมันเป็นยาพิษ การจากลาต่างหากที่เป็นยาพิษเเละความเจ็บปวด

 

ผมเข้าใจเเล้วว่าผมมันผิด ผมรู้เเล้วว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันเลวร้าย ผมสำนึกมันเเล้วจริงๆ ความมั่นใจที่เคยมี ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของผมมันไม่เหลืออยู่เลย ในตอนนี้ผมหวาดกลัวเเละระเเวงอยู่ในทุกนาทีของทุกวัน ใจผมเอาเเต่ภาวนาขอให้เเบมเเบมเเละลูกปลอดภัย อย่าให้เกิดอะไรเลวร้ายกับพวกเขาเลย เพราะผมกลัวเเละห่วงเหลือเกิน

 

เเบมเเบมจะเป็นอย่างไร เขาจะอยู่ที่ไหน กินอะไรหรือยัง ลูกจะเกเรกับเขามั้ย หรือความกลัวสุดท้ายที่มันมีมากที่สุดของผม ลูกจะยังอยู่กับเเบมเเบมมั้ย ผมกลัวไปหมดเเล้วจริงๆ

 

 

ผมมันโง่ที่เอาเเต่หลงตัวเอง โง่ที่คิดว่าจะควบคุมทุกอย่างได้ โง่ที่เอาอดีตเป็นตัวตัดสินคนทุกคน ผมน่าจะรู้ได้ตั้งเเต่เเบมเเบมเเตกต่างจากคนอื่นเเล้ว ถ้าผมรู้ตัวตั้งเเต่ตอนนั้นเรื่องทั้งหมดมันคงไม่เป็นเเเบบนี้

 

ผมคงได้นอนกอดทั้งเเบมเเบมทั้งลูก ไม่ใช่กอดหมอนต่างหน้าเขาเเบบนี้ ผมคงมีเเต่รอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะ ไม่ใช่หยาดน้ำตาของความหวาดกลัวเเละรู้สึกผิด ผิดไปเเล้วจริงๆ ผมผิดไปเเล้ว

 

หากพระเจ้ายังทรงมีพระเมตตา ได้โปรดเมตตาซาตานตัวนี้ด้วย โปรดเมตตาปีศาจร้ายตัวนี้ที่เฝ้าหลงตัวเอง ให้ได้มีโอกาสได้เเก้ไข ให้ผมได้ความรักทั้งหมดคืนกลับมาหาผมเสียที จะให้คุกเข่ากรีดเลือดอ้อนวอนตรงนี้ผมก็จะทำ ขอให้เเบมเเบมเเละลูกกลับมา

ได้โปรด...

 

End Mark Part:

 

 

 

 

 

"สวัสดียามเช้าจ้ะหนูเเบม ตื่นเช้าจังเลยนะลูก" เสียงทักทายของหญิงชราข้างบ้าน ทำให้เเบมเเบมที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ริมรั้วต้องยิ้มตอบด้วยความยินดีกับอัธยาศัยดีๆที่ถูกหยิบยื่นให้

 

"สวัสดีตอนเช้าครับป้าอุ่น เเบมตื่นเพราะกลิ่นมะลิน่ะครับ" เสียงหวานขานตอบ เกือบสองอาทิตย์เเล้วที่เขาอยู่ที่นี่ นอกจากบรรยากาศดีๆในยามเช้า ก็น้ำใจของคนที่นี่นี่เเหละที่ทำให้เเบมเเบมรู้สึกดี ป้าอุ่นเป็นหญิงชราบ้านตรงข้ามที่ใจดีมักมีขนมมาฝาก ยามว่างก็มักมานั่งคุยสอนทำนั่นนี่ให้เเบมเเบมคลายเหงาบ้าง

 

"อากาศดีใช่มั้ยลูก นี่เเหละข้อดีของบ้านเรา ไปอยู่ในเมืองกรุงคงไม่ได้กลิ่นมะลิละสิ เเล้วสุดหล่อล่ะยังไม่ตื่นเหรอ"

 

"รายนั้นนอนเพลินเลยล่ะครับ ยิ่งอากาศดียิ่งหลับยาว สายๆคงจะตื่น"

 

สุดหล่อที่ว่าคงไม่พ้นยูคยอมเเน่ๆ รายนั้นเเทบจะเป็นขวัญใจคนทั้งซอย ด้วยหน้าตาหล่อเหลาท่าทางเป็นมิตร ใครต่อใครก็พูดกันทั้งนั้นว่าเเบมเเบมโชคดีที่ได้สามีหล่อ เเม้เขาจะพยายามอธิบายว่าเป็นน้องชาย เเต่ก็ไม่มีใครเชื่อ เเถมยูคยอมยังไม่ยอมให้ออกไปแก้ข่าวอีก

 

"บอกว่ายูคเป็นเเฟนเเหละดีเเล้ว เดี๋ยวมีคนมาจีบเเบม ยูคหวง"

 

เจ้าตัวโตเคยพูดไว้เเบบนี้ เเบมเเบมก็ได้เเต่ปล่อยเลยตามเลย ดีเหมือนกันเเบมเเบมจะได้ไม่มีเรื่องวุ่นวาย

 

" ป้าอุ่นครับ พระยังไม่มาบิณฑบาตรใช่มั้ยครับ เเบมทำขนมไว้ ฝากใส่บาตรด้วยนะครับ"

 

"ได้สิลูก เดี๋ยวอีกแปบนึงพระท่านก็มาเเล้ว"

 

หญิงชรายิ้มอย่างเอ็นดู เเรกเริ่มที่เห็นร่างบอบบางนี่ตื่นเช้าๆ เธอก็อดใจชวนใส่บาตรไม่ได้ เเต่พอได้ยินว่าเเบมเเบมนับถือคริสต์เธอก็เลิกชวนไป เเต่คนน่ารักนี่คงอยากทำบุญด้วยถึงได้มีขนมมาฝากเธอใส่บาตรเป็นประจำ

 

น่ารัก เเสนดี ใจบุญ สุดหล่อคนนั้นช่างน่าอิจฉาจริงจริ๊ง!

 

 

แบมเเบมยิ้มกว้างรับก่อนจะปิดก๊อกน้ำ เก็บสายยางเข้าที่อย่างเป็นระเบียบเเล้วเดินเข้าบ้านไป หมายจะไปยกขนมที่ตนตื่นมาทำไว้ฝากให้หญิงชราบ้านตรงข้ามช่วยใส่บาตร

 

"เรียกได้ว่าเป็นข่าวร้ายของสาวๆหลายๆคนเลยค่ะ เรื่องอะไรเหรอค่ะ นี่เลยค่ะ นักธุรกิจหมื่นล้าน มาร์ค ต้วน เจ้าชายในฝันของทุกคนหมั้นเเล้วค่ะ!! เเถมประกาศเเต่งงานตามมาติดๆอีกด้วย ข่าววงในบอกว่าฝ่ายหญิงตั้งท้องเเล้วด้วยค่ะ ไม่เรียกฝันสลายไม่รู้จะเรียกว่าอะไร เเต่ยังไงก็เเสดงความยินดีกับทั้งคู่ด้วยนะคะ"

 

"แบม!" ยูคยอมวิ่งถลามากดปิดข่าวเเทบไม่ทัน เขาไม่น่ามาเปิดข่าวทิ้งไว้เลย

 

"ตื่นเเล้วเหรอ เเบมทำกับข้าวไว้ให้เเล้วนะ เดี๋ยวจะเอาขนมไปฝากป้าอุ่นใส่บาตร ยูคไปด้วยมั้ย"

 

เสียงหวานเเสร้งเข้มเเข็งเมื่อได้ยินข่าวอันเเสนสะเทือนใจ เเม้จะหักห้ามใจให้เกลียดมาร์คเเค่ไหน ใจดวงนี้มันก็ยังเจ็บปวดอยู่ดีที่ได้ยินข่าวของผู้ชายคนนี้

 

ข่าวที่ว่าเขากำลังมีชีวิตที่ดีกับคนอื่น...

 

 

"เเบมไม่เป็นไรนะ ยูคขอโทษ ยูคไม่น่า..."

 

ยิ่งเห็นพี่ชายพยายามทำตัวปกติทั้งๆที่น้ำตากำลังจะไหลอยู่รอมร่อยิ่งทำให้ยูคยอมรู้สึกผิด ยูคยอมพลาดอีกเเล้ว

 

"ไม่เป็นไรหรอก ไม่ใช่ความผิดยูคซะหน่อย เดี๋ยวเเบมเอาขนมไปฝากป้าอุ่นใส่บาตรก่อน เเล้วเรามาทานข้าวกันเนอะ เจ้าถั่วในท้องหิวเเล้วล่ะ"

 

เเบมเเบมฝืนยิ้มหวานยกถาดขนมออกไป โดยมีสายตาเป็นห่วงของน้องชายตามไปติดๆ

 

ปากบอกไม่เป็นไร เเต่ทำหน้าจะร้องไห้นี่มันยังไงกันนะเเบมเเบม

 

 

 

 

 

 

 

@New York

 

"นี่มันอะไรกัน! มีข่าวออกไปได้ยังไง พวกคุณปล่อยให้ข่าวนี้ออกไปได้ยังไง!!" เสียงเข้มตวาดกลางห้องประชุมเล่นเอาทั้งการ์ดเเละพนักงานที่รับผิดชอบหน้าที่ต่างหน้าซีดไปตามๆกัน

 

เหมือนกับมีพายุใหญ่พัดมาถล่มทั้งตึก The Triple Enterprise ทันทีที่ข่าวถูกเผยเเพร่ออกไป เเม้สภาพร่างกายมาร์ค ต้วน ไม่เหมือนเก่าสักเท่าไหร่นัก เเต่ไอความดุดันเเละพลังอำนาจทำลายล้างยังคงมีอยู่เเละมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ

 

สายตาคมๆนั่นไม่มีใครกล้าสบตาด้วยเลยสักคน ด้วยกลัวว่าหากเผลอไปสบตาเเม้เเต่วิเดียว ชีวิตตัวเองจะหาไม่

 

"เงียบ? ผมจ่ายเงินเดือนให้พวกคุณมาเงียบใส่ผมงั้นเหรอครับ? ถ้าความเงียบคือคำตอบของพวกคุณ เห็นทีผมคงจะต้องกำจัดมันทิ้งเเล้วล่ะ"

 

"ระ..เรายังไม่ทราบครับว่าข่าวมาเเต่ไหน เเต่ เเต่ตอนนี้เรากำลังกำจัดมันอยู่"

 

สุดท้ายก็มีหน่วยกล้าตายยกมือกล้าๆกลัวๆออกมาตอบ เเต่มันไม่ทำให้เพลิงสังหารของมาร์ค ต้วน น้อยลงไปเลย

 

"กำลัง? กำลังตอนนี้มันมีประโยชน์อะไรในเมื่อข่าวมันออกไปทั่วโลกเเล้ว!"

 

ตบโต๊ะเสียงดังด้วยความหัวเสีย เขาไม่น่าเผลอหลับเกินเวลาเลย ข่าวมันถึงไปไกลได้ขนาดนี้ ป่านนี้ข่าวมันคงออกไปทั่วโลกเเล้ว ไม่ว่าเเบมเเบมอยู่ที่ไหนบนโลกก็คงต้องรู้ข่าวนี้ไปเเล้ว เเล้วมาร์คจะทำยังไง

 

มาร์คจะทำยังไงต่อไปถ้าเเบมเข้าใจผิด มาร์คจะทำยังไง

 

"เเต่...เเต่มันเป็นผลดีกับเรานะครับ หุ้นเราขึ้นไป 0.5% ตั้งเเต่ข่าวนี้ออกมา"

 

ข่าวที่ว่าจับมือกับพาเวล ส่งผลให้ทั้งหุ้นบริษัทฝั่งเราเเละฝั่งนั้นขึ้นเหมือนๆกัน ด้วยเป็นการจับมือระหว่างสองบริษัทยักษ์ใหญ่ มันเป็นที่จับตามองต่อไปในอนาคต

 

"ผมไม่สนว่าหุ้นมันจะขึ้นไปมากเเค่ไหน ผมต้องการให้ข่าวนี้หายไปเร็วที่สุด เเละคุณต้องหาคนรับผิดชอบต้นตอของข่าวนี้มาให้ผมให้ได้ ไม่อย่างนั้นพวกคุณได้หางานใหม่เเน่"

 

ขู่อาฆาตครั้งสุดท้ายให้คนรับคำสั่งร้อนๆหนาวๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องประชุมด้วยความเคืองโกรธ มาร์คไม่รู้หรอกว่าผลกำไรไตรมาสนี้จะพุ่งไปมากเเค่ไหน ไม่สนเลยด้วยว่าใครจะยินดีกับเขานี้ มาร์คสนเเค่มาร์คไม่ต้องการมันซักนิด!

 

ถ้ามีอะไรไม่ดีเกิดขึ้นเพราะข่าวนี้ มาร์คสาบานว่าจะเอาตัวต้นเหตุให้ตาย เเละมาร์คก็รู้เเล้วด้วยว่ามาร์คจะจัดการอย่างไรเป็นอันดับเเรก

 

"ต่อสายหาวาเนสซ่า เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ!" ตวาดสั่นเสียงกร้าว เล่นเอาการ์ดต้องร้อนรนทำตามเเทบไม่ทัน

 

 

 

 

 

 

 

หลังมื้อเช้า ยูคยอมนั่งมองพี่ชายกำลังร้อยดอกไม้เล่นด้วยคำถามมากมายในใจ ยิ่งเเบมเเบมสงบนิ่งยูคยอมยิ่งเป็นห่วง เเบมเเบมกำลังเเสร้งทำเป็นเข้มเเข็ง ในใจเเบมเเบมจะพังเเค่ไหนยูคยอมไม่อาจรู้ได้เลย

 

"มองขนาดนั้น หน้าเเบมมีอะไรติดเหรอ"

 

มือเรียวสวยหยิบดอกมะลิมาร้อยเป็นพวงตามที่ได้เรียนกับป้าอุ่นเมื่อหลายวันก่อน มาอยู่ที่นี่เเบมเเบมได้ความรู้ใหม่ค่อนข้างมาก หนึ่งในนั้นคือการจัดดอกไม้เเบบไทยที่เอาเข็มมาร้อย เเบบที่เรียกกันว่า มาลัย

 

"แบม ยูคถามจริงๆนะ เเบมไม่เป็นอะไรจริงๆเหรอ ไม่ต้องเข้มเเข็งก็ได้นะ ยูคเข้าใจ" ยูคยอมอยากให้พี่ชายร้องไห้ออกมามากกว่าทำตัวปกติเเต่น้ำตาซึมเเบบนี้

ความเศร้าที่ต้องกล้ำกลืนเก็บไว้ ยูคว่ามันทรมาณมากเกินไป

 

"เรียกว่าไม่เป็นไรก็คงไม่เต็มปาก เอาเป็นว่าเเบมไม่เจ็บไปมากกว่านี้เเล้วล่ะ" หยุดมือร้อยดอกไม้ หันไปสบตาน้องชาย หากมีหูมีหาง เจ้าโกลด์เด้นท์รีทรีฟเวอร์ของเเบมเเบมตัวนี้คงหูลู่หางตกไปแล้ว

 

ยูคอมยังคงใส่ใจเเละห่วงทุกความรู้สึกของเขาเสมอ

 

"แบมน่ะ จริงๆก็พอรู้เเล้วล่ะว่าเขาจะเเต่งงานกัน เเต่พอได้ยินย้ำๆเเบบนี้มันก็อดรู้สึกไม่ได้ โง่เนอะ ยูคว่ามั้ย โง่ให้เขาหลอก เเละก็โง่ที่ยังเจ็บปวดไม่สิ้นสุด"

 

ดวงตากลมโตเอ่อล้นด้วยหยาดน้ำตา หวนนึกถึงวันที่รู้ว่าตัวเองโดนหลอก ความรู้สึกที่เหมือนเข็มนับพันก็ปักมาที่อกทำให้เเบมเเบมเจ็บปวดเเล้ว เเต่ความรู้สึกราวกับถูกเฉือนหัวใจออกไปก็ตามมา เมื่อได้รู้ว่าเขาทั้งสองจะเเต่งงานกัน

 

เเผลทั้งสองเป็นเเผลที่สดเลือดไม่ทันจะหยุดไหล ก็เหมือนถูกเอาเกลือมาทาทับอีกรอบ เมื่อรู้ว่าเขาทั้งสองกำลังจะมีลูกด้วยกัน

 

ไม่ทันรู้ตัว มือน้อยก็อดลูบไปที่ท้องตัวเองที่มีเจ้าถั่วน้อยนอนอยู่ในท้องเเล้วเปรียบเทียบไม่ได้ เด็กคนนั้นคงเป็นที่ยินดี คงเป็นที่รักเเละต้องการของเขาทั้งสอง ไม่เหมือนเจ้าถั่วน้อยของเขา ที่เป็นความผิดพลาดเเม้เเต่ตัวเเม่อย่างเขาครั้งนึงก็เคยไม่ต้องการ

 

เเม่ขอโทษนะ...

 

"แบมไม่ได้โง่หรอก อย่าคิดเเบบนั้นเลยนะ เรื่องที่เเล้วมาก็เเล้วไปเถอะ อย่าคิดมากเลย ตอนนี้เเบมต้องสนใจคือเจ้าถั่วน้อยในท้องนี่ต่างหาก หมอบอกเเล้วไงว่าห้ามเครียด"

 

"อือ เเบมจะระวังนะ ยูคดูสิ สวยมั้ย" ยูคยอมชวนเปลี่ยนเรื่อง เเบมเเบมเองก็ยินดีให้ความร่วมมือ เรื่องทุกอย่างของมาร์ค ต้วน เขาต้องทิ้งไว้ข้างหลังเเล้ว เจ้าถั่วน้อยในท้องนี่ต่างหาที่เเบมเเบมต้องสนใจ

 

มาร์คจะมีลูกกี่คน จะเเต่งงานกับใครก็เเล้วเเต่ เเบมเเบมไม่สนใจหรอก เพราะความรักที่เขาเคยให้มาร์ค มันมีคนมาเเย่งเเล้วเเละเป็นคนที่เเบมเเบมจะรักมากกว่ามาร์คด้วย

 

"สวยสิ ยูคเพิ่งรู้นะว่าดอกไม้เอามาทำอะไรเเบบนี้ก็ได้ มันชื่อดอกอะไรนะ"

 

"มะลิ หรือที่เราเรียกว่าจัสมินไง เเบมชอบนะ ถ้าเกิดเจ้าถั่วในท้องเป็นผู้หญิง เเบมคงให้ชื่อว่าน้องมะลิ น่ารักมั้ยยูค"

 

"น่ารักสิ น้องมะลิ ชื่อจริงเป็น คิม จัสมิน เป็นไง อ๊ะๆ อย่าเพิ่งค้าน ยูคเป็นพ่อ ต้องใช้นามสกุลยูค"

 

นิ้วเรียวชี้ปิดปากพี่ชายที่กำลังจะเเย้ง ยูคยอมอยากให้หลานเเละเเบมเเบมเปลี่ยนมาใช้นามสกุลคิมจริงๆ ทั้งอัปป้าเเละคุณเเม่ก็เห็นด้วย เเต่เเบมเเบมก็ไม่ยอมเนี่ยสิ

 

ตัวเเม่ไม่ได้ งั้นยูคยอมก็ต้องได้ลูก ยังไงซะหลานยูคยอมก็ต้องนามสกุลคิม เท่านั้น!

 

เป็นนามสกุลอื่นก็ไม่ได้ ยิ่งนามสกุล ต้วน คิมยูคยอมยิ่งไม่ต้องการ!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"เนสว่าเเล้วคุณต้องมา ดูนี่สิคะ ลูกของเรา" รอยยิ้มเคลือบลิปสติกราคาเเพงเหยียดยิ้มอย่างดีใจที่ปรากฏร่างกายสูงสง่า เเม้มาร์คต้วนยามนี้จะดูต่างจากครั้งที่เธอเจอ เเต่ก็ยังถือว่าดูดีอยู่ดี

 

ภาพขาวดำถูกมาร์คปรายตามองเพียงผ่าน ก่อนจะฉีกมันเป็นชิ้นๆปาใส่ใบหน้าสวย

 

"มาร์คคะ!!"

 

"ไม่ต้องมาเรียกผม คุณเป็นคนปล่อยข่าวนั่นใช่มั้ย คุณละเมิดข้อตกลงของเรา!"

 

"เเล้วจะทำไมคะในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง เราหมั้นกันเเล้ว อีกไม่นานก็เเต่งงาน เเล้วอีกอย่างเนสก็ท้องเเล้วด้วย"

 

วาเนสซ่าไม่ยอมเเพ้ เเม้มาร์คจะตวาดด้วยท่าทีที่เธอไม่เคยเห็นจนทำเธอตกใจก็ตาม เเต่ในเมื่อสิ่งที่เธอทำไปเป็นเรื่องจริงเหตุใดจะผิดกัน?

 

"ท้องเหรอ? กับใครกันล่ะ"

 

มาร์คเหยียดยิ้มเเววตาพราวระยับด้วยความขบขัน วาเนสซ่าติดภาพลักษณ์เทวดาไปเเล้วหรืออย่างไรถึงได้คิดว่ามาร์คจะใจดีเมตตายอมเชื่อกันน่ะ เอาจริงๆมาร์คก็เคยคิดนะว่าวาเนสซ่าอาจจะมีหัวสมองถึงได้ตามสืบรู้ว่าเขามีเบบี้ เเต่ทำไมวาเนสซ่าถึงไม่รู้นะว่าเนื้อเเท้เขาเป็นอย่างไร

 

วาเนสซ่ายังคงเป็นเเบบที่มาร์คคาดการณ์ ไร้สมอง โง่!

 

"มาร์คพูดเเบบนี้ได้ยังไงนี่ลูกเรานะ!"

 

"ก่อนจะบอกว่าลูกผม คุณเเน่ใจเหรอว่ามันเป็นลูกผมจริงๆ ในเมื่อตลอดเวลาที่มีอะไรกันผมป้องกันตลอดเเถมคุณไม่ได้มีผมเเค่คนเดียว"

 

"!!!"

 

"ผมไม่ใช่เเพะรับบาปเลี้ยงลูกใครก็ไม่รู้นะ ไปเช็คดูดีๆวาเนสซ่า ว่าในสต็อกผู้ชายของคุณ ใครมันไม่ใส่ถุงยาง!"

 

"มันจะมากไปเเล้วนะมาร์ค ต้วน!"

 

"คุณต่างหากที่มากไป ล้ำเส้นผมนี่คุณคิดดีเเล้วเหรอวาเนสซ่า" ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความโมโห มาร์คเเน่ใจว่าลูกในท้องวาเนสซ่ามันไม่ใช่ลูกเขาเเน่ๆ มีอะไรกันเเค่ไม่กี่ครั้งเเถมเขาใส่ถุงตลอด จะเอาที่ไหนมาท้อง

 

เเละต่อให้มันเป็นลูกมาร์คจริง มาร์คก็ไม่ต้องการอยู่ดี

 

เพราะลูกของเขามันต้องเกิดจากเเบมเเบมเท่านั้น

 

"เเล้วคุณคิดดีเเล้วใช่มั้ยคะที่พูดกับเนสเเบบนี้ รู้มั้ยว่าเนสทำอะไรได้บ้าง"

 

วาเนสซ่าเองก็ไม่ยอมเเพ้เช่นกัน เด็กในท้องเธอก็รู้ว่ามันอาจไม่ใช่ลูกมาร์ค ต้วนเเน่ๆ เเต่เเล้วยังไง ในเมื่อมาร์คคือคนที่เหมาะสมกับการเป็นพ่อของลูกเธอที่สุด ต่อให้มาร์คไม่ยอมรับ เธอก็มีวิธีบีบบังคับอยู่ดี

 

"ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณจะทำอะไรได้บ้าง เเละมันเทียบเท่าที่ผมจะทำได้มั้ย"

 

ซาตานร้ายกางปีกแผ่ไอสังหารออกกว้าง สาวเท้าเข้าใกล้ทำให้วาเนสซ่าได้เเต่ก้าวถอยหนีด้วยความหวาดกลัว ดวงตาสีมรกตสบกับดวงตาคมกริบด้วยความตระหนก เธอไม่เคย ไม่เคยเห็นสายตาเเบบนี้ของมาร์ค มาก่อนเลย

 

"เนสจะบอกคุณพ่อ คุณเดือดร้อนเเน่ที่ทำเเบบนี้กับเนส มาร์ค ต้วน!"

 

"หึ เชิญวิ่งไปฟ้องได้เลย มาดูกันว่าพ่อคุณจะทำอะไรผมได้"

 

มาร์คเเค่นยิ้มหยุดไอสังหารทั้งๆที่อยากบีบคอคนตรงหน้านี้เต็มแก่ เเต่เห็นเเก่มนุษยธรรมเเละความเมตตาที่มันเหลืออยู่ในจิตใจอันน้อยนิดของซาตานร้ายอย่างเขา เขาจะยอมผ่อนปรนให้สักครั้งก็เเล้วกัน

 

"เเต่ผมขอเตือนนะ บทสรุปสุดท้ายของคนที่ดีเเต่ปาก มันไม่น่าดูหรอกนะ วาเนสซ่า"

 

ทิ้งท้ายให้วาเนสซ่าได้จำฝังไว้ในหัว ว่าเธอต้องทำให้ได้อย่างที่ปากพูด ต้องทำให้มาร์คเดือดร้อนให้ได้ เพราะจุดจบสุดท้ายของคนที่เอ่ยปากขู่มาร์คเเต่ไม่ทำอะไร มันไม่ใช่สิ่งที่ดีนักหรอก

 

 

 

 

 

 

"ยกเลิกสัญญาเเละการค้าทุกอย่างกับพาเวล หรือจะให้ดี ลบชื่อพาเวลออกไปซะ ฉันรำคาญมันเต็มทน"

 

"ครับคุณมาร์ค"

 

ตีงูมันต้องตีให้หลังหัก ไม่อย่างนั้นมันจะเเว้งกัดจนคุณต้องตาย

 

โดยเฉพาะงูพิษอย่างมาร์ค ต้วน

 

 

 

 

 

"เกิดอะไรขึ้น?" มาร์คถามการ์ดที่มายืนรอรับอยู่หน้าห้อง เพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดคือที่ๆมาร์คใช้ฝังกายพัก เพราะมันคือที่สุดท้ายที่เเบมเเบมอยู่ กลิ่นหอมจางนั้นยังมีติดห้อง เพื่อเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำจากความกลัวเเละการรอคอย

 

"คุณผู้หญิงรออยู่ข้างบนครับคุณมาร์ค" คำรายงานทำมาร์คได้เเต่ฉงน เเต่กระนั้นก็พยายามจัดกายยืนเหยียดตรงให้สูงสง่า ดึงเเววตาเเละหน้ากากที่เเสนดีอ่อนโยนของเทวดามาสวมใส่

 

 

 

 

"ไม่เห็นบอกวะ..."

 

เพี๊ยะ!

 

"มัม!"

ไม่ทันจะได้เอ่ยปากทัก เพียงเเค่เปิดประตูเข้าไป ฝ่ามือเรียวที่เคยลูบหัวเเละกอดปลอบก็ตวัดใส่เสี้ยวหน้าหล่อเหลาจนหน้าหัน มาร์คจับหน้าที่ยังเเสบร้อนหันมองผู้เป็นเเม่ด้วยความตกใจ

 

ตั้งเเต่เล็กจนโตไม่เคยสักครั้งที่ผู้หญิงคนนี้จะลงมือทำร้ายเขา เเล้วเหตุใดวันนี้...

 

"มัมไม่นึกเลยว่าลูกชายที่เเสนดีของมัมจะเป็นเเบบนี้ ทำไมล่ะมาร์ค ทำไมมาร์คทำเเบบนี้"

 

คุณหญิงต้วนถามเสียงสะท้านในอก เธอไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายที่เเสนดีของเธอเเท้จริงเเล้วนั้นเป็นปีศาจร้าย

 

ไม่เคยรู้เลย

 

"มาร์ค มาร์คขอโทษ มัมอย่าร้องไห้เลยนะ อย่าร้องนะครับ"

 

มาร์คลนลานกลัวความผิด เเต่เหนืออื่นใดคือหวาดกลัวน้ำตาที่กำลังจะไหลของผู้เป็นเเม่เหลือเกิน ตั้งเเต่เด็กจนโตเขาถูกฝังหัวเเล้วว่าต้องรักเเละบูชาผู้หญิงคนนี้เหนือสิ่งอื่นใด ต้องคอยปกป้องอย่าให้มัมนั้นร้องไห้

 

เเต่วันนี้มาร์คเป็นคนทำมัมร้องไห้ซะเอง

 

"มัมเสียใจ มาร์คทำมัมเสียใจ มาร์คทำมันลงได้ยังไงกัน นั่นชีวิตคนทั้งคนเลยนะมาร์ค มาร์คเห็นเป็นของเล่น เห็นเป็นเรื่องสนุกได้ยังไง กี่คนเเล้วที่มาร์คทำเเบบนี้"

 

"มาร์คขอโทษมัม มาร์คขอโทษ มาร์คมันโง่เองมัม มาร์คโง่เอง" ร่างสูงคุกเข่าซบหน้าร้องไห้ลงกับต้นขาของผู้หญิงที่เขาเทิดทูนไว้เนื้อหัว เเม้คุณนายต้วนจะรู้สึกเสียใจเเละผิดหวังเเค่ไหนเเต่เธอก็เกลียดลูกชายคนนี้ไม่ลง

 

"ผู้หญิงคนนั้น เขาไปที่บ้าน เขาไปบอกแด๊ด ว่าลูกทำอะไรเเละเเบมเเบมอยู่กับเขา" มือเรียวลูบหัวลูกชายก่อนเริ่มเล่าสิ่งที่เธอรับรู้มา พอได้ยินชื่อคนของใจ ร่องรอยน้ำตากลับพลันหายไป ดวงตาคมฉายเเววตื่นเต้นเขย่าขาเเม่ถามเสียงตระหนก

 

"แบมเเบมอยู่ไหนครับมัม! เขาอยู่ไหน เเด๊ดรู้ใช่มั้ยครับ"

 

"ไม่มีใครรู้ ผู้หญิงคนนั้นเขาไม่บอก เขาให้สิ่งนี่มาเเล้วฝากบอกกับลูกว่า ลูกจะไม่มีวันได้เจอเเบมเเบมอีก"

 

คุณหญิงส่ายหัวทั้งน้ำตา ความจริงที่น่ากลัวเธอเองก็เจ็บปวดเหมือนกัน ยิ่งมองดุลูกชายเธอยิ่งเจ็บปวดที่เเม่คนนี้ไม่อาจช่วยเหลืออะไรมาร์คได้เลย

 

มาร์คทำผิด มาร์คต้องเเก้เอง

 

"ไม่นะมัม! มาร์คไม่ยอม ขอร้องมัม มาร์คไม่เอาเเบบนี้ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร บอกมาร์คนะมัม บอกมาร์ค"

 

 

ภาพขาวดำมองไม่ชัดยิ่งทำมาร์คผวาด้วยความดีใจเเละหวาดกลัว มันเป็นภาพอัตราซาวน์ลูกของเขา นั่นทำมาร์คดีใจที่เขายังมีชีวิตอยู่ต่อ เเต่ที่หวาดกลัวคือข้อความที่มากับมันต่างหาก

 

มาร์คต้วนยามนี้เหมือนปลาที่ดิ้นทุรนทุรายเพราะขาดน้ำ กำลังจะขาดใจตายที่มีความหวังอยู่ใกล่เเค่เอื้อมเเต่เขากลับคว้ามันมาไม่ได้

 

ได้รับรู้ว่าลูกยังอยู่เเต่ไม่สามารถไปเจอไปกอดเขาได้ ยิ่งทรมาณมากกว่าเดิมเสียอีก

 

"เราบอกไม่ได้มาร์ค เขาบอกว่าถ้ามาร์คยังตามไปยุ่งกับเเบมเเบม เขาจะทำให้หลานหายไป"

 

คำพูดของเเม่ทำความหวังที่มาร์คมีอยู่หลุดลอย ทรุดนั่งลงกับพื้นร้องไห้จนใจเเทบขาด ไปหาไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลยเเบบนี้ มาร์คไม่ต้องการเลย

 

"ทำไม ทำไมเขาต้องทำเเบบนั้น นั่นลูกมาร์คนะ ลูกมาร์ค..."

 

หากนี่เป็นการเเก้เเค้น ก็คงเป็นการเเก้เเค้นที่สาสมอย่างถึงที่สุด คนๆนั้นเป็นใครถึงใจร้ายเเละเลือดเย็นนัก ถึงได้เอาเด็กที่ยังไม่ลืมตาดูโลกมาเป็นตัวประกันเเบบนี้ หรือเพราะรู้ว่ามาร์คจะกลัวถึงได้ทำมันลง

 

เเน่นอนมาร์คกลัว กลัวสุดหัวใจจริงๆ

 

 

 

"ถ้ามาร์คทำตามสัญญา ว่ามาร์คจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเเบมเเบมอีก เขาจะดูเเลหลานอย่างดี เเละคอยส่งข่าวบอกเรา เหมือนตอนนี้ไงมาร์ค"

 

 

"เเต่มาร์คอยากเจอทั้งลูกเเละเเบม เขาเป็นครอบครัวของมาร์คนะมัม เขาเป็นของมาร์ค มาร์คอยากกอดเขา กอดขะ.."

 

"มาร์คลูก มาร์ค! ใครก็ได้เข้ามานี่ที!"

 

ไม่ทันจะเอื้อนเอ่ยให้จบประโยค ร่างหนาก็เซล้มลงหมดสติท่ามกลางเสียงหวีดร้องของผู้เป็นเเม่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"ไม่อยากกลับเลย"

 

ยูคยอมบ่นเอื่อยๆขณะช่วยพี่ชายเก็บของลงกระเป๋าเดินทางใบโต เขาอยู่ที่นี่นานกว่าหนึ่งเดือนเเล้ว เเละมันก็ถึงเวลาที่เขาต้องกัลไปทำหน้าที่ของตัวเองเเม้จะห่วงพี่ชายมากเเค่ไหนก็ตาม

 

หน้าที่ลูกชายคนเดียวของ Kim Group

 

"กลับไปเเหละดีเเล้ว จะทิ้งให้คุณลุงทำงานคนเดียวได้ยังไงกัน"

 

"ก็เป็นห่วงเเบมนี่นา ยูคต้องคิดถึงเจ้าถั่วน้อยเเน่ๆ"

 

ลูบเจ้าท้องเเบนราบของคุณเเม่ตัวเล็กด้วยความเอ็นดู นับๆดูเจ้าถั่วน้อยตอนนี้ก็อายุ 8 สัปดาห์ได้เเล้ว เเบมเเบมก็ดีขึ้นมาก ตัวนับว่าบอบบางอยู่เเต่ก็เริ่มมีน้ำมีนวลเพราะเจ้าถั่วกินเก่ง กินได้ทุกอย่างไม่เเพ้อะไรเลย

 

เป็นเด็กดีจริงๆเลย หลานยูคเนี่ย ไม่สิ! เป็นพ่อเเล้วต้องเรียกลูกสิ

 

"ยังไงก็ต้องกลับมาหาทุกเดือนถูกมั้ย" เอาจริงๆพอได้รู้ว่ายูคยอมจะบินกลับมาพาเขาไปหาหมอตามนัดนั้นเเบมเเบมไม่เห็นด้วย เขาว่ามันไม่จำเป็นเเละสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ เเต่เจ้าตัวให้เหตุผลว่า

 

"ยูคเป็นพ่อ ยูคต้องกลับมาดูสิว่าลูกยูคโตเเค่ไหนเเล้ว อีกอย่าง ยูครวย"

 

เป็นการอวดรวยได้น่าหยิกจริงๆนะว่ามั้ย

 

"ไม่รู้ล่ะ อยู่นี่ต้องดูเเลตัวเองดีๆ ห้ามยกของหนัก ห้ามเครียด ห้ามวิ่ง ห้าม..."

 

"ห้ามเดินบ่อย อย่าออกไปไหนเยอะ ฝุ่นมันเยอะเดี๋ยวจะป่วย เเบมจำได้เเล้วน่า"

 

"ยูคต้องคิดถึงเเบมเเละเจ้าถั่วมากเเน่ๆ"

 

"เช่นกันยูค"

 

เจ้าโกลด์เดนท์รีทรีฟเวอร์กอดพี่ชายเเน่น ยูคยอมยังอ่อนไหวกับการจากลาไม่หาย เเต่ครั้งนี้จะไม่เป็นอย่างเก่า ยูคยอมเชื่ออย่างนั้น

 

"พอเเล้วกอดนานเดี๋ยวหวั่นไหว"

 

"พูดไปน่า"

 

"เรื่องจริง ความรู้สึกไม่ใช่กระดาษตัดให้ขาดไม่ได้ง่ายๆนะ"

 

"เเต่เราเป็นพี่น้องกัน"

 

"ถึงได้อยู่ตรงนี้ไง พี่ชาย" ฉีกยิ้มหวานตรงมาจากใจ หมายทำให้คนมองนั้นเชื่อใจเเละผ่อนคลาย

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างหนาของเจ้าชายนิทรานอนเเน่นิ่งอยู่บนเตียงโรงพยาบาล เครื่องหน้าที่เคยหล่อเหลามีชีวิตชีวาดุจเทวดารูปงามบัดนี้พลันซีดเซียวไร้สีเลือดเพราะอาการป่วยของเจ้าตัว ผลการวินิจฉัยของหมอบอกว่ามาร์ค ต้วนนั้นเครียดเเละพักผ่อนน้อยรวมถึงขาดสารอาหารเพราะไม่กินไม่นอนติดกันมาจะเดือนกว่า เเต่คนเป็นเเม่รู้ดีนั้นว่าสาเหตุอาการมาจากอะไร

 

เหตุเพราะการสูญเสียของรัก การพลัดพรากจากสิ่งที่รักของเจ้าตัว

 

"ลูกไม่น่ามาเป็นเเบบนี้เลยมาร์ค" มือสวยลูบหัวของลูกชายด้วยความสงสารจับจิต หัวอกคนเป็นเเม่เห็นลูกเป็นเเบบนี้ก็อดเสียใจไม่ได้ เเต่เธอนั้นก็มีอาจมีทางอื่นช่วยมาร์คได้เช่นกัน

 

"นั่นก็เพราะมาร์คทำตัวเองทั้งนั้น" เป็นคุณต้วนผู้พ่อที่ออกมาตอบคำถามเเทน เขาเองก็ห่วงลูกไม่น้อยกว่าภรรยา เเต่มาร์คก็สมควรโดนเเล้ว เขาเคยเตือนเเล้วว่าความรักไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เเต่เจ้าตัวดีก็ไม่ฟังเขาเลย

 

เเล้วเป็นยังไง เจ็บเเทบจะตายเเถมคนที่ไปเล่นด้วยไม่ใช่คนธรรมดาอีก

 

พ่อเเบบเขาก็กลุ้มเหมือนกันนะ

 

จริงๆเเล้วก็เป็นเขาเองนี่เเหละที่ให้การช่วยเหลือนิโคลพาเบบี้ของลูกหนี ด้วยอยากดัดนิสัยไม่ดีของลูกชายให้เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง เเต่ที่เขาไม่รู้คือเบบี้ตัวน้อยนั้นจะหอบหลานของตระกูลไปด้วย กว่าจะรู้สึกตัว เเบมเเบมก็ไปอยู่ในเงื้อมมือของคนที่เขาต่อกรด้วยยากเเล้ว

 

เพราะอย่างนั้นก็ปล่อยให้มาร์คจัดการตามเวรตามกรรมมันเถอะ

 

"คุณช่วยลูกไม่ได้เหรอคะ ฉันไม่อยากเห็นลูกเป็นเเบบนี้เลย"

 

"คุณหญิง ลูกคุณคุณยังรัก ลูกเขาเขาก็รักเหมือนกัน คุณเห็นเเค่นี้ยังปวดใจเเล้วอีกฝ่ายล่ะ ลูกเราทำกับเขาไม่ใช่น้อยๆ มันไม่ใช่เรื่องง่านที่ฝ่ายนั้นให้อภัยให้เราเลยนะ"

 

ถ้าเขาเป็นพ่อของเเบมเเบมเเทนฝั่งนั้น อย่าหวังเลยว่ามาร์คจะมีชีวิตอยู่ต่อ เล่นทำกับเเบมเเบมขนาดนั้น ที่คุณบัวบูชาให้มาก็ถือว่าเป็นเมตตาที่มากเเล้ว อย่างน้อยก็ยังเก็บหลานเอาไว้เเม้ความจริงทางฝั่งนู้นจะไม่เก็บไว้ก็ย่อมได้ก็เถอะ

 

 

ฝ่ายนั้นไม่ได้จะกีดกันไม่ให้เขาเจอหลาน เเค่ไม่อยากให้ลูกชายของเขากลับไปทำร้ายทั้งเเบมเเบมเเละหลานอีกก็เท่านั้น

 

 

หากมาร์ครักสองเเม่ลูกนั้นจริง เวลานี้มาร์คก็ควรจะปรับปรุงตัวเเสดงให้เห็นว่าจริงจังกับฝ่ายนั้นเเค่ไหน โตจนเป็นพ่อคนเเล้วต้องรู้จักรักให้เป็น เลิกใช้อารมณ์เป็นใหญ่เเละเอาเเต่ใจได้เเล้ว

 

 

"มาร์คก่อปัญหา มาร์คก็ต้องเเก้เอง โตจนจะมีลูกเเล้วถ้ายังเลิกนิสัยเดิมไม่ได้ คงไม่มีใครยอมให้มาร์คได้เป็นพ่อของลูกหรือพ่อของหลานหรอกนะ เอาเป็นว่าระหว่างนี้ถ้ามาร์คดีขึ้น ผมจะพาลูกไปหาทั้งเเบมเเบมเเละหลานเอง"

 

 

คุณต้วนทิ้งท้าย เขายังหวังถึงการเห็นหลานมีครอบครัวที่อบอุ่น เขายังหวังให้มาร์คได้เจอหรือได้อุ้มลูก มีครอบครัวมีความรักอบอุ่นสมบูรณ์เสียที เเละเหนือสิ่งอื่นใด เขาอยากให้ลูกเลิกติดหน้ากากเทวดาได้เเล้ว มันทรมาณมากเกินไป

 

 

ซาตานถึงจะเลวร้ายเเต่ก็เป็นนิสัยที่เเท้จริง ไม่เหมือนกับเทวดาที่ถึงจะดีเเค่ไหน แต่มันก็ไม่ใช่ตัวตนของมาร์คอยู่ดี

 

 

ครอบครัวที่อบอุ่นมันประกอบไปด้วยความรัก ความจริงใจ ความเชื่อใจ เเละเขาก็หวังให้มาร์คมีเเละสร้างมันได้ด้วยตัวตนของมาร์คจริงๆ

 

 

 

 

 

 

100%

#มิสเตอร์มบ

@iammeamjtha3000

 

 

 

*สงครามยังไม่จบอย่างเพิ่งรับศพมาร์คค่ะ บอกเเล้วจะเอาให้หนัก!  อาการปวดไหล่เริ่มมา  ผลชันสูตรศพ เอ้ย  ตรวจของหมอบอกว่า  กล้ามเนื้ออักเสบ  งดใช้งานสักระยะ   มันจะงดได้ไงอ่ะหมอ  จะเขียนนิยาย  มีคนรออ่านอยู่  ฮ่วย!

ว่าเเต่  งดเเปลว่ายังทำได้อยู่  ใช่มั้ยคะหมอ?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 779 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,800 ความคิดเห็น

  1. #2836 laphphlseawniy (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 01:25

    สู้ๆนะคะไรท์
    #2,836
    0
  2. #2829 Nattcha Kua (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 11:35
    ขออีกได้ไหมคะ. ยังไม่สะใจ. ของหนักกว่านี้อีกค่ะ. ขออีกค่ะ
    #2,829
    0
  3. #2781 YanisaCH (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 00:11
    ฮือออออ
    #2,781
    0
  4. #2575 มาดามคิมมี่ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 19:13

    งด ไม่ได้ห้าม ทำต่อคะไรท์ 😂

    ขอให้หายไว ๆ นะคะ

    #2,575
    0
  5. #2574 Aton7 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 15:12

    ถึงจะเกลียดมาร์ค แต่ก็แอบสงสารด้วย แงะสบสนในใจน่าดูhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-big-10.png

    #2,574
    0
  6. #2573 Nissygene (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 14:02
    ฮ่วย ดัดนิสัยเลยค่ะป๊าต้วน โทษฐานที่เตือนแล้วว่าอย่าเล่นกับความรัก เป็นไง รอลงอาญายังน้อยไป อินจัดเกินปายยย
    #2,573
    0
  7. #2572 TabiBabi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 13:51
    เอาให้หนักค่ะไรท์ / ไรท์ดูแลตัวเองดีๆด้วยนะคะ
    #2,572
    0
  8. #2569 oni (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 07:34

    ขนาดป๊าต้วนยังเกรงคุณบัวบูชาเลย แต่ยายคงดูแลหลานอย่างดีเนอะ และอีกอย่างการสำนึกของมาร์คคงจะจัดการตระกูลพาเวลได้ดี

    แต่นี้มาร์คป่วย หวังว่าข่าวลูกจะทำให้มาร์คมีแรงสู้เพื่อครอบครัวในวันข้างหน้า ชดใชกรรมที่ทำร้ายหัวใจตัวเองไปยาวๆ ถึงจะทรมานเราว่าก็ยังดีนะ

    ที่คุณยายยังเมตตาส่งข่าวคราวให้มาร์ครูเป็นระยะ ถ้ามาร์คทำตามสััญญา

    #2,569
    0
  9. #2568 กิ่งกาน (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 03:08

    จจำจนตายคะแบบนี้

    #2,568
    0
  10. #2567 PJ_PM (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 02:10
    มาร์คไปเอานิสัยแย่ๆแบบนี้มาจากไหนอะ พ่อแม่ก็ดี ครอบครัวอบอุ่นปกติแท้ๆ
    #2,567
    0
  11. #2566 MuwaanK (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 00:54
    เอาหนัก เอาสาสม หึๆ // ไรท์ดูแลตัวเองด้วยน๊าา
    #2,566
    0
  12. #2565 PMNP (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 00:53
    นั่นไง ว่าแล้วว่าป๊าต้องช่วยนิโคล
    #2,565
    0
  13. #2564 mayMark_Tuan (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 00:45
    เอาให้เข็ด!!! มาทำลูกแม่ได้ไง. ถึงจะแม่จะรักมาร์คก็เถอะนะ 5555. อินเวอร์
    #2,564
    0
  14. #2563 NamT12 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 00:37
    เจ้มจ้นไม่ไหว!!!!
    #2,563
    0
  15. #2562 นีโม่ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 00:21

    สนุกมากเลยค่ะสู้ๆนะคะไรท์หายป่ายเร็วๆแข็งแรงไวๆนะคะ

    #2,562
    0
  16. #2561 doublebs2me (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:55
    มาร์คป่วยมะเป็นไรแต่ไรท์ต้องดูแลสุขภาพเช่นกันนะคะปวดหลังปวดไหล่ทีมเดียวกันค่ะ
    #2,561
    0
  17. #2560 Assawinju (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:50
    มาต่อไวไวเลยค่ะ
    #2,560
    0
  18. #2559 SSHINE (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:41
    ตอนนี้คือเคลียร์เลยอะ รู้อะไรหลายอย่างเลย รอออออ
    #2,559
    0
  19. #2558 WTWT (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:59
    ขอให้มาร์คเจ็บหนักกว่านี้อีกเยอะๆครับ
    #2,558
    0
  20. #2557 Paohom (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:49
    สงสารคุณมาร์คแล้ววค่า~ พอแล้ว~😥😥
    #2,557
    0
  21. #2556 MTBB (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 21:26

    สนุกมากกก

    #2,556
    0
  22. #2555 nmaonn (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 19:32
    หายไว้ๆนะค่ะสงสานคุณม้าคเเล้วนิสๆ
    #2,555
    0
  23. #2554 WoowBusaramas (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 19:28
    สุดยอดเลยยย

    สนุกมากก
    #2,554
    0
  24. #2553 jiab155 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 19:09
    สมน้ำหน้ามาร์ค ถ้ามาร์คไม่แก้เผ็ดพาเวล เราจะไม่ให้มาเจอลูกกับเมียนะ /ว่าแต่เราเกี่ยวไรก่อน5555

    ไรท์หายไวๆนะคะ สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ น้องแบมกับหลานก็สำคัญเช่นกัน อิ อิ
    #2,553
    0
  25. #2552 NawapornSooksri (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 18:25
    ขอที่อยู่ไรท์ด้วยนะจะส่งเปรย์ฉีดคลายกล้ามเนื้อไปให้🥰🥰ไรท์จะได้หายเร็วๆ😅😅..รออ่านนะ อยากเห็นคุณเค้าเจ็บหนักๆหน่อย🤬🤬
    #2,552
    1
    • #2552-1 J_tha(จากตอนที่ 34)
      8 พฤษภาคม 2563 / 20:21
      ขอบคุณค่ะ เเต่ไรท์ไปหาหมอเเล้วเนอะ 555 พักสักนิดนึงก็คงจะหาย รอก่อนนะคะ
      #2552-1