Mr.M (Markbam)

ตอนที่ 17 : Mr.M 16(RE)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 591 ครั้ง
    12 พ.ย. 63

 

16
you make me

@Florida

สายตาคู่คมของบุรุษสูงสง่ามองออกไปข้างนอกหน้าต่างกระจกใส ความมืดมิดของรัตติกาลช่างสวยงามเสียนี่กระไรเมื่อมันกระทบกับเเสงสะท้อนของพระจันทร์ดวงใหญ่ที่ลอยเหนือผิวน้ำทะเล

 

ท้องทะเลยังมีมนต์ขลังสะท้อนให้เห็นทุกครั้งไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ชั่วยาม

 

บางทีมาร์คก็คิดนะว่าทะเลมันเหมือนกับตัวเขา ยามกลางวันที่เเสงพระอาทิตย์ส่องกระทบ มันดูสวยงามเเละน่าหลงใหล เเต่พอเเสงอาทิตย์ลาลับไป ความสวยงามจะกลายเป็นความน่ากลัวเเทบจะในทันที

 

นั่นเเหละ

 

มาร์คเป็นเช่นนั้น

 

ดูดีตอนอยู่ในที่เเจ้งเเละเเสงสว่างส่องถึง เเละน่ากลัวทุกครั้งที่เเสงสว่างหายลับไป

 

ตัวตนของมาร์ค มันน่ากลัวเหมือนทะเลในยามค่ำคืนนั่นเเหละ

 

มาร์คไม่เคยเลย ไม่เคยต้องการที่จะเป็นปีศาจร้ายในคราบเทพบุตรที่เขาปั้นเเต่ง เเต่กลับกัน ที่เขาต้องทำเช่นนั้นเพราะเขาอยากบรรลุในสิ่งที่เขาหวังไว้ เขาอยากดูดี อยากเป็นที่ต้องการของใครต่อใคร อยากเป็นที่รักของมัมก็เท่านั้นเอง

 

ก็ในเมื่อคนทั้งโลกยังเฝ้าฝันถึงเทพบุตรที่เเสนดี ปีศาจอย่างเขาก็จำเป็นต้องทำเเบบนี้เเหละ

 

เสเเสร้ง

 

โกหก

 

เจ้าเล่ห์เพทุบาย

 

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เเสนเลวเเละทุกคนรังเกียจที่จะเข้าใกล้ นิสัยทุกอย่างมาร์คเป็นเเบบนั้นหมด หมดทุกอย่างจริงๆ

 

หน้ากากเทพบุตรจอมปลอมเป็นเหมือนกับผิวหนังชั้นนอกของมาร์คไปเเล้วเพราะเขาสวมมันทุกครั้งจนชาชิน ยังไม่รวมถึงการกระทำที่ปั้นเเต่งยิ่งกว่าดารานักเเสดงชื่อดังอีก มาร์คทำมันได้อย่างเเนบเนียบจนไม่มีผู้ใดสงสัย ว่าท่าทางที่เเสนดีของเทพบุตรนั้นจะเป็นกับดักของปีศาจร้าย

 

มันเเนบเนียนจนมีผู้ตกเป็นเหยื่อของมันหลายรายจนนับไม่ถ้วน

 

"คุณเจบีเเละคุณเเจ็คสันออกเดินทางเเล้วนะครับ คาดว่าน่าจะถึงไม่เกินสายของวันพรุ่งนี้"

 

เป็นนิโคลที่เอ่ยบอกเพื่อดึงให้เจ้านายหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตน คุณมาร์คไม่หือไม่อืออะไรตอบนอกจากพยักหน้ารับรู้เเล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกนั่นเเทน คุณมาร์คกำลังใช้ความคิด เเละดูท่าว่าจะเป็นความคิดที่น่าจะหนักเสียด้วย เเต่อะไรนะที่ทำให้คุณมาร์คเป็นเช่นนั้น

 

ใช่เรื่องคุณเเบมเเบมหรือเปล่า

 

"กำลังคิดเรื่องอะไรอยู่เหรอครับ"

นิโคลถาม ยามนี้สายตาของนิโคลหาได้มองว่าคนตรงหน้าเป็นเจ้านายเขาไม่ กลับกัน เขามองมาร์คไม่ต่างอะไรกับน้องชายคนนึงของเขาเท่านั้น น้องชายที่เขาดูเเลมาค่อนชีวิตที่กำลังเล่นตลกกับชีวิตของคนๆนึง โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวเองต่างหากที่กำลังตกเป็นเหยื่อเสียเอง

 

"ไม่มีอะไรหรอก เเค่คิดไปเรื่อยเปื่อย ว่าเเต่ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่มั้ย"

 

"ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ เมื่อครู่คุณเเบมเเบมลงไปเช็กอีกรอบเเล้ว"

 

"แบมแบม?"

 

เเบมเเบมอีกเเล้ว ทำไมชื่อนี้ถึงขยันทำให้มาร์คสนใจหลายครั้งนักนะ ว่าที่เบบี้ของเล่นชิ้นใหม่คนนี้ของมาร์คขยันทำให้มาร์คสนใจจริงๆ เเรกๆก็คิดว่าจะเป็นพวกใสซื่ออ่อนต่อโลกคลั่งบูชาในความรักเเละง่ายต่อเกมส์นี้ เเต่ตอนนี้กลับไม่ใช่ ท่าทางพยศ เเววตาดื้อดึงพร้อมคำพูดคำจาถือดีที่เเสนท้าทายมาร์ค มันทำให้มาร์คต้องเปลี่ยนเเววตาเเละมองคนๆนี้ใหม่ เเต่ถึงยังไง เเบมเเบมก็เป็นที่ต้องการของมาร์คอยู่ดี

 

ต้องการมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆเลยด้วย

 

"ครับ คุณเเบมเเบมเธอรอบคอบมาก นี่ก็เพิ่งจะลงไปตรวจงานอีกรอบ คงกังวลน่ะครับหากจะเกิดข้อผิดพลาด"

 

"หึ อยากทำก็ปล่อยให้เขาทำไป เกมส์จบเมื่อไหร่เขาคงไม่ได้ทำอะไรเเบบนี้อีก"

 

มาร์คเหยียดยิ้มจางๆพลางนึกถึงเกมส์เเละหมากที่ตัวเองวางไว้ ถึงเเบมเเบมจะดูยาก เเต่คนที่อ่านเกมส์ขาดอย่างมาร์คน่ะเหรอจะไม่รู้ว่าเเบมเเบมกำลังหวั่นไหว

 

"เกมส์นี้...มันส่งผลดีต่อใครเหรอครับ"

 

นิโคลถามในสิ่งที่เขาอยากรู้มานานเเสนนานว่าคุณมาร์คทำเเบบนี้ไปเพื่ออะไร ทำไมต้องเล่นกับใจคน ทำไมต้องเล่นตลกกับความรัก หลอกให้คนอื่นรักทำไม กับคนอื่นนิโคลไม่สนหรอก เเต่กับคุณเเบมเเบบม เขาคิดว่ามันไม่ควรเลย

 

คุณเเบมเเบมหวั่นไหว กำลังหลงรักในตัวของคุณมาร์ค รักที่เป็นรักจริงๆไม่ใช่สิ่งที่ปั้นเเต่งอย่างเช่นใครคนก่อน เเม้ว่ามันจะเป็นการกระทำที่เสเเสร้งของคุณมาร์ค เเม้ปากคุณมาร์คจะบอกว่าเป็นเเค่การเเสดง เเต่คนที่มองเเละคนที่รับความรู้สึกนั้นอย่างเช่นคุณเเบมเเบม เขารักมันไปทั้งใจเเล้วจริงๆ

 

"ตัวฉันไง"

 

นัยน์ตาคู่คมไหววูบไปนิดก่อนจะตอบคนสนิทด้วยเสียงที่เรียบเฉย ตอนเเรกมาร์คเเค่ใส่หน้ากากเพื่อหลอกให้มัมเชื่อว่าเขาเป็นเจ้าชาย เป็นลูกชายที่เเสนอ่อนโยนของท่าน เเต่การที่เขาทำเเบบนั้นมันกลับล่อให้พวกคลั่งรักหลงเข้ามา พอได้หลอกได้ลอง ได้เป็นโลกทั้งใบของใครสักคนมาร์คก็รู้สึกว่ามันวิเศษเเละน่าสมเพชนัก ที่เห็นคนจะเป็นจะตายเพราะความรักปลอมๆที่เขาสร้างขึ้นมา

 

ความรักมันก็เเค่สิ่งที่ใช่เป็นข้ออ้างในการหลอกลวงก็เท่านั้นเเหละ รักจริงๆมันเป็นยังไงมาร์คไม่รู้ไม่เคยเห็น ไอ้คนที่บอกว่ารักเขานักหนาจะเป็นจะตายถ้าขาดเขา เเต่ทำไมพอเห็นตัวตนจริงๆของเขากลับรับไม่ได้กัน

 

ความรักมันก็เเค่เรื่องโกหก

 

"ได้สนุก ได้สะใจ นายรู้มั้ยว่ามันรู้สึกดีเเค่ไหนที่เห็นคนถือดีมาสยบร้องไห้จะเป็นจะตายเพราะฉัน ฉันจะบอกให้นะว่ามันรู้สึกดีมากเลยล่ะ ความรักงั้นเหรอ? เหอะ ก็เเค่เรื่องไร้สาระ"

 

"ความรักอาจจะเป็นเรื่องไร้สาระเเละน่าสนุกสำหรับคุณ เเต่สักวันคุณจะรู้ครับว่ามันไม่ได้เป็นเเบบนั้นเลย"

 

"เหรอ? ฉันภาวนาให้วันนั้นมาถึงไวๆซะเเล้วสิ"

 

สายตาเย้ยหยันเเละน้ำเสียงหยามเหยียดบ่งบอกให้นิโคลรู้ว่ามาร์คไม่ได้กลัวต่อคำเตือนหรือหยิบมันเอามาคิดเลย มันก็ทำให้นิโคลท้อใจ เอาเถอะ ถ้าคุณมาร์คจะเล่นอีกครั้งนิโคลก็ยอมได้ เเต่ถ้าคุณมาร์คข้ามเส้นเเละทำให้คุณเเบมเเบมเสียใจดังเช่นใครก่อนๆ นิโคลจะทำให้คุณมาร์ครู้เองว่าความเจ็บปวดจากความรักที่เเท้จริงมันเป็นยังไง

 

บางทีคนเราก็ไม่รู้ตัวเองหรอกว่าสิ่งที่ตัวเองทำไปมันถูกหรือผิด จนกว่าเราจะได้รับการสั่งสอนเเละบทลงโทษเท่านั้น

 

เเละบทลงโทษ นิโคลว่ามันก็อาจจะสาสมใจคุณมาร์คเลยก็ได้

 

 

 

 

เสียงคลื่นกระทบฝั่งหอบกลิ่นความเค็มเเละความสดชื่นขึ้นมาตามลม โชยเข้าจมูกโด่งรั้นทำให้ต้องสูดลมหายใจกักเก็บความสดชื่นเอาไว้เต็มปอด กางเกงสเเล็คเนื้อดีถูกพับขาขึ้นมาครึ่งเเข็งพร้อมกับรองเท้าหนังขัดมันราคาเเพงที่ถูกถอดมาถือไว้

 

ฝ่าเท้าบอบบางเหยียบย่ำไปกับทรายนุ่มๆ บางครั้งก็วิ่งลงไปให้คลื่นซัดพอได้เปียกได้หัวเราะบ้าง ก่อนจะทรุดนั่งลงที่หาดทรายผืนขาวเม็ดเนียนละเอียด

 

เเบมเเบมชอบทะเล ชอบเพราะว่ามันเเทบจะมีทุกความรู้สึกให้เราได้สัมผัส มันสดใสยามพระอาทิตย์ส่องจ้า เเละเหงียบเหงาจนดูน่าเศร้าในยามค่ำคืน

 

มันมีเสน่ห์ เหมือนกับใครบางคนที่ทำให้ใจเเบมเเบมเต้นเเรง

 

"มานั่งตากลมทะเลทำไมครับ คุณจะไม่สบายเอาได้นะ"

 

เหมือนกับได้ยินความคิด เจ้าของเสียงทุ้มๆเเละใบหน้าหล่อเหลาที่รบกวนจิตใจก็มาทรุดตัวลงนั่งข้างๆเเบมเเบมเเล้ว ร่างบางเขยิบถอยห่างออกมาโดยอัตโนมัติเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังได้รับสัญญาณเตือนภัยที่ดังมาจากข้างในสมอง

ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจจริงๆ

 

เเต่อันตรายเเล้วยังไงล่ะ?

 

ถ้าเเกไม่สู้หนีต่อไปยังไงเเกก็เเพ้เขาอยู่ดีนะเเบมเเบม

 

"มานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะครับ"

 

"คิดอะไรครับ ความลับหรือเปล่า บอกให้ผมรู้ด้วยคนได้มั้ย"

 

สายตากระหายอยากรู้เป็นไปอย่างอัตโนมัติโดยที่มาร์คไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าเผลอหลุดกิริยาอะไรออกไป ดวงตากลมโตดุจกวางป่าสบเขาที่สายตาคมๆของคนตรงหน้าอย่างตั้งใจจะมองมันชัดๆ จนมาร์คเผลอเป็นฝ่ายต้องหลบตาเสียเอง

 

เสียอาการ มาจ้องเเบบนี้ปีศาจอย่างมาร์คก็เสียอาการเป็นนะ...

 

"ก็ไม่ใช่ความลับอะไรหรอกครับ ก็เเค่เรื่องธรรมดาทั่วไป ผมเเค่รู้สึกว่านั่งมองทะเลเเล้วมันสบายใจดี"

 

เป็นครั้งเเรกที่เเบมเเบมรู้สึกว่าการเงยหน้าฮึดสู้สบตาคมๆของมาร์คมันไม่เสียเปล่า เเม้ใจตัวเองจะหวั่นไหวไปตามสายตาคมๆของเขาก็ตาม ดวงตาคู่นั้นที่เอาเเต่จับจ้องเเบมเเบม เวลาหันหนีเหมือนคนซ่อนความผิดมันก็ดูน่ารักดีไปอีกเเบบ

 

ไม่คิดว่าคนเเบบคุณมาร์คจะมีมุมเเบบนี้ด้วย

 

"นิโคลบอกผมว่าคุณชอบทะเล"

 

"ครับ ผมว่ามันสงบดี อ้อ เเค่ชอบเฉยๆนะครับ ไม่ต้องซื้อมันให้ผม"

 

เเบมเเบมดักทางประชดประชันไม่ให้มิลเลี่ยนเเนร์ข้างๆทำตัวสายเปย์โกยทะเลมาให้เขาอีก พอได้ฮึดสู้ ได้กล้าจ้องหน้า มันก็ทำให้เเบมเเบมกล้าขึ้นเยอะ

 

กล้าที่เผชิญหน้าเเม้ใจใกล้จะพังก็ตามทีเถอะ

 

 

"ถ้าเขารุกมาเราก็ต้องสู้กลับสิ เเบมบี้อย่าหนีนะ เดี๋ยวเขาได้ใจ สู้ไปเลยอย่าให้เขาทำอะไรเราได้ เเบมบี้สู้ๆ"

 

นี่คือคำเเนะนะของยองเเจเมื่อเขาเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ

 

"ผมซื้อทะเลให้คุณไม่ได้ก็จริง เเต่เกาะส่วนตัวพร้อมบ้านพักติดทะเล ผมซื้อมันให้คุณได้นะ"

 

ยิ่งเเบมเเบมสู้ กล้าต่อปากต่อคำก็เริ่มทำให้มาร์คสนุกขึ้นมา เจ้าชายเเสนดีเริ่มจะเเปรเปลี่ยนเผยสัญชาตญาณของปีศาจที่กระหายชัยชนะออกมาเรื่อยๆ

 

"อย่าดีกว่าครับ เเค่ผมได้นั่งมองมันเเบบนี้ก็ดีเเล้ว"

 

เเค่ได้นั่งมองในสิ่งที่ชอบ ได้อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเเบมเเบมก็พอเเล้ว เขามันคนเจียมตัวน่ะ ไม่เผลอคิดอยากได้ในสิ่งที่ตัวเองไม่สามารถเป็นเจ้าของได้หรอก

ไม่ได้...

 

เสียงหวานเเผ่วไปในตอนท้าย ซ้ำดวงตากลมโตยังเหมือนหลุดโฟกัสปล่อยให้ตัวเองล่องลอบไปกับสายลมเเละเสียงคลื่น มาร์ครู้สึกว่า ณ ตอนนี้เเเบมเเบมดูน่าหลงใหลขึ้นมาอีกระดับ ดวงหน้าหวานๆที่ยามปกติมันก็ดึงดูดมากพออยู่เเล้ว เเต่ยามนี้มันดึงดูดมากขึ้นกว่าเดิม

 

เป็นความสวยงามที่มาพร้อมกับความเศร้ายังไงชอบกล

 

"ความสุขสงบของมัน ได้เเค่นั่งมองก็มีความสุขเเล้ว"

เเบมเเบมพึมพำขณะมองท้องทะเลกว้าง ต่างจากคนข้างกายที่เผลอจมดิ่งกับด้านมืดในตัวของตนเอง

 

"ทะเลมันไม่ได้สงบอย่างที่คุณคิดหรอกครับ ใต้ผืนน้ำนั่น มันมีอันตรายมากมายที่คุณไม่รู้"

มาร์คพูดเสียงเรียบที่เเสนเสียดเเทงจิตใจตัวเอง เผลอพลั้งปากทำตามใจตัวตนของปีศาจที่มันคำรามก้องออกมาว่ามันไม่ไหวเเล้วที่จะเเสร้งเป็นเทพบุตรที่เเสนดี

 

"แต่ใต้อันตรายนั่น มันก็เป็นทะเลไม่ใช่เหรอครับ?"

 

"คุณไม่กลัว?"

 

"กลัวสิครับ ผมกลัวอันตราย เเต่...เเค่ความอันตรายของมัน มันไม่ทำให้ผมเลิกชอบเเละหยุดมองทะเลได้หรอก"

 

แบมเเบมยิ้มจางๆ หมายความตามที่ตัวเองพูด โดยที่ไม่รู้เลยว่าเเค่ความคิดไร้เดียงสา เเค่ถ้อยคำธรรมดาที่ไม่สวยหรู มันกวัดแกว่งหัวใจปีศาจให้สั่นไหวไปแค่ไหน

 

เเม้ทะเลจะดูอันตราย เเต่เเบมเเบมก็หยุดชอบเเละเลิกมองไม่ได้

 

เหมือนกับคุณมาร์ค เเม้รู้เต็มอกว่าเขาอันตราย เเต่เเบมเเบมก็เลิกมองเขาไม่ได้เสียที

 

"พรุ่งนี้เราต้องเริ่มงานตั้งเเต่เช้า ผมขอตัวก่อนดีกว่า"

เป็นมาร์คที่ถอนหายใจเเล้วลุกขึ้นยืน หมายใจจะก้าวเท้าหนีให้พ้นเสียตรงนี้ เพราะเริ่มรู้สึกว่ากำลังถูกเจ้าเหยื่อตัวจ้อยตัวนี้หลอกล่อจนหัวปั่น กล้ามากนะเเบมเเบม กล้ามาก

 

กล้าทำให้มาร์คสับสนขนาดนี้ได้ยังไง

 

ไม่กลัวใช่มั้ย?

 

ดี!

 

เจออันตรายของจริง มาร์คจะดูว่าจะเก่งไปได้อีกสักแค่ไหน

 

 

 

 

 

วันต่อมา

งานเปิดตัวโรงเเรมเเห่งใหม่ของบริษัทกำลังจะเริ่มต้นในค่ำคืนนี้ เเบมเเบมตื่นเเต่เช้ารีบเช็กตรวจดูทุกอย่างให้เรียบร้อยว่ามันเเล้วเสร็จดีพอหรือไม่ การทำงานในครั้งนี้นับเป็นครั้งสำคัญที่เเบมเเบมจะได้พิสจน์ตัวว่าดีพอสำหรับที่จะยืนต่อในหน้าที่เลขาของมาร์คหรือไม่ ไม่หรอก เเบมเเบมไม่ได้ถูกใครกดดัน ไม่ได้ถูกนินทาว่าลับหลังด้วย เเต่เเบมเเบมกดดันตัวเองต่างหาก เขาจะทำงานให้ดี ให้สมกับที่คุณมาร์คเมตตา


 

อย่างน้อยๆก็ขอตอบเเทนลดค่าความรู้สึกในใจได้ก็ยังดี


 

รองเท้าคัทชูเสริมส้นขัดมันย่ำไปแทบจะทั่วพื้นที่จัดเลี้ยง ทั้งในตัวโรงเเรมเเละริมหาดด้านนอก

งานนี้เป็นงานใหญ่ เเละงานระดับThe Triple Enterprise ต้องไม่มีที่ติ!

 

"คุณเเบมเเบมครับ ผมขอรบกวนทางนี้สักครู่"

 

เสียงของชายวัยกลางคนที่ได้รู้จักเมื่อไม่นานมานี้ว่าจะมาเป็นผู้จัดการโรงเเรมของที่นี่ดังเรียกให้เเบมเเบมที่กำลังยืนตรวจดูความเรียบร้อยของงานในห้องบอลรูมหันกลับไปสนใจ

 

"มีอะไรหรือเปล่าครับ"  วางงานในมือเเล้วหันไปยิ้มจางๆให้อย่างใจดี  เมื่อพบกับสายตาที่เกรงในตัวของเเบมเเบมอยู่ในที  บางทีเเบมเเบมก็นึกประหลาดใจนักว่าทำไมพนักงานคนอื่นๆทั่วไปถึงมีท่าทางห่างเหินเเละไว้ตัวกับเขาอยู่เเปลกๆ  ทั้งๆที่ตัวเขาเองนั้นยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยเเม้เเต่สักนิด

 

เเต่คนพวกนี้กลัวเขาอย่างกับเขามีอำนาจมากมายซะอย่างนั้นเเหละ  เอ  หรืออาจเป็นเพราะกลัวคุณมาร์คนะ

 

"ผู้บริหารอีกสองท่านเดินทางมาถึงเเล้วครับ  พวกท่านต้องการจะพบคุณ เเต่ถ้าคุณไม่สะดวก..."

 

"ไม่เป็นไรหรอกครับ  ผมไปได้  ขอบคุณนะครับที่มาบอก"   เเบมเเบมยิ้มหวานให้ก่อนจะหมุนกายเดินนำหน้าไปในที่ที่ตัวเองคิดว่าผู้ที่ต้องการจะพบอยู่ที่นั่น  

 

ก๊อกๆ

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นขออนุญาตก่อนที่เสียงข้างในจะตอบรับเเล้วมือบางค่อยผลักประตูเข้าไป    ร่างสูงคนที่เเบมเเบมรู้จักกันดีว่ามีศักดิ์เป็นถึงพ่อของหลานชายตัวน้อย  นั่งยิ่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ภายในห้อง  ร่างบางโค้งทำความเคารพนิดหน่อยก่อนจะสอดส่ายสายตาหาใครอีกคน

 

ก็ไหนว่ามีสองคน  ทำไมเห็นเเค่คนเดียว?

 

ฟุ่บ

 

"เฮ้ย!"

 

"โอ๊ย!"

 

อยู่ดีๆร่างบางก็ถูกดึงประชิดเเละล็อคคออย่างรวดเร็วจากทางด้านหลังทำให้ร่างน้อยตกใจเผลอสะบัดมือไปโดนที่สันจมูกของคนด้านหลัง  ก่อนจะมีเสียงร้องโอดโอยพร้อมกับการปล่อยตัวของเเบมเเบมให้เป็นอิสระ

 

สองขาเรียวก้าวออกห่างอย่างตื่นตระหนกหันไปมองร่างหนาที่กำลังเอามือกุมจมูกตัวเองเเน่น  ดวงตากลมโตสับสนหันมองอย่างไม่เข้าใจ  นึกว่าเป็นคนบ้าเเต่เห็นใส่สูทดูดีมีราคาเเละสีหน้าเอือมระอาของเจบี  เเบมเเบมก็รับรู้ทันทีว่าไม่ใช่

 

"มือหนักใช่ได้  ดีนะของเเท้เเม่ให้มาไม่งั้นคงได้ไปโมหน้าใหม่ที่เกาหลีเเน่"  

เสียงทุ้มเเสนเซ็กซี่ปนเเหบนิดๆบ่นออกมาเมื่อมือหนาคลำๆลูบๆจมูกตัวเองเเล้วพบว่ามันไม่เป็นอะไร  

 

"ถ้าไปก็อย่าลืมบอกเขาให้ศัลยกรรมสมองมึงด้วยล่ะ  เเบมเเบม  มานี่สิ"  

 

เจบีส่ายหน้าระอาก่อนจะกวักมือเรียกน้องเมียให้เข้าไปใกล้  ร่างน้อยมีท่าทีงงๆเเต่ก็ยินยอมเดินสาวเท้าเข้าไปหาว่าที่พี่เขย  เพราะประเมินสถานการณ์เบื้องต้นเเล้วรู้สึกว่าเจบีน่าไว้ใจมากกว่าคนที่ยืนกุมจมูกอยู่ตรงนั้น

 

"ไม่ต้องกลัวหรอก นั่นไอ้เเจ็คสัน  ผู้บริหารอีกคน ไม่ใช่คนบ้าที่ไหนเเม้มันจะดูคล้ายก็ตาม"  เจบีปลอบน้องเมีย  เห็นเเววตาตื่นๆกลัวๆของเเบมเเบมมันก็รู้สึกว่าน่าเอ็นดูดี   

 

"ถ้ากูบ้า กูคงเป็นคนบ้าที่หน้าตาดีที่สุดในโลกละ  Hi!   เเบมเเบม ผมชื่อหวัง เเจ็คสัน  รู้จักกันเเล้วโน๊ะ" 

 

 เเจ็คสันยิ้มร่าทำตัวลั้นลาเข้าไปหา  ตั้งใจจะผูกมิตรให้กับเพื่อนรักของว่าที่เเฟนในอนาคต  จากคลุกคลีตามตื๊อตามจีบยองเเจมา  ทำให้รู้ว่าเเบมเเบมนี่เดอะเบสในชีวิตของยองเเจรองลงมาจากจินยองเลยนะ   ฉะนั้นเข้าทางได้ก็ควรจะเข้าทางไป  เผื่อยองเเจเห็นเเล้วจะใจอ่อนรับรักเเจ็คสันซักที

 

"ครับ  เห็นคนไปตามบอกว่าพวกคุณอยากจะพบผม  มีอะไรหรือเปล่าครับ"

 

"ก็ไม่มีอะไรหรอก  เเค่อยากเจอหน้าทำความรู้จักเฉยๆ"  

เจบีตอบเอื่อยๆขณะมองประเมินคู่สนทนาไปด้วย  ดีขึ้น  เปลี่ยนไปตามอย่างที่จินยองว่าไว้จริงๆ   ไอ้มาร์คคงจะหมดไปเยอะน่าดู   เพราะจากครั้งที่เเล้วที่พบกับเเบมเเบมเมื่อเอามาเปรียบเทียบกับครั้งนี้ดูหางชั้นกันมากโข

 

 

ดูดีสมกับการที่จะเป็นเบบี้ของมาร์ค  ต้วน

 

"ถ้าเเค่นี้ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ  ยังมีงานอีกมากที่รอผมอยู่" 

 

 เเบมเเบมเตรียมจะชิ่งหนี  เพราะเขารู้สึกไม่ชอบใจกับสายตาของมิสเตอร์อิมเลยสักนิด  สายตาที่มองประเมินเเละมีบางอย่างแปลกๆ  มองกันอย่างนี้จะเอายังไง  ต้องการเป็นศัตรูใช่มั้ย?  เรื่องครั้งที่เเล้วกับพี่จินยองยังไม่เคลียเลยนะ!

 

จริงๆเเบมเเบมก็พูดไปอย่างงั้นเเหละ  ถึงคุณเจบีต้องการเป็นศัตรูจริงๆ เขาคงทำอะไรไม่ได้  เเค่สายตาที่จ้องมาก็เหมือนมีมีดมีดาบมาจ่อคอหอยเเบมเเบมเเล้ว

 

คนอะไรสายตาน่ากลัว  เเต่ก็ยังน้อยกว่าคุณมาร์คล่ะนะ

 

 

"ขยันทำงานจังนะ  กลัวมันดุหรือไง"  เป็นเเจ็คสันเองที่เอ่ยเเซว  เอาจริงๆมาร์คนี่มันโคตรตาถึง  ถ้าไม่ติดว่าเเจ็คสันตั้งใจจะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีให้สมกับที่ยองเเจต้องการ  เเจ็คสันก็จะลงเเข่งเเย่งเบบี้คนนี้กับมาร์คอยู่หรอก

 

คนอะไร  บอบบางอ่อนเเอนุ่มนิ่ม  น่าจูบน่ากอดไปหม๊ดดดด

 

 

เเต่ก็ยังน้อยกว่ายองเเจล่ะนะ!  

 

ท่องไว้เเจ็คสัน  ยองเเจ! ยองเเจ! ยองเเจ!

 

"กลัวโดนหักเงินเดือนมากกว่าครับ  ผมมาที่นี่เพื่อทำงาน  ไม่ได้มาเพื่อจะคุยเล่นกับใคร  ต้องขอตัวเเล้วจริงๆ"  เเบมเเบมทนสายตาทรงพลังทั้งสองคู่ที่มองเขาอยู่ไม่ไหว ก่อนจะหันกายหมุนตัวเดินออกมา   นี่ผู้บริหารบริษัทนี้มันเป็นอะไรกันทำไมสายตามันดูแปลกๆ 

 

มิสเตอร์อิม  มองเเบมเเบมอย่างกับเขาเป็นสินค้า

 

มิสเตอร์หวัง  มองเเบมเเบมอย่างกับเด็กที่เห็นของเล่นใหม่น่าสนุก

 

ส่วนมิสเตอร์เอ็มนั้น  มองเเบมเเบมเหมือนกับ...

 

ช่างมันเถอะ!

 

เอาเป็นว่าเเบมเเบมจะไม่ขอเข้าใกล้หรือคลุกคลีกับผู้ชายกลุ่มนี้ไปมากกว่าเรื่องงานนะ  ให้ตายเถอะ  เเบมเเบมไม่ชอบเลยจริงๆ

 

 

"ลูกบ้านนี้มันดุทุกคนเลยหรือไงวะ"   

คล้อยหลังเเผ่นหลังบอบบาง  เเจ็คสันก็บ่นออกมาเบาๆ  นี่สาบานว่าเป็นเเค่พี่น้องที่โตมาด้วยกัน  ไม่อย่างนั้นเเจ็คสันคงเชื่อว่าเป็นพี่น้องท้องเดียวกันเเน่ๆ  ความดุนี่ถ่ายทอดผ่านทางการเลี้ยงดูหรือไงนะ   ดุพอกันทั้งบ้าน  ดุอย่างเดียวไม่พอ  สวยด้วย  เเจ็คเป็นงง!

 

"คนนี้ดุน้อยสุดเเล้วกูว่า"  

 

"น้อยไม่น้อยไม่รู้  เเต่เพื่อนมึงอ่ะ ดุมากๆ"  เเจ็คสันจงใจเน้นเสียงเน้นคำสื่อความหมายชวนคิดไปไกล ประกอบกับสายตาวิบวับๆเป็นประกายจนเจบีอยากเอาเท้าเสยหน้า  ทำให้รู้ว่าเเจ็คสันมันหมายความถึงความดุไปอีกเเบบ

 

ดุเเบบมาร์คต้วน  น่าจะหมายถึง ดุจนร่างพัง  อะไรทำนองนั้น

 

"อย่าเล่นกันให้มาก  นั่นน้องเมียกู" 

 

 เอ่ยปรามเพื่อนทั้งสองเบาๆ  เเม้ใจเจบีอยากจะให้ทั้งสองคนนี้เลิกยุ่งกับอะไรรอบๆตัวคนรอบๆข้างของจินยองซะให้หมดก็ตามทีเถอะ   เพราะเขากลัวเหลือเกินว่าถ้าพวกนี้เกิดพลาด  เเล้วผลของความซวยจะตกมาที่เขา  จินยองรักพี่รักน้องมาก  เขาเชื่อว่าต้องพาลไปหมดเเน่ๆ  เเต่จะให้เขาหยุดเพื่อนเลยมันก็ไม่ได้  ในเมื่อสิ่งที่พวกมันทำอยู่มีส่วนดึงคนรอบข้างที่จะทำให้จินยองดื้อกับเขาออกไปให้ไกล  ไม่อย่างนั้นเเผนที่เขาวางไว้มันคงยากขึ้นเเน่ๆ

 

เห็นเเก่ตัว  สารเลว ด่าเเบบนี้อันนี้ยอมรับ  เเต่ ถ้าไม่ทำเเบบนี้จะได้ลูกเมียคืนมั้ย?

 

 

"กูไม่เล่น  กูหยุดเเล้วเถอะ  ไอ้มาร์คนั่นเเหละ  ถ้ามันพัง เราสองคนเตรียมตัวฉิบหายได้เลย" 

 

"ใครจะฉิบหาย กูว่าไม่ใช่เเค่เราหรอกนะ  เชื่อกูเถอะเเจ็ค  มีคนฉิบหายมากกว่าเราเเน่ๆ"  เจบีเหยียดยิ้ม

 

 

 

 

 

 

เเสงเเฟลชวูบวาบของนักข่าวที่กดชัตเตอร์รัวๆทันทีเมื่อสามร่างสูงใหญ่ของหัวเรือหลักเเห่ง The Triple Enterpriise ปรากฏตัวขึ้นที่พรมเเดงหน้างานเปิดตัวโรงเเรมใหม่ในเครือ   เเขกเหรื่อมากมายทั้งดารานางเเบบ นักธุรกิจ เซเลบริตี้ชื่อดังมากกมายถูกเชิญให้เข้าร่วมงาน  จนห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่มากมายไปด้วยผู้คน  แบมเเบมได้เเต่ยืนเเอบมองอยู่ห่างๆไม่กล้าเข้าไปใกล้วงโคจรของพวกเขาเท่าใดนัก  เพราะอยู่ๆความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจก็ตีขึ้นมาจนจุกอกดื้อๆ  

คุณมาร์คเคยเรียกหาเเละพาเเบมเเบมเข้างานเดินเคียงใกล้  เเต่ทำไมวันนี้ไม่เป็นเเบบนั้น  คุณมาร์คหายไปทั้งวันเเละเพียงเเค่ส่งชุดมาให้  ไม่มีการพูดคุย ไม่มีอะไรใดๆเลย  

 

 

คุณมาร์คเหมือนพระอาทิตย์ดวงใหญ่ที่ไปที่ไหนก็เฉิดฉายรัศมีทำให้ใครต่อใครสนใจ  ดูสิ  จนตอนนี้รอบกายคุณมาร์คยังโอบล้อมไปด้วยผู้คนเลย   ล้อบไปหมดจนเเบมเเบมรู้สึกว่าตัวเองเข้าไปใกล้ไม่ได้

 

เฮ้อ  ทำไมต้องรู้สึกเเบบนี้ด้วย  น่ารำคาญชะมัด

 

"ให้ตายสิ  คนพวกนี้น่ารำคาญชะมัด"

 

"ยองเเจ?  มาได้ยังไงเนี่ย!" 

 เเบมเเบมร้องลั่นด้วยความดีใจที่อยู่ๆเพื่อนรักก็ปรากฏกายได้ทันเวลาพอดีที่เเบมเเบมคิดถึง  ร่างบอบบางโผเข้ากอดเพื่อนอย่างลิงโลดจนยองเเจคว้าตัวมากอดเเทบไม่ทัน 

 

"นี่ก็เป็นคำถามที่เเจถามตัวเองเหมือนกัน  ให้ตายเถอะ  ฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย!"

 

  ยองเเจบ่นอุบไม่เข้าใจตัวเอง  ยิ่งหันไปเห็นหน้าหล่อๆเเต่ไร้สาระของเเจ็คสันก็พาลทำให้หงุดหงิดขึ้นมาดื้อๆ

 

ไอ้บ้าเอ๊ย  ยองเเจรำคาญตัวเอง 

 

"ไปหาอะไรกินกันเถอะ  อยู่ตรงนี้นานๆเเจอารมณ์เสีย!"   ร่างอวบของคุณนักข่าวเเห่งไพร์มเอ่ยออกมาระคนโมโห  ร่างเเขนบอบบางของเพื่อนสนิทให้เดินออกมาให้พ้นรัศมีออร่าอันเฉิดฉายของคนพวกนั้น  

 

น่ารำคาญชะมัด  ไอ้บ้าหวังเเจ็คสันมันโคตรน่ารำคาญ!!!

 

 

 

 

 

 

 

 

"คุณเเบมเเบมอยู่ในสวนกับคุณยองเเจครับ  ท่าทางเมามากด้วย  จะให้ผมพากลับห้องพักมั้ยครับ"

 

"ไม่ต้อง เฝ้าห่างๆ  อย่าเเตะต้องเขา  ฉันจะไปรับเอง"   

 

มาร์คต้วนเอ่ยกับการ์ดในสายอย่างหงุดหงิด  เขาอยากจะวาร์ปตัวเองให้หายไปจากตรงนี้ๆจริงๆเเต่ก็ทำไม่ได้   งานนี้งานใหญ่เเละสำคัญ  มาร์คไม่อาจทำตัวเอาเเต่ใจอย่างเช่นครั้งที่เเล้วได้  เเต่มาร์คสาบานเลยว่าจะทำโทษเเบมเเบมให้สาสมเลย!

 

กล้ามากนะที่หนีไปกินเหล้าเเบบนั้น  เเบมเเบมกล้ามาก!

 

"ให้ผมไปรับคุณเเบมเเบมมั้ยครับ"  นิโคลเสนอตัว  

 

"ไม่ต้อง  ฉันจะไปรับเข้าเอง"

 

"เเต่คุณเเบมเเบมเมา ทิ้งไว้นานผมคิดว่าไม่ดี"   

 

"ก็ถือว่าลงโทษไปในตัว  เกิดอะไรขึ้นมาก็ให้เขาโทษตัวเอง  จะได้หลาบจำว่าทำเเบบนี้มันไม่ถูก  นายไปทำหน้าที่ตัวเอง คอยดูงานให้ดี  ฉันไม่อยากให้งานฉันพังเพราะเเค่คนๆเดียว"

 

หน้ากากซาตานเผยออกเเผ่ความเลือดเย็นเเละความมาคุ   กรุ่นโกรธจนเเทบคลั่งเเต่ทำอะไรไม่ได้  มาร์คห่วงเเบมเเบมก็จริง เเต่มันไม่มากเท่ากับงานในคืนนี้  รองานเสร็จไปคิดบัญชีก็ยังไม่สาย  อีกอย่างเขามั่นใจว่าเเบมเเบมจะไม่เป็นอะไร  ก็นี่มันอาณาเขต  นี่มันเป็นพื้นที่ของเขา  ใครจะกล้าลองดีก็เข้ามาสิ!

 

ถ้ามันไม่กลัวที่จะตายอย่างเจ็บปวดทรมาณน่ะนะ

 

พิธีการในงานดำเนินไปเรื่อยๆจนเเทบจะสิ้นสุดงานในคืนนี้ เเละเปิดโอกาสให้เเขกได้ชมความงดงามของโรงเเรม  มาร์คต้วนยิ้มทักทายด้วยหน้ากากเทพบุตรอย่างเป็นธรรมชาติ  ทั้งพูดคุยตอบรับทักทายคนในงานอย่างเป็นปกติ  เเต่พอคู่สนทนาหันหลังไป  ไอเย็นของซาตานก็กลับมาอีกครั้ง

 

"เป็นเหี้ยไร  ทำหน้าอย่างกับจะฆ่าใคร"  

เเจ็คสันที่เพิ่งกลับโต๊ะ  ข้างกายโอบเอวเเม่สาวนางเเบบหุ่นสะบึมผิวสีเเทนเข้ามาหาเพื่อนที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่กับโต๊ะ   โอเค  เเจ็คสันเคยพูดว่าจะเป็นคนดีให้ยองเเจใช่มั้ย  เเต่ตอนนี้ยองเเจไม่อยู่  เเจ็คเลวได้!

 

เเต่เห็นสายตาเพื่อนที่พร้อมฆ่าคนก็ทำให้เเจ็คสันจำใจปล่อยเเม่วัวโคนมเนื้อนมไข่ในอ้อมกอด

 

"คนสวยครับ  ผมขอเวลาส่วนตัวสักครู่ได้มั้ย"  ยิ้มอ่อนโยนเเละน้ำเสียงที่ล่อให้นางเเบบสาวตกบ่วง   สาวเจ้ายิ้มรับก่อนจะกดจูบหอมเเก้มสากของเเจ็คสันเเล้วหันกายเดินออกไป

 

ผลั๊วะ!

 

"ไอ้เหี้ย  เจ็บ! ตบหัวกูทำซากอะไรไอ้สันขวาน"  เเจ็คสันโวยวายเพราะทันทีที่สาวสวยเดินออกไป  ฝ่ามือพิฆาตเเละตัวตนของมาร์คก็เผยออกมา  

 

ไอ้สัสโบกมาได้  หัวเเทบหลุด!

 

"เด็กมึงทำเบบี้กูเสียคน!"  

 

มาร์คคำรามในลำคอคาดโทษเด็กของเพื่อน  ถ้าไม่ติดว่ายองเเจเป็นเพื่ออนสนิทเเละเป็นคนที่เเจ็คสันหมายตา  มาร์คสั่งให้การ์ดอุ้มไปฆ่าเเน่  ชวนเเบมเเบมของเขาเสียคน  มันต้องตาย!

 

"เด็กที่ไหนวะ?  ไม่มี!"

 

"เด็กยองเเจจากไพรม์ไง"

 

"ฉิบหาย มาเหรอวะ! ทำไมกูไม่รู้  ไอ้เวรเอ้ยเเล้วเขาจะเห็นกูม่อสาวป่ะวะ  ตายเเน่ๆไอ้เเจ็คสัน ตายเเน่ๆ"

 

"มึงได้ตายเเน่ๆ  ไปเลยนะ  มึงไปลากเด็กมึงออกไป  ก่อนที่กูจะฟิวล์ขาดสั่งคนไปฆ่าทั้งเด็กทั้งมึง"

 

"เออๆ  กูไปเเล้ว!"  เเจ็คสันวิ่งพล่านไปตามที่การ์ดของมาร์คที่ยืนรอเชิญอยู่ก่อนเเล้ว  พอเพื่อนคล้อยหลัง  มาร์คก็จำต้องขึ้นเวทีเพื่อขอกล่าวปิดงานก่อนเวลา

 

ใจจริงก็อยากจะไปพร้อมเพื่อน  เเต่งานมันก็ต้องเอาให้เสร็จ  ไอ้ฉิบหายเจบีก็ทิ้งกันไปวิดิโอคอลเล่านิทานให้ลูกฟังเเล้ว เฮ้อ  บริษัทนี้มันมีคนปกติสักคนมั้ยเนี่ย!

 

 

 

 

100%

#มิสเตอร์มบ

@iammeamjtha3000

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 591 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,799 ความคิดเห็น

  1. #3583 เฟื่องฟ้า วรกิจพินิต (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 12:58
    มีาภาคของ เจบีมัยคะ อยากอ่านตามมากก เจบีน่ารัก5555
    #3,583
    4
    • #3583-1 J_tha(จากตอนที่ 17)
      27 กันยายน 2563 / 13:00
      มีค่ะ ชื่อเรื่อง Mr. Im ค่ะ
      #3583-1
    • #3583-3 J_tha(จากตอนที่ 17)
      27 กันยายน 2563 / 13:02
      มีค่ะMr.W ค่ะ
      #3583-3
  2. #3570 Ttbb34 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 07:22
    เอ็นดูพี่บีมากกกก

    ไปคอลเล่านิทานให้ลูกฟังน่าย๊ากกก
    #3,570
    0
  3. #1771 oni (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 23:39

    แจ็คนี่ก็ม่อไม่เลือก มันน่าโดนแจจัดหนักสักที แบมแข็งก็ดีแล้ว หวั่นไหวแต่ไม่อ่อนแอค่ะ

    #1,771
    0
  4. #1348 KingkarnNakkumma (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 01:06
    ในสามคนจินยอง ยองแจ แบม เอาจริงแบมน่าสงสารสุดแล้วฮือ
    #1,348
    0
  5. #1067 YanisaCH (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มีนาคม 2563 / 15:10
    มาร์คต้วนนนนน
    #1,067
    0
  6. #991 maba07 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:03
    ถ้าได้เห็นน้ำตาน้องแล้วจะรู้สึก!!!!
    #991
    0
  7. #868 My love markbam (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:32
    แบมลูก หนีไป
    #868
    0
  8. #796 นอนอ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 17:32

    รีบไปดูแบมเร็วเลยนะ

    #796
    0
  9. #783 Minnie (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 11:33
    สู้เค้านะแบมบี้ คุณมาร์คจะต้องแพ้และเจ็บกับเกมส์นี้อย่างแน่นอน
    #783
    0
  10. #774 ผู้จัดการ หุ้นส่วน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 22:18

    คุณมาร์คน่าสงสัยแต่ก็ดูน่าสงสารในเวลาเดียวกัน

    #774
    0
  11. #764 toto (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 03:48

    แบมหนีไปอย่าไปหลงเทวดาปลอมๆ

    #764
    0
  12. #762 jiab155 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 00:06
    น้องเมา คิดดีไม่ได้เลย
    #762
    0
  13. #755 mylove2BB (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 01:07
    คิดไว้แล้วว่าน้องแบมต้องแบบอัันตรายแต่รักไปแล้วขอเข้าใกล้หน่อยแล้วกัน อ่านไปก็บีบหัวใจเหลือมันลุ้นมากก
    #755
    0
  14. #729 lovebam2x (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 21:37
    สวัสดีปีใหม่ค้าาา เพิ่งได้เข้ามาอ่านงื้ออออ เห็นแจ้งเตือนอยากเข้ามาตอนนั้นเลยแต่ไม่มีเวลาอ่านเลย วันนี้ฤกษ์ดี อิอิ คุณมาร์คควรใจเย็นนนนนนนน อยากให้แบมหนีไปจังเลยลูก ฮือออออ
    #729
    0
  15. #713 จานี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 05:40

    สวัสดีปีใหม่ เฝ้ารอจะดูคนเก่งว่าจะเก่งจริงใหม คุณเอ็ม เป็นกำลังใจให้นะสู้ไรต์

    #713
    0
  16. #712 Katai_lh77 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 23:28
    น้องแบมโดนมิสเตอร์ลงโทษแน่ๆ
    #712
    0
  17. #711 น้ำเน่าสีออน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 18:47
    เ้คยได้ยินคำว่า หัวเราะทีหลังดังกว่าไหม มิสเตอร์เอ็ม
    #711
    0
  18. #710 คนไม่กินถ่าน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 18:15
    happy new year นะคะไรต์~~ คิดถึงปีศาจมาร์คกับน้องแบมมั่กๆเลยค่าา จะรอกงนี้เสมอนะคะ
    #710
    0
  19. #709 eye_au (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 18:06
    เกียมทิชชู่แล้วจ้าาา
    #709
    0
  20. #708 PMNP (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 17:30
    สงสารน้องงง
    #708
    0
  21. #707 SSHINE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 15:18
    ชอบค่ะ รออยู่นะ
    #707
    0
  22. #706 รรร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 11:36

    ออย่าใจร้ายกับน้องนักเลย ระวังไว้เถอะ

    #706
    0
  23. #705 Jiab2908 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 10:34

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ♥♥♥♥

    #705
    0
  24. #704 NawapornSooksri (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 08:59
    สวัสดีปีใหม่นร้าา.มีความสุขมากๆแล้วมาอัพบ่อยๆนะชอบเรื่องนี้มากเลย. ทำebooks ด้วยก้อดีนะอยากได้????????
    #704
    0
  25. #703 KKim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 มกราคม 2563 / 08:50

    Mr.M จะทำไรแบมบี้!!!

    สงสารแบมที่โดนกระทำ แต่สุดท้ายเหมือนที่นิโคลว่า ผลสุดท้ายคนที่เสียใจมากสุดคือ mr. M


    ปล. สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ ชอบมากกก

    #703
    0