(END) #อย่าเล่นกับอนล [สนพ. Deep Publishing]

ตอนที่ 8 : 08 คนกวนประสาท [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,463 ครั้ง
    8 มิ.ย. 63

 

#อย่าเล่นกับอนล

 

 

 

 

 

คุณเคยจินตนาการภาพของตัวเองในอนาคตกันไหม

 

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมเคยจินตนาการภาพตัวเองในวัย20 ปลายๆ ผมคิดว่าตอนนั้นผมคงจะมีงานประจำที่มั่นคง อาจจะมีรถเป็นของตัวเอง หรืออาจจะถึงขั้นซื้อคอนโดสักห้องหนึ่งได้แล้ว ผมคงจะใช้ชีวิตแบบมนุษย์เงินเดือนในเมืองหลวงทั่วๆไปที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานเก็บเงิน วางแผนอนาคตร่วมกับคนที่รัก

 

แน่นอนว่านั่นคือจินตนาการสุดเบสิก และผมเองก็ไม่เคยคาดฝันมาก่อนว่ามันจะผิดแผกไปจากนี้ แต่ในความเป็นจริงมันดันผิดไปแบบไกลโขเลยทีเดียว

 

โอเค ผมมีคอนโดของตัวเองแล้ว แต่หน้าที่การงานในบริษัทเอกชนที่อยู่ในระดับ SME ยังไม่อาจเรียกว่ามั่นคงได้อย่างเต็มปาก ผมมีรถก็จริง แต่ก็ไม่ได้ซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง และที่สำคัญผมยังไม่เจอคนที่รักผมจริงๆสักที

 

และตอนนั้นผมก็ไม่เคยจินตนาการว่าผมจะกลายมาเป็นเพื่อนบำบัดเซ็กซ์กับคนที่ผมไม่ชอบขี้หน้าด้วย

 

“เอื้อ มึงเหม่ออะไรวะ?” เสียงทุ้มแหบดังขึ้นในยามเช้าระหว่างที่ยืนรอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นออฟฟิศ ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนตอบเสียงเนือย

 

“เปล่า”

 

“แล้วไป เห็นตาลอยๆ นึกว่ามึงเอ๋อไปแล้ว ตอนเอากันเมื่อคืนกูก็ว่ากูไม่ได้ทำหัวมึงกระแทกขอบเตียงนะ” คิงยื่นหน้ามากระซิบพลางหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีนิลพริบพราวที่แฝงแววเจ้าชู้ไว้เต็มที่สบเข้ากับดวงตาของผม

 

กวนประสาทกันแต่เช้านั่นคือสิ่งเดียวที่ผมคิดอยู่ในใจ

 

“เงียบไปเถอะ” ผมพึมพำอย่างเหนื่อยหน่าย จนป่านนี้ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะไปเป็นFriends with benefits กับคนแบบนี้ได้ตั้งสองอาทิตย์แล้ว

 

ทุกอย่างดำเนินไปตามข้อตกลงที่เคยคุยกันไว้ ตอนอยู่ออฟฟิศพวกผมทำตัวตามปกติ แม้แต่เจตก็ยังดูไม่ออกว่าระหว่างผมกับคิงมีอะไรที่เปลี่ยนไป ส่วนช่วงเวลาหลังเลิกงานก็ต่างคนต่างขับรถตัวเองกลับ คิงมันจะมาหาผมที่คอนโดอาทิตย์ละสามครั้ง หรือบางครั้งก็จะเปลี่ยนบรรยากาศไปที่คอนโดมันบ้าง จนผมต้องเอาชุดทำงานไปทิ้งไว้ห้องมันบางส่วน เพื่อที่เวลาไปนอนค้างจะได้มีใส่ไปทำงานในวันต่อไป ไม่ต้องยืมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งๆของมันมาใส่มาออฟฟิศเหมือนเช้าวันแรกหลังจากที่ทำข้อตกลงกัน

 

สองอาทิตย์ที่ผ่านมา นอกจากเรื่องเซ็กซ์ที่เพิ่มมาแล้ว ความสัมพันธ์ของผมกับคิงก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป มันยังกวนประสาทผมไม่ต่างจากแต่ก่อน และผมก็ยังรำคาญมันเหมือนเดิม

 

โดยเฉพาะในสถานการณ์แบบนี้

 

“สวัสดีค่ะคุณคิง” เสียงหวานๆของหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งที่เอ่ยทักขึ้นทำให้ผมเหล่มองเจ้าของชื่อ แล้วก็ต้องกลอกตาเมื่อได้ยินน้ำเสียงกะล่อนๆจากปากมัน

 

“สวัสดีครับคุณรุ้ง วันนี้สวยเป็นพิเศษเลยนะครับ” คิงยิ้มกรุ้มกริ่มพลางเอ่ยปะเหลาะหญิงสาวในชุดเดรสสีหวานที่ผมจำได้ว่าเธอทำงานอยู่ออฟฟิศชั้นบนบริษัทเรา แน่นอนว่าผมไม่รู้จักเธอเพราะไม่ได้ทำงานบริษัทเดียวกัน แต่คิงมันเหมือนจะรู้จักผู้หญิงทั้งตึกนี้เลยล่ะมั้ง ไหนจะพวกผู้ชายน่ารักๆอีก

 

ถ้าเป็นเจตผมจะเรียกว่าอัธยาศัยดี แต่อย่างไอ้คิงน่ะมันหน้าหม้อ

 

“คุณคิงชมแบบนี้รุ้งเขินจริงๆนะคะ” พวงแก้มของเธอขึ้นสีระเรื่อน่ามอง ไอ้คนชมเลยยิ่งยิ้มกว้างเมื่อเมื่อเห็นสาวเจ้าหัวเราะอย่างเขินอาย ผมเบือนหน้าหนี พ่นลมหายใจแรงๆอย่างหงุดหงิด

 

ทำไมผมต้องได้มายืนดูมันเต๊าะสาวทุกที น่ารำคาญเป็นบ้า

 

“คุณรุ้งจะขึ้นออฟฟิศเหรอครับ?”

 

“เปล่าค่ะ รุ้งรอกาแฟอยู่ พอดีเห็นคุณคิงก็เลยเดินมาทัก” เธอตอบอย่างเขินๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่ประตูลิฟต์เปิดออก ผมที่ขี้เกียจฟังเต็มแก่จึงก้าวเข้าไปด้านในทันที

 

เท้าของผมพาตัวเองไปยืนอยู่ที่มุมลิฟต์ด้านในสุดเพื่อให้คนที่มาทีหลังได้มีที่ยืน ผมได้ยินเสียงไอ้คิงบอกลาคุณรุ้งก่อนจะเดินตามเข้ามา มันหยุดยืนอยู่ข้างกายผม ส่งยิ้มกวนๆมาให้

 

รู้งี้เมื่อคืนผมน่าจะข่วนหน้ามันแทนข่วนหลังนะ เผื่อมันจะทำหน้าเป็นผู้เป็นคนดีๆ ที่ไม่กวนตีนแบบคนอื่นเขาได้บ้าง

 

คนทยอยกันเข้าในลิฟต์มากขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มแออัด ไอ้คิงที่โดนคนอื่นเบียดมาก็มาเบียดผมอีกทอดจนผมแทบจะตัวลีบชิดผนังลิฟต์ ไหล่แทบจะเกยกับอกกว้างของมันอยู่รอมร่อ ประตูลิฟต์ปิดลงและค่อยๆเคลื่อนที่ ผมยืนนิ่งๆมองตัวเลขชั้นที่เปลี่ยนไป ก่อนจะสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าอะไรบางอย่างมาแตะที่ด้านหลัง

 

ท่อนแขนหนาของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างกายเลื่อนมาโอบเอวผมไว้ก่อนจะบีบเบาๆ พอผมเงยหน้ามอง ถลึงตาใส่ มันก็ยักคิ้วและเลื่อนมือต่ำลงไป...

 

ตึ๊ง!

 

ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้น15 ผมรีบเดินออกจากลิฟต์ มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าบริเวณนั้นไม่มีคนอื่นแล้วจึงหันกลับไปหาคนที่เดินตามมาทันที

 

“เมื่อกี้มึงบีบก้นกูทำไม” ผมถามเสียงเย็น

 

“เปล่านี่ มือมันไปโดนเฉยๆ” มันตอบยิ้มๆ แก้ตัวด้วยใบหน้าใสซื่อที่ดูยังไงก็โคตรจะปลอม

 

“โดนบ้าอะไร มึงจงใจชัดๆ” ผมขมวดคิ้วแน่นอย่างมีน้ำโห คนฟังยกมุมปากขึ้นน้อยๆ พลางโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู

 

“ก็กูเห็นมึงโดนเบียด ชนผนังแล้วเดี๋ยวเจ็บก็เลยเอาแขนกันไว้ให้ไง อย่าหวงตัวน่า ตอนกลางคืนเราทำกันมากกว่านี้ด้วยซ้ำ จำไม่ได้เหรอครับ?” มือหนาแตะลงบนเอวผมอีกครั้ง ผมรีบปัดมือมันออก จ้องหน้าอย่างเคืองๆ

 

“กูเคยบอกแล้วนะว่าห้ามรุ่มร่ามที่ออฟฟิศ”

 

“ครับๆ ขอโทษ แต่กูไม่ได้ตั้งใจ มือมันบังเอิญไปโดนจริงๆ” มันยิ้มหน้าชื่นตาบาน ผมสูดลมหายใจลึกๆ แล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้

 

“โอ๊ย!”

 

“โทษที ตีนกูก็บังเอิญไปโดนเฉยๆเหมือนกัน” ผมเอ่ยเสียงเย็นกับคนที่ยืนหน้านิ่วมองเท้าตัวเองที่โดนผมเหยียบเต็มแรง ผมหันหลังให้มัน ตอกบัตรเข้างาน แล้วเดินลิ่วๆไปยังแผนกทันที

 

ดูท่าวันนี้จะไม่ใช่วันดี เพราะผมหงุดหงิดแต่เช้าเลย

 

 

 

 

 

 

 

สิ่งที่ผมคาดเดาไว้เป็นความจริง

 

วันนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่วันดีของผม หรือบางทีอาจจะไม่ใช่วันดีของพนักงานทุกคนเลยด้วยซ้ำ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พวกผมตั้งตารอให้ถึงวันประกาศปรับเงินเดือนประจำปีมาตลอด แต่พอมันมาถึงจริงๆกลับทำให้ยิ่งรู้สึกหมดอาลัยตายอยากหนักไปกว่าเดิม

 

สีหน้าของเจตที่เดินเข้ามาในแผนกหลังกลับมาจากการพบบอสนั้นดูสะโหลสะเหลไม่ต่างไปจากพนักงานคนอื่นๆตอนที่บอสเรียกไปพบในห้องแล้วบอกว่าเงินเดือนปีนี้จะขึ้นแค่ 1% เท่านั้น เพื่อนสนิทของผมทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ นั่งตาลอย ท่าทางดูผิดหวังไม่ใช่น้อยเพราะเจตมันเคยบอกว่าตั้งใจจะเอาเงินไปลงทุนซื้อกองทุนรวม ซึ่งจากปริมาณเงินที่ได้เพิ่มขึ้นมาแค่นิดหน่อย อย่างไรก็คงซื้อไม่ได้แน่นอน

 

“เอาน่า อย่างน้อยก็ยังได้ขึ้นนะ” ผมพยายามปลอบมันแม้จะรู้สึกเซ็งไม่ต่างกัน เจตพยักหน้ารับแบบซึมๆ

 

เพราะเงินที่ได้เพิ่มขึ้นเพียงน้อยนิด จากตอนแรกที่ตั้งใจกันไว้ว่าจะไปกินมื้อกลางวันที่ร้านปิ้งย่างในห้าง เลยจำต้องเปลี่ยนมาเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่โซนขายอาหารใกล้ๆออฟฟิศแทน ผมนั่งตรงข้ามกับเจตที่สูดเส้นเล็กน้ำของมันเข้าปากไปส่งเสียงซี้ดซ้าดไป โดยมีไม้คอยยื่นทิชชู่ให้ซับเหงื่ออยู่เป็นระยะๆ พอเหลือบมองในชามที่แดงเถือกไปด้วยพริกกะเหรี่ยงของมันแล้วผมก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่

 

สงสัยจะเผลอใส่พริกมากไป เจตมันยิ่งกินเผ็ดไม่เก่งเท่าไหร่อยู่แล้วด้วย

 

“เหี้ยเจต มึงแดกก๋วยเตี๋ยวหรือโดนใครเอากันแน่ ส่งเสียงเหี้ยไรอยู่ได้” คนปากเปราะข้างตัวผมพูดขึ้น เจ้าของชื่อจึงเงยหน้าขึ้นจากชามก๋วยเตี๋ยวทันที

 

“ก็กูเผ็ดอ่ะ! แล้วกูก็ไม่ได้ทำเสียงแบบนั้นโว้ย!” เจตสวนกลับทั้งที่ในปากยังเต็มไปด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยว

 

“มึงรู้เหรอว่าเวลาเอากันเขาทำเสียงแบบไหน กูจะบอกอะไรมึงให้นะเจต คนโดนเอาก็ทำเสียงแบบมึงเมื่อกี้นี่แหละ” ไอ้คิงยังแกล้งแหย่ต่อ แก้มขาวๆของเจตสีเข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

“ไม่ใช่!”

 

“มึงไม่มีแฟนนี่ จะรู้ได้ไง?”

 

“กูเคยดูหนังโป๊ไง มึงอย่ามาหลอกกูซะให้ยาก!” มันตอบด้วยท่าทางมั่นอกมั่นใจเต็มที่ ผมเม้มปาก พยายามกลั้นยิ้ม

 

“หูยยยย มึงดูช่องไหนวะเจต แบ่งกูบ้างดิ ฮ่าๆๆๆๆ” ไอ้คิงหัวเราะยกใหญ่ เจตทำตาโตเมื่อรู้ว่าโดนแกล้ง พอมันเหลือบไปมองไม้ที่หลุดขำออกมา หน้าแดงๆนั่นก็ยิ่งแดงจัดไปกว่าเดิม

 

“ไอ้คิง ไอ้เหี้ย ไอ้สัด!” คนโดนแกล้งขึ้นเสียงด้วยความโมโหจนลืมอาย ยกขาถีบไอ้คิงใต้โต๊ะรัวๆ จนข้าวของบนโต๊ะสั่นไปหมด โต๊ะข้างๆก็เริ่มหันมามองพวกเรา ผมส่งสายตาปรามไปให้ แต่ไอ้คิงทำไม่รู้ไม่ชี้แถมแกล้งแหย่ต่อ

 

“โหยเจต มึงจะอายทำห่าไรวะ ผู้ชายใครๆเขาก็ดูคลิป---โอ๊ย!” ตัวต้นเหตุร้องลั่น หันมามองผมที่จัดการฟาดไหล่มันไปเต็มเหนี่ยว

 

“นั่งแดกกันไปเงียบๆไม่ได้รึไง มึงก็พอสักทีเหอะ” ผมพูดอย่างนึกรำคาญ ไอ้คิงหัวเราะหึๆ เดาะลิ้นกวนประสาทใส่เจต แต่ก็ยอมรามือจากการแกล้งในที่สุด

 

บางครั้งไอ้สองคนนี้ก็ชอบแกล้งกันเป็นเด็กๆ แบบไม่แคร์อายุที่ใกล้จะสามสิบเข้าไปทุกวันเลย

 

ผมมองไม้ที่ส่งน้ำให้เจตดื่ม ก่อนจะเบนสายตามายังชามก๋วยเตี๋ยวของตัวเองเพื่อจะจัดการต่อ แต่แล้วมือที่กำลังถือตะเกียบตั้งท่าจะคีบเส้นก็ต้องชะงักกึกเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาลูบๆวนอยู่แถวสะโพก

 

“อะไรวะเอื้อ?” เจตหันมาถามผมนั่งนิ่งกำตะเกียบแน่น

 

“เปล่า ไม่มีอะไร” ผมตอบ เจตจึงก้มหน้าก้มตากินก๋วยเตี๋ยวต่อไป ส่วนผมตวัดสายตาดุๆใส่เจ้าของมือทันที

 

เอามือออกไปผมขยับปากบอกแบบไร้เสียง เหลือบมองผู้ร่วมโต๊ะอีกสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยความระแวงไปด้วย แต่นอกจากคิงจะไม่เอามือออกไปแล้ว นิ้วมันยังจิ้มลงมาบนเอวผมเบาๆ

 

ไอ้...

 

“เดี๋ยวผมลุกไปตักน้ำให้นะครับพี่เจต” เสียงนุ่มๆของไม้เอ่ยขึ้น พอร่างสูงของรุ่นน้องลุกขึ้นยืนไอ้คิงจึงยอมละมือจากร่างกายผม หันไปนั่งสูดเส้นก๋วยเตี๋ยวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนผมก็ได้แต่นั่งฮึดฮัดอยู่ในใจ

 

ไม่รู้แม่งเป็นบ้าอะไรถึงหาเรื่องกวนตีนผมอยู่ได้ตลอดเวลา บางทีผมก็อยากจะเตะมันสักครั้งจริงๆนะ

 

 

 

 

 

 

หลังจ่ายเงินค่าอาหารผมก็ซื้อชาดำเย็นมากินดับกระหายระหว่างยืนรอเจตเดินไปซื้อชานมไข่มุกเจ้าประจำของมัน ไม่นานเจตก็เดินกลับมาสมทบ

 

“พวกมึงขึ้นตึกไปกันก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูแวะไปร้านขายยาแป๊บ” เจตบอกพวกผมพลางดูดชานมในมือไปด้วย

 

“พี่เจตจะไปซื้ออะไรเหรอครับ?” คนอายุน้อยสุดในกลุ่มรีบถามขึ้นมาทันที พอเห็นสีหน้ากังวลนิดๆของไม้แล้วผมก็ได้แต่แอบยิ้มในใจ

 

เห็นน้องมันดูเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนผมขนาดนี้ผมก็รู้สึกวางใจ ดูๆไปแล้วไม้ก็น่ารักดีเหมือนกัน

 

“ดูทำหน้าเข้า พี่ไม่ได้เป็นอะไรไม้ แค่จะแวะไปหาเจ้าของร้านเฉยๆ” ท่าทางเจตก็คงจะคิดแบบเดียวกันกับผมถึงได้เอื้อมมือไปยีหัวเด็กตัวสูงเบาๆ แววตาเต็มไปด้วยความเอ็นดู

 

“อ๋อ ไปดูไอ้ตัวนั้นอ่ะนะ?” พอไอ้คิงทักขึ้นผมเลยนึกถึงเมื่อเดือนก่อนตอนเจตมันมาทำงานสายในสภาพที่เสื้อผ้าขะมุกขะมอมเพราะไปช่วยลูกหมาข้างถนนที่กำลังจะโดนคนตี ตอนนั้นเจตมันเอาหมาไปฝากไว้กับเจ้าของร้านขายยาที่รู้จักกันชั่วคราวระหว่างที่ลงประกาศหาบ้านให้ แต่ก็ไม่มีใครมาติดต่อมาเลย ไปๆมาๆเจ้าของร้านเลยขอรับเลี้ยงไว้เองถึงได้หมดปัญหาเรื่องนี้กันไป

 

“เออดิ ไม่ได้แวะไปดูตั้งเป็นเดือน ไม่รู้ป่านนี้โตขนาดไหนแล้ว”

 

“หมามันโตไว ป่านนี้ไม่เหลือสภาพลูกหมาแล้วมั้ง” ผมบอก

 

“นั่นดิ” เจตส่งเสียงงึมงำ ท่าทางจะเสียดายไม่น้อย แต่เดือนที่ผ่านมากราฟิกก็ค่อนข้างงานยุ่งกันจริงๆ กินข้าวเสร็จก็ต้องรีบขึ้นไปทำงานกันต่อ เจตมันเลยไม่มีเวลาได้แวะไปดู

 

“พวกมึงจะไปดูด้วยกันป่ะล่ะ?”

 

“ไม่อ่ะ กูไม่ชอบหมา” ไอ้คิงตอบอย่างรวดเร็ว เจตเบนสายตามาทางผม

 

“มึงอ่ะเอื้อ?”

 

“มึงก็รู้ว่ากูไปไม่ได้” ผมขมวดคิ้ว เจตทำหน้ามึนๆไปครู่หนึ่ง แต่พอนึกถึงสาเหตุที่ผมปฏิเสธขึ้นมาได้มันก็ยิ้มแห้ง

 

“เออว่ะ กูลืมไปว่ามึงแพ้ขนสัตว์ แหะๆ โทษที” มันตบไหล่ผมเบาๆเป็นเชิงปลอบ เจตค่อนข้างขี้หลงขี้ลืมพอสมควร นี่ขนาดรู้จักกันตั้งมาหลายปี เคยเป็นรูมเมตกันด้วยซ้ำ มันก็ยังลืมบ่อยๆว่าผมแพ้ขนสัตว์ขนาดไหน

 

ยังไม่ทันจะแก่เลยนะเนี่ย...

 

งั้นมึงกลับออฟฟิศไปกับไอ้คิงก่อนแล้วกัน แล้วเราอ่ะว่าไง? สนใจ—”

 

“ผมไปกับพี่เจตได้ไหมครับ?” ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบไม้ก็ถามสวนขึ้นมาทันที ท่าทางกระตือรือร้นของรุ่นน้องบ่งบอกได้ชัดเจนว่าอยากจะใช้เวลากับเพื่อนผมมากขนาดไหน

 

แต่แน่นอนว่าเพื่อนผมดูไม่ออกตามเคย

 

“มาดิๆ พวกมึงก็กลับขึ้นตึกดีๆ อย่าตีกันตายห่ากลางทางนะ” เจตรีบหันมากำชับพวกผมสองคน

 

“เออ ห่วงตัวเองเหอะมึงอ่ะ ไม้ ดูแลพี่มึงดีๆ แม่งยิ่งไม่ค่อยเต็มอยู่ เดี๋ยวก็โดนรถราเฉี่ยวตาย” ไอ้คิงยักคิ้วใส่ เรียกคำสบถออกจากปากคนฟังได้ ผมโคลงหัวอย่างระอาใจกับสถานการณ์ตรงหน้าแล้วหันหลังให้พวกมันมุ่งหน้ากลับออฟฟิศ

 

“รอด้วยดิ” ไอ้คิงก้าวยาวๆตามมาเดินอยู่ข้างผมบนฟุตบาธพลางชวนคุย

 

“มึงชอบหมาเหรอเอื้อ?”

 

“อืม มันน่ารักดี แล้วทำไมมึงไม่ชอบล่ะ?”

 

“เปล่า กูก็ชอบหมา”

 

“แต่เมื่อกี้มึง---”

 

“ก็กูจะไปกับไอ้เจตทำไมล่ะ ให้ไอ้ไม้ไปทำคะแนนดีกว่ามั้ง ผ่านมาเป็นเดือนแล้วยังไม่เห็นจะคืบหน้าไปไหนเลยสงเคราะห์น้องมันหน่อย” เสียงทุ้มแหบเอ่ยกลั้วหัวเราะ

 

มิน่าล่ะ เมื่อกี้ผมเห็นมันสบตากับไม้อยู่เหมือนกัน จะว่าไปคิงกับไม้ก็ดูสนิทกันพอสมควร ซึ่งนั่นทำให้ผมรู้สึก...ไม่ค่อยไว้ใจเท่าไหร่

 

ผมเหลือบมองคนที่เดินอยู่ข้างๆอย่างพิจารณา ผมรู้ว่าไม้เป็นเด็กดี แต่ไอ้คนที่เดินอยู่ข้างๆผมตอนนี้มันไม่ได้เป็นแบบนั้น พอเห็นมันสนิทกันผมก็เลยนึกระแวงขึ้นมา เพราะไม่รู้ว่าป่านนี้ไอ้คิงมันเอาอะไรแปลกๆยัดใส่หัวน้องไปบ้างแล้ว

 

“มองอะไร?” คิงหันมาถามเมื่อเห็นสายตาไม่ไว้วางใจของผม

 

“เปล่า” ผมตอบ ยกแก้วชาดำเย็นในมือขึ้นดูด หางตาเห็นร่างสูงเอี้ยวตัวไปมองด้านหลัง ก่อนที่มันจะยื่นหน้ามากระซิบ

 

“จริงๆ กูมีสิ่งที่ชอบมากกว่าหมาอีกนะ มึงไม่อยากรู้เหรอ”

 

“...อะไร?”

 

“กูชอบท่าหมาว่ะ ท่าโปรดกูเลย”

 

“แค่กๆๆ”

 

“ถึงกับสำลักเลยเหรอวะ ฮ่าๆๆ” มันหัวเราะเมื่อเห็นผมไอโขลกๆ มือหนาวางลงมาบนหลังผมแล้วลูบขึ้นลง

 

“แค่ก ไอ้...เหี้ย!” ผมหันขวับไปมองหน้าคนที่กำลังเหยียดยิ้มกวนๆ แล้วเค้นเสียงด่า ไอ้คิงหัวเราะร่วน มองผมที่สำลักจนหน้าดำหน้าแดง

 

แม่ง!

 

“โอ๊ย!” มันร้องออกมาเมื่อผมต่อยแขนมันหนักๆด้วยความขุ่นเคือง “ใจเย็นครับคุณ”

 

“กวนตีน” ผมด่าแล้วรีบหันไปมองด้านหลังด้วยความกลัวว่าจะมีคนได้ยิน พอเห็นว่าไม่มีคนเดินตามมาจึงค่อยเบาใจลง

 

“กูบอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูดเรื่องแบบนี้ข้างนอก”

 

“ไม่มีใครได้ยินซะหน่อย ไม่เป็นไรหรอก” ท่อนแขนหนาวางพาดลงมาบนไหล่ผม คิงยิ้มกรุ้มกริ่ม ก่อนจะก้มลงมากระซิบเสียงพร่า

 

“กูรู้ มึงก็ชอบใช่ป่ะ? เห็นทำท่านี้ทีไรครางไม่หยุดเลย”

 

“ถ้ามึงพูดอีกคำเดียว กูจะเอาชาดำเย็นราดหัวมึง” ผมถลึงตาใส่พร้อมกับผลักมันออก ไอ้คิงหัวเราะ แววตาเป็นประกายขบขัน

 

“ครับๆ กูไม่พูดแล้วครับ” มันยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ ผมถอนหายใจหนักๆ รีบเร่งฝีเท้าเดินนำหน้ามันไปด้วยความหงุดหงิด

 

ผมว่ามันไม่มีแฟนน่ะดีแล้ว เพราะถ้าขืนใครได้คนกวนประสาทแบบนี้ไปเป็นแฟนคงโคตรโชคร้ายเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่ง เหล่าพนักงานออฟฟิศบางส่วนที่เสร็จสิ้นจากมื้อกลางวันเริ่มทยอยกลับเข้ามายังตึกสำนักงาน ผมก้าวเข้าไปในตึกโดยมีร่างสูงของคนกวนประสาทเดินตามหลังมาติดๆ ในระหว่างที่กำลังจะเดินไปรอลิฟต์ สายตาของผมก็เหลือบไปปะทะเข้ากับร่างของใครบางคน

 

“สาวของมึงนี่ ไม่ไปทักหน่อยล่ะ” ผมพูดลอยๆกับไอ้คิงพลางจ้องมองหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้านกาแฟ  ผมไม่ได้รู้จักเธอเป็นการส่วนตัว แต่รู้ว่าเธอทำงานอยู่ที่ออฟฟิศชั้นล่างของบริษัทเรา และดูเหมือนเธอจะชื่นชอบไอ้คิงมากพอสมควรเพราะผมเคยเห็นเธอเดินมาทักมันตอนเช้าแทบทุกวัน

 

“ไม่อ่ะ รีบเดินเหอะ” คำตอบนั้นทำให้ผมแปลกใจนิดๆ แต่พอผมหันไปเห็นคิ้วเข้มของอีกฝ่ายขมวดเข้าหากัน สีหน้าดูไม่ยินดียินร้าย ผมก็พอจะเดาอะไรได้รางๆ

 

สงสัยมันจะไม่ได้ชอบคนนี้แน่ๆ

 

ไม่ชอบงั้นเหรอ 

 

“คิง มึงจะซื้อกาแฟมั้ย?” ผมแกล้งเรียกชื่อมันเสียงดัง ยกมุมปากขึ้นนิดๆเมื่อเห็นผู้หญิงคนนั้นหันมามองทันที

 

“เชี่ย” มันสบถพลางส่งสายตาดุๆมาให้ ผมจ้องหน้ามันกลับ ทำท่าไม่รู้ไม่ชี้

 

อยากแกล้งคนอื่นดีนัก ทีนี้จะได้รู้ซะบ้างว่าเวลาโดนแกล้งมันรู้สึกยังไง

 

ผมเหลือบไปมองผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง แอบนึกสะใจเมื่อเห็นเธอทำท่าจะเดินตรงมาทัก ผมตั้งท่าจะทิ้งมันแล้วเดินไปรอขึ้นลิฟต์ตามลำพัง แต่คนข้างๆผมดันไวกว่า

 

“ผู้จัดการครับ!”

 

“อ้าว ว่าไงคุณากร” 

 

ผมย่นจมูก มองตามหลังไอ้คิงที่ก้าวฉับๆตรงไปหาผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเราซึ่งกำลังยืนรอขึ้นลิฟต์อยู่พอดี มันส่งยิ้มปะเหลาะ ชวนคนตำแหน่งสูงกว่าคุยอย่างสุภาพ ส่วนผู้หญิงคนนั้นพอเห็นไอ้คิงเดินไปคุยกับผู้จัดการเธอก็ชะงักไป ละทิ้งความตั้งใจที่จะเดินเข้ามาทักทาย 

 

แม่งเอ๊ย ดันได้ไม้กันหมาอย่างดีซะงั้น ผมคิดอย่างเซ็งๆขณะเดินเข้าไปในลิฟต์ ยืนฟังไอ้คิงคุยกับผู้จัดการไปเรื่อยๆ นึกเสียดายที่แกล้งมันไม่สำเร็จ

 

ถือว่ารอบนี้มึงโชคดีก็แล้วกัน 

 

พอขึ้นมาถึงชั้นออฟฟิศ ผมก็ทิ้งไอ้คิงให้ยืนคุยกับผู้จัดการแล้วเดินกลับไปนั่งหน้าโต๊ะตัวเอง เปิดงานที่ทำค้างไว้ขึ้นมาทำต่อ ไม่นานร่างสูงใหญ่ก็เดินกลับมาที่แผนก มันสาวเท้าตรงมาหาผม ดวงตาสีนิลคู่นั้นแฝงแววหงุดหงิดเล็กๆ

 

“จะเอาคืนกันเหรอ?”

 

“ก็แล้วแต่มึงจะคิด” ผมตอบเสียงเรียบ คิงเดาะลิ้นจึ้กจั้ก ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่แล้วเสียงห้าวๆของคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องก็เอ่ยขัดขึ้นก่อน

 

“พี่คิงๆ เมื่อกี้ผมเจอคุณคนนั้นด้วยอ่ะ ที่สวยๆ อยู่ออฟฟิศข้างล่าง ที่เขาชอบพี่อ่ะ ชื่อไรวะ นึกไม่ออก” กัน รุ่นน้องโปรแกรมเมอร์เดินตรงดิ่งเข้ามาทัก ผมได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ จากคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ ก่อนที่มันจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะตัวเองพลางตอบเสียงเนือย 

 

“คุณโม”

 

“เออใช่ๆ เขามาถามผมว่าช่วงนี้พี่งานยุ่งเหรอ ไม่เห็นมานั่งที่ร้านกาแฟหลายวันแล้ว”

 

“แล้วมึงบอกว่าไง?”

 

“บอกว่าพี่งานยุ่งมากกกกก เลยไม่มีเวลาเถลไถล”

 

“เออ ดีละ” เสียงทุ้มแหบมีแววโล่งใจแฝงอยู่อย่างชัดเจนจนผมนึกประหลาดใจกับท่าทีของมัน

 

“คนนี้พี่ไม่ชอบเหรอ? ผมว่าเขาก็สวยดีนะ ไม่ใช่คนในออฟฟิศเราด้วย” กันถามสิ่งที่ตรงกับความสงสัยของผมขึ้นมาพอดี เพราะมันแปลกจริงๆที่ไอ้คิงจะทำแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน ปกติแล้วผมก็เห็นคิงมันเฟรนด์ลี่ไปทั่ว ไม่เคยเห็นมันดูพยายามจะหลบเลี่ยงใครขนาดนี้มาก่อนเหมือนกัน 

 

“เขาดูแรงๆ ว่ะ ไม่ใช่สเปคกู แล้วเขาก็รุกกูตามกูหนักมาก ถามนู่นถามนี่เยอะเกินทั้งที่รู้จักกันแค่ผ่านๆ มึงลองคิดดูนะ ยังไม่ได้เป็นอะไรกันยังตามกูขนาดนี้ มึงว่าถ้าเป็นแฟนจะขนาดไหนล่ะ” มันไขข้อสงสัยให้ด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ

 

อ้อ หนุ่มเจ้าสำราญไม่ชอบคนตามตื๊อนี่เอง แต่ผมว่าคนสไตล์แบบนี้ก็ดูเหมาะกับคนเจ้าชู้แบบมันดีนะ

 

“ก็จริง” ไอ้กันเออออ ผมมองหน้าจอคอม กำลังจะละความสนใจจากบทสนทนากลับไปทำงานต่อ แต่คำถามต่อมาของกันก็ทำให้ผมเผลอหยุดฟังโดยไม่รู้ตัว

 

“เออพี่คิง ว่าแต่พี่มีสเปคป่ะ?” 

 

“ถามทำไม?”

 

“ก็เวลาไปผับด้วยกันเห็นพี่แป๊บๆก็ดีลได้ละ ผมเลยสงสัยว่ามีเกณฑ์อะไรในการเลือกมั้ย หรืออะไรก็ได้หมด”

 

“ก็นั่นมันแต่วันไนท์นี่หว่า คิดอะไรเยอะแยะ” คิงหัวเราะเบาๆในลำคอ ผมกลอกตา นึกหมั่นไส้สันดานมันขึ้นมาทันที

 

สรุปคือไม่มีหางก็ได้หมด ว่างั้นเถอะ 

 

“งั้นตกลงพี่ไม่มีสเปค?”

 

“ก็มี” 

 

“แบบไหนอ่ะ?” กันถามต่อ ผมหมดความสนใจ กำลังจะคลิกเมาส์เริ่มทำงาน เป็นจังหวะเดียวกับที่เสียงทุ้มของคนด้านหลังเอ่ยขึ้น

 

“คนที่ดูเซ็กซี่แบบไม่ต้องพยายาม คนที่นั่งเฉยๆก็ดึงดูดกูได้แล้ว กูชอบคนแบบนั้นแหละ”

 

ผมรู้สึกเหมือนมีสายตาจับจ้องมาจากทางด้านหลัง บรรยากาศรอบตัวดูเหมือนจะแปลกไปจากที่เคย ในอกของผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนที่บรรยากาศแปลกๆนั่นจะถูกทำลายไปด้วยเสียงห้าวๆของกัน

 

“โหยยยยย คำตอบสมเป็นลูกพี่กูจริงๆ” น้องมันพูดเสียงดัง ก่อนจะเดินมาแตะไหล่ผมพลางยิ้มกว้าง

 

“แล้วพี่เอื้อคนน่ารักของแผนกเราอ่ะครับ มีสเปคป่ะ?”

 

“...ไม่เจ้าชู้” ผมตอบสั้นๆ ไอ้กันหัวเราะก๊ากทันที

 

“ชัดเจนมากพี่ พี่คิงหมดสิทธิ์แล้วแน่ๆคนนึงอ่ะ ฮ่าๆๆๆ” มันเดินกลับไปตบไหล่เจ้าของชื่อ คิงมองมาทางผม แกล้งทำหน้าเศร้าแบบเฟคๆ 

 

“โหเอื้อ กูเสียใจเลยว่ะ น้ำตาจะไหลเลยเนี่ย”

 

“เรื่องของมึง” ผมปรายตามองก่อนจะเบือนหน้าหนี กลับมาสนใจงานที่หน้าจอคอมของตัวเองต่อ ปล่อยให้พวกโปรแกรมเมอร์คุยเรื่องสัพเพเหระกันต่อไป 

 

จริงๆผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะไปนั่งฟังตั้งแต่แรกทำไมด้วยซ้ำ ในเมื่อสเปคคิงมันจะเป็นยังไง ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมอยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

การทำงานในช่วงบ่ายมักจะน่าเหนื่อยหน่ายอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเริ่มอ่อนเพลียจากการลุยงานมาตลอดช่วงเช้า หรือไม่ก็ทานอาหารมาอิ่มๆเลยเกิดอาการหนังตาตก ผมได้ยินเสียงเจตบ่นว่าง่วงพลางเอ่ยปากขอลูกอมในกล่องบนโต๊ะของไม้มากินเล่น ผมเองก็เริ่มจะง่วงและปวดตานิดๆ จึงละสายตาจากหน้าจอคอมชั่วคราวแล้วหันไปมองกระถางต้นไผ่กวนอิมอันเล็กๆที่เพิ่งซื้อมาวางไว้บนโต๊ะเป็นการพักสายตา

 

แต่ความง่วงไม่ได้หายกันไปง่ายๆ สุดท้ายแล้วผมจึงตัดสินใจว่าควรจะไปล้างหน้าล้างตาที่ห้องน้ำสักหน่อย

 

ผมเปิดก๊อก วักน้ำล้างหน้าไล่ความง่วงงุนจนรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง ผมหยิบทิชชู่มาซับหน้า ตั้งใจจะกลับไปทำงานต่อ เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างสูงใหญ่ของไอ้คิงก็เดินถือแก้วกาแฟเข้ามาในห้องน้ำ

 

“งานเยอะฉิบหาย สงสัยกูได้อยู่โอแน่วันนี้” มันบ่นพลางเปิดก๊อกล้างแก้วไปด้วย คิงหันมามองผม “มึงจะอยู่ป่ะ?” 

 

“ไม่ วันนี้กูไม่มีงานด่วน”

 

“โชคดีว่ะ งั้นมึงกลับไปก่อนนะ เดี๋ยวงานเสร็จแล้วกูไปหา”

 

“ไปทำไม?” ผมถาม คิ้วเข้มของอีกฝ่ายเลิกขึ้นนิดๆ

 

“ถามแปลก ปกติแล้วตอนกลางคืนเราทำอะไรกันล่ะครับ?” มันถามกลับยิ้มๆ ก่อนจะที่รอยยิ้มจะค่อยๆจางหายไปเมื่อได้ยินผมพูดว่า

 

“ไม่ต้องมา”         

 

“หือ ทำไมวะ?”

 

“วันนี้มึงกวนตีนกูทั้งวัน คิดว่ากูจะมีอารมณ์กับมึงได้อีกเหรอ” ผมย้อนมันอย่างเคืองๆ “กูเคยบอกแล้วว่าห้ามรุ่มร่ามที่ออฟฟิศ แล้วมึงฟังกูบ้างมั้ย?”

 

“โหย อย่าซีเรียสดิ กูขอโทษ—”

 

“ขอโทษแล้วมึงคิดจะเลิกเล่นมั้ย ถ้าไม่คิดจริงๆอย่างที่ปากพูดก็ไม่ต้องมาขอโทษ” ผมเอ่ยเสียงเย็นจนคู่สนทนาอึ้งไป 

 

ผมรู้คิงมันเป็นคนชอบแกล้งชอบแหย่แบบไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร แต่บางครั้งผมก็รำคาญมันจริงๆ และผมก็ไม่ต้องการให้ใครมารับรู้หรือสะกิดใจสงสัยถึงความสัมพันธ์ของผมกับมันด้วย ถ้าผมไม่แสดงออกให้ชัดเจนว่าผมไม่พอใจมันก็คงไม่เลิกแกล้งสักที

 

“...ตกลงวันนี้ไม่ให้ไปหาจริงเหรอวะ?”

 

ไม่มีแววหยอกเย้าอยู่บนใบหน้า มีแต่ความจริงจังอยู่ในคำถามนั้น ผมถอนหายใจเฮือก กำลังจะอ้าปากตอบ แต่แล้วโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดคราดขึ้นมาขัดจังหวะการพูดคุย

 

ผมหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะเม้มปากแน่นเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา

 

“แม่มึงโทรมา ไม่รับสายเหรอ?” คิงถามขึ้นเมื่อเห็นผมเอาแต่ยืนจ้องโทรศัพท์นิ่งๆ ผมผ่อนลมหายใจหนักๆออกมา กำลังจะกดรับ แต่ปลายสายก็โดนตัดไปเสียก่อน

 

ไม่กี่วินาทีต่อมา แอพพลิเคชั่นไลน์ก็แสดงข้อความที่เพิ่งถูกส่งเข้ามาแบบรัวๆ

 

‘ทำไมโทรไปทีไรไม่ค่อยจะรับสายเลย’

 

‘เอื้อ เมื่อไหร่แกจะกลับมาบ้านซะที’

 

‘ถือว่าโตแล้ว ปีกกล้าขาแข็งแล้ว เลยไม่คิดจะกลับมาหาพ่อแม่ใช่มั้ย’

 

‘เสาร์นี้กลับมาบ้านด้วยล่ะ พ่อแกจะได้เลิกบ่นหาซะที รำคาญ’

 

ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่ตามผมกลับบ้าน แม่ไม่ได้อยากเจอหน้าเพราะคิดถึงลูกชายคนเดียวอย่างผม แม่แค่อยากเอาใจสามีตัวเองที่อยากเจอลูกเลี้ยงขึ้นมาเพราะผมไม่ได้กลับบ้านมานานมากแล้ว ดูจากการที่แม่ส่งข้อความมาตามผมเป็นครั้งที่สามในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่าทางว่าผู้ชายคนนั้นคงจะอยากเจอผมมากจริงๆ มากพอๆกับที่ผมขยะแขยงเขาจนแทบอยากจะอาเจียนทุกครั้งที่เห็นหน้า 

 

“มีอะไร?” เสียงทุ้มแหบเอ่ยถาม ผมส่ายหัว เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงตามเดิม

 

“เปล่า...แม่กูตามกลับบ้านเฉยๆ”

 

“เออ งั้นมึงกลับบ้านไปเหอะ ไว้ค่อยว่ากันวันหลัง” มันพูดพลางปิดก๊อก คว้าแก้วกาแฟทำท่าจะเดินออกไปจากห้องน้ำ ผมลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะเอ่ยเรียก

 

“คิง”

 

“ว่า?”

 

“คืนนี้...ถ้าจะมาก็มา” ผมบอก อีกฝ่ายชะงัก ดวงตาคมหรี่ลงมองหน้าผมอย่างพิจารณา

 

“มึงไม่กลับบ้านเหรอ?” 

 

“ไม่ล่ะ กูไม่ได้กลับไปที่นั่น...นานแล้ว” ผมตอบไปแบบฝืนๆ ไม่อยากจะบอกมันว่าที่นั่นไม่ใช่บ้านของผมด้วยซ้ำ มันก็เป็นแค่บ้านของครอบครัวใหม่ของแม่ และมีแต่ความทรงจำที่ผมไม่อยากจะย้อนนึกถึง

 

ถึงมันจะผ่านมาหลายปีแล้ว ผมก็ยังรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ต้องกลับไปเหยียบที่แห่งนั้น

 

“โทษที” คิงพูดขึ้น ถึงจะไม่ได้บอกว่าขอโทษอะไร แต่ผมก็รู้ว่ามันหมายถึงเรื่องที่มันสะกิดถามเรื่องครอบครัวผมขึ้นมา ผมส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรแล้วบอกเสียงเรียบ

 

“ถ้าจะมาก็โทรหากูแล้วกัน เดี๋ยวลงไปรับ” ผมทิ้งท้ายก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ ตรงกลับไปยังโต๊ะทำงานของตน

 

ตอนแรกผมก็ว่าจะไม่ให้คิงมาหาเพราะผมหงุดหงิดกับสิ่งที่มันทำในวันนี้ ผมอยากจะดัดนิสัยมันซะบ้าง แต่พอเห็นข้อความจากแม่ ผมก็เกิดความรู้สึกแย่ๆขึ้นมาจนไม่อยากจะอยู่คนเดียวในค่ำคืนนี้

 

ผมนั่งลงประจำที่ เริ่มลงมือทำงานอีกครั้ง ได้ยินเสียงฝีเท้าของคิงที่กำลังเดินกลับมา ผมเงยหน้าขึ้นมอง สบกับดวงตาคมปลาบของมันแวบหนึ่งก่อนที่ร่างสูงจะละสายตาจากผมแล้วเดินกลับไปนั่งทำงานของมันต่อไป

 

ตึ๊ง!

 

‘คืนนี้เจอกัน’

 

ผมมองข้อความในโทรศัพท์ที่ถูกส่งมาจากคนที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะด้านหลังแวบหนึ่ง ก่อนจะกดล็อคหน้าจอแล้วหันกลับไปสนใจงานที่กำลังทำต่อด้วยความรู้สึกผ่อนคลายลง 

 

ถึงจะไม่ได้สนิทสนมกัน แต่ผมรู้จักมันมาหลายปีพอที่จะรู้ว่าถึงคิงมันจะน่ารำคาญไปบ้าง แต่อย่างน้อยๆมันก็เป็นคนที่รู้กาลเทศะพอสมควร มันรู้ว่าเวลาไหนที่สามารถแหย่ผมเล่นได้ หรือเวลาไหนที่ควรจะทำตัวจริงจัง ส่วนเรื่องบนเตียงมันก็ไม่เคยใส่ใจแต่ความสุขของตัวเองฝ่ายเดียวเหมือนอย่างที่แฟนเก่าของผมหลายๆคนทำ มันใส่ใจผมด้วยเช่นกัน คิงรู้เสมอว่าผมต้องการอะไร และตอบสนองผมได้เป็นอย่างดี

 

เซ็กซ์ของมันยอดเยี่ยม และการนอนกับมันก็มักจะทำให้ผมลืมเรื่องที่ไม่อยากรับรู้ไปได้ในช่วงเวลาหนึ่ง ต่อให้เป็นแค่ชั่วขณะหนึ่งที่หัวสมองของผมขาวโพลน หลุดลอยเข้าไปในโลกที่ไม่ต้องรู้สึกถึงสิ่งใดนอกจากสัมผัสร้อนแรงที่ได้รับ 

 

แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับผม...แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

 

 

#อย่าเล่นกับอนล

 

สเปคพี่คิงนี่คุ้นๆเนอะ ว่ามั้ยคะ :)

 

 

ยอดกดเฟบถึงห้าพันแล้ววว ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากๆเลยน้า อ่านจบแล้วช่วยคอมเม้นหรือติดแท็ก#อย่าเล่นกับอนล เป็นกำลังใจให้เราหน่อยน้า หรือจะแวะไปคุยเล่นกับเราในทวิตเตอร์ @ltbb_novels ก็ได้นะคะ รออ่านคอมเม้นของทุกคนอยู่นะ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.463K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,518 ความคิดเห็น

  1. #3257 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2563 / 21:36
    ช่วงนี้ดูจะอแวเอื้อเค้าเหลือเกินเนอะคิงเนอะ มีผญ.มาสนใจถึงกับเมินเลยเชียว
    #3,257
    0
  2. #2493 0818770547 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 12:55

    -พ่อเลี้ยง เฮงซวย มันต้องทำอะไรน้องแน่ๆๆ น่าตายๆๆไปซะจิงๆๆๆ
    #2,493
    0
  3. #1988 QazWsx (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 09:02
    คิงชอบเอื้อป้ะเนี่ย แต่ปมเรื่องพ่อเลี้ยงต้องไม่ดีมากแน่ๆ แอบคิดไปไกลละนะ TT
    #1,988
    0
  4. #1826 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 11:36
    มันต้องใช่แน่ๆ นายคิงแอบชอบคุณอนลมานานแล้วแน่ๆ
    #1,826
    0
  5. #1497 Sariei_va (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 23:25
    คิงคะไม่เนียนค่ะชอบเขาก็บอกเขาไปตรงๆนะคะะะะ เชียร์ค่าาาา
    #1,497
    0
  6. #1336 linalibam (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 19:18

    รอค่าาา
    #1,336
    0
  7. #1335 Immlose (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 17:09
    ชอบเขามานานแล้วอ่ะแหละ
    #1,335
    0
  8. #1334 Aisa-Mee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 17:34
    พี่คิงมีสเปคคคคค
    #1,334
    0
  9. #1332 salmonism (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 22:19
    อยากให้รักกันเร็วๆเเล้วอ่าาาาาาา
    #1,332
    0
  10. #1326 yuri- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 14:30
    พี่คิงเล็งพี่เอื้อมานานแล้วใช่เป่าเอ้อ~><\\เป็นกำลังใจให้คุมคนเขียนจร้า
    #1,326
    0
  11. #1323 Khaha62442 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 04:42
    เชื่อว่าเดี๋ยวพิเอื้อก็ต้องกลับไปบ้านแน่ๆเพราะฉะนั้นพี่ต้องมียันป้องกันตัว//ส่งมอบพิคิง~//ล่ะก็คุณคุณากรค่ะหวังจะล่อพิเอื้อก็ช่วยทำแอบๆหน่อยเดี๋ยวพิเอื้อก็รู้กันพอดี55555
    #1,323
    0
  12. #1322 Aoyly-3406 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 03:13

    เอาง่ายๆก็คือเอื้อเป็นสเป็กแกอ่ะคิง
    #1,322
    0
  13. #1321 Bright sky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 23:41
    เอื้ออออ อยากให้หลุดพ้นจากตรงนั้นจังเลยค่ะ;-; สงสารอ่า
    #1,321
    0
  14. #1320 playground2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 22:11
    อยากรู้ว่าพ่อเลี้ยงทำอะไรกับเอื้อ มันคงต้องน่ารังเกียจมากๆเอื้อถึงเป็นขนาดนี้ แงงงง อยากให้เอื้อเจอแต่สิ่งดีๆ พี่คิงพอช่วยได้มั้ยคะ
    #1,320
    0
  15. #1319 m ma ri (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 21:44
    คนที่ไม่ต้องทำอะไรแต่เซ็กซี่นี่โคตรจะมีเสน่ห์เลย ใช่ไหมพี่คิง เนอะ
    #1,319
    0
  16. #1318 nn1998 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 18:52
    พ่อเลี้ยงต้องทำเรื่องไม่ดีกับพี่เอื้อแน่ๆเลย
    #1,318
    0
  17. #1317 naphwaree (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 18:34
    สนุกมากก
    #1,317
    0
  18. #1316 markjinbliss (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 13:36
    สัมผัสถึงความอบอุ่นของข้อความ ‘คืนนี้เจอกัน’ อิพี่คิงถึงจะกวนประสาท (มากๆ) ไปบ้างแต่ก็ใส่ใจความรู้สึกเอื้ออยู่ และเอื้อเองก็เผยมุมอ่อนแอให้คิงเห็นเยอะเหมือนกัน ต่อไปคิงต้องเป็นคอมฟอร์ตโซนของเอื้อแน่ๆ แต่ถึงวันนั้นก็อยากให้คิงใจดีกับเอื้อบ้าง ไม่ใช่วันที่เอื้อรู้สึกแล้วยังทำตัวแบบนี้อยู่อีกนะ ไม่งั้นจะตีด้วยไม้หน้าสาม
    #1,316
    0
  19. #1315 kmrllpd (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 11:38
    แง อยากให้เอื้อกลับไปเคลียร์ปมพ่อเลี้ยงจัง พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรแต่ยังไงตอนนี้เอื้อก็มีคิงแล้วนะ
    #1,315
    0
  20. #1314 red-frog (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 11:36

    เอื้อน่าฉงฉาน พี่คิงต้องดูแลดีๆนะ

    #1,314
    0
  21. #1313 PILLOWPILLOW_P (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 09:25
    เข้าใจแหละคิง ตอนนี้แกใส่ใจเยอะๆไว้ก่อน ถ้าบอกชอบตอนนี้แกจบแน่ เอื้อยังไม่มีใจให้แกเลยสักนิ้ดดด
    #1,313
    0
  22. #1312 Tu Suwanna (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 08:44
    พี่คิงชอบแกล้งคนที่ชอบเหรอ กล้าๆ หน่อยดิ๊
    #1,312
    0
  23. #1311 enduremin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 08:12
    ใจใจหน่อยพี่คิง โอ้ยยย
    #1,311
    0
  24. #1310 Monkeyellow (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 01:40
    ชอบเอื้อกะพอเหอะะะ
    #1,310
    0
  25. #1309 nananane2 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 01:23
    คิงก็ชอบตั้งแต่เจอในผับสมัยเรียนแล้วอะเส่ แต่ไม่กล้าเข้าหาใช่มะ
    #1,309
    0