(END) #อย่าเล่นกับอนล [สนพ. Deep Publishing]

ตอนที่ 1 : 01 ไม่ถูกชะตา [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,390 ครั้ง
    17 ก.ค. 63

#อย่าเล่นกับอนล

 

 

 

 

คุณเคยมองไปที่ใครสักคน แล้วรู้สึกว่าคนๆนั้นขวางหูขวางตาคุณตั้งแต่แรกพบไหม

 

เมื่อ9 ปีที่แล้วผมเคยรู้สึกแบบนั้นกับใครคนหนึ่ง จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังคงรู้สึกเช่นเดิม และดูเหมือนจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

 

“เอื้อ”

 

เช้าวันจันทร์เวลาราวแปดนาฬิกา เสียงของพี่บาส หัวหน้าแผนกไอทีซึ่งเป็นหัวหน้าโดยตรงของผมเอ่ยทักขึ้นจากด้านหลัง ระหว่างที่ผมกำลังยืนรอขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ 15 ซึ่งเป็นที่ตั้งของออฟฟิศที่ผมทำงานอยู่ ผมดึงรอยยิ้มบางๆตามมารยาทอันควรให้ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก ยกมือไหว้ผู้อาวุโสกว่า

 

“สวัสดีครับพี่บาส”

 

“หวัดดี วันนี้มาเร็วนะ”

 

“ครับ” ผมตอบไปสั้นๆ ปกติผมก็มาทำงานเวลานี้ทุกวันอยู่แล้ว ไม่ได้มาเร็วกว่าปกติหรืออะไร แต่ผมก็ไม่พูดออกไปเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่พี่บาสพูดคือการชวนคุยตามมารยาท ผมที่ไม่ถนัดการสนทนากับคนไม่สนิทจึงเลือกที่จะให้คำตอบเออออไปกับอีกฝ่าย

 

“วันนี้มีเด็กฝึกงานมาใหม่ ผู้จัดการจะมาตรวจแผนกเราด้วย พี่กำชับไอ้พวกขาประจำมาสายไปเมื่อวันศุกร์ให้วันนี้มันมาเร็วๆกันหน่อย ไม่รู้มันฟังกันบ้างหรือเปล่า” พี่บาสพูดไปเรื่อยๆ แต่ผมไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา เพราะสายตาถูกดึงดูดไปที่ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งสวมเสื้อเชื้ตสีดำกับกางเกงแสล็กสีเทาและกำลังเดินเข้ามาในตึก

 

คิ้วของผมขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว ขณะมองคนที่เพิ่งเดินเข้ามามุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงาน ผู้ชายคนนั้นยืนพิงเคาท์เตอร์ สั่งกาแฟกับพนักงานสาววัยขบเผาะ จากมุมตรงนี้ผมไม่สามารถมองเห็นสีหน้าท่าทางใดๆของอีกฝ่ายได้ แต่ไม่จำเป็นต้องมองเห็นหรอก ผมรู้ดีอยู่แล้วว่ามันจะทำหน้ายังไง

 

จะกี่ปีๆก็เห็นมีอยู่หน้าเดียว หน้าหม้อยังไงล่ะ

 

“อย่างน้อยก็มาคนนึงแล้วล่ะครับ” ผมพยักพเยิดไปทางร้านกาแฟ พี่บาสหันไปมองตามสายตาผมแล้วก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

“เออ มาแล้วเหรอ ค่อยโล่งหน่อย พี่ห่วงมันที่สุดเลย วันจันทร์ทีไรไอ้คิงแม่งมาสายทุกที” พี่บาสบ่นพลางส่ายหัวอย่างปลงๆ ในขณะที่ผมยังคงยืนมองเจ้าของชื่อทำการสั่งกาแฟต่อไป จนกระทั่งประตูลิฟต์เปิดออก ผมจึงละสายตาจากภาพนั้นเดินเข้าไปภายในลิฟต์พร้อมกับพี่บาสเพื่อขึ้นไปยังชั้นออฟฟิศ

 

ผมชื่ออนล ชื่อเล่นคือเอื้อ ผมอายุ27 ปี เป็นพนักงานกราฟิกดีไซเนอร์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมือง สถานภาพในตอนนี้คือโสดเพราะเพิ่งจะเลิกกับแฟนคนล่าสุดไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน

 

คนก่อนหน้านั้นก็เลิกกันไปเมื่อครึ่งปีก่อน คนก่อนหน้านั้นไปอีกก็น่าจะผ่านมาสักหนึ่งปีได้แล้ว

 

ผมเป็นคนที่คนส่วนใหญ่บอกว่าจัดอยู่หมวดหน้าตาดีไปจนถึงดีมาก ตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมเป็นต้นมามักจะมีคนเข้ามาจีบผมอยู่บ่อยๆ แม้ผมจะมีมนุษย์สัมพันธ์ติดลบและไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายด้วยไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนเข้าหาผมอยู่เรื่อยๆ มีทั้งแบบเข้าหาโดยตรง กับอีกประเภทคือฝากของมาให้ผมผ่านทางคนรู้จัก ซึ่งประเภทหลังคือคนที่ผมไม่ให้ความสนใจ ผมถือคติที่ว่าหากอยากรู้จักผมก็ควรจะเข้ามาหากันซึ่งๆหน้า ไม่ใช่เอาแต่วานคนอื่นเป็นธุระเอาของมาให้

 

ถึงจะมีคนเข้ามาจีบมากมาย แต่ผมก็ไม่ใช่คนที่คบใครไปเรื่อย ผมใช้เวลานานพอสมควรในการพิจารณาคนที่เข้าหากว่าจะยอมตกลงปลงใจคบหากับใครได้สักคน แต่ทั้งๆที่ผมอุตส่าห์คิดว่าตัวเองรู้จักนิสัยใจคออีกฝ่ายมากพอแล้ว ผมกลับไม่เคยคบกับใครได้นานเกินครึ่งปีเลย

 

ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนเบื่อง่าย แต่ผมมีเหตุผลอื่นที่ทำให้ต้องบอกเลิกผู้ชายพวกนั้นต่างหาก

 

ใช่แล้ว ผมคือผู้ชายที่ชอบผู้ชายด้วยกัน หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าเกย์นั่นล่ะ

 

ในปี2020 การชอบเพศเดียวกันไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ในสังคมอีกต่อไป ผมเติบโตมาในโรงเรียนชายล้วน และค้นพบว่าตัวเองไม่ได้ชอบผู้หญิงตั้งแต่ขึ้นชั้นมัธยมต้น แฟนทุกคนที่ผ่านมาของผมล้วนเป็นผู้ชายทั้งสิ้น ผ่านมานับสิบปี ผมมีแฟนมาแล้วเป็นสิบคน ไม่รู้เหมือนกันว่าสายตาคนภายนอกจะมองเรื่องที่ผมเปลี่ยนแฟนบ่อยราวกับเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถยนต์อย่างไร แต่สำหรับผมแล้ว

 

มันไม่ได้น่าภาคภูมิใจเลยสักนิด

 

“สวัสดีครับน้องเอื้อ” ทันทีที่ตอกบัตรเปิดประตูเข้ามาในออฟฟิศ รุ่นพี่ฝ่ายขายที่ชื่อพี่ป้องก็เอ่ยทักผมด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานทันที

 

“...สวัสดีครับพี่ป้อง” ผมหันไปยกมือไหว้เขา แม้จะนึกอยากเดินหนีเต็มแก่ พี่ป้องเป็นอีกคนหนึ่งที่มักจะฝากกาแฟหรือขนมมาให้ผมเสมอๆ แต่ผมมีกฎเหล็กข้อหนึ่งในการเลือกคบแฟนว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนที่ออฟฟิศเด็ดขาด เพราะผมไม่อยากอึดอัดใจในการร่วมงานหากต้องเลิกกันไป แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหลักที่ผมไม่ชอบพี่ป้อง ผมไม่ชอบเขาเพราะผมรู้มาว่าอีกฝ่ายมีคนที่กำลังคุยๆอยู่ด้วยแล้วต่างหาก

 

ขนาดมีคนคุยด้วยแล้วก็ยังจะมาจีบผม ผมเกลียดคนพรรค์นี้ที่สุด

 

“พี่ฝากของไอ้เจตไปให้น้องเอื้อด้วย ทานเยอะๆนะครับ” พี่ป้องส่งสายตาเจ้าชู้ใส่ ผมพยักหน้าแกนๆแล้วรีบเดินไปยังห้องแผนกไอที พอเดินมาถึงโต๊ะทำงานตัวเองก็เห็นแก้วชามะนาววางอยู่

 

“นี่อะไร?” ผมหันไปถามชายหนุ่มร่างโปร่งเจ้าของโต๊ะทำงานข้างๆโต๊ะผมที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

 

“ของมึงอ่ะเอื้อ พี่ป้องฝากมาให้” เจตนิพัทธ์หรือเจต คนที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนสนิท และอดีตรูมเมทสมัยมหาวิทยาลัยของผมตอบพร้อมกับพยักพเยิดหน้ามาทางแก้วที่วางอยู่

 

“มึงเอาไป” ผมดันแก้วชามะนาวไปให้เพื่อนทันทีโดยแทบจะไม่มองซ้ำสอง ดวงตาเรียวรีของเจตเป็นประกายขึ้นเล็กน้อยแต่เจ้าตัวก็พูดว่า “เฮ้ยยยย พี่เขาอุตส่าห์เอามาให้ อย่างน้อยมึงก็น่าจะดูดสักอึกนะ”

 

“กูไม่รับของจากคนแปลกหน้า” ผมตอบพลางหันไปเปิดคอมพิวเตอร์ของตัวเอง เจตจึงฉวยแก้วชามะนาวของผมไปดูดอึ้กๆ

 

เจตคือคนเดียวที่ผมสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเป็นเพื่อนสนิท พวกผมรู้จักกันในวันสอบสัมภาษณ์และรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย เจตเป็นคนผิวขาว เตี้ยกว่าผมราวๆ2-3 เซนติเมตร ตาตี่ หน้าตาแบบคนไทยเชื้อสายจีนทั่วไป สิ่งที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้าของอีกฝ่ายก็เห็นจะเป็นแก้มขาวๆที่พองออกมาอย่างเด่นชัด เป็นหลักฐานบ่งบอกว่าเพื่อนของผมนิยมชมชอบการกินมากเพียงใด

 

เจตเป็นคนเฮฮาร่าเริง เข้ากับคนอื่นๆได้ง่าย ขี้เกรงใจนิดๆ ผิดกับผมที่เป็นคนเก็บตัว ค่อนข้างขี้รำคาญ และไม่ค่อยสนใจว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไรกับตัวผม ถึงจะอุปนิสัยต่างกันแทบจะคนละขั้ว เราสองคนก็ยังกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ด้วยความที่นิสัยเจตเป็นแบบนั้น บรรดาเพื่อน รุ่นพี่ รุ่นน้อง จึงมักจะฝากของมาให้ผมผ่านทางเจตอยู่เสมอๆ

 

ผมเคยบอกมันไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ให้รับฝากของมา แต่เจตบอกว่าถ้าไม่ยอมรับมาก็กลัวว่าทั้งตัวมันและผมจะมีปัญหากับคนเหล่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็เป็นคนรู้จัก เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน สุดท้ายแล้วผมก็จำต้องยอมให้เพื่อนทำตัวเป็นแมสเซนเจอร์ส่งของไปแม้จะไม่เต็มใจสักนิดเลยก็ตาม

 

“ไม่ใจอ่อนหน่อยเหรอวะ? พี่เขาตื๊อมึงมาสองเดือนกว่าแล้วนะ” เจตหันมาถามย้ำ ผมส่งเสียงหึเบาๆในลำคอ ลำพังผมก็ไม่สนใจคนที่บอกว่าชอบผมแต่ไม่ยอมมาเผชิญหน้ากันโดยตรงอยู่แล้ว ยิ่งเป็นพวกจีบดะไปหมด แถมยังมาใช้งานเพื่อนผมบ่อยๆแบบนี้ ผมก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่

 

“มึงก็รู้ว่ากูไม่เล่นกับคนที่ออฟฟิศ มันยุ่งยาก”

 

“อ๋อ คติเดียวกับไอ้คิง พวกมึงนี่มัน---”

 

“ใครนินทากูแต่เช้าครับ?” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยขึ้นขัดบทสนทนา ผมชักสีหน้าทันที

 

คนอะไรตายยากชะมัด

 

ร่างสูงใหญ่ของคนที่ผมเห็นมันยืนเต๊าะพนักงานขายกาแฟอยู่เมื่อสิบนาทีก่อนกำลังเดินเข้ามาในห้องแผนก คนนี้คือคิง เพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยประถมของเจต ทำงานอยู่แผนกเดียวกับผมแต่เป็นตำแหน่งโปรแกรมเมอร์

 

ถ้าให้พูดแบบไม่ลำเอียงก็เป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อมากคนหนึ่ง แต่ดวงตาเรียวคมและหางตาที่เฉียงขึ้นเล็กน้อยทำให้อีกฝ่ายดูดุดันในยามที่ใบหน้าปราศจากรอยยิ้ม รูปร่างผึ่งผายอย่างคนชอบออกกำลังกาย สูงกว่าผมร่วมสิบเซนติเมตร เป็นคนที่สาวๆในออฟฟิศยกให้เป็นขวัญใจ แน่นอนว่าได้ตำแหน่งนี้มาเพราะหน้าตาล้วนๆ ส่วนนิสัยน่ะเหรอ

 

ใจร้อน กวนตีน ปากเสีย แถมเจ้าชู้ขั้นสุด ชนิดเปลี่ยนคนควงแทบจะอาทิตย์ละคนได้เลยมั้ง

 

ดวงตาสีนิลของอีกฝ่ายสบเข้ากับผมในขณะที่กำลังเดินตรงไปยังโต๊ะทำงานของตน ริมฝีปากของมันยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนๆทันที

 

เพื่อนของเพื่อนคนนี้แหละ ที่ผมรู้สึกไม่ถูกชะตาด้วยตั้งแต่แรกเจอ

 

“ของมึงอยู่บนโต๊ะอ่ะคิง” เจตหันไปชี้บอกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาให้ดูถุงของฝากบนโต๊ะทำงาน นี่ก็เป็นอีกคนที่มักจะมีของฝากจากบรรดาสาวๆส่งมาให้ผ่านทางเจตเสมอ แต่มันต่างจากผมตรงที่ผมไม่เคยสนใจของพวกนั้น แต่มันที่บอกว่าถือคติไม่เล่นกับคนออฟฟิศเช่นเดียวกันกับผมกลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

 

“ของใครวะ?”

 

“น้องมิ้น พนักงานใหม่ อยู่บัญชี”

 

“อ้อ ที่แก้มชมพูๆป่ะ น่ารักดี”

 

ปากบอกว่าไม่เล่นด้วย แต่พอมีใครเอาของมาให้ก็รับไปหมด แถมชอบทำหน้ากะลิ้มกะเหลี่ยใส่เหมือนไปให้ความหวังคนอื่นอีกต่างหาก

 

นอกจากคำว่า‘หน้าหม้อ’แล้ว ผมก็ไม่รู้จะนิยามมันด้วยคำไหนอีก

 

“อร่อยว่ะ แต่หวานสัด มึงแดกต่อแล้วกัน” มันพูดหลังจากกัดบราวนี่ที่สาวจากแผนกบัญชีเอามาฝากไปได้สองสามคำแล้วเอาถุงขนมที่เหลือมาวางบนโต๊ะเจต

 

“เอื้อมึงแดกป่ะ?” เพื่อนสนิทผมก็แสนจะมีน้ำใจ ยื่นบราวนี่แบ่งผมกินด้วย ผมปรายตามองขนมที่หวานจนชวนขนลุกนั่นแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปมองจอคอม

 

“เชิญ”

 

“มึงพูดแล้วนะ” ผมเห็นเจตยิ้มกว้างพลางรีบยัดถุงขนมใส่ลิ้นชักราวกับกลัวผมจะเปลี่ยนใจ ท่าทางแบบเด็กหวงของกินนั่นทำให้ผมนึกขำนิดๆ

 

เจตเป็นคนง่ายๆสบายๆไม่คิดอะไรมาก วันๆสนใจแต่เรื่องของกิน ไร้พิษภัยเสียจนมีรุ่นพี่บางคนชอบเอาเปรียบเพื่อนผมอยู่เนืองๆ

 

ตำแหน่งกราฟิกดีไซเนอร์ของบริษัทนี้มีผม เจต และรุ่นพี่คนหนึ่งชื่อพี่มงคลเป็นลูกพี่ลูกน้องกับเจ้าของบริษัท แต่จริงๆแล้วคนที่ทำงานส่วนใหญ่ก็มีแค่ผมกับเจต ส่วนพี่มงคลมักจะหายตัวไปบ่อยๆ ไม่เคยรับผิดชอบงาน นึกจะหยุดเมื่อไหร่ก็หยุด แล้วก็เทงานส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบมาให้เจตทำเสมอๆ ถึงผมจะคอยพยายามปรามบ้าง แต่ผมก็ช่วยเพื่อนไม่ได้ทุกครั้ง สิ่งที่ผมพอจะทำได้คืออยู่ช่วยทำโอทีเป็นเพื่อนเจตเท่านั้นเอง

 

มันน่าเจ็บใจที่ต้องยอมรับว่า บางครั้งพวกเราก็ต้องยอมถูกคนที่มีตำแหน่งงานสูงกว่าเปรียบเพื่อแลกกับการไม่ให้มีปัญหาในการทำงานในอนาคต ต่อให้คุณมีฝีมือมากขนาดไหน แต่ถ้าคุณมีปัญหากับญาติเจ้าของบริษัท มันก็ยากที่จะอยู่ในองค์กรต่อไปได้

 

โลกแห่งการทำงานก็โหดร้ายแบบนี้แหละ

 

“เมื่อเช้ากูเจอพี่บาสตอนจะขึ้นมาที่ห้อง พี่บาสบอกว่าเด็กฝึกงานชุดใหม่มาแล้ว” ผมพูดกับเจตที่กำลังเคี้ยวบราวนี่ตุ้ยๆ คนฟังถอนหายใจดังเฮือกทันที ผมก็เข้าใจว่าทำไมเจตถึงมีสีหน้าเบื่อหน่าย เพราะการเทรนเด็กฝึกงานก็เหมือนการเสี่ยงโชค ปีไหนโชคดีได้เด็กเก่งก็จะได้ช่วยผ่อนภาระ แต่ถ้าปีไหนโชคร้ายเจอเด็กหัวช้า มันจะยิ่งกลายเป็นการเพิ่มภาระงานไปในตัว

 

“ปีที่แล้วกูทำแล้ว ปีนี้มึงทำ” เจตรีบหันมาบอก

 

“แล้วแต่” ผมตกลงอย่างง่ายดาย ปีที่แล้วเจตเป็นพี่เลี้ยงไปแล้ว ปีนี้ก็สลับมาเป็นตาผมบ้าง พี่บาสเอาโปรไฟล์เด็กฝึกงานมาให้ผมดูตั้งแต่อาทิตย์ก่อน ดูจากเกรดและพอร์ตงานที่ส่งมา ผมคิดว่าปีนี้ผมน่าจะโชคดี

 

“ปกติมึงไม่พูดง่ายแบบนี้ป่ะวะเอื้อ” อีกฝ่ายหรี่ตา ท่าทางนั้นทำให้ผมเผลอยิ้มออกมาอย่างนึกขำกับความขี้ระแวงของเพื่อน แต่ก่อนที่ผมจะได้ตอบอะไรออกไป เสียงจากคนที่นั่งโต๊ะด้านหลังพวกผมก็เอ่ยขึ้น

 

“เอื้อมันเห็นโปรไฟล์เด็กแล้ว ว่าที่เกียรตินิยมว่ะ มันเลยฮุบไว้เองไง”

 

“หุบปาก” ผมหันกลับไปมองหน้าคนพูด ไอ้คิงจ้องหน้าผมกลับ ยักคิ้วส่งยิ้มกวนตีนมาให้

 

ผมสูดลมหายใจลึกๆระงับอารมณ์หงุดหงิดก่อนจะหันหน้ากลับมา เจตที่นั่งข้างๆผมยิ้มแห้ง กลอกตาเลิ่กลั่กทันที

 

ผมเป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย ส่วนไอ้คิงก็เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยอนุบาล เจตจึงตกอยู่ในสภาวะการเป็นคนกลางระหว่างผมกับมัน ผมรู้ว่าการที่ผมกับคิงไม่ค่อยจะลงรอยกันมันทำให้เจตหนักใจอยู่เนืองๆ แต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้ ผมไม่ชอบหน้าคิง และอีกฝ่ายก็ไม่เคยคิดจะหยุดกวนตีนผม มันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมเจอหน้ามัน ผ่านมาเกือบเก้าปีแล้ว ทุกอย่างก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

 

มันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ อย่างน้อยผมก็อาจจะไม่รู้สึกไม่ถูกชะตากับคิงมากขนาดนี้ ถ้าการเจอกันครั้งแรกของผมกับมันไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่แบบนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมกับคิงเจอกันครั้งแรกสมัยที่ผมเรียนมหาลัยชั้นปีที่สอง สถานที่คือผับแห่งหนึ่ง

 

วันนั้นผมในวัย18 ย่าง19 ปีเพิ่งจับได้ว่าถูกแฟนหนุ่มที่คบกันมาตั้งแต่อยู่ปี 1 นอกใจไปหาดาวคณะบัญชี ผมที่ไว้ใจในตัวแฟนเสมอมา ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้มากกว่าที่เคยให้ใคร แต่ไม่คาดคิดว่าสุดท้ายมันจะจบลงตรงที่เขาทิ้งผมไปหาคนอื่นเหมือนอย่างที่แฟนคนก่อนๆของผมทำ ผมเลยเกิดอาการเฮิร์ทหนักจนต้องหันไปพึ่งแอลกอฮอล์

 

ผมตัดสินใจไปผับคนเดียว จำได้ว่าวันนั้นผมนั่งดื่มเหล้าไปเรื่อยๆ ยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเองที่โดนหลอกมาหลายเดือน มีคนเข้ามาขอชนแก้วกับผมเป็นระยะๆ แต่ผมไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะสนทนากับใครทั้งสิ้น

 

ท่ามกลางแสงสีชวนเวียนหัวและเสียงเพลงอึกทึกรอบกาย ผมรู้สึกได้ถึงสายตาของใครบางคนที่จับจ้องมาสักพักใหญ่ ตอนแรกผมไม่สนใจที่จะหันไปมอง แต่พอนานเข้าแล้วฝ่ายนั้นยังไม่ถอนสายตาออกไป ผมจึงหมดความอดทนแล้วหันไปสบตา

 

เขาเป็นชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับผม แต่งตัวดี หน้าตาดีมาก พอเห็นว่าผมหันไปหา ริมฝีปากหยักก็กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดวงตาเฉี่ยวคมคู่นั้นเป็นประกายแพรวพราว สายตาที่ใช้มองผมแฝงไปด้วยเลศนัย ผมไม่ได้ไร้เดียงสาขนาดมองสายตาผู้ชายด้วยกันไม่ออก ผมรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังสนใจผมในแง่ใด และมันทำให้ผมที่กำลังนึกอยากประชดชีวิตรักตัวเองเกือบจะเดินเข้าไปขอชนแก้วกับเขาเล่นๆ

 

ถ้าไม่ใช่เพราะในวินาทีถัดมา ผมสังเกตเห็นว่าเขากำลังโอบหญิงสาวหน้าตาสะสวยไว้ในอ้อมแขน

 

ผมนั่งสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง พอเห็นหญิงสาวคนนั้นสะกิดแขนและอีกฝ่ายหันกลับไปมองเธอ เห็นกิริยาใกล้ชิดสนิทสนมถึงขั้นดูดปากกัน ผมก็ส่งเสียงหึออกมา

 

ผมหันหน้าไปมองทางอื่น ความสนใจใดๆที่เคยมีในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความไม่ชอบใจในทันที

 

มีคนมาด้วยแล้วยังจะมีหน้ามามองชาวบ้านอีกเหรอ ผมว่ามันทุเรศนะ

 

ผมเลิกสนใจแล้วนั่งดื่มเหล้าต่อไปเรื่อยๆ ผ่านไปครู่หนึ่งผมอยากเข้าห้องน้ำ จึงลุกจากเก้าอี้มุ่งหน้าไปยังห้องน้ำของร้าน ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ผมเดินโซเซ แต่ผมก็พยุงตัวเองไปจัดการธุระของตนได้สำเร็จ

 

ขากลับตอนเดินออกมาจากห้องน้ำ อยู่ๆโลกของผมก็เอียงวูบ ผมยืนโอนเอน ทำท่าจะล้ม แต่มือของใครคนหนึ่งก็ฉวยแขนผมไว้ได้ก่อนที่ผมจะล้มลงไปจริงๆ

 

“ระวังหน่อยครับ” เสียงทุ้มติดแหบเล็กน้อยที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเอ่ยขึ้น ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่ช่วยผมไว้ ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือคนเดียวกับที่จ้องผมตอนนั่งดื่มเหล้า

 

“ขอบคุณ”ผมพูด ต่อให้ไม่ชอบหน้า แต่ผมก็ไม่ได้เสียมารยาทถึงขนาดจะไม่เอ่ยขอบคุณคนที่ช่วย ผมพยายามจะดึงแขนตัวเองออกจากมืออีกฝ่าย แต่มือหนาของคนที่ตัวสูงใหญ่กว่าผมหลายเซนติเมตรกลับจับแขนผมไว้ไม่ยอมปล่อยแถมยังรั้งตัวผมเข้าไปใกล้ ริมฝีปากหยักเหยียดรอยยิ้มออกมา ดูทั้งมีเสน่ห์และน่าอันตรายไปพร้อมๆกัน

 

“เดินไหวเหรอครับ? ให้ผมไปส่งไหม?”เขาถาม แต่ผมสะบัดแขนออก ดวงตาที่เริ่มพร่าเลือนจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่พอใจ

 

“ไม่ต้อง!” ผมกระชากเสียงแล้วเดินหนีไปด้วยความไม่พอใจ ผมเดินออกจากร้าน หมดอารมณ์กินเหล้าโดยสิ้นเชิง

 

ผมต้องมานั่งกินเหล้าเพราะเจอไอ้ผู้ชายห่วยๆนอกใจ มาผับก็ยังเจอผู้ชายเจ้าชู้หน้าหม้ออีก

 

ชีวิตผมนี่มันตลกร้ายดีจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมคิดว่าผมคงจะไม่ได้เจอผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว จนกระทั่งสองเดือนถัดมาผมก็เห็นเจตยืนอยู่กับใครคนหนึ่งหน้าหอพัก ผมอึ้งไปนิดๆเมื่อเห็นหน้าอีกฝ่ายเพราะจำได้ว่าเขาคือคนที่เคยเจอกันในผับ เจตแนะนำว่าเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่อนุบาลชื่อคิง ดูจากแววตาที่เพื่อนของเจตใช้มองผมแล้ว ท่าทางเขาก็คงจะจำผมได้เช่นกัน

 

“ยินดีที่ได้รู้จัก” คิงส่งยิ้มให้ผม แววตาที่สื่อออกมาจากดวงตาคมคู่นั้นยังคงเหมือนเมื่อคืนวันที่เราเจอกันที่ผับ มันเป็นประกายพราวระยับตามประสาผู้ชายที่ชอบหว่านเสน่ห์ รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจงใจกวนประสาทกันอย่างไรชอบกล

 

ผมส่งเสียงอืมเบาๆ แล้วขอตัวกลับขึ้นห้องพัก ปล่อยให้เจตยืนคุยกับเพื่อนมันไป ผมยอมรับว่าอคติกับคิงเอามากๆ เพราะผมไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้ พ่อแท้ๆของผมไปมีเมียน้อยจนทะเลาะกับแม่และหย่าขาดจากกัน แฟนเก่าๆของผมที่เลิกรากันไปก็เพราะผู้ชายพวกนั้นไม่เคยรู้จักพอ

 

แต่นั่นก็เป็นแค่เพื่อนของเพื่อน ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เรียนมหาลัยเดียวกัน คงไม่ได้เจอกันบ่อยๆ ผมไม่จำเป็นต้องเก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ

 

แต่ผมก็ไม่ได้คาดคิดว่าพอเรียนจบมา ผมกับคิงจะต้องมาทำงานที่บริษัทเดียวกัน

 

ผมเข้ามาสมัครงานที่บริษัทนี้ตามคำชักชวนของเจต แต่เจตไม่ได้บอกผมว่าเพื่อนมันก็ทำงานอยู่ที่นี่ด้วย ตอนแรกผมก็ตกใจนิดหน่อยที่ต้องมาเจอหน้ากันอีกครั้งหลังจากผ่านมานับปี ในเมื่อรู้สึกไม่ถูกชะตา ผมจึงพยายามไม่พูดคุยอะไรกับมันมากนัก แต่คิงมันไม่คิดแบบเดียวกันกับผม ยิ่งผมแสดงท่าทีชัดเจนว่าไม่อยากอยู่ใกล้ มันก็ยิ่งหาเรื่องกวนตีนผมไม่เว้นแต่ละวัน

 

ผมพยายามจะปล่อยวางไม่ใส่ใจเพราะเห็นแก่เจต ไม่อยากให้มันหนักใจที่เพื่อนสนิททั้งสองคนไม่ชอบขี้หน้ากัน แต่คิงมันไม่ให้ความร่วมมือสักนิด มันเป็นคนกวนตีนและชอบเอาชนะ ยิ่งเห็นผมไม่ชอบ มันก็ยิ่งหาเรื่อง และผมก็ไม่ใช่คนที่จะสามารถนั่งนิ่งๆปล่อยให้มันแกล้งผมอยู่ฝ่ายเดียวได้ด้วย ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่บริษัทนี้ได้เกือบสามปี ความสัมพันธ์ของผมกับมันจึงเป็นแบบนี้มาโดยตลอด

 

แล้วก็คงจะเป็นแบบนี้ตลอดไป ตราบใดที่มันยังไม่ยอมหยุดกวนตีนผม

 

 

 

 

 

 

 

เวลาเก้าโมงเช้า หลังจากเลยเวลาเข้างานมาได้ครึ่งชั่วโมง ผู้จัดการทั่วไปกับพี่บาสก็พาน้องฝึกงานคนใหม่เข้ามาแนะนำตัว ผมพิจารณาเด็กฝึกงานในความดูแลคนใหม่ที่ยืนอยู่หน้าห้องเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดนักศึกษาแนะนำตัวเองว่าชื่อไม้ หน้าตาดีมากจนทำให้สาวๆหลายคนในแผนกส่งเสียงหวีดเบาๆให้กับรอยยิ้มและแววตาที่ดูสุภาพอ่อนโยนราวกับคุณชายในตระกูลผู้ดีเก่าของน้องมัน แต่สิ่งที่ทำให้ผมผิดสังเกตก็คือเด็กคนนั้นจ้องมายังทิศทางที่พวกผมยืนอยู่ไม่วางตา

 

ผมเหลือบมองเจตที่นั่งข้างๆ และกำลังพยายามชะเง้อคอมองคนที่ยืนอยู่หน้าห้องให้ถนัดๆ ลางสังหรณ์บอกว่าไม้กำลังมองเพื่อนผมอยู่

 

“ยังไงก็ฝากดูน้องด้วย แล้วนี่ใครรับผิดชอบน้องฝึกงาน?” เสียงผู้จัดการใหญ่ถาม ผมกำลังจะยกมือ แต่แล้วเสียงแหบห้าวของใครบางคนก็ชิงตอบออกไปก่อนว่า “ปีนี้เป็นคุณเจตนิพัทธ์ครับ”

 

ผมหันไปมองหน้าคนพูด เห็นไอ้คิงยักคิ้วหลิ่วตาให้เจตที่ทำหน้าเหวอ ก่อนที่ดวงตาคมคู่นั้นจะเบนมาสบสายตาผมแล้วกระตุกยิ้มกวนบาทาส่งมาให้

 

มันเป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกวะ

 

เพราะอยู่ต่อหน้าผู้จัดการผมจึงตัดสินใจเงียบไปก่อน รอให้ผู้จัดการออกไปแล้วค่อยว่ากันอีกที ยิ่งเด็กคนนั้นเดินเข้ามาผมก็ยิ่งเห็นว่าแววตาของไม้ที่ใช้มองเพื่อนผมมันเต็มไปด้วยความนุ่มนวลมากเกินกว่าคนที่เพิ่งเคยพบหน้ากันครั้งแรกจะมองใครสักคน ตอกย้ำลางสังหรณ์ของผมว่าเด็กคนนี้อาจจะสนใจเพื่อนผมเข้าให้แล้ว

 

“ทำตัวสบายๆ เออแล้วก็...พี่ไม่ใช่พี่เลี้ยงเราหรอกนะ เมื่อกี้เพื่อนมันแกล้ง คนที่เป็นพี่เลี้ยงเราคือ---”

 

“บอกผู้จัดการไปแล้วก็ตามนั้นแหละ มึงดูแลน้องไปเลยแล้วกัน” ผมบอกเจตที่ยืนอ้าปากพะงาบๆ

 

เพื่อนของผมซื่อเกินไป ผมจึงมักกังวลว่าจะมีใครเข้าหามันเพื่อหวังผลประโยชน์อีกหรือเปล่า แต่พอพิจารณาดูแล้วผมก็ยอมปล่อยผ่านยกไม้ให้เจตเป็นคนเอาไปดูแล เพราะเห็นว่าเด็กคนนั้นท่าทางจะสนใจมันเอามากๆ เจตเองก็ยังไม่มีแฟน ผมไม่อยากตั้งแง่ในทางไม่ดีจนมากเกินไปจึงลองเปิดโอกาสให้น้องมันได้ใกล้ชิดกับเจตมากขึ้น

 

“มึงเอาดิเจต จะได้มีคนช่วยงานไง” คู่ปรับผมเอ่ยสนับสนุน ประโยคนั้นทำให้ผมคิ้วกระตุก ตั้งใจว่าต่อจากนี้คงต้องจับตาดูอยู่ตลอดเวลา

 

ถึงแววตาของไม้จะดูจริงใจ ไม่ใช่พวกเจ้าแผนการ แต่ผมก็ยังไม่วางใจทั้งหมด คนเรารู้หน้าแต่ไม่รู้ใจ ไหนจะการที่ไอ้คิงดูจะกระตือรือร้นโยนเด็กคนนี้ไปให้เจตอีก มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่ไว้ใจขึ้นมาแบบแปลกๆ

 

ผมไม่รู้ว่ามันคิดจะทำอะไรแผลงๆอีกหรือเปล่า

 

 

 

 

 

 

 

ตลอดทั้งวันในการทำงานผมคอยจับตามองไม้ ผมผ่านประสบการณ์เรื่องความรักมามากพอจะมองออกได้อย่างรวดเร็วว่าไม้กำลังพยายามเข้าหาเจตตลอดเวลา และยิ่งชัดเจนเมื่อน้องมันอาสาไปส่งเจตที่คอนโดในวันนี้

 

“คอนโดผมก็อยู่ลาดกระบัง ผมมีรถครับ ไหนๆก็กลับบ้านทางเดียวกัน ให้ผมไปส่งทุกวันก็ได้นะครับพี่เจต”

 

“เฮ้ยไม่เอาๆ เกรงใจ”

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ยังไงก็ไปทางเดียวกันอยู่แล้ว ผมไปส่งได้ครับ”

 

“แต่พี่ว่า---”

 

“ไปดิเจต มึงชอบบ่นว่าค่ารถไฟฟ้ามันแพงไม่ใช่เหรอ นี่ไง ประหยัดค่ารถ” ไอ้คิงพูดขึ้นมาอีกครั้ง เจตจึงเกิดอาการลังเล แต่สุดท้ายก็ยอมติดรถไม้กลับบ้านไป ผมบอกลาเจตกับไม้แล้วเดินไปยังลานจอดรถภายในตึก ร่างสูงใหญ่ของคนที่ผมไม่ถูกชะตาด้วยเดินฮัมเพลงอยู่ด้านหน้าผมด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ยิ่งมองก็ยิ่งขัดหูขัดตา

 

ผมเร่งฝีเท้าเดินตาม ก่อนจะเปิดฉากถามทันที

 

“มึงกำลังทำอะไร?” ผมถามเสียงเครียด ไอ้คิงซึ่งกำลังปลดล็อครถตัวเองที่จอดอยู่ข้างๆรถโตโยต้าสีเงินของผมหันมามองแล้วถามกลับหน้าซื่อ

 

“กูก็กำลังปลดล็อครถไง ทำไมครับ?”

 

ดูมันสิ กวนตีนขนาดไหนล่ะ

 

“กูหมายถึงที่มึงผู้จัดการว่าบอกว่าเจตเป็นพี่เลี้ยงไม้ แถมยังยุให้ไม้ไปส่งมันที่คอนโดอีก” ผมสูดลมหายใจลึกๆ พยายามไม่ใส่ใจกับคำตอบไร้สาระนั่น คนถูกถามคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา พลางสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ผม

 

“ทำไม? มึงสนใจน้องมันเหรอ ตาถึงนี่”

 

“อย่ามากวนตีนกู มึงคิดจะทำอะไร?” ผมเริ่มกระชากเสียง

 

“ใจเย็นสิครับคุณอนล เครียดมากๆเดี๋ยวหน้าแก่นะ”

 

“คิง!” ผมเรียกชื่อมันอย่างเหลืออด แต่เจ้าของชื่อกลับยิ้มพรายราวกับพึงพอใจที่เห็นผมโมโห

 

“เอื้อ เวลามึงหงุดหงิดนี่ตลกดีว่ะ ฮ่าๆๆๆ” ฝ่ามือหนายกขึ้นตบไหล่ผม ผมสะบัดหนี แต่มันกลับจับไหล่ผมไว้แล้วดันผมไปจนแผ่นหลังชนเข้าประตูรถ

 

คิงเดินเข้ามาประชิดตัวผม เท้าสองแขนลงบนตัวรถ กักผมไว้ในวงแขนของมัน

 

“อย่าเพิ่งโมโหสิครับ” มันเอ่ยยิ้มๆพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ผมถลึงตาใส่ทันที

 

“จุ๊ๆๆ เข้าใกล้หน่อยไม่ได้เลย หวงตัวจริงๆนะมึงนี่” อีกฝ่ายพูดในระหว่างที่ผมพยายามจะผลักมันออกไป ถึงลานจอดรถจะค่อนข้างมืดแต่ผมก็ไม่ต้องการให้มีใครบังเอิญมาเห็นแล้วเอาไปพูดแปลกๆ อีกอย่างผมก็ไม่พิศวาสที่จะอยู่ใกล้มันแม้แต่นิดเดียวด้วย

 

“ถอยออกไป” ผมดันไหล่มันพร้อมกับเอ่ยเสียงเย็น แต่ร่างหนากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย แถมยิ่งเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กว่าเดิมจนปลายจมูกโด่งของอีกฝ่ายคลอเคลียอยู่ข้างกกหูของผม

 

“เรื่องไอ้ไม้อ่ะ กูเห็นน้องมันดูสนใจไอ้เจต เลยช่วยสงเคราะห์นิดๆหน่อยๆ ก็แค่นั้น” น้ำเสียงยียวนกวนประสาทดังแผ่วเบาอยู่ข้างหู ผมชะงักเมื่อมันเอ่ยประโยคต่อมา

 

“แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุหลักหรอกนะ”

 

“..........................”

 

“จริงๆคือไม้มันหล่อว่ะ กูเลยไม่อยากให้มันอยู่ใกล้มึง”

 

ดวงตาสีนิลที่เต็มไปด้วยประกายหยอกเย้าของอีกฝ่ายสบตากับผมชั่วขณะ คิงเลื่อนสายตามาจับจ้องที่ริมฝีปากผมของอย่างจงใจ ผมเม้มปากแน่นเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเอ่ยว่า

 

“กูหึงอ่ะครับ”

 

ถ้าสาวๆคนไหนได้มาเห็นสีหน้าท่าทางของมันในตอนนี้ ร้อยทั้งร้อยคงหน้าแดง ทำตัวไม่ถูกด้วยความเขินอาย แต่ไม่ใช่กับผมที่รู้จักมันมาหลายปี ผมรู้ดีว่ามันทำอยู่ไม่มีจุดประสงค์อื่นใดนอกจาก

 

“กวนตีน!” ผมผลักไหล่มันสุดแรงแล้วกระชากประตูรถตัวเองให้เปิดออก ไอ้คิงเซไป แต่ยังยืนหัวเราะอยู่ข้างๆ ผมสตาร์ทรถ ขับออกไปจากลานจอดรถทันที

 

ในความสัมพันธ์แบบไม่ชอบขี้หน้าของผมกับมันทำให้พวกเรารู้จักนิสัยของกันและกันไปโดยปริยาย คิงมันเป็นคนเจ้าชู้ปากหวานที่รู้จักดึงเสน่ห์ของตัวเองออกมาใช้ และหลายๆครั้งมันก็มักจะกวนตีนผมด้วยท่าทางแบบนี้ เพราะมันรู้ดีว่าผมไม่ชอบผู้ชายเจ้าชู้มากขนาดไหน

 

ผมไม่เคยเชื่อคำพูดของมันเลยสักครั้ง คิงมันไม่ได้ชอบผมหรอก มันไม่เคยชอบใครสักคนจริงๆเลยด้วยซ้ำไป

 

ถึงผมจะคบกับใครได้ไม่นานแต่ผมจริงจังกับทุกคนที่ผมคบด้วยเสมอ แต่ไอ้คิงไม่ใช่แบบนั้น มันแค่ลอยชายไปวันๆ ไม่เคยคิดจะคบกับใครจริงจัง พอเบื่อใครก็สลัดทิ้งไป ไม่ต่างอะไรกับพวกแฟนเก่าของผม

 

ผมเผลอกำพวงมาลัยรถแน่นจนข้อนิ้วซีดขาวเมื่อมองกระจกหลังแล้วเห็นรถฮอนด้าซีวิคสีดำของอีกฝ่ายขับตามหลังมา คิงแล่นรถมาจอดเทียบติดไฟแดงอยู่ข้างๆรถผม ไม่นานโทรศัพท์ที่วางอยู่บนคอนโซลก็ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้า

 

‘เขินจนขับรถหนีเลยเหรอครับคุณอนล’

 

เขินบ้านมึงสิ!

 

ผมกดปิดโทรศัพท์พลางเหลือบไปมองรถคันข้างๆ มันติดฟิล์มรถยนต์ดำมืดจนมองไม่เห็นภายในเลยก็จริง แต่ผมก็แทบจะจินตนาการรอยยิ้มกวนตีนของคนขับออกเลยทีเดียว

 

กับผู้ชายกวนประสาทคนนี้ผมคงไม่มีวันญาติดีกับมันได้ง่ายๆ

 

ไม่มีทาง

 

 

 

#อย่าเล่นกับอนล

 

 

เปิดตอนแรกมาก็เข้าโหมดจริงจังแล้ว นี่แหละค่ะคือคุณอนล เพื่อนสนิทของพี่เจตจาก#พี่เจตคนกลาง บอกไว้ก่อนว่าเรื่องนี้จะไม่ฮาโบ๊ะบ๊ะแบบพี่เจตแน่ๆค่ะ เพราะเอื้อเป็นคนที่ซีเรียสและจริงจังกับชีวิตมากๆ และชีวิตของเขาก็มีเรื่องราวน่าปวดหัวเยอะแยะไปหมด แต่ที่ทำให้เขาปวดหัวที่สุดก็คงจะเป็นพระเอกเรานี่แหละ เอาใจช่วยคุณอนลกันด้วยนะคะ^^

 

อ่านจบแล้วช่วยคอมเม้นหรือติดแท็ก#อย่าเล่นกับอนล เป็นกำลังใจให้เราหน่อยน้า หรือจะแวะไปคุยเล่นกับเราในทวิตเตอร์@ltbb_novels ก็ได้นะคะ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.39K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3,519 ความคิดเห็น

  1. #3468 เลดี้วาย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:53
    คู่กัดที่รัก5555
    #3,468
    0
  2. #3447 Osanana Blue (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 22:00
    คิงนี่พระเอกหรอ-____- เป็นคนแบบ เฮ้อ555
    #3,447
    0
  3. #3281 ilee2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2563 / 19:01
    มาอ่านแล้วค่าาา
    #3,281
    0
  4. #3209 ENJOY_EVERYDAY (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2563 / 16:05
    สงสัยต้องมีคนกลืนน้ำลายตัวเอง ที่บอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคนในออฟฟิศเดียวกันซะล่ะม้างงงงง
    #3,209
    0
  5. #3125 Wiwha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2563 / 21:50
    งืออออ ตามมาจากเรื่องพี่เจตค่ะ คู่นี้เห็นแววดุเดือดมาแต่ไกลลล
    #3,125
    0
  6. #2080 24monday (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 15:47
    ทุกคนรู้ แฟนคลับรู้ คู่นี้ดราม่าตลอด แต่ไม่มาก555555
    #2,080
    0
  7. #2074 pookkie37173 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 17:21
    ติดตามจ้าาา
    #2,074
    0
  8. #1976 QazWsx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 01:37
    สัมผัสได้ถึงความปวดหัว นายคิงไม่มาดีๆแบบน้องไม้แน่นอน นายคนนี้ร้ายแน่นอน!
    #1,976
    0
  9. #1926 Aika_saki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:36

    คู่รักคู่กัด
    #1,926
    0
  10. #1816 PanPloyPannanon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 19:04
    ถ้าไม่ชอบจะกวนตีนเขาบ่อยๆหรอ...นายคิง
    #1,816
    0
  11. #1487 Sariei_va (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 21:24
    เกลียดอะไรได้อย่างนั้นนะคะคุณอนลลลล
    #1,487
    0
  12. #1457 Ffff (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 21:26

    ดุเดือดแน่ๆคู่นี้

    #1,457
    0
  13. #1443 PCB614 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 19:55
    เห็นแววดูท่าจะรักกันยากเลยอะทีนี้ นายคิงถ้าเธอไม่จริงใจก็อย่ามายุ่งกับเอื้อนะ!
    #1,443
    0
  14. #1324 salmonism (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 13:22
    จะรักกันยังไงน้อออออ
    #1,324
    0
  15. #1258 MyJS (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 00:58
    หน่องเอื้อที่แสนจะจริงจังคงได้ปวดหัวกับความกวนประสาทของคู่ปรับทุกวี่วัน คิดแล้วเส้นในสมองจะแตกแทน
    ดูซิว่าน้องจะใจอ่อนมะไหร่
    #1,258
    0
  16. #1251 วฤวฤวฤ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 20:53

    รอคอยเรื่องนี้หลังจากอ่านคุณเจตจบ อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะดีกันได้ยังไง5555

    #1,251
    0
  17. #1058 thongda (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 22:03
    ตามมาจากพี่เจตเลยจร้าาาาา ชอบเอื้ออ่ะ
    #1,058
    0
  18. #1007 Wafuii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2563 / 09:34
    อย่าแกล้งคุณเอื้อเยอะสิพี่
    #1,007
    0
  19. #779 DarklyPoohBear (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 09:00
    ชอบ แต่ยังเลือกไม่ได้ว่าจะอยู่ข้างใครดี
    #779
    0
  20. #673 Aisa-Mee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 / 05:29
    ติดตามเลยจ้า

    อยากรู้ว่าคนจริงจัง กับคนลอยชายจะรักกันยังไง
    #673
    0
  21. #630 nongnamtan25 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 20:40
    คุณคิง อย่าล้อเล่นน่า
    #630
    0
  22. #601 Greenteass (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 14:59
    คิงเขาเป็นพระเอกใช่มั้ยคะ ไม่ใช่ตัวร้าย เพราะอ่านแล้วรู้สึกเกลียดอีตาพี่คิงมาก 5555555

    เปิดเรื่องได้น่าสนใจมากเลย background อนลก็คือ ฮื่อ เป็นซึม เจ็บมาเยอะอ่ะเนอะ
    #601
    0
  23. #598 Immlose (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 / 13:40
    เล่นไปเรื่อยไปคุณคิงงงงงงง
    #598
    0
  24. #561 PeN (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 22:46

    น้องเอื้อมาแล้ววววว มาดูกันว่าระหว่างเอื้อกับคิงใครจะปราบใคร



    เคยเดาว่า ที่คิงโยนไม้ให้เจต เพราะกันท่า กลัวไม้มาชอบเอื้อ เป็นความจริงสินะ


    จริงๆคิงก็ถูกใจและชอบเอื้อมานานแล้วสินะ แต่เอื้อไม่เล่นด้วย เลยทำเป็นกวนตีนใส่ เพื่อให้เค้าสนใจใช่มั๊ย


    สองคนนี้มีซัมติ้งกันตอนกินเลี้ยง แล้วเอื้อกลับกับคิงใช่ม๊ะ ตอนเอื้อมีปัญหาเรื่องครอบครัวก็ตามไปรพ.ด้วยนี่


    ชอบพล็อตเรื่องแบบนี้มากอ่ะ รอมานาน ได้อ่านแล้ว จะอ่านรวดเดียวตามทันทุกตอนเลย 😆😆😆

    #561
    0
  25. #497 Hilel (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2563 / 13:49
    เปิดมาก็เครียดเลย
    #497
    0