[ MARKBAM ] ⎮V I T A M I N B ⎮#มบย่อมาจาก [END]

ตอนที่ 6 : Chapter 6 If not you, then who? [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,499
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,257 ครั้ง
    3 ก.พ. 62





Chapter 6

If not you, then who?

 

 


สามวัน


สามวันแล้วที่แบมปิดเครื่องโทรศัพท์ คุณหมอมาทำงานด้วยอารมณ์ไม่ปกติเท่าไรแต่พยายามทำเหมือนไม่ได้เป็นอะไรแม้ในใจจะอึมครึม และมันก็เป็นสามวันที่มากพอที่จะทำให้มาร์คไม่ทนอีกต่อไป


ระดับมาร์ค ถ้าจะตามหาแบมมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรอยู่แล้ว แบมรู้ว่ามาร์คหาเขาเจอแน่ถ้าอยากจะหา แต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้


“หมอคุยกับผมก่อนได้ไหมครับ”


ตั้งแต่เห็นหน้าแบมมาร์คก็พูดคำนี้มาเป็นสิบรอบแล้ว พอรู้ว่าหมอทำงานที่ไหนเขาก็ไม่ลังเลใจเลยสักนิดที่จะแคนเซิลทุกอย่างแล้วมาหาแบมถึงที่ นี่ก็เดินไปเดินมาตั้งหลายชั้นแล้ว แต่พอเจอกันปุ๊บหมอก็หลบสายตาเดินหนีเขาเอาเป็นเอาตายเสียอย่างนั้น


“ผมยังไม่มีอะไรจะคุยกับคุณครับ”


ถึงจะอยากเห็นหน้า อยากเจอแค่ไหนก็จะยังไม่พูดออกไป แบมยังไม่พร้อม เขากลัวว่าหากคุยกันแล้วทุกอย่างมันจะไม่เป็นไปอย่างที่เขาหวัง กลัวว่ามาร์คจะมาย้ำความจริงที่ว่าที่ผ่านมาเราเป็นแค่คนรู้จักหรือเพื่อนกันและในอนาคตมันก็จะเป็นได้เพียงเท่านั้น


กลัวยิ่งกว่าคือหากว่ามาร์คจริงจังกับเรื่องของเราจริง ๆ  แล้วคนอย่างแบมจะถือว่าเหมาะสมหรือเปล่า


“ผมโทรหาหมอตั้งหลายครั้ง พยายามติดต่อหมอหลายวันแล้ว ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ผมเลยครับ”


มาร์คหงุดหงิดกินไม่ได้นอนไม่หลับอยู่สามวันเต็ม ๆ ไม่เคยมีครั้งไหนที่เขาจะขาดการติดต่อกับแบมนานเท่าครั้งนี้ และมันจะทำให้เขาเป็นบ้าอยู่แล้ว


“ขอทางด้วยครับ”


แบมไม่ยอมตอบคำถามคนที่เอาตัวใหญ่ ๆ ของตัวเองมาขวางหน้าเขาไว้ มาร์คถอนหายใจออกมาแต่ก็ยอมเบี่ยงตัวเปิดทางให้คุณหมอตัวเล็ก


“ทำไมหมอต้องหลบหน้าผมด้วยล่ะครับ”


มาร์คเอ่ยเสียงอ่อน หวังให้แบมยอมคุยกันดี ๆ หมอคาใจเรื่องอะไรเขาก็พร้อมจะอธิบายให้หมอฟังทั้งนั้น แต่ขอเถอะ ฟังเขาสักนิด ให้เวลาเขาได้ทำความเข้าใจความเป็นไปในอาการงอนของหมอสักหน่อยเถอะ


“ผมไม่ได้หลบหน้าคุณ ผมแค่จะไปทำงานของผม”


ว่าไปขาเรียวก็ก้าวไปตามทางเดินในโรงพยาบาลฉับ ๆ จนมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องทำงานของตัวเองได้ แบมสอดตัวเข้าไปในห้อง ร่างเล็กพยายามจะปิดประตูหนีแล้ว แต่มาร์คก็มีแรงเยอะกว่า เยอะมากพอที่จะดันตัวสูง ๆ เข้ามาในห้องด้วย


แบมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เพราะสู้แรงอีกคนไม่ได้ คุณหมอทำท่าจะเดินหนีออกไปข้างนอกแต่มาร์คก็ดันไหล่แบมกลับมายืนที่เดิม


“หมอโกรธอะไรผมครับ”


มาร์คเอ่ยถามเสียงจริงจัง ไม่ว่าเขาจะผิดหรือไม่ผิดเขาก็พร้อมที่จะเป็นฝ่ายง้อก่อนอยู่แล้ว แต่อย่างน้อย ๆ ก็ต้องรู้ก่อนว่าอะไรที่ทำให้แบมโกรธเขาขนาดที่พยายามจะหนีหน้ากันแบบนี้


“ผมไม่ได้โกรธ”


แบมก็แค่น้อยใจที่มาร์คไม่ยอมบอกกันตั้งแต่แรกว่าตัวเองทำงานอะไร อยู่ตรงจุดไหนของสังคม


“งั้นหมอเป็นอะไรครับ บอกผมหน่อยได้ไหม”


มาร์คปรับน้ำเสียงให้อ่อนลง ร่างสูงมองคุณหมอหน้าใสไม่วางตา คิดถึงหรือก็มากจนไม่รู้จะมากยังไงแล้ว แต่ก็ต้องปรับความเข้าใจกันก่อน


“ผมแค่กำลังสับสน คือคุณไม่เคยบอกผมสักคำว่าคุณ


แบมยกมือขึ้นเกาท้ายทอยตัวเองเบา ๆ ไม่รู้จะบอกมาร์คยังไงให้เข้าใจความอึดอัดและความกังวลของเขา


“ผมทำไมครับ?


ตากลม ๆ ใส ๆ ของคุณหมอตัวเล็กสั่นระริกเมื่อมาร์คจ้องหน้าเขาเฝ้ารอคำตอบ


อย่าทำเหมือนมองแบมออกไปทุกอย่างแบบนั้นจะได้ไหมเล่า


ว่าคุณเป็นใคร”


ถ้ารู้ตั้งแต่แรกแบมจะได้หักห้ามใจตัวเองเอาไว้ จะได้เผื่อใจไว้บ้างว่าอาจจะต้องผิดหวังเพราะมาร์คคงมีตัวเลือกในชีวิตมากมายจนแบมอาจจะสู้ไม่ไหว เขามันก็แค่คนธรรมดาฐานะปานกลาง นอกจากจะมีไม่เท่ากันกับมาร์คแล้วเขายังมีน้อยกว่าเยอะด้วย


มาร์คพยักหน้าขึ้นลงเพราะเข้าใจแล้วว่าแบมเป็นอะไร เรื่องนี้เขาไม่ได้คิดจะปิดบังหมออยู่แล้ว ก่อนหน้าก็คิดว่าหมอกับแม่พอรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำว่าเขาคงมีฐานะ หรือความรวยของมาร์คมันมีมากกว่าที่หมอจินตนาการจนเกินไป หมอเลยเครียด?


หมอก็ไม่ค่อยดูละครนะ ไปจำมาจากไหนเนี่ย


“หมอครับ ฟังผมนะ”


ร่างสูงขยับตัวเข้าไปใกล้ จับไหล่บางของแบมด้วยมือทั้งสองข้างให้หันมามองหน้าสบตากับเขาตรง ๆ คุณหมอสะดุ้งนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ถอยหนี “ผมยังเป็นมาร์คคนเดิม คนที่เคยเป็นคนไข้ของหมอ คนที่เคยช่วยหมออาบน้ำให้รถถัง คนที่ปั่นจักรยานพาหมอไปตลาดไปเที่ยวบนเขา คนที่ไปตกปลากับหมอ คนที่ช่วยหมอเลือกปลาเลือกฟัก คนที่ช่วยไปซื้อขนมโตเกียวให้หมอ คนที่ช่วยชิมอาหารที่หมอทำ คนที่


“แล้วทำไมคุณไม่บอกผมให้เร็วกว่านี้ว่าคุณคุณเป็นถึงถึงระดับนั้นน่ะ”


ยิ่งฟังมาร์คพูดด้วยน้ำเสียงและท่าทางจริงใจขนาดนั้น แบมยิ่งใจอ่อนยวบยาบจนไม่กล้าฟังแล้ว คุณหมอตัวเล็กพูดไปหยุดไปด้วยท่าทีเป็นกังวล มือไม้ก็ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน ทำหน้าหนักใจเหมือนจะร้องไห้จนมาร์คชักสงสาร


“หมอครับ ใจเย็น ๆ”


มาร์คเลื่อนมือไปลูบศีรษะแบมเบา ๆ ใจอยากจะดึงหมอเข้ามากอดปลอบแล้วด้วยซ้ำ แต่ถ้าทำอย่างนั้นเขาสองคนคงไม่ได้สบตากัน “ไม่ว่าผมจะเป็นใคร ยังไงหมอก็เปลี่ยนเรื่องที่ผมชอบหมอไปแล้วไม่ได้หรอกนะครับ”


แม้ดวงตาคู่คมจะบอกแบมว่าทุกอย่างที่มาร์คเอ่ยออกมานั้นมันจริงทั้งหมด แต่คุณหมอตัวเล็กก็ยังไม่มั่นใจในตัวเองอยู่ดี


“อาจจะมีคนมาเปลี่ยนมันสักวันก็ได้ครับ”


“หมอครับ อย่าทำแบบนี้”


อย่าผลักไสมาร์คไปให้คนอื่นทั้ง ๆ ที่หัวใจเขามันอยู่ตรงนี้ อยู่ที่หมอแบบนี้เลย


“ผมทำอะไร”


“หมอกำลังสร้างกำแพงขึ้นมากันไม่ให้ผมเข้าไปใช่ไหมครับ”


โอเค ถ้าตอนนี้หมอคิดจะหนี มาร์คก็พร้อมจะรุกวิ่งตามไปจับหมอกลับมา ไม่ยอมหรอก กับคนนี้มาร์คไม่ยอมปล่อยไปแน่ ๆ แค่สามวันก็มากเกินพอสำหรับเขาแล้ว


“ข..เข้าไปไหนครับ”


แบมนึกหงุดหงิดที่พอมาร์คขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วใช้ฝ่ามือใหญ่โอบเอวเขาเอาไว้ ลมหายใจของแบมก็ดันมาขาดห้วงเอาเสียดื้อ ๆ และไอ้คำถามโง่ ๆ แบบนั้นแบมก็ไม่ได้อยากถามออกไปเลย แต่เพราะโฟกัสของเขาไปอยู่ที่สัมผัสของมาร์คหมด แบมเลยไม่รับรู้เรื่องอื่นแล้วตอนนี้


“เข้าไปในหัวใจหมอ”


“ผมจะทำแบบนั้นทำไม”


“หมอกำลังกลัวที่จะตกหลุมรักผมทั้ง ๆ ที่หมอก็เป็นไปแล้ว หมอกลัวรักผมมากเกินไป กลัวมีคนที่ดีกว่าหมอเข้ามาหาผม กลัวผมทิ้ง กลัวเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้”


“ค..คุณ


แบมทำตาโตตกใจ ไม่คิดว่ามาร์คจะอ่านออกหมดทุกอย่าง


ไม่สิ มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ในเมื่ออีกฝ่ายรู้แล้วว่าแบมกลุ้มใจเรื่องอะไรอยู่ มาร์คก็ไม่ควรจะยิ้มกริ่มทำหน้าสบายอกสบายใจได้ขนาดนี้สิ อย่างน้อย ๆ ช่วยทำเหมือนความกังวลใจเกินเหตุของแบมมันดูเป็นเรื่องใหญ่เท่าที่แบมรู้สึกหน่อยก็ได้เถอะ


“ถึงจะมารู้ตอนนี้ว่าผมเป็นใคร หมอก็ปีนขึ้นมาจากหลุมรักของผมไม่ไหวแล้วล่ะครับ ไม่ทันแล้วเนอะ” ว่าแล้วมาร์คก็ลูบหัวกลม ๆ ของคุณหมออีกที


อย่าทำให้แบมรู้สึกว่าเขาเป็นเด็ก ๆ อย่างนี้จะได้ไหมเล่า ก็แค่คิดมากแล้วหนีหายไปสามวันเองนะ!


“คุณไปเอาความมั่นใจมาจากไหนเนี่ย”


แบมทำหน้ามู่ทู่ ไอ้ความคิดไปเองก่อนหน้านี้ที่ว่าเขากับมาร์คห่างไกลกันเกินไปพลันหายวับเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น ความรู้สึกเดิม ๆ ที่เคยมีเริ่มกลับเข้ามา จริงอย่างที่มาร์คว่าแหละ มาร์คก็ยังเป็นมาร์คคนเดิม


คนเดิม ๆ ที่ขุดหลุมอะไรสักอย่างที่ว่านั้นไว้ใหญ่เหลือเกิน


“จากตรงนี้ครับ


“คุณ!

แบมร้องเสียงหลงเมื่ออีกฝ่ายจับมือเขาดึงเข้าไปใกล้แล้ววางมือแบมลงบนตำแหน่งหัวใจของมาร์ค ไม่ทันได้ตั้งตัว ไม่ทันได้เตรียมใจอะไรเลยสักนิด และเสียงที่ส่งผ่านแผ่นอกแกร่งนั้นมามันก็ชัดเจนเสียจนเลี่ยงไม่ได้


“แต่ผมแย่กว่าหมอนะ เพราะต่อให้ผมรู้ทั้งรู้ว่าหมอเป็นใคร ผมก็ยังตกหลุมรักหมออยู่ดี ไม่มีทางเลือกเลย”


มาร์คเอ่ยกระซิบชิดใบหูขาวสะอาดของคนตัวเล็กกว่า คิดถึงกลิ่นหอมสะอาดของหมอที่โชยมาแตะจมูกแบบตอนนี้เหลือเกิน


“พ..พอแล้วครับ”


ฝ่ามือบางนุ่มนิ่มยกขึ้นดันหน้าของมาร์คให้ออกห่างจากตนแต่ก็ไม่ได้ผลมากนัก


“หมอมั่นใจได้เลยนะครับว่าเรื่องของเรามันเป็นไปได้และมันเป็นไปแล้ว หมอไม่ต้องกลัวแพ้ใครที่ไหนหรอกครับ เพราะสำหรับผม หมอชนะทุกคนมาตั้งนานแล้ว” มาร์คยกยิ้มหล่อส่งให้คุณหมอตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอด เขาก็ว่าเขาเคยบอกไปแล้วนะว่าหมอน่ะ เดอะเบสท์ “เชื่อมั่นในเราสิครับ”


แบมแอบพรูลมหายใจออกมาเพราะกลั้นหายใจไม่ไหวแล้ว ให้ตายเถอะ แค่มาร์คกอดใจเขาก็เหลวเป็นน้ำแล้ว นี่ยังมาทำแบบนี้อีก กะให้เขาไม่เหลือเป็นสสารเลยหรือไงนะ


“ก..ก็ได้ ปล่อยก่อนได้ไหมครับ”


ถ้าไม่ปล่อยแบมจะหมดแรงแล้วนะ จะร่วงมันลงไปตรงนี้แหละ ใครบอกให้มาร์คมาทำให้หัวใจเขาทำงานหนักขนาดนี้กันล่ะ


35%


“หมอเครียดเรื่องนี้เรื่องเดียวหรือเปล่าครับ?” เห็นหมอเริ่มใจอ่อนยอมคุยกันดี ๆ แล้ว มาร์คจึงยอมคลายอ้อมกอดออก แต่ก็ยังล็อคตัวแบมไว้ในวงแขนอยู่ดี


ครับ”


“เรื่องแค่นี้เอง ถึงขั้นต้องปิดเครื่องใส่ผมเลยหรือครับ” มาร์คทำตาละห้อยส่งให้คุณหมอ เขาแทบแย่เลยนะช่วงเวลาที่ไม่มีหมอน่ะ คิดไปนู่นแน่ะว่าหมอไม่เอาเขาแล้ว โดนเทแล้ว


“ขอโทษครับ คือผมผมแค่กำลังหาวิธี


“วิธี?


“รู้อยู่แล้วก็ยังมาถามผมอีก คุณอ่ะ”


มาร์คอมยิ้มมองคนหน้ายุ่งในอ้อมกอดตาหวานเยิ้ม มือน้อย ๆ ของแบมยกขึ้นมาฟาดอกมาร์คเบา ๆ หนึ่งที เขาล่ะอยากถามจริง ๆ เลยว่าทำตัวน่ารักบ่อย ๆ หมอไม่เหนื่อยบ้างหรือไงนะ


“ไหนหมอบอกจะส่งโลเคชั่นคอนโดให้ผมไงครับ” มาร์คเอ่ยถามถึงเรื่องที่แบมผิดคำพูดกับเขา ไม่ได้ถือโทษโกรธหมออะไรหรอก เข้าใจว่าตอนนั้นอีกคนน้อยใจอยู่ แต่ไม่รู้สิ อยู่ดี ๆ ก็นึกอยากลงโทษหมอขึ้นมาอ่ะ


ไม่รับโทรศัพท์ ปิดเครื่องใส่บ้าง บอกว่าจะส่งที่อยู่ให้ สามวันไม่มีสักข้อความ เขาควรจะทำยังไงกับคุณหมอใจร้ายคนนี้ดี?


“ไม่อยากส่ง คุณ!” แบมร้องประท้วง เพราะพอเขางอแงปุ๊บมาร์คก็กระชับกอดเข้ามาปั๊บเลย


แบมจะจมเข้าไปในอกมาร์คอยู่แล้วเนี่ย


“งั้นช่างคอนโดหมอเถอะเนอะ ผมซื้อให้หมอใหม่เลยแล้วกัน เดี๋ยวผมไปปักหมุดตรงนั้นเอาเอง ดีไหมครับ” มาร์คก้มลงถามแบมเสียงอ่อนเสียงหวาน ถ้าหมอบอกว่าดีครับ ซื้อครับ เขาก็จะโทรศัพท์ไปจองเดี๋ยวนี้เลย


“คุณจะบ้าหรือไง รวยนักหรือไงถึงชอบใช้เงินแก้ปัญหา”


แต่ก็เนี่ย หมอก็คือหมอ หมอผู้มักน้อยจนมาร์คไม่รู้จะใช้วิธีไหนเอาใจ มีเงินเท่าโลกก็มีค่าเป็นเอ็กซ์เท่านั้นแหละตอนนี้ เพราะมันใช้ซื้อหมอไม่ได้เลย


“ถ้าตอบตามตรงก็..ครับ รวยครับ”


แบมอ้าปากค้าง ไม่รู้จะเถียงอะไรต่อเพราะมันก็เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่รวยธรรมดา รวยมากเสียด้วยสิ


“ผมจะฟ้องแม่ว่าคุณโกหกเรา”


มาร์คหัวเราะเมื่อเห็นหมอเปลี่ยนเรื่องไปเสียดื้อ ๆ พอเอาเรื่องเขาไม่ได้ก็เป็นแบบนี้ทุกทีเลย เป็นแบบที่น่ารักมาก ๆ ทุกทีคนอะไรวะ


“ไม่ได้โกหก แค่พูดไม่หมดครับ”


“มันต่างกันยังไงครับ ปล่อยเลยนะ ผมจะไปโทรหาแม่” ว่าแล้วแบมก็ดิ้น แต่ยิ่งดิ้นมาร์คก็ยิ่งกอดแบมแน่นขึ้นกว่าเดิม เอาสิ คุณหมอตัวนิดตัวน้อยขนาดนี้ริจะสู้กับแรงมาร์คก็ลองดู


“ผมโทรไปหาแม่แล้ว อธิบายแล้วครับ แม่เข้าใจ แถมยังบอกให้ผมค่อย ๆ คุยกับหมอเพราะกลัวหมอโวยวายแบบนี้ด้วย”


“อะไรนะ?!” แบมรีบเงยหน้ามามองมาร์คพลางอ้าปากหวอ


“แม่เข้าใจครับ เข้าใจแล้วด้วยว่าหมอกับผมเป็นแฟนกันแล้ว”


เดี๋ยวนะ แม่จะเข้าใจอะไรง่ายดายเกินไปแล้ว แม่นะแม่ แบมรู้หรอกว่าแม่รักมาร์ค แต่ยกแบมให้มาร์คง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง หวงเขาสักนิดเถอะขอร้อง เขาไม่มีใครให้ฟ้องให้งอแงใส่แล้วเนี่ย


“แฟนเฟินอะไร ผมยังไม่ได้เป็นอะไรกับคุณเลยนะ”


“งั้นก็เป็นตอนนี้เลยสิครับ จะเสียเวลากันทำไม”


พอได้ยินมาร์คพูดแบบนั้นแบมก็ก้มหน้าหลบสายตาร่างสูงทันที หัวใจเจ้ากรรมเต้นรุนแรงยิ่งกว่าเก่า มือเล็กกำเข้าหากันแน่นจนมันชื้นเหงื่อไปหมด


“คุณอย่าล้อเล่นได้ไหมครับ”


“หมอไม่สบตาผมหมอก็พูดไปเรื่อยสิว่าผมล้อเล่น เงยหน้ามาหน่อยครับ มองผมหน่อยเร็ว” มือใหญ่หนึ่งข้างของมาร์คประคองใบหน้าคนในอ้อมกอดให้เงยขึ้นมามองสบตากัน



“ผมไม่เอาเรื่องจริงจังแบบนี้ไปพูดกับผู้ใหญ่หรอกครับ ถ้าผมคิดจะล้อเล่นกับหมอ”


มาร์คไม่เคยคิดเล่น ๆ มาตั้งแต่ต้นแล้วด้วย สถานะแฟนที่เขาว่างเอาไว้มีเพื่อหมอคนเดียวเลยตอนนี้


ดวงตาสั่นระริกไม่มั่นใจของแบมมองไปยังมาร์ค ดูยังไงท่าทีและคำพูดของร่างสูงก็แสดงออกถึงความจริงใจทุกอย่าง แต่ถึงอย่างนั้นแบมก็ยังแอบกลัว กลัวว่าตกลงปลงใจไปแล้วจะกลายเป็นเขาที่เป็นคนเจ็บช้ำ


“คุณเคยบอกว่าคุณขี้เบื่อ”


“ผมพิสูจน์แล้วว่าหมอคือข้อยกเว้น” ยิ่งใกล้ชิดยิ่งอยากจะชิดใกล้ อยากพกหมอไว้ในกระเป๋าเอาไปไหนมาไหนด้วยกันเลยด้วยซ้ำ


“พิสูจน์ตอนไหนครับ”


“ตอนที่หมอไม่รู้ตัว” เพราะหมอความรู้สึกช้า มาร์คทำไปร้อยหมอรู้สึกแค่สิบเองมั้ง แต่ไม่เป็นไร อยากให้หมอรู้สึกร้อยมาร์คก็แค่ทำเยอะขึ้นเป็นพันก็เท่านั้นแหละ


“ผมอาจจะเป็นได้แค่คนชั่วคราวของคุณเหมือนคนอื่น ๆ”


“สำหรับผมหมอแตกต่างครับ” แตกต่างจากทุกคนที่มาร์คเคยเจอ หมอพิเศษเสียจนมาร์คอยากจะอะไรก็ได้แล้วแต่หมอมันทุกอย่าง หมออยากจะถาวรแค่ไหนก็ได้ มาร์คพร้อมจะให้หมอเป็นอยู่แล้ว


“ผมอาจจะ


“หมอไม่ต้องพูดแล้วครับ ถ้าหมอไม่เชื่ออะไรในตัวผมหมอแค่ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ก็พอ ผมจะทำให้หมอมั่นใจด้วยตัวผมเองว่าหมอตัดสินใจไม่ผิดที่คบกับผม”


“ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลยนะ” แบมมุ่ยหน้าใส่คนตัวโตที่เริ่มจะเร่งเขาแล้ว


“ผมรู้ว่าหมอจะตอบผมว่าอะไร” มาร์คเลิกคิ้วมองคนในอ้อมกอด หมอหน้าแดง หูแดง ตาสั่นไปหมดเหมือนลูกกวางตัวน้อย ๆ เลย “แต่ผมก็ยังอยากได้ยินจากปากหมออยู่ดีนะครับ”



“ตกลงคบกับผมนะครับหมอ”


แบมสบสายตาคมในระยะประชิด ถามหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำอยู่ในร่างกายว่าเอายังไงดี ควรจะเชื่อฟังมันหรือดื้อรั้นต่อไป แต่ที่ผ่านมาเขาเองก็เป็นคนที่ทำตามใจมาตลอดไม่ใช่หรือไง กับมาร์คจะมีข้อแม้อะไรเยอะแยะ ในเมื่อคนตัวสูงก็ชัดเจนออกอย่างนี้


ชัดเจนกว่าทุก ๆ คนที่แบมเคยคบมาเลยด้วยซ้ำ


อื้ม”


ลองดูอีกครั้งก็ได้ ถึงแม้อนาคตแบมอาจจะเจ็บ แต่ก็ถือว่าวันนี้ได้ลองเต็มที่แล้ว และถ้ามันดี เวลาที่จะได้ใช้ร่วมกันของเรามันก็จะมีมากขึ้น


“อื้มอะไรครับ”


“ก็คบไง จะให้พูดอะไรเยอะแยะล่ะครับ”


เอาแล้ว พอเขินก็เริ่มโวยวายตีโพยตีพายใส่มาร์คอีกแล้ว น่าจับมาฟัดให้หายมันเขี้ยวสักทีสองทีจริง ๆ เลย


“หมอพูดว่าคิดถึงผมหน่อยได้ไหมครับ”


ตั้งแต่จากกันจนกลับมาเจอกันอีกครั้งแบมยังไม่เคยบอกว่าคิดถึงมาร์คสักคำ คิดไปแล้วมันก็น่าน้อยใจ หมอไม่คิดถึงกันบ้างหรือยังไงก็ไม่รู้ มีเขาคนเดียวหรือไงที่จะเป็นจะตายเพราะพิษรักเนี่ย


“ก็ไม่ได้คิดถึงนี่ครับ แล้วจะพูดทำไม”


แบมก้มหน้าหนีสายตามาร์คเพราะเขาโกหกคำโตออกไป และก็รู้ด้วยว่ามาร์คจับผิดเก่ง เพราะฉะนั้นให้มาร์คมองหน้ามองตาแบมไม่ได้เด็ดขาด


“เงยหน้ามาหน่อยสิครับหมอ”


มาร์คอยากเห็นว่าจริงไหม ไม่คิดถึงเขาจริงหรือเปล่า


“ไม่เอา เอ๊ คุณ!” แบมส่งสายตาตำหนิอีกคนที่พยายามจับหน้าเขาให้หันมามองกันให้ได้ พอแบมหนีไม่ได้แล้วมาร์คก็ยิ้มกว้างเสียจนคนเป็นหมออยากหลับตาใส่ออร่าร้ายกาจนั้น “ยิ้มอะไรครับ”


“ตอนนี้หมอบอกแล้ว”


“ตอนไหน บอกอะไร?” คนถามหน้าแดงจนมาร์คกลัวว่ามันจะระเบิด มือใหญ่อดไม่ไหวที่จะขยับไปลูบแก้มนิ่ม ๆ ร้อน ๆ ของแบมเบา ๆ


“สายตาหมอบอก หมอคิดถึงผม มากด้วย”


แบมอยากตะโกนใส่หน้ามาร์คว่าพอได้แล้ว เลิกอ่านความคิดจากสายตาเขาสักที แค่นี้ก็เขินจนจะมุดพื้นโรงพยาบาลหนีอยู่แล้ว!


แต่ก็ไม่ได้ทำอย่างนั้นเพราะหัวใจดวงน้อยทำงานหนักเกินไปเสียจนแบมแทบหมดแรงแล้ว


“ผมจะไปเก็บของกลับบ้านแล้ว”


มาร์คหัวเราะให้คนเขินแล้วชอบเปลี่ยนเรื่อง แต่เขาก็ไม่ได้ขังหมอไว้ในอ้อมกอดอีกต่อไป ให้หมอหายใจหายคอบ้าง เดี๋ยวหมอจะขาดอากาศหายใจตายไปเสียก่อน แบบนั้นแล้วมาร์คจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อใครล่ะ


“ผมช่วยนะ” มาร์คขยับตัวเข้าไปหวังจะช่วยแบมเก็บของที่เขาก็ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้าง


“ถ้าอยากช่วยก็ช่วยบอกให้ลูกน้องคุณออกไปไกล ๆ ด้วยครับ คนเขากลัวกันหมดแล้ว”


ชายชุดดำหลายคนเดินว่อนโรงพยาบาลขนาดนี้ ต้องมีคนคิดว่ามาเฟียมาเยือนบ้างล่ะ


“รับทราบครับคุณหมอ”


มาร์คหันหลังไปเปิดประตูโบกมือให้ลูกน้องออกไปรอข้างนอกตึกซึ่งทั้งหมดก็ทำตามแต่โดยดี ไม่วายอมยิ้มกันถ้วนหน้าให้แบมได้อายม้วนอีก


พอกันทั้งเจ้านายลูกน้อง ขยันทำให้เขาเสียหลักอยู่เรื่อย เดี๋ยวแบมจะไปแจ้งผู้อำนวยการขอประตูห้องทำงานแบบทึบแล้ว ไม่เอาแบบใสแล้ว!


65%


“หมอเลิกงานแล้วใช่ไหมครับ หิวยัง เราไปกินข้าวกันนะ”


พอแบมเก็บของใส่กระเป๋าเสร็จมาร์คก็เอ่ยชวน สองสามวันก่อนมาร์คไม่เจริญอาหารเลย มาวันนี้เห็นทีต้องชวนหมอจัดหนักจัดเต็มสักหน่อย หมายถึงมื้อเย็นนี้น่ะนะ


“คุณอยากกินอะไรครับ”


“อยากกินกับข้าวฝีมือหมอ แต่หมอน่าจะเหนื่อยแล้ว กินข้างนอกก็ได้ครับ แล้วหมออยากกินอะไร” มาร์ครู้ว่างานหมอเยอะ จึงไม่อยากจะเอาแต่ใจกับหมอนัก คนรักกันก็ต้องหัดเข้าอกเข้าใจกันมันถึงจะอยู่กันได้นาน


“ผมกินอะไรก็ได้ คุณเลือกเลย”


ปกติแบมไม่ใช่คนเรื่องเยอะอะไรอยู่แล้ว อะไรก็กินได้ทั้งนั้นขอแค่ไม่มีของที่ไม่ชอบปนอยู่ก็พอ อย่างวันทำงานแบมก็กินข้าวที่โรงอาหารของโรงพยาบาลนี่แหละ ง่าย ๆ มีหลายอย่างให้เลือกด้วย


“งั้นไปร้านที่ผมจองโต๊ะไว้เนอะ หมอต้องชอบร้านนี้แน่ ๆ เลย บรรยากาศดี อาหารอร่อย เป็นส่วนตัวด้วยครับ”


แบมมองคนที่เปิดประตูห้องทำงานให้เขาพลางขมวดคิ้วมุ่น


จองโต๊ะไว้แล้วยังมีหน้ามาถามอีกว่าแบมอยากกินอะไร แต่เอ๊ะ มันคือการที่มาร์คใส่ใจเขาไม่ใช่หรือไงนะ


“ก็ได้ครับ” คิ้วสวยคลายออกจากกันแล้วยกยิ้มให้มาร์คบาง ๆ


“ให้ผมช่วยถือนะครับ” มาร์คเห็นแบมหิ้วกระเป๋าที่มันก็ดูไม่เบานักจึงแบมืออาสา


“ไม่เป็นไร ๆ ผมถือเองได้ครับ”


แบมส่ายหน้าพัลวันไม่อยากให้มาร์คมาลำบากอะไรกับของ ๆ เขา แบมเองก็ผู้ชายไม่ได้อ่อนแอแรงน้อยนิดเหมือนผู้หญิงตัวเล็ก ๆ อะไรแบบนั้น


มาร์คยิ้มเจื่อนลงนิดหน่อยแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ ตอนนี้เขาจะยอมอ่อนให้หมอไปก่อนก็ได้ หมออาจจะยังทำตัวไม่ถูกหรือยังไม่ค่อยชินกับสถานะใหม่ของเราเท่าไร


“คนนั้นแฟนเก่าหมอใช่ไหมครับ?


เดินมาจนเกือบจะถึงทางเชื่อมไปลานจอดรถแล้วมาร์คก็เอ่ยถามคนข้างกายขึ้น


แบมมองตามสายตาของมาร์คไปก็พบคุณหมอที่ยังอยู่ในชุดกาวน์คนหนึ่ง หมอผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมคายจัดอยู่ในหมวดหมู่หล่อมากกำลังมองมาที่พวกเขาเช่นกัน


หมอเจมส์ สถานะแฟนเก่า


“คุณรู้ได้ยังไงครับ”


แบมละสายตากลับมามองมาร์คและไม่คิดจะหันกลับไปมองหมอเจมส์อีก


“เขามองเราครับ” มองด้วยสายตาที่ไม่ชอบใจใส่มาร์ค แต่กับคุณหมอตัวเล็กกลับดูอาวรณ์เสียเหลือเกิน


“ใคร ๆ ก็มองคุณอยู่แล้วไหม”


เด่นเป็นสง่าเสียขนาดนี้ เชื่อเลยเถอะว่าพรุ่งนี้เหล่าหมอและพยาบาลสาว ๆ ต้องมารุมถามแบมแน่ ๆ ว่าคุณมาร์คผู้โด่งดังเรื่องความหล่อความรวยเป็นอะไรกับหมอแบมผู้ซึ่งมีฐานะปานกลางและไม่ได้อยู่ในแวดวงไฮโซใด ๆ


“ไม่เหมือนกันครับ” มาร์คว่า น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดนิดหน่อย “ผมหึงหมอนะเนี่ย ไม่ชอบขี้หน้าเขาเลย”


“เขาเป็นแค่แฟนเก่านะครับ หึงอะไรล่ะ”


ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ค่อยมีแฟนใหม่ที่ไหนชอบหน้าแฟนเก่าของแฟนตัวเองหรอก ยิ่งรู้ว่ามันอยู่ใกล้หมอมากขนาดนี้ มาร์คก็อยากจะเทคโอเวอร์โรงพยาบาลนี้แล้วไล่มันออกไปเลย


แต่ถ้ามาร์คทำแบบนั้นหมอต้องโกรธเขามากแน่ ๆ และอาจจะเป็นมาร์คเองที่โดนหมอดุและหมออาจจะทิ้งคนงี่เง่าอย่างเขาไป เอาเป็นว่ามาร์คเชื่อใจหมอก็พอแล้วล่ะ


“ไม่พูดเรื่องเขาแล้วดีกว่าครับ รถอยู่ทางนี้ครับหมอ”


มาร์คคว้าข้อมือแบมมาจับเอาไว้ก่อนจะจับจูงไปยังรถยนต์คันหรูสามคันที่จอดเรียงกันอยู่ ร่างสูงหันไปขอกุญแจรถหนึ่งคันกับลูกน้องแล้วสั่งให้ดูเขาอยู่ห่าง ๆ ก็พอ แต่ละคนทำหน้ากลุ้มเพราะเป็นห่วงอยู่สักพักแต่สุดท้ายก็ขัดคำสั่งนายไม่ได้อยู่ดี


“วันนี้หมอเหนื่อยไหมครับ”


 ขึ้นมาบนรถยังไม่ได้ทันได้คาดเข็มขัดมาร์คก็เอ่ยถามขึ้นมา เขาสตาร์ทรถไว้ก่อนเพราะในห้องโดยสารมันค่อนข้างร้อนและทำให้หายใจไม่สะดวกนัก


“นิดหน่อยครับ วันนี้ผมทำงานมาสิบสี่ชั่วโมงแล้ว”


แบมตอบตามจริง ตั้งแต่เขากลับมาก็ทำงานหนักมันทุกวันเลย ไม่ใช่ว่าขยันแต่เพราะช่วงนี้หมอคนอื่นพักร้อนกันเยอะต่างหาก


“แย่เลยนะครับ ผมนวดให้ไหม” มาร์คยกมือขึ้นลูบศีรษะกลมเรื่อยมาจนถึงลาดไหล่บางของแบมเบา ๆ สัมผัสที่ดูใกล้ชิดกันมากกว่าปกติไม่ได้ทำให้ร่างเล็กอึดอัดอะไร ออกจะรู้สึกดีด้วยซ้ำ “อยากให้หมอหายเมื่อย”


“ก็ได้ครับ”


แบมตะแคงข้างหน่อย ๆ ให้มาร์คยกมือนวดช่วงบ่าให้เขาได้ถนัดขึ้น มาร์คไม่ค่อยกล้าออกแรงเท่าไรเพราะกลัวเจ้าของผิวนุ่มนิ่มเหมือนเต้าหู้จะช้ำเอา


“หมอผอมอ่ะ” ร่างสูงบ่น หมอตัวเล็กเกินไปแบบนี้มาร์ครู้สึกเป็นห่วง ลมพัดมาจะปลิวไปพร้อมกับลมเลยหรือเปล่าก็ไม่รู้ “เดี๋ยวผมจะขุนหมอให้อ้วน ๆ เลยนะครับ”


“อ้วนไปก็ไม่ดีครับ” เพราะโรคที่มันมากับความอ้วนมีเยอะ แต่แบมก็ว่าเขาสมส่วนแล้วนะทั้งน้ำหนักส่วนสูง


“ผอมแบบนี้ก็ไม่ดีเหมือนกันครับ”


เพราะมันจับไม่เต็มไม้เต็มมือเลย


“พอแล้วครับ ขอบคุณนะครับ” แบมแตะมือมาร์คเบา ๆ ร่างสูงลูบหลังบางส่งท้ายสองสามทีก่อนจะละมือออก “เรื่องพี่ชายคุณเป็นยังไงบ้างครับ”


แบมถามไถ่เรื่องสำคัญบ้าง ดูข่าววันนั้นและตามหน้าหนังสือพิมพ์สองสามวันนี้ก็ไม่เห็นจะมีใครเปิดเผยตัวคนร้ายเลย สงสัยว่าทางมาร์คจะเก็บเป็นความลับ ก็นะ ถ้าต้องให้ข่าวว่าพี่ชายของมาร์คเป็นคนทำ มันคงจะกระทบหลายเรื่อง


“จัดการเรียบร้อยแล้วครับ”


“จัดการยังไงครับ” แบมถามต่อ ถึงจะเดาว่าพี่ชายมาร์คอาจจะได้ไปคุยกับรากมะม่วงแล้วอย่างที่จินเคยตั้งสมมติฐาน แต่แบมก็ยังอยากมั่นใจอยู่ดีว่ามาร์คจะไม่เจอเรื่องราวแบบนั้นอีก ถ้าเกิดฝ่ายนั้นยังไม่ได้ไปไหนไกลแล้วย้อนกลับมาทำร้ายมาร์คอีกจะทำยังไงล่ะ


มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง


“เรื่องนั้นผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ปู่เป็นคนจัดการ แต่ว่าตั้งแต่กลับมาผมก็ยังไม่ได้เห็นหน้าคนที่จะฆ่าผมเลยนะ”


มาร์คไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ เขาแค่เล่าให้ปู่ฟังทางโทรศัพท์ปู่ก็หัวร้อนไปจัดการทุกอย่างภายในเวลาอันรวดเร็วแล้ว และก็ไม่รู้ปู่ไปทำอีท่าไหนถึงไม่เหลือซากไว้ให้เขาดูส่งท้ายสักนิดสักหน่อยเลย


“เขาก็เป็นหลานของคุณปู่คุณเหมือนกันนี่ครับ”


มาร์คถอนหายใจออกมาเมื่อคิดไปถึงเรื่องนั้น แต่เขาหาเหตุผลที่จะปิดบังหมอไม่ได้ก็เลยตัดสินใจเล่าความจริงออกไป


“ไม่ใช่หรอกครับ ปู่รู้มาตั้งนานแล้วว่าเขาไม่ใช่หลานปู่ เขาเป็นลูกใครก็ไม่รู้แต่ไม่ใช่ลูกของพ่อผมแน่นอน หมออย่าสนใจเลย เรื่องมันผ่านไปแล้วครับ ตอนนี้ทุกอย่างก็ปกติดีแล้วนะ”


“จะไม่ให้ผมสนใจได้ยังไงครับ ในเมื่อมันเป็นความปลอดภัยของคุณ” แบมทำหน้างอนิดหน่อย ที่ถามเนี่ยไม่ได้อยากยุ่งอะไรเลยนะ แต่แบมแค่ห่วงมาร์ค เขาห่วงจริง ๆ เพราะมาร์คทั้งนั้นแหละที่ทำให้แบมกลายเป็นคนเซ้าซี้แบบนี้อ่ะ


“แค่หมอเป็นห่วงกัน แค่นี้ผมก็ดีใจแล้วครับ”


“คุณเล่าให้ผมฟังหน่อย..ได้ไหมครับ”


ช้อนตากลม ๆ มองมาร์คไม่พอ คุณหมอตัวเล็กยังเอื้อมมือมาเกาะแขนร่างสูงไว้อีกต่างหาก แน่นอนว่ามาร์คแพ้ความอ้อนที่นาน ๆ ครั้งมีให้เห็นของหมอราบคาบเลย


มาร์คเดาว่าหมอคงไม่รู้ตัวแน่ ๆ ว่าตอนที่ตัวเองอ้อนน่ะมันน่ารักมากขนาดไหน มีพลังทำลายล้างสูงมากเท่าไร


“ยอมแล้วครับคุณหมอ”


มาร์คยกมือลูบศีรษะกลมของแบมอีกครั้งก่อนจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้หมอฟัง


คุณปู่ของเขามีลูกหลายคน พ่อของมาร์คเป็นลูกชายคนโต พ่อแต่งงานกับแม่ด้วยความรัก อยู่กินกันจนมีลูกชายสองคนซึ่งก็คือมาร์คและน้องชายอีกคนที่ตอนนี้อยู่ที่ฮ่องกง แม่ของมาร์คจากไปเมื่อตอนเขากับน้องยังเด็ก ๆ และพ่อไม่คิดจะแต่งงานใหม่


แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งแฟนเก่าของพ่อก็กลับมาหา เธอบอกพ่อว่าเคยท้องและคลอดลูกของพ่อเมื่อหลายปีก่อน ลูกชายของแฟนเก่าพ่อต้องได้เป็นหลานชายคนโตของตระกูล ปู่เป็นคนที่ไม่เชื่อคำพูดผู้หญิงคนนั้น แน่นอนว่าปู่ไม่ยอมรับ ไม่ให้ทั้งแฟนเก่าพ่อและเด็กคนนั้นเข้ามาในบ้านเลย


พ่อไม่มีทางเลือก จะทิ้งใครก็ไม่ได้เพราะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง มาร์คกับน้องชายมีปู่ดูแลอยู่แล้วพ่อจึงหายห่วง พ่อขอปู่มาทำธุรกิจที่ไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดของย่ากับแม่ พ่อดูแลแค่ลูกของแฟนเก่าส่วนคนแม่พ่อไม่เอา แต่ต่อให้ไม่เอายังไงการที่ถือว่าเป็นแม่ของลูกพ่อก็ยังใจดีส่งเสียให้เธอมีกินมีใช้อย่างฟุ่มเฟือยอยู่ดี


อาจจะเป็นเวรเป็นกรรมแต่ปางไหน เธอคนนั้นติดสุราเรื้อรัง สุดท้ายก็ตายจากไปด้วยมะเร็งตับเมื่อสิบปีก่อน พอคนแม่จากไปลูกชายก็หันมาติดเหล้าบ้าง งานการไม่ทำเอาแต่ใช้เงินจนพ่อต้องส่งงานให้มาร์คกับน้องชายช่วยจัดการให้อยู่บ่อย ๆ


ธุรกิจของพ่อไปได้สวยด้วยเพราะพ่อของมาร์คเป็นคนที่มีทั้งเงินทุนและความสามารถ พ่อร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีระดับประเทศ แต่วันดีคืนดีดันหัวใจวายตาย เปิดพินัยกรรมมาแทบไม่มีแบ่งให้ลูกชายขี้เหล้าที่อยู่ทางนี้เลย


ทรัพย์สินเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของพ่อมีแต่ชื่อของมาร์คกับน้องชายเป็นผู้ได้ไป ในพินัยกรรมพ่อแนบผลตรวจดีเอ็นเอไว้ด้วย เป็นนัยว่าพ่อรู้ความจริงทุกอย่างมาสิบกว่าปีแล้ว แต่เพราะเลี้ยงเด็กมาก็เลยผูกพันให้ที่ดินผืนใหญ่ไปบ้าง


ปู่บอกว่าถ้าพี่ชายต่างพ่อต่างแม่ของมาร์คเป็นคนดีไม่คิดทำร้ายมาร์คอย่างนี้ ปู่คงยกธุรกิจทางนี้ให้เขาทั้งหมดแล้ว แต่พอเกิดเรื่องขึ้นปู่ก็ไม่คิดจะฝากทุกสิ่งทุกอย่างที่พ่อสร้างมาให้ตกอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคนโลภมากไม่รู้จักผิดชอบชั่วดีแบบนั้น



แบมนั่งฟังเงียบ ๆ แต่ดวงตากลมสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา สงสารหลายคนปน ๆ กันไปหมด สงสารที่สุดก็คือพ่อของมาร์คกับมาร์ค เพราะทั้งคู่เป็นคนที่ถูกใครก็ไม่รู้มาทำให้เดือดร้อนและเป็นทุกข์ใจทุกข์กาย แบมภาวนาให้พ่อของมาร์คได้ไปอยู่ในที่ ๆ ดีที่สุดกับแม่ของมาร์ค ไม่ต้องห่วงอะไรทางนี้อีกแล้วเพราะมาร์คคงดูแลทุกอย่างที่เขาสร้างมาได้ดีแน่ ๆ


“ผมจะไม่เป็นอะไรอีกแล้ว ไม่มีใครทำอะไรผมแล้ว หมอสบายใจเถอะนะครับ”


มาร์คเห็นแบมดูซึมเศร้าก็เอื้อมมือไปจับมือหมอมากุมเอาไว้ ส่งผ่านความรู้สึกขอบคุณจากหัวใจไปให้คุณหมอตัวเล็กผ่านสัมผัสอุ่นของเขา


แบมก้มลงมองมือที่จับกันเอาไว้ของเราก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ร่างสูง


แบมขอแค่นี้แหละ ขอแค่มาร์คอยู่รอดปลอดภัยและได้ใช้ชีวิตแบบที่ไม่ต้องหวาดระแวงแบมก็พอใจแล้ว


“ผมเห็นคุณปู่คุณด้วยนะครับ หมายถึงในทีวี”


คุณหมอเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้มาร์คหวนถึงอดีตที่จะทำให้เศร้าใจ ร่างสูงเองก็ยินดีที่เป็นแบบนั้นเพราะเขาก็ไม่อยากให้หมอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วเหมือนกัน


เรื่องแบบนี้หมอเขาอินง่ายครับ ตอนนี้ยังแอบจมูกแดงเลยนะเนี่ย


“เขากลับฮ่องกงไปแล้วเมื่อวานครับ แต่เขารู้เรื่องของเราดี ปู่บอกว่าว่าง ๆ ให้พาหมอไปเที่ยวหาบ้างด้วยนะครับ เขาอยากเจอ อยากขอบคุณหมอ”


“เขาไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ เรื่องเรา”


มาร์คเริ่มออกรถแล้วเพราะกลัวแบมจะหิวข้าว ร่างสูงส่ายหัวเบา ๆ ตอบคำถามนั้นของหมอ


“ปู่ผมไม่ใช่คนหัวโบราณ นอกจากจะไม่ว่ายังสนับสนุนอีกต่างหากนะครับ” นึกไปถึงบุพการีมาร์คก็ยิ้มออกมา “ปู่ยังบอกว่าหมอน่ารักมากด้วยนะครับ”


จะผู้ชายหรือผู้หญิงปู่ก็ไม่เคยห้ามมาร์คสักครั้ง ชีวิตเป็นของเขา เขาเลือกเองได้ทุกอย่าง ปู่บอกแบบนั้นเสมอ และเหมือนว่าปู่จะชอบหมอมากด้วย ชมหมอน่ารักน่าเอ็นดูอย่างนั้นอย่างนี้ รบเร้าให้เขาพาไปเจอให้ได้อยู่นั่นแหละ แต่ช่วงนี้มันมีเวลาที่ไหนล่ะ ปู่เองก็ยุ่งมากเหมือนกันเถอะ


“เขาเคยเห็นผมด้วยหรือครับ” แบมทำตาโตตกใจ เขาก็ว่าเขาเก็บตัวมาก ๆ เลยนะ ปู่มารู้จักแบมได้ไงอ่ะ


“เขาอยากรู้จักใครเขาก็ได้รู้จักทั้งนั้นแหละครับ แต่หมอไม่รับโทรศัพท์ผมเอง อดดินเนอร์กับครอบครัวผมเลยเห็นไหม”


“ความผิดผมหรือไง”


ตากลมโตตวัดมองมาร์คเคือง ๆ ถ้าไม่ติดว่าขับรถอยู่มาร์คจะหันไปหอมหัวหมอแล้วนะเนี่ย


“ผมผิดเองทั้งหมดเลยครับ ขอโทษครับ” มาร์คน้อมรับอย่างเต็มใจ ความผิดเขานี่แหละ ถ้าไม่ปิดบังหมอตั้งแต่แรกหมอก็คงไม่น้อยใจ ไม่งอนเขาแล้วขาดการติดต่อไปแบบนี้


“ไว้ผมจะพยายามหาเวลาว่างนะครับ”


“ครับ?” มาร์คก้มหน้าลงไปใกล้คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ระหว่างต่อแถวรอคืนบัตรเพื่อออกจากอาคารจอดรถ หมอพูดเบามากจนเขาแทบไม่ได้ยิน



แต่ถึงแม้มันจะเบาแค่ไหน ก็ทำให้หัวใจมาร์คเต้นเสียงดังมาก ๆ ได้อยู่ดี


 

“จะได้ไปทานข้าวกับครอบครัวคุณบ้างไงครับ”

 



บ้าเอ้ยเป็นหมอแล้วจำเป็นต้องน่ารักขนาดนี้ด้วยหรือไง




To be continue…

#มบย่อมาจาก



บ้าเอ้ย แล้วจำเป็นต้องทำให้เรายิ้มตามขนาดนี้ด้วยหรือไง 

เนี่ยย พอคุณหมอเขารุกกลับบ้างก็ชนะอยู่นะ 

หมอทำบ่อย ๆ สิคะลูกกก อ้อนไปเยอะ ๆ เลยลูกกก555


เดี๋ยวนี้มีลูบหงลูบหัว ถึงเนื้อถึงตัวกับหมอแบบเนียน ๆ เชียวนะคะคุณม้าก

หนูแบมก็ลูกเอ้ยยย ยอมรับเถอะค่ะว่าพออยู่กับพี่แล้วหนูก็เด็กลงนิดนึง 

อย่างที่แม่บอกนั่นแหละค่ะ 'พี่เขาไม่ได้ดูใจเย็นขนาดหรอกลูก' 5555


นอกจากฟิคเรื่องนี้จะฟีลกู๊ดแล้ว ยังฟีลพอร์นด้วยนะคะ อ้าว สปอยล์หรอกหรอ แหะๆ ><


ติชมหรือบลา ๆ ร่วมกันได้ตลอดเวฯที่ #มบย่อมาจาก


ขอบคุณทุก ๆ คนมาก ๆ เช่นเคยค่าา เลิฟฟฟ❤️



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.257K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,931 ความคิดเห็น

  1. #1919 lek0868909108 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 17:23
    พบคนหลงแฟนหนึ่งอัตราา😆😆😆😆😆
    #1,919
    0
  2. #1902 MarkP_endear. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 02:24
    อยากมีพี่มาร์คเป็นของตัวเอง งื้ออออ
    #1,902
    0
  3. #1888 BMC MINTTT (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2563 / 18:15

    เขินไม่ไหวเลยค่ะ จะลงไปกองกับพื้นเเล้ววว

    #1,888
    0
  4. #1874 lek0868909108 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 15:53

    ชอบตรงคำบรรยายมันแบบเห็นภาพละยิ้มตาม

    #1,874
    0
  5. #1862 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 22:54

    โอ๊ยยยยเขิลลงตาม

    #1,862
    0
  6. #1853 De-nee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:50

    ฮึ่ยยยยน่ารักเกินไป๊! แต่ชอบมากเป็นเขิ้นนนนใ้ใิกทิดทืะีัรนฟย
    #1,853
    0
  7. #1839 premmiii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 11:20
    น่ารักาำนหสสฟยปท บ้าฟาา
    #1,839
    0
  8. #1828 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 14:39

    โอยอยากให้หมอแบมอ้อนเยอะๆ????????????????????....อ่านไปยิ้มไป คนคิดว่าบ้าแระ

    #1,828
    0
  9. #1823 YanisaCH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 15:19
    ง่อววว
    #1,823
    0
  10. #1799 sukai_3103jy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 05:41
    "เชื่อในเราสิครับ" -เอ้ยยยยย สารภาพว่าเขินจนตกเตียง หื้ออออออออออ
    #1,799
    0
  11. #1780 Spices_smile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 08:21
    คุณหมอน่ารักจังเลย มาร์คด้วยย
    #1,780
    0
  12. #1745 Nunutt06 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2562 / 12:26
    อื้ม......เขิน

    ...ยิ้ม แก้มจะแตกไปกับ เขาสองคน
    #1,745
    0
  13. #1723 khunsom08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 13:32
    เป็นแฟนกันๆ
    #1,723
    0
  14. #1703 ribbonnib (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 12:26
    โอ้ยยย ถ้านี่เป็นมาร์ค นี่ละลายไปแล้วเด้อ น้องแบมมมน่ารักมว้ากกกก
    #1,703
    0
  15. #1666 Harlyquine (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 16:12

    ก็คือพวกเขาทั้งคู่นั้นน่ารักมากกกกกมากๆเลยฮื่ออออ
    #1,666
    0
  16. #1642 uromtbb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 11:36
    โอ้ยดีงามมม
    #1,642
    0
  17. #1628 Ppppllllyyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 09:42
    บ้าเอ้ย...ทำไมเราต้องอ่านไปเขิลไปด้วยเนี้ย
    #1,628
    0
  18. #1613 supassara93 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 23:07
    อิจคุณหมอออออ อยากมีมาร์คเป็นของตัวเองจังค่ะ
    #1,613
    0
  19. #1567 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 13:40
    บ้าเอ้ย เขาเป็นแฟนกันแล้วทั้งในฟิคและชีวิตจริง ฉันจะชิปต่อไปเพื่ออะไร>\\< อ้าวไม่เกี่ยวหรอๆ ท่ดๆ><
    #1,567
    0
  20. #1534 Prachaya_pompam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:55
    แหม่มาร์คแหมเนียนเชียวจับลูบนวด
    #1,534
    0
  21. #1531 PMarkNBam (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:35
    ดีต่อใจแม่จริงๆ
    #1,531
    0
  22. #1511 lovemarkbam_got7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 17:06

    จ้าาาาาาาา
    #1,511
    0
  23. #1499 Melinnnnnnn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 13:09
    ม้าคไม่ค่อยพูดชื่อแบมเลย เรียกแต่หมอ เวลาโดนเรียกต้องใจเหลวมากแน่ๆ
    #1,499
    0
  24. #1489 Ingnamboon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 07:14
    หมอแบมอ้อนทีดาเมจทำลายล้างสูงมากกกก
    #1,489
    0
  25. #1488 Ingnamboon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 07:14
    หมอแบมอ้อนทีดาเมจทำลายล้างสูงมากกกก
    #1,488
    0