นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 41 : ตอนที่ 41 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,592
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,885 ครั้ง
    9 ต.ค. 63

“คุณเวลส์ คุณเฉิน” ทันทีที่เตกิล่าและลิเคียวเดินเข้ามาในสตูดิโอที่นัดหมายกันไว้ว่าจะใช้เป็นสถานที่สำหรับถ่ายนิตยสารเดอะไทม์ เสียงเรียกอย่างทักทายก็ดังขึ้นทันที

 

ลิเคียวหันหน้าไปมองเจ้าของเสียง ก็พบว่าเป็นคนที่เขาคุ้นหน้าอยู่ไม่น้อย ทว่านึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร 

 

“คุณคาล์ก สวัสดีครับ” เตกิล่ายิ้มบางเบาที่ริมฝีปากแล้วเอ่ยทักทาย

 

การเรียกชื่อผู้ช่วยบรรณาธิการนิตยสารแดอะไทม์ของเตกิล่านั้นทำให้ลิเคียวนึกออกว่าคนคนนี้คือใรและชื่ออะไร

 

เอลิสัน คาล์ก ที่เคยมาคุมการถ่ายเทสหน้ากล้องในวันก่อนนั่นเอง

 

“ผมจัดเตรียมห้องพักสำหรับนายแบบเอาไว้แล้ว ยังไงจะให้เด็กพาไปนะครับ ส่วนตอนนี้ผมคงต้องขอเสียมารยาทก่อน ยังมีงานให้ผมจัดการอยู่” เอลิสันพูดกับเตกิล่า พลางโบกมือเรียกทีมงานที่อยู่ใกล้ ๆ คนหนึ่งให้เขามาหาแล้วสั่งการ

 

“พาคุณเวลส์กับคุณเฉินไปห้องที่เตรียมไว้” ทีมงานที่ได้รับคำสั่งก็ผายมือเชิญลิเคียวกับเตกิล่าให้เดินตามเขาไปทันที

 

การมาถึงของลิเคียวกับเตกิล่าเรียกสายตาของคนที่อยู่ที่นี่ก่อนแล้วได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือว่านายแบบที่เพิ่งจะมาถึงก่อนหน้าลิเคียวได้ไม่นานเท่าไหร่ และยังไม่ทันจะได้เดินเข้าไปในห้องพักส่วนของตัวเอง

 

“นั่นคือคนที่เป็นสาเหตุให้ผมได้มาแทนที่เฉินเซียวหนานเหรอ” จางเหยียนมองลิเคียวอย่างสำรวจ ก่อนที่จะถามออกไปกับผู้จัดการส่วนตัวของเขา 

 

“ใช่ ตามประวัติที่ได้มาก็เป็นคนที่มีพื้นเพธรรมดา แต่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ทำให้รู้แล้วว่าเขาไม่ธรรมดาอย่างที่ตาเห็นแน่ ๆ เพราะอย่างนั้น ตั้งใจทำงานในส่วนของตัวเองไป อย่าได้ทำอะไรผิดพลาดเหมือนเฉินเซียวหนาน” ผู้จัดการส่วนตัวของจางเหยียน นายแบบหนุ่มที่ถูกเลือกมาแทนที่เฉินเซียวหนานพูดเตือนด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง และหวังดีต่อนายแบบหนุ่มที่อยู่ในความดูแลของตัวเอง 

 

และการพูดในลักษณะนี้ก็ไม่ได้เกิดแค่กับนายแบบหนุ่มจากแผ่นดินใหญ่เท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นกับนายแบบหนุ่มจากประเทศเอ ที่ถูกส่งตัวมาแทนที่โรเบิร์ตด้วยเช่นกัน

 

ในตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นนายแบบคนไหนก็ต่างใช้บทเรียนของโรเบิร์ตและฉินเซียวหนานในการเรียนรู้ที่จะระมัดระวังตัวเองไม่ให้ไปสร้างปัญหาหรือหาเรื่องกับลิเคียวอีก พวกเขายังไม่มีใครคิดสั้นอยากทิ้งอนาคตของตัวเองแบบนั้น

 

พวกเขายังไม่มีใครได้รับเปิดตัวอย่างเป็นทางการในฐานะนายแบบ และการที่ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกบนหน้าปกนิตยสารเดอะไทม์ นิตยสารชั้นนำอันดับหนึ่งนั้นเป็นเกียรติแก่พวกเขาอย่างถึงที่สุดแล้ว ดังนั้นอย่าได้มีความคิดโง่เง่าที่จะทิ้งสิ่งที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ออกไป อีกทั้งหากพวกเขาสร้างปัญหาให้ตัวเองขึ้นมาเหมือนอย่างโรเบิร์ตและเฉินเซียวหนาน มันจะไม่ใช่แค่การถูกปลดออกจากโปรเจ็คนี้ แต่จะถูกบริษัทต้นสังกัดสั่งแบนด้วย เพราะว่ามูลค่าความเสียหายนั่นก็ไม่ใช่ว่าจะน้อย ๆ

 

ในส่วนของลิเคียวที่ตอนนี้กลายเป็นบุคคลที่คนอื่นต้องการจะปฏิบัติตัวอย่างระมัดระวังด้วยนั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย เขาเดินเคียงข้างเตกิล่าไปยังห้องพักที่ทีมงานจัดเตรียมเอาไว้ให้เขา และก็พบว่ามันไม่ใช่ห้องใหญ่อะไรมากนัก พอที่จะอยู่ได้เกือบ ๆ สิบคนแบบไม่อึดอัดเท่านั้น แต่เพียงแค่การ์ดที่พวกเขาพามาด้วยแล้วก็เกินสิบคน ไหนจะยังต้องมีทีมงานและช่างแต่งหน้าทำผมคนอื่น ๆ อีก 

 

พูดถึงทีมงานและช่างแต่งหน้าทำผม ลิเคียวก็กวาดสายตามองหา ทว่าเขายังไม่เห็นใครที่อยู่ในห้องนี้เลย เห็นเพียงแค่กล่องเครื่องสำอางที่วางเอาไว้อยู่บนโต๊ะกระจกเท่านั้น

 

“เอ๊ะ มากันแล้วเหรอ ไหน ขอดูหน้าหน่อยว่าคนแบบไหนที่มิวส์ของฉันถึงกับขอร้องให้ฉันมาดูแลหน้าผมให้” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นมาจากทางหน้าประตูเรียกความสนใจของทุกคนในห้องให้หันไปมอง

 

ลิเคียวนั้นมีสายตามึนงงไม่เข้าใจในคำพูดของผู้ที่กำลังเดินเข้ามา และมองเขาด้วยแววตาสำรวจ เขาซึ่งตีความหมายได้ว่ามีคนไปขอร้องให้คนคนนี้มาดูแลเรื่องการแต่งหน้าให้เขา ทว่าใครกัน

 

“คุณโทนี่” เสียงเรียกอย่างตกใจของทีมงานทำให้ลิเคียวรู้จักชื่อของผู้ชายคนนี้ 

 

ลิเคียวมองชายที่ชื่อโทนี่อย่างไม่ปิดบังแววตาสำรวจ เขาพบว่าเป็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง หากไม่บอกว่าเป็นช่างแต่งหน้า เขาก็ต้องเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าตัวเป็นนายแบบคนหนึ่งของโปรเจ็คนี้อย่างแน่นอน

 

โทนี่ มอส ไม่สนใจทีมงานที่เบิกตากว้างมองเขาอย่างตกใจ ดวงตาของเขาเอาแต่สำรวจไปทั่วใบหน้าและร่างกายของลิเคียว มองไล่ไปตั้งแต่กลุ่มผมสีดำวาว ไล่ลงมาที่หน้าผากมน มองดูตาคู่ยาวเรียวดั่งนัยตาหงส์ มองคิ้วที่ให้ความรู้สึกเฉียบคม ปลายจมูกรูปหยดน้ำ ริมฝีปากที่บางเฉียบ

 

ใบหน้านี้ไม่มีส่วนไหนที่ให้อารมณ์เหมือนกับมิวส์ของเขาเลย แต่โทนี่ก็ต้องยอมรับว่าเขาไม่อาจที่จะละสายตาจากใบหน้าเรียวสวยราวกับพระเจ้าตั้งใจสรรค์สร้างขึ้นมานี้ได้ และหัวใจที่เคยมีความขุ่นข้องอยู่บ้างนั้นก็เต้นรัวเร็วขึ้นมา มีความรู้สึกอยากจะถลาเข้าไปหาเจ้าของร่างโปร่งบางนี่แล้วยึดไว้ให้มั่น ให้นั่งเป็นแบบให้เขาแต่งแต้มศิลปะลงบนใบหน้าทั้งวันทั้งคืน

 

ความรู้สึกเช่นนี้ เคยเกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาได้พบหน้ากับมิวส์ของเขา คนที่ขอให้เขามาช่วยดูแลลิเคียวที่นี่

 

อืม มิวส์ของเขาน่ารักเป็นที่สุด รู้ใจเขายิ่ง 

 

โทนี่ชื่นชมมิวส์ของตัวเองในใจอย่างเริงร่า ดวงตาที่มองอย่างสำรวจเมื่อครู่นี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นถูกใจชื่นชม

 

“วอดก้าขอให้คุณมาที่นี่งั้นเหรอ” เตกิล่าหรี่ตาถาม เขารู้เรื่องที่โทนี่ มอส แฮร์สไตลิสผู้เลื่องชื่อคนนี้ถูกใจวอดก้า และยกวอดก้าให้เป็นมิวส์ของตัวเอง ดังนั้นเมื่อได้ยินโทนี่พูดอย่างนั้น เขาจึงเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่าการปรากฏตัวที่นี่ของโทนี่มีสาเหตุมาจากวอดก้านั่นเอง

 

คำถามของเตกิล่าทำให้ทีมงานและลิเคียวได้รับคำตอบจากข้อสงสัยที่มีอยู่ในใจถึงการมีตัวตนที่นี่ของโทนี่ ในส่วนของลิเคียวนั้นเขาสงสัยว่าโทนี่เป็นใคร และคนที่ส่งโทนี่มานั้นคือใคร เกี่ยวข้องอะไรกับเขา และเมื่อรู้ว่าเป็นวอดก้าที่ส่งมา ความระแวงในใจก็หายไป 

 

ส่วนทางทีมงานนั้นก็เป็นเพราะว่าเธอรู้จักชื่อเสียงของโทนี่ดี และรู้ว่าเจ้าตัวไม่รับงานจากใครแล้ว มีเพียงแค่ส่งลูกน้องและลูกศิษย์ของตัวเองออกไปรับงานก็เท่านั้น แม้กระทั่งนิตยสารเดอะไทม์ติดต่อไปก็ยังได้รับการปฏิเสธกลับมา ไม่คิดว่าวันนี้จะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่เพื่อคนคนเดียว และเพราะมีใครคนหนึ่งขอร้องมา

 

วอดก้าใช่ไหมที่คุณเวลส์แฝดคนน้องเอ่ยถึงเมื่อครู่นี้

 

บนโลกนี้ไม่รู้ว่ามีคนชื่อวอดก้ากี่คนต่อกี่คน ทว่าไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองสมองคิดก็สามารถรู้ได้ว่าวอดก้าที่ออกมาจากปากของเวลส์คนน้องผู้นี้คือวอดก้าไหน

 

แม้ว่าวอดก้าจะไม่ได้มีผลงานมากนัก แต่ชื่อเสียงของเจ้าตัวก็เป็นของจริง ทีมงานผู้นี้ยังเคยได้ยินหัวหน้าตัวเองพูดเปรย ๆ ว่าอยากได้อีกฝ่ายมาขึ้นปกด้วย ติดที่ยังไม่มีโอกาสนั้นสักที

 

“ใช่แล้ว บอกตามตรงนะว่าตอนแรกฉันมาที่นี่ก็เพราะเห็นแก่มิวส์ของฉัน แต่ว่าพอเห็นหน้าเขาแล้ว กลายเป็นว่าฉันต้องขอบคุณมิวส์ของฉันจริง ๆ” โทนี่เหลือบสายตามองเตกิล่าเพียงแค่ครู่เดียวเท่านั้น ก่อนที่สายตาจะไปวางไว้ที่ลิเคียวเหมือนเดิม ประกายตานั้นมีแต่ความหลงใหลชื่นชม

 

เตกิล่าหัวคิ้วขมวดมุ่นทันที รู้สึกปวดหัวขึ้นมา แม้ว่าการได้รับแต่งหน้าจากโทนี่จะเป็นผลดีต่อผลงานของลิเคียว ทว่าโทนี่ผู้นี้น่าปวดหัวเกินไป 

 

ไม่ว่าจะเป็ฯเพราะลักษณะนิสัยแปลก ๆ หรือรูปร่างหน้าตาที่ชวนฝันแบบนั้น เห็นแล้วขัดหูขัดตาถ้าจะให้มาเข้าใกล้คนของเขา

 

เตกิล่าคิดไว้ว่าการแต่งหน้าจะต้องทำให้ลิเคียวและโทนี่ใกล้ชิดกัน ทว่าคิดไม่ถึงว่าเมื่อลงมือจริง ๆ แล้วจะใกล้กันถึงเพียงนี้ เรียกว่าแทบจะหายใจรดต้นคอกันแล้ว

 

ดวงตาคู่คมนั้นมีความไม่สบอารมณ์มากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งโทนี่แตะนิ้วลงที่ใบหน้าเรียวสวยของลิเคียว พร่ำชื่นชมด้วยคำหวานไม่ขาดปาก 

 

วอดก้าแกล้งเขาหรือเปล่า วอดก้าจงใจทำให้เขารู้สึกแบบนี้หรือเปล่า

 

เตกิล่าอดไม่ได้ที่จะคิดสงสัยว่าเป็นเพราะว่าวอดก้าคิดจะปั่นหัวเขาหรือเปล่าถึงได้ส่งโทนี่มาเป็นช่างแต่งหน้าทำผมให้กับลิเคียวของเขา

 

เตกิล่าไม่รู้หรอก ไม่รู้ว่าเจตนาต้องการปั่นหัวเขา ทำให้เขารู้สึกหึงหวงน่ะเป็นเรื่องจริง แต่ไม่ใช่เจตนาของวอดก้า แต่เป็นเจตนาของพี่ชายฝาแฝดเขาต่างหาก ส่วนวอดก้าน่ะก็แค่ผู้ที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่เท่านั้น

 

มาร์ตินี่นับได้ว่าเป็นพี่ชายฝาแฝดที่ดีมาก แต่ก่อนตัวเองเจออะไรมา ก็อยากให้น้องชายได้เจอเรื่องราวแบบนั้นบ้าง

 

ชอบว่าเขาหลงเมีย กลัวเมียดีนัก

 

 

“เอาล่ะ เพอร์เฟค” เมื่อแต่งแต้มสีสันลงบนใบหน้าของลิเคียวจนพอใจแล้ว โทนี่ก็พูดชมออกมาด้วยท่าทางพออกพอใจเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาเปล่งประกายวาววับมองเหมือนกับว่าลิเคียวหรือสมบัติล้ำค่าที่อยากจะเอาไปใส่ตู้กระจกโชว์ให้คนผ่านไปผ่านมาได้แต่มองอย่างชื่นชมหลงใหล แต่ไม่อาจได้สัมผัสหรือครอบครอง ความปรารถนาอันรุนแรงเช่นนี้ของโทนี่ไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้มิด หรือจะให้ถูกต้องบอกว่าเจ้าตัวไม่แม้แต่จะเก็บซ่อนมัน เปิดเผยมันออกมาให้คนที่เป็นเป้าหมายได้รู้สึก

 

ลิเคียวเผลอขยับตัวถอยห่างจากโทนี่ไปหลายก้าวเลยทีเดียว

 

เตกิล่าเองก็ไม่ใช่ว่าจะรับรู้ไม่ได้ เขารีบเข้ามาประชิดตัวลิเคียว โอบแขนเข้าที่เอวบอบบางแสดงท่าทางเป็นเจ้าข้าวเจ้าของอย่างชัดเจน ดวงตาคู่คมข่มขู่ให้โทนี่ถอยห่างออกไปจากคนของตัวเอง

 

โทนี่ที่โดนสายตาของเตกิล่าข่มขู่ก็ไม่ใช่ว่าจะกลัว แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมถอยเท้ากลับไปแต่โดยดี ปล่อยให้เตกิล่าเป็นผู้ช่วยลิเคียวเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

ราวชุดที่มีเสื้อผ้าแขวนอยู่นี้ล้วนแล้วแต่เป็นเสื้อผ้าสีเข้มที่เข้ากับคอนเส็ปต์มาก ชุดแรกที่ลิเคียวต้องใส่ก็คือชุดเสื้อคอเต่าสีดำ สวมทับด้วยเสื้อโค้ทปกตั้งสีเดียวกัน โดยเสื้อโค้ทตัวนี้มีความยาวเหนือเข่าอยู่คืบหนึ่ง ท่อบบนนี้นับได้ว่าปกปิดมิดชิดจนถึงที่สุด แต่ท่อนล่างนั้น

 

สวมเพียงแค่กางเกงสีเนื้อตัวบาง 

 

ในตอนแรกเตกิล่ามีสายตาพึงพอใจกับชุดมากเมื่อลิเคียวสวมด้านบนเสร็จแล้ว ก่อนที่ดวงตาจะมืดครึ้มเมื่อเห็นว่าท่อนล่างมีเพียงแค่กางเกงสีเนื้อตัวบางนั่นเท่านั้น

 

ก็ว่าแล้วว่าทำไมถึงได้ไม่มีกางเกงขายาว คิดแค่ว่าหยิบมาไม่ครบเท่านั้น

 

เตกิล่าได้แต่หงุดหงิดอยู่ในใจ 

 

ลิเคียวเห็นความหงุดหงิดในแววตาของเตกิล่ายามที่ดวงตาคู่คมนั้นทอดมองช่วงล่างของเขา และเมื่อเห็นว่ามันเต็มไปด้วยความหวง ริมฝีปากบางเฉียบก็เหยียดรอยยิ้มแห่งความสุขทันที

 

เขาชอบความรู้สึกตอนที่เตกิล่าหวงเขามากจริง ๆ

 

ดังนั้นแม้ว่ารอยยิ้มที่ริมฝีปากจะหายไปแล้ว แต่รอยยิ้มในดวงตายังคงอยู่ มันเปล่งประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวเกิดขึ้นอยู่ในนั้น

 

“คุณเฉินพร้อมหรือยังครับ ถ้าพร้อมแล้วเชิญที่หน้าฉากเลยครับ” เสียงทีมงานดังขึ้นขัดทุกความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในห้อง

 

ลิเคียวหันไปมองหน้าเตกิล่า ก่อนที่จะพากันเดินออกไป เตกิล่าก็ได้แต่เดินออกไปด้วยความรู้สึกหงุดหงิดเช่นนั้น และยิ่งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้นเมื่อไปถึงที่หน้าฉากแล้วพบว่าใครต่อใครก็เอาแต่มองมาที่ลิเคียวเท่านั้น

 

โดยไม่กลัวว่าใครจะเอาไปพูดลับหลังยังไง เตกิล่าส่งสายตาข่มขู่ทันที 

 

ลิเคียวไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่น ๆ ที่มองมา แต่เขาก็มองไปยังนายแบบคนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่หน้าฉากก่อนเขา และคนที่กำลังเดินมาหน้าฉากด้วย เขาพบว่าชุดของเขานั้นแตกต่างจากอีกหกคนที่เหลือ ในขณะที่เขาได้ท่อนบนที่ปกปิดมิดชิด แต่ท่อนล่างแทบจะเรียกได้ว่าโล่งโจ้ง อีกหกคนนั้นมีสามคนที่ปิดบนปิดล่าง และอีกสามคนที่ปิดล่างแต่เปลือยบน 

 

ลิเคียวคิดว่าที่เขาแตกต่างจากคนอื่นนั้นก็เป็นเพราะเขาได้รับเลือกแล้วว่าจะเป็นเซ็นเตอร์ของปกนี้

 

ในขณะที่ลิเคียวสำรวจนายแบบอีกหกคนที่เหลือ นายแบบหกคนนั้นก็ลอบสังเกตลิเคียวด้วยเหมือนกัน และในดวงตาของพวกเขาก็มีร่องรอยของความอิจฉา เป็นที่แน่นอนแล้วว่าพวกเขารู้ว่าในศึกการชิงตำแหน่งศูนย์กลางเมื่อครั้งที่ผ่านมานั้นพวกเขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และเป็นการพ่ายแพ้ที่น่าเจ็บใจยิ่ง

 

พวกเขาพยายามแทบตาย แต่ก็แพ้ให้กับคนที่ไม่จำเป็นต้องขยับตัวอะไรมาก

 

“ถ้าทุกคนพร้อมกันแล้วก็มายืนที่หน้าฉากเลย จะได้เริ่มถ่ายสักที” เกรย์ผู้เป็นช่างภาพชื่อดัง คนเดียวกับที่ถ่ายให้คราวก่อนหน้านี้พูดขึ้นมา น้ำเสียงเข้มงวดจริงจังของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะชักช้า ลิเคียวเองก็เดินไปเข้าฉากอย่างเรียบง่าย ทิ้งสายตามองไปที่เตกิล่าครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะทุ่มความสนใจทั้งหมดไปที่การทำงานของตัวเอง

 

ไม่อาจให้คนอื่นพูดลับหลังได้ว่าเตกิล่าทำให้เขาเสียงาน

 

 

(ต่อ)

 

“ทุกคนรู้คอนเซปต์กันอยู่แล้ว เริ่มได้เลย” เกรย์ผู้เป็นช่างภาพหลักพูดขึ้นทันทีเมื่อนายแบบทั้งเจ็ดคนนั้นเข้าไปยืนอยู่ที่หน้าฉากแล้ว

 

การถ่ายทำเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เตกิล่าเอนหลังนั่งพิงเก้าอี้ที่ทีมงานจัดวางไว้ให้แล้วทอดสายตามองไปยังลิเคียวของเขาที่ยืนเป็นจุดเด่นอยู่ตรงกลาง ด้านข้างทั้งสองมีชายหนุ่มรูปหล่อยืนประกบข้างละสาม แม้ว่าชุดจะดูเหมือนแบ่งฝั่งมาอย่างชัดเจน ทว่าการยืนของแต่ละฝั่งงก็คละไปด้วยรูปแบบเสื้อผ้าทั้งสอง 

 

นายแบบแต่ละคนแม้ว่าจะยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นมืออาชีพ แต่ก็เป็นคนที่ล้วนแล้วแต่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ทั้งยังเป็นคนจำพวกที่เรียกได้ว่าเกิดมาเพื่อเป็นนายแบบอย่างแท้จริง แต่ละคนล้วนแล้วแต่โพสท่าทางออกมาได้อย่างไหลลื่น

 

ทว่ามันมักจะมีคำกล่าวที่ว่า เมื่อมากคนก็มากความ นายแบบทั้งเจ็ดคน ไม่สิ ทั้งหกคนเมื่อไม่รวมวอดก้าที่ได้รับเลือกให้เป็นศูนย์กลางแน่นอนแล้ว อีกหกคนที่เหลือนั้นก็ล้วนแล้วแต่แย่งชิงความโดดเด่นมาให้ตัวเองทั้งนั้น จนทำให้ภาพที่ถ่ายออกมานั้นใช้การแทบไม่ได้ ยิ่งถ่ายสีหน้าของเกรย์ก็ยิ่งเย็นเยียบมากขึ้นเรื่อย ๆ 

 

เด็กพวกนี้ไม่ได้รับรู้จากบทเรียนเมื่อคราวที่แล้วเลยหรือยังไงกัน!

 

แต่จะบอกว่าแต่ละคนไม่ได้รับบทเรียนเลยก็ไม่ได้ พวกเขาแค่ลืมมันไปชั่วขณะเท่านั้น เมื่อเกรย์แผ่ไอเย็นออกมาจากร่างกายมากเรื่อย ๆ บรรยากาศในสตูดิโอก็เต็มไปด้วยความกดดันทันที เพียงพริบตาเดียวนายแบบทั้งหกคนก็รู้แล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้นจึงรีบปรับท่าทีของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

“หนึ่งปกกับคนเจ็ดคน เป็นเรื่องยากมากที่จะถ่ายออกมาให้ลงตัว งานนี้นอกจากนายแบบแล้ว ที่สำคัญเลยคือฝีมือของช่างภาพ เกรย์ก็คงอยากใช้โอกาสนี้ทักทายความสามารถของตัวเอง ถึงได้รับงานนี้มา” เตกิล่าพูดกับพุฒิธรที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา เสียงของเขานั้นดังพอที่จะให้แค่พุฒิธรได้ยินเท่านั้น

 

พุฒิธรมองไปยังคนที่เจ้านายพูดถึงแล้วก็พยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเห็นด้วย โปรเจ็คนี้เป็นโปรเจ็คที่ท้าทายมากจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการขึ้นปกทีเดียวถึงเจ็ดคน และทั้งเจ็ดคนล้วนแล้วแต่เป็นโนเนมไร้ชื่อเสียงทั้งนั้น

 

“ปกปิดแต่เปิดเผย ปกปิดดแต่เปิดเผย แสดงคอนเซปต์ออกมา อย่าคิดว่าแค่เสื้อผ้าที่ใส่อยู่ก็เข้าคอนเซ็ปต์แล้ว” เกรย์พูดกระตุ้นเตือนนายแบบให้แสดงอารมณ์ออกมาอย่างที่เขาต้องการ 

 

“ตอนเซ็ปต์นี้ยากมาก นายแบบแต่ละคนเป็นหน้าใหม่ทั้งนั้น บก.ใจร้ายมากที่คิดคอนเซ็ปต์แบบนี้มาใช้กับพวกเขา” หนึ่งในทีมงานอดไม่ได้ที่จะพูดออกมาด้วยความสงสาร แต่แน่นอนว่าพูดให้ตัวเองได้ยินเพียงคนเดียว

 

ถึงยังไงก็เป็นแค่พนักงานตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ยังไม่อาจหาญกล้าแสดงความคิดเห็นต่อหน้าเจ้านายอย่างแน่นอน

 

ลิเคียวกระพริบตาของตัวเองถี่ ๆ อยู่พักหนึ่งเมื่อเริ่มแสบตากลับแสงแฟลตที่ถูกสาดมา อีกทั้งยังรู้สึกแสบร้อนที่ใบหน้าเนื่องจากแสงไฟที่สาดใส่ ทว่าเขาก็ยังคงอดทนไม่พูดอะไรออกไป กลับกันเป็นเตกิล่าที่สังเกตเห็น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เปิดปากจะพูดขอเวลาให้ลิเคียวได้พัก ทว่าลิเคียวที่มองมาพอดีเห็นเข้าเสียก่อน จึงได้ส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามเอาไว้

 

เขายังทนได้อยู่

 

การถ่ายทำดำเนินต่อไปอีกสองชั่วโมง นายแบบแต่ละคนค่อย ๆ ดึงศักยภาพของตัวเองออกมาใช้เรื่อย ๆ จนในที่สุดก็สร้างความพึงพอใจให้กับช่างภาพคนดังของโลก ก่อนที่พวกเขาจะถูกสั่งให้ไปเปลี่ยนชุดเป็นเซตที่สาม

 

“เอาเก้าอี้เข้าไป” เสียงสั่งการของเกรย์นั้นได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว เก้าอี้ไม้หลุยส์ตัวหรูหนึ่งตัวถูกยกเขาไปตั้งอย่างรวดเร็วตรงกึ่งกลางของฉาก

 

เก้าอี้เพียงหนึ่งตัว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพร็อพนี้สำหรับใคร

 

สายตาหกคู่จ้องมองไปยังลิเคียวทันที

 

ลิเคียวเหลือบสายตามองคนอื่น ๆ นิดหน่อย ก่อนจะพาตัวเองไปนั่งลงบนเก้าอี้หลุยส์ตัวนั้น เขาไม่ได้นั่งพิงพนักลงไปตรง ๆ แต่กลับเองตัวให้แผ่นหลังเปล่าเปลือยพิงกับที่วางแขน ศีรษะนั้นพิงไว้กับแขนของนายแบบจากประเทศอี เท้าบอบบางข้างขวาถูกยกขึ้นมาเหยียบไว้บนเก้าอี้ เป็นการนั่งชันเข่าโดยที่ขาข้างหนึ่งเหยียดยาวไปกับพื้นนั่นเอง ใบหน้าหันไปมองกล้องริมฝีปากเหยียดยิ้มบาง ๆ มองดูแล้วชวนให้หลงใหลนัก ทว่าเมื่อเลื่อนสายตาไปสบตาเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ลึกลับเกินกว่าจะคาดเดาได้ว่าเจ้าของดวงตาคู่นี้กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วเลื่อนกลัมมองมาริมฝีปากที่เหยียดยิ้มอีกครั้ง

 

ทั้ง ๆ ที่รอยยิ้มแบบเดิม มุมปากก็องศาเดิมไม่ผิดเพี้ยน แต่ความรู้สึกยามมองรอยยิ้มนั้นกลับเปลี่ยนไป คล้ายกับว่ากำลังโดนเยาะเย้ย ไม่สิ ยิ้มข่มขู่ ไม่ใช่ อาจจะเป็นรอยยิ้มแห่งความเศร้า

 

แต่ละคนที่มองดูล้วนแล้วแต่ถกเถียงกับตัวเอง นี่มันคือรอยยิ้มอะไรกันแน่

 

และรอยยิ้มที่ยากจะตีความนี้เองที่ทำให้นิตยสารเดอะไทม์ฉบับนี้กลายเป็นที่โต้เถียงกันไปมา และลิเคียวผู้เป็นเจ้าของรอยยิ้มก็กลายเป็นที่โจษขานไปทั่ว

 

 

‘เขากำลังยิ้มเยาะเย้ย ดูแววตาเขาสิ!’

 

‘ฉันว่าเขากำลังยิ้มเศร้า ดูองศาของมุมปากสิ’

 

‘ทำไมมองแล้วรู้สึกเหมือนโดนข่มขู่’

 

‘นี่มองแล้วรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกเขาล้วงความคิดอยู่ เหมือนกับว่าเขากำลังจะบอกว่าเขารู้ทุกอย่างที่ฉันกำลังคิด’

 

‘ถ้าดูแค่รอยยิ้ม แวบแรกที่เห็นแค่รอยยิ้มฉันก็รู้สึกตกหลุมรักเขาทันที แต่พอมองไปที่แววตาของเขาด้วย ฉันก็รู้สึกว่าหลุมที่ตกลงไปไม่ใช่หลุมรัก แต่เป็นหลุมพราง เขาจงใจขุดหลุมพรางเพื่อดักให้เขาลงไป แล้วก็ไม่ให้เราได้ขึ้นมาอีกเลย ต้องอยู่ในหลุมนั้นไปตลอดชีวิต’

 

เจ้าของความคิดเห็นข้างบนนั้นไม่ได้พูดเกินจริงไปเลยสักนิด ปริศนารอยยิ้มของลิเคียวนั้นกลายเป็นเรื่องที่ติดอยู่ในใจของพวกเขา หลายคนเฝ้าหลงวนเวียนหาคำตอบว่ามันคือรอยยิ้มที่ต้องการจะบอกอะไรกันแน่ ทว่ายิ่งหาคำตอบยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังหลงวนเวียนอยู่ในรอยยิ้มที่ยากจะตีความนั่น

 

และเมื่อไม่มีใครที่สามารถหาคำตอบที่แท้จริงได้ วิธีการเดียวที่พวกเขาจะได้รู้ว่ารอยยิ้มที่สื่อออกมานั้นเป็นรอยยิ้มในความหมายอะไร ก็คือการถามเอาจากเจ้าของรอยยิ้มทว่าเขาไม่ได้คำตอบอะไร เพียงแค่ได้รอยยิ้มกับแววตาที่เหมือนหลุดออกมาจากภาพบนปกไม่ผิดเพี้ยนนั่นมาแทน

 

และแน่นอนว่าการกระทำแบบนี้ของลิเคียวย่อมกลายเป็นประเด็นอีกครั้งในโซเชียล เมื่อคลิปการให้สัมภาษณ์ของเขาถูกเผยแพร่ออกไป ชื่อของลิเคียวกลายเป็นที่พูดถึงและจดจำอีกครั้ง

 

‘ให้ตายเถอะ เขากวนประสาทชะมัด แต่ แต่ว่าก็มีเสน่ห์มาก กรี๊ดดดดดดด หลงใหล น่าหลงใหลเกินไปแล้ว’

 

‘เขาชื่ออะไรนะ ลิเคียวใช่ไหม กรี๊ดดดด นี่จะโดนมอมเหล้าอีกแล้วเหรอ แค่วอดก้ากุก็เมาจนหัวราน้ำอยู่แล้วนะ!’

 

‘ชอบค่ะ อยากได้ค่ะ ผู้ชายน่าค้นหาแบบนี้ หนูอยากจะค้นทางคืนเลยค่ะแม่!’

 

‘ฉันเป็นนักศึกษาจิตวิทยา วันนี้ในคลาสเรียนของฉันอาจารย์เอารูปที่กำลังเป็นประเด็นมาให้นักศึกษาในคลาสตีความ พระเจ้า ฉันจะบอกว่าเสียงแตกมาก แต่ละคนตอบได้ไม่เหมือนกันเลย อย่าว่าคำตอบของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันเลย บางคนถึงกลับสับสนในคำตอบเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็มี อย่างฉันก็รู้สึกว่ามองแวบแรกรู้สึกเหมือนเขายิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยน แต่ต่อมาก็เหมือนว่าเขายิ้มเยาะเย้ย แล้วพอฉันละสายตากลับมา แล้วไปมองใหม่ ฉันรู้สึกเหมือนเป็นรอยยิ้มที่ข่มขู่ พระเจ้า ทำไมมีรอยยิ้มที่หาความหมายไม่ได้แบบนี้อยู่ด้วย!’

 

เมื่อกลายเป็นที่พูดถึงอย่างร้อนแรง ความต้องการที่จะครอบครองและจะเห็นรอยยิ้มปริศนานั่นกับตาตัวเองอย่างใกล้ ๆ ก็ทำให้นิตยสารเดอะไทม์ฉบับพิเศษนี้ขาดตลาดอย่างรวดเร็ว แม้ว่าทางเดอะไทม์จะคาดการณ์เอาไว้แล้วอย่างชาญฉลาดนับตั้งแต่เห็นภาพที่ถูกเลือกขึ้นปก เห็นรอยยิ้มอันลึกลับของลิเคียว ทว่าเขาก็ยังคงประเมินมันต่ำไปอยู่เดียว เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น นิตยสารกว่าสองแสนเล่มก็ถูกเหมาจนเกลี้ยงแผง จนทางร้านต้องเปิดให้มีการสั่งจอง และยอดการจองก็ทะลุหลักแสนเล่มในเวลาไม่ถึงชั่วโมง

 

เพราะกระแสที่ร้อนแรงเพราะรอยยิ้มเดียวนี้ ทำให้นายแบบอีกหกคนได้รับอานิสงส์นี้ไปด้วย กลายเป็นที่รู้จักและถูกพูดถึงอย่างแพร่หลายด้วยเหมือนกัน ยอดผู้ติดตามบนเอสเอ็นเอสเพิ่มขึ้นคืนเดียวกว่าหกหลัก ทำให้พวกเขาลืมความขุ่นข้องหมองใจไปจนหมด จากที่คิดว่าตัวเองโชคร้ายที่ต้องเปิดตัวพร้อมกับลิเคียว ก็กลายเป็นความรู้สึกขอบคุณแทน

 

ทางด้านลิเคียวตอนนี้ก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับผลการตอบรับที่เรียกได้ว่าถล่มทะลายเลย เนื่องจากว่าเขาไม่ได้ต้องการกระแสไปต่อยอดงานของเขา 

 

การค้าอาวุธสงครามของเขาต้องการกระแสจากยอดผู้ติดตามหรือยังไงกัน มีแฟนคลับหรือไม่มีก็ไม่เห็นจะมีประโยชน์อะไรกับเขา

 

ลิเคียวตอนนี้ยังไม่รู้ ยังไม่รู้ว่าพลังของแฟนคลับนั้นมีมากกว่าแค่สนับสนุนต่อยอดงานของเขา แต่มันสามารถเป็นกองทัพคอยปกป้องและออกรบแทนเขาได้หากมีสงครามในโซเชียล

 

ซึ่งเรื่องนี้ลิเคียวจะได้รับรู้ในอีกไม่นาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.885K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,652 ความคิดเห็น

  1. #5450 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 18:22
    ขำเม้นเมาเหล้าอีกแล้ว
    #5,450
    0
  2. #5419 เฉาก๊วยหวานเย็น (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 07:33
    ตรวจคำผิด

    ตอนถ่ายแบบ เป็นลิเคียว ไม่ใช่ วอดก้า นะไรท์
    #5,419
    1
    • #5419-1 เฉาก๊วยหวานเย็น(จากตอนที่ 41)
      13 ตุลาคม 2563 / 07:34
      ทักทายความสามารถ => ท้าทายความสามารถ
      #5419-1
  3. #5383 lovely_friend (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 20:10
    ขอบคุณค่ะ
    #5,383
    0
  4. #5341 071727 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 09:14
    แล้วจะมีโอกาสไหมที่ วอดก้า กับลิเคียวจะได้ ถ่ายแบบคู่กัน จะมีวันนั้นไหมล่ะ
    #5,341
    0
  5. #5337 baby-m2 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2563 / 07:51
    ยิ้มทีตีความไม่ออกเลยแม่55 แฟนคลับสู้ๆๆนะคะ สรุปว่ามันคือยิ้มอย่างอ่อนโยน เยาะเย้ย ข่มขู่ หรือเศร้าหรืออะไรกันแน่55555
    #5,337
    0
  6. #5292 xวาuxวาu (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 21:07
    โห อยากได้เล่มมายลมั่งเลยอ่ะ😑
    #5,292
    0
  7. #5211 Gukka (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 16:31
    สมัครตัวเป๋นแฟนคลับด้วยจ้าา
    #5,211
    0
  8. #5209 fongiii (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 03:06
    ไร์ท บทนี้วอดก้าไม่ได้มาถ่ายปกด้วยนาจา เป็นน้องแมวลิเคียวน้า มีผิดจุดนึงนะค้า นายแบบ 6คนที่ไม่รวมวอดก้า...ต้องเปนลิเคียวน้า
    #5,209
    0
  9. #5208 ohsebeam (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 21:31
    ชอบคำว่าแค่วอดก้าก็เมาหัวราน้ำ5555555 โดนมอมไปม๊ดด
    #5,208
    0
  10. #5207 P R S (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 15:20
    แฟนคลับเป็นอะไรได้มากกว่าที่ใครๆคิด 😉
    #5,207
    0
  11. #5206 Naiikonic (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 12:42
    เมากันไปพร้อมๆกัน 5555
    #5,206
    0
  12. #5205 PraewPacharee (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 12:30
    ปลื้มกับน้อนมาก

    ชอบความพลังแฟนคลับ

    น่ารักจัด
    #5,205
    0
  13. #5204 khunsom08 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2563 / 03:37
    ลิเคียวเก่ง
    #5,204
    0
  14. #5203 Notty Kero (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 23:17
    มีพิมสลับชื่อจากลิเคียวเปนวอดก้านิดนึงนะคะ
    แต่ยัยน้องจะโดนโจมตีทางโซเชียลมีเดียสินะ!
    #5,203
    0
  15. #5202 oกิวราโซ่o (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 22:55
    น้องมันแซบจริงๆ
    #5,202
    0
  16. #5201 PaRe-MeAn (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 22:45
    ยัยน้องงง ดังใหญ่แล้ว แม่ ๆ คอยปกป้องเยอะแน่ ๆ เลยย
    #5,201
    0
  17. #5199 sunn42133 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 21:58
    ตรงพาร์ทสองต้องบอกว่าน้องลิเคียวสิไรท์ บ่ใช่นังวอดก้า !!
    #5,199
    0
  18. #5198 NuiKKS (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 21:08
    ดังแล้วลิเคียว
    #5,198
    0
  19. #5197 bententor (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:56
    อ่านแล้ว นึกถึงภาพโมนาลิซ่าเลย
    ขอบคุณครับ
    #5,197
    0
  20. #5196 AmyOh (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:50

    คู่มาร์ตินี่วอดก้านี่รักคู่เตกิล่าลิเคียวมากเลยนะ แกล้งเต็มที่มากก
    #5,196
    0
  21. #5195 folder2 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:42
    55555เราว่าไรท์น่าจะเบลอแล้วนะ

    วอดก้าอยู่เกาะเอ็มน้าา ไรท์เขียนเยอะเกินไปใช่ไหมม พักผ่อนด้วยนะคะ อย่าโหมงานหนัก
    #5,195
    0
  22. #5194 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 20:12

    55555 ไรท์หลุดอ่ะ! วอดก้าอยู่เกาะเอ็มจ้าจะโผล่มาถ่ายแบบได้ไง?

    #5,194
    0
  23. #5193 Bibimbua2 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 19:53
    เดี๋ยวถ้าวอดก้าถ่ายคู่ลิเคียว ก็คือ ยอดจองขึ้นหลักล้านค่ะ
    #5,193
    0
  24. #5192 Tiemchan (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 19:41
    เมาเหล้าแล้ว555
    #5,192
    0
  25. #5190 minnie뱀뱀Got7 (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2563 / 19:14
    ไรท์เอาชื่อวอดก้ามาแทนลิเคียวคะ
    #5,190
    0