นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 32 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,901
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,183 ครั้ง
    26 ก.ย. 63

หลังจากที่จัดการมื้อเที่ยงกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลิเคียวกับวอดก้าก็พากันไปนั่งคุยกันอยู่มุมห้อง สร้างโลกที่มีแต่สองเราขึ้นมา โดยทิ้งเตกิล่ากับมาร์ตินี่ให้มองตาม

 

“จะไม่ไปแยกหน่อยหรือไง ไหนปกติหวงเมียนักหนา” เตกิล่าถามพี่ชายฝาแฝดโดยที่สายตาไม่ละออกมาจากลิเคียวที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนของวอดก้า และไม่รู้ว่าวอดก้าพูดอะไร สองข้างแก้วและใบหูขาว ๆ นั่นถึงได้แดงก่ำขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

“อยากแยกก็แยกเอง อย่ามายืมมือคนอื่น” ที่จริงแล้วมีหรือที่มาร์ตินี่จะไม่อยากไปแยกวอดก้าออกมากอดเอาไว้เอง ทว่าอยากส่วนอยาก กล้าส่วนกล้า

 

เตกิล่าคิ้วกระตุกเมื่อได้ยินพี่ชายพูดอย่างนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรจะเถียง เพราะเขาคิดจะยืมมือมาร์ตินี่จริง ๆ

 

ไม่ได้กลัวเมียโกรธหรอกนะ กลัววอดก้าหาเรื่องเล่นงานเพราะไปขัดใจมากกว่า

 

อ่า ใช่ ๆ มันเป็นอย่างนั้นนั่นแหละ

 

เตกิล่ายืนยันหนักแน่นกับตัวเองในใจ

 

“ไปคุยกันหน่อย” เตกิล่ามองมาร์ตินี่ที่ย้ายสายตาจากสองคนนั้นกลับมามองเขาแล้วพูดประโยคนี้ขึ้นมา

 

ใบหน้าที่ผ่อนคลายเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมา เตกิล่าพอจะเดาได้ว่าพี่ชายฝาแฝดต้องการคุยกับเขาเรื่องอะไร

 

เตกิล่าพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตามหลังมาร์ตินี่เข้าไปในห้องทำงานของเจ้าตัว

 

“อเล็กเซย์กำลังขึ้นเครื่องมาที่นี่นะ สายของหมอนั่นคงรายงานไปแล้วว่านายอยู่ที่นี่” มาร์ติพูดในสิ่งที่เขาได้รับรายงานมาจากพิพัฒน์ ความจริงเรื่องพวกนี้ควรจะรายงานเตกิล่าโดยตรงมากกว่าเพราแป็นเรื่องของเจ้าตัว แต่เพราะว่าเตกิล่ากำลังใช้เวลาส่วนตัวอยู่กับลิเคียว ดังนั้นถึงได้รายงานมาที่เขาแทน

 

“อ้อ งั้นอีกเดี๋ยวก็คงมาถึงที่นี่” เตกิล่าไม่ได้มีท่าทางตื่นเต้นหรือตื่นตัวกับเรื่องนี้เลยสักนิด แน่นอนว่ามันเป็นสิ่งที่เขาคาดการณ์เอาไว้อยู่แล้ว อเล็กเซย์บินมาจากประเทศอาร์เพื่อมาเจรจากับเขาโดยเฉพาะ ทว่ายังไม่ทันจะได้ตกลงอะไรกัน เขาก็มาที่นี่แล้ว แล้วอเล็กเซย์ผู้นั้นจะไม่ตามมาได้ยังไง

 

การที่อเล็กเซย์มาที่นี่นั่นไม่ได้ทำให้เขาวิตกกังวลอะไรเลย ดีเสียอีกเพราะว่ามันอาจจะทำให้แผนการของพวกเขานั้นง่ายขึ้น

 

“จริง ๆ เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเข้าไปยุ่งเลยก็ได้นี่ แค่ปฏิเสธอาวองการ์ดไปก็จบแล้ว ไม่เห็นว่าแกจะต้องคิดแผนให้วุ่นวายเลย” 

 

นิ้วของเตกิล่าที่เคาะโต๊ะอยู่หยุดชะงักลงเมื่อมาร์ตินี่พูดออกมาอย่างนั้น ดวงตาคู่คมหรี่ลงมองหน้าพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง 

 

“คงไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เอาตัวเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้” น้ำเสียงของเตกิล่านั้นเรียบเรื่อย ความหมายของเขาก็คือ มาร์ตินี่เองก็เอาตัวเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วจะไม่ยุ่งด้วยก็ได้ หรือหากจะบอกว่าเป็นเพราะว่าพ่อของลิเคียวนั้นเป็นเพื่อนสนิทกับวอดก้า ซึ่งวอดก้าเป็นคนรักของมาร์ตินี่ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผลเท่าไหร่นัก เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าที่จะคิดเพียงแค่เรื่องของมิตรภาพ เพราะหากว่ามีอะไรผิดพลาดขึ้นมา นั่นหมายถึงความสูญเสียที่ยากจะประเมินค่าได้

 

แต่มาร์ตินี่ก็ยังพาตัวเองเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ทั้งยังช่วยเขาในหลาย ๆ เรื่อง แก้จุดที่เขามองพลาดไป

 

“แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนเสนอให้ใช้เกาะนั่น ทั้ง ๆ ที่ฉันก็มีเกาะที่จะใช้อยู่แล้ว” เตกิล่าพูดเสียงขรึม เมื่อวานความจริงพวกเขาได้ตกลงกันแล้วที่จะใช้เกาะเกาะหนึ่งของตระกูลหลงเป็นสถานที่ดำเนินแผนการ ทั้งที่จริง ๆ แล้วเตกิล่าคิดจะใช้เกาะที่อยู่ในความครอบครองของเขาเอง ทว่าเหตุผลที่มาร์ตินี่และวอดก้าเสนอมานั้น มันก็ช่วยให้เขาตัดสินใจยอมทำตามข้อเสนอนั้นของวอดก้าและมาร์ตินี่ได้ง่ายขึ้น

 

เพราะว่ามันได้ประโยชน์กันทุกฝ่าย ไม่สิ มีฝ่ายหนึ่งที่จะสูญเสีย แต่นั่นมันไม่ใช่พวกเขา

 

มาร์ตินี่ยักไหล่กับคำพูดของเตกิล่า ก่อนจะพูดอย่างเรียบเรื่อย

 

“ฉันเป็นพี่ จะปล่อยให้น้องชายเจอเรื่องยุ่งยากคนเดียวได้ยังไง”

 

เตกิล่าหัวเราะเบา ๆ แต่ไม่พูดอะไรออกมา

 

ระหว่างพวกเขามันไม่จำเป็นต้องมีคำว่าขอบคุณเลย มันคือสิ่งที่ทำให้กันได้อยู่แล้ว

 

เหมือนคราวนั้น ตอนที่พวกเขาเครื่องบินตกด้วยฝีมือของศัตรูวอดก้ากับมาร์ตินี่ เตกิล่าเป็นคนที่บาดเจ็บหนักที่สุดทั้ง ๆ ที่เขาไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง แต่นั่นก็เป็นเพราะเตกิล่าเอาตัวเป็นโล่ป้องกันให้พี่ชายฝาแฝด

 

เวลส์มีมาร์ตินี่เป็นผู้นำ และมีเตกิล่าเป็นผู้ปกป้องคุ้มครอง

 

ไม่ว่าบ้านอื่นจะสอนให้พี่เป็นคนดูแลน้องยังไง แต่สำหรับเวลส์ พี่คือคนที่จะพาเวลส์ไปข้างหน้า ส่วนน้อง คือคนที่จำทำให้เวลส์ปลอดภัย

 

เตกิล่าติดนิสัยที่จะเป็นผู้ดูแลและปกป้องคนสำคัญของตัวเอง ซึ่งก่อนหน้านี้เขามีเพียงแค่มาร์ตินี่เพียงคนเดียวที่ต้องดูแล แต่ว่าตอนนี้มีเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว

 

ความจริงอาจจะเพิ่มมาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ

 

“อีกอย่าง เรื่องนี้เมียฉันก็ได้ผลประโยชน์ด้วย จะพลาดโอกาสไปได้ยังไง” เห็นสีหน้าของเตกิล่าแล้ว มาร์ตินี่ก็พูดประโยคนี้ขึ้นมาเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศ ทว่าความจริงแล้ว มันก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ เพียงแต่ว่ามันไม่ใช่เหตุผลหลักในการลงมือช่วยครั้งนี้ก็เท่านั้น

 

เตกิล่าส่ายหัวเบา ๆ กับคำพูดของพี่ชาย

 

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้แล้ว มาพูดเรื่องแกกับลิเคียวดีกว่า ตกลงคบกันแล้วหรือยัง” มาร์ตินี่เปลี่ยนเรื่องอย่างฉับพลัน

 

เตกิล่าหดม่านตาของตัวเองลงหลังจากที่ได้ยินคำถามนี้ นี่สิถึงจะเป็นเรื่องที่มาร์ตินี่ต้องการพูดกับเขาจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องเมื่อครู่นี้หรอก

 

เรื่องพวกนั้นดูเหมือนจะเรื่องใหญ่ แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องที่ยากจะรับมืออะไรเลย ต่อให้ไม่มีเวลส์ ไม่มีตระกูลหลง ออร์โลวาและอัลมาสตีของลิเคียวก็สามารถรับมือได้สบาย ๆ อยู่แล้ว ดูจากแผนการที่เจ้าตัววางเอาไว้ เพียงแต่เขาและตระกูลหลงของวอดก้าเสนอตัวยื่นมือเข้าไปช่วยให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นก็เท่านั้น

 

“ยัง” เตกิล่าตอบแค่เพียงสั้น ๆ ไม่ได้ขยายความอะไรเพิ่มเติม 

 

“ทำไม ไม่อยากได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของหรือว่าไม่อยากให้สิทธิ์นั้นกับเขา”

 

“ยังไม่ถึงเวลา ฉันไม่ใช่นาย ไม่รีบ” เตกิล่าตอบกลับไปอย่างนั้นด้วยท่าทางเรียบเรื่อย แซะพี่ชายฝาแฝดไปคำหนึ่ง

 

“สิบปียังไม่นานพอหรือไง” มาร์ตินี่ไม่ได้ขุ่นเคืองอะไรกับถ้อยคำจิกกัดของน้องชายเลยสักนิด ยินดียืดอกยอมรับอย่างภาคภูมิใจเลยว่าเขารีบจริง 

 

“สิบปีที่ไม่ได้เจอกันเลย จะสามารถนับได้ยังไง สิบปีที่ผ่านมาฉันเปลี่ยนไป เขาเองก็เปลี่ยนไป คนเราเปลี่ยนไปทุกวัน แค่คำมั่นสัญญามันไม่พอ” เตกิล่าหันสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของเกาะเอ็มแห่งนี้

 

“หรือที่จริงนายลืมคำสัญญาไปตั้งแต่ผ่านสองปีแรกไปแล้ว” มาร์ตินี่ถามด้วยคำถามที่ค้างคาใจเขามานาน แม้ว่าก่อนหน้าจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว แต่เมื่อพูดเรื่องนี้กันขึ้นมา เขาก็ฉุกใจนึกขึ้นได้

 

เมื่อตอนที่เตกิล่าเปิดปากให้คำมั่นสัญญานั้นกับเด็กตัวเล็กเมื่อสิบปีที่แล้ว มาร์ตินี่ก็คิดว่ามันเป็นแค่เพียงคำพูดส่ง ๆ ตัดบท หลอกให้ลิเคียวกับไปกับครอบครัวของเจ้าตัวก็เท่านั้น แต่คิดไม่ถึงว่าหลังจากนั้น เตกิล่าก็ยังพูดถึงสัญญานั่นอยู่เรื่อย ๆ เจอเด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ที่มีวัยไล่เรี่ยกับลิเคียวที่ไรก็พูดถึงช่วงเวลาที่โดนขังกับลิเคียวขึ้นมาทุกที จนมาร์ตินี่คิดแล้วว่าน้องชายฝาแฝดของตัวเองตั้งใจจะรักษาสัญญาจริง ๆ ทว่าหลังจากผ่านไปสองปี เตกิล่าก็ไม่พูดถึงลิเคียวอีกเลย ไม่พูดถึง ไม่ถามหา จนเขาคิดว่าเตกิล่าเลิกสนใจลิเคียวไปแล้ว

 

คิดไม่ถึงว่าพอได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง ใช้เวลาเพียงแค่ไม่นาน ก็จำลิเคียวได้แล้ว

 

ยอมรับว่าตอนแรกเขาคิดว่าต้องใช้เวลานานกว่านี้ถึงจะจำได้ หรือไม่ ถ้าหากลิเคียวไม่ยอมเปิดเผยตัวตนเอง น้องชายของเขาก็คงคิดไม่ถึงแน่ว่าจะเป็นเด็กคนเดียวกับเมื่อสิบปีที่แล้ว แต่เตกิล่าก็ทำให้เขาแปลกใจ ผ่านไปแค่เพียงไม่นาน เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านัน้ เตกิล่าก็จับเรื่องราวทุกอย่างได้

 

ตั้งแต่เกิดมาเป็นฝาแฝดกัน นี่นับเป็นเพียงแค่ไม่กี่ครั้งที่มาร์ตินี่คาดเดาเตกิล่าผิดไป

 

มาร์ตินี่คิดแล้วนั่งนิ่งเงียบรอคำตอบของน้องชายฝาแฝด โดยที่ไม่รู้เลยว่าการที่เขากำลังพูดคุยกันอยู่นี้ มีอีกสองคนที่กำลังฟังอยู่ และกำลังรอคำพูดที่จะออกมาจากปากของเตกิล่าด้วยเช่นกัน

 

ลิเคียวที่ชวนวอดก้าเข้ามาหาสองพี่น้องฝาแฝด ทว่าเพียงเปิดประตูแง้ม ๆ เท่านั้น ยังไม่ทันจะได้เปิดเข้าไป ก็ได้ยินคำถามของมาร์ตินี่ดังขึ้นเสียก่อน ดังนั้นฝีเท้าจึงหยุดชะงัก ยืนนิ่งรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ริมฝีปากบางเฉียบเม้มแน่น มือบางกำจนเส้นเลือดขึ้นนูนเด่น ประกายตาไหวระริก 

 

อยากรู้เหมือนกันว่าในระหว่างที่เขาจำได้มาตลอดสิบปี ยึดถือเป็นจริงเป็นจัง ในใจของอีกฝ่าย มองคำสัญญาที่ตัวเองให้ไว้เป็นเรื่องแบบไหน

 

แค่คำพูดที่พูดไปส่ง ๆ เท่านั้นหรือเปล่า

 

เตกิล่าเหลือบสายตามองหน้ามาร์ตินี่ ก่อนจะเหม่อมองไปยังนอกหน้าต่างอีกครั้งหนึ่ง เคาะปลายนิ้วชี้ลงกับโต๊ะทำงานของพี่ชายเป็นจังหวะ ก่อนจะเปิดปากพูดออกมา

 

“ไม่ผิด แปดปีที่ผ่านมานี้ลืมไปแล้วจริง ๆ” เตกิล่ายอมรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาลุ่มลึกคาดเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่

 

(ต่อ)

 

เสียงของเตกิล่านั้นไม่ได้ดังเลย ทว่ามันกลับดังก้องกังวาลอยู่ในใจของคนฟังอย่างลิเคียว ดวงตาคู่สวยมีประกายวูบไหว มือบางที่กำเข้าหากันแน่นก็สั่นระริกจนคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็น

 

วอดก้ามองคนที่ยืนนิ่งเงียบไปหลังจากได้ยินคำตอบของเตกิล่า เขากำลังดูว่าลิเคียวจะทำยังไงต่อ หันหลังเดินหนีไป หรือว่าจะยืนอยู่ตรงนี้ต่อเพื่อที่จะรอฟังเตกิล่าพูดต่อ และวอดก้าก็ได้เห็นว่าลิเคียวเลือกอย่างหลัง

 

ดวงตาที่วูบไหวเมื่อครู่นั้นกลับสู่ความปกติอีกครั้ง แรงสั่นที่มือก็หายไปแล้ว เสียงสูดลมหายใจลึก ๆ ดังให้ได้ยิน สองเท้าขาว ๆ ยืนนิ่งอยู่กับที่อย่างมั่นคง รอฟังเตกิล่าพูดต่อไป

 

ทว่าผ่านไปหลายลมหายใจ ไม่มีประโยคต่อมาจากเตกิล่า ราวกับว่าเขาได้พูดทุกสิ่งทุกอย่างออกไปหมดแล้ว

 

ชั่วเวลาแค่ไม่ถึงนาทีแต่ดูเหมือนว่าจะยาวนานมากสำหรับคนที่รอคอยอย่างมีความหวัง ลิเคียวคิดว่ามันยาวนานยิ่งกว่าสิบปีที่ผ่านมาเสียอีก 

 

ดูเหมือนจะหมดหวังแล้ว 

 

ริมฝีปากบางยิ้มเยาะกับตัวเองเบา ๆ 

 

วอดก้าเห็นรอยยิ้มเยาะของลิเคียวก็คิดว่าอีกเดี๋ยวลิเคียวคงจะหมุนตัวเดินหนีออกไปจากตรงนี้ทว่ามันไม่เป็นอย่างที่เขาคิด เมื่อลิเคียวเปิดประตูห้องให้กว้างมากขึ้นแล้วพาตัวเองเดินเข้าไป

 

วอดก้าเลิกคิ้วอย่างแปลกใจอยู่ชั่วขณะหนึ่ง แล้วพาตัวเองเดินตามเข้าไป

 

การเดินเข้ามาของลิเคียวและวอดก้าเรียกความสนใจจากสองฝาแฝด ดวงตาที่เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยนของสองฝาแฝดมีร่องรอยของความตกใจอยู่วูบหนึ่ง มาร์ตินี่มองหน้าวอดก้า ส่งสายตาเป็นคำถาม ซึ่งวอดก้าก็พยักหน้าตอบเบา ๆ

 

ได้ยินหมดแล้ว

 

เตกิล่าไม่สนใจมาร์ตินี่และวอดก้า ดวงตาของเขาจ้องไปที่ลิเคียว เห็นสีหน้า เห็นแววตาหม่นของเจ้าตัว เขาก็รู้แล้วว่าประโยคที่เขาพูดตอบมาร์ตินี่ไปเมื่อครู่นี้ถูกคนตัวเล็กกว่าได้ยินเข้าเสียแล้ว

 

เตกิล่าอ้าปากมีถ้อยคำบางอย่างที่จะพูดออกมา ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็กลืนมันลงคอไปทั้งหมด เลือกที่จะไม่พูดมันออกไป

 

วอดก้ากับมาร์ตินี่มองหน้ากันก่อนจะส่งสัญญาณชวนกันเดินออกไป ปล่อยให้เตกิล่าและลิเคียวอยู่ด้วยกันสองคน ให้ทั้งคู่ได้คุยกันตามลำพัง

 

คล้อยหลังผู้เป็นเจ้าของห้อง ความเงียบก็เข้ามาเยือน ความกดดันแผ่ออกมาจาง ๆ ลิเคียวยืนก้มหน้ามองปลายเท้าของตัวเองนิ่ง ส่วนเตกิล่าก็ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมที่นั่งอยู่ก่อนหน้า

 

เสียงถอยลมหายใจแผ่วเบาดังมาจากร่างสูงแกร่ง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมือไปดึงลิเคียวให้นั่งลงมาบนต้นขาของเขา

 

ลิเคียวส่งเสียงร้องอย่างตกใจในลำคอคำหนึ่ง ก่อนที่จะยอมนั่งนิ่ง ๆ บนตักของเตกิล่า รอคอยให้เตกิล่าเปิดปากพูดอะไรออกมา

 

“ได้ยินใช่ไหม” เตกิล่าเชยคางมนของคนบนตักให้แหงนเงยใบหน้าขึ้นมองเขา ตัวเองก็ก้มหน้าลงสบตากับดวงตาคู่สวย

 

หลังจากที่เตกิล่าถามออกไป แพขนตาหนาก็หลุบต่ำลง ก่อนที่เสียงตอบรับในลำคอจะดังขึ้น

 

“อืม” หลังจากที่ตอบออกไปแล้ว ลิเคียวก็ได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ อีกครั้งจากเจ้าของตักที่เขานั่งอยู่ ดวงคู่สวยกลิ้งไปมา รอคอยว่าคนพี่จะพูดอะไรออกมาอีก

 

“โกรธไหม” เตกิล่าถามแล้วใช้มือข้างหนึ่งลูบกลุ่มผมนิ่มของลิเคียวอย่างอ่อนโยน

 

ลิเคียวนิ่งไปหลังจากที่ได้ยินคำถามนั้น

 

ถามเขาว่าโกรธไหม แล้วมาลูบผมกันแบบนี้ ทำอ่อนโยนใส่แบบนี้ ทำให้นึกถึงช่วงเวลาเมื่อสิบปีก่อน แล้วเขาจะโกรธได้ยังไง

 

อันที่จริงต่อให้เตกิล่าไม่ทำแบบนี้ ไม่อ่อนโยนกับเขาในตอนนี้ ลิเคียวก็มีคำตอบให้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

“ไม่โกรธ” เขาตอบด้วยความสัตย์จริง มันไม่มีความโกรธเลยสักนิด เพราะหากจะเรียกให้ถูก ความรู้สึกของเขาคือความเสียใจมากกว่า

 

เขาไม่ได้โทษว่าเตกิล่าผิด อีกฝ่ายไม่ผิดเลยที่จะลืม เวลาตั้งเป็นสิบปี มีคนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต และเตกิล่าก็มีสิทธิ์ที่จะเปิดรับคนเหล่านั้นเข้ามา จะมามัวเฝ้ารอเด็กน้อยอย่างเขาได้ยังไง

 

ทว่าเข้าใจส่วนเข้าใจ แต่ก็เสียใจอยู่ดี

 

แต่เสียใจก็ไม่ได้แปลว่าจะถอนใจจกลับคืนมา ลืมแล้วยังไง ตอนนี้ก็จำได้แล้วไม่ใช่หรือ สิ่งที่เขาควรจะทำหลังจากนี้ไม่ใช่ตัดพ้อน้อยใจ แต่เป็นการทำให้เตกิล่าไม่สามารถลืมเขาได้อีกหลังจากนี้ไปชั่วชีวิต

 

เห็นความมุ่งมั่นที่ปรากฏขึ้นในแววตาของลิเคียว แทนที่ความหม่นหมองเมื่อครู่ เตกิล่าก็เลิกคิ้วขึ้น คำพูดที่เตรียมจะพูดออกมาจากปากนั้นหยุดชะงักในลำคอ

 

“ก่อนหน้านี้ลืมได้ แต่หลังจากนี้พี่กล้าลืมหนูอีก หนูจะทำให้พี่จำหนูจนวันตาย” ลิเคียวไม่สนท่าทางแปลกใจของเตกิล่า ตวัดสองแขนโอบรอบคอของเตกิล่า ยืดตัวขึ้นจนริมฝีปากแนบชิดใบหูขาว ๆ ของคนพี่ พูดเสียงแหบพร่ากระซิบที่ข้างหู 

 

หัวใจของเตกิล่าเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างฉับพลันหลังจากที่ได้ยินคำพูดของลิเคียว

 

ฟังดูเหมือนจะขู่ แต่เตกิล่ารู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ทว่าสิ่งหนึ่งที่ลิเคียวไม่รู้คือ เมื่อเขาจำได้แล้ว เมื่อเขาได้ความทรงจำในช่วงนั้นกลับมา เขาก็สาบานกลับตัวเอง

 

ชีวิตนี้เขาจะไม่ลืมลิเคียวอีก

 

อ่า แต่บางทีเขาควรจะแกล้งลืมไหม อยากเห็นว่าจะทำยังไงให้เขาจะได้จนวันตาย

 

แค่คิด เตกิล่าก็ตื่นเต้นจนอยากจะลงมือทำมันเสียเดี๋ยวนี้

 

“หนูลองสาธิตให้พี่ดูสักวิธีดีไหม เผื่อว่าพี่จะกลัวจนไม่กล้าลืมอีก” เตกิล่าหรี่ตาพูดเสียงเจ้าเล่ห์

 

ลิเคียวหดม่านตาของตัวเองลง สบตากับดวงตาที่ทอประกายหมายมาด แววตาฉายชัดถึงความต้องการที่แท้จริง ลิเคียวยกยิ้มที่มุมปากเลื่อนริมฝีปากของตัวเองไปที่ลำคอขาว ๆ ของเตกิล่า มือที่คล้องคออยู่ก็ไล้ปลายนิ้วไปตามท้ายทายแกร่ง สร้างสัมผัสซ่านสยิวให้กับคนตัวโต 

 

เตกิล่ายิ้มเคลิ้มมองดูคนน้องที่กำลังสาธิตวิธีการของเจ้าตัว ก่อนจะอ้าปากร้องออกมาอย่างเจ็บปวด เมื่อริมฝีปากที่ไต่ลำคอของเขาอยู่เมื่อครู่นี้อ้าออก แล้วกัดฟันคม ๆ ของเจ้าตัวลงมาบนคอของเขาอย่างแรง ใช่ มันคือการกัด ไม่ใช่จูบหรือดูดเม้มเพื่อสร้างร่องรอยความเป็นเจ้าของ

 

“โอ๊ย! เจ็บ ๆ” เตกิล่าเจ็บจนต้องร้องออกมา และเมื่อลิเคียวถอนฟันคม ๆ ของเจ้าตัวออกไป เขาก็รีบใช้มือจับไปที่ส่วนที่โดนกัดทันทีและปลายนิ้วของเขาก็สัมผัสเข้ากับของเหลวบางอย่าง

 

ไม่จำเป็นต้องมองที่มือตัวเอง แต่มองไปที่ริมฝีปากบาง ๆ ของลิเคียว เขาก็เห็นหยดเลือดสีแดงสดที่เปื้อนขอบปากเจ้าตัว

 

ลิเคียวกัดเขาจนเลือดออก!

 

เจ้าเด็กนี่!

 

เตกิล่าได้แต่เบิกตากว้าง พูดอะไรไม่ออกอยู่นาน

 

ลิเคียวเช็ดเลือดที่ริมฝีปากของตัวเอง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างจ้องหน้าเตกิล่า แววตาท้าทาย

 

ฮึ ถือก็จริงอยู่ที่บอกว่าไม่ได้โกรธ แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอลงโทษที่ลืมเขาหน่อยเถอะ

 

เตกิล่าสบตากับดวงตาที่ท้าทายของลิเคียวแล้วก็รู้สึกมันเขี้ยวอยากเอาคืนขึ้นมา มือหนาละจากรอบเอวบาง ๆ ขึ้นมาจับยึดที่ท้ายทอยของลิเคียว ก่อนจะฉกริมฝีปากของตัวเองวูบลงมาครอบครองริมฝีปากบาง ๆ ของคนน้อง

 

เตกิล่าขบเม้มริมฝีปากบางของลิเคียวอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะใช้ฟันคม ๆ ของตัวเองงับเข้าที่ริมฝีปากล่างของลิเคียวบ้าง จนกระทั่งได้กลิ่นคราวเลือดพร้อม ๆ กับเสียงร้องในลำคอของลิเคียว

 

ดวงตาของลิเคียวเบิกกว้างขึ้นเมื่อริมฝีปากของเขาถูกกัดจนบวมช้ำ มีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย คิดไม่ถึงว่าเตกิล่าจะเอาคืนเขาอย่างรวดเร็วแบบนี้ 

 

ฝ่ายเตกิล่า เมื่อปลายลิ้นรับรสชาติความคาวของเลือดแล้ว เขาก็ผ่อนแรงลง เลิกงับริมฝีปากของลิเคียว เปลี่ยนเป็นขบเม้มเบาสลับหนักหน่วง ช่วงชิงลมหายใจของคนบนตัก ก่อนจะส่งเรียวลิ้นร้อนชื้นของตัวเองเข้าไปกวาดต้อนความหวานในโพรงปากเล็กอย่างเอาแต่ใจ จนรับรู้ได้ถึงอาการใกล้จะขาดอากาศของคนน้อง จึงได้ค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกมาอย่างอ้อยอิ่ง 

 

“แฮ่ก” เสียงลมหายใจหอบเหนื่อยดังมาจากปากของลิเคียว เขาโกยอากาศเข้าไปให้ร่างกายอย่างเต็มที่ ดวงตาคู่เรียวยาวมีรอยหยดน้ำใส ๆ ที่หางตา

 

เตกิล่ามองริมฝีปากที่เผยอขึ้นเพื่อรับอากาศ มองรอยแผลปริแตกจากฟันของเขาที่ริมฝีปากล่าง ก่อนจะกดหน้าลงไปใช้ปลายลิ้นไล้เลียหยดเลือดอีกครั้ง จนเมื่อไม่เหลือคาวเลือดแล้ว เขาก็จูบริมฝีปากลงหนัก ๆ ครั้งหนึ่ง

 

“เจ็บ” ลิเคียวยกมือขึ้นจับที่แผลบนปากของตัวเอง ดวงตามองสบตากับเตกิล่าอย่างตัดพ้อ

 

“พี่ก็เจ็บ หนูกัดพี่แผลใหญ่กว่าอีก” เตกิล่าจับมือของลิเคียวให้ไปแตะลงบนแผลที่คอของเขา ก่อนจะลงเสียงสูดปากอย่างเจ็บปวดออกมา

 

“โกรธเหรอ ก็บอกให้สาธิตเองนี่” ลิเคียวถามกลับไป น้ำเสียงนั้นมีทั้งความเป็นห่วง ทั้งงองแงไม่ยอมแพ้อยู่เล็กน้อย

 

“ไม่โกรธครับ พี่ทำหนูเสียใจใช่ไหม ให้หนูลงโทษก็ถูกแล้ว” เตกิล่ารู้วิธีที่จะปลอบโยนคนบนตักของเขาเสมอ 

 

น้ำเสียงนุ่มนวลอ่อนโยนของเขาทำให้ลิเคียวหัวใจเต้นแรงขึ้นมา

 

เพราะอ่อนโยนแบบนี้สินะ ใคร ๆ ถึงได้อยากจะครอบครองนัก

 

ลิเคียวคิดมาถึงตรงนี้ ดวงตาคู่สวยก็เรืองรองขึ้นมา เขาได้ยินมาว่าเตกิล่าเป็นผู้ชายที่หลาย ๆ คนใฝ่ฝันอยากจะครอบครอง ความเป็นสุภาพบุรุษ ความที่เทคแคร์ดูแลดี จนมีคู่ควงหลาย ๆ คนถึงกลับลืมข้อตกลงเรื่องความสัมพันธ์ อยากจะเปลี่ยนเป็นตัวจริงของเตกิล่าขึ้นมา

 

“โอ๊ย!” เตกิล่าร้องอย่างเจ็บปวดอีกครั้ง คราวนี้ลิเคียวกัดเข้าที่ใบหูของเขา แม้ว่ามันจะไม่แรงเท่าที่คอ แต่ก็รู้สึกว่าเจ็บเหมือนติ่งหูจะหลุดติดปากบาง ๆ นั่นไป

 

คนที่โมโหหึงย้อนหลังยอมถอนฟันออกมาหลังจากที่ได้ยินเสียงร้องของเตกิล่า

 

“ตกลงไม่ได้เป็นแมว แต่เป็นหมาใช่ไหม ทำไมหนูกัดเก่งจัง” เตกิล่าบ่นอุบอิบขณะที่ยกมือจับหูของตัวเอง เมื่อสัมผัสได้ว่ามันยังอยู่ดีไม่ได้หลุดติดปากลิเคียวไปก็โล่งใจ

 

สาบานกับตัวเองในใจว่าตอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ในช่วงแบบแบบเอ่อ อ่า นั่นแหละ เขาจะไม่ทำให้ลิเคียวโกรธเด็ดขาด

 

กลัวจะโดนกัด…จนขาด

 

เตกิล่าที่สาบานว่าจะไม่กลัวเมียเหมือนพี่ชาย ดูเหมือนว่าจะลืมคำสาบานนั้นไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

มาม่าคืออะไรค้าาาาา ไรท์ไม่รู้จักค่า ไรท์รวยค่ะ ซื้อซอสมาคลุกข้าวกิน ไม่กินมาม่าหรอกค่า 555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.183K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,652 ความคิดเห็น

  1. #5492 littlefoolmoon (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 19:28
    ในโลกยังเหลือผู้ชายแบบเตกิล่าอยู่ไหม…
    #5,492
    0
  2. #5024 toey2468 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 20:15
    ดีมากครับไรท์ เราไม่อยากกินมาม่า
    #5,024
    0
  3. #4943 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2563 / 07:24
    เกือบแล้วๆ เกือบเห็นแววม่าแล้ว
    #4,943
    0
  4. #4659 +ออนนี่+ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 17:54
    ชอบความรวยไม่กินมาม่าของไรท์
    #4,659
    0
  5. #4621 hongma (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 18:27
    ทำน้องเสียใจจะไม่ใช่หูนะที่ขาด
    #4,621
    0
  6. #4598 kikkpstpk (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 16:33
    เอาให้ขาดเลยน้องงง
    #4,598
    0
  7. #4594 Dar699699 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 15:24

    เกือบละ😆
    #4,594
    0
  8. #4591 071727 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 13:28
    ค่ะดีนะคะที่เปลี่ยนใจไม่ต้มมาม่า พอดี ไข่ หมดค่ะไม่มี ไข่ ใส่ ไม่มีเครื่องเลยค่ะ อย่าทำให้น้องลิเคียวโกรธนะคะพี่เต เดี๋ยวอะไรๆก็จะไม่เหลือ
    #4,591
    0
  9. #4590 knight33 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 11:59
    ปังปุรีเย่มากน้องง
    #4,590
    0
  10. #4589 noo_parekapoom (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 11:24
    เก่งมากก กัดให้เข็ด
    #4,589
    0
  11. #4588 SarangHAE yo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 09:48
    บทเสียใจแล้วเดินหนีมันหมดยุคไปแล้วจ้า เริ่ดมากค่า
    #4,588
    0
  12. #4583 Maymong (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 06:06
    เลิศมากค่าาาา ปังปุริเย เยเย๊เย
    #4,583
    0
  13. #4582 J☆ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 05:22
    55555555ปังมากยัยน้อง
    #4,582
    0
  14. #4581 chonyukim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 02:55
    เนี้ย บทนางเอกที่ต้องการ นี่2020แล้ว ปรบมือ
    #4,581
    0
  15. #4580 oohsenan (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กันยายน 2563 / 02:03
    อย่าทำให้ยัยน้องโกรธเชียวนี่ตาพี่ โดนหนักแน่55555555555
    #4,580
    0
  16. #4579 lovely_friend (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 23:58
    ขอบคุณค่ะ
    #4,579
    0
  17. #4578 Lentear (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 23:22
    มันคือซอสปลาใช่มั้ยคะ อืมๆเราก็เคยกินนะอร่อยดี ก็ดีกว่ากินผงชูรสกินซอสดีกว่า55555555(ToT)
    ปล.ทำน้องโกรธระวังสูญพันธุ์นะ
    #4,578
    0
  18. #4577 ohsebeam (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 23:07
    555เกือบหูแหว่งแล้วมั้ยล่ะ
    #4,577
    0
  19. #4576 fomeriam690 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 22:21
    แหม่ ความรวยของไรท์คือซื้อซอสมาคลุกข้าวจ้า ไม่นิยมกินมาม่า5555555
    #4,576
    0
  20. #4575 Midnight2602 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 22:17
    ระวังนะพี่เต เจ็บเลยน๊าาา
    #4,575
    0
  21. #4573 Jiberita (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 22:12
    ขนาดสาธิตยังได้เลือด ถ้าลืมน้องจริงๆ หล่ะก็55555
    #4,573
    0
  22. #4572 somayuki (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:50
    ลิเคียว ฟันคมขนาดนั้น ถ้าน้องกัด ปี๊กะจุ ของพี่จริงๆพี่เต คงต้องทำใจ กลายเป็น เดชอ้ายด้วน 55555
    #4,572
    0
  23. #4571 Gift2524 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:44
    ไม่ชอบกินมาม่า
    #4,571
    0
  24. #4570 jiaxjimin (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:38
    แทนตัวเองว่าหนู ใจแม่เหลวไปหมด
    #4,570
    0
  25. #4569 panwink2 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 21:28
    ขาดแน่นอนๆๆๆๆ
    #4,569
    0