นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 31 : ตอนที่ 31 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,272
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,981 ครั้ง
    23 ก.ย. 63

“อื้อ” เสียงแหบพร่าส่งในลำคออย่างขัดใจเมื่อแสงแดดที่รอดผ่านช่องผ้าม่านเข้ามาตกกระทบที่เปลือกตา รบกวนการนอนของเขา

 

“โอ๊ย” เพื่อที่จะหนีแสงแดดที่รบกวนการนอน ลิเคียวพลิกตัวกลับไปอีกฝั่งหนึ่ง ทว่าเขาเพราะความง่วงทำให้เขาลืมไปว่าเขาเพิ่งจะผ่านกิจกรรมที่ทำให้ช่วงล่างของเขานั้นเจ็บมา เสียงร้องอย่างเจ็บปวดจึงดังรอดริมฝีปากบางสวยออกมาอย่างแผ่วเบา

 

เพราะความเจ็บทำให้ลิเคียวตื่นเต็มตา เขากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อที่จะปรับสายตาให้รับแสงสว่างได้ เมื่อปรับสายตาได้แล้ว สติมาเต็มร้อยแล้ว ลิเคียวเรียนรู้ที่จะไม่ขยับตัวอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าอีก เขาขยับแต่ศีรษะของตัวเองที่ก่ายเกยหมอนนุ่มอยู่ พลิกหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาคนที่ทำให้เขาไม่อาจจะขยับตัวได้ดังใจ ทว่าเมื่อมองไปยังพื้นที่ข้าง ๆ กาย ที่ที่ควรจะมีอีกคนหนึ่งนอนอยู่ แต่กลับไร้เงาของคนคนนั้น ดวงตาคู่สวยก็วูบไหว ยกฝ่ามือเรียวขึ้นลูบไปก็พบว่ามันเย็น แสดงว่าเตกิล่าลุกออกไปนานแล้ว

 

ลิเคียวนึกถึงข่าวลือที่ได้ยินมาตลอด เรื่องที่เตกิล่าไม่นอนกับคู่นอนของตัวเอง 

 

หมายถึงไม่นอนค้างด้วยหลังจากที่เสร็จกิจกรรมบนเตียงแล้ว

 

คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาก็วูบไหว ในอกด้านซ้ายวูบโหวงไปชั่วขณะหนึ่ง ทว่ามันก็เพียงแค่ไม่นาน เพราะไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกโดยคนที่ลิเคียวกำลังคิดถึงอยู่นั่นเอง

 

“เป็นอะไรครับ หนูเจ็บเหรอ” เห็นดวงตาที่แดงเรื่อ สีหน้าที่เจ็บปวดของลิเคียว เตกิล่าที่เดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารในมือก็ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเต็มไปด้วยยความเป็นห่วง ขายาวรีบสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ วางถาดอาหารลงบนหัวโต๊ะ ก่อนจะนั่งลงบนเตียง ใช้ดวงตาคู่คมของตัวเองสำรวจคนที่เขานอนกอดมาตลอดคืน

 

 ลิเคียวกะพริบตาปริบ ๆ มองคนที่พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองสบตากับแววตาอ่อนโยนที่มองมาอย่างเป็นห่วงแล้วก็มึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง

 

“หนูเจ็บข้างล่างใช่ไหม พี่ขอดูหน่อย” เตกิล่าเห็นว่าลิเคียวไม่ตอบก็คิดไปเองว่าอีกฝ่ายคงจะเจ็บช่องทางที่ถูกเขารุกรานมาทั้งคืน เขาขยับมือดึงผ้าห่มผืนใหญ่ที่คลุมร่างกายลิเคียวอยู่ออก แล้วค่อย ๆ ดันเรียวขาสวยให้อ้าออกจากกัน

 

หลังจากที่กิจกรรมรักเมื่อคืนเสร็จสิ้น ลิเคียวก็หลับไปทันทีทั้ง ๆ ที่เนื้อตัวยังเปอะเปื้อน เตกิล่าจึงทำหน้าที่เช็ดตัวทำความสะอาดให้อีกฝ่าย แล้วเรียกคนมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอน

 

เมื่อผ้าห่มถูกดึงออกไป ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็ตกกระทบร่างกายเปลือยเปล่าของลิเคียวให้เจ้าตัวต้องห่อตัวหนี และพอเป็นอย่างนั้นเขาก็ต้องนิ่วหน้าเพราะเจ็บจี๊ดที่ช่วงล่าง 

 

เห็นสีหน้าบิดเบี้ยงของลิเคียว เตกิล่าก็ยิ่งคิดว่าตัวเองคิดถูก ดวงตาสำรวจไปยังช่องทางสีหวานที่ตอนนี้บวมแดงขึ้นมาเล็กน้อย

 

“เดี๋ยวทายาอีกที แต่ตอนนี้กินข้าวกินยาก่อนดีกว่า” เตกิล่าพูดออกมาและนั่นเรียกสติของลิเคียวให้กลับมา ใบหน้าเรียวสวยแดงเรื่อขึ้นทันทีเมื่อรู้ตัวแล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ไหน ขาเรียวที่ถูกแยกออกจากกันรีบหุบทันทีเพื่อปิดบังช่องทางเร้นลับของตัวเอง แต่นั่นก็หนีไม่พ้นการเจ็บจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง

 

เตกิล่าหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้าเด็กแสบที่เคยยั่วเขาหลายครั้งเพื่อแกล้งเขาเล่นนั้นตอนนี้กลับเขินอายขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ พยุงคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงให้ลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง 

 

“กินข้าวก่อน” เตกิล่าผู้ไปแย่งชิงข้าวต้มกุ้งฝีมือของวอดก้ามาจากพี่ชายฝาแฝดของตัวเองหยิบมันขึ้นมาใช้ช้อนคนเบา ๆ เพื่อไล่ความร้อน ก่อนจะตักขึ้นมาเป่าเบา ๆ อีกทีแล้วส่งมันไปจ่อที่ริมฝีปากของลิเคียว

 

ลิเคียวนั้นตอนแรกก็คิดจะปฏิเสธด้วยเพราะว่ายังไม่รู้สึกหิวเท่าไหร่ แต่เมื่อได้กลิ่นหอม ๆ ได้เห็นเม็ดข้าวเรียวสวย กุ้งตัวโต ๆ ก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที ริมฝีปากบางเปิดอ้ารับข้าวต้มฝีมือของวอดก้าที่เขาเคยชิมอยู่สองสามครั้งลับหลังมาร์ตินี่ เมื่อลิ้นสัมผัสกับรสชาติข้าวต้มก็พยักหน้าอย่างถึงพอใจ

 

“อร่อยล่ะสิ วอดก้าทำข้าวต้มอร่อยที่สุดแล้ว แต่มาร์มันขี้หวง วอดก้าทำทีไรมันกินคนเดียวหมดหม้อทุกที” เตกิล่าพูดบ่นพี่ชายฝาแฝดของตัวเองให้ลิเคียวฟัง

 

เกือบทุกครั้งที่มาร์ตินี่พาวอดก้าไปที่คฤหาสน์เวลส์ เมนูตอนเช้ามักจะเป็นข้าวต้มกุ้งหรือไม่ก็ข้าวต้มหมูสับฝีมือของวอดก้า ทว่ามีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เขาจะได้ลิ้มรสมัน เพราะมาร์ตินี่หวงมาก ไม่ยอมแบ่งให้ใคร จาเขาสาบแช่งให้ติดคออยู่บ่อย ๆ

 

ลิเคียวเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับที่เตกิล่าพูด มาร์ตินี่ขี้หวงจริง ๆ ขนาดอาหารที่เขาให้วอดก้าสอนทำ จานที่วอดก้าลงมือทำเองเขายังได้ชิมแค่คำเดียว ส่วนที่เหลือมาร์ตินี่แย่งไปหมด

 

เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ อยู่ ๆ ลิเคียวก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เขาเคี้ยวข้าวต้มในปากแล้วกลืนลงคอก่อนที่จะส่งเสียงถามออกมา

 

“วอดก้าตื่นมาทำข้าวต้มไหวเหรอ” ถามออกไปอย่างสงสัย

 

เตกิล่าได้ยินคำถามของลิเคียวก็งุนงงไปชั่วแวบหนึ่ง แต่เมื่อเข้าใจถึงที่มาของคำถามแล้วเขาก็เหยียดรอยยิ้มร้าย หัวเราะเบา ๆ

 

“อีกหน่อยหนูก็ตื่นไหวนั่นแหละ นี่มันครั้งแรกไง หนูก็เลยตื่นไม่ค่อยไหว” 

 

คราวนี้เป็นลิเคียวที่สับสนกับคำตอบของเตกิล่า แต่เมื่อเข้าใจมันแล้วใบหน้าก็ขึ้นสีแดงเรื่อขึ้นมาเป็นมะเขือเทศสุก ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่น มือขาวกำ ๆ แบ ๆ อยากจะทุบหลังคนหน้าด้านสักครั้งหนึ่ง

 

เตกิล่าหัวเราะเสียงทุ้ม มองลิเคียวแล้วรู้สึกเหมือนเห็นแมวเหมียวที่ขัดใจเจ้าของ หางตั้ง กางเล็บอยากจะข่วนเต็มที่ 

 

เพื่อปลอบแมวที่กำลังขู่แง้ว ๆ อยู่ เตกิล่าตักข้าวต้มขึ้นมาแล้วส่งไปที่ตักเล็ก ๆ นั่นเพื่อให้อาหารบรรเทาอาการโมโห

 

ลิเคียวเคี้ยวข้าวไปตวัดสายตามองค้อนเตกิล่าไปจนกระทั่งข้าวต้มหายไปครึ่งถ้วยนั่นแหละ ถึงได้กลับมาเป็นปกติ

 

เตกิล่าลอบขำในใจ คิดว่านี่คืออาการของคนโมโหหิว 

 

หลังจากที่กินข้าวจนหมด เตกิล่าก็ส่งยาแก้ปวดกับแก้อักเสบให้ลิเคียวพร้อมกับแก้วน้ำเปล่า เพื่อให้อีกคนกินมันเพื่อบรรเทาอาการ

 

“อยากนอนต่อไหม” หลังจากที่กินยาไปได้หลายนาที เตกิล่าก็สังเกตเห็นว่าดวงตาของคนน้องเริ่มจะปรือปรอยแล้ว เขาจึงได้ถามออกมา 

 

“อื้อ นอนกอด” เพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไปเริ่มเล่นงาน เปลือกตาของลิเคียวจึงได้หนักขึ้นทุกที แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังต้องการนอนกอดเตกิล่าเพื่อหลับอยู่ดี

 

เตกิล่าดันตัวลิเคียวให้นอนลงกับเตียงก่อนจะขยับตัวไปนอนข้าง ๆ ถึงคนที่แม้จะง่วงเต็มทีแต่ก็ยังต้องการนอนกอดเขามาไว้ในอ้อมกอด ให้ศีรษะกลม ๆ นั่นนอนหนุนอยู่บนแขนของเขา

 

เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจ ลิเคียวก็กลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งหนึ่ง

 

เตกิล่าเมื่อแน่ใจแล้วว่าลิเคียวหลับสนิทไปแล้ว และคงจะไม่ตื่นขึ้นมาในเร็ว ๆ นี่เพราะฤทธิ์ยาที่กินเข้าไป เขาจึงได้ขยับตัวอย่างระมัดระวัง พาตัวเองลงจากเตียงโดยไม่ลืมถือถาดอาหารออกมาด้วย

 

 

“ไง ปรนนิบัตเมียเรียบร้อยแล้วเหรอ” เตกิล่าที่กลับมาหาพี่ชายฝาแฝดของตัวเองบนห้องพักของอีกฝ่าย ก็ได้รับประโยคหยอกล้อทันที

 

ดวงตาคู่คมตวัดมองใบหน้าที่เหมือนกับตัวเองไม่มีผิวเพี้ยนของพี่ชายแล้วก็หันไปหาพี่สะใภ้ที่นั่งก้มหน้าอยู่กับหน้าจอคอมอ

 

“วอดก้า วันก่อนมาร์มันแอบสั่งซื้อเรือยอร์ชลำใหม่” เตกิล่าพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนเด็กขี้ฟ้อง ไม่สนใจสีหน้าซีดเผือดของพี่ชายฝาแฝด

 

มาร์ตินี่ที่ตอนแรกขัดเคืองน้องชายเพราะอีกฝ่ายแย่งข้าวต้มที่วอดก้าทำไปให้ลิเคียว เมื่อเตกิล่ากลับมาหาอีกครั้งเขาถึงได้แกล้วพูดหยอกไปแบบนั้น แต่ใครจะคิดว่าฝาแฝดจะหักหลังกันแบบนี้

 

วอดก้าเงยหน้าขึ้นจากงานที่ทำอยู่ ดวงตากลมโตตวัดมองมาร์ตินี่นิ่ง

 

ปกติแล้วไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายการใช้เงินของมาร์ตินี่ แต่ว่าเมื่อวันก่อน มาร์ตินี่เพิ่งสั่งซื้อเครื่องบินไปลำหนึ่ง แล้วนี่ยังจะสั่งซื้อเรือยอร์ชใหม่อีกทั้ง ๆ ที่มีอยู่แล้วหลายลำ

 

“ซื้อเป็นของขวัญวันเกิดให้พ่อตาไงที่รัก อีกสองเดือนจะถึงวันเกิดอาเตียแล้วไง” มาร์ตินี่ปาดเหงื่อที่หน้าผากออกแล้วเดินไปโอบเข้าที่ข้างหลังของวอดก้า

 

วอดก้าเงยหน้ามองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่

 

“อาเตียไม่ชอบนั่งเรือยอร์ช” วอดก้าพูดในสิ่งที่มาร์ตินี่ก็รู้ดี เป็นอันว่าคำแก้ตัวนี้ฟังไม่ขึ้น

 

เตกิล่าที่แกล้งพี่ชายฝาแฝดตัวเองได้ก็หัวเราะสะใจ อีกทั้งยังนึกดีใจที่ลิเคียวนั้นไม่ร้ายกาจเท่าวอดก้า ไม่อย่างนั้นเขาคงจะรับมือไม่ได้

 

เตกิล่าที่เพิ่งจะห่างออกมาจากลิเคียวได้ไม่กี่นาที เริ่มคิดถึงลิเคียวอีกแล้ว

 

“แล้วนี่มาหาฉันมีธุระอะไร เรื่องงานเมื่อวานก็คุยกันจบไปแล้วไง” มาร์ตินี่หาทางหนีจากความผิดของตัวเอง พูดถามเสียงขรึมกับน้องชายที่มานั่งขัดขวางการอยู่สองต่อสองของเขากับวอดก้า

 

“ห้องนั้นน่ะ ซื้อขาดนะ ไม่เปิดให้รับแขกแล้ว” เตกิล่าหมายถึงห้องที่ลิเคียวกำลังนอนอยู่ตอนนี้ ซึ่งมันก็คือห้องที่ลิเคียวกับวอดก้าใช้ซ่อนตัวจากพวกเขาเมื่อวานนี้นั่นแหละ

 

สิ้นเสียงของตัวเอง เตกิล่าก็เห็นว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้เหยียดรอยยิ้มหยอกล้อ ก่อนที่มาร์ตินี่จะมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา

 

“ถอยหลังไม่ได้แล้วนะ พ่อเขาเอาตายแน่ถ้าทำลูกเขาเสียใจ” มาร์ตินี่แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่วางแผนส่งประเคนน้องชายให้ลิเคียว แต่พอถึงเวลานี้ เขาก็อดที่จะเตือนไม่ได้ ลิเคียวแตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาของเตกิล่า ไม่ใช่คนที่จะเล่นสนุกด้วยได้ 

 

เตกิล่าสบตากับพี่ชายฝาแฝด รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเป็นห่วงตัวเอง 

 

“ก็ไม่เคยคิดที่จะทำให้เสียใจอยู่แล้ว” 

 

(ต่อ)

 

“พูดได้ดี แต่จะดีกว่านี้ถ้าทำได้อย่างที่พูด” วอดก้าสวมบทเป็นพี่ชายของลิเคียว พูดกับเตกิล่าเสียงเข้ม ดวงตากลมโตที่จ้องไปยังแฝดน้องของคนรักนั้นมีความข่มขู่อยู่ในนั้น

 

มาร์ตินี่ส่งยิ้มให้น้องชายฝาแฝด ยักคิ้วหลิ่วตาให้รู้ว่า บางทีอาจจะไม่ต้องถึงมือของมิฮาอิล เจ้าพ่อขีปนาวุธแห่งประเทศอาร์ เพราะว่าวอดก้าของเขานั่นแหละที่จะลงมือจัดการเตกิล่าก่อน

 

เตกิล่าส่ายหน้าหัวเราะ ไม่ได้กลัวเลยสักนิด เพราะอย่างที่พูดไปนั่นแหละ เขาไม่เคยคิดจะทำให้ลิเคียวเสียใจอยู่แล้ว แต่ถ้าเกิดว่ามีวันไหนที่ลิเคียวต้องเสียใจเพราะเขาขึ้นมา นั่นก็แปลว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริง ๆ

 

“รอดูเถอะ ไม่อยากสัญญา สัญญามามากพอแล้ว” เตกิล่าพูด แววตานึกย้อนไปถึงสัญญาที่มีต่อลิเคียว ไม่ว่าจะเป็นสัญญาปากเปล่าเมื่อสิบปีก่อน หรือว่าจะเป็นสัญญาแบบลายลักษณ์อักษรเมื่อไม่นานมานี่

 

มาร์ตินี่แววตาเป็นระลอกคลื่นไหวครั้งหนึ่งเมื่อได้ยินในสิ่งที่น้องชายพูด ความจริงเขาก็ดีเช่นกัน เขาจำเรื่องเมื่อสิบปีก่อนได้ จำได้ว่าน้องชายตัวเองให้คำมั่นสัญญาอะไรไว้กับเด็กคนหนึ่ง

 

“รักษาสัญญาก็ดี แต่ว่าเรื่องบางเรื่องไม่ใช่แค่ว่าเพื่อรักษาสัญญาเท่านั้น” 

 

เตกิล่าสบตากับพี่ชายโดยที่ไม่ได้พูดอะไรตอบโต้กลับไป เขาเข้าใจดีถึงความหมายของประโยคนั้น มาร์ตินี่ไม่ต้องการให้เขาผูกติดลิเคียวไว้กับตัวเองไปตลอดชีวิต แค่เพื่อคำว่ารักษาสัญญา

 

เมื่อเตกิล่านิ่งเงียบ มาร์ตินี่และวอดก้าก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก นั่นมันก็เพราะพวกเขารู้ว่าเตกิล่าโตพอที่จะเข้าใจแล้ว และสามารถตัดสินใจชีวิตของตัวเองได้

 

“กลับไปนอนกล่อมแมวเถอะ เดี๋ยวตื่นขึ้นมาไม่เจอก็กางเล็บข่วนให้หรอก” มาร์ตินี่เอ่ยปากไล่น้องชายฝาแฝดของตัวเอง

 

ฝ่ายคนถูกฝาแฝดพูดไล่โดยไม่อ้อมค้อมแล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ไม่ทักท้วงอะไร หันหลังเดินก้าวออกไปจากห้องของมาร์ตินี่ด้วยฝีเท้าที่สม่ำเสมอ

 

 

เมื่อกลับมาถึงห้องพักของตัวเอง เตกิล่าก็เดินไปที่เตียงนอนเพื่อดูคนที่นอนหลับอยู่ตอนที่เขาออกไปหาพี่ชาย เมื่อเห็นว่าลิเคียวยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง รอยยิ้มมุมปากก็ยกสูงขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ พาตัวเองขึ้นไปนอนเคียงข้างอย่างบนเตียง

 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุณหภูมิจากร่างกายของเขาหรือว่าเพราะการเคลื่อนไหวของเขาถึงได้ทำให้คนที่นอนหลับสบายอยู่เมื่อครู่ขยับตัว เมื่อเตกิล่านอนได้ท่าทางที่สบายแล้ว ลิเคียวก็ขยับตัวพาดแขนไว้ที่รอบเอวของเขาทันที

 

เตกิล่าแย้มรอยยิ้มกว้าง มีเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างแผ่วเบาออกมาจากลำคอด้วย พลิกตระแครงตัวหันหน้าเข้าหาคนตัวเล็กกว่า ฝ่ามือหนาลูบกลุ่มผมนิ่มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะปิดเปลือกตาลงเพื่อนอนพักบ้าง

 

สองร่างนอนก่ายเกยกันหลับสบายอยู่หลายชั่วโมง จนเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอแล้วนั่นแหละถึงได้ตื่นขึ้นมา โดยที่ลิเคียวเป็นฝ่ายรู้สึกตัวตื่นก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเจอว่าเตกิล่านอนกอดเขาอยู่ รอยยิ้มสวยก็ปรากฏที่ริมฝีปากทันที 

 

ดวงตาคู่เรียวยาวจ้องมองไปที่ใบหน้าหล่อเหลาของเตกิล่า มองแพขนตาหนาที่หลาย ๆ คนอิจฉาแล้วก็รู้สึกคันไม้คันมือ ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเล่นเบา ๆ

 

สัมผัสที่รบกวนการนอนทำให้เตกิล่ารู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขาจับมือคนที่รบกวนการนอนของเขาเอาไว้ 

 

“เด็กซน อยากถูกลงโทษเหรอ หืม” ปากก็ถาม ปลายนิ้วมือข้างที่จับมืออันแสนซุกซนของลิเคียวไว้ก็ลูบไล้ไปมาที่หลังมือ

 

เจ้าแมวตัวซนที่รบกวนการนอนจนคนที่นอนหลับอยู่ตื่นขึ้นมาก็ชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง โดนรอยยิ้มและน้ำเสียงอันแสนร้ายกาจเล่นงานจนไปไม่เป็นอยู่ชั่วขณะ 

 

“หนูเจ็บอยู่ จะลงโทษหนูจริงเหรอ” ริมฝีปากบางเฉียบเบะออก ดวงตาคู่สวยมีแววน้ำรื้นอยู่ในแก้วตาใส 

 

ลิเคียวนั้นเขาเจ็บจริง ๆ อย่างที่พูดออกไป ทว่าที่จริงกว่านั้นคือต้องการอ้อนคนพี่มากกว่า

 

ทั้งสรรพนาม ทั้งคำพูด ทั้งดวงตาคู่สวยที่มองมา เตกิล่าที่ขู่ไปเล่น ๆ แบบนั้นก็มีความคิดอยากจะทำจริง ๆ ขึ้นมาทันที

 

“มันไม่มีขึ้นเลยเหรอ” เตกิล่าลุกขึ้นนั่ง ทำท่าจะเปิดส่วนบอบบางที่โดนกระทำจนบอบช้ำดูว่ามันดีขึ้นจากตอนแรกแล้วหรือยัง 

 

ลิเคียวรีบลุกขึ้นนั่งตาม แล้วตระคุบมือของคนพี่เอาไว้ ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นมา ตอนนี้เขามีสติดีเต็มที่ ทั้งยังไม่ใช่ช่วงเวลาแบบนั้น จะมาให้แหวก ๆ อ้า ๆ ให้ดูง่าย ๆ ได้ยังไง

 

“ไม่ให้ดู” ลิเคียวพูดเสียงเบา หลบสายตาของคนพี่

 

เตกิล่าเห็นท่าทางเขินอายของลิเคียวแล้วก็ยิ่งรู้สึกอยากจะทำอะไร ๆ ที่เพิ่งจะทำกันไปเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาอีกสักครั้ง ไม่สิ สักหลาย ๆ ครั้ง ทว่าต้องกัดฟันแน่นเพื่อข่มกลั้นความปรารถนาของตัวเอง บอกตัวเองย้ำ ๆ ว่าน้องยังเจ็บอยู่ น้องยังเจ็บอยู่

 

“ไม่ให้ดูแล้วพี่จะรู้ได้ยังไงว่าหนูดีขึ้นไหม” เตกิล่าข่มกลั้นความรู้สึกที่เต็มอยู่ในอกแล้วพูดออกไป น้ำเสียงอ่อนโยนเป็นที่สุด

 

ลิเคียวสั่นศีรษะที่ปกคลุมไปด้วยเส้นผมยุ่งเหยิงเบา ๆ 

 

“ดีขึ้นแล้ว” 

 

“แต่หนูบอกว่าเจ็บ” เตกิล่าไม่ละความพยายามที่จะเปิดดูช่องทางบอบบางนั่นให้ได้

 

“ก็เจ็บ แต่ก็ดีขึ้นแล้ว เจ็บน้อยกว่าตอนแรก” 

 

ทว่าเมื่อลิเคียวพูดออกมาแบบนั้น เขาก็ไม่ดื้อดึงที่จะดูให้ได้ คิดว่าถ้าเห็นท่าทางไม่ดีขึ้นจริง ๆ รอให้น้องหลับแล้วค่อยแอบเปิดดูเอาก็ได้

 

“หิวยัง เหมือนจะได้เวลามื้อกลางวันแล้วนะ” เตกิล่าเหลือบสายตามองเวลาที่นาฬิกาตรงหัวเตียง ก่อนจะหันกลับมาถามลิเคียว

 

“อื้อ ข้าวไข่ดาว” ลิเคียวตอบด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

 

เตกิล่าหัวเราะขำ เมนูนี้อีกแล้ว ชอบเพราะชอบจริง ๆ หรือชอบเพราะตอนนั้นเขาบอกว่าจะทำให้กินถ้ารอดออกไปได้กันแน่

 

“ไว้วันหลัง วันนี้สั่งจากในครัวมากินก่อน” เตกิล่าไม่สามารถตามใจลิเคียวได้ในตอนนี้

 

แวงตาที่เป็นประกายเมื่อครู่หมองลงไปในทันที ทำเอาเตกิล่าต้องรีบกลับคำพูด

 

“โอเค ก็ได้ แต่เหมือนต้องไปยืมใช้ครัวของวอดก้า” 

 

ดังนั้นเตกิล่า กับลิเคียว จึงได้พากันขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนสุดของคาสิโน อันเป็นพื้นที่หวงห้าม มีเพียงแค่มาร์ตินี่ วอดก้า และคนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นถึงจะขึ้นไปได้

 

เมื่อขึ้นมาถึงก็เจอเข้ากับการ์ดที่ยืนอยู่หน้าห้อง แต่เพราบัตรผ่านที่มีอยู่บนใบหน้าของเตกิล่า นั่นก็คือใบหน้าที่เหมือนกันกับมาร์ตินี่ไม่มีผิดเพี้ยน การ์ดถึงได้ปล่อยให้ทั้งสองคนเดินจูงมือกันเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

 

“มาร์อยู่หรือเปล่า” เมื่อเข้ามาแล้วพบว่าพิพัฒน์ ผู้ช่วยคนสนิทของพี่ชายฝาแฝดกำลังวุ่นวายอยู่กับแฟ้มเอกสารบนโต๊ะตรงพื้นที่นั่งเล่น เขาจึงได้เปิดปากถามออกไป

 

พิพัฒน์ทักทายเจ้านายอีกคนหนึ่งของตัวเอง ก่อนจะให้คำตอบ

 

“อยู่ในครัวกับคุณวอดก้าครับ” 

 

เตกิล่าพยักหน้าให้กับคำตอบของพิพัฒน์ ก่อนจะเดินจูงมือลิเคียวตรงไปยังส่วนของห้องครัวทันที

 

เมื่อเข้าไปแล้วก็พบว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้ของตัวเองนั้นกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหาร ไม่สิ ต้องบอกว่ามีเพียงแค่วอดก้าเท่านั้นที่ทำ ส่วนมาร์ตินี่นั้นกำลังก่อกวนมากกว่า ดูได้จากมือที่โอบรอบเอวของวอดก้า แต่โดนเจ้าของเอวปัดออกเพราะว่าทำงานไม่ถนัด

 

“อะแฮ่ม!” เตกิล่าส่งเสียงกระแอมไอในลำคอเรียกร้องความสนใจครั้งหนึ่ง และนั่นทำให้สายตาทั้งสองคู่ของผู้เป็นเจ้าของห้องหันมองมา

 

“มาทำไม อย่าบอกนะว่าจะมาแย่งอาหารที่เมียฉันทำอีกแล้ว ไม่ให้หรอกนะ” มาร์ตินี่พูดเสียงขุ่น ตาขวางทันที

 

เตกิล่ากรอกตาอย่างเหนื่อยหน่าย ลิเคียวก็มองตาปริบ ๆ ส่วนวอดก้านั้นใช้สองนิ้วบิดเข้าที่เนื้อส่วนเอวของมาร์ตินี่แรง ๆ ครั้งหนึ่งอย่างเอือมระอา ทว่ามีรอยยิ้มอยู่เต็มริมฝีปาก

 

“ไม่แย่งหรอก แต่จะมายืมใช้ครัวหน่อย” เตกิล่าตอบกลับไป ทว่ายังไม่พาลิเคียวเดินเข้าไปยังพื้นที่ห้องครัว ทำเพียงแค่ยืนอยู่ตรงกรอบประตูเท่านั้น 

 

“ใครใช้ ลิเคียวเหรอ” มาร์ตินี่ถามด้วยแววตาระแวดระวัง ยังจำตอนที่ลิเคียวเข้าครัวกับวอดก้าได้ เรียกได้ว่าถ้าไม่มีวอดก้าของเขา วันนั้นครัวได้ไหม้ไปแล้วแน่ ๆ

 

“เปล่า ฉันเอง” เตกิล่าตอบกลับไป และทันทีที่สินเสียงเขา เขาก็ได้เห็นแววตาไม่เชื่อถือจากดวงตาของมาร์ตินี่ทันที

 

“ก็ไม่ได้รู้จักแต่นั่งรอกินฝีมือของเมียเหมือนนายหรอกนะ” เตกิล่าเหยียดรอยยิ้มร้ายกาจ พูดจี้ใจดำพี่ชายฝาแฝด 

 

มาร์ตินี่ที่โดนพูดจี้ใจดำแบบนั้นก็ส่งสายตาเหี้ยมให้น้องชายทันที

 

“มีเตาว่างอยู่พอดี นายมาใช้สิ ว่าแต่จะทำเมนูอะไร วัตถุดิบมีหรือเปล่า” วอดก้าพูดขัดสงครามฝาแฝดที่กำลังจะบังเกิด

 

เตกิล่ากวาดตามองไปทั่วโต๊ะก็เจอเข้ากับของที่เขาต้องการทุกอย่างพอดี ดังนั้นจึงพยักหน้า จูงมือลิเคียวเดินเข้าครัว เมื่อไปหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะกลางห้องครัวก็ปล่อยมือบางของลิเคียวออก แล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตของตัวเองขึ้น

 

ลิเคียวเห็นแบบนั้นก็ยื่นมือไปช่วยพับ

 

การกระทำของเตกิล่ากับลิเคียวทำเอามาร์ตินี่ตาลุกไหม้ด้วยความอิจฉา

 

เขาอยากได้ อยากได้บรรยากาศแบบนี้บ้าง!

 

เตกิล่าไม่สนใจเลยว่ากำลังทำให้พี่ชายฝาแฝดอิจฉาแค่ไหน หยิบข้าวสารขึ้นมามเตรียมที่จะหุงก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อหุงข้าวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปที่เตาแก๊ส ติดไปตั้งกระทะเทน้ำมันลงไป  

 

ลิเคียวที่เดินตามเตกิล่าทุกฝีก้าว เมื่อเห็นว่าน้ำมันในกะทะร้อนแล้วก็หันไปหยิบไข่ส่งให้เตกิล่าสี่ฟอง 

 

เตกิล่ารับไข่ไปพร้อมกับพูดขอบใจเบา ๆ ด้วยรอยยิ้ม ทำเอาลิเคียวยิ้มกว้างกว่าเดิม

 

การกระทำของเตกิล่ากับลิเคียวทำให้อีกสองคนที่อยู่ในห้องครัวมาก่อนมองด้วยรอยยิ้ม วอดก้ามองว่ามันน่ารัก ส่วนมาร์ตินี่ก็รู้สึกว่ามันน่ารัก น่ารักจนเขาอิจฉา อยากมีโมเม้นต์ช่วยกันทำอาหารกับวอดก้าบ้าง

 

และเพราะความอิจฉานั่น เมื่อรู้ว่าน้องชายทำเมนูที่ต้องการเสร็จแล้ว ริมฝีปากก็ขยับทันที

 

“ทอดไข่ดาว ทอดไข่ดาวให้กินเนี่ยนะ”

 

“อือ ไข่ดาว เมนูง่าย ๆ วันหลังนายทอดให้วอดก้ากินบ้างสิ” เตกิล่าไม่สนใจการยั่วโมโหของพี่ชาย พูดตอบกลับด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ และนั่นก็ทำให้มาร์ตินี่เงียบไปทันที

 

วอดก้าส่ายหน้าหัวเราะกับสองฝาแฝดคู่นี้ที่เจอกันทีไรก็หาเรื่องตีกันประจำ แต่ว่ารักกันเสียยิ่งกว่าอะไรดี

 

ลิเคียวที่กำลังมีความสุขกับไข่ดาวที่เตกิล่าทำให้ก็หัวเราะด้วยเหมือนกัน

 

บรรยากาศแบบนี้ เขาอยากให้มันอยู่นาน ๆ จังเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.981K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,717 ความคิดเห็น

  1. #5701 PANDORA_PANDORE (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 / 00:42
    มาร์ตินี่วอดก้าร้อนแรงแซ่บซี้ดปากกก

    เตกิล่าลิเคียว น่ารักนุ่มนิ่มจนใจเจ่บบบบ
    #5,701
    0
  2. #5663 munkrishear (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 / 22:53
    น่ารักกกน่าเอ็นดู
    #5,663
    0
  3. #5491 littlefoolmoon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2563 / 19:06

    พาทย์วอดก้านี้ไฟโหมกระหน่ำจังหวะแบบแฮวี่เมทัลเลย แต่พาทย์ลิเคียวคือละมุนนุ่มฟูดั่งกองขนอัลปาก้า โอ้ยยยย ใจฟูไปหมด~
    #5,491
    0
  4. #5124 Krystal wing (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2563 / 12:18
    ทิ้งท้ายแบบนี้
    #5,124
    0
  5. #4875 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 08:47
    แงงงงง อบอุ่นเนอะ ครอบครัวสุขสันต์
    #4,875
    0
  6. #4708 JTN_CAT (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 06:22
    อบอุ่นมากกกก น่ารักมากๆเลย
    #4,708
    0
  7. #4520 PaiiKanj (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 กันยายน 2563 / 00:13
    เป็นตอนที่มีความสุขกันจริงๆ
    #4,520
    0
  8. #4465 + SaiChil + (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 00:11
    ภาพครอบครัวสุขสันต์บรรยากาศสะใภ้ใหญ่สะใภ้เล็กงี้ ความช่วยกันทำอาหารก็คือใจฟูมากกกก~
    #4,465
    0
  9. #4464 071727 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 20:46
    สะใภ้ใหญ่สะใภ้เล็กน่ารักทั้งสองคน นี่ดีเท่าไหร่แล้วที่วอดก้ากับลิเคียวไม่ใช่ฝาแฝดกัน บอสก็แฝดเลขาก็แฝดมีแต่เมียนี่แหละที่ไม่แฝด
    #4,464
    0
  10. #4462 gologoso (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 17:46
    น้องคือแมวน้อยตัวน่ารักๆ
    #4,462
    0
  11. #4461 bluefresh (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 12:32
    น่ารักกกกกก
    #4,461
    0
  12. #4460 Phakchira_Ice (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 12:32
    น่ารักกกก
    #4,460
    0
  13. #4459 kikkpstpk (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 11:42
    น่ารักๆๆๆๆๆๆ
    #4,459
    0
  14. #4455 PaRe-MeAn (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 07:12

    ครอบครัวสุขสันต์
    #4,455
    0
  15. #4454 2548mina (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 06:16
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก น่ารักๆๆๆๆๆ
    #4,454
    0
  16. #4453 CB_ChanBaek:) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 05:50
    พวกคุณกำลังทำเราเขินตาย
    #4,453
    0
  17. #4452 baby-m2 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 03:02
    ทั้งหนูทั้งพี่ โอ้ยยยยยย อิจฉา! อิพี่มาร์ก็อิจฉา แต่อินี่อิจฉากว่า!! อยากมีโมเม้นแบบนี้บ้าง! ฮืออออออ ชีวิตมันแซ่ว[เศร้า]
    #4,452
    0
  18. #4451 Rabbiitao (Su:D) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 01:27
    โอ่ยยย น่ารักไปหมดครอบครัวเหล้าาาา
    #4,451
    0
  19. #4450 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 00:09

    คุณมาร์ทำไมเป็นเด็กขี้อิจฉาขนาดนี้เนี่ย?

    #4,450
    0
  20. #4449 jiaxjimin (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:48
    หนูอย่างนั้นหนูอย่างนี้ ใจแม่ละลายแทนพี่เตไปแล้วยัยลิ
    #4,449
    0
  21. #4448 J☆ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:40
    ไรท์ที่รักไม่ทำร้ายกับด้วยมาม่านะคะ .จับมือจ้องตา
    #4,448
    0
  22. #4447 rmby_ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:06
    อ่านจนถึงปย.สุดท้ายแร้วเค่ดเรยค่ะ ไรท์ไม่ใจร้ายกับเราหรอกเนอะ*กุมมือไรท์*
    #4,447
    0
  23. #4446 Biwbea (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:04

    เลิกใช้สรรพนาม พี่กับหนูเถอะ จิตายยยยย
    #4,446
    0
  24. #4445 Demon D (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 22:47

    ลิเคียวคือดูตัวเล็กตัวน้อยมาก 😆

    #4,445
    0
  25. #4444 NuiKKS (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 22:39
    -คนหลงเมีย55
    #4,444
    0