นอนกับผมสิครับ #อยากกินเตกิล่า

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 28 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,983
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,881 ครั้ง
    16 ก.ย. 63

ตอนนี้ตีสี่แล้ว แต่คนที่ควรจะเป็นเด็กดีนอนรอเขาอยู่บนเตียงก็ยังไม่กลับมา

 

เตกิล่าที่เปลี่ยนชุดอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้วชำเลืองสายตามองดูเวลาที่หัวเตียง เขานอนรอเจ้าแมวตัวดื้อของเขามาเกือบสองชั่วโมงแล้ว และความอดทนในการรอก็ใกล้จะหมดลง

 

เสียงเข็มวินาทีเคลื่อนไหวเป็นจังหวะผ่านไปอีกหลาต่อหลายครั้ง เข็มนาทีกระดิกเคลื่อนไหวอยู่หลายหน ในที่สุดคนที่อดทนนอนรออยู่ก็หมดความอดทน ผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก่อนจะหย่อนเท้าลงกับพื้นแล้วค่อยเหยียดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้ามุ่งหน้าออกไปนอกห้อง เป้าหมายคือห้องที่อยู่ชั้นล่าง

 

เตกิล่ากดเลือกชั้นบนแป้นตัวเลขในลิฟต์ด้วยน้ำหนักนิ้วที่มั่นคงและไม่ลังเลใจ ใช้เวลาเพียงไม่นานกล่องโดยสารขนาดพอเหมาะก็พาเขาเคลื่อนที่ลงมาหยุดอยู่ที่ชั้นล่างถัดจากชั้นที่เขาอยู่เพียงไม่กี่ชั้นเท่านั้น เมื่อก้าวเท้าออกจากลิฟต์ได้ก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องห้องหนึ่ง ยื่นนิ้วเรียวยาวของตัวเองกดกริ่งสัญญาณที่อยู่ด้านหน้า

 

กดย้ำ ๆ ไปสองครั้งแล้วก็ยกสองแขนขึ้นกอดอก ถอยหลังไปเอนตัวพิงผนังกำแพงอีกฝั่ง รอให้คนที่อยู่ในห้องมาเปิดประตูให้

 

ภายในห้องที่เต็มไปด้วยชายฉกรรจ์นับสิบคน เสียงสัญญาณกริ่งที่ร้องเตือนแจ้งว่ามีคนมากดที่หน้าประตูนั้นทำให้แต่ละคนตื่นตัว มือคว้าเข้าที่ขอบเอวโดยอัตโนมัติ สายตาแต่ละคนกวาดมองกัน เมื่อเห็นว่าคนที่ควรจะอยู่ที่นี่ก็อยู่ครบแล้ว และแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่มีคีย์การ์ดสำหรับเข้าที่นี่ทั้งนั้น ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องกดกริ่งเรียก ดังนั้นแล้วจะต้องเป็นคนนอกเป็นแน่

 

เมื่อคิดได้ดังนั้นสายตาแต่ละคู่ก็ย้ายไปที่จอมอนิเตอร์ที่ควบคุมกล้องวงจรปิดทันที มองดูกล้องที่ติดไว้หน้าประตู และเมื่อเห็นว่าใครปรากฏตัวอยู่บนหน้าจอมอนิเตอร์ที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ สายตาก็หันไปมองผู้ที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องทำงานของนายน้อยในทันที

 

อาโจมส์ในฐานะที่เป็นหัวหน้าของการ์ดทั้งหมดในที่นี้ได้รับสายตาของคำตัดสินจากลูกน้อง หากเป็นในยามปกติเขาคงจะตัดสินใจเองได้แล้ว ทว่าตอนนี้มีผู้ที่มีอำนาจมากกว่าเขานั่งอยู่ที่นี่ เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะตัดสินใจเอง บอดี้การ์ดควบด้วยตำแหน่งลูกน้องมือหนึ่งของลิเคียวเดินกลับเข้าไปหาเจ้านายของตัวเอง

 

“นายน้อยครับ คุณเตกิล่ามา” อาโจมส์พูดรายงานนายน้อยของตัวเองเสียงเบา 

 

ถ้อยคำรายงานของอาโจมส์ทำให้มือที่ถือดินสอทำงานอยู่ของลิเคียวชะงัก ลมหายใจที่เป็นจังหวะสม่ำเสมอนั้นขาดช่วงไปชั่วขณะหนึ่ง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น

 

“คุณเตกิล่ายืนอยู่ที่หน้าห้องครับ นายน้อยจะให้เปิดประตูไหมครับ” อาโจมส์ถามพร้อมลอบสังเกตนายน้อยของตัวเองไปด้วย เขามองเห็นความแปลกใจและตกใจในดวงตาของผู้เป็นเจ้านาย ดังนั้นเขาจึงเดาว่าเจ้านายของเขาไม่ได้เป็นผู้เปิดเผยความลับในเรื่องนี้ และหากเจ้านายของเขาไม่ได้เป็นคนบอกจริง ๆ ว่าตัวเองอยู่ที่นี่พร้อมกับลูกน้อง พร้อมกับทำให้ที่นี่เป็นฐานทัพขนาดย่อมในการทำงาน นั่นแปลว่าเตกิล่าสามารถรับรู้ได้ด้วยตัวเอง และถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ 

 

เตกิล่าผู้นี้ก็ไม่ใช่ธรรมดาจริง ๆ

 

ลิเคียวตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบให้กับผู้เป็นลูกน้อง เพราะว่าเขากำลังทำตัวไม่ถูกอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมั่นใจแล้วว่าเตกิล่าจำเขาได้แล้ว และรู้ด้วยว่าแท้ที่จริงแล้วเขาคือใครกันแน่ แต่คิดไม่ถึงว่าเจ้าตัวจะรู้แม้กระทั่งเรื่องที่เขาอยู่ที่นี่ในตอนนี้

 

เตกิล่ารู้ได้ยังไง และรู้อะไรบ้างกันแน่

 

ลิเคียวเกิดคำถามนี้ขึ้นมาในใจของตัวเอง ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หาคำตอบ เสียงเรียกของอาโจมส์ลูกน้องคนสนิทก็ดังขึ้นอีกครั้งหนึ่งก่อน

 

“นายน้อย” 

 

“ไปเชิญคุณเขาเข้ามา” ลิเคียวกลอกตาจนแทบจะเป็นเลขแปดแล้วจึงตัดสินใจออกมา

 

ขณะที่พูดบอกให้อาโจมส์ไปเปิดประตูให้กับคนที่มาอย่างไม่ทันตั้งตัว มือก็เก็บงานตรงหน้าของตัวเองเข้าลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนจะไปหยิบแฟ้มงานเอกสารอย่างอื่นมากระจายเต็มโต๊ะ ขยี้ผมตัวเองให้ยุ่งเหยิง แล้วทิ้งตัวเองนอนฟุบลงไปกับพื้นโต๊ะทำงาน เปลือกตาสีมุกปิดลงมาแนบสนิท บดบังดวงตาคู่สีฟ้าอ่อนจางของตัวเอง ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ 

 

ไม่กี่ชั่วลมหายใจ เสียงฝีเท้าแผ่วเบาก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ลิเคียวยังคงนั่งฟุบหน้าลงกับโต๊ะอยู่เหมือนเดิม

 

สองผู้ที่เดินเข้ามาในห้องนั้นต่างก็มีการเคลื่อนไหวภายในดวงตาในทันที

 

อาโจมส์ที่เพิ่งจะเดินออกจากห้องไปได้เพียงแค่นาทีกว่า ๆ กลับมาไม่คิดว่าเจ้านายน้อยของตัวเองจะหลับไปเสียดื้อ ๆ อย่างนั้น

 

ส่วนอีกคนที่เพิ่งจะได้รับการเปิดประตูต้องรับให้เข้ามาในห้องก็มีรอยยิ้มในดวงตา ประกายบางอย่างพาดผ่านวูบไหวและจางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

“ไหนบอกว่าถ้าไม่ได้นอนกอดฉันแล้วจะนอนไม่หลับไง โกหกกันนี่นา” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเบา ๆ เสมือนว่าเจ้าตัวกำลังพูดอยู่กับตัวเอง แต่นั่นก็ทำให้เปลือกตาของผู้ที่แกล้งฟุบหน้าลงกับโต๊ะเคลื่อนไหวยุกยิกครั้งหนึ่ง

 

อาโจมส์ได้ยินคนสำคัญของนายน้อยพูดอย่างนั้นก็กลอกตาตัวเองครั้งหนึ่ง ก่อนจะพยายามหาข้อแก้ตัวแทนนายน้อย แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบไป

 

“ทำไมปล่อยให้เจ้านายนอนอย่างนี้ ไม่พาเขาไปนอนบนเตียงดี ๆ” เตกิล่าละสายตากลับมาจากร่างโปร่งบางของคนหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ กดน้ำเสียงเรียบนิ่งถามคนที่เป็นคนพาเขาเข้ามาในห้องนี้

 

ดวงตาคู่คมมองคนที่พักเขานี้เห็นหน้าอยู่บ่อย ๆ แม้ว่าจะมองเห็นจากไกล ๆ ก็ตาม 

 

อาโจมส์ที่อยู่ ๆ ก็โดนคำถามแบบนี้ก็ยืนนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร จะให้เขาตอบได้ยังไงว่าตอนที่เขาเดินออกไปเจ้านายของเขายังไม่มีแม้แต่จะอ้าปาปกหาว และอีกอย่าง ต่อให้เจ้านายเขานอนหลับคาโต๊ะทำงานจริง เขาก็ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการอุ้มพาเจ้านายไปนอนบนเตียง

 

ไม่สิ ความจริงแล้ว ถ้าเจ้านายของเขาสามารถนอนหลับคาโต๊ะทำงานได้จริง คาดว่านายใหญ่คงจะสั่งทำโต๊ะทำงานตัวใหญ่ให้นายน้อยเพิ่มอีกหลายสิบตัว และกับการที่จะไม่ต้องให้นายน้อยใช้ข้ออ้างเรื่องนอนไม่หลับมายาวนานกว่าสิบปีของตัวเองมาไกลถึงที่นี่ มาเพื่อมาหาคนที่สามารถทำให้นายน้อยหลับได้โดยไม่ต้องพึ่งเหล้าฤทธิ์แรง

 

อาการนอนไม่หลับที่แม้ว่าจะพยายามรักษาเท่าไหร่ก็ไม่หาย ผลพวงจากการที่โดนลักพาตัวเมื่อสิบปีที่แล้ว รอยแผลในใจที่ทำให้นายใหญ่ผู้ตามใจนายน้อยอยู่แล้วยิ่งตามใจนายน้อยมากยิ่งขึ้น เพราะโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ทว่าแม้จะตามใจอย่างไร เรื่องเดียวที่ไม่ตามใจและยื้อมาตลอดหลายปีก็คือเรื่องของคนที่ยืนจ้องเขาอยู่ตอนนี้เนี่ยแหละ

 

อาโจมส์สบสายตากับเตกิล่าอยู่อีกชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง เขาสาวเท้าเดินอ้อมไปยังหลังโต๊ะทำงานของผู้เป็นนาย ยื่นมือออกไปทำท่าจะรวมร่างของคนที่ตัวเองกว่าขึ้นมาอุ้ม ทว่ายังไม่ทันที่มือของเขาจะได้แตะถูกตัวของเจ้านายน้อยก็มีมืออีกคู่หนึ่งแย่งไปเสียงก่อน

 

ฝ่ามือหนาของคนที่อยู่ในชุดพร้อมนอน ข้างหนึ่งดึงไหล่ของคนที่นอนฟุบอยู่กับโต๊ะขึ้นมา มืออีกข้างก็ประคองที่ต้นคอไม่ให้เกิดการบาดเจ็บหากเคลื่อนไหวผิดท่า เมื่อจัดการให้อยู่ในท่าที่ตัวเองสามารถอุ้มได้สะดวกแล้ว ก็อุ้มขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแล้วอุ้มเดินออกไปยังทิศทางเดิม ท่ามกลางสายตาที่ลอบมองมาของชายฉกรรจ์นับสิบคน

 

อย่ามองว่าพวกเขาเป็นผู้ชายแล้วไม่มีความอยากรู้อยากเห็น อย่ามองว่าเป็นคคนที่ถูกฝึกมาอย่างหนักแล้วจะไม่สนใจเรื่องของเจ้านาย

 

“เขารู้ทุกอย่างแล้วเหรอครับ” ลูกน้องคนหนึ่งที่มีอายุน้อยที่สุดในที่นี้อดทนเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจเหมือนพี่ ๆ ไม่ได้ เอ่ยปากถามออกมาอย่างอดไม่อยู่

 

อาโจมส์ตวัดสายตามอง

 

“เรื่องของเจ้านาย” 

 

ในส่วนของคนที่แกล้งหลับ พอถูกอุ้มกลับมานอนที่เตียงซึ่งใช้เป็นที่นอนมาตลอดหลายคืนที่ผ่านมาก็ยังคงแสร้งหลับหนีการซักฟอกอย่างต่อเนื่อง รู้ดีว่าถ้าตอนนี้ตัวเองไม่แสร้งหลับ จะต้องได้รับคำถามมากมายจากคนที่ไม่รู้ว่าจับผิดเขาได้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

รู้เห็นอะไรมาบ้างเกี่ยวกับเรื่องที่เขาทำ

 

“หลับสนิทดีจริง ถูกอุ้มมานอนยังไม่ตื่น ไม่รู้ว่าถ้าถูกลักหลับขึ้นมาจะตื่นหรือเปล่า” เตกิล่าแกล้งพูดชิดใบหูขาว ๆ ของลิเคียว ก่อนจะหัวเราะเสียงต่ำในลำคอ เมื่อเห็นว่าใบหูขาว ๆ ของเจ้าตัวนั้นแดงก่ำขึ้นมา

 

แกล้งหลับจริง ๆ ด้วย

 

เตกิล่าที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มั่นใจนัก แต่ว่ามาตอนนี้เขารู้แล้วว่าเจ้าแมวดื้อของเขานั้นแกล้งหลับได้แนบเนียนจริง ๆ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เปลือกตานิ่งสนิท มีเพียงแค่ตื่งหูแดง ๆ ของเจ้าตัวเท่านั้นที่เปิดโปรงความจริงให้เขาได้รู้

 

แกล้งหลับได้แนบเนียนจริง ๆ

 

หัวเราะเสียงต่ำอยู่ได้เพียงคู่เดียวเสียงหัวเราะนั่นก็หยุดชะงักลง ดวงตาคู่คมหดม่านตาลง แววตาอันตรายปรากฏขึ้นในดวงตา

 

ไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาก็แกล้งหลับใช่ไหม

 

นึกย้อนไปถึงเวลาที่ตัวเองต้องค้างคาอยู่บนยอดทั้ง ๆ ที่อีกเพียงนิดจะเห็นสรวงสวรรค์อยู่รำไร

 

คนที่โดนลูกไม้ของเจ้าเหล้าหวานเล่นงาน มาวันนี้รู้ทันเสียที

 

ส่วนคนที่โดนรู้ทันตอนนี้ก็ยังหัวใจเต้นโครมครามกับคำพูดของคนพี่อยู่เลย ไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าหนทางเอาตัวรอดยามจะถูกคนตัวโตกว่าจับกลืนกินนั้นถูกรู้ทันแล้ว และคราวหน้าไม่สามารถใช้มันได้ผลอีกต่อไป

 

“เด็กดื้อ เด็กดื้อมักจะถูกลงโทษนะรู้ไหม” พูดขู่ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ข้างหู ก่อนจะใช้ฟันซี่คมของตัวเองงับลงที่ติ่งหูนิ่มของคนน้องครั้งหนึ่ง เมื่อเห็นว่าคนยังแกล้งหลับอยู่อีก ก็เพิ่มการดูดดุนขบเม้ม ใช้เรียวลิ้นร้อน ๆ ของตัวเองตวัดเลียจนติ่งหูนิ่มของคนน้องเปียกชื้นไปด้วยน้ำลาย ยิ่งเห็นคนน้องไม่ยอมลืมตาตืนขึ้นมาจริง ๆ เขาก็ยิ่งลงมือหนักหน่วงขึ้น เคลื่อนริมฝีปากไปที่หลังใบหูขาว ๆ ขบเม้มดูดดุนจนเกิดรอยสีกุหลาบขึ้นมา

 

คนโดนสร้างรอยรักที่หลังกกหูขาวทนแสร้งหลับต่อไม่ไหว เผลอส่งเสียงร้องจากลำคอ เปลือกตาสีมุกเปิดเปลือยเผยให้เห็นดวงตาคู่สวย สบเข้ากับดวงตาคู่คมของผู้เป็นพี่ที่เต็มไปด้วยความหมายมาดอย่างร้ายกาจ

 

เจ้าแมวตัวน้อย โดนเจ้าหมาตัวโตหมายตาจะขย้ำเสียแล้ว

 

(ต่อ)

 

ดวงตาคู่สวยที่เพิ่งเปิดเปลือยขึ้นมานั้น เตกิล่าสบตามองดูแล้วไม่เห็นความง่วงงุนงัวเงียอยู่ในนั้นแม้แต่น้อย ริมฝีปากร้อนที่เพิ่งผละถอยออกมาจากหลังใบหูขาว ๆ แสยะยิ้มร้ายกาจ ยิ่งมั่นใจในความคิดของตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีก 

 

ร่างสูงแกร่งขยับตัวขึ้นใช้แขนสองข้างยันไว้กับพื้นเตียง คล่อมทับกักขังเจ้าของร่างโปร่งบางที่นอนแนบกับเตียงเอาไว้ในอ้อมแขนตัวเอง เข่าข้างหนึ่งใช้มันเพื่อแทรกสอดเข้าไปที่ระหว่างขาเรียวทั้งสองข้างของลิเคียวให้แยกออกจากกัน

 

“เด็กดื้อต้องถูกลงโทษนะรู้ไหม” เตกิล่าพูดซ้ำแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง ดวงตาทอประกายวิบวับจนคนที่กลายเป็นเด็กดื้อนั้นหัวใจเต้นรัวเร็วจนน่ากลัวว่าจะหลุดออกจากอก

 

“ไม่ดื้อ ไม่ ไม่ใช่เด็กด้วย” ลิเคียวปฏิเสธเสียงสั่นสะท้าน พยายามจะไม่เสสายตาหลบดวงตาคู่คมที่แสนร้ายกาจนั่นที่เอาแต่จ้องมองมายังเขา แต่ว่ามันก็ทำได้ยากยิ่ง ยิ่งจ้องมองสบตากลับไป ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าตัวเองถูกดูดดึงหลงไปในหลุมมืดที่ไร้ก้นบึ้ง ร่วงหล่นลงไปแล้วไม่มีหนทางที่จะขึ้นมาได้เลย

 

หากว่าเมื่อสิบปีที่แล้วเตกิล่ากักเขาเขาเอาไว้ในเขาวงกตที่ไร้ทางออก ตอนนี้เตกิล่าก็ดึงเขาลงไปในหุบเหวลึกที่ไม่สามารถปีนหนีไปไหนได้เช่นกัน

 

“หืม ถ้าไม่ใช่เด็กดื้อแล้วจะเป็นอะไรได้อีก เจ้าแมวดื้อเหรอ รับปากอะไรไว้จำได้ไหม” เตกิล่าทวงถามถึงเรื่องที่ว่าให้ลิเคียวเป็นเด็กดีรอเขาอยู่ที่ห้อง แต่ว่าเจ้าตัวกลับแอบหนีไปทำงานเสียได้

 

ได้ยินคำพูดของเตกิล่า คนที่เสสายตาหลบไปแล้วเมื่อครู่นี้เป็ฯอันต้องเลื่อนสายตากลับมาสบตากลับดวงตาคู่คมของเตกิล่าใหม่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันแน่นจนน่ากลัวว่ามันจะช้ำ

 

สิ้นคำคิดของคนที่มองอยู่ มือข้างหนึ่งที่ยันที่นอนอยู่ก็เลื่อนขึ้นมาใช้ท้องนิ้วลูบไล้ไปตามรอบกลีบแยกของริมฝีปาก ลงน้ำหนักเบา ๆ ให้เจ้าตัวคลายริมฝีปาก

 

“ใครกันแน่ที่จำไม่ได้ว่ารับปากอะไรไว้” ดวงตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อเสียจนคนที่กำลังจะได้ลงโทษเด็กดื้อนั้นโลกหมุนไปวูบหนึ่งเลยทีเดียว

 

อยู่ ๆ ก็โดนตัดพ้อแบบนั้น โดยที่เตกิล่ารู้ดียิ่งกว่าใครว่าคำพูดของเจ้าตัวนั่นหมายความว่ายังไง

 

เขาทวงถามถึงเรื่องเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ลิเคียวทวงถามถึงสัญญาเมื่อสิบปีที่แล้ว

 

ท้องนิ้วที่ลูบไล้ริมฝีปากบางเฉียบหยุดชะงักค้างไว้อย่างนั้น สัมผัสร้อน ๆ จากริมฝีปากบางที่พูดถ้อยคำตัดพ้อยังคงทิ้งร่องรอยความรู้สึกเอาไว้

 

ดวงตาที่เต็มไปด้วยความหมายมาดเมื่อครู่นี้ของเตกิล่าอ่อนกำลังลง

 

“จะเริ่มแล้วใช่ไหม” จะเริ่มพูดถึงเรื่องราวเมื่อสิบปีก่อนแล้วจริงจังแล้วใช่ไหม พร้อมแล้วใช่หรือเปล่า

 

เตกิล่าไม่ได้ถามออกไปในส่วนหลังนั่น เขาพลิกตัวลงไปนอนแผ่นหลังแนบชิดกับพื้นเตียงก่อนจะใช้สองแขนออกแรงยกคนที่นอนอยู่ข้าง ๆ ให้ขึ้นมานอนคว่ำก่ายเกยอยู่บนแผงอกของเขา

 

ตึก ตึก ตึก

 

ลิเคียวที่ถูกยกให้นอนขึ้นทาบทับอยู่บนอกแกร่ง ใบหน้าซีกขวาแนบชิดอยู่บนอกด้านซ้ายของเตกิล่า ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ

 

“ใครเริ่มก่อน” เจ้าของเสียงแหบพร่าถามออกไป คำถามนี้มีนัยแฝงอยู่ ซึ่งคนพูดก็ไม่รู้ว่าคนฟังจะรับรู้มันหรือไม่

 

เตกิล่ารู้ เขารู้ได้โดนสัญชาตญาณหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เขารู้

 

เป็นเขาเริ่มก่อน ถ้าหากว่าวันนั้นเมื่อสิบปีที่แล้วเขาไม่สนสใจเจ้าแมวตัวน้อยที่นั่งซุกตัวอยู่มุมกรงขังเล็ก ๆ นั่น ไม่สนใจใบหน้าน่ารักที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ไม่สนใจดวงตาคู่เรียวยาวที่บวมช้ำจากการร้องไห้อย่างหนัก ไม่สนใจสายตาหวาดกลัว ไม่สนใจเจ้าเด็กตัวน้อยคนนั้น วันนี้พวกเราคงไม่ได้เจอหน้ากันอีกแล้ว ระหว่างพวกเขาคงจะไม่มีพันธะสัญญาที่ดึงรั้งกันเอาไว้

 

แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เตกิล่าก็จะเลือกทำอย่างเดิม จะเป็นฝ่ายเข้าหาเจ้าแมวตัวน้อยที่บาดเจ็บคนนั้น จะโอบประคองร่างเล็กกระจ้อยนั่นไว้ในอ้อมอก จะโอบกอดให้เจ้าตัวเล็กหลับใหลอยู่ในอ้อมกอด จะปลอบประโลมให้หายหวาดกลัว

 

จะทำเหมือนเดิม เหมือนที่ไม่เคยอยากทำกับใครมาก่อนนอกจากมาร์ตินี่ผู้เป็นพี่ชายฝาแฝด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แน่นอนว่าความรู้สึกยามปกป้องมาร์ตินี่ กับความรู้สึกอยากปกป้องเด็กน้อยคนนั้นก็ไม่เหมือนกันเลยสักนิด

 

เตกิล่าคิดทุกอย่างอยู่ในหัวของตัวเอง แต่เขาไม่แม้แต่จะปริปากพูดมันออกมา ทำเพียงแค่ยกฝ่ามือหนา ๆ ของตัวเองขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มของคนบนอก

 

ลิเคียวนั้นเมื่อไม่ได้รับคำตอบจากปากของเตกิล่า เขาก็เลือกที่จะนอนนิ่ง ๆ อยู่แบบนั้น แม้ว่าจะไม่ใช่ท่าทางที่สบายนัก แต่ว่ามันสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

พวกเขาอาจจะยังไม่ได้พูดคุยกันอย่างชัดเจน แต่ต่างคนต่างรู้ดีว่าคำสัญญาเมื่อสิบปีก่อนที่ให้กันไว้นั้น ตอนนี้มันกำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังแล้ว และไม่มีใครปฏิเสธที่จะรักษาสัญญา

 

“พรุ่งนี้….ไปเกาะเอ็มกันไหม” หลังจากที่ปล่อยให้วามเงียบเข้าครอบงำอยู่สักพักหนึ่ง เตกิล่าก็พูดขึ้นมา ในตอนแรกเขายังลังเลที่จะพาลิเคียวไปด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจที่จะพาไป แต่ก็ต้องถามความคิดเห็นของเจ้าตัวด้วย

 

“เกาะเอ็มเหรอ ไปทำไม!” คนที่นอนแนบแก้มอยู่กับอกเตกิล่าเมื่อครู่นี้ ยกศีรษะขึ้นแล้วมองสบตากับดวงตาของเตกิล่า ถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างลืมตัว แต่เมื่อนึกขึ้นได้ก็รีบกลบเกลื่อนท่าทางอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามันก็ไม่ทันการณ์แล้ว

 

เตกิล่าเห็นท่าทางตื่นเต้นของลิเคียวก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะคิดผิดไปที่อยากพาลิเคียวไปเกาะเอ็มด้วย รู้สึกว่าถ้าเขาพาไปด้วยอาจจะไม่ปลอดภัย

 

ไม่ใช่ลิเคียว แต่เป็นเขาเอง

 

เตกิล่ารู้ว่าพี่ชายของเขาร่วมมือกับลิเคียว แต่ก็ไม่รู้ว่าระหว่างสองคนนี้สนิทสนมกันในระดับไหน ไม่ใช่ว่าพอไปถึงแล้วจะรวมหัวกันกลั่นแกล้งเขา

 

คนที่เผลอคิดไปว่าตัวเองตัวเล็กตัวน้อยให้คนอื่นรังแกง่าย ๆ นั้นมีความหวาดระแวงอยู่เต็มหัวใจ

 

แต่จะว่าเขาหวาดระแวงไม่ได้ ประสบการณ์มันสั่งสอนให้เขาต้องมองโลกในแง่ร้ายจริง ๆ

 

เตกิล่ายังอินกับการรับบทเป็นผู้ถูกพี่ชายกลั่นแกล้งรังแรต่อไป โดยคิดไปว่าความจริงแล้วมนุษ์พี่ชายฝาแฝดังไม่น่ากลัวเท่ามนุษย์เมีย โดยเฉพาะมนุษย์เมียของพี่ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่สะใภ้ของเขา

 

และไม่ต้องใช้เวลานานในการที่จะพิสูจน์ความหวาดระแวงของเตกิล่า เพราะทันทีที่เท้าของเขาแตกคาสิโนเวลส์บนเกาะเอ็ม เจ้าลูกแมวที่เขาพามาด้วยนั้นก็ถูกแย่งไปจากอ้อมอกของเขาแล้ว

 

เตกิล่ามองดูลิเคียวตัวน้อยของเขาที่ตอนนี้ถูกพี่สะใภ้กอดไว้แนบอก ทั้ง ๆ ที่ขนาดตัวพอ ๆ กัน ทั้ง ๆ ที่อายุของลิเคียวเยอะกว่า และทั้ง ๆ ที่ภาพลักษณ์ของลิเคียวนั้นดูร้ายดูแรงแตกต่างจากภาพลักษณ์บอบบางน่าทะนุถนอมของวอดก้า แต่เมื่อลิเคียวอยู่กับวอดก้า ถูกกอดจนแทบจะจมหายไปกับอก ลิเคียวก็กลายเป็นตัวเล็กตัวน้อยไปในทันที

 

“อะแฮ่ม! ๆ มากไป ๆ” น้ำเสียงกระแอมไอในลำคอก่อนจะตามมาด้วยถ้อยคำห้ามปรามของพี่ชายฝาแฝดเตกิล่า

 

ถ้อยคำห้ามปรามของมาร์ตินี่ไม่ได้ทะลุทะลวงเข้าหูของวอดก้าเลยสักนิด ดวงตาคู่กลมโตตวัดมองคนรักของตัวเองชั่วแวบหนึ่งก่อนจะกดริมฝีปากหนัก ๆ ลงที่สองข้างแก้มของลิเคียว ทำเอาเจ้าของแก้มและสองเหล้าฝาแฝดตาโต

 

“วอดก้า มานี่ เดี๋ยวนี้” มาร์ตินี่กัดฟันกรอด ๆ พูดด้วยน้ำเสียงรอดไรฟันเน้นย้ำเป็นคำ ๆ ให้รู้ว่าเขากำลังเอาจริงแล้ว มือหนาตบลงที่บนต้นขาแกร่งของตัวเอง

 

บรรยากาศเย็นเยียบที่มาร์ตินี่สร้างขึ้นมาไม่ได้สะเทือนรูขุมขนของวอดก้าเลยสักนิด เจ้าตัวยังเอาแต่กอดแต่หอมลิเคียวอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งพอใจถึงได้ยอมปล่อยลิเคียวออกจากอ้อมแขนของตัวเอง แล้วเริ่มปฏิบัติการง้อคนรักด้วยการเดินแย้มรอยยิ้มหวานไปนั่งลงบนตัก ประทับจูบหนัก ๆ ลงบนริมฝีปากของคนรัก

 

เห็นการกระทำของวอดก้าแล้วลิเคียวก็ตาโต แตกต่างจากเตกิล่าที่หน้าตึงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะว่าไม่พอใจที่วอดก้าจูบกับพี่ชายฝาแฝดของเขา แต่ไม่พอใจที่เอาริมฝีปากที่เพิ่งจะใช้จูบแก้มคนของเขาไปจูบมาร์ตินี่ต่อ

 

ในขณะที่เตกิล่าคิดไปไกลอย่างไม่พอใจแล้วนั้น สองเหล้าวอดก้า มาร์ตินี่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้เลยสักนิด มาร์ตินี่จะมีใจไปคิดเรื่องอื่นได้ยังไงในเมื่อริมฝีปากหวาน ๆ ของวอดก้านั่นคือที่สุดในใจของเขาแล้ว ต่อให้อีกกี่เหล้าหวาน ก็ไม่หวานสู้ปากเมียเขาหรอก

 

คนหลงเมียก็คือคนหลงเมียอยู่วันยังค่ำ

 

“พอแล้วมั้ง เวลาทำงาน ใช่เวลาสวีทกับเมียเหรอ” เตกิล่าทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ลิเคียวที่ยังนั่งหน้าแดงผมเผ้ายุ่งเหยิงจากการโดนวอดก้าฟัดเมื่อครู่ มือรวบร่างบางของลิเคียวเข้ามากอด ปากก็ต่อว่าพี่ชายฝาแฝดอย่างหมั่นไส้

 

มาร์ตินี่ปรายตามองน้อยชายแล้วยอมถอนริมฝีปากออกมาจากปากของวอดก้าอย่างอ้อยอิ่ง ไม่ มันไม่ใช่เพราะว่ายอมทำตามที่น้องชายพูด แต่เป็นเพราะวอดก้าเริ่มหายใจไม่ทันแล้วด้วยต่างหาก

 

“เพิ่งมาถึงทำไมไม่ไปพัก มากวนเวลาฉันกับเมียทำไม” ทั้ง ๆ ที่ยังอยู่ในเวลาทำงานแท้ ๆ แต่มาร์ตินี่กลับไม่พูดถึงเรื่องกวนเวลางานเลยสักนิด

 

เป็นผู้บริหารที่ใช้เวลาทำงานเพื่อทำเรื่องส่วนตัวจริง ๆ

 

วอดก้าหัวเราะเสียงร่าเริง นั่งเอนหลังพิงแนบอกมาร์ตินี่ด้วยท่าทางผ่อนคลาย ดวงตากลมโตมองเจ้าแมวตัวน้อยของเขาที่ตอนนี้มีเตกิล่านั่งกอดเอวอยู่แล้วริมฝีปากก็คลี่รอยยิ้มร้ายกาจขึ้นมาชั่วแวบหนึ่ง

 

น่าเสียดายที่สองฝาแฝดไม่ทันเห็น

 

“แล้วเรื่องที่ทำให้ฉันมาที่นี่มันให้เวลาฉันได้พักหรือไง” เตกิล่าพูดพร้อมกับพ่นลมหายใจออกจากปากอย่างแรง

 

คำพูดของเตกิล่าทำให้ลิเคียวเงยหน้าขึ้นมอง ในแววตามีความสงสัยว่าเกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรือไม่

 

แต่ว่าคิดไปคิดมา ก็หาจุดเชื่อมโยงไม่ได้ว่าการมาที่เกาะเอ็มครั้งนี้ของเตกิล่าจะเกี่ยวข้องกับเขาที่ตรงไหน ดังนั้นจึงคิดว่าคงเป็นเรื่องงานของเวลส์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าตัวมากกว่า

 

เมื่อคิดได้อย่างนั้นดังนั้นตอนที่วอดก้าชวนเขาลงไปเดินเล่นที่คาสิโนด้านล่าง แล้วปล่อยให้สองฝาแฝดได้คุยกัน ลิเคียวจึงได้ตกลงทันที

 

“ทำไมฉันถึงคิดว่าเราไม่ควรปล่อยให้สองคนนั้นอยู่ด้วยกัน” นั่นคือประโยคแรกที่เตกิล่าพูดหลังจากคล้อยหลังสองเหล้าที่ทำเอาสองฝาแฝดปั่นป่วน

 

ซึ่งหลังจากนี้มันอาจจะมีมากกว่าสองแฝดที่ปั่นป่วนเพราะสองเหล้านั่น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.881K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,717 ความคิดเห็น

  1. #5698 PANDORA_PANDORE (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 / 00:21
    ปังปินาศแน่ๆ5555555
    #5,698
    0
  2. #4872 Buzzzzzzzzzz (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2563 / 08:19
    ยัยแสบเอ่ย
    #4,872
    0
  3. #4434 khunsom08 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 21:16
    แสบแน่ๆ
    #4,434
    0
  4. #4027 PLOYSOIYXX (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 14:35
    ทาสแมวเหมือนกันใช่มั้ยวอดก้า
    #4,027
    0
  5. #4014 noo_parekapoom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กันยายน 2563 / 00:59
    เหมียวป่วนโลกก
    #4,014
    0
  6. #3979 jijix (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 19:44
    555555วอดกะคือทาสแมว แม่แมวที่แท้ทรู
    #3,979
    0
  7. #3907 S_suika (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 10:29
    คิดถูกแล้วค่ะ คุณตินคุณเต ยิ่งยามนี้ชัดเจนแล้วคาดว่าใครกล้าแตะ แม่ฟาดแรง ฟาดหนักแน่ๆ
    #3,907
    0
  8. #3906 071727 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:10
    ไม่ว่าเมื่อไหร่พี่เตกีล่าก็เป็นฝ่ายโดนรังแก โดนรุมกระทำจริงๆ
    #3,906
    0
  9. #3905 PaRe-MeAn (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:05
    ยัยน้องทั้งสองงงงงง
    #3,905
    0
  10. #3904 kikkpstpk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 08:02
    ความแสบนี่ไม่อยากจะพูด5555555555555555
    #3,904
    0
  11. #3903 blackpinkmilk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 23:48
    อยู่เหนือคนนับหมื่น อยู่ใต้คนเพียงคนเดียว นั้นก็คือ ภรรเมีย 55555
    #3,903
    0
  12. #3902 อมาธาร์ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 23:32
    มีมากกว่าสองแฝดแน่นอน พิพัฒน์กับพุฒิธรไง โดนป่วนไปด้วยแน่ๆ
    #3,902
    1
    • #3902-1 littlefoolmoon(จากตอนที่ 28)
      17 กันยายน 2563 / 07:13
      รวมกวินกับแดนไปเป็นลูกคู่ด้วย
      #3902-1
  13. #3901 Blue möön (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 23:10
    เมียเป็นใหญ่ในใต้หล้านะคะ 555555
    #3,901
    0
  14. #3900 rthames (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 22:44
    สองเหล้าลงไปถล่มคาสิโนใช่ไหมนะ
    #3,900
    0
  15. #3899 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 22:27

    55555 สงสารเหล้าแฝด งานนี้โดนเมียกดขี่แน่!!

    #3,899
    0
  16. #3898 dayit-123 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:58
    สู้ๆนะเเฝด55555
    #3,898
    0
  17. #3897 narinrujira (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:28
    สงสารสองแฝด555
    #3,897
    0
  18. #3896 1995nuun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 21:07
    น่ารักอ่ะ
    #3,896
    0
  19. #3895 -dddd- (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 20:57
    ต้องมันแน่ๆ
    #3,895
    0
  20. #3894 pawanratc (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 20:43
    เตรียมตัวรับมือให้ทันเลยนะแฝดกรี้ดดดด
    #3,894
    0
  21. #3893 tattsk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:57

    คิ้กค้ากกกกกก
    #3,893
    0
  22. #3892 2548mina (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:53
    น่ารักกกกกทั้งพี่สะใภ้น้องสะใภ้เลยยย
    #3,892
    0
  23. #3891 tang_thai°°° (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:24
    เตรียมตัวเครียดเลยแฝด
    #3,891
    0
  24. #3890 ดาวนอกโคจร (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:19
    แงวสองตัวอยู่ด้วยกัน น้อนนนนน
    #3,890
    0
  25. #3889 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กันยายน 2563 / 19:06
    คาสิโนแตกก้คราวนี้
    #3,889
    0